Tags
| Health
28/08/2023
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 871 days ago
เรื่องจริงหรือคิดไปเอง ? กินข้าวเหนียวทำให้ง่วงนอน
เคยไหม ? หลังอาหารมักจะง่วงนอน โดยเฉพาะคนที่กิน ‘ข้าวเหนียว’ มื้อไหนกินข้าวเหนียว ส้มตำ ตกบ่ายมานั่งหาวตาจะปิดให้ได้ หรือแม้กระทั่งขนมหวานอย่างข้าวเหนียวมะม่วงก็เช่นกัน หลายคนที่กินข้าวเหนียวเลยพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘กินข้าวเหนียวทำให้ง่วงนอน’ แต่เรื่องนี้จริงหรือไม่มาหาคำตอบกัน! กินข้าวเหนียวทำให้ง่วงนอน ? ก่อนอื่นต้องตอบคำถามนี้เลยว่า การกินข้าวเหนียวเสร็จแล้วหลังจากนั้นรู้สึกง่วงนอน คือ เรื่องจริง! คุณไม่ได้คิดไปเองแต่อย่างใด แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้สึกแบบนี้ สาเหตุที่ทำให้บางคนหรือคนหมู่มากรู้สึกง่วงนอนหลังจากกินข้าวเหนียว ไม่ว่าจะกินกับอาหารคาว หรือกินเป็นของหวาน นั่นเป็นเพราะว่าข้าวเหนียวช่วยกระตุ้นการทำงานบางอย่างของร่างกายนั่นเอง สิ่งหนึ่งที่หลายคนรู้กันอยู่แล้ว ก็คือ คาร์โบไฮเดรต หรือแป้งที่เรารับประทานกันทุก ๆ วัน เมื่อย่อยสลายแล้วจะกลายเป็นน้ำตาล ซึ่งเรื่องนี้มีความเกี่ยวโยงโดยตรงกับความรู้สึกง่วงนอนหลังจากกินข้าวเหนียว โดยในข้าวเหนียวจะมีอะมิโลส (Amylose) และอะมิโลเพคติน ซึ่งมีความสามารถในการเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาลโมเลกุลเล็ก หรือกลูโคส ได้เร็วกว่าข้าวหรือข้าวประเภทอื่น ๆ ทำให้ปริมาณน้ำตาลในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงสั้น ๆ ดังนั้นเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่และสมดุล ตับอ่อนในร่างกายก็จะต้องรีบหลั่งอินซูลิน (Insulin) ออกไปควบคุมการเผาผลาญ และให้ร่างกายดูดซึมใช้เป็นพลังงานได้ ในกระบวนการหลั่งอินซูลิน จะทำให้กรดอะมิโนหลายชนิดถูกดูดซึม เช่น วาลีน ลิวซีน และไอโซลิวซีน แต่จะมีกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ทริปโตเฟน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้นอนหลับ…11/07/2023
อัญยา เมดิเทค ประกาศเดินหน้าธุรกิจ พร้อมเป็นผู้นำศูนย์บริการด้านสุขภาพเพื่อการนอนหลับ
(11/07/66) อัญยา เมดิเทค พร้อมเดินหน้าธุรกิจ ขยายตลาดศูนย์บริการด้านสุขภาพเพื่อการนอนหลับ หลังดึงคุณวรวุฒิ อุ่นใจ นักธุรกิจระดับแถวหน้าของประเทศร่วมลงทุน พร้อมผุดกลยุทธ์ทางการตลาด โดยมุ่งขยายตลาด Healthcare เพิ่ม Co-Investors ทั่วประเทศ ปรับโครงสร้างราคาเป้าหมายเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพเพื่อการนอนหลับได้มากขึ้น คุณทักษอร คงคาประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัญยา เมดิเทค จำกัด เผยว่า อัญยา เมดิเทค ได้ดำเนินการมาร่วม 3 ปี ในช่วงที่ผ่านมาอัตราการเติบโตของยอดจำหน่าย และการเข้ารับรักษานั้นเพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิมถึง 30% และคาดว่าจะยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะปัญหาการนอนไม่มีคุณภาพเป็นภัยเงียบใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการนอนไม่หลับ การนอนละเมอ รวมถึงภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่มีอันตรายค่อนข้างมาก ที่สำคัญภาวะดังกล่าวอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด นอกจากนี้ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับยังเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคเรื้อรังไม่ติดต่อ เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ อัลไซเมอร์ และโรคภัยต่าง ๆ อีกมากมาย การนอนไม่มีคุณภาพจึงเป็นปัญหาที่ทุกคนไม่ควรนิ่งนอนใจและไม่สามารถเพิกเฉยได้ เพราะการใช้ชีวิตประจำวันให้มีประสิทธิภาพนั้นต้องอาศัยปัจจัยใหญ่ ๆ ที่มาจากการนอนหลับที่ดี เมื่อเรานอนพักผ่อนอย่างเพียงพอก็จะมีเรี่ยวแรง และมีพลังงานในการใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 919 days ago
Read More10/07/2023
สูตรเปลี่ยนนิสัยและพัฒนาตัวเองด้วยกฎการทำซ้ำ 21 วัน
วันนี้เราจะชวนคุณมาเปลี่ยนนิสัยกัน ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากจะละทิ้งนิสัยที่ไม่ดีบางอย่าง และในขณะเดียวกันก็อยากฝังนิสัยที่ดีใหม่ ๆ ลงไปในจิตใต้สำนึก หรือระบบการทำงานร่างกายของคุณ วันนี้เราจะมาแนะนำให้คุณได้ทำความรู้จักกับ “กฎการทำซ้ำ 21 วัน” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกฎที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันนี้ ที่มาของกฎการทำซ้ำ 21 วัน แนวคิดของ “กฎการทำซ้ำ 21 วัน” มาจาก Dr. Maxwell Maltz ศัลยแพทย์พลาสติกและนักเขียนเรื่อง Self-Help ในปี 1960 โดยดร. Maltz สังเกตเห็นว่าผู้ป่วยของเขาใช้เวลาประมาณ 21 วัน ในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของพวกเขาหลังการทำศัลยกรรมพลาสติก นอกจากนี้เขายังสังเกตเห็นว่า มีการใช้เวลาประมาณ 21 วันในการสร้างนิสัยใหม่และปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมใหม่ ซึ่งการสังเกตนี้ก็มาจากตัวเขาเอง และผู้ป่วยคนอื่น ๆ ของเขา ดร. Maltz เขียนสิ่งที่เขาพบนี้ลงในหนังสือ “Psycho-Cybernetics” ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1960 หนังสือเล่มนี้ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางและมีอิทธิพลต่อ ผู้ที่การพัฒนาตนเองเป็นอย่างมาก และกฎนี้ยังคงได้รับการแนะนำและบอกต่อมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน และได้รับการแปลและแนะนำไปทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงตัวเองในเวลา 21 วัน เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ก็เป็นไปได้ที่ถ้าคุณวางแผนในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 920 days ago
