ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| Health
Read More

ติดคาเฟอีนมากไปจนกระทบต่อร่างกาย อยากเลิกควรทำอย่างไร ?

คาเฟอีน เป็นสารกระตุ้นที่พบได้ทั่วไปในน้ำอัดลม กาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง และอื่น ๆ หากคุณดื่มไม่มากเกินไปคาเฟอีนก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณตื่นตัวและมีสมาธิได้ เพราะคาเฟอีนจะช่วยเพิ่มพลังงานและลดความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวัน แต่หากคุณดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนมากเกินไปก็อาจทำให้รู้สึกปวดหัวและนอนไม่หลับได้ คาเฟอีนคืออะไร ? คาเฟอีนเป็นตัวกระตุ้นในกาแฟ ชา ช็อกโกแลต และโซดา ฯลฯ ซึ่งช่วยลดความเหนื่อยล้า เพิ่มความตื่นตัว และเพิ่มพลังงานให้กับคุณ นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ ปวดศีรษะ อาการขาดน้ำ และความดันโลหิตสูงได้ หากคุณดื่มอย่างไม่ระวัง  สำหรับหลาย ๆ คน คาเฟอีนเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้พวกเขาตื่นขึ้นมามีชีวิตชีวา มีสมาธิ และมันสามารถช่วยให้ทำสิ่งต่าง ๆ ได้ตลอดทั้งวัน คาเฟอีนเป็นสารสีขาวที่มีรสขมซึ่งพบได้ตามธรรมชาติในพืชกว่า 60 ชนิด รวมถึงเมล็ดกาแฟ ใบชา และฝักโกโก้ที่ใช้ทำช็อกโกแลต ปริมาณคาเฟอีนในอาหารและเครื่องดื่มของคุณจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ วิธีการเตรียม รวมถึงปริมาณในการดื่ม โดยกาแฟสามารถมีคาเฟอีนได้เพียง 2 มิลลิกรัมต่อถ้วย และมากถึง 200 มิลลิกรัมต่อถ้วย ขณะที่ชาทั่วไปมีคาเฟอีนประมาณ 40 มิลลิกรัม และมีได้ตั้งแต่ 9 -…
04/08/2023

ควรทำอย่างไรกับช่องว่างระหว่างวัยในที่ทำงาน

หนึ่งในพื้นที่ที่รวบรวมคนต่างวัยเอาไว้มากที่สุดนั่นก็คือ “พื้นที่ของการทำงาน” ซึ่งเป็นหนึ่งในสังคมที่รวบรวมคนต่างวัยเอาไว้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นพนักงานระดับอาวุโส พนักงานระดับช่วงกลาง หรือแม้แต่พนักงานที่เป็นเด็กจบใหม่ และยังมีผู้คนจากหลากหลายตำแหน่งหน้าที่ ดังนั้นสิ่งนี้จึงเป็นที่อีกพื้นที่หนึ่ง ที่ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างวัย เกิดความแตกต่าง ทั้งทางด้านความคิด และทัศนคติที่แตกต่างกันไปได้  แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการดำรงอยู่ด้วยกันก็คือ “แตกต่างแต่ไม่แตกแยก” ดังนั้นในวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีจัดการบริหารช่องว่างระหว่างวัยในที่ทำงาน ให้มีความเป็นมิตรต่อกันมากขึ้น มีความเข้าใจในเรื่องของทัศนคติที่แตกต่างกัน ทำให้ก่อเกิดสังคมการทำงานที่มีคุณภาพ นอกเหนือไปจากการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว ก็ยังเป็นอีกหนึ่งการปรับตัวและทำความเข้าใจ ที่จะทำให้คุณไปทำงานอย่างมีความสุขในทุก ๆ วันอีกด้วย  1. อย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว  การทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว จะนำไปสู่การปิดกั้นทางความคิดและทำให้เกิดความหมางใจกันอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้อาวุโสกระทำต่อผู้ที่มีอายุน้อยกว่า หรือผู้ที่มีอายุน้อยกว่า ทำตัวเป็นคนน้ำเต็มแก้วใส่ผู้อาวุโส ก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำในที่ทำงานทั้งนั้นเพราะบุคคลในแต่ละช่วงวัยต่างก็มีความรู้มีประสบการณ์ แตกต่างกันไป ดังนั้นจึงมีความรู้ดี ๆ ให้เรานำมาปรับใช้กับชีวิต และทำงานอยู่เสมอ 2. เปิดพื้นที่ให้คนต่างวัยได้ศึกษา และแชร์ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน  คนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ ที่ทำงานอยู่ในวงการหรือธุรกิจนั้น ๆ มาอย่างยาวนาน จะมีประสบการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริงที่ไม่สามารถสอนได้ในห้องเรียน ในทางกลับกัน คนรุ่นมิลเลนเนียลได้เติบโตขึ้นมาในโลกที่เทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ด้านและทำให้ก่อเกิดการดำเนินธุรกิจสมัยใหม่ ซึ่งบุคคลทั้ง 2 วัยนี้ต่างก็มีเรื่องที่ตนเองถนัดและเรื่องที่ตนเองไม่ถนัด การแชร์ประสบการณ์ และแชร์ความรู้กัน นอกจากจะเป็นการเพิ่มเติมความรู้แล้ว ก็ยังเป็นการช่วยสร้างความสัมพันธ์…
04/08/2023

ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ! หลักจิตวิทยาว่าด้วยการยิ่งห้ามก็ยิ่งทำ

ทำไมถึงห้ามใจไม่ค่อยได้จริงจริ๊ง! ยิ่งห้ามก็ยิ่งอยากทำ คุณเคยรู้สึกเช่นนี้หรือไม่? วันนี้เราจะมาพูดถึงหลักจิตวิทยาว่าทำไมเมื่อคนเราถูกห้ามมักจะยิ่งอยากทำ ยกตัวอย่างเช่น เช่น บางครอบครัวห้ามลูกเที่ยวกลางคืน แต่ลูกก็ยิ่งหนีเที่ยว หรือคุณเจอป้ายที่เขียนในสถานที่ท่องเที่ยวหรือพิพิธภัณฑ์ ที่เขียนว่า “Don't touch” ยิ่งทำให้อยากสัมผัสเข้าไปอีก หรือเจอป้ายที่เขียนว่า “อย่าเดินลัดสนาม” เท้าเจ้ากรรมยิ่งอยากเดินไปสัมผัสต้นไม้ใบหญ้าแบบเต็ม ๆ เสียเหลือเกิน วันนี้เรามีคำตอบของเรื่องนี้มาฝากกัน  ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่เรียกว่า “Reactance”  ปรากฏการณ์นี้สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดทางจิตวิทยาที่เรียกว่า รีแอกแตนซ์ (Reactance) เป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่จะเกิดขึ้นเมื่อบุคคลรู้สึกว่าเสรีภาพหรือความเป็นอิสระของตนกำลังถูกคุกคามหรือถูกจำกัด ซึ่งอาจนำไปสู่ความปรารถนาที่ทำพฤติกรรมต้องห้ามมากขึ้น  เมื่อมีคำสั่งต้องห้าม สิ่งนี้มักจะกระตุ้นปฏิกิริยาทางจิตวิทยาที่ทำให้บุคคลต้องการยืนยันเสรีภาพของตนเอง และทำสิ่งต้องห้าม ปฏิกิริยานี้เกิดขึ้นจากความต้องการโดยธรรมชาติของเรา เพราะมนุษย์ต้องการความเป็นอิสระและต้องการควบคุมชีวิตของเราเอง และเมื่อเรารับรู้ว่าเสรีภาพของเราถูกจำกัด ทำให้มักเกิดปฏิกิริยาโต้ตอบ ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นให้เราอยากต่อต้านข้อจำกัดนั้น ยิ่งห้ามยิ่งเร้าใจ อยากท้าทายสุด ๆ  ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์แห่งหนึ่งมีการประกาศเตือน ด้วยป้าย POP UP ห้ามผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะกดคลิกเข้าไปใช้งานเว็บเด็ดขาด! และจากการประกาศเตือนเช่นนี้ บางคนก็อาจรู้สึกอยากไปดูมากขึ้น เนื่องจากความอยากรู้อยากเห็นหรือความปรารถนาที่จะท้าทายอำนาจในการสั่งห้าม ในทำนองเดียวกัน เมื่อพ่อแม่สั่งห้ามไม่ให้ลูก ๆ ออกไปเที่ยวกลางคืน ก็อาจทำให้ลูกเกิดความรู้สึกถูกจำกัด และเด็กบางคนอาจลงมือฝ่าฝืนกฎของพ่อแม่เพื่อยืนยันความเป็นอิสระของตนเอง  ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีปรากฏการณ์ รีแอกแตนซ์…
02/08/2023

