Tags
| อ้วน
09/07/2024
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 554 days ago
จุลินทรีย์ในลำไส้อาจอยู่เบื้องหลังการลดน้ำหนักที่ล้มเหลว
คุณรู้ไหมว่าในลำไส้ของคุณมีจุลินทรีย์อาศัยอยู่นับล้าน ๆ ตัว และมีหลายชนิดมาก ๆ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถูกเรียกว่าจุลินทรีย์ในลำไส้ หรือ Gut Microbiome ซึ่งถ้าตัวที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เราจะคุ้นหูกับคำว่าโพรไบโอติกส์ โดยเจ้าจิ๋วเหล่านี้ไม่ได้แค่ช่วยเรื่องการย่อยอาหารและการขับถ่าย แต่ความหลากหลายและจำนวนของจุลินทรีย์ในลำไส้บางชนิดอาจส่งผลต่อน้ำหนักตัวของคุณทั้งในทางตรง และทางอ้อม บทความนี้จะพาคุณมาดูหน้าที่ และกลไกของจุลินทรีย์ในลำไส้ที่อาจเป็นตัวการที่ทำให้คุณลดน้ำหนักไม่ได้สักที จุลินทรีย์ในลำไส้กับความหิว-อิ่ม มนุษย์เรามีกลไกในการควบคุมความหิว และความอิ่มด้วยการหลั่งฮอร์โมน เกรลิน (Ghrelin) คือ ฮอร์โมนแห่งความหิวที่หลั่งออกมาจากกระเพาะอาหาร และเลปติน (Leptin) คือฮอร์โมนแห่งความอิ่มที่หลั่งออกมาจากเซลล์ไขมัน ซึ่งข้อมูลงานวิจัยพบว่าหากสมดุลของจุลินทรีย์ภายในลำไส้ของเราไม่สมดุล การหลั่งฮอร์โมนหิวและอิ่มจะเพี้ยนไป คุณอาจจะรู้สึกหิวบ่อยขึ้น อยากอาหารบ่อยขึ้น ทั้ง ๆ ที่เพิ่งกินข้าวไปไม่นาน ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้คุณอิ่มช้าลงด้วย นอกจากนี้ จุลินทรีย์ในลำไส้ยังสัมพันธ์กับความรู้สึกพึงพอใจของอาหารที่กินเข้าไปด้วย แม้ว่าบางทีที่คุณกินอิ่มแล้ว แต่ในเชิงความรู้สึกยังรู้สึกว่ายังไม่สะใจ หนำใจ หรือพอใจจากการกินอาหารเหล่านั้น สุดท้ายแล้วก็นำไปสู่การกินอาหารปริมาณมาก และถี่เกินความจำเป็น จนทำให้คุณอ้วน หรือลดน้ำหนักไม่สำเร็จ จุลินทรีย์ในลำไส้กับการเผาผลาญ และการสะสมไขมัน การกินอาหารแคลอรีต่ำกว่าที่ร่างกายต้องการเป็นสูตรสำเร็จของการลดน้ำหนักที่ใช้กันทั่วโลก แต่ถ้าคุณคุมแคลอรี กินอาหารแคลต่ำ แบบเดียวกับเพื่อนของคุณ ใช้ชีวิตเหมือนกัน แต่คุณกลับน้ำหนักไม่ลด อาจเป็นไปได้ว่าคุณอาจขาดจุลินทรีย์ในลำไส้บางอย่างไป จากข้อมูลการศึกษาบางชิ้นพบว่าร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่ออาหารอย่างเดียวกันแตกต่างกันไป ทั้งในแง่ของพลังงาน…23/01/2024
คาร์ดิโอ และออกกำลังกายแบบแรงต้านลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้มากกว่า
ในปัจจุบันมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากพบว่าการออกกำลังกายส่งผลดีต่อสุขภาพหัวใจ และสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ และการเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้ ไม่ว่าจะออกกำลังกายแบบไหนก็ตาม ทั้งการยกเวท บอดี้เวทเทรนนิง คาร์ดิโอ กีฬา และโยคะ แต่การออกกำลังกายก็เหมือนรสนิยมในการฟังเพลง ถ้าคนไหนชอบการออกกำลังกายแบบไหนก็มักจะออกกำลังกายแค่รูปแบบเดียว อย่างคนชอบวิ่งก็จะวิ่งเยอะมาก ถ้าคนยกเวทก็จะเน้นการยกอย่างเดียวอาจเพราะมาจากความชอบ และเวลาที่จำกัดจึงทำให้ไม่มีเวลาเพียงพอต่อในการออกกำลังกายหลายรูปแบบ แต่การศึกษาล่าสุดจากสหรัฐอเมริกาพบว่าการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ หรือแอโรบิก อย่างการวิ่ง หรือปั่นจักรยาน ร่วมกับการออกกำลังกายแบบแรงต้าน (Resistance training) อย่างบอดี้เวทเทรนนิง การยกน้ำหนักควบคู่กันสามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้มากกว่าการออกกำลังกายแค่รูปแบบใดรูปหนึ่ง ในสหรัฐฯ จำนวน 1 ใน 3 ของคนเสียชีวิตมีสาเหตุมาจากโรคหัวใจ ซึ่งการศึกษานี้เป็นการศึกษาที่ใช้เวลายาวนานกว่า 1 ปีเพื่อหารูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสม และสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดหัวใจและหลอดเลือดที่ได้ผล การศึกษาชิ้นนี้ทำโดยมหาวิทยาลัยไอโอวาสเตต ศึกษาในคน 406 คนที่มีอายุระหว่าง 35 ถึง 70 ปี ผู้เข้าร่วมทุกคนมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ หรือไม่ก็เป็นโรคอ้วน ร่วมกันมีภาวะความดันโลหิตสูง ทีมนักวิจัยได้แบ่งผู้เข้าร่วมออกเป็น 4 กลุ่ม 1) คนที่ไม่ออกกำลังกาย 2) คนที่คาร์ดิโออย่างเดียว 3) คนที่ออกกำลังกายแรงต้านอย่างเดียว และ 4)…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 722 days ago
Read More22/01/2024
ค้นพบเส้นประสาทใหม่จากลำไส้สู่สมอง ที่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงอยากของหวาน และของทอด
น้ำตาล และไขมันเป็นวัตถุดิบที่พบได้ในของอร่อยแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะน้ำหวาน เค้ก ขนมไทย ของทอด หรือข้าวหมูกรอบ ซึ่งอย่างที่รู้กันดีว่าการได้รับสารอาหารพลังงานสูง อย่างน้ำตาล และไขมันเป็นประจำเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพได้หลายชนิด ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ยังคงหาเหตุผลที่แท้จริงไม่ได้ว่าทำไมมนุษย์ถึงหลงใหลในสารอาหารทั้งสองชนิดเหลือกัน แม้ปัจจุบันจะมีทฤษฎี และข้อมูลมากมายเกี่ยวกับความอยากน้ำตาล และไขมันที่ไม่สิ้นสุดของมนุษย์ เช่น เป็นผลจากสัญชาตญาณการเอาตัวรอดในยุคโบราณ หรือเป็นเพราะพันธุกรรมบางอย่าง การศึกษาล่าสุดจาก Monell Chemical Senses Center ศูนย์วิจัยในสหรัฐฯ ได้ค้นพบวงจรประสาทชุดใหม่ที่เชื่อมต่อระหว่างลำไส้ไปยังสมองของหนูทดลองที่มีหน้าที่กระตุ้นให้เกิดความอยากน้ำตาล และไขมันโดยเฉพาะ ซึ่งสัตว์ชนิดอื่น อย่างมนุษย์ก็อาจมีด้วยเช่นเดียวกัน โดยวงจรชุดนี้ แยกเส้นประสาทที่กระตุ้นความอยากน้ำตาล และความอยากไขมันออกจากกัน ทีมนักวิจัยได้ใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบดูเซลล์ประสาทในระบบประสาทเวกัส (Vagus nerve system) ของหนูที่เชื่อมต่อสมองกับอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงลำไส้ พบว่าเซลล์ประสาทที่ค้นพบใหม่นี้กระตุ้นให้สมองหลั่งสารที่ชื่อ ‘โดปามีน’ (Dopamine) หรือฮอร์โมนความสุขออกมาในระบบให้รางวัล (Brain reward system) ของสมอง ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกดี ดีใจ หรือได้รับความสำเร็จ ก่อนหน้านี้ ในมนุษย์เองก็ค้นพบมาแล้วว่าเหตุผลหนึ่งที่มนุษย์ชอบกินของหวานก็เป็นผลมาจากการหลั่งโดปามีนทุกครั้งที่ได้รับน้ำตาล จนเกิดภาวะเสพติด ทีมนักวิจัยได้ใช้เทคโนโลยีเพื่อกระตุ้นวงจรประสาทชุดนี้ในหนู ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ หนูที่ถูกกระตุ้นตื่นตัว และเริ่มมองหาอาหาร…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 723 days ago
Read More18/01/2024
แค่เดินก็ผอมได้ กับเทคการเดินเพื่อลดน้ำหนัก และมายด์เซตเพื่อเปลี่ยนมุมมองการดูแลตัวเอง
สำหรับคนที่ไม่ใช่สายเฮลตี้แต่แรก อาจคิดว่าการจะผอม และลดน้ำหนักจะต้องออกกำลังกายอย่างหนัก เช่น การวิ่ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน ทั้งที่จริงแล้ว การศึกษาจำนวนมากพบว่าการเคลื่อนไหวแบบง่าย ๆ อย่างการเดินที่เราทำอยู่ในทุกวันก็ช่วยลดน้ำหนักได้ หากคุณทำถูกวิธี นอกจากนี้ ข้อมูลยังพบด้วยว่า หากคุณต้องการเบิร์นไขมันสะสมในร่างกาย การเดินเร็วอาจตอบโจทย์มากกว่าการวิ่งด้วยซ้ำ หลายคนอาจสงสัยว่า ‘ฉันก็เดินอยู่ทุกวัน ไม่เห็นผอมเลย’ ซึ่งในบทความนี้จะมาอธิบายข้อสงสัย เล่าประโยชน์ของการเดิน และวิธีเดินที่ช่วยให้เบิร์นไขมัน และลดน้ำหนักได้มากขึ้นกัน ปรับพื้นฐานเรื่องการเดินกับการลดน้ำหนัก โดยปกติแล้ว การที่คนเราอ้วนขึ้นหรือผอมลงเป็นผลมาจากสมดุลระหว่างการนำพลังงานเข้า และนำพลังงานออกจากร่างกาย ซึ่งการนำพลังงานเข้าก็คือการกินอาหาร ส่วนการนำพลังงานออกมีตั้งแต่กลไกภายในร่างกายที่จะใช้พลังงานเพื่อการดำรงชีวิต ความพร้อมของร่างกาย และอีกอย่างคือการเคลื่อนไหวร่างกาย อย่างการออกกำลังกายนั่นเอง น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจึงหมายถึงการได้รับพลังงานมากกว่าการใช้ และการจะลดน้ำหนักก็ต้องให้ร่างกายใช้พลังงานมากกว่าการได้รับ ดังนั้น แม้ต่อให้เราเดินทุกวันด้วยระยะทางเท่าเดิม เวลาเท่าเดิม แต่เรายังคงกินอาหารมากกว่าการเผาผลาญที่เราใช้ไปในแต่ละวัน ผลลัพธ์ในการลดความอ้วนก็ยังคงเหมือนเดิมนั่นเอง การจะปรับให้การเดินสามารถช่วยลดน้ำหนักได้จึงต้องอาศัยหลายปัจจัยควบคู่ไป ซึ่งจะขอเล่าในหัวข้อถัดไป วิธีเดินอย่างไรให้ผอมลง? การกินแบบเดิม เดินแบบเดิมย่อมให้ผลลัพธ์แบบเดิม แต่ถ้าคุณปรับสิ่งเหล่านี้เพียงเล็กน้อย ให้เวลา และให้ใจกับมันมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ออกมาอาจน่าพึงพอใจกว่าที่คุณคิด ซึ่งวิธีการเดินต่อไปนี้ช่วยได้ 1. เดินให้นานขึ้น ข้อมูลทางการแพทย์แนะนำให้ออกกำลังกาย 150 นาที/สัปดาห์ เฉลี่ย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 727 days ago
