Connect with us

Mobile Review

เจาะลึกฟีเจอร์กล้อง Huawei P20 ถึงเป็นรุ่นน้องก็เก๋านะ

Published

on

แบไต๋คิดว่าตอนนี้ใครที่ติดตามวงการสมาร์ทโฟนน่าจะรู้จักความเทพของกล้อง Huawei P20 Pro เป็นอย่างดีแล้วนะครับ ดูจากคลิปที่หนุ่ย พงศ์สุขรีวิว Huawei P20 Proให้ดูกันก็ได้ แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือแล้วรุ่นน้องอย่าง Huawei P20 ล่ะถ่ายภาพเป็นยังไง เราจึงถ่ายภาพมาให้ดูกันครับ

คลิกอ่านบทความรีวิวจุดเด่น Huawei P20

Huawei P20 นั้นครองคะแนนอันดับ 2 จากตารางสมาร์ทโฟนที่ถ่ายภาพและวิดีโอดีที่สุดในโลกตอนนี้จาก DxOMark นะครับ ด้วยคะแนน 102 จะเป็นรองแค่เพียงรุ่นพี่อย่าง P20 Pro เท่านั้นเอง ซึ่งถ้าไม่นับความแตกต่างด้านฮาร์ดแวร์กล้องแล้ว Huawei P20 นั้นมีความสามารถด้านซอฟต์แวร์ถ่ายภาพเท่ากับ P20 Pro เลย มันจึงเป็นสมาร์ทโฟนที่ถ่ายภาพสวยอยู่ดี ในราคาที่จับต้องได้มากขึ้น

สเปกในส่วนของกล้อง Huawei P20 นั้นประกอบด้วยเลนส์ที่ออกแบบโดย Leica 2 ตัว ตัวแรกเป็นเลนส์ถ่ายภาพสี ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล f/1.8 ส่วนเลนส์อีกตัวเป็นเลนส์ถ่ายภาพขาวดำความละเอียด 20 ล้านพิกเซล f/1.6 โดยเป็นเซนเซอร์ขนาด 1/2.3 นิ้ว ให้ขนาดพิกเซลที่ 1.55 um ซึ่งถือว่าเป็นเซนเซอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป ส่วนกล้องหน้านั้นให้ความละเอียดสูงกระโดดไปเป็น 24 ล้านพิกเซล f/2.0 ครับ

Huawei P20 มาพร้อมกล้องปัญญาประดิษฐ์

หัวเว่ยเริ่มยุทธศาสตร์สมาร์ทโฟนอัดแน่นด้วย AI หรือปัญญาประดิษฐ์มาตั้งแต่ตระกูล Mate 10 นะครับ ซึ่งในตระกูล P20 ก็ได้ปรับปรุงตัวกล้องให้ AI ฉลาดขึ้นไปอีก ความสามารถโปรดของเราคือ Master AI ที่วิเคราะห์ลักษณะภาพที่กล้องเห็นว่าคือภาพอะไร แล้วปรับลักษณะภาพให้เหมาะสมกับภาพแนวนั้นๆ

เช่นถ่ายภาพต้นไม้ กล้องจะวิเคราะห์ว่าเป็น Greenery แล้วปรับสีเขียวให้สดขึ้น หรือถ่ายเห็นท้องฟ้าเยอะๆ กล้องจะปรับภาพแบบ Blue Sky เพื่อเร่งความสดให้ท้องฟ้าให้ฟ้าเข้มขึ้น ซึ่งกระบวนการปรับของ P20 นั้นปรับให้เห็นตั้งแต่ก่อนถ่ายรูปเลย ว่าภาพที่เปลี่ยนไปจะเป็นอย่างไร ซึ่งแตกต่างจาก Mate 10 ที่ไม่ได้ปรับให้เห็นตั้งแต่แรก ทำให้เราสามารถเลือกปิดการปรับแต่งของ AI ได้ถ้าแนวภาพออกมาไม่ถูกใจครับ แต่ส่วนใหญ่แล้ว AI ช่วยให้ภาพสวยขึ้นแบบไม่ต้องแต่งภาพต่ออีกเลย

AI ของ Huawei P20 ไม่ได้ช่วยเรื่องการปรับสีปรับภาพอย่างเดียวนะครับ แต่สามารถช่วยไกด์การจัดองค์ประกอบภาพได้ด้วย เช่นการถ่ายภาพวิวหรือภาพทะเล กล้องจะขึ้นเส้นระดับน้ำเพื่อช่วยในการปรับเส้นขอบฟ้าให้ตรง หรือการแนะนำการจัดองค์ประกอบในการถ่ายภาพหมู่ เพื่อให้ถ่ายติดทุกคน