เทคนิคการเลือกสบู่ให้เหมาะกับสภาพผิวของตนเอง

การอาบน้ำชำระล้างร่างกายจากสิ่งสกปรกเป็นกิจวัตรที่ทุกคนทำทุกวัน และการเลือก ‘สบู่’ เพื่อช่วยขจัดคราบความมันและแบคทีเรียต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน เนื่องจากสบู่แต่ละประเภทมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันทั้งเรื่องของรูปแบบ และคุณสมบัติในการบำรุงผิว ดังนั้น จึงควรเลือกใช้สบู่ให้เหมาะสมกับสภาพผิวของตนเอง เลือกสบู่ให้เหมาะกับผิวของตนเอง โดยปกติคนเราจะมีสภาพผิวอยู่ 5 ประเภท ได้แก่ ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวธรรมดา ผิวแพ้ง่าย และผิวผสม สิ่งแรกที่คุณต้องทำก่อนเลือกสบู่ที่เหมาะสมคือการเรียนรู้เกี่ยวกับประเภทผิวของตนเอง เพราะการเลือกสบู่อาบน้ำที่ต้านแบคทีเรียและมีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิวจะช่วยคุณจัดการปัญหาผิวได้อย่างครอบคลุมและมีประสิทธิภาพ โดยคุณสามารถทดสอบสภาพผิวของตนเองได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้ 1.ล้างหน้าด้วยคลีนเซอร์แล้วซับให้แห้ง 2.อย่าทาครีม มอยเจอร์ไรเซอร์ หรือโทนเนอร์บนใบหน้าหลังจากเช็ดหน้าจนแห้ง 3.ปล่อยให้ใบหน้าแห้งอย่างน้อย 30 นาที 4.หลังจากผ่านไป 30 นาที  หลังจากทำความรู้จักกับประเภทผิวของคุณแล้ว คุณก็จะสามารถเลือกสบู่ให้เหมาะกับตนเองได้อย่างง่ายดาย 1.การเลือกสบู่สำหรับคนผิวแห้ง หากคุณมีผิวแห้ง คุณต้องเลือกใช้สบู่ที่ทำจากส่วนผสมจากธรรมชาติ เพราะผิวแห้งมีแนวโน้มที่จะเป็นขุยและมีอาการคันได้ง่าย นอกจากนี้ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่หลังล้างออกไม่แห้งตึงจนเกินไป ควรเน้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นให้กับผิว 2.การเลือกสบู่สำหรับคนผิวมัน ผิวมันมีแนวโน้มที่จะเกิดสิวได้ง่าย จะดีที่สุดถ้าคุณเลือกสบู่ที่ดูดซับความมันส่วนเกินจากผิวของคุณเพื่อป้องกันการเกิดสิว นอกจากนี้ ผิวมันจำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาดน้ำมันส่วนเกินเป็นประจำ เพื่อให้ผิวไม่รู้สึกมันเยิ้มจนเกินไป  3.การเลือกสบู่สำหรับคนผิวผสม หากคุณเป็นคนผิวผสม คุณก็สามารถเลือกสบู่ได้หลากหลายประเภท เนื่องจากผิวของคุณไม่ได้บอบบางขนาดนั้น แต่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจเสมอว่าคุณใช้สบู่ธรรมชาติที่ปราศจากพาราเบน และสารเคมีอันตรายอื่น…
04/10/2019

ผลวิจัยชี้! ผู้ชายใช้เวลาเฉลี่ย 7 ชั่วโมงต่อปีในการหาความสงบ และหลีกหนีความวุ่นวายในห้องน้ำ

ฟังเหมือนจะตลกแต่มันคือเรื่องจริงเพราะได้มีการทำวิจัยสำรวจจากประเทศอังกฤษแล้วว่า 1 ใน 3 ของผู้ชายอังกฤษจะเลือกเข้าไปอยู่ในห้องน้ำหากพวกเขาต้องการความเป็นส่วนตัว และความสงบ ไม่ว่าใครก็ต้องการเวลาส่วนตัวกันทั้งนั้น แต่คุณรู้หรือไม่ว่าผลการวิจัยสำรวจจากประเทศอังกฤษเขาเผยว่า หนุ่ม ๆ เมืองผู้ดีเขาชอบเข้าไปเก็บตัวในห้องน้ำหากเขาต้องการเวลาส่วนตัวจากลูก คนรอบตัว หรือแม้แต่แฟนสาวของเขาด้วยเช่นกัน จากการสำรวจคน 1,000 คนพวกเขาต่างเห็นพ้องต้องกันถึงพื้นที่อันสงบสุขในห้องน้ำไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามดูเหมือนว่ามันจะเป็นที่ที่ทำให้พวกเขารู้สึกได้รับความเป้นส่วนตัวมากทีเดียว ผู้เชี่ยวชาญด้านห้องน้ำ Pebble Grey หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวว่า ถึงแม้ว่าการปลีกตัวเองเข้าไปอยู่ในห้องน้ำจะดูเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคุณผู้ชายแต่ในความเป็นจริงแล้ว 1 ใน 10 ของผู้ชายที่หลบเข้าห้องน้ำเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายรอบข้างนั้นก็ยังคงถูกขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวอยู่ดี นอกจากนี้งานวิจัยยังพบว่า 45% ของผู้ตอบแบบสอบถาม การหาเวลาให้ตัวเองเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ และอีก 1 ใน 4 กล่าวว่าพวกเขาไม่ถูกเคารพความเป็นส่วนตัวจากแฟนของพวกเขาเท่าไหร่นัก และอีก 25% ยอมรับว่าเค้าไม่รู้จะรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไรดีหากไม่ได้หลบไปอยู่กับตัวเองในห้องน้ำสักพัก 14% ยังบอกด้วยว่าพวกเขาจะเอาของเช่นพวก นิตยสาร หนังสือ หรือแม้กระทั่งอาหารเข้าไปนั่งกินในห้องน้ำด้วยในตอนที่พวกเขาต้องใช้เวลากับตัวเอง ไม่ใช่แค่เพียงผู้ชายเท่านั้นแต่ดูเหมือนว่าคนส่วนมากจะเลือกใช้ห้องน้ำเป็นสถานที่ในการปลีกตัว และหลบหนีจากสังคมรอบข้าง แล้วคุณล่ะเคยหนีความวุ่นวายแล้วเข้าไปนั่งพักในห้องน้ำกันบ้างรึเปล่า? อ้างอิง Mirror   พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
Natnaree TK | 2490 days ago
Read More
03/10/2019

