ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| Health
Read More

ไขข้อสงสัย ทำไมคนเราหนาวไม่เท่ากัน ?

เคยสังเกตไหม ? บ่อยครั้งที่เวลาเรานั่งทำงานอยู่ เพื่อนบางคนมักบ่นว่าทำไมวันนี้แอร์ออฟฟิศหนาวจัง ในขณะที่เรากลับรู้สึกว่าไม่เห็นหนาวเลย ออกจะร้อนไปนิดเสียด้วยซ้ำ  หรือแม้แต่บางครั้งเวลาเข้าสู่ช่วงหน้าร้อน บางคนจะรู้สึกร้อนมากต้องเปิดแอร์อยู่ตลอดเวลา ในขณะที่บางคนกลับรู้สึกอดทนได้ ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ที่อุณหภูมิเท่ากัน นั่นเป็นเพราะว่าร่างกายของคนเรามีการตอบสนองต่ออุณหภูมิที่ต่างกัน บทความนี้จะพาทุกคนมาหาคำตอบว่าเพราะอะไรคนเราถึงรู้สึกหนาวไม่เท่ากัน ร่างกายเป็นอย่างไรเมื่อเจอกับความหนาวเย็น เมื่อสมองของเรารับรู้ได้ถึงอุณหภูมิที่ลดลง สมองจะส่งสัญญาณไปยังหลอดเลือดเพื่อจำกัดการไหลเวียนของเลือดไปยังผิวหนัง โดยผู้เชี่ยวชาญได้อธิบายว่ากระบวนการหดตัวของหลอดเลือดนี้จะช่วยป้องกันการสูญเสียความร้อนเพิ่มเติมและปกป้องแกนกลางของร่างกาย และนอกจากการจำกัดการไหลเวียนของเลือดไปยังผิวหนังแล้ว  คนส่วนใหญ่ยังเริ่มมีอาการตัวสั่นอีกด้วย โดยการหดตัวของกล้ามจนเกิดอาการสั่นนี้เป็นการปล่อยความร้อนออกมาเพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นนั่นเอง สาเหตุที่ทำให้คนเราหนาวไม่เท่ากัน 1.รูปร่าง ขนาดรูปร่างมีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อต้องรับมือกับความหนาวเย็น และมีความสัมพันธ์กับขนาดของเนื้อเยื่อไขมันใต้ผิวหนังของเรา โดยไขมันจัดเป็นฉนวนกันความหนาวที่ดีเยี่ยม ยิ่งมีไขมันใต้ผิวหนังมากเท่าไร ก็ยิ่งทนกับความหนาวเย็นได้มากขึ้นเท่านั้น จึงไม่แปลกถ้าหากคุณสังเกตจะเห็นว่าคนเจ้าเนื้อส่วนใหญ่มักจะขี้ร้อน หรือทนต่อความหนาวได้ดีกว่าคนที่มีรูปร่างผอมบาง 2.เพศ ร่างกายของผู้หญิงมีมวลกล้ามเนื้อน้อยกว่าผู้ชาย จึงสร้างความร้อนจากรูขุมขนน้อยกว่าผู้ชาย ทำให้ผู้หญิงมักรู้สึกหนาวเย็นมากกว่าถึงแม้จะอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิห้องเท่ากันก็ตาม  อย่างไรก็ตาม ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนหรือวัยกลางคนอาจรู้สึกร่างกายอบอุ่นกว่าผู้ชาย ไม่ใช่เพราะพวกเธอมีมวลกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นเพราะต้องประสบกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนบางอย่างนั่นเอง ความผันผวนของฮอร์โมนจะส่งผลต่อความรู้สึกหนาว โดยการตอบสนองต่อความเย็นของผู้หญิงจะแตกต่างกันไปในระหว่างรอบเดือน ในขณะที่ผู้ชายระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่สูงขึ้นอาจลดความไวต่อความเย็นได้ 3.อายุ ผู้สูงอายุไม่สามารถควบคุมอุณหภูมิร่างกายตนเองได้ เนื่องจากเมื่อเราอายุมากขึ้นระบบเผาผลาญของเราก็เริ่มช้าลง เมแทบอลิซึมที่ช้าลงอาจทำให้อุณหภูมิของร่างกายลดลงตามมา ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุมีแนวโน้มที่จะมีภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำกว่าปกติและต้องสวมเสื้อผ้าให้มิดชิดตลอดเวลา อีกทั้งการดำเนินชีวิตแบบอยู่ประจำที่ ไม่ค่อยได้ขยับร่างกายอาจทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวได้เช่นกัน 4.ความเครียด เมื่อเจอกับเรื่องน่าวิตกกังวล หรือความเครียดจากสิ่งต่าง ๆ แต่ละคนจะมีการตอบสนองทางร่างกายที่ต่างกัน บางคนอาจมีเหงื่อไหลที่มือคล้ายกับอาการของคนที่กำลังตื่นเต้น แต่ขณะเดียวกันบางคนก็อาจรู้สึกหนาวเย็นและตัวสั่นขึ้นมา เป็นเพราะเวลาที่คนเราเครียดร่างกายจะลดประสิทธิภาพการไหลเวียนเลือด ทำให้รู้สึกหนาวเย็นขึ้นมาดื้อ…
27/07/2023

“ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช” ต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุนสร้าง “ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช” สู่ต้นแบบการดูแลผู้สูงอายุองค์รวมแห่งแรกในประเทศไทย ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์การเปลี่ยนผ่านช่วงอายุของประชากร โดยมีประเด็นที่น่าสนใจคือ การขยายตัวของจำนวนผู้สูงวัย ที่มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในแต่ละปี และคาดการณ์ในอีก 10 ปี ข้างหน้า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super Aged Society) โดยจะมีผู้สูงวัยสูงถึงร้อยละ 28 ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งจากสถิติดังกล่าวอาจส่งผลต่อสมาชิกในครอบครัวที่ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยทำงานต้องรับภาระดูแลผู้สูงอายุในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น การเตรียมความพร้อมเชิงระบบที่รอบด้านในประเทศไทยจึงเป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่หลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมต้องให้ความร่วมมือ  เพื่อรับมือกับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการส่งเสริมสวัสดิการผู้สูงอายุ ระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่อำนวยความสะดวก ตลอดจนการมีระบบสาธารณสุขที่มีความพร้อม และเป็นต้นแบบในการส่งต่อองค์ความรู้ทางด้านวิชาการให้กับสังคมไทย  คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันที่เป็นผู้นำทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ รวมถึงมีแพทย์และทีมสหสาขาวิชาชีพ จึงได้ผนึกกำลังทุกภาคส่วน เพื่อริเริ่มโครงการก่อสร้าง “ศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราช” เป็นศูนย์วิทยาการต้นแบบการดูแลรักษาผู้สูงอายุที่ครบวงจรที่สุดแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุในทุกมิติ พร้อมสร้างองค์ความรู้ กระจายองค์ความรู้ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติสำหรับสาธารณชน เพื่อคุณภาพชีวิตดีอย่างยั่งยืนของผู้สูงอายุไทย ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เล่าถึงการจัดตั้งศูนย์วิทยาการเวชศาสตร์ผู้สูงอายุศิริราชว่า “สถานการณ์ปัญหาการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยของประเทศไทย นับเป็นเรื่องเร่งด่วนและมีความท้าทายต่อการรับมือในทุกมิติ ซึ่งศิริราชให้ความสำคัญมาโดยตลอดในการมุ่งสร้างสังคมผู้มีอายุยืน หรือ Healthy Aging ที่ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาวะที่ดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ตลอดจนการส่งเสริมและผลักดันให้ครอบครัว…
27/07/2023