Read More10/07/2023
ประโยชน์ของน้ำมะพร้าว ไม่ใช่แค่รสชาติอร่อยแต่ดีต่อสุขภาพ
เวลาไปเที่ยวสถานที่อากาศร้อน ๆ เรามักจะเห็นพ่อค้าแม่ค้าผลไม้ เอาน้ำมะพร้าวสด ๆ จากลูกมาขายเพื่อให้คนดื่มคลายร้อน ขณะเดียวกันปัจจุบันใครที่อยากดื่มน้ำมะพร้าวก็สามารถหาซื้อได้ง่าย เพราะมีหลากหลายแบรนด์ที่นำน้ำมะพร้าวสด ๆ จากลูกมาบรรจุในขวดขายตามท้องตลาด สำหรับคนที่ชอบดื่มน้ำมะพร้าว รู้หรือไม่ว่าน้ำมะพร้าวไม่ได้มีเพียงความอร่อยเท่านั้น Hack for Health จะพาทุกคนมาดูประโยชน์ของน้ำมะพร้าวที่มีมากกว่าที่คุณคิด 1.น้ำมะพร้าวมีอิเล็กโทรไลต์ น้ำมะพร้าวมีอิเล็กโทรไลต์ตามธรรมชาติซึ่งจะประกอบไปด้วยโพแทสเซียมอยู่มาก เช่น 1 ถ้วยมีโพแทสเซียม 600 มิลลิกรัม โดยโพแทสเซียมมีบทบาทสำคัญในร่างกาย รวมถึงช่วยในการทำงานของไตและการหดตัวของกล้ามเนื้อ น้ำมะพร้าวอาจเป็นทางเลือกที่เป็นธรรมชาติสำหรับเครื่องดื่มเกลือแร่ แม้ว่าน้ำมะพร้าวมักมีโพแทสเซียมมากกว่าเครื่องดื่มเกลือแร่ทั่วไป แต่ก็มีแนวโน้มที่จะมีโซเดียมน้อยกว่า ซึ่งถือเป็นอิเล็กโทรไลต์หลักที่สูญเสียไปกับเหงื่อ นอกจากนี้ ยังมีคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่าเครื่องดื่มเกลือแร่หลายชนิด ซึ่งหมายความว่าอาจให้พลังงานไม่เพียงพอในระหว่างการออกกำลังกายอย่างหนักหรือยาวนาน แต่สามารถช่วยคืนน้ำได้ในภายหลัง 2.แคลอรีต่ำ น้ำมะพร้าว 1 ถ้วยมี 45 กิโลแคลอรี โดยน้ำมะพร้าวสามารถใช้แทนเครื่องดื่ม เช่น โซดาและน้ำผลไม้ ซึ่งโดยทั่วไปมีแคลอรี น้ำตาล และคาร์โบไฮเดรตสูง สำหรับใครก็ตามที่พบว่าน้ำเปล่าไม่น่าดื่ม อาจพบว่าการดื่มน้ำมะพร้าวสามารถช่วยแก้กระหายน้ำได้ 3.มีสารอาหารมากมาย น้ำมะพร้าวมีสารอาหารมากมายนอกเหนือจากโพแทสเซียม รวมทั้งแคลเซียมและแมกนีเซียม โดยน้ำมะพร้าว 1 ถ้วย มีโพแทสเซียมประมาณ 600…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 920 days ago
Read More10/02/2019
ภายใน 5 นาที! คุณก็สามารถตรวจหาความเสี่ยงของโรคสมองเสื่อมได้
นักวิทยาศาสตร์ใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาที ในการใช้คลื่นอัลตราซาวน์สแกนหลอดเลือดบริเวณลำคอในคนมากกว่า 3,000 คนและ ติดตามผลหลังจากทำการอัลตราซาวน์เป็นเวลา 15 ปี พวกเขาพบว่าคนที่มีชีพจรเต้นแรงมีแนวโน้มที่จะมีภาวะสมองเสื่อมได้มากกว่าคนทั่วไป พวกเขาหวังว่านี่จะเป็นวิธีทางใหม่ในการตรวจทำนายโรค ในปี 2002 ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัย London ได้ทำการวัดชีพจรของหลอดเลือดที่จะส่งเลือดเข้าไปเลี้ยงสมอง ในคน 3,191 คน ชีพจรที่เต้นแรงสามารถทำให้เกิดความเสียหายกับหลอดเลือดขนาดเล็กในสมองได้ มันอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของเส้นเลือดในสมองเล็กน้อย และอาจทำให้เกิดการเลือดออกในสมองเล็กน้อยที่เราเรียกกันว่า Mini-Strokes. มากกว่า 15 ปีที่ติดตามผู้ป่วยในเรื่องของความจำ และความสามารถในการแก้ปัญหาของสมอง ผู้ที่มีชีพจรเต้นแรงกว่า 50% มีความสามารถในการเรียนรู้ลดลง การเรียนรู้ที่ช้าลงเป็นอาการแรกๆของอาการสมองเสื่อม แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีอาการเช่นนี้ นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า งานวิจัยนี้เพียงแค่นำเสนอแนวทางใหม่ในการตรวจป้องกันโรคสมองเสื่อม เพื่อให้เราหาทางรับมือ และหาทางรักษาได้อย่างรวดเร็ว การควบคุมความดันโลหิต และปริมาณคอเลสเตอรอลที่ดีที่สุดคือการคุมอาหาร การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และไม่สูบบุหรี่สามารถช่วยลดการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้ ดร.Scott Chiesa กล่าวว่า สมองเสื่อมเป็นผลลัพธ์มาจากการที่สมองได้รับผลกระทบมานาน เมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะสมองเสื่อมแล้วมันก็สายเกินไปที่จะรักษา สิ่งที่เรากำลังพยายามจะบอกก็คือ หากคุณรู้ภาวะเสี่ยงได้เร็วเท่าไหร่นั้นจะเป็นผลดีกับตัวคุณ อย่างไรก็ตามงานวิจัยนี้ไม่มีข้อมูลอื่นๆของอาสาสมัคร งานวิจัยชิ้นต่อไปจึงมีแผนว่าจะใช้เครื่อง MRI ในการสแกน เพราะจะสามารถเห็นถึงโครงสร้าง และหน้าที่ของสมองที่เปลี่ยนแปลงในผู้ป่วยที่มีแนวโน้มที่จะมีภาวะสมองเสื่อมด้วย แต่ก็ยังมีนักวิจัยบางคนที่ยังมีความเห็นต่าง โดยพวกเขาให้ความเห็นว่า…Natnaree TK | 2531 days ago
Read More10/02/2019
ทำไมคนอ้วนถึงเสี่ยงมะเร็งมากกว่าคนปกติ?
ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย Trinity, Dublin ได้ออกมาอธิบายถึงสาเหตุที่คนอ้วนมีแนวโน้มที่จะเป็นมะเร็งมากกว่าคนปกติว่า ในร่างกายของเรามีเซลล์ชนิดหนึ่งที่สามารถทำลายเซลล์เนื้อเยื่อมะเร็งได้ ซึ่งไขมันจะเข้าไปอุดตันเซลล์นี้ และส่งผลให้เซลล์หยุดทำงานได้ ความอ้วนเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งรองมาจากการสูบบุหรี่ และมีผู้ป่วยโรคมะเร็งมากกว่า 22,800 คน/ปี ในสหราชอาณาจักรที่มีภาวะน้ำหนักเกิน ผู้เชี่ยวชาญเคยตั้งข้อสังเกตว่าไขมันอาจสามารถส่งสัญญาณไปยังร่างกาย ซึ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ทำให้เกิดมะเร็ง และการเพิ่มจำนวนของเซลล์มะเร็งเหล่านั้น และในตอนนี้งานวิจัยของ Trinity ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าสิ่งที่ไขมันทำคือการอุดตันเซลล์ นักวิทยาศาสตร์จึงหวังว่าพวกเขาจะสามารถค้นหายารักษาที่สามารถฟื้นฟูศักยภาพของเซลล์ทีสามารถกำจัดเนื้อเยื่อมะเร็ง (Killer Cell) ในร่างกายของเราได้ ศาสตราจารย์ Lydia Lynch กล่าวว่า สารที่ลดการดูดซึมไขมันเข้า Killer Cell อาจช่วยได้ เราได้พยายามทำการทดลองในห้องแลป แต่อีกหนึ่งวิธีที่ดีคือการลดน้ำหนัก มันไม่เพียงช่วยป้องกันคุณจากมะเร็ง แต่มันยังดีต่อสุขภาพโดยรวมของคุณด้วย ทางด้าน ดร. Leo Carlin จากสถาบันวิจัยมะเร็งประเทศอังกฤษ Beatson Institute ก็ออกมากล่าวว่า แม้ว่าเราจะรู้ว่าความอ้วนเป็น 1 ในสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสี่ยงมะเร็งกว่า 13 ชนิด แต่เราก็ยังไม่รู้แน่ชัดถึงกระบวนการพื้นฐานของมันอยู่ดี จากงานวิจัยชิ้นนี้ทำให้เราเห็นว่าโมเลกุลของไขมันเข้าไปทำให้เซลล์ภูมิคุ้มกันไม่สามารถทำหน้าที่กำจัดเซลล์เนื้องอกตามกลไกการของมันได้อย่างที่มันควรจะเป็น เราจึงลองมองหาวิธีการรักษาแบบใหม่จากงานวิจัยนี้ มีงานวิจัยจำนวนมากที่นักวิจัยเน้นความสำคัญไปที่การศึกษาว่าเนื้องอกเติบโตเพิ่มจำนวนขึ้นได้อย่างไร แต่หลังจากงานวิจัยนี้ได้ตีพิมพ์ออกไปพวกเขาจึงควรตระหนักว่า ไม่เพียงเซลล์มะเร็งที่พวกเขาควรสนใจ แต่ยังมีเซลล์ภูมิคุ้มกันอีกหนึ่งเซลล์ที่พวกเขาควรให้ความสำคัญ เพื่อหาวิธีการหยุดยั้ง…Natnaree TK | 2531 days ago
Read More10/02/2019
งานวิจัยชี้ ยิ่งกินดึกยิ่งเสี่ยงโรค!
ประชาชนจำนวนมากในอเมริกามีภาวะ "Delayed lifestyle" คือภาวะที่กิจวัตรประจำวันช้ากว่าปกติ รับประทานอาหารช้า เข้านอนช้าขึ้นในแต่ละวัน และด้วยตารางชีวิตที่ช้ากว่าปกตินี้เองจะทำให้คุณรับประทานอาหารช้าลงไปอีกด้วย Nour Makarem นายแพทย์ทางด้านโรคหัวใจที่มหาวิทยาลัย Columbia กล่าว เป็นที่รู้กันดีว่าเวลาในการรับประทานอาหารส่งผลกระทบต่อการเพิ่มของน้ำหนักตัว ความดันเลือดที่สูงขึ้น และเบาหวาน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ดังนั้น Makarem และทีมวิจัยจึงใช้ข้อมูลของชาว สเปน และลาตินจาก the Hispanic Community Health Study/Study of Latinos จำนวน 12,700 คน ที่มีอายุระหว่าง 18-76 ปี (งานวิจัยชิ้นนี้เจาะจงไปที่ประชากรส่วนใหญ่ของอเมริกานั่นก็คือชาวสเปน และลาตินเท่านั้น Makarem เสริม) จากงานวิจัยพบว่าคนที่รับประทานอาหารมากกว่า 30% หลังเวลา 6 โมงเย็นจะมีระดับ Fasting Blood Sugar (การตรวจระดับน้ำตาลในกระแสเลือดหลังจากงดอาหาร 8 ชม.), ระดับอิซูลิน, HOMA-IR (ตัวตรวจจับการยับยั้งอิซูลิน) และความดันโลหิตที่สูงกว่าคนที่รับประทานอาหารก่อน 6 โมงเย็น…Natnaree TK | 2531 days ago
Read More08/02/2019
ผลวิจัยรายงาน! อากาศที่ร้อนขึ้นส่งผลให้เด็กเสี่ยงเป็นโรคหัวใจตั้งแต่กำเนิด
ในปัจจุบันนี้โลกเราได้รับผลกระทบมากมายจากการที่สภาพอากาศเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นน้ำแข็งละลาย พายุ แนวปะการังถูกทำลาย และไม่เพียงเท่านั้น งานวิจัยบอกกับเราอีกว่า มันส่งผลกับเด็กในท้องด้วย งานวิจัยใน The American Heart Association ได้คาดการณ์ว่า ในปี 2025 ความร้อนบนโลกของเราจะส่งผลให้เด็กอเมริกาที่กำลังจะลืมตาดูโลกมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจมากขึ้น และจะพบมากในตอนกลางของแถบตะวันตกของประเทศ ตามมาด้วยทางตอนเหนือ และตอนใต้ของประเทศ ในอเมริกามีเด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคหัวใจตั้งแต่เกิดราว 40,000 คน/ปี และยังคงไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมอากาศร้อนภายนอกถึงส่งผลกระทบต่อหัวใจเด็กในท้องได้ แต่เมื่อนำผลการทดลองจากสัตว์มาพิจารณาดูพบว่า ความร้อนจะทำให้เซลล์ในตัวอ่อนตาย และส่งผลกับโปรตีนที่มีส่วนสำคัญในพัฒนาการ ซึ่งตอบสนองไวต่อความร้อน เมื่อนำมาเทียบผลการวิจัยอันล่าสุดนี้ก็พบว่า ถ้าหญิงตั้งครรภ์อยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง จะส่งผลให้เด็กในท้องมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจด้วยเช่นกัน ทีมวิจัยจึงได้นำผลการคาดการณ์อุณหภูมิจาก NASA มาเชื่อมโยงกับงานวิจัยดังกล่าว และพบว่า ในปี 2025-2578 ความร้อนของภูมิอากาศจะทำให้เด็กที่กำลังจะเกิดมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจเพิ่มขึ้นอีก 7,000 ราย ดร. Shao Lin จากบริการสุขภาพสิ่งแวดล้อมของมหาวิทยาลัย Albany กล่าวว่า ถึงแม้ว่างานวิจัยนี้จะเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น แต่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์หรือกำลังตั้งครรภ์สัปดาห์แรก ๆ ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อน เช่นเดียวกับคำแนะนำที่ให้กับผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคปอด ก่อนหน้านี้ Live Science ก็เคยเสนอข้อมูลไว้ว่า สตรีมีครรภ์ที่สัมผัสกับความร้อนในช่วงแรกของการตั้งครรภ์…Natnaree TK | 2533 days ago
Read More06/02/2019
Mayo Clinic ปล่อยแอปคำนวณโอกาสการกลับมาเป็นนิ่วในไตบน iOS และ Android!