งานวิจัยชี้! นอนกลางวันวันละนิดช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้

สำหรับวัยทำงาน หรือนักศึกษาที่กำลังนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ หรือจดแลคเชอร์กันอย่างตั้งใจ คงปฏิเสธความง่วงที่มาเยี่ยมเยียนเราในช่วงบ่าย ๆ ของวันไม่ได้จริงไหมคะ บางคนทนไม่ไหวจนต้องขอเวลานอกไปงีบบ้างก็มี และหลายคนก็อาศัยเครื่องดื่มเป็นตัวช่วยปลุกให้ตื่นอยู่เสมอ แต่งานวิจัยจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย Lausanne ได้บอกไว้ว่าจริงๆแล้วการนอนกลางวันวันละนิด 1-2 ครั้ง/สัปดาห์สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง (stroke) ได้มากกว่า 50% เลยทีเดียวค่ะ ทีมวิจัยได้ทำการศึกษาหาความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาการงีบหลับตอนกลางวันกับความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โดยการตามเก็บข้อมูลในผู้ที่มีอายุ 35 - 75 ปี จำนวน 3,462 คน เป็นเวลากว่าปี 5 ปี พบว่าคนที่ชอบงีบกลางวันประมาณ 5 นาที - 1 ชั่วโมง/วัน 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ มีความเสี่ยงในการเป็นโรคที่เกิดจากโรคหัวใจและหลอดเลือดลดลง 48% เมื่อเทียบกับคนที่ไม่นอนกลางวันเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่ว่าเอะอะก็จะนอนอย่างเดียวนะคะ เพราะในงานวิจัยก็ได้เตือนไว้เช่นกันว่าการนอนกลางวันบ่อย และมากเกินไป ก็ส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน อ้างอิง ScienceDaily   พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
Natnaree TK | 2491 days ago
Read More
03/10/2019

CRADLE แอปแห่งอนาคตที่จะตรวจสอบความผิดปกติของดวงตาเพียงแค่ใช้โทรศัพท์!

เมื่อความก้าวหน้าของเทคโนโลยีกำลังดำเนินไปเรื่อยๆ แน่นอนว่านักวิทยาศาสตร์ย่อมส่งต่อเทคโนโลยีใหม่ ๆ แก่วงการแพทย์เช่นกัน และในไม่ช้าเราอาจจะสามารถตรวจหาความผิดปกติของดวงตาในเด็กได้เพียงแค่การใช้สมาร์ตโฟนในกระเป๋าของคุณเท่านั้น นักวิจัยได้ทำการพัฒนาแอปที่มีชื่อว่า CRADLE (Computer Assisted Detector of Leukoria) สำหรับการใช้งานใน Android และ iOS ในการตรวจหาความผิดปกติของดวงตา ผ่านการสะท้อนของตาขาว วิธีการนี้สามารถตรวจคัดกรอง โรคมะเร็งจอประสาทตา (Retinoblastoma), ต้อกระจก (cataracts) และโรคอื่น ๆ ที่เกิดกับดวงตาได้เช่นกัน ในการทดสอบแอปนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดสอบกับภาพถ่าย 53,000 ภาพ ของเด็ก 40 คนที่เกือบครึ่งมีปัญหาทางด้านสายตา ผลการทดสอบพบว่า AI สามารถตรวจพบเด็กที่มีโอกาสเป็นโรคตาได้ 16 คน และที่สำคัญมันตรวจพบรอยโรคก่อนที่แพทย์จะทำการวินิจฉัยอาการเร็วกว่าถึง 1.3 ปี สิ่งที่เกิดขึ้นนี้สามารถช่วยลดความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น หรือในกรณีที่ดีที่สุดอาจช่วยป้องกันไม่ให้เด็กมีอาการดังกล่าวได้ แต่นี้ไม่ได้หมายความว่าแอปนี้จะใช้ได้เฉพาะกับเด็กเท่านั้นแต่ IEEE Spectrum เพียงแค่จะบอกว่ามันใช้งานได้ดีที่สุดกับเด็กเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตามแอปนี้ยังไม่ได้รับการรับรองจาก FDA และไม่ถือเป็นการวินิจฉัย (เช่นเดียวกับ ECG ใน Apple Watch) ดังนั้นนี่เป็นเพียงการคัดกรองเบื้องต้นสุดท้ายแล้วคุณยังคงต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์อยู่ดี…
Natnaree TK | 2491 days ago
Read More
toilet
26/09/2019

ระวัง! เกมเมอร์จีนเล่นเกมระหว่างนั่งถ่ายจนไส้ไหล ต้องส่งโรงพยาบาลฉุกเฉิน

ไม่เพียงแค่เกมเมอร์เท่านั้น แต่เชื่อว่าหลายคนคงมีนิสัยชอบนำโทรศัพท์เข้าไปนั่งเล่นในระหว่างที่คุณกำลังถ่ายหนักอยู่แน่ๆ หากคุณทำเป็นบางครั้งนั่นก็ดีไป แต่หากว่าคุณนำโทรศัพท์เข้าไปเล่นเป็นประจำ จนทำให้คุณต้องใช้เวลานานในการขับถ่ายสักครั้งละก็นี่อาจเป็นอุทาหรณ์เตือนคุณได้นะ เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นกับชายชาวจีน (ที่ไม่ระบุชื่อและอายุ) ใน Zhongshan เขต Guangdong เมื่อกลางดึกคืนหนึ่งเขาต้องมาโรงพยาบาลเพราะลำไส้ตรงของเขามันยื่นออกมานอกร่างกายหลังจากที่เค้าใช้เวลาเล่นเกมขณะพยายามนั่งถ่ายเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมงแพทย์กล่าวว่าไส้ตรง (lectal) ที่ยื่นออกมานั้นวัดความยาวได้ 16 ซม. และมันก็ขวางก้นเขาอยู่อย่างนั้น จึงทำให้แพทย์ต้องทำการผ่าตัดเพื่อทำการรักษา ดร. Su Dan แพทย์จากโรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัย Sun Yat-San กล่าวว่า อาการที่เกิดขึ้นกับชายคนนี้คือ Rectal Prolapse (ลำไส้ตรงปลิ้น) เกิดจากกล้ามเนื้อรอบๆทวารหนักเกิดความผิดปกติ จึงส่งผลไปยังไส้ตรง ส่วนมากพบได้บ่อยในเด็ก และผู้สูงอายุ เนื่องจากกรณีนี้เป็นกรณีที่ค่อนข้างร้ายแรงเมื่อแพทย์ซักประวัติเพิ่มเติมจึงพบว่า เขามีอาการของโรคนี้มาตั้งแต่ 4 ขวบแล้ว แต่ไม่ได้รับการรักษาอาการดังกล่าวจึงรุนแรงขึ้นมาเป็นเวลากว่า 10 ปี จากการสแกนของแพทย์พบว่าเจ้าก้อนเนื้อนี้ส่งผลให้ผนังลำไส้มีรอยจ้ำเลือด และ แผลช้ำเป็นจำนวนมาก แต่ก็โชคดีที่การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี ใครที่ชอบเล่นโทรศัพท์ หรือเล่นเกมระหว่างนั้นถ่ายนานๆแล้วละก็คงต้องปรับพฤติกรรมใหม่แล้วละค่ะ ถ้าคุณไม่อยากเสี่ยงเกิดเหตุการณ์แบบนี้เข้าสักวัน อ้างอิง Elite Readers   พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
Natnaree TK | 2498 days ago
Read More
02/09/2019

