Tags
| Health
01/09/2023
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 886 days ago
ประโยชน์ของข้าวโอ๊ต เหมาะสำหรับคนลดน้ำหนักแถมดีต่อสุขภาพ
ข้าวโอ๊ต เป็นหนึ่งในอาหารโปรดของนักโภชนาการหลายคน เพราะเชื่อว่าเป็นอาหารที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายสูง บางคนเลือกรับประทานข้าวโอ๊ตในช่วงลดน้ำหนัก ซึ่งก็ได้ผลอย่างดี ปัจจุบันข้าวโอ๊ตมีจำหน่ายมากมายหลายยี่ห้อ ขณะเดียวกันก็มีการนำมาแปรรูปเป็นรูปแบบของนมข้าวโอ๊ตพร้อมดื่ม ที่ให้สารอาหารมากมายที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ข้าวโอ๊ตกับประโยชน์ด้านสุขภาพ ข้าวโอ๊ตอุดมไปด้วยสารอาหาร มีโปรตีนมากกว่าธัญพืชส่วนใหญ่ และยังมีวิตามิน แร่ธาตุอีกมากมาย ประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เส้นใยที่ละลายน้ำได้ที่เรียกว่าเบตากลูแคน ซึ่งช่วยระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยข้าวโอ๊ตมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ได้แก่ 1.สุขภาพลำไส้ เส้นใยที่ละลายน้ำได้ เบตากลูแคน ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติและป้องกันอาการท้องผูก นอกจากนี้ยังช่วยให้แบคทีเรียในลำไส้แข็งแรง ซึ่งอาจลดอาการลำไส้แปรปรวนและปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อื่น ๆ ได้ 2.ลดคอเลสเตอรอล เส้นใยที่ละลายน้ำได้ เช่น เบตากลูแคนในข้าวโอ๊ตช่วยลดคอเลสเตอรอล ในการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้ที่รับประทานรำข้าวโอ๊ตมีคอเลสเตอรอลรวมลดลง 23% นักวิจัยจึงเชื่อว่ากลไกหลายอย่างในร่างกายมีผลต่อการลดคอเลสเตอรอล 3.สุขภาพหัวใจ ข้าวโอ๊ตมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า avenanthramides สูง ซึ่งไม่พบในธัญพืชชนิดอื่น สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้จะช่วยลดการอักเสบและผ่อนคลายหลอดเลือด ทำให้สุขภาพของหัวใจดีขึ้น 4.การควบคุมน้ำตาลในเลือด เส้นใยที่ละลายน้ำได้ในข้าวโอ๊ตบางชนิดสามารถป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นหลังมื้ออาหารได้ ปริมาณน้ำตาลในเลือดของข้าวโอ๊ตแปรรูปน้อยอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง ทำให้ข้าวโอ๊ตเป็นคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ขณะเดียวกันผู้ที่เป็นโรคเบาหวานควรหลีกเลี่ยงข้าวโอ๊ตสำเร็จรูปซึ่งมีดัชนีน้ำตาลในเลือดสูง 5.การควบคุมน้ำหนัก การรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ข้าวโอ๊ตจะทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้อง ซึ่งจะทำให้โอกาสที่คุณจะกินมากเกินไปน้อยลง และเส้นใยพิเศษในข้าวโอ๊ตอย่างเบตากลูแคน จะทำให้เพิ่มความหนืดในทางเดินลำไส้และอาจทำให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น…19/07/2023
ตื่นมาแล้วรู้สึกเมื่อยไม่สบายตัว เพราะ “ท่านอน” ไม่ดีหรือเปล่า ?
การนอนหลับ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยส่งเสริมสุขภาพร่างกายโดยรวม และเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพในวันต่อ ๆ ไป แต่นอกเหนือจากการนอนหลับแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ “ท่านอน” เพราะหากคุณหลับไปโดยท่านอนที่ไม่เหมาะสม จากที่ตื่นมาแล้วรู้สึกสดชื่น สบายตัว อาจทำให้เกิดอาการปวดเมื่อย หรือส่งผลเสียต่อสุขภาพตามมาได้ 4 ท่านอนที่ไม่ดีต่อสุขภาพ 1.ท่าทารกในครรภ์ ท่าทารกในครรภ์ หมายถึงท่าที่เกี่ยวข้องกับการก้มศีรษะไปข้างหน้า โก่งหลัง งอสะโพก และงอเข่า ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจมีส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้รับผลกระทบ การนอนในท่านี้เป็นเวลานานสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาต่อไปนี้ 2.นอนคว่ำหน้า การนอนคว่ำถือว่าไม่ดีต่อสุขภาพเพราะจะไปขัดขวางการหายใจ และทำให้กระดูกสันหลังคดงอผิดปกติได้ การหันศีรษะไปด้านใดด้านหนึ่งเมื่อนอนในท่านี้ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้หลังเกิดอาการโค้งงอได้ ทั้งหมดนี้สามารถนำไปสู่การอักเสบและปวดกล้ามเนื้อคอนอกเหนือจากอาการปวดหลัง จึงไม่แนะนำให้นอนคว่ำ 3.กึ่งนั่งกึ่งนอน หากคุณกึ่งนั่งกึ่งนอนโดยใช้หมอนหนุนหลังส่วนล่าง ขณะที่ส่วนล่างของคุณอยู่บนเตียงหรือโซฟาในขณะที่คุณเล่นโทรศัพท์ อ่านหนังสือ หรือดูทีวี จะเป็นการก้มคอเป็นเวลานาน เมื่อทำเป็นประจำจะทำให้กระดูกสันหลังทำงานหนักขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดและบวมที่ไหล่ รวมถึงอาการปวดหลังส่วนล่างที่เกิดจากความโค้งของกระดูกสันหลังเมื่อนั่งในท่านี้ 4.วางศีรษะไว้ที่ต้นแขน การนอนโดยวางศีรษะทับต้นแขนจะเกิดการกดทับเส้นประสาทเรเดียลเป็นเวลานาน อาจทำให้เส้นประสาทถูกทำลายได้ ที่พบได้บ่อยที่สุด คือ อาการข้อมือตก ซึ่งเป็นภาวะที่ทำให้ยกมือด้านที่ได้รับผลกระทบได้ยาก กรณีนี้ส่วนใหญ่จะไม่ร้ายแรงและหายไปโดยไม่ได้รับการรักษา ระยะเวลาพักฟื้นแตกต่างกันไปในแต่ละกรณี และอาการมักจะดีขึ้นภายในเวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ท่านอนที่ดีและแนะนำก็คือ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 929 days ago
Read More19/07/2023
ความจริงหรือความเชื่อ ? ช่วยตัวเองบ่อย ๆ เสี่ยงเป็นหมัน!