จากการเก็บข้อมูลผู้ป่วยโรคไตกว่า 3,000 คนที่มีประวัติการเข้ารับการรักษากับทาง Mayo Clinic พบว่าผู้ป่วยบางรายมีความทุกข์ทรมานจากผลกระทบที่เกิดจากนิ่วในไตอย่างต่อเนื่องถึง 8 ครั้ง เพศชาย ผู้ที่มีอายุน้อย และคุณแม่ตั้งครรภ์ที่มีน้ำหนักเกิน จะมีโอกาสกลับมาเป็นนิ่วในไตมากกว่าคนอื่น นักวิจัยจาก Mayo Clinic จึงได้ออกแบบเครื่องมือที่สามารถทำนายการกลับมาเป็นนิ่วในไตของคุณขึ้นมา คนทั่วไปสามารถใช้งานได้ในระบบออนไลน์หรือดาวน์โหลดแอปบน iOS และ Android ได้เช่นกัน ผลงานชิ้นนี้ถูกเรียกว่า Recurrence Of Kidney Stone (ROKS) เป็นโปรแกรมคำนวณที่จะใช้สถิติแบบ C-index ในการหาความน่าจะเป็น หลังจากที่มีการคิดค้นขึ้นมาครั้งแรกในปี 2014 ในตอนนั้นโปรแกรมทำได้เพียงการหาแนวโน้มการเกิดนิ่วก้อนที่สองหลังจากตรวจพบนิ่วก้อนแรก แต่ปัจจุบันมันสามารถคำนวณหาโอกาสการกลับมาเป็นนิ่วในไตอีกครั้งได้ เครื่องคำนวณนี้จะใช้ปัจจัยต่าง ๆ ของแต่ละบุคคลนำมาประกอบการพิจารณา อย่างเช่น การใช้ชีวิตประจำวัน และประวัติการรักษา เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตาม การคำนวณของเครื่องนี้ก็มีข้อจำกัดคือมันยังคงคาดการณ์ได้เพียงแค่ช่วงระยะเวลาสั้น ๆ เพียงเท่านั้น แต่มันก็ยังดีกว่าที่เราไม่มีเครื่องมืออะไรในการใช้ตรวจสอบเลย ส่วนใครที่อยากจะลองใช้โปรแกรมนี้ดูก็เข้าไปลองกันได้ตามลิงก์นี้เลยนะคะ ROKS – Recurrence Of Kidney Stone (2018) อ้างอิงNatnaree TK | 2535 days ago
Read More05/02/2019
อย่าเชื่อบทความทางสุขภาพทั้งหมดบน Facebook ของคุณ!
Facebook กำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ในการแชร์ข้อมูล และบทความทางสุขภาพที่ไม่ถูกต้องบนหน้า Timeline ของผู้ใช้เป็นจำนวนมาก จากการตรวจสอบในปี 2018 พบว่า 7 ใน 10 ของบทความสุขภาพที่ถูกแชร์เป็นข้อมูลเท็จ หรือเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด ใน 100 บทความแรกที่ถูกแชร์ข้อมูลแบบผิดๆมากที่สุด ได้รับการแก้ไขโดยการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แต่ข้อมูลเท็จถูกแชร์มากถึง 12.3 ล้านครั้ง ในขณะที่ข้อมูลที่ถูกต้องมียอดแชร์เพียง 11 ล้านครั้งเท่านั้น ผลการวิจัยจาก Health Feedback ได้ทำการตรวจสอบบทความเกี่ยวกับสุขภาพ ที่มาจากสื่อพิมพ์ที่มีชื่อเสียงจำนวนมาก รวมถึงเว็บไซต์ที่คลุมเครือ ซึ่งเป็นตัวปล่อยข่าว ดึงดูดยอดเข้าไซต์ด้วยการพาดหัวข่าวที่น่าสนใจ และข้อมูลที่ทำให้เกิดการเข้าใจผิดพบว่า บทความสุขภาพที่ถูกแชร์มากที่สุดแบ่งตามหัวข้อคือ โรค และวิธีการรักษา, อาหาร สารอาหาร และวัคซีน Health Facebook บอกว่าข้อมูลส่วนมากเกี่ยวกับวัคซีนที่ถูกแชร์ไปนั้นเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง (ถึงแม้ว่าเรื่องราวส่วนมากเกี่ยวกับโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน จะถูกปกปิดด้วยกลุ่มต่อต้านการฉีดวัคซีนก็ตาม) และข้อมูลทางด้านอาหารและโภชนาการ เป็นหัวข้อเรื่องที่ได้รับการแชร์ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องมากที่สุด ในความเป็นจริงแล้ว มีบทความต่างๆมากกว่า 100 อันดับแรกที่ถูกวัดความน่าเชื่อถือ มีบทความ 45% ที่ได้รับการประเมินว่า "น่าเชื่อถือมาก" และ "น่าเชื่อถือ"…Natnaree TK | 2536 days ago
Read More04/02/2019
การใช้เวลาไปกับหน้าจอ อาจเป็นอันตรายต่อพัฒนาการในเด็กเล็ก!
