ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| Health
Read More

เรื่องจริงหรือคิดไปเอง ? กินข้าวเหนียวทำให้ง่วงนอน

เคยไหม ? หลังอาหารมักจะง่วงนอน โดยเฉพาะคนที่กิน ‘ข้าวเหนียว’ มื้อไหนกินข้าวเหนียว ส้มตำ ตกบ่ายมานั่งหาวตาจะปิดให้ได้ หรือแม้กระทั่งขนมหวานอย่างข้าวเหนียวมะม่วงก็เช่นกัน หลายคนที่กินข้าวเหนียวเลยพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘กินข้าวเหนียวทำให้ง่วงนอน’ แต่เรื่องนี้จริงหรือไม่มาหาคำตอบกัน! กินข้าวเหนียวทำให้ง่วงนอน ? ก่อนอื่นต้องตอบคำถามนี้เลยว่า การกินข้าวเหนียวเสร็จแล้วหลังจากนั้นรู้สึกง่วงนอน คือ เรื่องจริง! คุณไม่ได้คิดไปเองแต่อย่างใด แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะรู้สึกแบบนี้ สาเหตุที่ทำให้บางคนหรือคนหมู่มากรู้สึกง่วงนอนหลังจากกินข้าวเหนียว ไม่ว่าจะกินกับอาหารคาว หรือกินเป็นของหวาน นั่นเป็นเพราะว่าข้าวเหนียวช่วยกระตุ้นการทำงานบางอย่างของร่างกายนั่นเอง สิ่งหนึ่งที่หลายคนรู้กันอยู่แล้ว ก็คือ คาร์โบไฮเดรต หรือแป้งที่เรารับประทานกันทุก ๆ วัน เมื่อย่อยสลายแล้วจะกลายเป็นน้ำตาล ซึ่งเรื่องนี้มีความเกี่ยวโยงโดยตรงกับความรู้สึกง่วงนอนหลังจากกินข้าวเหนียว โดยในข้าวเหนียวจะมีอะมิโลส (Amylose) และอะมิโลเพคติน ซึ่งมีความสามารถในการเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาลโมเลกุลเล็ก หรือกลูโคส ได้เร็วกว่าข้าวหรือข้าวประเภทอื่น ๆ ทำให้ปริมาณน้ำตาลในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาเพียงสั้น ๆ ดังนั้นเพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่และสมดุล ตับอ่อนในร่างกายก็จะต้องรีบหลั่งอินซูลิน (Insulin) ออกไปควบคุมการเผาผลาญ และให้ร่างกายดูดซึมใช้เป็นพลังงานได้ ในกระบวนการหลั่งอินซูลิน จะทำให้กรดอะมิโนหลายชนิดถูกดูดซึม เช่น วาลีน ลิวซีน และไอโซลิวซีน แต่จะมีกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ทริปโตเฟน ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยให้นอนหลับ…
06/07/2023

Halo Effect หลักจิตวิทยาว่าด้วยเรื่อง ‘แค่ดูดีก็ได้ดี’ เมื่อคุณเทิดทูนคนหล่อสวยจนไม่เห็นข้อบกพร่อง

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การพบเจอผู้คนหรือการมองหาเพื่อนหรือแฟนสักคน เรามักจะมองที่รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างแรก จนลืมในเรื่องนิสัยใจคอ หรือทัศนคติของบุคคลนั้น ๆ ไปโดยปริยาย เพราะเมื่อไหร่ที่เราเจออะไรที่ดูดี หน้าตาดี หรือมีผิวพรรณที่ดี เรามักจะใช้เหตุผลในการตัดสินใจน้อยลง และคิดว่าคนนั้นจะต้องเป็นคนดีโดยไม่ต้องคิดอะไรมากมาย ซึ่งตามหลักจิตวิทยาจะเรียกว่า “Halo Effect”  รู้จักกับ Halo Effect คืออะไร สำหรับคนว่า Halo Effect จะหมายถึง แสงสว่างที่เป็นวงกลมอยู่เหนือศีรษะของนักบุญในคริสต์ศาสนา หรือบางคนอาจจะคุ้นเคยกับวงกลมเหนือหัวเทวดาในการ์ตูนหลาย ๆ เรื่อง ที่จะเป็นตัวสื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์ ความเป็นคนดี หรือความน่าชื่นชม เป็นต้น โดยคำนี้ได้ถูกนำมาใช้โดย เอ็ดเวิร์ด ธอนไดค์ (Edward Thorndike) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน เขาเป็นผู้บัญญัติคำนี้ขึ้นมาด้วยการทดสอบโดยใช้นายทหาร 2 คน ประเมินทหารผู้ใต้บังคับบัญชา ทั้งในด้านกายภาพ ไม่ว่าจะเป็น ความเป็นระเบียบ เสียง รูปร่าง หน้าตา และความแข็งขัน รวมทั้งด้านความฉลาด ทักษะความเป็นผู้นำ และคุณลักษณะส่วนตัว และผลที่ออกมามีความน่าสนใจมากที่สุด เพราะเขาได้พบว่าลักษณะข้างต้นมีความสัมพันธ์กับการตัดสินใจสูงเป็นอย่างมาก เพราะคนที่ดูดีมักจะทำให้คนเชื่อว่าบุคคลนี้ดี และนอกจากนี้ยังมีงานวิจัยอื่น…
06/07/2023