วิธีป้องกัน “โรคหลอดเลือดในสมอง” สาเหตุของอัมพฤกษ์ อัมพาต

โรคหลอดเลือดสมอง คือภาวะที่สมองขาดเลือด เกิดขึ้นเมื่อส่วนหนึ่งของสมองมีเลือดไหลเวียนไม่เพียงพอ มักเกิดขึ้นเนื่องจากหลอดเลือดแดงอุดตัน หรือมีเลือดออกในสมอง และเซลล์สมองในบริเวณนั้นจะเริ่มตายจากการขาดออกซิเจน อาการ หากคุณหรือคนใกล้ตัวกังวลว่าจะเป็นโรคหลอดเลือดสมองให้สังเกตเวลาที่เริ่มมีอาการ โดยสัญญาณและอาการของโรคหลอดเลือดสมอง มีดังต่อไปนี้ สาเหตุ 1.หลอดเลือดแดงอุดตัน  หลอดเลือดแดงอุดตัน หรือที่เรียกว่าโรคเส้นเลือดในสมองตีบ บางคนอาจมีการหยุดชะงักชั่วคราวของการไหลเวียนเลือดไปยังสมอง หรือที่เรียกว่าโรคขาดเลือดชั่วคราว (TIA) ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอาการที่ยาวนาน ซึ่งถือว่าเป็นโรคหลอดเลือดสมองที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ทำให้เกิดการไหลเวียนของเลือดลดลงอย่างรุนแรง (ขาดเลือด) โดยหลอดเลือดตีบตันนั้นเกิดจากไขมันสะสมในหลอดเลือด หรือจากลิ่มเลือดหรือเศษอื่น ๆ ที่เดินทางผ่านกระแสเลือด ส่วนใหญ่มักจะมาจากหัวใจและไปค้างอยู่ในหลอดเลือดในสมอง 2.เส้นเลือดในสมองแตก โรคเส้นเลือดในสมองแตก เกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดในสมองรั่วหรือแตก โดยเลือดออกในสมองอาจเกิดจากหลายสภาวะที่ส่งผลต่อหลอดเลือด ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโรคเส้นเลือดในสมองแตก เช่น ปัจจัยเสี่ยง มีหลายปัจจัยที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองได้แก่ 1.ปัจจัยเสี่ยงจากการใช้ชีวิต 2.ปัจจัยเสี่ยงทางการแพทย์ ปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง ได้แก่  ภาวะแทรกซ้อน โรคหลอดเลือดสมองบางครั้งอาจทำให้เกิดความพิการชั่วคราวหรือถาวร ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่สมองขาดออกซิเจน รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ดังนี้ วิธีการป้องกัน การทราบปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง การปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ให้บริการด้านสุขภาพ และการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพเป็นขั้นตอนที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง หากคุณเคยเป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) วิธีเหล่านี้อาจช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้อีก  วิธีการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองหลายอย่างเหมือนกับวิธีในการป้องกันโรคหัวใจ…
27/07/2023

คุณเคยซัก “หมอน” หรือไม่ ? เหตุผลที่ควรหันมาทำความสะอาดหมอน

ของเครื่องใช้ในบ้านที่เชื่อว่าทุกคนต้องทำความสะอาดหรือซักล้างอย่างเป็นประจำ นั่นคือ ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม เพราะนอกจากจะกำจัดฝุ่นต่าง ๆ ที่เกาะอยู่ตามที่นอนแล้วยังทำให้รู้สึกที่นอนนุ่ม สบาย มีกลิ่นหอมน่านอนอีกด้วย แต่อีกสิ่งหนึ่งที่คุณอาจจะมองข้ามไปนั่นคือการทำความสะอาด “หมอน”  ปกติแล้วคนเรามักใช้เวลาอยู่บนเตียงประมาณ 8 ชั่วโมงต่อคืน หรือประมาณ 1 ใน 3 ของชีวิต นั่นหมายความว่าเราใช้เวลาประมาณ 1 ใน 3 ของชีวิตไปกับหมอน และตลอดเวลานั้นหมอนมักจะสะสมทั้ง ฝุ่น เชื้อรา เหงื่อ น้ำลาย รวมถึงน้ำมันธรรมชาติจากร่างกายของคุณ จากการวิจัยปี 2018 ระบุว่าสิ่งเหล่านี้สามารถนำไปสู่การระคายเคืองทางเดินหายใจหรืออาการแพ้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้ว การซักหมอนเป็นประจำจะสามารถลดสิ่งระคายเคืองที่อาจเกิดขึ้นได้  จำเป็นต้องซักหมอนจริงหรือ ? อย่างที่บอกว่าคนเรามักลืมหมอนในรายการสำหรับซักทำความสะอาดทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย และสนใจซักแต่เพียงปลอกหมอนเท่านั้น การซักปลอกหมอนเป็นวิธีหลักอย่างหนึ่งในการรักษาความสะอาดบริเวณที่นอนของคุณ อย่างไรก็ตาม ปลอกหมอนที่สะอาดจะช่วยได้มากก็ต่อเมื่อหมอนของคุณผ่านการซักทำความสะอาด เพราะแม้แต่ปลอกหมอนที่ซักเป็นประจำในบางครั้งก็อาจมีรู หรือมีร่องรอยการขาด ดังนั้นจึงไม่สามารถปกป้องหมอนของคุณจากการสะสมสิ่งสกปรกและแบคทีเรียเมื่อเวลาผ่านไปได้ทั้งหมด นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมการซักหมอนจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดยหมอนของคุณอาจสะสมสิ่งสกปรกและสารก่อภูมิแพ้ในระดับที่ต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ทำจากหมอน จากการศึกษาในปี 2021 พบว่าหมอนอาจต้านทานสิ่งสกปรกและไรฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อทำจากสิ่งต่อไป การวิจัยปี 2015 ยังแนะนำว่าหมอนขนเป็ดอาจสะสมฝุ่นน้อยกว่าหมอนใยสังเคราะห์บางประเภท…
Woman standing on weight scale showing error message
03/06/2019

งานวิจัยชี้ ‘แค่หายใจก็อ้วนได้’ เป็นเรื่องจริง!