งานวิจัย และผู้เชี่ยวชาญต่างๆมีความเชื่อว่าการที่เด็กใช้เวลาส่วนมากไปกับหน้าจอ จะทำให้พัฒนาการต่างๆของเด็กช้าลง เนื่องจากเมื่อสมองจดจ่ออยู่กับหน้าจอ จะทำให้สมองพลาดการฝึกทักษะต่างๆที่สำคัญไป ดังนั้นในทางทฤษฎีจึงไม่ควรให้เด็กใช้เวลากับหน้าจอให้มากนัก จากการสำรวจคุณแม่ที่มีลูกอายุ 2,3 และ 5 ปี ถึงเรื่องระยะเวลาที่ใช้ไปกับหน้าจอ (ในที่นี้คือโทรทัศน์ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ เกม การ์ตูน ภาพยนตร์ ไอแพด จะว่าง่ายๆคือ อุปกรณ์ใดๆก็ตามที่มีหน้าจอ) และ ทักษะพัฒนาการของเด็กพบว่า เฉลี่ยแล้วเด็กอายุ 2 ปี ใช้เวลา 17 ชม./สัปดาห์ ไปกับหน้าจอ เด็ก 3 ปี ใช้เวลา 25 ชม./สัปดาห์ ไปกับหน้าจอ และเด็กอายุ 5 ปี ใช้เวลา 17 ชม./สัปดาห์ไปกับหน้าจอ (ช่วงนี้เด็กเริ่มเข้าเรียนแล้ว) เด็กเริ่มมีพัฒนาการที่ล่าช้าหลังจากที่มีการใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แล้วแค่ไหนถึงจะเรียกว่าพอดีละ? คำถามนี้เป็นคำถามที่ตอบได้ยาก เพราะในขณะที่ประเทศอังกฤษไม่มีข้อกำหนดในเรื่องนี้ (เพราะทางอังกฤษบอกว่าหลักฐานไม่เพียงพอ) แต่ทางด้านสมาคมกุมารเวชศาสตร์แคนาดาบอกว่า สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีไม่ควรใช้เวลาไปกับหน้าจอเลย ส่วนสมาคมกุมารเวชศาสตร์จากอเมริกา (…Natnaree TK | 2537 days ago
Read More04/02/2019
1 ใน 4 ของวัยรุ่นหญิงชาวอังกฤษกำลังประสบปัญหาสุขภาวะทางจิต!
สถาบันบริการสุขภาพแห่งชาติของประเทศอังกฤษ (NHS) ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า วัยรุ่นหญิงชาวอังกฤษที่มีอายุระหว่าง 17-19 ปี มีโอกาสมีปัญหาด้านสุขภาพจิตมากกว่าเด็กผู้ชายในรุ่นเดียวกันถึง 23.9% และภาวะนี้จะถูกพบมากขึ้นตามช่วงอายุที่เพิ่มขึ้น ข้อมูลนี้ถูกทำการสำรวจในวัยรุ่นกว่า 9,000 คน และผ่านการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญในสถาบันสุขภาพพบว่า จำนวนตัวเลขของวัยรุ่นหญิงที่มีปัญหาทางสุขภาพจิตอยู่ในภาวะที่น่ากังวล ดร. Bernadka Dubicka นักจิตวิทยาจาก Royal College บอกว่าความเครียดจากภาพลักษณ์ การสอบ และผลกระทบด้านลบจากโซเชียลมีเดีย ส่งผลต่อตัวเด็ก ในขณะที่เด็กมีแนวโน้มที่จะตกเป็นเหยื่อของการถูกทำร้ายร่างกาย และข่มขืนอีกด้วย อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจคือการให้บริการทางด้านสุขภาพจิตเด็กยังคงมีช่องโหว่ในการให้บริการทางด้านนี้ และหากทิ้งปัญหานี้ไว้ ตัวเลขของเด็กที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพจิตจะเพิ่มมากขึ้น และในกรณีที่ร้ายแรงอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตาย ถึงจะเป็นเรื่องที่อธิบายยาก แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันมีส่วน NHS ออกมาบอกว่า โซเชียลมีเดียส่งผลต่อสุขภาพจิตของเด็กอายุระหว่าง 11-19 ปีเป็นอย่างมาก และ 1 ใน 3 ของเด็กเหล่านี้ใช้เวลากับโลกโซเชียลมากกว่า 4 ชม./ วัน ในขณะที่เด็กที่ไม่มีปัญหาทางสุขภาพจิตใช้เวลากับโซเชียลมีเดีย 2-3 ชม./ วัน และน้อยกว่านั้นในบางคน เด็กๆ ที่มีปัญหาทางสุขภาพจิตบอกว่าจำนวน 'ไลค์' มีผลต่ออารมณ์ และความรู้สึกของพวกเขา…Natnaree TK | 2537 days ago
Read More04/02/2019
รู้หรือไม่? ‘ลิปบาล์ม’ ทำให้คุณปากแตก
เมื่อหลาย ๆ คนประสบกับปัญหา 'ปากแตก' ลิปบาล์ม ดูจะเป็นตัวช่วยที่ง่ายที่สุดในการกู้สภาพปากแตก และบรรเทาอาการเจ็บ คัน บริเวณริมฝีปากได้ แต่ความเป็นจริงแล้ว ลิปบาล์มช่วยแก้อาการปากแตกได้จริงหรือ? ลิปบาล์ม เป็นเพียงหนึ่งทางเลือกในการให้ความชุ่มชื้นแก่ริมฝีปากเพียงชั่วคราวเท่านั้น และในลิปบาล์มบางชนิดเมื่อแห้งแล้วยังทิ้งรอยน่ากลัวไว้บนปากของเราอีกด้วย นักวิทยาศาสตร์บอกกับเราว่า เมื่อเราทาลิปบาล์ม ชั้นฟิล์มบาง ๆ จะถูกเคลือบลงบนริมฝีปากของเรา แต่เมื่อมันระเหยออกไปมันจะยิ่งกลับทำให้ปากของเราขาดน้ำ เรามักประสบปัญหาปากแตกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันที่อากาศหนาว ๆ หรืออากาศแห้ง แพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านความงามบอกว่า เราจึงควรดูแลริมฝีปากของเราให้ดี เหมือนกับการดูแลผิวในส่วนอื่น ๆ ด้วย ยิ่งในช่วงที่อากาศหนาว คนส่วนน้อยที่จะใส่เสื้อผ้าเพื่อปิดปากของเขา เมื่อริมฝีปากสัมผัสกับอากาศโดยตรงก็จะยิ่งทำให้ปากแตกได้ง่ายขึ้น ถึงแม้ว่าผิวตรงริมผีปากจะดูแตกต่างจากผิวส่วนอื่น ๆ ของเรา แต่ริมฝีปากก็คือผิวของเรามันถูกสร้างมาจาก three layers of cells เช่นกัน แต่สำหรับผิวหนังชั้นนอกสุดอย่างหนังกำพร้า (corneum) ของริมฝีปาก มันเป็นชั้นที่บางมากและได้รับผลกระทบง่าย และผิวบริเวณนี้ก็ไม่มีขน หรือต่อมไขมันของมันเอง จึงต้องอาศัยความชุ่มชื้นจากต่อมไขมันใต้ผิวบริเวณรอบ ๆ ริมฝีปากแทน การเลียริมฝีปากหรือการทาลิปมัน จึงดูจะเป็นความคิดที่ดีในการเพิ่มความชุ่มชิ้นให้ริมฝีปาก แต่มันกลับเป็นผลเสียเพราะมันจะทำให้ริมฝีปากเกิดอาการขาดน้ำในอนาคตได้ ในลิปบาล์มบางชนิดก็มีส่วนประกอบที่ยิ่งทำให้ปากแห้งมากยิ่งขึ้น เช่น Menthol,…Natnaree TK | 2537 days ago