เรื่อง “สิว…สิว” ทำความรู้จักสิวแต่ละประเภท มีสาเหตุจากอะไร ?

สิว เป็นปัญหากวนใจสำหรับใครหลาย ๆ คน โดยเฉพาะวัยรุ่นมักจะมีสิวบนใบหน้า ยิ่งรูขุมขนกว้างและอุดตัน ก็ยิ่งทำให้เกิดสิวได้ง่าย นอกจากนี้ในวัยผู้ใหญ่เองก็สามารถเป็นสิวได้เช่นกัน ซึ่งลักษณะและรูปแบบของสิวก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่ปัจจัยที่ทำให้เกิดสิว แต่ทั้งนี้ทุกคนก็สามารถดูแลและป้องกันการเกิดสิวได้หากรู้ว่าสาเหตุของสิวมาจากอะไร สิวคืออะไร ? สิวเป็นสภาพผิวทั่วไปที่รูขุมขนอุดตัน การอุดตันของรูขุมขนทำให้เกิดสิวหัวดำ สิวหัวขาว และสิวประเภทอื่น ๆ โดยสิวของคนเราจะเต็มไปด้วยหนองและบางครั้งอาจรู้สึกเจ็บปวดได้ สิวมีกี่ประเภท? สิวจากเชื้อราเกิดขึ้นเมื่อยีสต์ก่อตัวขึ้นในรูขุมขน อาการเหล่านี้อาจทำให้คันและอักเสบได้ สิวเรื้อรังทำให้เกิดสิวและก้อนหนอง สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดแผลเป็นได้ สิวฮอร์โมนส่งผลกระทบต่อผู้ใหญ่ที่มีการผลิตซีบัมมากเกินไปจนอุดตันรูขุมขน สิวแบบก้อนเป็นรูปแบบสิวที่รุนแรง เกิดบนผิวของคุณและเกิดเป็นก้อนกลม ๆ นุ่ม ๆ ใต้ผิวหนัง สิวทุกรูปแบบเหล่านี้อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของคุณ และสิวทั้งที่เป็นตุ่มและก้อนกลมสามารถนำไปสู่การทำลายผิวหนังอย่างถาวรในรูปแบบของแผลเป็นได้  สิวส่งผลต่อใครบ้าง ? สิวมักจะส่งผลกระทบต่อทุกคนในช่วงชีวิตหนึ่ง พบได้บ่อยในวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาวที่มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แต่สิวก็สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงวัยผู้ใหญ่ สิวในผู้ใหญ่นั้นพบได้บ่อยในผู้หญิง และคุณอาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นสิวมากขึ้นหากคุณมีประวัติครอบครัวเป็นสิวหรือจากพันธุกรรมอีกด้วย สิวเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน ? หากคุณมีสิว ให้รู้ว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียว สิวเป็นสภาพผิวที่พบบ่อยที่สุดผู้คนที่เป็นสิวมีประมาณ 80% ของผู้ที่มีอายุ 11 ถึง 30 ปี โดยตำแหน่งที่พบบ่อยที่สุดคือ สิวมีอาการอย่างไร ? อาการของสิวบนผิวหนังของคุณ ได้แก่…
05/07/2023

หิวน้ำบ่อย-ปัสสาวะมาก! ทำความรู้จัก “โรคเบาจืด”