เรื่องขี้ที่ไม่ขี้! ชายวัย 53 ปี เกือบเสียชีวิตเพราะไม่ถ่ายอุจจาระ

เรื่องนี้เกิดขึ้นกับชายวัย 53 ปี ในประเทศออสเตรเลีย หลังจากที่เขาถูกหามส่งห้องฉุกเฉินด้วยอาการปวดท้อง และ ขาขวาใช้การไม่ได้ The BMJ case report รายงานว่าชายคนนี้มีอาการปวดท้องมาแล้วเป็นเวลา 3 วัน เขามีอาการตัวบวม คลื่นไส้อาเจียน 1 วันก่อนหน้านั้นเขามีอาการปวดขาด้านขวา จนไม่สามารถขยับได้ และที่สำคัญขาขวาของเขายังเย็นชืด ไม่สามารถคลำชีพจรได้เลย หลังจากแพทย์ได้ทำการซักประวัติเพิ่มเติมพบว่า ชายคนนี้ไม่มีประวัติการใช้ยา ไม่เคยมีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือด และไม่เคยป่วยจนน่าจะเป็นสาเหตุของอาการดังกล่าว แต่จากการทำ Rectal examination (การตรวจลำไส้ตรง) พบว่าในไส้ตรงของชายคนนี้อัดแน่นไปด้วยก้อนอุจจาระจำนวนมาก ส่งผลให้แรงดันในช่องท้องเพิ่มมากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นแรงดันนี้ยังไปส่งผลกับหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงผนังและอวัยวะต่าง ๆ ภายในอุ้งเชิงกรานซีกขวา รวมทั้งขาขวา  ทำให้ขาขวาของเขาเป็นอัมพาตอีกด้วย นอกจากอาการดังกล่าวแล้วแพทย์ยังพบว่าคนไข้คนนี้มีปัญหาเรื่องหลอดเลือดไต ทำให้ไม่สามารถขับสารจำพวกกรดออกจากร่างกายได้ ทางออกคือการผ่าตัดนำอุจจาระก้อนนั้นออก โดยการผ่าตัดครั้งนี้แพทย์ได้นำอุจจาระออกจากร่างกายถึง 2 ลิตรเลยทีเดียว หลังจากการบำบัด คนไข้รายนี้ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในเรื่องของการขับถ่ายถึง 4 วัน และอีก 13 วันหลังจากนั้นเขาก็สามารถกลับมาเดินได้เป็นปกติ มันอาจฟังดูเป็นเรื่องตลก แต่เหตุการณ์คล้าย ๆ กันนี้เคยคร่าชีวิตเด็กวัยรุ่นไปแล้ว 1 คน เนื่องจากเธอมีอาการ…
Natnaree TK | 2522 days ago
Read More
18/07/2019

รู้หรือไม่! ชาไข่มุกแบบไหนที่ทำร้ายสุขภาพของเรามากที่สุด

ในปัจจุบันเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าชานมไข่มุกเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง และ สามารถหาดื่มได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เครื่องดื่มเล็กๆ ไปจนกระทั่งแบรนด์ที่มีชื่อเสียง ชานมไข่มุกก็ถูกจัดเข้ามาเป็นหนึ่งในเมนูให้ผู้ที่ชื่นชอบชาไข่มุกได้เลือกลิ้มลองกันมากขึ้น หากแต่ว่าในความจริงแล้วชานมไข่มุกหนึ่งแก้วที่ประกอบไปด้วย ชา นม ครีมเทียม น้ำตาล และ ไข่มุกที่ทำมาจากแป้งสำปะหลังนั้นมีคุณค่าทางโภชนาการเพียงใด และ เราควรดื่มมากน้อยเพียงไหนเรามาตอบคำถามนี้กันดีกว่า การดื่มชาเขียว และ ชาดำส่งผลดีต่อสุขภาพของคุณนอกจากมันจะช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้แล้ว มันยังสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง และ เบาหวานอีกด้วย เนื่องจากสารชาเหล่านั้นมีสาร Polyphenols ที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ และ ต้านสารอนุมูลอิสระ แต่อย่างไรก็ตามนั่นคือประโยชน์จากการดื่มชา! แค่ชาเท่านั้น! อย่าลืมว่าชานมไข่มุกของเรามีส่วนประกอบมากกว่านั้นเยอะ อย่างไรก็ตามเมื่อมีการใส่ส่วนผสมอย่างเช่น ครีมเทียม (ที่ไม่ได้มาจากนม) ลงไปเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมากกว่าที่เราคิด อย่างเช่นการใช้ครีมเทียมที่มีไขมันทรานส์เป็นจำนวนมาก ไขมันเหล่านี้จะเข้าไปเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ และ โรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงน้ำตาลจำนวนมากที่ถูกเทผสมลงในชา นี่ยังไม่ได้กล่าวรวมถึงลูกเล่นต่างๆ ที่ทางร้านพยายามปรับแต่งสูตรให้มีความแตกต่างเพื่อทำการตลาดอย่างเช่น การเติมน้ำผึ้ง น้ำเชื่อม ไข่มุก และ ท๊อปปิ้งต่างๆ ในชาของพวกเขาอีกด้วย ทั้งนี้ตารางข้างต้นทำให้เราเห็นว่าชานมสูตรไหนที่มีปริมาณน้ำตาลต่อแก้วมากกว่ากัน และคุณคงเห็นแล้วว่า 'Brown Sugar Milk Tea with Pearls' หรือชานมไข่มุกบราวน์ชูการ์นั้นมีปริมาณน้ำตาลมากกว่าใครเพื่อน…
Natnaree TK | 2568 days ago
Read More
15/07/2019

นักวิทย์ออกไอเดีย! พัฒนาเครื่องพิมพ์สามมิติสร้างกระดูก และ เนื่อเยื่อสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินในอวกาศ

ก่อนหน้านี้โลกได้รู้จักเทคโนโลยีการพิมพ์สามมิติที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานขึ้นมาจากวัสดุที่หลากหลาย รวมถึงการจำลองอวัยวะต่างๆ ที่ใช้วัสดุชีวภาพเพื่อการรักษาทางการแพทย์อีกด้วย แต่ในวันนี้เทคโนโลยีดังกล่าวจะไม่หยุดอยู๋แค่บนโลกอีกต่อไปเมื่อเครื่องพิมพ์สามมิตินั้นกำลังจะกลายเป็นสิ่งสำคัญในการให้การรักษาบนทริปสำรวจดาวอังคาร การเดินทางไปยังดาวอังคารเป็นระยะทางไกล และ กินระยะเวลานานมาก ดังนั้นหากเกิดอุบัติเหตุกระดูกหัก หรือน้ำร้อนลวก คงไม่คุ้มที่จะตีลำกลับมายังโลกแน่ๆ (นอกจากไม่คุ้มแล้ว เวลาก็ยังนานอีกต่างหาก) นักวิทยาศาสตร์จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย Dresden Technical  ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ พวกเขาจึงผลิตตัวอย่างกระดูก และ เนื้อเยื่อขึ้นมาจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติเป็นครั้งแรกของโลก ถึงแม้เทคนิคนี้จะยังเป็นแนวคิดริเริ่มบนโลก แต่สำหรับการดำรงชีพในอวกาศแล้วมันเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยเหลือนักบินผู้โชคร้ายจากการรักษาตัวของบาดแผลที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถรักษาได้รวดเร็วเท่าไหร่นัก Tommaso Ghidini หัวหน้าองค์การอวกาศยุโรปผู้ดูแลโครงการกล่าวว่า เทคโนโลยีดังกล่าวมีความสำคัญมากสำหรับนักบินอวกาศที่ประสบอุบัติเหตุ ด้วยสภาพแวดล้อมบนวงโคจรอาจทำให้แผลหายช้ากว่าปกติและ Bioprinted จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้มากขึ้น ด้วยเหตุนี้นักวิทยาศาสตร์จึงต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างเทคโนโลยีที่ยังคงทำงานได้ดีในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง เครื่องพิมพ์สามมิติที่พวกเขาต้องผลิตออกมาจึงจำเป็นต้องทำงานได้ดีแม้จะพลิกคว่ำ หรือตีลังกาอยู่ในอวกาศก็ตาม ในส่วนของเทคโนโลยีการพิมพ์นักวิทยาศาสตร์เลือกที่จะใช้ Calcium Phosphate เพิ่มเข้าไปในเซลล์พิมพ์ต้นกำเนิด Calcium Phosphate จะทำหน้าที่เป็นวัสดุรองรับโครงสร้าง และ ถูกดูดซึมโดยร่างกายเมื่อกระดูกเจริญขึ้นมา แต่นี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างงานเท่านั้น แนวคิดที่จะใช้เครื่องพิมพ์สามมิติบนอวกาศยังเป็นเรื่องที่เราต้องพัฒนากันอีกมากแต่มันก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะนั่นอาจหมายถึงชีวิตหนึ่งชีวิตของลูกเรือหนึ่งคนเลยก็ได้ https://www.youtube.com/watch?v=1t7aHnIfVAo&feature=youtu.be https://youtu.be/ikvhAE3pkXo   อ้างอิง   พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
Natnaree TK | 2570 days ago
Read More
09/07/2019

ความเชื่อสุดแปลกจากอินเดีย! ถ้าอยากหายจากหอบหืด ให้กลืนปลาเป็นๆเข้าไปซะ

ใช่แล้วคุณอ่านหัวข้อไม่ผิดหรอกค่ะ ที่อินเดียมีความเชื่อสุดแปลกเกี่ยวกับการรักษาโรคหอบหืดหรือ Asthma ด้วยการกลืนปลาเป็นๆ เข้าไป แต่ไม่ใช่ว่าจะทำได้ตลอดนะ เพราะการกลืนปลาที่ว่านี้เหมือนเป็นพิธีกรรมทางศาสนาที่จะจัดขึ้นเฉพาะช่วงเดือนมิถุนายนเท่านั้น ในทุกๆ ปีจะมีเด็ก และ คนแก่กว่า 100,000 คนเดินทางมารวมตัวกันเพื่อรับการรักษาที่เมือง Hyderabad เพื่อรับการรักษาโดยครอบครัว Bathini Goud พวกเขามีความเชื่อกันว่าการกลืนปลาเป็นๆ ไปพร้อมกับสมุนไพรสีเหลืองที่มาจากการบดสูตรผสมพิเศษที่ถูกสืบทอดมาภายในตระกูลของพวกเขาอย่างยาวนาน จะสามารถช่วยรักษาอาการหอบหืดได้ (แต่จากแหล่งข่าวก็ไม่ได้มีบอกไว้ว่าวิธีการนี้ช่วยรักษาได้จริงหรือไม่) https://youtu.be/D6xMrqDP5to จากวีดีโอด้านบนที่ถูกโพสต์โดย Ruptly บน youtube เราจะเห็นปฏิกริยามากมายที่เกิดขึ้นกับผู้เข้ารับการรักษา จนได้รับกระแสวิพากษ์เป็นจำนวนมากจากผู้ที่เข้าชมคลิป บางก็ว่ามันแปลก บ้างก็ว่ามันคือวิธีการดั้งเดิมของชาวอินเดีย และบ้างคนก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นถึงการละเมิดสิทธิของเด็กด้วยเช่นกัน แล้วชาวแบไต๋ละคะ สนใจรับการรักษาแบบนี้หรือเปล่า? อ้างอิง   พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส
Natnaree TK | 2577 days ago
Read More
03/07/2019

แมลงสาบกำลังจะครองโลก! นักวิทยาศาสตร์เผยแมลงสาบแข็งแกร่งเกินกว่ายาฆ่าแมลงจะทำอะไรมันได้แล้ว