Read More04/02/2019
ระวัง! การรับประทานอาหารเช้าอาจทำให้คุณน้ำหนักขึ้น
หลายๆคนอ่านหัวข้อแล้วคงจะเกิดความสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ในเมื่องานวิจัยก่อนหน้านี้บอกกับเราว่าการรับประทานอาหารเช้าจะช่วยเราลดน้ำหนักได้ ใจเย็นๆกันก่อนค่ะ งานวิจัยก่อนหน้านี้ไม่ได้กล่าวอะไรผิดไปเลย เพียงแต่เรามีข้อควรระวังในการรับประทานอาหารเช้ามาเตือนคุณเท่านั้นเอง อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่าการรับประทานอาหารเช้าจะช่วยเติมเต็มพลังงานให้คุณในระหว่างวัน ลดการรับประทานขนมจุกจิก และเป็นแหล่งสารอาหารสำรองให้ร่างกายได้ และในเด็กการรับประทานอาหารเช้าจะช่วยเพิ่มสมาธิให้กับพวกเขาในระหว่างเรียนได้อีกด้วย แต่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Monash ในประเทศออสเตรเลีย ได้ตีพิมพ์งานของเขาผ่านวารสาร BMJ ถึงผลลัพท์ในการทดลองวัดน้ำหนัก และพลังงานที่ได้จากการรับประทานอาหารเช้าที่แตกต่างกัน 13 แบบ เขาพบหลักฐานบางอย่างว่า ผู้ที่ไม่รับประทานมื้อเช้าช่วยลดปริมาณแคลอรีที่ได้รับต่อวันได้มากกว่า และ ไม่ได้มีความอยากอาหารมากกว่าคนที่รับประทานอาหารเช้าในช่วงบ่ายของวัน และที่สำคัญพวกเขายังเตือนอีกด้วยว่าการรับประทานอาหารเช้าเพื่อลดน้ำหนักในวัยผู้ใหญ่จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากในการเลือกเมนู เนื่องจากหลายๆคนคิดว่า 'นี่คือมื้อเช้าฉันจะกินอะไรยังไงก็ได้' แต่อย่าลืมละถึงมันจะเป็นมื้อเช้า แต่หากคุณรับประทานเข้าไปโดยไม่ออกกำลังกาย มันก็อาจได้ผลตรงกันข้ามได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามวิจัยที่ตีพิมพ์ชิ้นนี้ก็ยังมีข้อจำกัดในงานวิจัยอยู่ด้วยเช่นกัน เพราะช่วงเวลาการติดตามผลลัพท์นั้นสั้น (เพียง 2-16 สัปดาห์) และความแตกต่างของแคลอรีที่ได้รับก็ต่างกันในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น ศาสตราจารย์ Kevin Whelan ผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมอาหารและหัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์โภชนาการของมหาวิทยาลัย King's College กล่าวเสริมว่า การศึกษานี้ไม่ได้บอกว่าอาหารเช้าไม่ดีต่อสุขภาพ เพียงแต่บอกว่าเราไม่ควรที่จะกินแคลอรี่มากเกินไปในตอนเช้าเท่านั้นเอง อ้างอิงNatnaree TK | 2537 days ago
Read More04/02/2019
นักวิจัยพบ! แนวทางใหม่ในการรักษาโรคเบาหวานประเภทที่ 1 จาก Stem cell
ทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัย California (UCSF) ได้ขยับเข้าใกล้วิธีการรักษาโรคเบาหวานประเภทที่ 1 ขึ้นอีก 1 ก้าวจากการนำ Stem cell เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการรักษา เบาหวานประเภทที่ 1 คือ โรคเบาหวานที่เกิดจากการที่ร่างกาย (ตับอ่อน) ไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ หรือผลิตได้น้อย ทำให้ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลที่อยู่ในกระแสเลือดได้ ส่วน Stem cell เป็นเซลล์เริ่มต้น ที่ยังไม่มีหน้าที่การทำงานที่เฉพาะเจาะจง มันสามารถแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ได้ และพร้อมที่จะเจริญเติบโตเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อไปทำหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่งอย่างเฉพาะเจาะจงได้ ดังนั้นมันจึงกลายเป็นที่สนในวงการแพทย์เป็นอย่างมาก ทีมวิจัยจึงได้ทำการทดลองปลูกถ่าย Stem cell ของ islets of Langerhans (เซลล์ที่ทำหน้าที่ในการผลิตอินซูลินในตับอ่อน) และสังเกตการตอบสนองต่อน้ำตาลในกระแสเลือดในหนูทดลอง ผลปรากฏว่าเพียงไม่กี่วันเซลล์ที่ถูกปลูกถ่าย ทำงานได้ดีเหมือนเซลล์ต้นแบบ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ทีมวิจัยจะล้มเหลวในการทดลองบ่อยครั้ง และยังต้องการยาเพื่อระงับภูมิคุ้มกันของคุณ แต่ความสำเร็จในครั้งนี้ก็ถือเป็นอีก 1 ก้าวสำคัญที่ทำให้เราเข้าใกล้ความเป็นจริงในการรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่ 1 ได้มากขึ้น อ้างอิงNatnaree TK | 2537 days ago
Read More02/02/2019
Verily เตรียมแผนสร้างรองเท้าอัจฉริยะ ที่สามารถชั่งน้ำหนักและส่งสัญญาณได้เมื่อคุณล้ม!