ใครจะไปคิดว่าประโยค 'แกเราอ้วนจนแค่หายใจเข้าไปก็อ้วนแล้ว' มันจะเป็นเรื่องจริง เมื่อวันนี้นักวิจัยชี้ให้เราเห็นว่าสารเคมีในอากาศที่เราสูดดมเข้าไปสามารถทำให้เราน้ำหนักขึ้นได้เช่นกัน ในปัจจุบันค่าเฉลี่ยน้ำหนักของผู้หญิงอายุ 30 และ 60 ปี เพิ่มขึ้น 5 กิโลกรัมในปีที่แล้ว แต่ในทางปฏิบัติแล้วไม่มีใครรู้ว่ากลิ่นสังเคราะห์ที่เรียกว่า Obesogens ที่พบในภาชนะบรรจุอาหาร พลาสติก เครื่องสำอางค์ ขวดนมเด็ก และในอากาศ สามารถเพิ่มน้ำหนักของคุณได้เพียงแค่การหายใจเข้าเท่านั้น ฟังดูไม่น่าเชื่อแต่อย่างที่บอกวิทยาศาสตร์อธิบายเราได้ ที่ Bright Side ได้อธิบายเรื่องราวของสาร Obesogen ไว้ว่า โดยปกติแล้วร่างกายของเราจะมี Hormones ที่ทำหน้าที่ในการควบคุมการเผาผลาญ แคลลอรี่ หรือแม้แต่ความอยากอาหารของเรา แต่ในปัจจุบันนี้ สารเคมีที่มาจากอุตสาหกรรมต่างๆ ส่งผลกับร่างกายของเรามากกว่าที่เราคิด มันสามารถก่อกวนการทำงานของ Hormones หรือแม้กระทั่งส่งผลต่อร่างกายของเราเช่นเดียวกับที่ Hormones ทำเช่นกัน สาร Obesogen จะเข้าไปรบกวนเซลล์ไขมันทำให้ร่างกายเข้าใจว่าเราขาดไขมัน ทำให้ร่างกายเริ่มเข้าสู่โหมดกักเก็บไขมันมากขึ้น ส่วนวิธีลดความเสี่ยงจากสารเคมีต่างๆเหล่านี้ ง่ายๆ เลยคือ หลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มีอุตสาหกรรม หรือมลพิษทางอากาศ หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีให้มากที่สุด คุณก็จะสามารถหลีกเลี่ยงการสูดดมสารที่สามารถทำให้คุณน้ำหนักขึ้นได้แล้ว อ้างอิง
Natnaree TK | 2613 days ago
Read More
29/05/2019

WHO ระบุชัดเจนหมดไฟในการทำงานถือเป็นอาการป่วย!

ความเครียดจากการทำงาน ความเหนื่อยล้าของร่างกายที่สะสมมาเป็นอาทิตย์ เป็นเดือน เป็นปี รวมถึงความเครียดจากที่ทำงาน อาจส่งผลให้เราเกิดภาวะหมดไฟได้ง่ายๆ หลายคนมองว่ามันคือความขี้เกียจ และอีกหลายคนต้องอดทนอยู่กับมันให้ชิน แต่วันนี้ องค์การอามัยโลก (WHO) ประกาศออกมาแล้วว่าอาการหมดไฟในการทำงานถือเป็นอาการป่วยอย่างหนึ่ง! ในตอนนี้ WHO ได้ระบุให้อาการหมดไฟในการทำงานเป็นอาการป่วยทางการแพทย์ที่ถูกกฏหมายใน ICD-11 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาการดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นอาการป่วยที่มีความสัมพันธ์กับการทำงาน และการว่างงาน ที่มีอาการร่วมดังต่อไปนี้ รู้สึกหมดพลังงาน หรือ อ่อนเพลีย ยอมรับคำถากถาง ดูถูก หรือความคิดเห็นเชิงลบที่เกิดขึ้นกับงานของคุณ ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ก่อนที่จะตีโพยตีพายว่าคุณมีอาการหมดไฟจริงๆ คุณต้องแน่ใจก่อนว่าอาการเหล่านี้ไม่มีความสัมพันธ์กับความกังวลในเรื่องอื่น ปัญหาทางด้านจิตใจ (ที่คุณอาจจะมีอยู่ก่อนแล้ว) และที่สำคัญ อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นสัมพันธ์กับที่ทำงานเท่านั้น (สำหรับคนว่างงานคุณจะแยกความรู้สึกยากขึ้นมาหน่อย) นักวิจัยใช้เวลากว่าทศวรรษในการศึกษาอาการหมดไฟ มันเหมือนเป็นที่ถูกเลี่ยงที่จะพูดถึงมาตลอดในวัฒนธรรมการทำงาน ทั้งๆ ที่มันเกิดมาพร้อมๆ กับการทำงานเป็นเวลานานแล้วเช่นกัน นักวิทยาศาสตร์จึงพยายามที่จะให้คำนิยามกับมันมานานกว่าที่จะได้คำจำกัดความที่ตรงกันว่า 'อาการหมดไฟในการทำงาน' นั้นเป็นอย่างไร ทำให้นักวิทยาศาสตร์ และ นักจิตวิทยา สามารถแยกแยะอาการซึมเศร้า และ อาการเบื่อหน่ายการทำงานออกจากกันได้ และระบุให้มันกลายเป็นหนึ่งในโรคที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อ้างอิง
Natnaree TK | 2618 days ago
Read More
26/05/2019

เข็มละ 68 ล้านบาท! องค์การอาหารและยาในสหรัฐไฟเขียวขายยาที่แพงที่สุดในโลกแล้ว

ยา Zolgensma ราคาแพงที่ว่านี้เป็นยาของบริษัทผลิตยาสัญชาติ Swiss ที่ชื่อว่า Novartis ยานี้มีคุณสมบัติในการรักษาโรคที่เกิดจากพันธุกรรมที่เรียกว่า Spinal Muscular Atrophy (SMA) หรือ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ซึ่งมีรายงานว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาพบมากในอเมริกา เฉลี่ยแล้วเด็กแรกเกิดเป็นโรคนี้มากกว่า 400 ราย/ปี โรค SMA เป็นโรคที่ส่งผลต่อการควบคุมกล้ามเนื้อเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย  แต่หากพบในเด็กแรกเกิดจะทำให้ทารกไม่สามารถพลิกคว่ำ กลืน หรือในบางรายเด็กจะไม่สามารถหายใจได้เลย ส่วนมากผู้ป่วยจะเสียชีวิตภายใน 2 ปีหลังคลอด แต่หากมีอายุที่นานกว่านั้น พวกเขาจะต้องอาศัยเครื่องช่วยหายใจ และผู้ที่มีความผิดปกติน้อยพวกเขาจะมีอายุยืนกว่า 20 ปี แต่อาจจะมีอาการพิการร่วม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาองค์การอาหารและยาจึงได้กำหนดว่าหากพบเด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ถูกตรวจวินิจฉัยแล้วว่ามีอาการ SMA ไม่ว่าจะอยู่ในประเภทไหนก็ตาม (มี 4 ประเภท แบ่งตามความรุนแรง และ ช่วงอายุ) แพทย์ต้องฉีดยา Zolgensma ให้เด็กเพื่อทำการรักษา ในราคาเข็มละ 2.125 ล้านดอลลาร์ (หรือประมาณ 68 ล้านบาท) ราคาโหดไปหน่อย แต่บริษัท Novartis ก็มีตัวเลือกผ่อนจ่าย…
Natnaree TK | 2621 days ago
Read More
The Apple Health application is seen on an iPhone on November 7, 2017. (Photo by Jaap Arriens/Sipa USA)
25/05/2019

Apple เข้าซื้อ Startup ด้านการตรวจโรคหอบในเด็ก หวังขยายฐานบริการด้านสุขภาพในอนาคต

