ลองจินตนาการชีวิตที่ไม่มีธนาคาร ไม่มีตู้ ATM และไม่มีพนักงานคอยให้คำแนะนำ แต่เป็นธนาคารในมือถือที่คุณจะสามารถฝาก ถอน โอน กู้ จ่ายบิลต่าง ๆ ตอนไหน เวลาไหนก็ได้ และมีผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินคอยให้คำแนะนำเป็น AI ธนาคารที่ไร้ขีดจำกัดและตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่แบบนี้ คุณคิดว่าดีไหม ?
Virtual Bank คือธนาคารพาณิชย์แบบ ‘ไร้สาขา’ ‘ไร้พนักงาน’ ไม่ใช่รูปแบบธนาคารที่มีสาขาและมีแอปพลิเคชันอย่างที่หลายคนมักจะเข้าใจกัน นี่คือธนาคารรูปแบบใหม่ที่อยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัลแบบ 100%
Virtual Bank เป็นธนาคารที่ตอบโจทย์หลาย ๆ คนในปัจจุบันได้เป็นอย่างดีก็จริง ทว่าสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือรูปแบบการทำธุรกรรม และเศรษฐกิจของประเทศจะเปลี่ยนไป นำไปสู่ความท้าทายรูปแบบใหม่ที่เราไม่เคยเจอมาก่อนหรือเปล่า ?
Virtual Bank ดียังไง ?
- ต้นทุนต่ำกว่า นำไปสู่ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่ดีขึ้น
ลองนึกภาพร้านขายเสื้อผ้าตามห้างที่มักจะราคาสูง แต่เมื่อเข้าไปซื้อในแพลตฟอร์มออนไลน์กลับราคาถูกลงแม้จะเป็นสินค้าชิ้นเดียวกัน Virtual Bank ก็ใช้แนวคิดเดียวกัน คือไม่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่เปิดสาขา ค่าบำรุงรักษาตู้ ATM และค่าจ้างพนักงานประจำสาขา ทำให้ Virtual Bank มีต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำลงมาก ธนาคารจึงสามารถนำเงินส่วนนี้ไปเปลี่ยนเป็นผลประโยชน์ให้ผู้บริโภค เช่น การให้ดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงขึ้น หรือ การคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และค่าธรรมเนียมที่ถูกลง เป็นต้น
- บริการตรงใจ มั่นใจได้ด้วยเทคโนโลยี AI & Data Analytics
เนื่องจากระบบทำงานบนฐานข้อมูลดิจิทัลทั้งหมด ธนาคารจึงวิเคราะห์พฤติกรรมทางการเงินของผู้ใช้แต่ละคนได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะกับช่วงชีวิตหรือความต้องการของบุคคลนั้น ๆ ได้ทันที เช่น วงเงินสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้นสำหรับพ่อค้าแม่ค้าในช่วงที่ยอดขายตก
- สะดวก รวดเร็ว ทำธุรกรรมได้ตลอดเวลา
ผู้ใช้งานทำธุรกรรมทุกอย่างได้ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปต่อคิวที่สาขา การยืนยันตัวตน (e-KYC) และการพิจารณาสินเชื่อทำได้รวดเร็วภายในไม่กี่นาทีผ่านระบบอัตโนมัติ
Pain point อาชีพฟรีแลนซ์ แก้ได้ด้วย Virtual Bank ?