CNBC รายงานว่า Verily ยืนยันว่ารองเท้าอัจฉริยะ กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา พร้อมตามหาหุ้นส่วน เพื่อพัฒนาไอเดียนี้ออกวางจำหน่ายในท้องตลาดอีกด้วย รองเท้าที่ว่านี้คือ Smart shoes มันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อออกกำลังกาย แต่รองเท้านี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับผู้สูงอายุ! คุณสมบัติการตรวจจับการล้มนี้ดูจะสำคัญมากขึ้น เมื่อประชาชนในช่วง Baby Boomers กำลังเข้าสู่วัยชรากันแล้ว และเนื่องจากในอเมริกา (และคิดว่าในหลายๆประเทศ) ปัญหาการล้มของผู้สูงอายุเป็นสิ่งที่พบเจอได้มาก และเกิดได้ทุกที่ทุกเวลา การล้มหนึ่งครั้งอาจส่งผลมากกว่าการเกิดแผลฟกช้ำสำหรับผู้สูงอายุ มันอาจหมายถึงปัญหาทางกระดูก หรือโรคทางสมองที่อาจตามมา รองเท้านี้จะสามารถชั่งน้ำหนักตัวของผู้สวมใส่ได้ และมาพร้อมกับตัวตรวจจับเมื่อผู้สวมใส่ล้มมันจะส่งสัญญาญแจ้งเตือนไปยังครอบครัว หรือแพทย์ของคุณเพื่อเพิ่มโอกาศในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ทัน อ้างอิงNatnaree TK | 2539 days ago
Read More01/02/2019
ระวัง N95 ปลอมระบาด! มาดูวิธีการตรวจสอบหน้ากาก N95 กันเถอะ
ในสภาวะที่ฝุ่น PM 2.5 ยังคงเป็นปัญหาลากยาวมาเป็นเวลาเกือบเดือนแล้ว หน้ากากอนามัยดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการป้องกันตัวเองของประชาชนในขณะนี้ จนทำให้หน้ากาก N95 ขาดตลาดเป็นที่เรียบร้อย โดยปกติแล้วหน้ากาก N95 จะวางขายอยู่ที่ราคา 45-145 บาท/ชิ้น สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าชั้นนำ ห้างสรรพสินค้า และร้านขายยาทั่วไป แต่เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวรายงานว่าพบ N95 ปลอมวางขายกันอย่างแพร่หลาย โดยมีราคาถูกกว่าของจริงและหน้าตาคล้ายกัน แต่อย่างไรก็ตามของปลอมก็คือของปลอม เพราะมันมีจุดสังเกตที่ช่วยบอกให้เรารู้ได้ว่าหน้ากากเหล่านั้นเป็นของแท้หรือไม่ อย่างแรกเลยสังเกตคำว่า NIOSH-Approved หรือมีคำว่า NIOSH บนหน้ากาก เพราะ NIOSH คือ National Institute for Occupational Safety and Health เป็นเครื่องยืนยันจากทางสหรัฐอเมริกานั่นเอง นอกจากนี้ NIOSH ยังระบุไว้อีกว่าหน้ากากที่ได้รับอนุมัติทั้งหมดจะต้องมีเครื่องหมายดังต่อไปนี้ ชื่อยี่ห้อ เช่น 3M เป็นต้น คำว่า NIOSH ที่เป็นพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด หรือโลโก้ของ NIOSH หมายเลขการทดสอบและรับรองจาก NIOSH เช่น TC-84A-XXXX ระดับประสิทธิภาพของการกรอง…Natnaree TK | 2540 days ago
Read More29/01/2019
เด็กอังกฤษคว้ารางวัลนวัตกรรมจาก ‘ถุงยางเปลี่ยนสี’ เมื่อสัมผัสเชื้อ!
นวัตกรรมที่ว่านี้เป็นถุงยางที่จะสามารถเปลี่ยนสีได้เมื่อมันสัมผัสเข้ากับเชื้อ! มันถูกคิดค้นโดยเด็กนักเรียนชาวอังกฤษสามคน ได้แก่ Daanyaal Ali, Muaz Nawaz และ and Chirag Shah ทั้งสามคนเป็นนักเรียนจากโรงเรียน England’s Isaac Newton Academy และนวัตกรรมนี้ยังได้รับรางวัลชนะเลิศจากงาน U.K.’s TeenTech Awards อีกด้วย ถุงยางนี้จะถูกเคลือบด้วย Antibody และเมื่อมันสัมผัสกับ Antigen (เชื้อโรค) ของโรคต่าง ๆ มันจะทำให้ถุงยางเปลี่ยนสี โดยหากพบโรคหนองในเทียม มันจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว หากพบเริมจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง หากพบเชื้อ HPV จะเปลี่ยนเป็นสีม่วง และหากพบซิฟิลิส มันจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน ถึงแม้ว่าภายหลังนวัตกรรมนี้จะถูกตั้งคำถามอย่างเช่น เราต้องใช้สีทั้งหมดกี่สี เพื่อจะระบุถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ทั้งหมด หรือคำถามที่ว่าเราสามารถตรวจสอบได้เพียงแค่เฉพาะคู่นอนของเรา หรือรวมถึงผู้สวมใส่ด้วยหรือไม่ แต่ความคิดนี้ก็สื่อให้เห็นว่า เด็กรุ่นใหม่ไม่ได้มองแค่เพียงเรื่องเพศสัมพันธ์เท่านั้น แต่พวกเขายังคงให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย อ้างอิงNatnaree TK | 2543 days ago
Read More27/01/2019
ตอบคำถามที่หลายคนสงสัย แค่กระดาษบาดนิ้วทำไมมันถึงเจ็บได้ขนาดนี้!
เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอประสบการณ์กระดาษบาดนิ้วมาบ้าง และในแต่ละครั้งที่โดนมันก็เจ็บมากกว่ามีดบาดด้วยซ้ำ สำหรับบางคนที่ไม่เคยโดนกระดาษบาดอาจจะมองว่านี่มันเว่อร์เกินไปรึเปล่า แค่กระดาษแผ่นเล็กๆเอง จะไปเจ็บขนาดนั้นได้อย่างไร แต่คุณรู้หรือไม่ว่าถ้าคุณคิดอย่างนั้น คุณได้ประเมิณกระดาษต่ำเกินไปแล้ว Science Focus ได้อธิบายความเจ็บปวดนี้ไว้ว่า เมื่อเรานำกระดาษมาขยายในระดับไมโคร เราจะเห็นว่ากระดาษนั้นมีความขรุขระ และหยาบ ในขณะที่มีดโลหะต่างๆนั้นค่อนข้างเรียบ เมื่อเราโดนกระดาษบาด ความหยาบของผิวกระดาษจะตัดลงบนเซลล์เนื้อเยื่อ และเซลล์ประสาทของเราคล้ายกับเลื่อย จึงสร้างความเสียหายในระดับเซลล์ให้เราได้มากกว่า และยังไม่เพียงเท่านั้น กระดาษถูกทำมาจากต้นไม้ที่ประกอบขึ้นจากไฟเบอร์เส้นเล็กๆมากมาย และสารเคมีในต้นไม้ยังคงตกค้างในไฟเบอร์ เมื่อเราโดนกระดาษบาดสารเคมีเหล่านั้นจึงสร้างความเจ็บแสบให้กับแผลเราได้มากกว่ามีดบาด รู้แบบนี้แล้วคงจะประมาทกระดาษไปไม่ได้แล้วนะคะ แต่ไม่ว่าจะเป็นมีด กระดาษ หรือของมีคมใดๆ เราก็ควรจะระวังไว้ไม่ให้เกิดแผลจะดีที่สุด อ้างอิงNatnaree TK | 2545 days ago
Read More27/01/2019
งานวิจัยชี้! การรับประทานไก่ทอดทุกวันเสี่ยงเสียชีวิตมากกว่าคนทั่วไป
ไก่ทอด ปลาทอด หอยทอด เมนูทอดคงจะเป็นหนึ่งในเมนูโปรดของใครหลายๆคน แต่คุณรู้หรือไม่ว่างานวิจัยล่าสุดบอกกับเราว่า ของทอดเหล่านี้อาจจะทำให้คุณเสียชีวิตเร็วกว่าปกติ โดยเฉพาะไก่ทอดที่มีอัตราเสียชีวิตสูงกว่าของทอดชนิดอื่นๆ งานวิจัยชิ้นนี้ถูกตีพิมพ์ในนิตยสาร The BMJ โดยนักวิจัยได้ให้ผู้หญิงอายุ 50-79 ปี (ในช่วงวัยหมดประจำเดือน) 106,966 คน ทำแบบสอบถามในเรื่องความถี่ในการรับประทานของทอด ประเภทของทอดที่รับประทาน และทำการติดตามเป็นเวลา 18 ปีตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2017 ตลอดระยะเวลาการติดตามพบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารทอดมากกว่า 1 มื้อ/วัน จะมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าคนธรรมดา 8% และเมื่อแยกประเภทอาหารออกมา ไก่ทอดจะเพิ่มอัตรการเสียชีวิตถึง 13% ในขณะที่ปลาทอดเพิ่มอัตราการเสียชีวิต 7% และ 12% ของผู้เสียชีวิตมีสาเหตุมาจากปัญหาสุขภาพหัวใจ แต่ในงานวิจัยนี้กลับไม่พบว่าของทอดส่งผลต่อการเกิดโรคมะเร็ง Wei Bao ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านระบาดวิทยาของมหาวิทยาลัย Iowa หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวว่า คนทั่วโลกส่วนมากรับประทานอาหารทอด แต่เรากลับมีข้อมูลในเรื่องผลระยะยาวของการรับประทานอาหารประเภทนี้ที่น้อยมาก ถึงแม้ว่าจะมีงานวิจัยก่อนหน้านี้บอกกับเราว่าการรับประทานอาหารทอดจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวาน และส่งผลต่อสุขภาพของหัวใจ นอกจากนี้เมื่อพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมทีมวิจัยยังพบอีกว่า คนที่มีอายุน้อย รายได้ต่ำ ระดับการศึกษาไม่สูง สูบบุหรี่ ออกกำลังกายน้อย จะมีแนวโน้มบริโภคอาหารทอดมากกว่าคนทั่วไป และที่สำคัญนักวิจัยได้ลงความเห็นตรงกันว่า ไม่ใช่เพียงแค่หญิงวัยหมดประจำเดือนเท่านั้น แต่ผลกระทบต่อสุขภาพของของทอดจะส่งผลต่อทุกเพศทุกวัยไม่ต่างกัน…Natnaree TK | 2545 days ago
Read MorePR Partners
See All15/01/2026
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 9 hours ago
ศุภชัย เจียรวนนท์ วางรากฐานดิจิทัล-การเงิน-สตาร์ทอัพ ยกระดับคนไทยสู่อนาคตยั่งยืน
ในยุคที่โลกเผชิญความผันผวนจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ และความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม “ภาวะผู้นำ” ถูกนิยามใหม่ว่าไม่ได้วัดเพียงความสำเร็จขององค์กร แต่สะท้อนจากความสามารถในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ส่งผลต่อประเทศและผู้คนในวงกว้าง นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ได้รับการยอมรับในฐานะ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leader) ที่ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคต ผ่านการวางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัล การขยายโอกาสด้านการเงินดิจิทัล การสร้างระบบนิเวศสตาร์ทอัพ ตลอดจนการลงทุนด้านการศึกษาและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม วางรากฐานเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ตั้งแต่ยุค 3G หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม คือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม โดยเฉพาะการบุกเบิก เทคโนโลยี 3G ซึ่งมีบทบาทมากกว่าการเพิ่มความเร็วสัญญาณมือถือ แต่เป็นการสร้าง15/01/2026
ซีพี ปั้นนวัตกรใหม่ เปิดเวที “CP Exponential Surge ปี 2” ดันไอเดียพนักงานสู่ธุรกิจจริง ตั้งเป้าสร้างแบรนด์ไทยผสู่เวทีโลก
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าโครงการ CP Exponential Surge ปีที่ 2 เวทีประลองไอเดียสุดเข้มข้นที่เปิดโอกาสให้พนักงานซีพีทั่วโลกได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เฟ้นหาโซลูชันธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์โลกอนาคต ภายใต้แนวคิดการเติบโตแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth) โดยนำค่านิยมองค์กร ทั้งการยอมรับการเปลี่ยนแปลงและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ มาเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน ปีนี้มีพนักงานให้ความสนใจอย่างล้นหลาม ส่งผลงานเข้าประกวดถึง 1,476 โครงการ จากหลากหลายกลุ่มธุรกิจ อาทิ ซีพีเอฟ, ซีพี ออลล์, ซีพี แอ็กซ์ตร้า, ทรู และกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร ฯลฯ ผ่านการคัดเลือกอย่างดุเดือดจนเหลือ 8 ทีมสุดท้าย เข้าสู่รอบ Final Pitching ณ สถาบันผู้นำเครือเจริญโภคภัณฑ์ จ.นครราชสีมา โดยมี นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส, ดร.อาชว์ เตาลานนท์ รองประธานอาวุโส และ นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมรับฟังและให้คำแนะนำเพื่อต่อยอดสู่ธุรกิจจริง นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 9 hours ago
Read More13/01/2026
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์ "The Gateway to Isan" และการยกระดับเศรษฐกิจภูมิภาค งานในครั้งนี้จัดขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการ "ปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจอีสานด้วยเทคโนโลยี" โดยมุ่งหวังให้โคราชเป็นโมเดลต้นแบบของเมืองเศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม (Innovation-driven Economy) มุ่งเน้นการยกระดับ "ระบบนิเวศผู้ประกอบการ" (Entrepreneurial Ecosystem) ให้แข็งแกร่ง รองรับการเติบโตสู่การเป็น "Silicon Valley แห่งใหม่" และ "AI City" ของประเทศไทย คุณอรนุช เลิศสุวรรณกิจ…วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 2 days ago
Read More26/12/2025
Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม
กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 20 days ago
Read More