CNBC รายงานว่า Apple ได้จัดซื้อบริษัท Tueo Health ที่ทำแอปสำหรับตรวจจับอาการหอบหืดของเด็กยามนอนหลับ CEO และประธานเจ้าหน้าที่ของ Startup ได้เปลี่ยนประวัติงานของตนใน LinkedIn เป็นส่วนหนึ่งของ Apple เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันที่ดีลการซื้อขายบริษัทจบลงพอดี ด้าน Apple ได้ปฏิเสธที่จะออกความเห็นดังกล่าวกับทาง Engadget CEO, Tim Cook กล่าวว่า เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาบริษัทได้ทำการจัดซื้อธุรกิจอื่นทุกๆ 2-3 บริษัทต่อสัปดาห์ โดยมุ่งเน้นไปที่การซื้อขายทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลัก แต่ไม่มีรายงานที่แน่ชัดว่า Apple จัดซื้อ Turo Health มาในราคาเท่าไหร่ ตัวแอปนี้จะทำการตรวจวัดการหายใจของเด็กด้วยเครื่องเซนเซอร์ในขณะที่เด็กนอนหลับ หากคลื่นตรวจเจอจังหวะการหายใจที่ผิดปกติ แอปจะทำการแจ้งเตือนเพื่อให้ผู้ปกครองได้รู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น การจัดซื้อบริษัทดังกล่าวชี้ให้เห็นจุดมุ่งหมายของ Apple ที่จะขยายงานบริการด้านสุขภาพมากยิ่งขึ้น ที่สังเกตได้ชัดๆ เลยคือคุณสมบัติการวัดคลื่นหัวใจใน Apple Watch Series 4 และมีข่าวแว่วมาว่าในอนาคต Apple จะเปิดตัวแอปเพื่อสุขภาพที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นบน iOS 13 ในงาน Worldwide Developers Conference ในต้นเดือนหน้า อ้างอิง
Natnaree TK | 2622 days ago
Read More
22/05/2019

ผลข้างเครียงของแก๊สหัวเราะที่หลายคนอาจไม่เคยรู้!

Nitrous Oxide หรือที่คนทั่วไปรู้จักกันในชื่อของ 'แก๊สหัวเราะ' ด้วยผลข้างเคียงของมันทำให้มันกลายเป็นที่น่าพอใจของคนทั่วไปได้ไม่ยาก แต่ในตความจริงแล้วแก๊สตัวนี้อันตรายมากกว่าที่เราคิด ราชวิทยาลัยพยาบาลกล่าวว่าในประเทศอังกฤษ และ เวลล์ Nitrous Oxide เป็นยาเสพติดที่ถูกใช้มากที่สุดเป็นอันดับสองรองจากกัญชา มันสามารถนำไปสู่อาการ หัวใจเต้นเร็ว และการเสียชีวิตได้ แต่คนจำนวนน้อยที่ไม่รู้ถึงผลข้างเคียงในเรื่องนี้ ในปี 2016 เคยมีการออกกฏหมายเพื่อควบคุมการจำหน่ายแก๊สดังกล่าว แต่มันกลับทำการควบคุมได้ยาก เพราะแก๊สนั้นมักเป็นส่วนผสมในวิปครีม ยา และผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆเช่นกัน ภายหลังการสูดดม Nitrous Oxide จะส่งผลให้ประสาทเกิดความสงบ อาจเวียหัวในบางราย ผู้สูดดมจะเริ่มคิดอะไรไม่ออก แล้วหัวเราะกับสิ่งที่เกิดขึ้น รวมถึงการทำให้เสียงของเราดูตลกและเกิดภาพหลอนได้ การสูดดมก๊าซดังกล่าวจากกระป๋อง หรือสูดดมในพื้นที่ปิดจะทำให้เสี่ยงต่อการหมดสติ หรือขาดออกซิเจนได้ ถึงแม้ว่าก๊าซหัวเราะจะยังไม่นำไปสู่การเสียชีวิตมากมายเท่าอุบัติเหตุอื่น แต่ขึ้นชื่อว่าการสูญเสียย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิต 17 ราย ที่มีสาเหตุเกี่ยวโยงกับ Nitrous Oxide เพราะมันมีความเสี่ยงมากกว่าที่คุณคิด อ้างอิง
Natnaree TK | 2625 days ago
Read More
21/05/2019

Google พัฒนา AI ต้นแบบในการตรวจหามะเร็งปอดที่แม่นยำกว่าการตรวจของผู้เชี่ยวชาญได้แล้ว!

หนึ่งในโรคมะเร็งที่พบมากที่สุดในโลก และ เป็นหนึ่งในมะเร็งอันดับต้นๆที่คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 1.7 ล้านชีวิตต่อปีนั้นคือมะเร็งปอด มากกว่ามะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก และ มะเร็งลำไส้รวมกันเสียอีก ปัญหาหลักๆที่มะเร็งปอดสามารถทำสถิติการเสียชีวิตของผู้คนได้สูงมากเป็นเพราะเราไม่สามารถตรวจคัดกรองโรคนี้ในระยะเริ่มต้นได้ และดูเหมือนว่านวัตกรรมใหม่ๆก็เริ่มจะหมดหวัในการใช้เป็นเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้น แต่สำหรับ Google ความหวังยังไม่หมด เพราะทางบริษัทยังคงหวังจะพัฒนา AI ในการใช้ตรวจคัดกรองมะเร็งปอดได้รวดเร็ว และ แม่นยำมากขึ้น โดยทั่วไปแล้ววิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดเราจะต้องให้นักรังสีวิทยานักดูฟิลม์ CT Scan เพื่อหารอยโรค แต่สำหรับ AI ต้นแบบนี้มันสามารถตรวจหาเนื้อร้าย แสกนเนื้อปอดในจุดที่ยากต่อการมองเห็นได้ รวมทั้งยังสามารถคาดอัตราการเติบโตของเนื้องอกได้อีกด้วย ในการทดสอบระบบต้นแบบ Google ให้ AI แสกนคัดกรองมะเร็งปอดเทียบกับนักรังสีวิทยา 6 คน จากฟิมล์ผู้ป่วย 45,856 คน พบว่าระบบ AI สามารถคัดกรองผู้ป่วยมะเร็งปอดได้มากกว่านักรังสีวิทยา 5% Google กล่าวว่างานวิจัยนี้เป็นเพียงผลงานเริ่มต้น เรายังคงต้องอาศัยการทดสอบทางคลินิคเพื่อให้แน่ใจว่ามันสามารถใจงานได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงๆ หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามความสำเร็จนี้ก็ถือเป็นก้าวเริ่มต้นที่น่ายินดีในการช่วยคัดกรองผู้ป่วย อ้างอิง
Natnaree TK | 2626 days ago
Read More
18/05/2019