AI ปรับภาพนี้ในลักษณะ Blue Sky

AI ปรับภาพนี้แบบ Greenary

ภาพนี้ถูกปรับในลักษณะ Sunset

นอกจาก AI แล้ว จุดเด่นเรื่องสีสันของภาพที่จูนโดย Leica ซึ่งมีเอกลักษณ์มาตั้งแต่ Huawei P9 แล้วก็ยังคงอยู่ในรุ่น P20 ครับ ผู้ใช้ก็สามารถปรับโหมดสีภาพจากสีธรรมดา เป็นสีจัดอย่างมีอารยธรรม หรือสีแบบสมูทได้เหมือนเดิม ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ผู้ใช้ Huawei หลงรักสีสันแบบนี้มาตลอด

เว็บแบไต๋เคยคุยกับผู้บริหารของ Huawei ในประเทศจีนถึงแนวคิดในการพัฒนา AI ในสมาร์ทโฟนของหัวเว่ย ก็ได้ความว่าหัวเว่ยต้องการช่วยผู้ใช้ทั่วไปที่อาจไม่เชี่ยวชาญเรื่องการถ่ายรูป ให้ถ่ายรูปได้สวยที่สุด ซึ่ง AI ใน Huawei P20 ก็ถือเป็นก้าวสำคัญของแนวคิดนี้ครับ ที่สมาร์ทโฟนช่วยผู้ใช้คิดว่าต้องถ่ายภาพยังไงถึงจะสวย ต่อไปนี้ถึงเราจะไม่ได้มีความรู้เรื่องการถ่ายภาพ หรือการจัดองค์ประกอบ ก็สามารถถ่ายภาพให้สวยได้ เพราะ AI เป็นตัวช่วย

Portrait Mode ของ Huawei P20 สวยเนียนกว่าเดิม

Portrait Mode หรือโหมดถ่ายภาพบุคคลของ Huawei P20 นั้นใช้เทคนิคกล้อง 2 ตัวเพื่อประมวลผลสำหรับความลึกของภาพ คล้ายกับการทำงานของสายตามนุษย์นะครับ ส่วนในกล้องหน้าก็ใช้ซอฟต์แวร์วิเคราะห์แยกตัวคนออกมาจากฉากหลัง ซึ่งหลังจากพัฒนาต่อเนื่องมาหลายปี โหมด Portrait ของ Huawei P20 นั้นทำงานได้ดี และเนียนตาขึ้นยิ่งกว่าเดิม ใกล้เคียงกับการใช้ DSLR เลนส์โตๆ ถ่ายภาพบุคคลเข้าไปทุกที

ภาพถ่ายในโหมดปกติ

ภาพถ่ายในโหมด Portrait

เราสามารถเข้าใช้โหมด Portrait ใน Huawei P20 ได้ 2 วิธีนะครับ ทางแรกคือ AI ในตัวกล้องจะเปิดใช้โหมดถ่ายภาพบุคคลอัตโนมัติเมื่อตรวจเจอภาพบุคคล อีกทางหนึ่งหรือปัดฟังก์ชั่นในแอปกล้องเป็น Portrait เพื่อใช้งานก็ได้ครับ โดยในโหมดนี้จะมีคำสั่งย่อยสำหรับการปรับภาพอีก 2-3 อย่าง คือเปิดใช้การละลายหลังอย่างศิลปิน (เบลอหลังพร้อมทำขอบภาพให้มืดลงอย่างเก๋ๆ) ปรับระดับความเนียนของใบหน้า

3D Lighting Effect เลือกตำแหน่งแสงหลังถ่ายได้อย่างอิสระ

และคำสั่งไฮไลท์ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ใน P20 คือ 3D Lighting Effect เลือกทิศทางของแสงที่จะเข้าใบหน้าได้ โดยมีโหมดแสงให้เลือกหลายแบบ และที่เก๋คือผู้ใช้สามารถปรับตำแหน่งแสงด้วยตัวเองหลังจากถ่ายรูปไปแล้วได้ด้วย!