ในสภาวะที่สิ่งแวดล้อมเป็นพิษต่อการใช้ชีวิต ไม่เพียงแค่มนุษย์เท่านั้นที่ต้องมีการปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอด สิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่อาศัยอยู่บนโลกนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่การปรับตัวของสัตว์ต่างๆ ก็คงไม่น่าสนใจเท่ากับแมลงสาบที่ในตอนนี้นักวิทยาศาสตร์ออกมาบอกกับพวกเราว่า มันสามารถปรับตัวเพื่อต่อสู้กับยาฆ่าแมลงได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Purdue ได้ค้นพบว่าแมลงสาบเยอรมันสามารถวิวัฒนาการให้ต้านทานยาฆ่าแมลงได้ และ ดูเหมือนว่านอกจากยาฆ่าแมลงแบบเดิมๆ ที่เราเคยใช้ต่อกรกับมัน ยาฆ่าแมลงแบบใหม่มันก็สามารถปรับตัวให้ทนทานต่อสารในนั้นได้เป็นอย่างดี ยังไม่พอดูเหมือนว่าความสามารถนี้จะส่งต่อไปยังลูกหลานของมันได้อีกด้วย การค้นพบนี้ไม่ได้หมายความว่าแมลงสาบจะแข็งแกร่งขึ้นเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันยังซ่อนความเป็นไปได้อีกอย่างไว้ด้วย! การค้นพบภูมิคุ้มกันยาฆ่าแมลงเป็นปัญหาใหญ่เพราะนอกจากเราจะไม่สามารถควบคุมจำนวนของพวกมันได้แล้ว นั่นอาจหมายความว่า แมลงชนิดอื่นก็อาจจะมีภูมิคุ้มกันเช่นนี้อยู่ด้วยแต่นั่นก็เป็นเรื่องของการคาดการณ์เท่านั้น ภูมิคุ้มกันของแมลงสาบในแต่ละรุ่นเพิ่มขึ้น 4-6 เท่า ในขณะที่แมลงสาบออกลูกได้ครั้งละ 200-300 ตัว เพียงระยะเวลาสั้นๆ ในตอนนี้ยาฆ่าแมลงอาจสามารถควบคุมระดับประชากรแมลงสาบได้ แต่จริงๆ แล้วจำนวนของพวกมันไม่ได้ลดลงเลย หนึ่งสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์กังวลคือการเกษตร และ การเพิ่มของแมลงสาบในพื้นที่ที่มีรายได้ต่ำ อย่างที่เรารู้กันดีแมลงสาบเป็นพาหะของโรคบางชนิด ซึ่งมันจะส่งผลต่อสุขภาพของเรา วิธีที่ดีที่สุดที่เราจะรับมือกับพวกมันในตอนนี้คือการเปลี่ยนวิธีการกำจัดแมลงที่หลากหลาย รวมทั้งการกำจัดเศษขยะรักษาความสะอาดในพื้นที่ที่เราอยู่อาศัยอีกด้วย แมลงสาบเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลกมาก่อนมนุษย์เป็นเวลาหลายล้านปี บางทีการวิวัฒนาการในครั้งนี้อาจไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับพวกมัน เพราะในหลายล้านปีข้างหน้าแมลงสาบก็อาจจะยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่เหลือรอดอยู่แทนที่จะเป็นมนุษย์เราก็ได้ อ้างอิง
Natnaree TK | 2583 days ago
Read More
01/07/2019

งานวิจัยชี้! เกม Puzzle ไม่ได้ช่วยป้องกันอาการสมองเสื่อมอย่างที่เราเข้าใจกัน

ความคิดที่ว่า 'ให้ใช้สมองก่อนที่จะความจำเสื่อม' เป็นคำพูดที่หลายคนคงเคยได้ยินบ่อย ๆ และหลาย ๆ คนก็จะแก้ปัญหาที่ว่านี้ด้วยการเล่นเกม Puzzle แต่ล่าสุดมีงานวิจัยออกมาแล้วว่า การเล่นเกม Puzzle ไม่ได้ช่วยป้องกันอาการสมองเสื่อม งานวิจัยนี้ถูกตีพิมพ์ใน The BMJ ซึ่งดำเนินการโดย Roger Staff ที่ Aberdeen Royal Infirmary และมหาวิทยาลัยแห่ง Aberdeen งานนี้ได้ทำการติดตามคน 498 คนที่เกิดในปี 1936 ที่เคยได้เข้ารับการทดสอบทางสติปัญญาตอนอายุ 11 ปี งานวิจัยนี้เริ่มทำในตอนที่พวกเขาเหล่านั้นมีอายุ 64 ปี และตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา พวกเขาจะถูกเรียกเพื่อมาทำการทดสอบในเรื่องของความจำ และความเร็วของกระบวนการทางจิตใจ ทุก ๆ 15 ปี ซึ่งผลการทดลองพบว่าการแก้ปัญหา Puzzle ไม่ได้ช่วยป้องกันพวกเขาจากภาวะสมองเสื่อมเลย แต่มันทำให้ช่วงระยะเวลาที่จะเกิดภาวะเสื่อมช้าลง ผลการวิจัยชี้ให้เราเห็นว่าการทำกิจกรรมที่มีการใช้สมอง อย่างสม่ำเสมอตลอดชีวิตจะช่วยเพิ่มความสามารถทางจิตใจและช่วยทำให้มีความรู้ความเข้าใจที่ดีขึ้น งานวิจัยก่อนหน้านี้บอกกับเราว่าการฝึกพัฒนาการทางสติปัญญา สามารถช่วยพัฒนาความสามารถในเรื่องของความจำและกระบวนการคิดได้ ในอาสาสมัครวัยกลางคนและผู้สูงอายุ พวกเขาพบว่าการฝึกสมองสามารถช่วยให้ผู้สูงอายุทำกิจวัตรประจำวันของตนเองได้ดีขึ้น แต่ไม่มีงานใด ๆ เลยที่บอกว่าการฝึกสมองช่วยป้องกันอาการสมองเสื่อมได้ และเมื่อปีที่แล้วสภาสุขภาพสมองโลก…
Natnaree TK | 2585 days ago
Read More
19/06/2019

เศรษฐกิจทำพิษ! ชาว African ต้องจ่ายค่ายาสูงกว่าปกติถึง 30 เท่าหลังนโยบายตลาดยาไม่ได้รับการดูแล

ประเทศแถบแอฟริกาที่มีระบบเศรษฐกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงขนาดกลางกำลังประสบปัญหากับเรื่องของรายได้ที่ต่ำมากจนน่าเป็นห่วง ทำให้พวกเข้าต้องจ่ายค่ายาเพื่อใช้ในการดูแลรักษาร่างกายของพวกเขามากขึ้นถึง 30 เท่า ซึ่งนั่นไม่ส่งผลดีต่อครอบครัว และตัวของพวกเขาแน่ๆ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพบอกกับ BBC Newsday ว่า ในทุกวันนี้ประชาชนในประเทศอย่าง แซมเบีย เซเนกัล และ ตูนิเซีย ต้องจ่ายค่ายาพาราที่มีราคาสูงกว่าในอังกฤษ และ สหรัฐกว่า 30 เท่า Kalipso Chalkidou จากศูนย์เพื่อการพัฒนาโลกกล่าว ตลาดยาในประเทศเหล่านี้ไม่มีการพัฒนาการจัดการใดๆ การผูกขาดตลาดยาในประเทศจึงทำให้ราคายาเพิ่มสูงขึ้นจนน่าตกใจ ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของนโยบายการจัดการ และ การบริหารด้านสาธารณะสุขที่สามารถส่งเสริมฐานะของประชาชนในทางอ้อมได้เช่นกัน เนื่องจากในประเทศของพวกเขาเป็นระบบเศรษฐกิจขนาดเล็ก-กลาง ทำให้ตลาดแข่งขันเล็กประชาชนจึงจำเป็นต้องซื้อยาจากบริษัทที่ผูกขาดการนำเข้ายาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด เพราะอีกสิ่งหนึ่งที่ตามมาคือพวกเขาจะเสียอำนาจในการต่อรองราคายา และนั่นทำให้พวกเขาได้ยาในราคาแพงแถมคุณภาพต่ำ การจัดการนโยบาย และ กฏหมายจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ไม่เพียงแต่ระบบเศรษฐกิจเท่านั้นแต่นั่นหมายถึงระบบสาธารณสุข คือสุขภาพของคนในประเทศด้วยเช่นกัน อ้างอิง
Natnaree TK | 2597 days ago
Read More
17/06/2019