มีความเชื่อมากมายเกี่ยวกับผลกระทบของการ “ช่วยตัวเอง” หรือ การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองของผู้ชาย และที่มักถูกพูดถึงกันบ่อยครั้งนั่นคือ การช่วยตัวเองบ่อย ๆ อาจทำให้เสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยาก! เพื่อขจัดความกลัวของเหล่าคุณผู้ชายทั้งหลาย Hack for Health จะมาไขข้อเท็จจริงเรื่องนี้ การหลั่งน้ำอสุจิ การมีเพศสัมพันธ์กับการหลั่งน้ำอสุจิเป็นประจำอย่างน้อย 3 หรือ 4 ครั้งต่อสัปดาห์ สามารถช่วยให้สเปิร์มมีคุณภาพที่ดีได้ และสเปิร์มที่แข็งแรงจะมีการเคลื่อนไหวและสัณฐานวิทยาที่ดี โดยการเคลื่อนไหวของสเปิร์ม หมายถึงความสามารถในการว่ายน้ำของตัวอสุจิ และสัณฐานวิทยาของตัวอสุจิ หมายถึงรูปร่างของตัวอสุจิ โดยสเปิร์มปกติจะมีส่วนหัวที่มีรูปร่างในลักษณะที่สามารถเจาะเข้าไปในไข่ได้ง่าย ซึ่งสเปิร์มที่มีรูปร่างผิดปกติอาจไม่สามารถเจาะไข่ได้ เนื่องจากส่วนหัวมีรูปร่างผิดรูป และสเปิร์มที่ว่ายน้ำเก่งจะไปถึงไข่ได้ในไม่ช้า สเปิร์มคุณภาพดี สเปิร์มที่มีคุณภาพดีที่สุดจะถูกผลิตขึ้นเมื่อผู้ชายไม่หลั่งออกมาเป็นเวลา 2-3 วัน หากคุณกำลังพยายามมีลูกตามธรรมชาติ ขอแนะนำให้หยุดการช่วยตัวเองสัก 2-3 วัน แล้วค่อยมีเพศสัมพันธ์ สิ่งนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ของภรรยาคุณได้ โดยการหลั่งของผู้ชายแต่ละครั้งจะปล่อยสเปิร์มออกมาประมาณ 300 ล้านตัว และร่างกายของผู้ชายจะผลิตสเปิร์ม 12,000 ล้านตัวต่อเดือน การช่วยตัวเองทำให้ความไวทางเพศลดลงหรือไม่ ? สำหรับผู้ที่มีปัญหาสมรรถภาพทางเพศ การกระตุ้นที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการช่วยตัวเอง สามารถช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศได้ งานวิจัยชิ้นหนึ่งในปี 2018 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Sexual…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 929 days ago
Read More18/07/2023
อยากยิ้มสวย มั่นใจ ต้องทำ “วีเนียร์” ?
กระแสการทำ “วีเนียร์” กำลังเป็นที่สนใจทั้งในวงการบันเทิง และที่เด่นชัดก็คือวงการนางงาม เพราะเมื่อพูดถึงนางงามสิ่งแรกที่ทุกคนคิดก็คือ การมีรอยยิ้มที่สวยงาม และรอยยิ้มที่สวยงามก็มาจากฟันที่เรียงสวย ขาวสะอาด ดังนั้น “วีเนียร์” จึงตอบโจทย์ความต้องการอย่างยิ่ง หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า “วีเนียร์” คืออะไร และใครจำเป็นต้องทำบ้าง เป็นแค่การดูแลฟันเพื่อความสวยงามอย่างเดียวหรือไม่ Hack for Health มีคำตอบมาให้ทุกคน วีเนียร์ คือ ? วีเนียร์ คือ วัสดุที่ทำขึ้นให้พอดีกับพื้นผิวด้านหน้าของฟัน ช่วยปกปิดรอยแตก คราบสกปรก ช่องว่าง สีของฟัน และความไม่สมบูรณ์ของฟันอื่น ๆ โดยวีเนียร์เป็นหนึ่งในการรักษาทางทันตกรรมเพื่อความงามที่พบได้บ่อยที่สุด มีหลายประเภทให้เลือกขึ้นอยู่กับความต้องการของแต่ละคน โดยช่างเทคนิคจะต้องใช้วัสดุทางทันตกรรมคุณภาพสูง วีเนียร์จะปิดผิวด้านหน้าของฟันเพื่อเพิ่มรอยยิ้มให้สวยงามมากขึ้น โดยการอำพรางจุดบกพร่องของฟันที่อาจทำให้คุณเสียความมั่นใจ วีเนียร์ เหมาะกับใครบ้าง ? การทำวีเนียร์เหมาะกับใครก็ตามที่ต้องการเสริมรอยยิ้มให้ดูดีขึ้น หรือคนที่มีปัญหาความไม่มั่นใจต่าง ๆ เช่น วีเนียร์ เป็นเพียงทางเลือกหนึ่งเท่านั้นหากคุณไม่มีปัญหาฟันผุและโรคเหงือกสามารถทำได้ แต่หากคุณมีปัญหาสุขภาพช่องปากที่ร้ายแรง ควรจัดการกับปัญหาเหล่านั้นก่อนการทำวีเนียร์เพื่อความงาม วีเนียร์ vs ครอบฟัน: ต่างกันอย่างไร? หากเป็น พอร์ซเลนวีเนียร์ จะเคลือบเฉพาะผิวด้านหน้าของฟันเพื่อให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 930 days ago
Read More30/04/2019
นักวิจัยเผย! หากประสาทรับกลิ่นไม่ดี มีแนวโน้มจะเสียชีวิตภายใน 10 ปี
งานวิจัยนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Annals of Internal Medicine นักวิจัยกล่าวว่า ผู้สูงอายุที่ความสามารถของประสาทรับกลิ่นลดลง มีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตภายใน 10 เนื่องจากการทำงานของสมองส่วน Olfactory ลดลง อ้างอิงจากงานวิจัย 1 ใน 4 ของผู้สูงอายุชาวอเมริกันมีประสาทรับกลิ่นแย่ลง แต่พวกเขาไม่สามารถสังเกตได้ชัดเจนเท่ากับน้ำหนักลด หรือประสาทการได้ยินเสียงเสื่อม จากการทดสอบประสาทรับกลิ่นในผู้สูงอายุ 3,000 คน ที่มีอายุระหว่าง 70-79 ปี ของมหาวิทยาลัย Michigan พบว่าภายหลังช่วงการติดตามเป็นระยะเวลากว่า 16 ปี 46% ของผู้สูงอายุที่มีประสาทรับกลิ่นไม่ดีมีโอกาสที่จะเสียชีวิตภายใน 10 ปี และ 28% จากกลุ่มนี้ยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรค Parkinson สมองเสื่อม และ น้ำหนักลดอีกด้วย แล้วทำไมนักวิทยาศาสตร์ต้องมาสนใจเรื่องประสาทการรับกลิ่น และความตายด้วย? เรืองของเรื่องคือโรค Parkinson และ สมองเสื่อม ล้วนเป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับระบบประสาททั้งสิ้น พวกเขาจึงได้ทำการตรวจสอบว่าโรคทั้งสองสามารถส่งผลต่อประสาทรับกลิ่นได้หรือไม่ ซึ่งก็ได้ผลตามคาดคือประสาทการรับกลิ่นนั้นสัมพันธ์กับอาการดังกล่าว นอกจากนี้พวกเขายังทำการตรวจสอบในเรื่องของน้ำหนักเพื่อดูภาวะทุพโภชนาการร่วมอีกด้วย การทดสอบนี้ทำให้เรารู้ว่าประสาทการรับกลิ่นและความตายเชื่อมโยงกันมากกว่า 70% ความสัมพันธ์นี้ไม่แบ่งแยกเชื้อชาติ และ เพศ มันจึงอาจกลายเป็นเครื่องมือการตรวจคัดกรองโรคที่มีประสิทธิภาพอีกหนึ่งอย่าง…Natnaree TK | 2471 days ago
Read More30/04/2019
นักวิทยาศาสตร์เผยหนวดมนุษย์มีแบคทีเรียสะสมมากกว่าขนสุนัข!
สำหรับคุณผู้ชายที่ชอบไว้หนวดยาวคงจะปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปไม่ได้แล้วละ เมื่องานวิจัยจากโรงพยาบาล Hirslanden ในนครซูริก เผยว่าหนวดของมนุษย์มีแบคทีเรียที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากกว่าขนสุนัขที่สกปรกเสียอีก ต้นเหตุของการศึกษาเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องของการเปรียบเทียบแต่อย่างใด แต่มันเกิดจากความสงสัยของนักวิจัยว่า หากเรานำสุนัขและมนุษย์ใช้เครืองสแกน MRI เครื่องเดียวกันมีโอกาศที่จะสามารถแพร่เชื้อแบคทีเรียต่อกันได้หรือไม่ต่างหาก นักวิจัยจึงได้ทำการทดลองเก็บตัวอย่างเชื้อบนหนวดจากผู้ชาย ที่มีอายุระหว่าง 18-76 จำนวน 18 คน และเก็บตัวอย่างเชื้อจากขนสุนัขหลากหลายสายพันธุ์กว่า 30 ตัว แต่สิ่งที่เราค้นพบคือ หนวดของมนุษย์มีแบคทีเรียมากกว่าขนของสุนัข และที่สำคัญหลังจากการใช้เครื่อง MRI แล้ว มนุษย์ยังทำให้เครื่องสแกนปนเปื้อนมากกว่าสุนัขเสียอีก ในการทดลองหนวดขอผู้เข้าร่วมวิจัยทุกคนมีจำนวนแบคทีเรียในระดับที่สูง ส่วนในสุนัขมีเพียง 23 ตัวเท่านั้นที่มีระดับแบคทีเรียบนขนสูง และจำนวนแบคที่เรียที่พบบนหนวดของมนุษย์สามารถทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย หรือติดเชื้อได้ แต่ถึงอย่างนั้นงานวิจัยนี้ไม่ได้จะบอกให้คุณผู้ชายทั้งหลายโกนเคราทิ้งซะเดี๋ยวนี้ เพียงแต่บอกให้คุณรู้ว่ามันเป็นแหล่งสะสมเชื้อนะถ้าจะไว้หนวด คุณต้องดูแลมันดีๆหน่อย และงานวิจัยนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณผู้หญิงจะมีแบคทีเรียน้อยกว่าผู้ชาย พวกคุณคงคิดไม่ถึงหรอกว่าการเข้าออกโรงพยาบาลครั้งหนึ่งพวกคุณทิ้งเชื้อแบคทีเรียไว้ในโรงพยาบาลมากแค่ไหน และเพียงการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อล้างมือมันไม่เพียงพอด้วยซ้ำ อ้างอิงNatnaree TK | 2471 days ago
Read More27/04/2019
นักวิทยาศาสตร์เยอรมนี ประดิษฐ์อวัยวะแบบใสได้สำเร็จเพื่อความละเอียดในการพิมพ์อวัยวะสามมิติมากยิ่งขึ้น!
นักวิทยาศาสตร์ในเยอรมนีได้คิดค้นวิทยาการใหม่ที่ในการสร้างอวัยวะโปร่งใสในการปลูกถ่ายอวัยวะขึ้นมา ด้วยเครื่องพิมพ์สามมิติแล้ว นักวิทยาศาสตร์นำโดย Ali Erturk จากมหาวิทยาลัย Ludwig Maximilians ใน Munich ได้พัฒนาเทคโนโลยีที่ใช่ตัวทำละลายเพื่อสร้างอวัยวะเช่น สมอง และไตโปร่งใสขึ้นมาสำหรับการปลูกถ่ายให้แก่ผู้ป่วย อวัยวะต้นแบบจะถูกนำมาสแกน เพื่อสร้างพิมพ์เขียว การสแกนจะสามารถระบุตำแหน่งหลอดเลือด เซลล์ และเซลล์เฉพาะได้อย่างแม่นยำ หลังจากนั้นพวกเขาจะใช้ Stem Cell เป็นหมึกในการสร้างอวัยวะดังกล่าวผ่านเครื่องพิมพ์สามมิติ และใส่มันลงไปในตำแหน่งที่ต้องการได้ ในขณะที่วิทยาการการพิมพ์สามมิติก้าวหน้าไปมากในโลกอุตสาหกรรมอื่นๆ ทางด้านการแพทย์ก็เช่นกัน แต่สิ่งสำคัญที่ยังขาดอยู่ในงานพิมพ์สามมิตินี้คือรายละเอียดของอวัยวะ เนื่องด้วยก่อนหน้านี้ต้นแบบการพิมพ์จะให้ภาพจากเครื่อง X-Ray หรือการสแกนจาก MRI ทำให้ได้ภาพที่มีความละเอียดต่ำ การสร้างอวัยวะโปร่งใสจึงสามารถช่วยให้เราแก้ปัญหานี้ได้ เราสามารถมองเห็นเซลล์ทุกเซลล์ได้ชัดขึ้นจากการจำลองอวัยวะโปร่งใสนี้ และมันจะช่วยทำให้งานพิมพ์อวัยวะเทียมของเรามีความละเอียดมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามทีมของ Erturk วางแผนที่จะจำลองตับอ่อน และเริ่มพิมพ์มันเป็นอวัยวะแรก หลังจากนั้นพวกเขาจะวางแผนการทำ Bioprinted ภายใน 2-3 ปี และจะตามมาด้วยการพิมพ์ไต ภายใน 5-6 ปีให้หลัง พวกเขาจะทำการทดสอบการปลูกถ่ายอวัยวะที่ได้จากเครื่องพิมพ์สามมิติในสัตว์ก่อนว่าพวกมันสามารถมีชีวิตริดได้หรือไม่จากการปลูกถ่ายดังกล่าว หากประสบความสำเร็จแผนการทดสอบทางคลีนิคจึงจะสามารถดำเนินการได้ภายใน 5-10 ปีถัดไป อ้างอิงNatnaree TK | 2473 days ago
Read More27/04/2019
งานวิจัยใหม่ชี้ ยิ่งเครียด ยิ่งกิน ยิ่งอ้วน!
เชื่อว่าสำหรับหลายๆ คนแล้วการได้กินของหวานในวันที่เครียดจากการเรียน การได้กินชาบู ปิ้งย่างหลังจากวันที่น่าเบื่อในที่ทำงาน หรือแม้แต่การนั่งกินขนมขบเคี้ยวไปเรื่อยๆ คงจะเป็นหนึ่งในความสุขเล็กๆ ในแต่ละวันที่จะทำให้คุณยิ้มสู้กับชีวิตน่าเบื่อไปได้ แต่! สายกินแก้เครียดต้องฟัง เพราะมีงานวิจัยออกมาบอกว่า การกินอาหารในขณะที่เครียด (โดยเฉพาะอาหารที่มีแคลอรี่สูง) จะมีโอกาสอ้วน ได้มากกว่าการกินตอนไม่เครียด งานวิจัยนี้ถูกทดลองในหนู และนักวิจัยังพบอีกว่า ภาวะเครียดสะสมนี่ละที่เป็นแรงผลักดันให้เรากินต่อไปแบบหยุดไม่ได้ นักวิจัยได้ทำการทดลองในหนูและพบว่าหนูเครียดที่ถูกเลี้ยงด้วยอาหารที่มีแคลอรี่สูง มีน้ำหนักตัวเพิ่มมากกว่าหนูไม่เครียดที่ถูกเลี้ยงด้วยอาหารแคลอรี่สูงหลายเท่า กุญแจสำคัญในความอ้วนของหนูที่เครียดทั้งหลายนั้นอยู่ที่ Hypothalamus ส่วนที่ควบคุมการอยากอาหาร และ ความหิว ได้รับผลกระทบมาจาก Amygdala ส่วนที่ควบคุมการตอบสนองต่ออารมณ์ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล ทำให้สมองทั้งสองส่วนสร้างโมเลกุลที่เรียกว่า Neuropeptide Y (NPY) ขึ้นมาตอบสนองต่อความเครียด ทำให้เราอยากอาหารมากยิ่งขึ้น เมื่อนักวิทยาศาสตร์ทดลองกั้นการผลิต NPY ในหนูที่เครียด และให้อาหารที่มีแคลอรี่สูงเช่นเดิม พวกเขาพบว่าน้ำหนักตัวของหนูที่เครียด และ ไม่เครียดที่ถูกเลี้ยงด้วยอาหารแคลอรี่สูงไม่ต่างกันเลย และยิ่งไปกว่านั้นมันยังส่งผลให้ Insulin ทำงานมากขึ้น 10 เท่า ระดับ Insulin ยังจะส่งผลต่อ Amygdala ทำให้ผลิต NPY มากขึ้น ความอยากอาหารก็มากขึ้น ในขณะที่การเผาผลาณแคลิรี่ยังคงเท่าเดิม Herbert…Natnaree TK | 2473 days ago
Read More25/04/2019
เครื่องมือรับกระแสประสาทแปลงเป็นเสียงพูด เพิ่มโอกาสให้ผู้บกพร่องทางประสาทสื่อสารได้อีกครั้ง!
มีผู้ป่วยอาการบกพร่องทางประสาทจำนวนมากที่เมื่อมีอาการป่วยพวกเขาสูญเสียความสามารถในการพูดตามไปด้วย แต่ถึงอย่างนั้นกระแสประสาทที่ถูกส่งไปยังอวัยวะในการพูดอื่นๆ อย่างเช่น กราม กล่องเสียง หรือแม้กระทั้งริมฝีปากไม่ได้สูญเสียความสามารถในการทำงานของพวกมันตามไปด้วย นักวิทยาศาสตร์จาก University of California at San Francisco (UCSF) จึงประดิษฐ์เครื่องมือที่จะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเปล่งเสียงได้อีกครั้งหนึ่ง เครื่องมือนี้จะเป็นตัวกลางในการรับกระแสประสาทที่ถูกส่งออกมาจากสมอง ผ่านเข้าสู่ระบบการวิเคราะห์และคาดเดาคำพูดที่ผู้ป่วยต้องการจะสื่อสารออกมา เทคโนโลยีนี้ไม่ใช้การอ่านความคิด แต่มันเป็นการเรียนรู้การทำงานของประสาทแต่ละเส้นและแปลงกระแสประสาทเหล่านั้นเป็นระบบเสียงเสมือนจริง ทั้งนี้นักวิทยาศาสตร์ยังคงเดินหน้าทดลองในเรื่องของขั้วไฟฟ้าในส่วนที่เชื่อมต่อของประสาทสมอง เพื่อพัฒนาอุปกรณ์ให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นถึงแม้จะไม่เคยได้รับการฝึกใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าวมาก่อนเลยก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นในบางครั้งอุปกรณ์นี้ก็สร้างเสียงแปลกๆ ที่ไม่สามารถแปลความหมายออกมาได้เช่นกัน และโครงการนี้อาจต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะออกมาให้ผู้ป่วยได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย หากอุปกรณ์นี้สำเร็จมันจะสามารถปรับปรุงการสื่อสารให้กับผู้ป่วยเหล่านั้นได้อย่างมาก และจะช่วยให้พวกเขารู้สึกเชื่อมโยงกับสังคมมากยิ่งขึ้น https://youtu.be/kbX9FLJ6WKw อ้างอิงNatnaree TK | 2475 days ago
Read More24/04/2019
ไม่เพียงแค่ข่มขืน! การส่งรูปภาพหรือข้อความอนาจารให้แก่ผู้ที่ไม่ต้องการก็กระทบต่อสุขภาพจิตได้เช่นกัน
ก่อนหน้านี้เราอาจจะเคยได้ยินข่าว ร่วมถึงงานวิจัยต่างๆที่ออกมากล่าวถึงผลกระทบทางจิตใจที่เกิดขึ้นภายหลังการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ยินยอมมาแล้ว แต่สำหรับงานวิจัยนี้จะทำให้เราเห็นว่า การได้รับสื่อข้อความหรือรูปภาพอนาจาร รวมถึงการถูกบังคับให้ส่งรูปเหล่านั้น ก็ส่งผลต่อสภาพจิตใจไม่น้อยเช่นเดียวกัน งานวิจัยนี้ถูกจัดทำขึ้นโดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย Deakin ประเทศออสเตรเลีย ทีมต้องการพิสูจน์สมมุติฐานว่าการส่งภาพอนาจารมีผลต่อสภาพจิตใจหรือไม่จึงได้ทำการคัดเลือกอาสาสมัครเข้ามาทำการทดลอง ซึ่งพวกเขาก็พบว่าการรับ ส่งข้อความอนาจารไม่มีผลกระทบต่อจิตใจ ความเครียด ความวิตกกังวล ความกดดัน รวมถึงการประเมิณคุณค่าในตัวเองต่ำลง หากไม่มีการถูกบังคับเกิดขึ้น งานวิจัยนี้พยายามที่จะอุดช่องว่างของงานวิจัยก่อนหน้า ที่กล่าวว่าผู้ที่ชอบส่งภาพลามกอนาจารเป็นผู้ที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพจิต นักวิจัยกล่าวว่า หนึ่งในความคลาดเคลื่อนบของแนวคิดเรื่องผลกระทบของสุขภาพจิตอยู่ที่ความยินยอม มีงานวิจัยหนึ่งรายงานว่า 52.3% ของวัยรุ่น มีพฤติกรรมการส่งรูปภาพ หรือข้อความเชิงลามกอนาจาร และมีแนวโน้มจะทำอย่างต่อเนื้องถึงแม้ว่าจะไม่ต้องการทำก็ตาม แรงจูงใจในพฤติกรรมนี้คือ การจีบ การเติมเต็มความต้องการของฝ่ายตรงข้าม เป็นต้น และหลังจากการกระทำภายใต้การบีบบังคับจะส่งผลให้สภาพจิตใจแย่ลง รวมถึงบั่นทอนกระบวนการตัดสินใจของแต่ละบุคคล พวกเขาจึงมีแนวโน้มที่จะส่งข้อความเมื่อพวกเขาไม่ต้องการ และที่สำคัญผู้ชายจะได้รับผลกระทบทางสุขภาพจิตมากกว่าผู้หญฺิง ไม่เพียงเท่านั้นทีมวิจัยยังบอกอีกว่าผู้ที่มีพฤติกรรมที่ชอบบังคับผู้อื่นเช่นนี้ มีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมรุนแรงทางเพศ เห็นได้ชัดว่าผู้ที่มีพฤติกรรมบีบบังคับให้ผู้อื่นส่ง/รับ ภาพอนาจาร เป็นอันตรายเช่นเดียวกับขมขืนในโลกออฟไลน์ หวังว่างานการศึกษานี้จะช่วยทำให้คุณทุกคนเข้าใจถึงอันตราย และผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ถูกกระทำ ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมทางเพศที่รุนแรงในโลกความเป็นจริง หรือสังคมออนไลน์มันก็ไม่ควรเกิดขึ้น และไม่มีใครสมควรเป็นเหยื่อของความรุนแรงเหล่านี้ด้วยเช่นกัน อ้างอิงNatnaree TK | 2477 days ago
Read More23/04/2019
งานวิจัยชี้ชุดอาหารสำเร็จรูป ลดการปล่อยมลภาวะได้มากกว่าร้านอาหาร!
ในปัจจุบันนี้ชุดอาหารสำเร็จรูป (Meal Kit) กำลังได้รับความนิยม ด้วยความที่ผู้บริโภคสามารถเลือกรายการอาหารที่ต้องการรับประทาน แล้วให้ทางบริษัทเช่น Blue Apron, HelloFresh และ ร้านสะดวกซื้อบางแห่งจัดส่งวัตถุดิบ พร้อมแนบวิธีทำให้ถึง ทั้งสะดวก สบาย และที่สำคัญยังสามารถช่วยลดการสร้างมลภาวะได้อีกด้วย งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Michigan เปิดเผยว่าการรับประทานอาหารจากชุดอาหารสำเร็จรูป สามารถลดการปล่อย Carbon dioxide โดยเฉลี่ยได้มากกว่าการรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร จุดแตกต่างของการปล่อยมลภาวะอยูที่การใช้ของ ในขณะที่ร้านอาหารจำเป็นจะต้องสั่งซื้อของเป็นจำนวนมากเก็บไว้ที่ร้านค้า ทำให้เกิดการสูญเสียอาหารในครัวเรือนมากขึ้น แต่ชุดอาหารสำเร็จรูปไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อมีรายการสั่งชุดอาหารเข้ามาทางบริษัทจะทำการไปจัดซื้อของที่จำเป็นจะต้องใช้ในการประกอบเมนูนั้นๆมาแล้วจัดส่งให้ลูกค้า การบริการเช่นนี้จึงสามารถลดการใช้ทรัพยากรอาหารอย่างฟุ่มเฟือยได้มากกว่า เมื่อเปรียบเทียบระหว่างกล่องกระดาษหรือพลาสติกที่ห่อในชุดอาหารสำเร็จรูป กับ การทิ้งเศษอาหารจากร้านอาหาร เศษอาหารเหล่านั้นกลับสร้างมลพิษได้มากกว่าเสียอีก ไม่เพียงแค่การปล่อย Carbon dioxide เท่านั้น แต่ชุดอาหารสำเร็จรูปยังสามารถลดอัตราการขากแคลนอาหารในอนาคตได้ (จากการที่สั่งมาพอดีไม่ต้องสั่งของมาเก็บไว้มากมาย พอขายไม่ทันก็ต้องทิ้ง) ลดการใช้เชื้อเพลิงจากการที่ต้องเดินทางไปร้านอาหาร ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วการเดินทางไปร้านอาหารเราปล่อยมลภาวะไปถึง 11% ต่อ 1 ไมล์ ในขณะที่ชุดอาหารสำเร็จรูปสร้างมลภาวะเพียง 4% ต่อ 1 ไมล์ เท่านั้น ถึงแม้บริษัทการขนส่งชุดอาหารสำเร็จรูปเหล่านี้จะยังใหม่ในประเทศไทย แต่ด้วยความสะดวก สบาย และการลดการปล่อยมลพิษแล้วไม่แน่ในอนาคตเราอาจเห็นบริษัทเหล่านี้เติบโตมากขึ้นก็ได้ อ้างอิงNatnaree TK | 2478 days ago
Read More21/04/2019
Heatstroke ภาวะฉุกเฉินที่มาพร้อมกับความร้อนอบอ้าวของประเทศไทย!
จะออกไปไหนต่อไหนทุกวันนี้มองซ้ายแลขวาก็เห็นแต่ไอร้อนพวยพุ่งขึ้นมาทำเอาอยากจะเปิดแอร์นอนฉ่ำๆ หนีร้อนทั้งวันเลยเชียว ใครที่สามารถหลีงเลี่ยงการปะทะกับความร้อนของแดดเมืองไทยได้ก็โชคดีกันไป แต่หากใครหนีไม่ได้ก็ต้องระวังตัวกันหน่อย เพราะว่าอากาศร้อนๆแบบนี้อาจทำให้คุณเสียชีวิตจากอาการ Heatstroke ได้โดยไม่คาดคิด Heatstroke คือ ภาวะที่ร่างกายไม่สามารถปรับสมดุลลดอุณหภูมิภายในร่างกายได้ ส่งผลให้เกิดผลกระทบวงกว้างต่ออวัยวะ และ ระบบต่างๆ ของร่างกาย อาการนี้จำเป็นที่จะต้องได้รับการปฐมพยาบาลอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นภาวะที่มีความเสียงที่จะทำให้เสียชีวิตสูงมาก ผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะมีอาการ Heatstroke ส่วนมากจะเป็นผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง นักกีฬามือใหม่ ผู้ที่กำลังฝึกทหาร ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีน้ำหนักเกิน และผู้ที่ขาดน้ำเป็นต้น ส่วนการสังเกตอาการเริ่มต้นของ Heatstroke ผู้ป่วยจะมีอาการหลักๆคือ วัดอุณหภูมิได้สูงกว่า 40 องศา หน้ามืด วิงเวียน คล้ายจะเป็นลม อ่อนเพลีย ใจสั่น เริ่มเสียการทรงตัว เหงื่อออกมาก (สำหรับบางกรณีก็ไม่มีเหงื่อ ส่วนมากผู้ป่วยมักจะมีเหงื่อออกมากในช่วงแรก หลังจากนั้นจะไม่มีเหงื่อออก) หายใจหอบ กระหายน้ำมาก หากมีอาการเช่นนี้ควรรีบหยุดพักการทำกิจกรรม แล้วนั่งพักในที่ร่ม ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกโดยเร็วที่สุด แต่หากป้องกันไม่ทัน วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับคนเป็น Heatstroke ใช้หลักง่ายๆเลยคือ เมื่อเหตุอาการเกิดจากความร้อนที่มากเกินไปจนร่างกายระบายไม่ทัน เราก็ต้องลดความร้อนออกให้เร็วที่สุด พาผู้ป่วยเข้าพักในที่ร่ม ที่อากาศถ่ายเทสะดวก คลายเสื้อผ้าไม่ให้รัดแน่นจนเกินไป เช็ดตัวผู้ป่วย…Natnaree TK | 2479 days ago
Read More20/04/2019
ประวัติการรักษาผู้ป่วยกว่า 150,000 รายจากศูนย์บำบัดยาเสพติดรั่วบนโลกออนไลน์!
เป็นเรื่องราวใหญ่โตกันเลยทีเดียวเมื่อข้อมูลการเข้ารับการบำบัดอาการติดยาเสพของผู้ป้วย 150,000 ราย ที่ศูนย์ผู้ติดยาเสพติดรัฐ Pennsylvania รั่วไหลบนโลกออนไลน์ สร้างความเสียหายให้แก่ศูนย์การรักษา และตัวผู้ป่วยเป็นอย่างมาก Justin Paine นักวิจัยอิสระได้ค้นพบฐานข้อมูลของ ElasticSearchElasticSearch ซึ่งมีเซ็ทข้อมูลกว่า 5 ล้านเซ็ท ที่ดูเหมือนจะมีข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วยที่เข้ารับการบำบัดตั้งแต่ปี 2016-2018 รวมอยู่ในนั้นด้วย หลังจากที่พบข้อมูลดังกล่าว Paine ได้แจ้งไปยัง ElasticSearch เจ้าของข้อมูลถึงปัญหาที่เขาพบ ให้ระงับการเข้าถึงข้อมูลบนพื้นที่สาธารณะ https://twitter.com/xxdesmus/status/1119241133047996417?ref_src=twsrc%5Etfw%7Ctwcamp%5Etweetembed%7Ctwterm%5E1119241133047996417&ref_url=https%3A%2F%2Fwww.engadget.com%2F2019%2F04%2F19%2Frehab-medical-records-exposed%2F Paine ได้กล่าวถึงวิธีการที่ดีที่สุดในการกู้คืนข้อมูลนั้นไม่ควรส่งผลกระทบต่อผู้ป่วย ในขณะที่ข้อมูลของผู้ป่วย 150,000 คนที่รั่วไหลออกไปนั้นจะเป็นข้อมูลจำนวนไม่มากตามค่ามาตราฐานของทุกวันนี้ก็ตาม แต่การที่ประวัติการรักษา และบำบัดอาการเสพติดยา และข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วยที่หลุดออกไปนั้นจะส่งผลเสียต่อผู้ป่วยในอนาคตได้ อ้างอิงNatnaree TK | 2480 days ago
Read More20/04/2019
EpiWear สายรัดข้อมือเข็มฉีดยา! ทางเลือกใหม่สำหรับคนที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรง
หากคุณมีแนวโน้มที่จะมีอาการแพ้อย่างรุนแรงละก็ คุณคงคุ้นเคยกับการให้ยาเป็นอย่างดีเชียว ยาที่จะให้แก้ผู้ป่วยที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรงจำเป็นที่จะต้องให้อย่างรวดเร็วและทันเวลาก่อนที่จะเกิดิาการร้ายแรงต่างๆตามมาได้ และการพกยาที่ทั้งหนด ทั้งเทอะทะไปไหนมาไหนมันก็คงไม่สะดวกเท่าไหร่ และในกรณีที่แย่ที่สุดมันอาจจะไม่ทันการ นักศีกษาจากมหาวิทยาลัย Rice เล็งเห็นถึงปัญหาข้อนี้จึงได้ประดิษฐ์สายรัดข้อมือที่มาพร้อมกับอุกรณ์บรรจุเข็มฉีดยา Epinephrine ที่มีชื่อว่า "EpiWear" ขึ้นมา ตัวสายรัดข้อมือและอุปกรณ์มีขนาดพอๆกับนาฬมิกาข้อมือ จึงทำให้สะดวกต่อการพกพา และการนำไปใช้งาน เมื่อคุณเกิดเหตุฉุกเฉิน เพียงแค่ถอดอุปกรณ์ แกะเข็มฉีดยาออกมา วางไว้ที่ต้นขาและกดปุ่มเพื่อฉีดยาเข้าไป เพียงเท่านี้คุณก็จะรับยาได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว การออกแบบ EpiWear นั้นคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอย่างมาก ด้วยล๊อค 3 ชั้นที่จะทำให้คุณแน่ใจว่าเข็มฉีดยาจะไม่ออกมาเมื่อคุณไม่ต้องการใช้งานมัน รวมทั้งมีการป้องกันปุ่มกดไม่ให้โดนกดโดยไม่ตั้งใจอีกด้วย EpiWear เป็นอุปกรณ์ต้นแบบที่ยังใหม่มากที่ถูกทำขึ้นมาจากเครื่องพิมพ์สามมิติ แต่นักศึกษาเจ้าของความคิดนี้ก็มีแผนที่จะพัฒนาอุปกรณ์ดังกล่าวให้เหมาะสมกับสถาณการณ์ที่หลากหลายขึ้น อย่างเช่นการใช้งาในตอนกลางคืน ขนาดและการออกแบบที่อาจทำให้เล็กลง รวมถึงอาจเพิ่มคุณสมบัติพิเศษอย่างเช่น มันสามารถเป็นนาฬิกาบอกเวลาได้ในยามที่ไม่ถูกใช้งานเช่นกัน https://youtu.be/_bqMMj9p0dc อ้างอิงNatnaree TK | 2481 days ago
Read More19/04/2019
6 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการนอน ที่จะทำให้สุขภาพของคุณแย่ลง!