ภาพจากกล้องหน้าแบบ Portrait

Night Mode เปิดหน้ากล้อง 6 วินาทีโดยไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง

ความน่าเบื่ออย่างหนึ่งของการถ่ายภาพกลางคืนคือ ถ้าจะถ่ายภาพให้สวยจริงๆ ก็ต้องใช้ขาตั้งกล้อง ความน่าเบื่อนี้มีมาตั้งแต่ยุคกล้องใหญ่ SLR แล้ว แต่ Huawei P20 แก้ไขเรื่องนี้ไปแล้วในระดับหนึ่งด้วย AIS หรือ AI Image Stabilizer ที่ระบบปัญญาประดิษฐ์จะทำงานเพื่อชดเชยการสั่นไหวให้ (เราไม่แน่ใจว่าใน P20 นั้นมี OIS หรือระบบป้องกันภาพสั่นไหวด้วยเลนส์ไหม แต่ใน P20 Pro มีการแกะกล้องออกมาแล้วว่ามี OIS)

หลักการทำงานของ Night Mode แบบที่ไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้องของ Huawei P20 คือแบ่งการถ่ายภาพออกเป็นช่วงๆ เช่นถ่ายภาพนาน 4 วินาที อาจจะแบ่งถ่ายครั้งละวินาทีออกมา 4 ภาพ แล้วใช้ AI ปรับตำแหน่งทุกภาพให้เท่ากัน แล้วเอาผลที่ได้มาซ้อนกัน ทำให้ได้ภาพที่สว่างขึ้นกว่าการถ่ายภาพตามปกติ และไม่ต้องใช้ขาตั้งกล้อง

ซึ่ง Night Mode นี้กล้องจะคำนวนการระยะเวลาการรับแสงและความไวแสงหรือ ISO เองนะครับ ซึ่งสามารถไต่ขึ้นไปได้สูงสุดที่ ISO 102,400 ผ่านการอัปเดทเฟิร์มแวร์เป็นรุ่นที่รองรับความไวแสงสูงขนาดนี้ ทั้งใน Night Mode และโหมดการถ่ายรูปอัตโนมัติธรรมดา ส่วนในโหมด Pro จะดันได้สูงสุดที่ ISO 3,200 ครับ

Slow Motion 960 fps ช้ากว่าที่ตาเห็น 32 เท่า!

Huawei P20 เป็นสมาร์ทโฟนชุดแรกของหัวเว่ยที่มีความสามารถถ่าย Slow Motion ได้ระดับ 960 fps นะครับ หรือให้ภาพช้ากว่าที่ตาเห็น 32 เท่า ซึ่ง P20 สามารถถ่ายภาพจังหวะสั้นๆ 3-4 วินาทีเพื่อมายืดเป็น 10 วินาทีในความละเอียด 720p ได้ ซึ่งภาพวิดีโอที่ออกมานั้นสวยงามแปลกตากว่าที่เห็นในชีวิตประจำวันมากจริงๆ

แต่การถ่ายวิดีโอในโหมดนี้จะต้องมีการเตรียมตัวนิดหนึ่งนะครับ เพราะกดหนึ่งครั้งกล้องจะเริ่มบันทึกวิดีโอและจบอย่างรวดเร็ว แล้วหลังจากนั้น P20 จะใช้เวลาประมวลผลอีกพักหนึ่ง จึงจะได้เป็นตัววิดีโอออกมา ไม่สามารถถ่ายต่อๆ กันได้

นอกจากนี้การถ่ายวิดีโอ Super Slow Motion แบบนี้ต้องถ่ายในพื้นที่แสงเยอะมากๆ เช่นกลางแจ้ง หรือในสตูดิโอที่มีการจัดไฟพอสมควร เพราะกล้องจะทำงานด้วยความเร็วชัตเตอร์สูงระดับ 1/960 s เพราะฉะนั้นหมดสิทธิ์ถ่ายแบบนี้ตอนกลางคืนนะครับ

วิดีโอ Slow Motion 960 fps จาก Huawei P20

ตัวอย่างภาพจาก Huawei P20

ภาพปกติ สีสันสดใส

เมื่อถ่ายแบบซูมเข้าไปก็ยังเห็นรายละเอียดที่คมชัด

ภาพถ่าย Panorama

งานภาพขาว-ดำที่ยังโดดเด่น

ซูมภาพแล้วถ่ายในโหมดน้ำตก ให้สายน้ำที่นุ่มนวล แต่ยังคมชัด

เห็นกล้องแบบนี้แล้ว ราคา 19,990 บาทก็จัดว่าคุ้มนะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!