อ่าวจริงดิ! ยาสีฟันชาโคลไม่ได้ทำให้ฟันขาวขึ้นอย่างที่คิด

ช่วงก่อนหน้านี้ชาโคล (ถ่าน) ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการนำมาผสมกับของกิน หรือเครื่องใช้ต่างๆ และที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือการนำมาผสมยาสีฟัน พร้อมคำโฆษณาที่ว่า 'ใช้ยาสีฟันชาโคลแล้วฟันจะขาวขึ้น' ล่าสุดวารสาร British Dental กล่าวว่า ยาสีฟันชาโคลไม่ได้ทำให้ฟันขาวขึ้น! มันเป็นเพียงแค่คำโฆษณา และเทคนิคทางการตลาดเท่านั้น ไม่เพียงแค่จะแพงกว่ายาสีฟันทั่วไป ยาสีฟันชาโคลส่วนมากไม่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ที่ช่วยป้องกันฟันผุ และไม่มีงานวิจัยไหนรองรับวาใช้ชาโคลแปรงฟันแล้วฟันจะขาวขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นการนำยาสีฟันที่ไม่มีฟลูออไรด์ผสมแปรงฟันบ่อยๆ จะทำให้ฟันสึกหรอง่ายกว่าเดิม อนุภาคถ่านสามารถติดยู่ในเหงือก และสร้างความระคายเคืองต่อเหงือกของเราได้ ศาสตราจารย์ Damien Walmsley จากสมาคมทันตกรรมอังกฤษกล่าวว่า หากคุณต้องการมีฟันขาวยาสีฟันผสมถ่านไม่ใช่คำตอบของคุณ คุณควรเข้าปรึกษาทันตแพทย์มากกว่าที่จะเชื่อคำโฆษณาเหล่านี้ เพราะการแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมถ่านจะนำมาซึ่งความเสี่ยงของช่องปากมากกว่าผลประโยชน์ที่คุณจะได้รับ อ้างอิง
Natnaree TK | 2629 days ago
Read More
18/05/2019

ผลกระทบจากผลิตภัณฑ์ในห้องน้ำ! ทำให้เด็กหญิงก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเร็วขึ้น

ตั้งแต่ปี 2000 นักวิทยาศาสตร์สังเกตว่าเด็กผู้หญิงเปลี่ยนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเร็วขึ้น อะไรเป็นสาเหตุของเรื่องนี้ ? จากการสังเกตเป็นเวลานาน นักวิจัยพบว่าสารเคมีที่ส่งผลต่อฮอร์โมนเป็นตัวการหลักในการเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้น เป็นที่น่าตกใจว่าสารเคมีที่กล่าวถึงนี้ไม่ได้ปนมากับน้ำ หรือสภาพแวดล้อมต่าง ๆ แต่มันถูกพบอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่เราใช้อยู่ทุก ๆ วันอย่าง แชมพู เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ที่เราใช้ชำระร่างกายเกือบทุกชนิด งานวิจัยนี้ถูกตีพิมพ์เมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา ในวารสาร Human Reproduction ซึ่งมันสามารถรองรับความเป็นไปได้ที่บอกว่าสารเคมีในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายเหล่านี้ ทำให้เด็ก ๆ โตเร็วกว่าปกติ ในงานวิจัยได้ทำการติดตามผู้หญิงที่ตั้งครรภ์และลูก ๆ ของพวกเขาเป็นเวลา 13 ปี ในการทดลองได้แบ่งกลุ่มอาสาสมัครเป็น 3 กลุ่มเพื่อดูว่าสารเคมีส่งผลอย่างไร โดยการตรวจความเข้มข้นของสารเคมีเหล่านั้นผ่านปัสสาวะ Kim Harley หนึ่งในนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย California ตั้งข้อสังเกตว่าสารเคมีที่คุณแม่ได้รับระหว่างตั้งครรภ์จะส่งผลผ่านมดลูก ทำให้สารเคมีในมดลูกส่งผลให้เด็กในครรภ์เข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเร็วขึ้น และถึงแม้ว่าในตัวของผู้หญิงจะมีสารเคมีเหล่านั้นอยู่แล้วหรือไม่ ก็ไม่สำคัญ เพราะสิ่งที่เขาสนใจคือปริมาณที่มีอยู่ต่างหาก นักวิจัยเรียกสารเคมีเหล่านั้นว่า hormone disruptors (เพราะมันเป็นสารที่ทำลายระบบฮอร์โมนของร่างกาย) โดยคุณแม่สามกลุ่มจะถูกแบ่งให้ได้รับสารเคมีที่ต่างกัน ประกอบไปด้วย phthalates สารเคมีที่พบในน้ำหอมหรือสารที่ให้กลิ่น parabens สารที่พบในเครื่องสำอางค์ และ…
Natnaree TK | 2629 days ago
Read More
18/05/2019

โตแล้วยังนั่งเล่นเกมไม่ใช่เรื่องแปลก งานวิจัยเผยผู้ใหญ่กว่า 65% ในอเมริกายังคงเล่นเกมอยู่!

หลายคนมองว่าเกมเป็นเครื่องเล่นที่มีไว้สำหรับเด็กเท่านั้น ทำให้ผู้ใหญ่หลายๆ คนต้องหันหลังให้กับเครื่องเล่นเกมแล้วก้าวเข้าสู่กิจกรรมอื่น แต่คุณรู้หรือไม่ว่าความจริงแล้วยังมีผู้ใหญ่อีกหลายคนที่เค้ายังคงนั่งเล่นเกมกันอยู่! ในปัจจุบันนี้ความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมเกมทำให้เกมมีความสมจริง ภาพ สี เสียง และการเคลื่อนไหวต่างๆ ดูมีชีวิตชีวาและน่าเล่นมากยิ่งขึ้น จึงไม่แปลกใจหากยุคสมัยนี้จะกลายเป็น Golden Age ของเกม งานวิจัยจาก Entertainment Software Association (ESA) พบว่าผู้ใหญ่ชาวอเมริกา 65% ยังคงเล่นเกมอยู่ นั่นหมายความว่าผู้ใหญ่ 164 ล้านคนในอเมริกา (3 ใน 4 ของประชากร) มีเครื่องเล่นเกมอย่างน้อยหนึ่งอย่างอยู่ที่บ้านของพวกเขา และ 93% มีเกมอยู่ในโทรศัพท์มือถือของพวกเขา tanley Pierre-Louis ผู้บริหาร และ ดำรงค์ตำแหน่งแทนประธาน ESA กล่าวว่า วีดีโอเกมในยุคนี้ถูกพัฒนาให้มีความสนุก และ สมจริงมากยิ่งขึ้น การเล่นช่วยเพิ่มประสบการณ์ เชื่อมความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยี ไม่เพียงเท่านั้นวัฒนธรรมชาวอเมริกัน พวกเขาเล่นเกมสามารถแก้เครียด และ กระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวได้เป็นอย่างดี งานวิจัยยังนำเสนอเรื่องจริงที่น่าสนใจอีกอย่าง คือ ผู้ที่เล่นเกมเป็นประจำมีแนวโน้มสมองเสื่อมได้น้อยกว่าคนที่ไม่เล่นเกม รวมถึงความเข้าใจในเกมของผู้ปกครองที่เปลี่ยนไป ผู้ปกครอง 90% รู้ว่าเด็กๆของพวกเค้าเล่นเกมอะไรอยู่…
Natnaree TK | 2629 days ago
Read More
16/05/2019

ยิ่งสูบยิ่งสั้น! ผู้เชี่ยวชาญชี้บุหรี่ส่งผลกระทบต่อสมรรถภาพทางเพศมากกว่าที่คุณรู้