Read More06/06/2023
กินอาหารเร็วเกินไป เสี่ยงอ้วนได้มากกว่า แถมด้วยปัญหาสุขภาพสารพัด
ใครจะไปรู้ว่าพฤติกรรมง่าย ๆ อย่างการกินอาหารที่เร็วเกินไปสามารถเพิ่มความเสี่ยงของน้ำหนักตัวที่มากขึ้นและโรคอ้วนได้ โดยนอกจากโรคอ้วนแล้ว คุณยังเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาด้วย Hack for Health จะมาบอกเล่าถึงสาเหตุว่าทำไมการกินอาหารเร็วเกินไปจึงส่งผลเสียและวิธีไหนที่จะช่วยให้คุณกินอาหารได้สุขภาพดีมากขึ้น ทำไมการกินข้าวเร็วเกินไปถึงส่งผลเสีย? โดยปกติแล้ว หลังจากที่เราเริ่มกินอาหารและอาหารถูกลำเลียงไปยังกระเพาะอาหารและลำไส้ สมองเราอาจใช้เวลาราว 20–30 นาทีเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายของเรารู้สึกอิ่ม ซึ่งการกินเร็วมากเกินไปจึงอาจทำให้คุณอาหารในปริมาณที่มากกว่าเดิม เพราะยังไม่รู้สึกอิ่ม จนทำให้ร่างกายได้รับพลังงานมากเกินความจำเป็น เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้น้ำหนักขึ้นและพัฒนาไปเป็นโรคอ้วนได้ ข้อมูลที่รวบรวมจากคนญี่ปุ่นกว่า 3,000 คนพบว่ากลุ่มคนที่กินอาหารเร็วและกินจนกว่าจะรู้สึกอิ่มเสี่ยงต่อการมีน้ำหนักตัวเกิน (Overweight) กว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับคนกลุ่มที่กินช้ากว่า จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่นที่ได้ติดตามพฤติกรรมการกินของคนจำนวน 1,083 คนเป็นเวลากว่า 5 ปี โดยผลลัพธ์พบว่าคนที่กินอาหารเร็วมีความเสี่ยงของโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง และภาวะไขมันเลือดสูง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของกลุ่มอาการอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome) ได้ราว 11.6 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับกลุ่มคนที่กินอาหารด้วยความเร็วปกติและช้า นอกจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นแล้ว การกินอาหารเร็วเกินไปอาจส่งผลต่อสุขภาพในด้านต่อไปนี้ด้วย ปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหาร คนที่กินอาหารเร็วมักจะกินอาหารคำใหญ่กว่าคนทั่วไปและเคี้ยวอาหารน้อยกว่า ซึ่งพฤติกรรมนี้จะเพิ่มภาระให้กับระบบทางเดินอาหาร เพราะต้องหลั่งน้ำย่อยและใช้เวลาในการย่อยอาหารมากกว่าปกติ อาจทำให้ท้องอืด แน่นท้อง และรู้สึกไม่สบายตัวได้ โรคกรดไหลย้อน การกินอาหารปริมาณมาก…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 953 days ago
Read More08/02/2023
กรนแบบไหน ต้องไปหาหมอ?