Virtual Bank ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ที่ทำงานที่รับรายได้ไม่แน่นอน อย่างกลุ่มฟรีแลนซ์ หรือกลุ่มไรเดอร์ ค้าขาย อาชีพใดก็ตามที่ไม่ได้รับเงินเดือนประจำมักจะมีปัญหาในการ ‘กู้สินเชื่อ’ ตามธนาคารทั่วไป
เพราะอย่างที่เข้าใจกันว่าธนาคารส่วนใหญ่มักจะอนุมัติให้กู้สินเชื่อได้ก็ต่อเมื่อมีหลักฐานว่าสามารถจ่ายดอกเบี้ยได้สม่ำเสมอ ซึ่งก็ต้องคำนวณจากรายได้ที่สม่ำเสมออย่างการมีเงินเดือนจากงานประจำ แต่การเข้ามาของ Virtual Bank นั้นตอบโจทย์กลุ่มคนเหล่านี้ที่ไม่ต้องมีงานประจำ เพราะคุณสามารถกู้สินเชื่อได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้วโดยไม่ต้องมีการรับรองให้วุ่นวาย
ความท้าทายต่อระบบการเงินในไทย
ธนาคารประเภทนี้นั้นทำให้การทำธุรกรรมต่าง ๆ จะเกิดขึ้นจากปลายนิ้วของผู้บริโภคเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการฝาก ถอน ขอสินเชื่อ และอื่น ๆ แต่ความ ‘สะดวก’ ของการทำธุรกรรมแบบนี้มักจะส่งผลต่อระบบการเงินที่เคยเป็นระบบของธนาคารแบบดั้งเดิมมาก่อน หมายความว่า Virtual Bank คือ ‘คู่แข่งของธนาคารแบบดั้งเดิม’ นั่นแหละ มันทำให้ธนาคารทั่วไปถูกกดดันมากขึ้น ต้องเร่งลดต้นทุน และส่งโปรโมชันดอกเบี้ยเงินฝากที่สูงขึ้นเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค
ถามว่ามั่นใจได้อย่างไรว่า Virtual Bank จะกลายเป็นคู่แข่งหลัก ? เพราะข้อมูลบ่งชี้ประเด็นนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มอาชีพอิสระ
อ้างอิงจากผลสำรวจการเข้าถึงบริการทางการเงินภาคครัวเรือน ปี 2565 จะเห็นว่าคนไทยกว่า 57% มีฐานะการเงินไม่เพียงพอ ไม่กล้าเข้าไปกู้สินเชื่อธนาคาร ทำให้ต้องไปกู้หนี้นอกระบบ และ 33% เลือกทางเลือกอย่างหลังเพราะบริการของธนาคารไม่ตอบโจทย์ โดยคนในกลุ่มนี้มักจะเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย และทำงานในอาชีพอิสระ จึงไม่มีหลักประกันรายได้สำหรับใช้เป็นเอกสารในการกู้สินเชื่อธนาคารแบบดั้งเดิม
ยังไม่รวมข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยที่ชี้ว่าคนไทยกว่า 63% เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินที่เหมาะสม และกว่า 80% มีเงินสำรองฉุกเฉินไม่พอประทังชีพเกิน 6 เดือน สะท้อนถึงการขาดโอกาสและความยืดหยุ่นทางการเงิน
ข้อมูลเหล่านี้กำลังบอกเราว่า รูปแบบการดำเนินงานของธนาคารปัจจุบันไม่ได้ตอบโจทย์ ‘ทุกกลุ่ม’ ดังนั้นเมื่อข้อมูลมันมาในทิศทางนี้ การแก้ Pain Point ที่ตอบโจทย์กลุ่มใดหลุ่มหนึ่งอย่าง Virtual Bank จึงสมเหตุสมผลขึ้นมาทันที
จะสร้างปัญหาหนี้ครัวเรือนคนไทยมากกว่าเดิมไหม ?
อีกประเด็นที่น่าคิดตามคือ เมื่อการกู้สินเชื่อมันง่ายแค่ปลายนิ้ว และคุณสมบัติของผู้กู้ดูเหมือนจะไม่ต้องมีหลักประกันรับรอง จะสร้างปัญหาหนี้ครัวเรือนเพิ่มเติมไหม ? คำถามนี้อาจจะต้องมีการมองภาพรวมที่ไม่ใช่แค่ทางฝั่งผู้บริโภคแต่ยังรวมถึงภาครัฐอย่างจริงจัง และเพื่อให้จุดประสงค์ของ Virtual Bank นั้นตอบโจทย์ผู้บริโภคเฉพาะกลุ่มได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาหนี้สินครัวเรือนเกินจำเป็น
สุดท้ายนี้ก็ต้องคอยจับตามองต่อไปว่า Virtual Bank ในประเทศไทยจะมุ่งหน้าไปทิศทางไหน จะได้รับความนิยมจากกลุ่มอาชีพอิสระมากขึ้นไหม ธนาคารแบบดั้งเดิมจะรับมืออย่างไรต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบธนาคารรูปแบบใหม่นี้
โดยผู้เขียนมองว่าการเข้ามาของ Virtual Bank จะมีผลต่อไลฟ์สไตล์ของคนไทยในระยะยาวแน่นอน แต่ก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและการใช้งานที่มีความรับผิดชอบมากขึ้นของทั้งผู้บริโภคและภาครัฐด้วยเช่นกัน