บุหรี่ที่ใครหลายคนสูบเพราะคิดว่ามันทำให้คุณดูดี หรือไม่ว่าคุณจะสูบเพราะอะไรก็ตาม หากคุณกำลังเป็นอีกหนึ่งคนที่สูบบุหรี่อยู่ละก็คุณอาจจะต้องคิดใหม่ก่อนที่จะหยิบมันขึ้นมาเพราะบุหรี่สามารถทำให้คุณเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้! ใช่แล้วละคุณอ่านไม่ผิดหรอก การสูบบุหรี่อาจช่วยให้ใครหลายคนลดความเครียด และทำให้มีสมาธิมากยิ่งขึ้น แต่หนึ่งในข้อเสียของมันคือการทำให้สมรรถภาพทางเพศของคุณเสื่อม แพทย์ผู้เชียวชาญในเรื่องทางเดินปัสสาวะ Marc Laniado อธิบายไว้ว่า การจะทำให้อวัยวะเพศชายตื่นตัวได้ ต้องอาศัยเลือดเข้ามาเลี้ยงบริเวณนั้น และคนสูบบุหรี่ส่วนมากจะพบเจอกับปัญหาผนังหลอดเลือดแข็งตัว ทำให้เลือดไม่สามารถมาเลี้ยงบริเวณนั้นได้ดีนัก ประกอบกับสารนิโคตินที่เป็นส่วนประกอบของบุหรี่ มีฤทธ์ทำให้ผนังหลอดเลือดตีบ ยิ่งเป็นปัญหาในการส่งเลือดไปเลี้ยงเข้าไปใหญ่ ถึงแม้สำหรับบางคนปัญหานี้อาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่สำหรับอีกหลายๆคนมันกลับเป็นปัญหาที่ใหญ่ ไม่เพียงเท่านั้นบุหรี่ยังส่งผลต่อการยืดขยายของอวัยวะเพศนั่นหมายความว่ายิ่งสูบมันยิ่งจะสั้นลงด้วย แต่ไม่ใช่กับผู้ชายเท่านั้นผู้หญิงก็ได้รับผลกระทบนี้เช่นกัน การสูบบุหรี่จะทำให้เลือดไปเลี้ยงมดลูกได้น้อยลง แต่นั่นดูจะไม่ค่อยเป็นปัญหาสำหรับผู้หญิงสักเท่าไหร่แต่มันอาจส่งผลกระทบในด้านอื่นๆตามมาแทน รู้อย่างนี้แล้วใครที่กำลังจะสูบบุหรี่ก็ลองคิดดูอีกทีแล้วกันว่าการสูบบุหรี่ มันคุ้มเสี่ยงกับสุขภาพที่เราจะต้องแลกหรือเปล่า? อ้างอิง
Natnaree TK | 2631 days ago
Read More
16/05/2019

งานวิจัยยืนยัน AR สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ใช้งานในโลกความเป็นจริงได้!

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Stanford สาขามนุษยศาสตร์และวิทยาศาสตร์พบว่าประสบการณ์ต่างๆจาก AR สามารถส่งผลต่อพฤติกรรมบนโลกความเป็นจริงของผู้เล่นได้ถึงแม้พวกเขาจะถอดเครื่อง AR ออกแล้วก็ตาม งานวิจัยนี้จัดทำในกลุ่มอาสาสมัคร 218 คน พวกเขาถูกทำการทดลอง 3 อย่างด้วยกัน การทดลองแรก พวกเขาจะถูกใส่เครื่อง AR หลังจากนั้นพวกเขาจะเจอกับ 'Chris' อวตาใน AR ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้จริงๆภายในห้อง (เป็นการใช้ภาพทับซ้อนกันระหว่างโลกความเป็นจริงกับ AR) หลังจากนั้นพวกเขาจะถูกขอให้ทำแบบทดสอบการเรียงสลับคำ ภาพใต้การนั่งดูของ Chris และคนจริงๆ จากการทดลองพวกเขาพบว่าการทำแบบทดสอบดูจะยากขึ้นเมื่อไม่มีคนดูพวกเขาอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Chris หรือคนจริงๆก็ตาม การทดสอบที่สอง ผู้ร่วมทดลองจะถูกใส่เครื่อง AR พวกเขาจะเห็น Chris เดินไปนั่งเก้าอี้ตัวหนึ่งและลุกไป คนส่วนมากจะเลือกนั่งเก้าอี้อีกตัวที่ Chris ไม่ได้นั่งก่อนหน้านี้ และเมื่อทำการทดลองซ้ำหลังถอดเครื่อง AR 72% ของผู้เข้าร่วมทดลองก็ยังคงไม่นั่งเก้าอี้ตัวเดียวกับ Chris เช่นกัน การทดสอบสุดท้าย เราทำการจับคู่อาสาสมัครคนหนึ่งสวมเครื่อง AR อีกคนหนึ่งไม่สวม และให้พวกเขาได้ทำความรู้จักกันหลังจากการสนทนาผู้ที่สวมเครื่อง AR กล่าวว่า พวกเขารู้สึกมีปฏิสัมพันธ์กับคู่ของตนเองน้อยลง งานวิจัยนี้ทำให้เราพบว่าการใช้เทคโนโลยี AR…
Natnaree TK | 2631 days ago
Read More
14/05/2019

วางทุกอย่างลง แล้วมาทำตัวขี้เกียจเพื่อสุขภาพที่ดีกันเถอะ!

ตารางงานที่วุ่นวาย รายการสิ่งที่ต้องทำที่ยาวเหยียด หรือแม้กระทั่งการวิ่งวุ่นจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งอาจทำให้คุณมีความสุขจากความรู้สึกเหมือนเป็นคนสำคัญ ที่เป็นที่ต้องการตัว และมีอะไรต้องทำอยู่ตลอดเวลา แต่มันดีแล้วจริงๆหรือที่เป็นแบบนี้? บางครั้งความวุ่นวายและตารางงานที่ยุ่งยาก ก่อให้เกิดความเครียดสะสม และ ความกังวล โดยที่เราไม่รู้ตัว คุณอาจคิดว่าการวิ่งวุ่นของคุณนั้นทำให้คุณเป็นคนสำคัญบางครั้งมันอาจเป็นความจริง แต่สิ่งที่เป็นความจริงยิ่งกว่าคือผลกระทบที่เกิดกับร่างกายของคุณโดยตรงต่างหาก คุณอาจบอกว่าแต่ฉันก็ดูแลตัวเอง กินอาหารที่มีประโยชน์ และ ออกกำลังกายเป็นประจำนะ เราไม่เถียงว่านั่นเป็นสิ่งที่ดี และควรทำ แต่เรามีอีกหนึ่งวิธีที่สามารถลดภาระให้ร่างกายของคุณได้โดยการ 'ไม่ต้องทำอะไรเลย' หรือที่ชาวดัตช์เรียกว่า 'Niksen' ฟังเหมือนเป็นเรื่องง่ายนะกับการที่ไม่ต้องทำอะไรเลยแต่เอาจริงๆ มันยากกว่าที่คิด เพราะเรามีอะไรที่ต้องทำอยู่ตลอดแม้แต่ตอนนอนก็ตาม Doreen Dodgen-Magee นักจิตวิทยาที่ศึกษาเกี่ยวกับความเบื่อหน่าย กล่าวว่าสภาวะการไม่ทำอะไรเลยหรือ 'Niksen' เปรียบเสมือนการสตาร์ทรถทิ้งไว้แต่ไม่ขับไปไหน เป็นการอยู่เฉยๆแบบไม่ต้องทำอะไรเลยทั้งนั้น หลายๆคนรู้จัก Niksen ในชื่อของความขี้เกียจ แต่คุณรู้ไหมความขี้เกียจนี้จำเป็นต่อการดำรงค์ชีวิตของมนุษย์มากทีเดียว ด้วยวัฒนธรรมของเราที่ถูกสอนกันมาว่าความขี้เกียจนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี การทำตัวให้มีอะไรทำหรือวุ่นวายตลอดเวลาเป็นสิ่งที่มีค่ามากกว่า เป็นคำสอนที่ทำให้เราต้องกดดัน และถูกกระตุ้นด้วยความเครียดให้ออกไปหาอะไรทำตลอดเวลา และยิ่งเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นทำให้เราไม่สามารถปล่อยวางภาระต่างๆ และโอบกอดความสุขของความสงบได้จริงๆ เสียที แต่ในความเป็นจริงแล้วความขี้เกียจ หรือการนั่งเฉยๆ นั้นให้ประโยชน์มากกว่าที่เราคิด การนั่งปล่อยใจว่างๆโดยไม่ต้องคิดถึงภาระต่างๆ จะช่วยเสริมสร้างจินตนาการ และ ช่วยให้คุณรู้จักตัวเองมากขึ้น ที่สำคัญมันเหมือนการพักสมองและนั่นจะทำให้คุณมีทักษะการแก้ปัญหาได้ดีขึ้นอีกด้วย ถึงแม้การนั่งเฉยๆ ปล่อยใจว่างๆ อาจยากสำหรับคุณในตอบแรกๆ แต่เชื่อเถอะว่าหากคุณได้ลองทำตัวขี้เกียจบ้างในบางครั้ง…
Natnaree TK | 2632 days ago
Read More
14/05/2019