การกรนเป็นเรื่องปกติที่พบได้เวลานอน ส่วนใหญ่จะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง และพบได้มากขึ้นในคนที่มีน้ำหนักตัวมาก การกรนมีหลายระดับ คุณอาจเคยได้ยินเพื่อนหรือแฟนของคุณกรนเสียงดังจนนอนไม่หลับ บางคนกรนแบบไล่ระดับเสียงก็มีเหมือนกัน นอกจากการกรนจะเป็นปัญหาต่อการนอนของเพื่อนร่วมห้องแล้ว การกรนบางแบบยังเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่เป็นอันตรายได้ด้วย ทำไมถึงกรน? เสียงกรนที่เราได้ยินกันเป็นผลมาจากการที่ทางเดินหายใจส่วนบนแคบลง เช่น เยื่อบุโพรงจมูกบวมทำให้คัดจมูก กล้ามเนื้อขากรรไกร ลิ้น และเพดานอ่อนหย่อนตัวลงจนปิดกั้นทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นทางที่ลมหายใจเข้าและออก พอแรงลมถูกดันออกมาก็ต้องผ่านอวัยวะที่หย่อนตัวและเบียดเสียดกันอยู่ เลยทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนและเกิดเสียงกรนขึ้นนั่นเอง ปัจจัยเสี่ยงบางอย่างอาจทำให้คุณกรนได้มากกว่าคนอื่น เช่น นอกจากนี้ ใครที่พ่อแม่หรือพี่น้องนอนกรนก็อาจจะนอนกรนด้วยเหมือนกัน กรนแบบไหนควรไปหาหมอ? การนอนกรนแบ่งได้ 2 แบบ กรนแบบปกติและกรนแบบอันตราย คนส่วนใหญ่มักกรนแบบปกติ ซึ่งอาจส่งผลให้ตื่นมาเจ็บคอ คอแห้ง นอนหลับได้ไม่เต็มที่ และอาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องความสัมพันธ์จากการนอนกรนด้วย ส่วนกรนแบบอันตรายเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ชื่อว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) ลักษณะเป็นการกรน ๆ หยุด ๆ เป็นช่วง โดยช่วงที่หยุดกรนเป็นผลมาจากทางเดินหายใจส่วนบนถูกปิดกั้นทั้งหมด หมายความว่าลมหายใจไม่สามารถผ่านไปได้เลย ส่งผลให้การแลกเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และออกซิเจนหยุดไปชั่วขณะ สมองและร่างกายจึงขาดออกซิเจน ความรุนแรงขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่หยุดหายใจ โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5 ครั้ง/ชั่วโมง ในรายที่รุนแรงอาจหยุดหายใจถึง 30 ครั้ง/ชั่วโมงเลยทีเดียว หากเกิดภาวะหยุดหายใจถี่ขึ้นก็ยิ่งเป็นอันตราย เพราะเท่ากับว่าสมองขาดออกซิเจนมากขึ้นเรื่อย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1071 days ago
Read More01/09/2022
Brendan Fraser เปิดใจ ถึงความลำบากในการใส่บอดี้สูทแสดง ‘The Whale’
นักแสดง เบรนแดน เฟรเซอร์ (Brendan Fraser) เปิดใจเกี่ยวกับชุดบอดี้สูทที่เขาใส่ขณะถ่ายทำหนังเรื่อง 'The Whale' ซึ่งชุดบอดี้สูทดังกล่าวมีน้ำหนักมากถึง 136 กิโลกรัม ทำให้เขาเดินไปเดินมาในกองถ่ายได้ลำบากกว่าปกติ ชุดเทียมที่เฟรเซอร์สวมใส่นั้น ถูกสร้างขึ้นจากช่างฝีมือ อาเดรียน โมร็อต (Adrien Morot) ซึ่งเขานั้นได้สร้างชุดบอดี้สูทนี้ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ พิมพ์ออกมาเป็นส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฟรเซอร์ได้อธิบายหน้าตาของชุดนี้ ใน Vanity Fair ว่า "จากที่ผมได้ดูชุดอื่น ๆ ที่เคยใช้ในการแสดงมาตลอดหลายปี ปกติแล้วชุดนี้จะมีไว้ให้ตัวละครที่บทน้อย ๆ แต่ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม เรื่องตลกคือ ชุดนี้มันช่างท้าทายแรงโน้มถ่วงเสียจริง ” "การสวมชุดนี้ในกองถ่ายแต่ละวันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะมันทั้งยุ่งยาก และไม่ค่อยสบายตัวนัก ส่วนลำตัวชุดก็เหมือนอย่างกับเสื้อแจ็กเก็ตมีแขนเสื้อที่ถูกแอร์บรัชให้เหมือนผิวของมนุษย์ จนถึงส่วนผมที่นำเส้นผมแต่ละเส้นมาเจาะใส่ในบอดี้สูท" ตามรายงานของ Vanity Fair ระบุว่า เฟรเซอร์ต้องใส่บอดี้สูทน้ำหนัก 23 ถึง 136 กิโลกรัมระหว่างการถ่ายทำในแต่ละฉาก ซึ่งตัวเฟรเซอร์เองก็มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหวจากชุด จนต้องให้หลายคนช่วยพยุงให้เขายืนขึ้น นั่งลง…ปัญญา เสือสิงห์ | 1231 days ago