เมื่อ VR รวมร่างกับกล้องจุลทรรศน์! ภาพเชื้อโรคที่เราเห็นจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ก่อนหน้านี้คุณอาจจะเคยเรียนรู้เรื่องเซลล์มามากมายผ่านรูปภาพแบบ 2 มิติ และ สามารถเก็บรายละเอียดที่ภาพ 3 มิติ ที่ภาพแบนๆไม่สามารถบอกคุณได้ผ่านเทคโนโลยีใหม่ๆของกล้องจุลทรรศน์ แต่ตอนนี้คุณสามารถเรียนรู้เรื่องเซลล์และโรคต่างๆได้เหมือนกับการนั่งดูภาพยนตร์ IMAX 3 มิติได้ผ่าน VR แล้ว! ในที่สุดวิทยาการเกม และ การแพทย์ก็มีเส้นทางมาบรรจบกันเมื่อนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon จับมือกับศูนย์การแพทย์ Virginia Mason สามารถพาเราไปเปิดประสบการณ์การเดินทางกลางกลุ่มเซลล์ผ่านอุปกรณ์ VR ที่ชื่อว่า 'ExMicroVR' ได้สำเร็จ 'ExMicroVR' เป็นการรวมร่างกันระหว่าง Virtual Reality (VR) กับกล้องจุลทรรศน์ที่มีกำลังขยายมากกว่า 100 เท่า เพื่อสำรวจเซลล์ที่มีความซับซ้อนมากกว่าที่จะจัดการได้ นอกเหนือจากการเปิดมุมมองใหม่ในการเรียนรู้เซลล์แล้ว ทีมนักวิจัยมีความหวังว่า 'ExMicroVR' จะสามารถทำให้เราสามารถเรียนรู้กลไกการเกิดโรคต่างๆ เพื่อหาวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญอุปกรณ์นี้สามารถใช้งานพร้อมกันได้สูงสุดถึง 6 คนเลยทีเดียว ทางทีมสร้างมีความคาดหวังว่าจะพัฒนาอุปกรณ์นี้ให้มีความสะดวก และ สามารถเข้าถึงได้ง่ายต่อทุกๆประเทศ เพื่อการศึกษาและการรักษาที่ดียิ่งขึ้น https://youtu.be/jpAcjoPO7UQ อ้างอิง
Natnaree TK | 2599 days ago
Read More
15/06/2019

Smart Phone อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คนรุ่นใหม่กระดูกผิดรูปมากขึ้น!

การเลื่อนดูข่าวสาร หรือกิจกรรมต่างๆ บนสมาร์ทโฟน กลายเป็นกิจวัตรประจำวันหนึ่งของคนปัจจุบันไปเสียแล้ว และนักวิทยาศาสตร์ก็อธิบายถึงผลเสียของพฤติกรรมที่จะส่งผลต่อสุขภาพของคุณมากมาย และล่าสุดพวกเขาสันนิษฐานเพิ่มเติมว่า พฤติกรรมดังกล่าวจะเป็นต้นเหตุของกระดูกที่เจริญผิดรูปในคนรุ่นใหม่อีกด้วย ท่าทางการเล่นโทรศัพท์ในปัจจุบันคือการก้มหน้า แล้วไถนิ้วไปเรื่อยๆ บนหน้าจอ นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าลักษณะดังกล่าวจะส่งผลให้กระดูกเหนือต้นคอของพวกเขา (กระโหลกที่บริเวณท้ายทอย เพียงแค่คุณคลำๆคุณก็จะเจอมันได้อย่างง่ายดาย) พัฒนาผิดรูป David Shahar นักวิทยาศาสตร์สุขภาพที่มหาวิทยาลัย The Sunshine Coast ใน Australia กล่าวว่า เขาทำงานเป็นหมอมากว่า 20 และช่วง 10 ให้หลังมานี้ผู้ป่วยที่มีอาการกระดูกผิดรูปนั้นมีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในความเป็นจริงแล้วสาเหตุของอาการดังกล่าวยังไม่แน่ชัด แต่แพทย์คาดว่าที่กระดูกเกิดการผิดรูปเป็นเพราะพฤติกรรมการเล่นโทรศัพท์ที่จะต้องก้มหน้าเป็นเวลานาน ซึ่งไม่ใช่ตำแหน่งที่กะโหลกควรจะอยู่ตรงนั้น ศีรษะมนุษย์มีน้ำหนักประมาณ 4.5 กิโลกรัม และการโน้มไปข้างหน้า จะสร้างภาระให้กับกล้ามเนื้อคอที่เชื่อมอยู่กับกะโหลก ดังนั้นร่างกายจึงทำการจัดการกับพฤติกรรมนี้โดยการจัดวางกระดูกใหม่ เพื่อถ่ายน้ำหนักลงไปยังพื้นที่อื่น งานวิจัยในปี 2016 ได้ทำการดูภาพ X-ray กะโหลกศีรษะของคนอายุ 18-30 ปี พบว่า พวกเขามีลักษณะของกระดูกที่ยาวขึ้น (จากปกติต้องมีขนาดประมาณ 5 มม. แต่ในงานวิจัยวัดได้ 10 มม.) อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่ายังไม่มีรายงานว่ากระดูกผิดรูปเหล่านี้สามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตของเราได้ แต่การที่มีการเจริญเติบโตที่ไม่ปกติเกิดขึ้นก็คงเป็นเรื่องที่ไม่สบายใจอยู่ดี เพราะฉะนั้นอย่างรอให้มันส่งผลกระทบกับตัวคุณเลย เวลาเล่นโทรศัพท์ก็ลดลงบ้าง หรือไม่ก็พยายามเปลี่ยนท่าทางการเล่นลดภาระให้คอให้น้อยที่สุดนะคะ อ้างอิง
Natnaree TK | 2601 days ago
Read More
11/06/2019

