จากรายงานรวม ๆ ปีนี้ Apple จะเปิดตัว iPhone อย่างน้อยทั้งหมด 5 รุ่น มี iPhone SE ไปแล้วหนึ่งรุ่น เหลืออีกทั้งหมด 4 รุ่น โดยทั้ง 4 รุ่นนั้นจะมีชื่อว่า iPhone 12 รองรับ 5G และคาดว่าจะเปิดตัวในปลายปีนี้ทั้งหมด ที่น่ากังวลที่สุดคงเป็นเรื่องของราคา เนื่องจากการทำให้รองรับ 5G ก็หมายถึงต้นทุนที่สูงขึ้น ก็ยังต้องลุ้นว่า iPhone 12 จะมีราคาที่กระโดดจาก iPhone 11 หรือไม่

iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่น ประกอบไปด้วย

  • iPhone 12 ขนาดหน้าจอ 5.4 นิ้ว หน้าจอ OLED กล้องหลังคู่
  • iPhone 12 ขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้ว หน้าจอ OLED กล้องหลังคู่
  • iPhone 12 Pro ขนาดหน้าจอ 6.1 นิ้ว หน้าจอ OLED กล้องหลังสามตัว + ToF
  • iPhone 12 Pro Max ขนาดหน้าจอ 6.7 นิ้ว หน้าจอ OLED กล้องหลังสามตัว + ToF

ทำไม Apple ต้องทำหน้าจอ 5.4 นิ้วขึ้นมาล่ะ?

Mr. Lee Chung-hoon จาก UBI Research เชื่อว่าจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาจะทำให้ยอดขาย iPhone ลดลงยิ่งกว่าเดิม การเพิ่มยอดขาย iPhone อีกหนึ่งหนทางคือการเพิ่มหน้าจอ OLED มาใน iPhone กลุ่มราคา $700 หรือราว 2 หมื่นต้น ๆ อันที่จริงแล้วหน้าจอ OLED นี่แหละที่เป็นชิ้นส่วนที่มีต้นสูงมากบนสมาร์ตโฟน หากจะลดต้นทุนเครื่อง Apple ก็ต้องหาทางลดต้นทุนของหน้าจอ OLED ให้ได้

ราคา iPhone 12 ทั้ง 4 รุ่นตามรายงานของสื่อต่างประเทศ

  • iPhone 12 ขนาดหน้าจอ 5.4 นิ้ว และ 6.1 นิ้ว จะมีราคาเริ่มต้นราว $700-750 หรือประมาณ 22,700 บาท
  • iPhone 12 Pro หน้าจอ 6.1 นิ้ว ราคา $999 หรือประมาณ 32,400 บาท เท่ากับ iPhone 11 Pro
  • iPhone 12 Pro Max หน้าจอ 6.7 นิ้ว ราคา $1,099 หรือประมาณ 35,700 บาท เท่ากับ iPhone 11 Pro Max

เห็นราคาแบบนี้ก็พอลุ้นได้ว่า ถึงแม้ Apple จะเพิ่ม 5G เข้ามาใน iPhone 12 ซีรีส์ ราคาก็อาจจะไม่ได้ดีดไปมากเท่าที่ควรครับ

อ้างอิง PhoneArena

 

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส