Tags
| Health
01/09/2023
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1062 days ago
ประโยชน์ของข้าวโอ๊ต เหมาะสำหรับคนลดน้ำหนักแถมดีต่อสุขภาพ
ข้าวโอ๊ต เป็นหนึ่งในอาหารโปรดของนักโภชนาการหลายคน เพราะเชื่อว่าเป็นอาหารที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายสูง บางคนเลือกรับประทานข้าวโอ๊ตในช่วงลดน้ำหนัก ซึ่งก็ได้ผลอย่างดี ปัจจุบันข้าวโอ๊ตมีจำหน่ายมากมายหลายยี่ห้อ ขณะเดียวกันก็มีการนำมาแปรรูปเป็นรูปแบบของนมข้าวโอ๊ตพร้อมดื่ม ที่ให้สารอาหารมากมายที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ข้าวโอ๊ตกับประโยชน์ด้านสุขภาพ ข้าวโอ๊ตอุดมไปด้วยสารอาหาร มีโปรตีนมากกว่าธัญพืชส่วนใหญ่ และยังมีวิตามิน แร่ธาตุอีกมากมาย ประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เส้นใยที่ละลายน้ำได้ที่เรียกว่าเบตากลูแคน ซึ่งช่วยระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยข้าวโอ๊ตมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ได้แก่ 1.สุขภาพลำไส้ เส้นใยที่ละลายน้ำได้ เบตากลูแคน ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติและป้องกันอาการท้องผูก นอกจากนี้ยังช่วยให้แบคทีเรียในลำไส้แข็งแรง ซึ่งอาจลดอาการลำไส้แปรปรวนและปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อื่น ๆ ได้ 2.ลดคอเลสเตอรอล เส้นใยที่ละลายน้ำได้ เช่น เบตากลูแคนในข้าวโอ๊ตช่วยลดคอเลสเตอรอล ในการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้ที่รับประทานรำข้าวโอ๊ตมีคอเลสเตอรอลรวมลดลง 23% นักวิจัยจึงเชื่อว่ากลไกหลายอย่างในร่างกายมีผลต่อการลดคอเลสเตอรอล 3.สุขภาพหัวใจ ข้าวโอ๊ตมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า avenanthramides สูง ซึ่งไม่พบในธัญพืชชนิดอื่น สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้จะช่วยลดการอักเสบและผ่อนคลายหลอดเลือด ทำให้สุขภาพของหัวใจดีขึ้น 4.การควบคุมน้ำตาลในเลือด เส้นใยที่ละลายน้ำได้ในข้าวโอ๊ตบางชนิดสามารถป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นหลังมื้ออาหารได้ ปริมาณน้ำตาลในเลือดของข้าวโอ๊ตแปรรูปน้อยอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง ทำให้ข้าวโอ๊ตเป็นคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ขณะเดียวกันผู้ที่เป็นโรคเบาหวานควรหลีกเลี่ยงข้าวโอ๊ตสำเร็จรูปซึ่งมีดัชนีน้ำตาลในเลือดสูง 5.การควบคุมน้ำหนัก การรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ข้าวโอ๊ตจะทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้อง ซึ่งจะทำให้โอกาสที่คุณจะกินมากเกินไปน้อยลง และเส้นใยพิเศษในข้าวโอ๊ตอย่างเบตากลูแคน จะทำให้เพิ่มความหนืดในทางเดินลำไส้และอาจทำให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น…17/07/2023
มีจริงหรือ ? อาถรรพ์รัก 7 ปี กับคำอธิบายทางจิตวิทยา
หนึ่งในความเชื่อที่เกี่ยวกับความรัก คือ อาถรรพ์รัก 7 ปี ที่หลาย ๆ คนเชื่อว่า เมื่อคู่รักคบกันจนถึงปีที่ 7 ในปีนี้ความรักจะเริ่มสั่นคลอน หรือมีอุปสรรคขนานใหญ่ที่จะเข้ามาทำให้เลิกรากันไป หลาย ๆ คนเชื่อว่าสิ่งนี้คือ “อาถรรพ์” และเริ่มหวาดกลัว มีความกังวล ไม่มีความสุขกับความรักที่อยู่ตรงหน้า แต่คำแนะนำของเราคืออย่าปล่อยให้ อาถรรพ์รัก 7 ทำลายความสัมพันธ์ดี ๆ ของคุณไปเลย ดังนั้นมาทำความรู้จักกับคำอธิบายที่เกี่ยวกับเรื่องราวนี้ในรูปแบบจิตวิทยากันดีกว่า อาถรรพ์รัก 7 ปี มีจริงหรือ ? ในทางจิตวิทยามีการวิจัยน้อยมาก โดยเฉพาะกับคำถามที่ว่า อาถรรพ์รัก 7 ปี นั้นมีอยู่จริงหรือไม่? แต่จากการวิเคราะห์ในเบื้องต้นทำให้เกิดข้อมูลที่น่าสนใจขึ้นมาว่า เมื่อคุณตกหลุมรักครั้งแรก สมองของคุณจะอาบไปด้วยสารสื่อประสาทที่ทำให้คุณรู้สึกดี สารสื่อประสาทเหล่านี้สร้างความตื่นเต้นให้แก่คุณอย่างมาก และทำหน้าที่เป็นแว่นตาปรับเปลี่ยนมุมมอง ทำให้คุณไม่เห็นข้อบกพร่องของแฟนของคุณ และมองว่าทำอะไรก็ดีไปหมด แต่เมื่อสารสื่อประสาทเหล่านี้หมดฤทธิ์ มุมมองที่คุณมีต่อแฟนก็จะเริ่มตรงกับความจริงมากขึ้น คุณจะเริ่มสังเกตเห็นข้อบกพร่องและจุดอ่อนของคนรักมากขึ้น คุณจะเริ่มมองเห็นข้อดี – ข้อเสีย ของคนรักมากขึ้น หลังจากคบกันไประยะหนึ่ง สารเคมีในระบบประสาทที่ทำให้คุณแฮปปี้กับคนรัก จะระเหยไปอย่างมากในช่วงปีที่ 2…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1108 days ago
Read More
14/07/2023
ไม่ต้องใช้ตัวช่วย! วิธีแก้อาการ ‘ตัวบวมน้ำ’ จากโซเดียมด้วยตนเอง
หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าเวลาที่เราเลือกกินอาหารแต่ละชนิดนอกจากจะดูปริมาณแคลอรีอาหารแล้ว สิ่งสำคัญคือ ห้ามลืมดูปริมาณน้ำตาล และปริมาณโซเดียมในอาหารชนิดนั้น ๆ เด็ดขาด โดยอาหารที่มีโซเดียมสูงเมื่อกินเข้าไปตื่นเช้ามาจะเริ่มรู้สึกตัวบวมขึ้น จนเกิดเป็นคำถามว่าเป็นเพราะเราอ้วนขึ้น หรือเราบวมน้ำกันแน่ ? ปัจจุบันมีตัวช่วยในการลดบวมออกมาจำหน่ายมากมาย ที่กำลังได้รับความนิยมจะเป็นในรูปแบบของชาลดบวม แต่ความจริงแล้วคุณสามารถลดบวมได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ได้ผลจริงแถมไม่ต้องเสียเงินอีกด้วย! โซเดียมคืออะไร ? โซเดียมคลอไรด์ (NaCl) เป็นสารประกอบสำคัญที่ร่างกายของเราใช้เพื่อดูดซับและขนส่งสารอาหาร รักษาความดันโลหิต รักษาสมดุลของของเหลว จำเป็นสำหรับการทำงานของเส้นประสาท และช่วยเรื่องการหดและคลายของกล้ามเนื้ออย่างเหมาะสม โซเดียม มักใช้เพื่อเพิ่มรสชาติให้กับอาหาร แต่ก็มีประโยชน์อื่น ๆ อีกหลายอย่างที่สามารถส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของคุณ นอกจากนี้ยังเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการควบคุมสมดุลของของเหลวและอิเล็กโทรไลต์ในร่างกายด้วย ปกติแล้วร่างกายของคนเราต้องการโซเดียมในการทำงาน แต่โซเดียมที่น้อยเกินไปหรือมากเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณได้ เกลือกับโซเดียมต่างกันอย่างไร ? แม้จะมีความจริงที่ว่าหลายคนใช้คำว่าโซเดียมและเกลือแทนกันได้ แต่ก็มีความแตกต่างกัน โดยโซเดียมเป็นแร่ธาตุและสารอาหารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ อาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป เช่น ผักสด พืชตระกูลถั่ว และผลไม้สามารถมีโซเดียมได้ตามธรรมชาติ แต่ประมาณร้อยละ 75 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ของโซเดียมที่เราได้รับมาจากเกลือที่เติมลงในอาหาร น้ำหนักของเกลือมักจะเป็นส่วนผสมของโซเดียม 40 เปอร์เซ็นต์ และคลอไรด์ 60 เปอร์เซ็นต์ ผลกระทบหากร่างกายมีปริมาณโซเดียมมากเกินไป…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1111 days ago
Read More13/07/2023
กินขนมหวานที่มีน้ำตาลสูงทีไร ทำไมหลังจากนั้นถึงง่วงนอนทุกที!
เชื่อว่าเราทุกคนเคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน “กินเค้กหลายชิ้นเข้าไปหลังจากนั้นเริ่มรู้สึกง่วงนอน อยากหลับเต็มที” และเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นคนส่วนใหญ่อาจเข้าใจว่าอาจเป็นเพราะความเหนื่อยล้า อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้มีมากกว่าที่เห็น หากคุณเคยสงสัยว่า “ทำไมฉันถึงรู้สึกเหนื่อยหลังทานอาหารเสร็จ” หรือ “เป็นเรื่องปกติหรือเปล่าที่การกินของหวาน หรือน้ำตาลอาจทำให้ง่วงนอน ?” Hack for Health พาทุกคนมาหาคำตอบไปพร้อม ๆ กัน เกิดอะไรขึ้นในร่างกายของคุณเมื่อคุณกินน้ำตาล ? เมื่อคุณกินน้ำตาลในปริมาณมาก ร่างกายของคุณจะเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง กล่าวคือ ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณพุ่งสูงขึ้นซึ่งเป็นการตอบสนองปกติต่อน้ำตาลที่คุณกิน ท้ายที่สุดแล้วอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตที่ดูดซึมง่ายจะทำให้เกิดการดูดซึมกลูโคสอย่างรวดเร็ว โดยกลูโคสจะเข้าสู่กระแสเลือด และกระตุ้นการหลั่งอินซูลินจากตับอ่อน อินซูลินในกระแสเลือดของคุณจะช่วยนำกลูโคสจากเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อให้พวกมันสามารถใช้เป็นแหล่งเชื้อเพลิงได้ ในที่สุดหลังจากรับประทานอาหาร ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณจะกลับมาลดลงอีกครั้ง เมื่อเวลาผ่านไป ปัจจัยต่าง ๆ อาจทำให้ร่างกายเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นจุดที่เซลล์ของคุณไวต่ออินซูลินน้อยลง จึงไม่สามารถขนส่งกลูโคสจากกระแสเลือดเข้าสู่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงานได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อน นั่นเป็นเหตุผลที่การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาล หรือคาร์โบไฮเดรตสูง โดยเฉพาะเมื่อรวมกับอาหารที่มีไขมันสูงด้วยแล้วสามารถนำไปสู่โรคอ้วนและโรคเบาหวานประเภท 2 ได้ การกินน้ำตาลทำให้ฉันง่วงนอนจริงหรือ ? น้ำตาลที่มากเกินไปอาจทำให้คุณรู้สึกง่วงหรือเหนื่อยล้า โดยมีสาเหตุหลัก 2 ประการที่อาจเกิดขึ้นกับคุณ 1.น้ำตาลและระบบ Orexin ระบบ orexin ประกอบด้วยเซลล์ประสาทคู่หนึ่งที่พบในบริเวณไฮโปทาลามัสของสมอง เซลล์ประสาททั้งสองนี้ถูกขนานนามโดยนักวิจัยว่า OX1R และ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1112 days ago
Read More07/03/2019
อังกฤษพบผู้ป่วยหายจาก HIV หลังปลูกถ่าย Stem Cells เป็นรายที่ 2 ของโลก!
วารสาร Nature รายงานว่า พบผู้ป่วยชายในลอนดอนรายหนึ่งตรวจไม่พบเชื้อ HIV หลังจากได้รับการปลูกถ่าย Stem Cells เพื่อรักษาโรคมะเร็งในต่อมน้ำเหลือง (Hodgkin's cancer) ชายคนนี้ถูกวินิจฉัยว่าติดเชื้อ HIV ในปี 2003 และในปี 2012 เขาก็ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Hodgkin's cancer) เขาจึงเข้ารับการทำ chemotherapy เพื่อรักษามะเร็ง และปลูกถ่าย Stem Cells ผลปรากฏว่าไม่เพียงอาการมะเร็งของเขาเท่านั้นที่ดีขึ้น แต่เชื้อ HIV ของเขาก็หายไปด้วย ทีมแพทย์จึงทำการงดจ่ายยาต้านเชื้อ HIV ให้เขา เป็นเวลา 18 เดือน เพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าเชื้อได้หายไปจริงๆแล้ว และผลที่ได้คือพวกเขาตรวจไม่พบเชื้อ HIV จากชายคนนี้ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของอังกฤษหลายสถาบันที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการรักษาผู้ป่วยรายนี้กล่าวว่า เป็นโชคดีของชายผู้นี้เพราะในเซลล์ของผู้บริจาค Stem Cells ที่ผู้ป่วยได้รับมามี CCR5 พันธุกรรมที่เป็นที่รู้กันดีว่าสามารถต้านเชื้อ HIV ได้ และยิ่งไปกว่านั้นร่างกายของผู้ป่วยก็เข้ากันได้ดีกับ Stem Cells ดังกล่าว ทำให้การตอบสนองต่อการรักษาของเขาได้ผลเป็นอย่างดี จากการรายงานเขาเป็นผู้ป่วยรายที่…Natnaree TK | 2701 days ago
Read More06/03/2019
สัตวแพทย์เตือน อาหารดิบส่งผลต่อเจ้าของและสัตว์เลี้ยง!
ผู้เชี่ยวชาญจาก Vet Record. ออกมาเตือนถึงอันตรายที่มากับเนื้อดิบที่ใช้เป็นอาหารสุนัข หลังพบว่าเนื้อดิบส่วนมากนั้นมีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรียหลายชนิดที่ส่งผลต่อสัตว์เลี้ยงและเจ้าของของมัน นักวิจัยได้ทำการศึกษานี้ในตัวอย่างอาหาร 60 ชนิด จากผู้ผลิต 10 รายในประเทศ สวีเดน นอร์เวย์ ฟินแลนด์ เยอรมนี และอังกฤษ พวกเขาพบว่า จากการตรวจสอบตัวอย่างอาหารดิบทั้ง 60 ชนิด มีการปนเปื้อนของเชื้อ Enterobacteriaceae ซึ่งเป็นตัวชี้วัดการปนเปื้อนอุจจาระ และ 52% จากกลุ่มตัวอย่างมีระดับการปนเปื้อนของเชื้อดังกล่าวที่สูงกว่าค่าที่สหภาพยุโรปกำหนดไว้ สปีชีส์ที่พบส่วนมากไม่เป็นสาเหตุในเกิดการติดเชื้อยกเว้น E.Coli ซึ่งพบ 1 ใน 3 ของตัวอย่าง นอกจากนี้ยังพบเชื้อ Salmonella เชื้อที่สหภาพยุโรปสั่งห้ามพบปนเปื้อนในอาหาร 1 ใน 4 ของตัวอย่าง และพบ Campylobacter 1 ใน 3 ของตัวอย่าง ซึ่งเชื้อทั้งสองสามารถติดต่อผ่านสัตว์ไปสู่คน ทำให้เกิดการแพร่เชื้อจากสัตว์สู่เจ้าของผ่านการเลียได้ Daniella Dos Santos จากสมาคมสัตวแพทย์อังกฤษกล่าวว่า ทางสมาคมไม่แนะนำให้เจ้าของให้อาหารดิบกับสัตว์เลี้ยง เพราะนอกจากจะปนเปื้อนเชื้อต่าง ๆ…Natnaree TK | 2702 days ago
Read More03/03/2019
นักวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้ว! เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่พนักงานควรทำงานแค่สัปดาห์ละ 4 วันเท่านั้น
งาน งาน งาน แค่พูดถึงงานบางคนถึงกับเศร้าเลยทีเดียวที่จะต้องเข้างานเช้า กลับบ้านก็ดึกแถมบางคนยังต้องทำงานนานถึง 6 วัน/สัปดาห์อีกต่างหาก แต่ K.Anders Ericsson ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาในการทำงาน ชี้ให้เห็นถึงผลการทดลองจำนวนมากที่สนับสนุนแล้วว่า ยิ่งทำงานน้อยวัน จะทำให้งานที่ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น งานวิจัยกล่าวว่าจริงๆแล้วคนเราควรทำงานเพียงวันละ 4-5 ชม./วัน เท่านั้นเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด และหากคุณยังคงดึงดันให้พนักงานฝืนทำงานต่อไป นั่นจะเป็นการทำให้พนักงานของคุณเสียสุขภาพ และส่งผลกระทบต่อผลงานของพวกเขา รวมถึงบริษัทในภายภาคหน้า Ryn Carson ผู้บริหาร Treehouse ยืนยันว่าวิธีการดังกล่าวใช้ได้ผลดีมาก เมื่อมองย้อนกลับไปในปี 2006 เขาให้พนักงานทำงาน 32 ชม./สัปดาห์ และผลลัพธ์ที่เค้าได้คือ ผลงานของพนักงานดีขึ้น พวกเขามีความสุขกับงานมากขึ้น ส่งผลให้รายได้ประจำปีของบริษัทเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ส่วน Reusser Design บริษัทพัฒนาเว็บไซต์ก็ออกมายืนยันอีกหนึ่งเสียงเช่นกัน เพราะตั้งแต่ปี 2013 พวกเขาปรับให้พนักงานทำงานเพียง 4 วัน/สัปดาห์ ผลงานของพนักงานก็ดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการทำงานก่อนหน้านี้ ไม่เพียงแต่การทำงาน สำหรับการเรียนของเด็กที่เรียนเพียงแค่ 4 วัน/สัปดาห์ก็มีทักษะทางด้าน การอ่าน และเลข สูงขึ้น 6% และ…Natnaree TK | 2705 days ago
Read More03/03/2019
งานวิจัยชี้! เครื่องเป่ามือในห้องน้ำเป็นตัวกระจายเชื้อโรคใส่มือคุณ
หลังจากเข้าห้องน้ำล้างมือเรียบร้อยแล้วคุณมักจะเจอกับเครื่องเป่ามืออัตโนมัติ ที่เป่าลมร้อนออกมาทำให้มือคุณแห้ง และด้วยความร้อนที่มันพ่นออกมาอาจทำให้ใครหลายคนมั่นใจว่ามือเราจะสะอาด แต่!งานวิจัยล่าสุดบอกว่า พวกมันพ่นเอาเชื้อโรคที่วนในห้องน้ำลงบนมือของเราแทน งานวิจัยล่าสุดนี้ได้ทำการทดลองโดยการน้ำถาดเพาะเชื้อ ไปวางเปรียบเทียบในห้องน้ำของมหาวิทยาลัย Connecticut ถาดแรกจะวางทิ้งไว้โดยไม่มีการเปิดเครื่องเป่ามือเป็นเวลา 2 นาที ส่วนถาดที่ 2 จะวางไว้ในห้องน้ำที่มีการใช้เครื่องเป่ามือ 30 วินาที ถาดทั้งสองจะถูกวางในระยะห่างจากตัวพ่น 12 นิ้ว เท่าๆกัน นักวิจัยพบว่ามีจุดเชื้อเกิดขึ้นบนถาดเพาะเพียงแค่ 0-1 จุดในห้องน้ำที่ไม่มีการใช้เครื่องเป่ามือ ในขณะที่มีจุดเชื้อเกิดขึ้น 18-60 ชนิดบนถาดเพาะของห้องน้ำที่ใช้เครื่องเป่ามือ และในขั้นสุดท้ายของการทดลองนักวิจัยได้ลองใส่แผ่นกรอง HEPA ในเครื่องเป่ามือและทำการทดลองเช่นเดียวกัน พบว่าจำนวนเชื้อที่ขึ้นบนถาดเพาะลดลง แต่ไม่ว่าจะมีแผ่นกรองหรือไม่ เชื้อที่ตรวจพบได้ก็ยังคงมีจำนวนมากอยู่ดี และหนึ่งในเชื้อที่ตรวจพบคือ Staphylococcus aureus แบคทีเรียซึ่งที่สามารถทำให้เกิดโรคได้หลายโรค นักวิจัยคาดว่าเป็นเพราะเครื่องเป่ามือจะดูดอากาศที่อยู่ภายในห้องน้ำเข้าไปผ่านการทำความร้อน และพ่นออกมาใหม่ นั่นทำให้มีเชื้อจำนวนมากถูกพ่นออกมาพร้อมกับอากาศด้วย นอกจากนี้นักวิจัยยังได้ลองทำการทดสอบเช่นเดียวกันกับห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆ ห้องวิจัยเชื้อ PS533 และพบว่าภายในห้องน้ำมีการแพร่เชื้อ PS533 เกือบทั่วห้องน้ำนั้น งานวิจัยนี้อาจทำให้ผู้เกี่ยวข้องตระหนักถึงความสำคัญในการเฝ้าระวัง และป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อมากขึ้น และที่สำคัญมันจะช่วยทำให้เรารู้ด้วยว่าเครื่องเป่ามือไม่ได้สะอาดอย่างที่เราคิดกัน อ้างอิงNatnaree TK | 2705 days ago
Read More02/03/2019
งานวิจัยชี้! ‘ดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสุขภาพ’ คำนี้ใช้ได้แต่กับผู้สูงอายุเท่านั้น
นักดื่มหลายคนคงเคยได้ยินวลีที่กล่าวว่า 'การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะช่วยให้สุขภาพดี' และใช้มันเป็นข้ออ้างในการออกไปดื่มอยู่บ่อยๆใช่ไหมคะ แต่งานวิจัยล่าสุดที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Studies on Alcohol and Drugs บอกกับเราว่าวลีที่ว่านี้ใช้ได้กับผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี เท่านั้น! จากการเก็บข้อมูลในอเมริการะหว่างปี 2006 - 2010 รวมถึงเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องทางการแพทย์ เกี่ยวกับการเสียชีวิตจากแอลกอฮอล์ (โรคต่างๆ และอุบัติเหตุที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกี่ยวข้อง) กว่า 54 เงื่อนไข พบว่า ผู้เสียชีวิตจากการมีแอลกอฮอล์เกี่ยวข้อง 36% มีอายุระหว่าง 20- 49 ปี ในขณะที่ ผู้มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปมีผู้เสียชีวิต 35% ส่วนการเสียชีวิตจากการดื่มแอลกอฮอล์ในอายุ 20 - 49 ปี มีสูงถึง 60% ในขณะที่ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปเสียชีวิตจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพียงแค่ 15% เท่านั้น และเมื่อนักวิจัยพิจารณาไปถึงประโยชน์จากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อดูแลสุขภาพ พบว่าในคนที่มีอายุระหว่าง 20 - 49 ปี แอลกอฮล์ช่วยดูแลสุขภาพของคุณได้เพียง…Natnaree TK | 2706 days ago
Read More01/03/2019
ศพกระจายสารกัมมันตภาพรังสีทั่วเมรุในรัฐ Arizona!
เรื่องนี้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร JAMA เมื่อวันที่ 26 กุมพาพันธ์ที่ผ่านมานี้เอง ว่ามีการตรวจพบสารกัมมันตภาพรังสีแผ่กระจายอยู่ทั่วเตาเผาศพแห่งหนึ่งในรัฐ Arizona เมื่อสืบทราบว่าก่อนหน้านี้ได้มีการเผาศพของชาววัย 69 ปี ที่เสียชีวิตด้วยเนื้องอก 2 วันก่อนการเสียชีวิต แพทย์ได้ทำการฉีดยาที่เป็นสารกัมมันตภาพรังสีเพื่อลดขนาดเนื้องอกให้เขา แต่น่าเสียดายที่มันไม่ได้ผล และ หลังจากนั้น 5 วันศพของเขาก็ถูกนำมาเผาที่เตาแห่งนี้ หลังจากการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยเครื่อง Geiger-counter รอบลานเผาศพพบว่ายังคงมีสารกัมมันตภาพรังสีหลงเหลือสูงสุด 25,000 ครั้ง/นาที รอบลานเผา นั่นหมายความว่า ผู้ที่สัมผัสอุปกรณ์เหล่านี้โดยตรงจะได้รับสารกัมมันตภาพรังสี 7.5 มิลลิเล็ม/ชม. รวมถึงการตรวจปัสสาวะของคนงานเผาศพ พบว่ามีสารดังกล่าวปนออกมาด้วย นักวิจัยรายงานว่าถึงแม้คนงานจะได้รับสารกัมมันตภาพรังสีในปริมาณน้อย แต่หากมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยๆก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน อีกหนึ่งข่าวดีคือ lutetium 177 (สารที่ถูกฉีด) มีค่าครึ่งชีวิตสั้นนั่นหมายความว่า มันจะไม่แพร่กระจายในบริเวณพื้นที่นั้นๆนานมาก แต่ในอนาคตนักวิจัยเสนอว่า ควรมีข้อกำหนดเกี่ยวกับสารกัมมันตภาพรังสีที่ใช้รักษา หรือกฎข้อบังคับในการเผาศพที่ถูกฉีดสารดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากกัมมันตภาพรังสีที่อาจเกิดขึ้นได้ อ้างอิงNatnaree TK | 2707 days ago
Read More01/03/2019
นอนยาวเสาร์-อาทิตย์ ชดเชยการนอนไม่พอระหว่างสัปดาห์ได้จริงหรือ?
‘วันนี้นอนไม่พอไม่เป็นไร เดี๋ยวเสาร์ – อาทิตย์ได้หยุด ก็นอนชดเชยเอาก็ได้’ หลายคนคงเคยมีความคิดแบบนี้ใช่ไหมคะ ว่าการนอนมันสามารถเก็บชม. ทบต้นทบดอกในวันถัดๆ ไปได้ แล้วความคิดนี้มันจริงรึเปล่านะ? หรือว่าจริงๆแล้วเราคิดกันไปเอง? Chris Depner ผู้ช่วยศาสตราจารย์วิจัยด้านสรีรวิทยา จากมหาวิทยาลัย Colorado นำทีมนักวิจัยหาคำตอบในเรื่องนี้ไว้แล้วค่ะ ในการทดลอง เขาได้นำอาสาสมัครสุขภาพดีจำนวน 36 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 18 – 39 ปี มาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน และ ทั้งสามกลุ่มจะถูกเก็บตัวอยู่ที่ห้องทดลองทั้งหมดสองสัปดาห์ (36 คน บางคนอาจะมองว่าน้อยนะคะ แต่นักวิจัยเค้าลงความเห็นกันแล้วว่า คนจำนวนเท่านี้กับการทดลองดังกล่าว เป็นตัวแทนของผลลัพธ์ที่มากพอแล้วค่ะ) โดย กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มควบคุมการนอน กลุ่มนี้จะถูกจำกับการนอนเพียงแค่ 5 ชม. / คืนเท่านั้น กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มสุดสัปดาห์ พวกเขาจะถูกจำกัดการนอน 5 ชม. เพียงแค่ 5 วัน เท่านั้น…Natnaree TK | 2707 days ago
Read More01/03/2019
งานวิจัยชี้ ผู้สูงอายุที่นั่งดูโทรทัศน์ มากกว่า 3.5 ชม/วัน เสี่ยงความจำเสื่อมเร็วขึ้น!
ถึงแม้ว่าความเสื่อมของสมองเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นตามวัยอยู่แล้ว แต่ล่าสุดนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย King's College ในลอนดอน แสดงให้เราเห็นแล้วว่าการใช้เวลาส่วนมากนั่งดูโทรทัศน์จะทำให้ความจำเสื่อมเร็วขึ้น จากการทดสอบในคน 3,500 คน ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ตลอดระยะเวลาการติดตาม 6 ปี (2008 – 2014 ) โดยการทดสอบจำชุดคำศัพท์ พบว่า ผู้สูงอายุที่ใช้เวลาอยู่กับหน้าจอโทรทัศน์มากกว่า 3.5 ชม. มีแนวโน้มที่จะมีความจำลดลง 8 – 10 % ส่วนผู้สูงอายุที่ใช้เวลาดูโทรทัศน์น้อยกว่านั้น มีความจำลดลง 4 – 5 % เท่านั้น นักวิจัยกล่าวว่า การนั่งดูโทรทัศน์เป็นเวลานานๆ ทำให้สมองไม่ได้รับการใช้งาน เช่นเดียวกับการพัฒนาสมองในเด็กที่จะช้าลงเมื่อดูสื่อต่างๆผ่านจอเป็นระยะเวลานาน แต่สำหรับผู้สูงอายุจะทำให้เกิดความเสื่อมได้ ทั้งนี้ในงานวิจัยไม่ได้ชี้ชัดถึงประเภทของรายการโทรทัศน์ว่ามีความเกี่ยวข้องกับความเสื่อมของสมองต่างกันหรือไม่ Dame Til Wykes ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาคลินิก และ การฟื้นฟูสมรรถภาพจากมหาวิทยาลัย King's College กล่าวว่า งานวิจัยนี้เป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดภาวะความจำเสื่อมในผู้สูงอายุได้ ดังนั้นไม่ต้องหวั่นวิตกไป แต่จากผลงานวิจัยทำให้เราเห็นถึงความสำคัญในการใส่ใจผู้สูงอายุมากขึ้น ผู้ดูแลผู้สูงอายุ…Natnaree TK | 2707 days ago
Read More26/02/2019
ไม่ต้องทำ Chemo ก็อาจรักษามะเร็งได้! นักวิทยาศาสตร์พบวิธีการรักษามะเร็งโดยใช้อาวุธลับที่อยู่ในเซลล์ของเราแล้ว!
เป็นที่รู้กันดีว่า มะเร็งเป็นหนึ่งในโรคร้ายที่มีอัตราการเสียชีวิต 10 ล้านคน/ปี และยังคงมีอัตราการตรวจพบโรคมะเร็งมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในปัจจุบันนี้ อัตราเพิ่มสูงถึง 18 ล้านคน/ปี และเนื่องจากการทำ Chemotherapy เป็นการใช้สารเคมีเข้ารักษา นั่นอาจทำให้ร่างกายได้รับผลข้างเคียงที่รุนแรง ทำให้นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจในการหาวิธีการป้องกันรักษาโรคร้ายนี้เป็นอย่างมาก นักวิทยาศาสตร์กล่าวกับวารสาร Nature Communications ถึงข้อมูลจากทีมวิจัยมหาวิทยาลัย Northwestern ว่า พวกเขาพบว่าเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายเรา จะมีรหัสในการทำลายตัวเองที่อยู่ใน Ribonucleic acid (RNA) และ microRNAs ถึงแม้ว่า ในขั้นแรกของการค้นพบ นักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถถอดรหัสการทำงานของมันได้ก็ตาม แต่เมื่อปีที่แล้ว Marcus E. Peter และทีมค้นพบวิธีการทำงานของรหัสนี้แล้ว ซึ่งนี่อาจเป็นขั้นตอนสำคัญในการกำจัดเซลล์มะเร็งโดยไม่ต้องใช้สารเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ คำว่า 'ทำลายตัวเอง' ของเซลล์ฟังดูน่ากลัว แต่คุณรู้หรือไม่ว่านี่เป็นกระบวนการธรรมชาติ ในทุก ๆ วันมีเซลล์มากกว่าหนึ่งล้านเซลล์ทำลายตัวเอง และร่างกายเราก็กำจัดซากเหล่านั้นได้อย่างรวดเร็วเสียด้วย กระบวนการนี้เกิดขึ้นเมื่อภูมิคุ้มกันเราเริ่มรู้สึกว่าเซลล์นี้กำลังจะกลายเป็นเซลล์ที่อันตราย ระบบภูมิคุ้มกันก็จะทำการส่งสัญญาณ cell-death signals ให้เกิดการทำลายตัวเองไปยังเซลล์นั้น ๆ แต่! เจ้าเซลล์มะเร็งมันดันมีปัญหา เพราะมันสามารถเมินสัญญาณที่ว่าจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ แต่เมื่อนักวิจัยได้ทำการทดลองใช้…Natnaree TK | 2710 days ago
Read More24/02/2019
นักวิจัยคาดฮอร์โมน Hypocretin เป็นสาเหตุที่การนอนไม่พอส่งผลกระทบต่อหัวใจ!
เป็นที่รู้กันดีว่าการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอส่งผลต่อระบบต่างๆมากมายต่อร่างกาย รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดในสมอง ตามที่กรมควบคุมและป้องกันโรค (CDC) เคยรายงานไว้ แต่เหตุผลทางชีววิทยาพื้นฐานสำหรับความเชื่อมโยงเหล่านี้ยังไม่ชัดเจนนัก แต่เมื่อเร็วๆ นี้ นักวิจัยได้ทำการทดลองในหนู ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหลอดเลือดแข็งตัวทางพันธุกรรม โดยแบ่งหนูเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือหนูที่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ ส่วนกลุ่มที่สองเป็นหนูที่ถูกรบกวนขณะนอน ด้วยการใช้เครื่องแปรงอัตโนมัติ เลื่อนผ่านใต้กรงทำให้พวกมันตื่น จากการทดลองพบว่า หนูที่ถูกรบกวนการนอนมีระดับการอักเสบในเส้นเลือด และ เส้นเลือดแข็งตัวมากกว่าหนูที่นอนพักผ่อนเพียงพอ นักวิทยาศาตร์ได้ทำการอธิบายว่า เมื่อหนูถูกรบกวนการนอนฮอร์โมน Hypocretin ที่ทำหน้าที่ช่วยให้ร่างกายตื่นตัวจะลดลง ยิ่งไปกว่านั้นนักวิจัยยังพบอีกว่าหากระดับฮอร์โมน Hypocretin ลดลงจะส่งผลให้ โปรตีน CSF1 ส่งสัญญาณเพิ่มการผลิตเม็ดเลือดขาว ทำให้เกิดการอักเสบในไขกระดูก และหลอดเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุให้การเกิดการแข็งตัวของเส้นเลือดก่อให้เกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด และหัวใจได้ เช่นเดียวกับอาการ Narcolepsy หรือ โรคลมหลับ (โรคที่ผู้ป่วยมีอาการง่วงในตอนกลางวัน) ที่ผู้ป่วยจะมีระดับฮอร์โมน Narcolepsy ต่ำ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีงานวิจัยที่บอกกับเราแล้วว่าผู้ที่เป็นโรคลมหลับ จะมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจสูงกว่าคนปกติเช่นกัน นี่เป็นการทดลองเพียงขั้นต้นในการอธิบายความเกี่ยวโยงระหว่างการนอนพักผ่อนและโรคหัวใจ ถึงอย่างไรนักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงจะเดินหน้าทดลองในมนุษย์เพื่อให้ได้คำตอบที่แน่นอนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ถึงอย่างไรก็ตามการนอนพักผ่อนให้เพียงพอก็เป็นเรื่องสำคัญในการดูแลสุขภาพของทุกคน เพราะอย่างนั้นอย่าลืมใส่ใจเวลานอนกันด้วยนะคะ อ้างอิงNatnaree TK | 2712 days ago
Read More23/02/2019
สหรัฐหวั่น Zombie Deer Disease ระบาดกว่า 22 รัฐ ในอเมริกา CDC เตือนอาจติดต่อสู่คนได้!
กรมควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ CDC พบการระบาดของโรค Zombie Deer Disease (โรคกวางซอมบี้) กว่า 22 รัฐในอเมริกา หวั่นระบาดสู่มนุษย์เหมือนอย่างโรค Mad Cow (โรควัวบ้า) อย่างที่เคยมี Zombie Deer Disease หรือ Chronic wasting disease เป็นโรคที่เกิดจากโปรตีน Prions ส่งผลให้สัตว์มีอาการ น้ำหนักลด การทำงานของระบบต่างๆ ไม่สัมพันธ์กัน ไม่กลัวมนุษย์ ซึ่งปกติแล้วจะไม่ก่อให้เกิดโรคในสัตว์คนละสปีชีส์ (ส่วนพวกกวางเรนเดียร์ กวางขาว กวางมูซ จะว่าง่ายๆก็คือสัตว์ตระกูลกวางทั้งหลาย ก็เสี่ยงที่จะติดเชื้อได้เช่นกัน) แต่ล่าสุด Mark Zabel รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัย Prions จากมหาวิทยาลัย Colorado กล่าวว่า โปรตีนพวกนี้สามารถพัฒนาแพร่เชื้อผ่านการกินเนื้อของสัตว์ที่ติดโรค อย่างโรค Mad Cow ที่เคยแพร่ระบาดในปี 1980 ที่อเมริกาได้ และมันก็กลายเป็นที่น่ากังวลมากขึ้นเมื่อแคนาดารายงานว่า ลิงแสมดำที่ถูกเลี้ยงด้วยเนื้อกวางขาวติดเชื้อดังกล่าว 3 จาก 5…Natnaree TK | 2713 days ago
Read More21/02/2019
FDA เตือนกระแสฉีดเลือดเด็กเข้าเส้นเลือดไม่ได้ส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณ!
องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้ออกมาเตือนผู้บริโภคอย่างเป็นทางการในการใช้เลือดเด็กในการช่วยฟื้นฟูสุขภาพของพวกเขา หลังจากที่มีคนคิดว่าวิธีนี้สามารถชะลอความแก่ชราได้ กลายเป็นเรื่องใหญ่เมื่อสถานประกอบการในหลายรัฐ ฉีดพลาสม่าจากผู้บริจาคที่มีอายุน้อย ให้แก่ผู้รับบริจาคที่ต้องการ พวกเขาอ้างว่าการกระทำเช่นนี้สามารถชะลอความแก่ชรา ช่วยรักษาโรคพาร์กินสัน เส้นเลือดในสมองตีบ สมองเสื่อม สภาวะป่วยทางจิต และอื่น ๆ ได้อีกมากมาย และสำหรับหลายที่ก็มีการคิดเงินหลายพันดอลลาร์ในการฉีดเลือดเหล่านี้ให้แก่ผู้ที่ต้องการ หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว องค์การอาหารและยาได้จัดการแถลงข่าวถึงความกังวลทางด้านสุขภาพที่ประชาชนอาจได้รับ เกี่ยวกับการฉีดเลือดเข้าเส้นเลือดและความเสี่ยงต่าง ๆ ที่พวกเขาอาจได้รับ ถึงแม้การเปลี่ยนถ่ายพลาสม่าอาจสามารถช่วยชีวิตคนได้ในบางกรณี แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่แน่ชัดว่าการฉีดเลือดของเด็กเข้าเส้นเลือดจะมีประโยชน์ต่อร่างกายของคุณ อ้างอิงNatnaree TK | 2715 days ago
Read More
19/02/2019
เท่านี้อาจไม่พอ! Facebook ควรใช้มาตรการพิเศษเพื่อจัดการข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับวัคซีน
สำนักข่าว Bloomberg รายงานถึงการสำรวจมาตรการเพิ่มเติมของ Facebook เพื่อกำจัดข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนว่า ข้อมูลที่ถูกเข้าใจผิดยังคงระบาดอยู่ในกลุ่มผู้ปกครองบางส่วน ทำให้ Adam Schiff ตัวแทนจาก US ทำการร้องเรียนไปยัง Facebook และ Google ให้ทำการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ก่อนการระบาดของโรคหัดจะเกิดขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น Schiff ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า Facebook ยังคงมีการกระจายข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และยังส่งเสริมโฆษณาจากกลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซีน ถึงแม้ระบบจะไม่สามารถแยกแยะได้ว่าโฆษณาที่ขึ้นมาเป็นข้อมูลที่ถูกหรือผิด แต่การนำโฆษณาเหล่านั้นมาฉายซ้ำ ๆ อาจทำให้คนเข้าใจผิดได้ ส่วนทางด้าน Facebook ได้ออกมากล่าวว่า การสำรวจมาตรการเพิ่มเติมเป็นการต่อสู้กับปัญหาที่ดีที่สุด รวมถึงการลดและลบ เนื้อหาประเภทนี้ออกจากกลุ่มที่แนะนำและถอนข้อมูลออกจากการค้นหา ในขณะเดียวกันก็ต้องแน่ใจว่ามีข้อมูลคุณภาพที่เชื่อถือได้มากขึ้น ส่วนทางด้าน Google เพิ่งจะกล่าวว่า Youtube จะจำกัดการแนะนำวีดีโอที่อาจทำให้ผู้ชมเข้าใจผิด รวมถึงวิดีโอต่อต้านวัคซีน แต่ถึงอย่างนั้นวีดีโอเกี่ยวกับกลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซีนก็ยังติด 1 ใน 10 อันดับ เมื่อคนทำการค้นหาเกี่ยวกับวัคซีนอยู่ดี กรมควบคุมโรค (CDC) กล่าวว่าการแพร่ระบาดของโรคหัดเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง และวัคซีนก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีผลข้างเคียงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรก็ตามการหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กได้รับวัคซีน จะทำให้เกิดความเสี่ยงขึ้นกับเด็กและชุมชน ซึ่งนั่นคงจะไม่เป็นผลดีจากการพยายามป้องกันโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากวัคซีนในเวลาหลาย…Natnaree TK | 2717 days ago
Read More19/02/2019
นักวิทยาศาสตร์ตัดต่อพันธุกรรมซ่อน Stem Cells จากระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันภาวะต่อต้านจากร่างกายได้สำเร็จ!
พักหลัง ๆ มานี้เราจะได้ยินคำว่า Stem Cells กันบ่อยขึ้น ด้วยวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพและความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ถึงแม้ว่ามันจะเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพ เมื่อ Stem Cells เหล่านั้นถูกนำเข้าไปสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกันของบางคนก็ยังมองว่ามันเป็นสิ่งแปลกปลอมและต้องการกำจัดมันออกอยู่ดี แต่ปัญหานี้กำลังจะได้รับการแก้ไขแล้ว เมื่อนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย California San Francisco (UCSF) ได้พัฒนาวิธีการใหม่ในการซ่อน Stem Cells การกระทำดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่เซลล์วิศวกรรมได้มีการจัดการการปลูกถ่าย Stem Cells โดยที่ไม่ต้องตอบสนองต่อภูมิคุ้มกันใด ๆ ในร่างกาย ไม่ให้ระบบภูมิคุ้มกันเห็นโดยการใช้เครื่องตัดต่อพันธุกรรม CRISPR เข้าช่วย ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการใช้ยากดภูมิคุ้มกันเข้าช่วยในการปลูกถ่าย Stem Cells แต่มันกลับส่งผลกระทบกับผู้ป่วยทำให้พวกเขาอาจเกิดโรคแทรกซ้อนได้ในขณะที่ภูมิคุ้มกันถูกกดอยู่ เครื่อง CRISPR จะทำการลบยีนสองตัวคือ histocompatibility complex (MHC) class I และ II ที่ทำหน้าที่ตอบสนองต่อระบบภูมิคุ้มกัน และเพิ่ม CD47 โปรตีนสำคัญที่จะบอกกับระบบภูมิคุ้มกันว่าห้ามทำลายเซลล์ตัวนี้ วิธีการนี้ได้ทำการทดสอบในหนูและได้พิสูจน์แล้วว่ามันประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี นักวิทยาศาสตร์จึงคาดว่าเมื่อทำการรักษาในมนุษย์ก็จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีอย่างนี้เช่นกัน ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากในเรื่องการใช้ CRISPR กับมนุษย์ แต่วิธีการนี้กลับแสดงให้เราเห็นว่า…Natnaree TK | 2717 days ago
Read More19/02/2019
‘ตัวล่อเกล็ดเลือด’ นวัตกรรมใหม่จากนักวิจัยช่วยลดอาการหลอดเลือดอุดตันจากเกล็ดเลือด!
โรคหัวใจ เส้นเลือดในสมองแตก การติดเชื้อ และ มะเร็ง เป็นสาเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับต้นๆของโลก ถึงแม้ว่าโรคเหล่านี้จะมีเอกลักษณ์ และ ความเฉพาะตัว แต่มันกลับมีจุดเชื่อมเล็กๆที่เหมือนกัน นั่นคือ เกล็ดเลือด ที่เป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ในการรักษา แต่สำหรับบางคนเกล็ดเลือดก็สามารถนำไปสู่ภาวะอันตรายอื่นๆ เช่น เนื้องอก และ การอุดตันของลิ่มเลือดตามมาได้ แต่ในวันนี้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบวิธีที่จะลดความเสี่ยงที่อาจเกิดจากเกล็ดเลือดเหล่านี้ได้แล้ว วิธีที่ว่านี้คือ ตัวล่อเกร็ดเลือด 'Decoy platelets' โดยนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัย Harvard เกล็ดเลือดเหล่านี้ถูกทำมาจากเกล็ดเลือดจริงๆของมนุษย์ แต่มันถูกนำมาทำความสะอาดด้วย Detergent และเครื่อง Centrifugation ในขณะที่กระบวนการเหล่านี้ไม่ได้ทำลายโปรตีนที่ผิวของเกล็ดเลือด โดยปกติแล้วพวกมันจะทำหน้าที่เกาะเซลล์ต่างๆในกระแสเลือด แต่เจ้าเกล็ดเลือดเหล่านี้ จะถูกปิดการทำงานดังกล่าวจึงไม่สามารถเข้าไปจับตัวสร้างลิ่มเลือดในตัวมนุษย์ได้ Anne-Laure Papa หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวว่า ตัวล่อเกล็ดเลือดเหล่านี้ไม่สามารถจับกับเซลล์ใดๆในกระแสเลือดได้ และมันสามารถขัดขวางไม่ให้เกล็ดเลือดปกติเข้าจับตัวกับผนังหลอดเลือด หรือ เซลล์อื่นๆได้เช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้นเป็นที่รู้กันดีว่าเกล็ดเลือดมีบทบาทสำคัญในการเกิดเนื้องอก และมะเร็ง ด้วยการเข้าจับกับเซลล์แปลกปลอมทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำอะไรเซลล์เหล่านั้นไม่ได้ แต่เมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้ทดลองนำตัวล่อเกล็ดเลือด และ เกล็ดเลือดทดลองใน Microfluidic channels พบว่า มันสามารถช่วยลดการเกิดเซลล์มะเร็งและเนื้องอก รวมถึงลดการแพร่กระจาย และการเกิดเนื้องอกได้ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันการทดลองนี้จะประสบผลสำเร็จแค่ในหนู และ…Natnaree TK | 2717 days ago
Read More
14/02/2019
Apple เตรียมรองรับให้ทหารผ่านศึกเข้าถึงบันทึกเวชระเบียนของตนเองบน iPhone!
หลังจากที่มีข่าวลือเรื่องนี้มาเป็นเวลานานในที่สุด Apple ก็เผยถึงการร่วมมือกับสถาบันสุขภาพโดยจะให้ทหารผ่านศึก 9 ล้านนาย ได้ใช้ประโยขน์จากเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์นี้ Apple ประกาศจะจับมือกับสถาบันสุขภาพ 39 แห่งและ โรงพยาบาลอีก 100 แห่ง จัดทำเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดเก็บข้อมูลแบบเก่า โดยผู้ใช้งาน และ แพทย์ สามารถดูประวัติการรักษาต่างๆ ผลแลป ใบจ่ายยา และอื่นๆ ได้ผ่านแอปบน iPhone Apple คาดหวังว่าสิ่งนี้จะทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว และป้องกันข้อมูลตกหล่นได้ เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ตัวผู้ใช้งานแอป และแพทย์ผู้ทำการรักษา นอกจากนี้ข้อมูลเหล่านั้นจะสามารแชร์ไปยังแอปสุขภาพอื่นๆบนโทรศัพท์ของผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิดการดูแลสุขภาพองค์รวมจากหลายๆแอปได้ แต่ Apple ไม่ใช่บริษัทเดียวที่กำลังให้ความสนใจเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์นี้ เพราะเมื่อไม่นานมานี้ Amazon เพิ่งประกาศขายซอฟต์แวร์ที่สามารถอ่านเวชระเบียน และให้คำแนะนำวิธีการรักาษาในผู้ป่วยที่มีงบประมานจำกัด ส่วนทาง Google ก็ได้ยื่นจดสิทธิบัตรสำหรับระบบ AI ที่ออกแบบมาให้สามารถเตือนแพทย์ถึงเหตุการณ์ทางการแพทย์ที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้อีกด้วย อ้างอิงNatnaree TK | 2722 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 5 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 6 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 16 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 16 days ago
Read More




