หนึ่งในเรื่องที่คนให้ความสำคัญไม่แพ้การออกกำลังกาย และการกิน ก็คงหนีไม่พ้นการนอน และเราเชื่อว่ามีคนอีกหลายคนที่ยังมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการนอนและยังปฏิบัติเช่นนั้นอยู่เรื่อยมา แต่วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับการพักผ่อนของคุณกัน ต้องขอบอกก่อนเลยว่าข้อมูลเหล่านี้เค้าไม่ได้นั่งเทียนเขียนกันมา แต่เค้ามีการศึกษาอย่างเป็นเรื่องเป็นราวจากทีมวิจัยของมหาวิทยาลัย New York เพื่อที่จะหาความเชื่อมโยงกับหลักวิทยาศาสตร์ด้วย ว่าแต่จะมีอะไรบ้างเรามาอ่านกันเลย 1. เราสามารถมีสุขภาพที่ดีได้แม้นอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมง/วัน สำหรับนักธุรกิจ หรือคนบ้างาน นี่อาจไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะแลกชั่วโมงการนอนไปทำอย่างอื่น แต่! นี่เป็นความคิดที่ผิดถนัด การนอนน้อยกว่า 5 ชั่วโมง/วัน จะส่งผลเสียอย่างมากต่อสุขภาพของคุณ ดร. Rebecca Robbins กล่าวว่า มีงานวิจัยมากมายที่สนับสนุนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ทั้งเรื่องของโรคภัยอย่างเช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด ที่อาจจะเกิดขึ้น และอายุที่สั้นลง รวมถึงเธอยังแนะนำอีกว่า อย่างน้อยเราต้องพักผ่อนวันละ 7-8 ชม.เพื่อสุขภาพที่ดีต่างหากถึงจะถูกต้อง 2. ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้านอนจะช่วยทำให้คุณหลับสบายยิ่งขึ้น การดื่มเบียร์สักแก้ว หรือการดื่มไวน์สักนิด อาจจะทำให้คุณง่วงและเข้าใจว่ามันช่วยเพิ่มคุณภาพในการพักผ่อนของคุณให้มากขึ้น แต่ผิดอีกแล้ว! ดร. Rebecca Robbins ได้กล่าวไว้อีกเช่นกันว่า การดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้านอนจะทำให้คุณรู้สึกง่วงนอนจริง แต่มันกลับไปลดคุณภาพการนอนหลับของคุณ แอลกอฮอล์จะรบกวน REM (ระบบการเข้านอนของสมองและการเคลื่อนไหวลูกตา ซึ่งจะมีผลต่อความทรงจำ) นั่นอาจทำให้คุณละเมอได้…Natnaree TK | 2481 days ago
Read More16/04/2019
อีกขั้นของเครื่องพิมพ์สามมิติ ในการนำเนื้อเยื่อมนุษย์มาสร้างแบบจำลองหัวใจสำเร็จ!
เป็นความสำเร็จอีกหนึ่งขั้นของเทคโนโลยีทางการแพทย์ เมื่อทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย Tel Aviv สามารถสร้างแบบจำลองหัวใจได้จากเซลล์ของผู้ป่วยจริงๆ มันอาจฟังดูไม่แปลกใหม่เท่าไหร่กับเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์สามมิติ เพราะก่อนหน้านี้เราเคยได้เห็นความสามารถในการพิมพ์ของมันมามากมายแล้ว แต่คุณอาจจะต้องคิดใหม่เพราะนักวิจัยกลุ่มนี้ใช้เนื้อเยื่อเซลล์ที่ได้จากชิ้นเนื้อของผู้ป่วยแทนหมึกในการสร้างแบบจำลองนี้ขึ้นมา และแบบจำลองนี้ก็มีความละเอียดมากในขนาดที่ว่าสามารถจำลองหลอดเลือด ผนังหัวใจ ลิ้นหัวใจ หรือแม้แต่ตัวกระตุ้นการเต้นของหัวใจได้เลยทีเดียว ฟังดูดีใช่ไหมละกับความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์การแพทย์ในครั้งนี้ เพราะนี่อาจหมายถึงการพัฒนาวิธีการดังกล่าวให้จำลองอวัยวะของมนุษย์ได้ในอยาคต แต่ถึงอย่างนั้นแบบลองหัวใจจากเนื้อเยื่อครั้งนี้มีขนาดเล็กเท่ากับหัวใจของกระต่ายเท่านั้น แต่หากวิทยาการนี้ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่แน่ในอนาคตเราอาจจะสร้างอวัยวะที่สามารถใช้ปลูกถ่ายให้แก่ผู้ป่วยได้จริงจากเครื่องพิมพ์สามมิติก็ได้ อ้างอิงNatnaree TK | 2484 days ago
Read More01/04/2019
รู้หรือไม่! คุณใช้พื้นที่สมองเพียง 1.5 MB เท่านั้นในการจัดเก็บข้อมูลการใช้ภาษาของคุณ
ในตอนที่เราเป็นเด็กเริ่มหัดพูด สมองของเราจะไม่รู้ถึงคำศัพท์ที่เราพูดออกไป แต่หลังจากนั้นไม่นานสมองของเราก็จะเริ่มเรียนรู้ความหมายของคำนั้นๆ ได้เองเป็นเรื่องที่ทุกคนรู้กันอยู่แล้ว การเรียนรู้ภาษาตั้งแต่เกิดจนอยุ 18 ปี ที่ดูไม่ใช่เรื่องง่าย ไหนจะคำศัพท์มากมาย รวมทั้งความหมายของคำ แต่วารสารของ Royal Society Open Science ได้ทำการศึกษาหาค่าเฉลี่ยออกมาแล้วว่าคนเราใช้พื้นที่สมองประมาณ 12.5 ล้านบิต ในการเรียนรู้ด้านภาษา ซึ่งอย่างที่ทุกคนรู้บิตคือหน่วยในการเก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ไอทีต่างๆ นักวิทยาศาสตร์เอาหน่วยบิตเข้ามาเปรียบเทียบ เพื่อให้เราเข้าใจขนาดความจำสมองที่ต้องใช้ได้ง่ายขึ้น มันดูเหลือเชื่อใช่ไหมละที่หน่วยการเรียนรู้ด้านภาษาของเรามีขนาดเพียงแค่ 1.5 เมกะไบต์ หรือเทียบเท่ากับเพลง Mp3 ที่มีความยาวหนึ่งนาทีเท่านั้นเอง เหล่านักวิจัยประเมินว่าในวันวันหนึ่งผู้ใหญ่จะใช้พื้นที่เพียง 1,000 - 2,000 บิท เท่านั้นในการเรียนรู้คำศัพท์ และในกรณีที่น้อยที่สุดคือใช้พื้นที่เพียงแค่ 120 บิตเท่านั้น และพื้นที่ 12.5 ล้านบิตนั้นล้วนเป็นพื้นที่ที่ใช้จัดเก็บคลังคำศัพท์ไม่รวมถึงหลักไวยากรณ์ หรือรูปประโยคแต่อย่างใด งานวิจัยนี้ทำให้เราเห็นว่าในความจริงแล้วการเรียนรู้ความหมายของคำศัพท์ จำเป็นมากกว่าการเรียนรู้ทางหลักไวยากรณ์ และ ปัญหาหลักของการเรียนรู้คือ เราจะมีวิธีการเรียนรู้อย่างไรให้จำคำศัพท์เหล่านั้นได้ ส่วนคนที่สามารถจดจำ และเรียนรู้ได้ทั้งสองภาษานั้นนักวิจัยกล่าวว่า ในความจริงแล้วคำศัพท์ มารากศัพท์พื้นฐานที่ค่อนข้างคล้ายกันในด้านความหมายสมองของพวกเค้าจึงไม่จำเป็นต้องมีหน่วยความจำมากึ้นเป็นสองเท่าเพื่อเรียนรู้ภาษาที่สอง อ้างอิงNatnaree TK | 2499 days ago