งานวิจัยชี้! การกินยาแอสไพรินทุกวันสามารถทำให้เลือดออกในสมองได้ง่ายกว่าปกติ

มีคนจำนวนไม่น้อยที่รับประทานยาแอสไพริน (Aspirin) เป็นประจำทุกวัน ด้วยความเชื่อที่ว่ายาแอสไพรินจะสามารถช่วยให้พวกเขามีสุขภาพที่แข็งแรงได้ แต่งานวิจัยจากสถาบันโรคหัวใจแห่งอเมริกาบอกแล้วว่า การรับประทานยาแบบนี้เพิ่มโอกาสเสี่ยงมากกว่าสุขภาพที่ดี โดยปกติแล้วคนที่รับประทานยาแอสไพรินทุกวันจะมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวอย่างเช่น เพราะเขาเป็นโรคหัวใจการรับประทานยาดังกล่าวสามารถช่วยลดการอุดตันขอวหลอดเลือดได้ยาเหล่านี้จึงจำเป็นต่อพวกเขา แต่สำหรับคนธรรมดาที่ไม่ได้เป็นอะไรแล้ว การรับประทานยาแอสไพรินขนาดต่ำทุกวันจะเพิ่มความเสี่ยงเลือดออกในสมองได้ ตามคำแนะนำจากสถาบันโรคหัวใจอเมริกากล่าวว่า ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 70 ปี ไม่ควรรับประทานยาแอสไพรินทุกวันหากไม่มีความจำเป็น และงานวิจัยจาก The March ก็ย้ำซ้ำอีกด้วยว่าจากการทดลองทางคลีนิคพวกเขาไม่พบว่าการรับประทานแอสไพรินปริมาณต่ำทุกวันไม่สามารถช่วยให้คนธรรมดามีสุขภาพดีขึ้นได้เลย ในขณะที่การทดลองใหม่นี้ทดลองในกลุ่มคน 134,000 คน พบว่ากลุ่มคนที่รับประทานยาหลอกมีโอกาสเลือดออกในสมอง 0.46% ส่วนคนที่รับประทานแอสไพรินมีโอกาส 0.63% ทั้งนี้โอกาสยังเกิดแก่ผู้ที่มีมวลน้ำหนักตัวน้อย และ ชาวเอเชียมากกว่าชนชาติอื่น ทั้งนี้การรับประทานยาแอสไพรินปริมาณต่ำยังคงจำเป็นในการรักษาในบางโรค เพราะฉะนั้นการรับประทานยานี้จึงควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น ถ้าไม่ได้มีอาการที่น่ากังวลหันมาออกกำลังกายแทนการพึ่งยาจะปลอดภัยกว่านะคะ อ้างอิง
Natnaree TK | 2633 days ago
Read More
08/05/2019

งานวิจัย โซเชียลมีเดียมีผลต่อความพอใจในชีวิตของวัยรุ่นเพียง 1% เท่านั้น!

ระยะเวลาการใช้โซเชียลมีเดียอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของวัยรุ่นน้อยกว่าที่เราคิด งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Oxford กล่าวว่าแท้จริงแล้วโซเชียลมีเดียมีผลต่อความพึงพอใจในการใช้ชีวิตประจำวันอยู่ที่ 1% เท่านั้น ส่วนอีก 99% มาจากครอบครัว เพื่อน และชีวิตในโรงเรียน ก่อนหน้านี้เรามักจะได้ยินข่าวเรื่องโซเชียลมีเดียส่งผลต่อสุขภาพจิตของวัยรุ่นมาเป็นเวลานาน และคนส่วนมากก็มองสาเหตุของปัญหาไปที่ระยะเวลาการใช้โซเชียลมีเดีย แต่ศาสตราจารย์ Andrew Przybylski และ Amy Orben จาก Oxford ทำการสำรวจในวัยรุ่น 12,000 คน กล่าวว่าความพึงพอใจในชีวิตของพวกเขาขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมมากกว่าโลกออนไลน์ถึง 99.75% และอีก 1% คือผลกระทบที่ได้จากโซเชียลมีเดีย ทีมวิจัยจึงตั้งคำถามต่อว่างั้นที่จริงแล้ว โซเชียลมีเดียเป็นตัวการที่ทำให้วัยรุ่นไม่พอใจในชีวิตของตนเอง หรือ เพราะวัยรุ่นไม่พอใจในชีวิตของตนเองจึงใช้โซเชียลมีเดียมากขึ้นกันแน่ พวกเขาจึงทำการสอบถามวัยรุ่นที่มีอายุ 10-15 ปี ในปี 2009-2017 หลายพันคน ถึงระยะเวลาที่พวกเขาเล่นโซเชียลมีเดีย และผลกระทบต่อความพอใจในการใช้ชีวิต พบว่าเด็กผู้หญิงจะได้รับผลกระทบจากโลกโซเชียลมากกว่าเด็กผู้ชาย แต่ผลลัพธ์ที่ได้ไม่มีค่ามากพอที่จะนำมาคิดเป็นเชิงสำคัญทางสถิติ (หรือจะว่าง่ายๆการเล่นโซเชียลมีเดียเป็นเวลานานไม่ได้ทำให้เด็กๆสุขภาพจิตเสียมากเท่าที่เราเข้าใจกัน) แต่เราก็ไม่ปฏิเสธว่าโลกออนไลน์ทำให้ความพอใจในชีวิตของวัยรุ่นลดลงไปจริงๆ นักวิจัยจึงพุ่งเป้าไปที่วิธีการใช้โซเขียลมีเดียของเด็กวัยรุ่น ว่าพวกเขาใช้งานแอปต่างๆอย่างไร ทั้งนี้พวกเขาเดินหน้าที่จะเข้าพบกับเจ้าของบริษัทสื่อโซเชียลต่างๆ เพื่อขอข้อมูลการใช้งานในวัยรุ่นเพื่อหาประเด็นที่แน่ชัดที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตของพวกเขาต่อไป อ้างอิง
Natnaree TK | 2639 days ago
Read More
08/05/2019