แพทย์สงสัยเรื่องไข่มุกที่ทำให้ท้องผูก ว่าอาจไม่ใช่ไข่มุกที่ทำจากแป้งธรรมดา

ชาไข่มุก เครื่องดื่มสุดฮิตที่กลายมาเป็นหนึ่งในชีวิตประจำวันของชาว Millennial ร้านไหนเด็ด ร้านไหนดี ต้องได้ไปลิ้มลอง ทำให้ในปัจจุบันมีชานมหลายยี่ห้อเกิดขึ้นมาให้เราได้เลือกบริโภคกันมากมาย และเมื่อไม่นานมานี้ก็มีข่าวน่าตกใจกรณีมีภาพ X-ray ลำไส้ของเด็กหญิงชาวจีนวัย 14 ปี โดยอ้างว่าฟองกลมๆ ที่เราเห็นนั้นคือเม็ดไข่มุกจากชานม จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีสื่อหลายแห่งตีพิมพ์เรื่องราวดังกล่าวนี้ออกไปเป็นวงกว้าง แต่ในความเป็นจริงนั้นมันคือเม็ดไข่มุกจากชานมไข่มุกจริงหรือ? Livescience ได้เสนอข้อมูลเพิ่มเติมว่า แม้ว่าชาไข่มุกอาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ก็จริงแต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่สามารถแสดงผ่านเครื่อง X-ray ได้ เพราะสารที่จะสามารถปรากฏบนฟิล์มได้ส่วนมากจะเป็นสารแข็ง แต่จากการสอบถามจากเด็กหญิงเธอกล่าวว่าก่อนหน้าที่เธอจะมีอาการท้องผูกและปวดท้องอย่างรุนแรงเธอกินชาไข่มุกเป็นจำนวนมาก นั่นจึงทำให้แพทย์ฟันธงว่าฟองเหล่านี้คือไข่มุกจากชาไข่มุก ดร. Lina Felipez ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารที่โรงพยาบาลเด็ก Nicklaus ก็กล่าวว่าความจริงแป้งไข่มุกทำมาจากมันสำปะหลัง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ก็จริง แต่มันเป็นโอกาสที่เกิดยากมาก นอกจากว่าไข่มุกเหล่านั้นจะมีสารเติมแต่งอย่างอื่นที่ทำให้มันย่อยยากกว่าปกติ อย่างเช่น ยางหมากฝรั่ง (Guar Gum) เป็นต้น ซึ่งหากมีการบริโภคในปริมาณสูงอาจทำให้เกิดอาการลำไส้อุดตันได้ https://www.facebook.com/ramachannel/videos/673752739736020 นอกจากสื่อต่างประเทศจะตั้งสมมุติฐานเช่นนี้แล้ว แพทย์รามายังได้อธิบายถึงเรื่องราวนี้ในลักษณะที่คล้ายกันอีกด้วยว่า เพียงแค่เม็ดไข่มุกปกติไม่น่าจะทำให้เกิดอาการลำไส้อุดตันเช่นนี้ได้ นอกจากว่าในไข่มุกจะมีสารอื่นๆ ปนอยู่ด้วย อ้างอิง อ้างอิง
Natnaree TK | 2605 days ago
Read More
11/06/2019

งานวิจัยชี้! ยิ่งคุณใช้เวลากับพ่อแม่มากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้พวกท่านอายุยืนมากขึ้น

เป็นเรื่องน่าเศร้าหากวันหนึ่งที่เราประสบความสำเร็จหรือเจอเรื่องน่ายินดี แต่พ่อและแม่ไม่ได้อยู่ชื่นชมความสำเร็จเหล่านั้นร่วมกับคุณ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย California เขาได้ทำการวิจัยออกมาแล้วว่า หากอยากให้ผู้สูงอายุ (พ่อแม่ของคุณ) มีอายุยืนยาวยิ่งขึ้น คุณควรใช้เวลาอยู่กับพวกเขาให้มากที่สุด เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณอย่างเดียวเท่านั้นแต่งานวิจัยชี้ไปที่การรักษาสังคมให้พวกท่าน หรือพูดง่ายๆ อย่าให้ผู้สูงอายุนั่งเหงาอยู่คนเดียว งานวิจัยชิ้นนี้หาความสัมพันธ์ระหว่างความเหงา กับ แนวโน้มความเสื่อมของร่างกายผู้สูงอายุ งานวิจัยนี้วิจัยใน American Associate of Retired Person (AARP) ผู้สูงอายุอายุ 60 ขึ้นไปจำนวน 1,600 คน ผลปรากฏว่าการมีสังคมให้พวกท่านทำให้ผู้สูงอายุยืดระยะเวลา และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตช่วงแก่ได้ดีกว่าปกติ จากการสอบถามจากอาสาสมัครบอกว่า เมื่อพวกเขารู้สึกโดดเดี่ยวมันทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของพวกเขายากขึ้น อย่างเช่นการขึ้นบันได และพวกเขายังค้นพบอีกว่าผู้สูงอายุที่มีความรู้สึกโดดเดี่ยวมากๆ จะตายเร็วกว่าปกติ งานวิจัยก่อนหน้านี้เคยนิยาม 'ความเหงา' ไว้ว่าเป็นความทุกข์ที่เกิดขึ้นจากการขาดสังคมซึ่งแปลงออกมาเป็นความรู้สึกที่แน่นอนไม่ได้ แต่เจ้าความเหงาจะพ่วงโรคเครียดเรื้อรัง ที่สามารถส่งผลกระทบต่อภูมิต้านทานในร่างกาย และการอักเสบได้ นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการนอนไม่หลับ ซึ่งหากนอนไม่หลับจะมีผลเสียเกิดขึ้นกับร่างกายของคุณตามมาอีกมากมาย อ้างอิง
Natnaree TK | 2605 days ago
Read More
04/06/2019

จีนเปิดตัวถนนสายจักรยาน เพื่อลดความแออัดของประชากรบนรถไฟในช่วง Rush Hour!

ในตอนเหนือของ Beijing ประเทศจีน ได้มีการเปิดถนนเส้นแรกที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อจักรยานโดยเฉพาะ ถนนนี้มีระยะทาง 6.5 กิโลเมตร ที่เชื่อมต่อระหว่างเมือง Huilonguan และ Shangdi ถนนจักรยานเส้นนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ลดระยะเวลาการเดินทางไปทำงานของคนในพื้นที่ และลดความแออัดในการเดินทาง เนื่องจากผู้คนในพื้นที่เฉลี่ยแล้ว 11,600 คน ต้องเดินทางไปมาระหว่างเมืองเพื่อเข้าทำงาน ผู้คนจำนวนมากต้องรีบเร่งขึ้นรถไฟที่แออัดในช่วงเช้า และต้องคอยลุ้นว่าจะทันรถไฟเที่ยวสุดท้ายในตอนกลางคืนหรือไม่ แต่ถนนเส้นนี้จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านั้น ถนนมีความยาวทั้งหมด 6.5 กิโลเมตร และมีประตูเข้าออก 8 ทาง และจำกัดความเร็วที่ 15 กิโลเตรต่อชั่วโมง ถนนเส้นนี้อนุญาติให้นำเพียงแค่จักรยานเข้ามาเท่านั้น scooters รถจักรยานไฟฟ้า มอเตอร์ไซต์ รถยนตร์ หรือแม้กระทั่งคนเดินเท้าไม่มีสิทธิใช้ถนนเส้นนี้ และเมื่อคุณปั่นถึงที่หมายแล้ว ที่บริเวณประตูทางเข้าก็จะมีลานจอดจักรยานไว้ให้คุณใช้บริการด้วยเช่นกัน หลังจากการเปิดใช้งานถนนเส้นนี้พบว่ามันสามารถลดระยะเวลาการเดินทางไปทำงานลงได้ถึง 15 นาที รวมถึงลดความกังวลที่เกิดขึ้นกับประชาชนลงได้มากทีเดียว นอกจากนี้ยังทำให้คนในพื้นที่ได้ออกกำลังกายอีกด้วย https://twitter.com/xhscitech/status/1135126748235030528?s=21&fbclid=IwAR2qnrdFyhn6vHBBUKhPjOJnKmu6WwPQX-OW3ePuYn5VKk_6flKTCKBWiTI อ้างอิง อ้างอิง
Natnaree TK | 2612 days ago
Read More

PR Partners

See All
Read More

สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global

ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น
23/07/2026

รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน

เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…
13/07/2026

มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่

มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…
13/07/2026

ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026

ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส -  ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…