Read More01/04/2019
สื่ออังกฤษรายงาน! พบหญิงวัย 65 ไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด
วารสาร British Journal of Anesthesia ได้เขียนเรื่องราวสุดประหลาดของหญิงวัย 65 ที่ชื่อว่า Jo Cameron ที่มียีนพิเศษทำให้เธอไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดเลย ปกติแล้วอาการเจ็บปวดเป็นสัญญาณเตือนที่บอกร่างกายถึงอันตรายที่เรากำลังจะได้รับ อย่างเช่นเมื่อคุณจับแก้วน้ำร้อน ร่างกายจะเตือนคุณด้วยความรู้สึกร้อน แล้วดึงมือหนีแต่สำหรับหญิงคนนี้ มันไม่เป็นเช่นนั้น มันจึงทำให้ Jo Cameron โดนเตาอบเผามือของเธออยู่บ่อยครั้ง แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกกลัว หรือวิตกกังวลแต่อย่างใด จนเมื่อเธอเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ในวัย 65 เธอปฏิเสธการรับยาแก้ปวดจากแพทย์ทั้งๆที่คนปกติจะร้องขอยาแก้ปวด เธอจึงถูกส่งตัวไปให้วิสัญญีแพทย์ หลังจากเปิดประวัติการรับยาของเธอ ก็พบว่าเธอไม่เคยรับยาแก้ปวดเลยสักครั้ง แม้กระทั่งในตอนที่เธอคลอดลูก หลังจากพบประวัติที่น่าตกใจ เธอถูกส่งตัวไปศึกษาอาการดังกล่าวต่อที่มหาวิทยาลัย College London (UCL) และ มหาวิทยาลัย Oxford University หลังจากการศึกษาพบว่าเธอมียีนกลายพันธุ์ที่ทำให้เธอไม่มีความรู้สึกเจ็บปวด เธอกล่าวว่า เมื่อก่อนเธอเคยคิดว่าที่เธอไม่รู้สึกเจ็บปวดเป็นเพราะเธอเป็นคนที่มีสุขภาพที่ดีมากแต่ใความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้กังวลอะไรกับความผิดปกติของเธอ การค้นพบนี้เป็นเรื่องสำคัญที่อาจนำเราไปสู่การศึกษาการกลายพันธุ์ของยีนที่อาจหาทางพัฒนาในการรักษาโรค หรือบรรเทาอาการปวดหลังเข้ารับการผ่าผตัดของผู้ป่วยกว่า 300 ล้านคนทั่วโลกได้ในอนาคต อ้างอิงNatnaree TK | 2500 days ago
Read More30/03/2019
นักวิทยาศาสตร์ยืนยัน การดมตดแฟนวันละนิดช่วยให้คุณมีอายุยืนยาวขึ้น!
ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย Exeter ค้นพบว่า การดมตดของคนรักจะช่วยให้คุณมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น หลายคนอาจจะรับไม่ได้ พร้อมกับคิดว่า เจ้าแก๊สเหม็นๆ นี่หรือที่จะช่วยให้เรามีชีวิตที่ยืนยาวขึน แต่อย่างที่บอกงานวิจัยบอกเราว่ามันสามารถช่วยป้องกันโรคได้จริงๆ วารสาร Medicinal Chemistry Communication ได้ตีพิมพ์งานวิจัยนี้ออกมา ในงานวิจัยกล่าวถึงผลกระทบของก๊าซ Hydrogen sulfide ที่เกิดจากมนุษย์ (หรืดตดนั่นเอง) ถึงแม้ว่าการได้รับก๊าซดังกล่าวในปริมาณมากจะทำให้เป็นพิษ แต่นักิจัยกลับค้นพบว่าการดมตดวันละนิด จะช่วยป้องกัน Mitochondrial แหล่งพลังงานหลักของเซลล์ ไม่ให้ได้รับผลกระทบเป็นเหตุให้เกิดอาการเจ็บป่วยตามมาได้ นักวิจัยกล่าวว่าองค์ประกอบของก๊าซในตดสามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง เส้นเลือดในสมอง (Stroke) และ โรคหัวใจได้ อย่างที่เรารู้กันดี หากเราสามารถกำจัดสามโรคนี้ออกไปจากตัวเราได้ เราก็มีโอกาสที่จะมีชีวิตที่ยืนยาวมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นมันยังช่วยป้องกันอาการสมองเสื่อม ลดความดันโลหิตและ โรคไขข้ออีกด้วย ด้วย AP39 หนึ่งในองค์ประกอบของตด เป็นกุญแจสำคัญที่เหล่านักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจ และคาดว่าจะเป็นทางเลือกใหม่ของการรักษาในอนาคต ศาสตราจารย์ Matt Whiteman กล่าวว่า เมื่อเซลล์เกิดความเครียดจากการเป็นโรค เซลล์จะเริ่มสร้าง Hydrogen sulfide ขึ้นมา กระบวนการนี้ทำให้เกิดสาร AP39 ที่จะค่อยๆถูกส่งจากก๊าสเข้าสู่ Mitochondrial อย่างช้าๆ เซลล์ที่เครียดจะได้รับการบำบัดด้วยสารดังกล่าว ทำให้มันแข็งแรงขึ้น…Natnaree TK | 2502 days ago
Read More28/03/2019
ผลสำรวจชี้! วัยรุ่นเสี่ยงมีปัญหาจิตเภทสูงขึ้น จากมลพิษทางอากาศ
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเมื่อมีผลสำรวจจากประเทศอังกฤษชี้ให้เราเห็นถึงผลกระทบของสุขภาพที่แสดงออกมาในรูปแบบของการเห็นภาพหลอน หูแว่ว หรือแม้แต่การหวาดระแวงอย่างรุนแรง ที่เกิดขึ้นกับวัยรุ่นที่อาศัยอยู่ในเมืองที่มีมลพิษทางอากาศสูงมากกว่าวัยรุ่นที่อาศัยอยู่ในเขตชนบท นักวิทยาศาสตร์จาก King's College London ได้ติดตามวัยรุ่น (อายุ 12- 18 ปี) 2,000 คนที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง กึ่งเมือง และ ชนบท พวกเขาพบว่า 1 ใน 3 ของผลการสำรวจ เคยมีประสบการณ์คล้ายๆ จะเป็นโรคทางจิตเภทอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ยกตัวอย่างเช่น พวกเขาบางคนรู้สึกว่ากำลังโดนจับตาดูอยู่ตลอดเวลา หรือได้ยินเสียงที่ไม่รู้ที่มา เป็นต้น และเมื่อนำข้อมูลมาจัดแยก นักวิจัยพบว่าวัยรุ่นที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีมลพิษทางอากาศสูง (เช่นพื้นที่ในเมือง ติดกับถนนที่วุ่นวาย) หากสุ่มวัยรุ่นมา 20 คน จะมี 12 คน ในนั้นที่มีอาการจิตเภท ในขณะที่สำรวจวัยรุ่นที่อาศัยอยู่ในชนบท ทุกๆ 20 คน จะมีเพียงแค่ 7 คนเท่านั้นที่เคยมีประสบการณ์จิตเภท ถึงแม้จะมีปัจจัยหลายอย่างรวมด้วยในการนำไปสู่อาการทางจิตเภท แต่นักวิจัยก็ยืนยันว่า มลพิษทางอากาศก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญเช่นกัน ดร. Joanne Newbury จากสถาบันจิตเวชศาสตร์จิตวิทยาและประสาทวิทยาศาสตร์กล่าวว่าวัยรุ่นที่อาศัยอยู่ในเมืองมีอาการทางจิตเภทมากกว่าวัยรุ่นที่อาศัยในพื้นที่ชนบท ในงานสำรวจครั้งนี้อาจไม่ได้พิสูจน์ว่ามลพิษทางอากาศสามารถทำให้เกิดอาการทางจิตเภทได้…Natnaree TK | 2503 days ago