รู้หรือไม่! ร้องเพลงตอนอาบน้ำได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด

คุณเคยร้องเพลงขณะอาบน้ำหรือไม่? หรือคุณรู้จักใครที่ชอบร้องเพลงในห้องน้ำหรือเปล่า? และคุณเคยตั้งคำถามหรือไม่ว่าทำไมพวกเขาชอบร้องเพลงตอนอาบน้ำกันจัง? ถ้าคุณเป็นหนึ่งคนที่สงสัยละก็ ลองเปิดประตูห้องน้ำแล้วร้องเพลงในนั้นดูสิ มันจะสร้างความประหลาดใจให้กับคุณ เราค่อนข้างมั่นใจว่าคนที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่คงกำลังอมยิ้ม นึกถึงตอนที่ตัวเองเคยฮัมเพลงตอนอาบน้ำ หรือไม่ก็เปิดคอนเสิร์ตตอนอาบน้ำมาก่อนแล้วแน่ๆ คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าทำไมการร้องเพลงตอนอาบน้ำมันรู้สึกดี? เพราะแท้ที่จริงแล้วมันส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณแต่จะมีอะไรบ้างไปอ่านกันเลย เสียงของคุณเพราะขึ้นเมื่อร้องเพลงในห้องน้ำ การร้องเพลงในห้องน้ำไม่เพียงแต่ทำให้คุณสนุก แต่มันทำให้เสียงของคุณดีขึ้นจริงๆ เนื่องจากกำแพงห้องน้ำของคุณไม่เก็บเสียง เมื่อเสียงของคุณกระทบผนังห้องน้ำ ผนังจะสะท้อนเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของมันกลับมา ทำให้เสียงคุณฟังดูเพราะ คุณจึงสามารถร้องเพลงได้อย่างมั่นใจมากขึ้น เพิ่มความมั่นใจ ต่อจากข้อแรก เมื่อเราร้องเพลงในห้องน้ำแล้วเสียงเราดีขึ้น มันทำให้เราได้รับความมั่นใจ และความภูมิใจในตนเองมากขึ้นไปโดยปริยาย นอกจากนี้ความภูมิใจ และมั่นใจในตนเองยังสามารถช่วยต่อสู้กับอาการซึมเศร้า และ ความวิตกกังวลได้ดี เพราะเมื่อเราร้องเพลงร่างกายเราจะรู้สึกผ่อนคลายสาร Oxytocin จะถูกปล่อยออกมาเพื่อลดระดับความเครียดได้เช่นกัน ลดความเครียด การร้องเพลงเป็นหนึ่งในการออกกำลังกายปอด เมื่อคุณต้องหายใจเข้าออกลึกๆเพื่อร้องเพลงสักท่อนทำให้ปอดของคุณได้ขยายตัว เพิ่ม Oxygen เข้าไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย เมื่อเลือดของคุณถูกเติมเต็มไปด้วย Oxygen ระดับความเครียดจะลดลง (ลองนึกถึงเวลาที่คุณเครียด หรือตื่นตระหนก เรามักจะโดนบอกให้หายใจเข้าลึกๆเสมอ) ดังนั้นการร้องเพลงในห้องน้ำสามารถช่วยฝึกการหายใจเพื่อลดระดับความเครียดได้เช่นกัน ช่วยเพิ่มความจำ เมื่อคุณร้องเพลงคุณต้องนึกเนื้อร้องในเพลง และแน่นอนการร้องเพลงในห้องน้ำไม่มีตัวหนังสือวิ่งมาให้เห็นเหมือนตู้คาราโอเกะ การร้องเพลงจึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยฝึกการทำงานของสมอง ให้ดึงเนื้อร้องออกมาในขณะที่คุณต้องทำอย่างอื่นไปด้วย กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้กัน การร้องเพลงในห้องน้ำช่วยเติม Oxygen เข้ากระแสเลือด ลดระดับความเครียด ผลดีทั้งสองนี้ส่งผลดีโดยตรงต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย…
Natnaree TK | 2639 days ago
Read More
04/05/2019

อกหักอย่าเก็บไว้! ร้องไห้ให้แฟนเก่า ช่วยให้เราน้ำหนักลดได้

หลายคนหลังอกหักมักจะชอบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ร้องไห้ ไม่แสดงความรู้สึกที่แท้จริงที่กำลังซ่อนอยู่ภายในใจลึกๆ เพียงเพราะแค่ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเรากำลังอ่อนแอ แต่อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์บอกว่าคนส่วนมากร้องไห้กว่า 16 ครั้ง และสูญเสียน้ำตาไปกว่าครึ่งแกลลอน (ุ30 ลิตร) ในการเลิกลา เราต่างรู้กันว่าการร้องไห้หลังจากที่ได้รับความเครียด และ ความกดดันสูง จะช่วยผ่อนคลายและบรรเทาสภาพอารมณ์รวมถึงจิตใจของเราได้ แต่งานวิจัยชิ้นใหม่นี้ได้เพิ่มประโยชน์ของการร้องไห้ไว้ว่ามันสามารถช่วยให้เราลดน้ำหนักได้อีกด้วย (ก็แน่นอน อกหักใครจะไปกินข้าวลงกันละ) แต่สังเกตหรือไม่ว่าไม่ว่าคุณจะมีอาการเครียด หรือซึมเศร้าหลังอกหัก หลายคนจะเคยมีประสบการณ์ 'Breakup Diet' หรืออาการไม่อยากกินข้าวเหมือนๆกัน เรื่องนี้อธิบายได้ด้วยเรื่องของ Hormones ที่เราเรียกว่า Cortisol, Hormones ตัวนี้จะหลังออกมาเมื่อเราเกิดภาวะเครียด หรืออยู่ภายใต้ความกดดัน ทำให้เรามีความอยากอาหารมากยิ่งขึ้น และนักวิทยาศาสตร์พบว่าเมื่อเรามีความรู้สึกอยากร้องไห้แต่ไม่ได้ร้อง อารมณ์นั้นจะไปกระตุ้น Prolactin และ Adrenocorticotropin (ACTH) ยิ่งเพิ่มระดับ Cortisol ให้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นเมื่อเราไม่ฝืนร่างกาย เมื่อเรารู้สึกอยากร้องไห้ ปล่อยให้น้ำตาไหลระบายออกมาจึงเป็นการลด Cortisol ในทางอ้อมทำให้เราไม่มีความอยากอาหารเพิ่มมากขึ้นในระหว่างที่เราเศร้านั่นเอง ยังไม่พอนักวิทยาศาสตร์ยังบอกอีกว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่คุณจะเสียน้ำตาให้รักครั้งเก่าอยู่ที่ 1 ทุ่ม - 4 ทุ่ม เพราะอย่างนั้นอย่ากลั้นมันไว้เลยร้องไห้ออกมาแล้วทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดีเอง อ้างอิง 
Natnaree TK | 2643 days ago
Read More

PR Partners

See All
Read More

สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global

ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น
23/07/2026

รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน

เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…
13/07/2026

มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่

มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…
13/07/2026

ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026

ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส -  ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…