Read More25/03/2022
เผยเคล็ดลับของความอ้วน! การศึกษาพบว่าแพนด้าน้ำหนักขึ้นเพราะกินใบไผ่
มนุษย์เรารู้จักกับแพนด้ามาอย่างยาวนาน เจ้าเพื่อนตัวกลมนี้เป็นญาติห่าง ๆ ของหมี แถมยังมีของกินที่ชอบเป็นใบไผ่อีกต่างหาก ซึ่งอาหารที่แพนด้าชอบทานนั้น นับเป็นไผ่ถึง 99 เปอร์เซ็นต์เลยล่ะ ถึงแม้ว่าเจ้าเพื่อนตัวกลมนี้จะกินแต่ไผ่ แต่ขนาดตัวของเค้าก็ไม่น้อยไปกว่าหมีเลยพีรพล สดทรัพย์ | 1391 days ago
Read More06/07/2021
Pinterest แบนโฆษณาลดน้ำหนัก เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนคิดบวกต่อร่างกายตัวเอง
พินเทอเรสต์ (Pinterest) แอปโซเชียลมีเดียที่ให้บริการแบ่งปันรูปภาพและวิดีโอประกาศแบนโฆษณาทั้งหมดที่มีข้อความและภาพที่เกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนัก รวมถึงโฆษณาที่มีการดูหมิ่นรูปร่างของคนบางประเภทด้วย นโยบายดังกล่าวยังรวมไปถึงการแบนโฆษณาที่มีคำรับรองที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักและโฆษณาที่อ้างอิงถึงดัชนีมวลกายด้วย โดยการเปลี่ยนแปลงนโยบายได้รับการพัฒนาร่วมกับสมาคมการกินอาหารแห่งชาติหรือ National Eating Disorders Association (NEDA) การวิจัยเบื้องต้นระบุว่าการระบาดใหญ่ของโควิด-19 มีผลกระทบต่อผู้ป่วยที่มีอาการป่วยทางจิตอยู่ก่อนแล้ว ส่วนผู้ที่มีความผิดปกติในการรับประทานอาหารก็เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงเป็นพิเศษเช่นกัน เพราะในช่วงล็อกดาวน์ ผู้คนมีการบริโภคสื่อโซเชียลมีเดียเพิ่มขึ้นมาก ทำให้การเปิดรับข้อความและรูปภาพมีส่วนกระตุ้นให้สภาพจิตใจของคนเหล่านั้นแย่ลง ตามรายงานของบริษัทวิจัยมีเดียเรดาร์ (MediaRadar) ระบุว่าแบรนด์ลดน้ำหนักใช้ประโยชน์จากโฆษณาในช่วงล็อกดาวน์มากขึ้นถึง 89% ระหว่างเดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2564 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว พินเทอเรสต์นับเป็นเครือข่ายโซเชียลที่ใหญ่เป็นอันดับ 14 ของโลก ซึ่งพวกเขามีจุดยืนที่ชัดเจนโดยให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของผู้ใช้งานเป็นหลัก มากกว่ารายได้จากโฆษณา ซึ่งกำลังรณรงค์เรื่องการยอมรับในร่างกายของตนเองมากขึ้นกว่าเดิม 7 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้วและรณรงค์ให้ทุกคนรักตัวเองเพิ่มขึ้น 63 เท่าเช่นกัน ซึ่งพวกเขาหวังว่าจะเป็นการแสดงให้ทุกคนได้เปลี่ยนทัศนคติให้มองร่างกายของตัวเองไปในแง่บวกมากขึ้น อ้างอิง พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสสรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1653 days ago
Read MorePR Partners
See All13/01/2026
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 1 days ago
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์26/12/2025
Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม
กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 19 days ago
Read More
