Read MorePR Partners
See All03/02/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1 hours ago
แจ้งเหตุฉุกเฉิน ! หน่วยกู้ภัย Canva บุก Bangkok Design Week 2026 ปั๊มหัวใจงานดีไซน์ให้ฟื้นคืนชีพ
ใครที่งานออกแบบกำลังเข้าขั้นโคม่า หรือไอเดียกำลังหมดลมหายใจ โปรดทราบ ! "หน่วย Canva กู้ภัยดีไซน์ฉุกเฉิน" (Canva Design Rescue) ได้มาปักหลักกลางงาน Bangkok Design Week 2026 แล้ว ภายใต้ภารกิจสุดเร่งด่วนที่จะเปลี่ยนวิกฤตงานดีไซน์ให้กลายเป็นโอกาส ตามธีมงานปีนี้อย่าง Design S/O/S ลืมภาพบูธแสดงงานทั่วไปไปได้เลย เพราะ Canva ยกขบวนรถกู้ภัยสีสันสะดุดตามาจอดเทียบท่า พร้อมทีมกู้ชีพที่ไม่ได้มาแค่โชว์ แต่มาเพื่อช่วยจริง ๆ ไม่ว่าจะพรีเซนเทชันป่วยใกล้เดดไลน์, เรซูเม่ที่ชีพจรแผ่วเบาเล่าตัวตนไม่ชัด, หรือโปสเตอร์ที่ยังขาดความโดดเด่น02/02/2026
ททท. จับมือ Reignwood ดึงแข้งระดับโลกมาดวลกอล์ฟ ใน Reignwood Icons of Football 2026
ใครจะไปคิดว่าเราจะได้เห็นภาพนี้ในไทย ! สำหรับการแข่งขันกอล์ฟครั้งประวัติศาสตร์ที่รวมตำนานนักเตะระดับโลกมาดวลกอล์ฟกัน ณ สนาม Robinswood Golf Club เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กับ รายการ Reignwood Icons of Football 2026 ปรากฏการณ์นี้เป็นผลงานจากความร่วมมือกันระหว่างทาง เรนวูด กรุ๊ป ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น World Class Event & Sport Tourism Destination โดยการแข่งขันครั้งนี้เป็นแบบแมตช์เพลย์ แบ่งออกเป็น 2 ทีม คือ Team England และ Team World บนพื้นที่กว่า 2,000 ไร่ ของ Reignwood Park จังหวัดปทุมธานี ตัวสนามถูกออกแบบมาเพื่อรองรับทัวร์นาเมนต์ระดับโลก ด้วยขนาด 18 หลุม ความยาวถึง 7,591 หลา รองรับไลฟ์สไตล์ Ultra-Luxury…วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 23 hours ago
Read More29/01/2026
ไฮเออร์ (Haier) พลิกโฉมเซ็นทรัลเวิลด์ ส่ง “เครื่องซักผ้า 3 ถัง” ระดับ Champion ลงสนามปี 69
เมื่อยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 ของโลกอย่าง ไฮเออร์ (Haier) ที่ครองแชมป์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่อเนื่อง 17 ปีซ้อน ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่กำลังจะเปลี่ยน "งานบ้าน" ให้เป็น "ไลฟ์สไตล์ระดับแชมป์" ทางไฮเออร์ตั้งเป้าสู่การเป็น Global Lifestyle Brand อย่างเต็มรูปแบบในปีนี้ เริ่มต้นปีด้วยการเล่นใหญ่ผ่านแฟลกชิปอีเวนต์ ‘Champion Your Haier Life ไฮเออร์ เปิดโหมดแชมป์ให้กับชีวิต’ ป็อปอัพสโตร์ระดับโลกมาแลนดิ้งใจกลางกรุงเทพฯ ณ ลานด้านหน้า CentralwOlrd เป็นครั้งแรก ในงานนี้ ไฮเออร์ได้ชูโรงผลิตภัณฑ์กลุ่ม Champion-Grade โดยเฉพาะนวัตกรรมเครื่องซักผ้าที่จะมาเปลี่ยนการซักผ้าแบบเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่าง Triple-Drum รวบตึงการซัก 3 ถังในรอบเดียว ตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบด้วยเครื่องซักผ้าที่สามารถซักผ้าหลากหลายรูปแบบพร้อมกันได้ในเครื่องเดียว ไม่ต้องรอคิวซักทีละถัง L+ Series จบ ครบ ทั้งซักและอบ ถังซักขนาดใหญ่ถึง 607 มิลลิเมตร โปรแกรมซักอัตโนมัติ 20 รูปแบบ และโหมดขจัดคราบเฉพาะทางมากถึง 26…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More29/01/2026
อว. จับมือ NetDragon – EDA ปั้น “สะพานอัจฉริยะ” พลิกโฉมเด็กไทยสู่ยอดฝีมือ AI แห่งยุคดิจิทัล
ทิศทางของ 'เด็กไทย' ผู้เป็นอนาคตของชาติในยุค AI จะเป็นแบบไหน ผู้ใหญ่ในประเทศก็มีส่วนสำคัญที่จะสนับสนุนและปูทางให้กับพวกเขา ล่าสุด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง NetDragon และ บริษัท EDA (Thailand) ในการขับเคลื่อนประเทศไทยผ่านนวัตกรรม AI ภายใต้แนวคิดการสร้างระบบนิเวศ Learning-to-Career เพื่อผลักดันให้นักศึกษาไทยก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการเรียนรู้ สู่การเป็นบุคลากรคุณภาพที่ตลาดแรงงานทั่วโลกต้องการในยุค AI ไม่ว่าจะเป็น ภายในงาน ดร. พิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการ รมว.อว. ได้ชี้ให้เห็นว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า ทักษะการทำงานจะเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล กระทรวงฯ จึงเร่งเดินหน้าแผน Re-skill และ Up-skill เพื่อลดช่องว่างทางทักษะและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของคนไทย ด้าน ดร. พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. ระบุว่าปัจจุบันได้นำร่องหลักสูตร AI ในมหาวิทยาลัยแล้ว 6 แห่ง และเตรียมขยายผลไปยังสถาบันกว่า 250…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 5 days ago
Read More





