โรคเบาจืด เป็นภาวะที่ร่างกายผลิตปัสสาวะมากเกินไป ส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาเกี่ยวกับวิธีที่ร่างกายสร้างและใช้ฮอร์โมนต้านการขับปัสสาวะ (ADH หรือ vasopressin) มีความผิดปกติ โรคเบาจืดคืออะไร ? โรคเบาจืด เป็นภาวะที่พบได้ยากแต่สามารถรักษาได้ ซึ่งร่างกายของคุณจะผลิตปัสสาวะมากเกินไปและไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้อย่างเหมาะสม โรคเบาจืดอาจเป็นแบบเรื้อรัง (ตลอดชีวิต) หรือชั่วคราว และไม่รุนแรง หรือรุนแรงขึ้นอยู่กับสาเหตุ โรคเบาจืดส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมนที่เรียกว่า antidiuretic hormone (ADH หรือ vasopressin) ซึ่งร่างกายไม่ได้สร้าง ADH เพียงพอ หรือไตของคุณไม่ได้ถูกใช้อย่างเหมาะสม คนที่เป็นโรคเบาจืดจะปัสสาวะปริมาณมากวันละหลาย ๆ ครั้ง และดื่มน้ำปริมาณมากเพราะรู้สึกกระหายน้ำตลอดเวลา หากคุณเป็นโรคเบาจืดและดื่มน้ำไม่เพียงพอเพื่อทดแทนการสูญเสียน้ำทางปัสสาวะ คุณอาจขาดน้ำได้ ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ด้วยเหตุนี้โรคเบาจืดจึงเป็นภาวะร้ายแรงที่ต้องได้รับการรักษา ฮอร์โมนต้านการขับปัสสาวะคืออะไร ? ฮอร์โมนต้านการขับปัสสาวะ (ADH หรือ vasopressin) ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนหลัง ทำหน้าที่กระตุ้นเส้นเลือดให้บีบตัวและช่วยให้หลอดไตดูดน้ำกลับเข้าสู่เส้นเลือด ADH ช่วยควบคุมสมดุลของน้ำในร่างกายของคุณ โดยการควบคุมปริมาณน้ำที่ไตดูดกลับเข้าสู่เส้นเลือด ขณะที่ไตกรองของเสียออกจากเลือด โดยปกติร่างกายจะผลิตและปล่อย ADH มากขึ้นเมื่อคุณขาดน้ำหรือสูญเสียความดันโลหิต การเพิ่มขึ้นของ ADH จะบอกไตของคุณให้กักเก็บน้ำไว้มากขึ้น แทนที่จะปล่อยออกทางปัสสาวะ ในกรณีส่วนใหญ่ของโรคเบาจืด…
11/01/2019

‘The Second Chances’ แอปช่วยเหลือผู้ป่วยที่ใช้ยา Opioid เกินขนาด

'The Second Chances' เป็นแอปที่ถูกสร้างขึ้นโดยนักวิทยาศาสตร์ ที่มีจุดประสงค์ในการใช้แอปช่วยตรวจจับอาการรับประทานยาประเภท Opioid เกินขนาด โดยเมื่อแอปนี้ตรวจจับการใช้ยาเกินขนาดได้มันจะส่งเสียงร้องเพื่อขอความช่วยเหลือ ในวันวันหนึ่งคนอเมริกามากกว่า 110 คนเสียชีวิตจากการรับประทานยา Opoid เกินขนาด และ Opioid เป็นหนึ่งในรายการยาที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมาเป็นเวลานาน ทำให้มันกลายเป็นปัญหาใหญ่ด้านสาธารณสุขของอเมริกา Jacob Sunshine วิสัญญีแพทย์ (หมอวางยาสลบ) จากมหาวิทยาลัย Washington หนึ่งในทีมพัฒนาแอปกล่าวว่า เมื่อคนมีอาการรับประทานยาเกินขนาดมันค่อนข้างที่จะมีลำดับอาการเกิดที่เฉพาะ และ ชัดเจน The Second Chances เป็นแอปที่ใช้คลื่นเสียงในการตรวจจับความผิดปกติที่เกิดขึ้น โดยการส่งคลื่นเสียงไปที่หน้าอกของผู้ป่วย จากนั้นมันจะทำการตรวจสอบสัญญาณที่ถูกส่งกลับมาเพื่อแปลความหมายถึงระบบการหายใจที่เปลี่ยนไป และส่งสัญญาณเพื่อขอความช่วยเหลือแก่ผู้อื่น หรือให้หมอสามารถให้ยาแก้อาการเช่น Naloxone ได้ทัน โดยก่อนหน้านี้ทีมพัฒนาแอปได้ทำการทดสอบ Algorithm การหายใจที่ผิดปกติเมื่อเกิดอาการรับประทานยาเกินขนาดจากอาสาสมัคร 194 คน ในรัฐ Vancouver ซึ่งการทดลองนี้จะอยู่ภายใต้การดูแลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานหรือการฉีด Opioid ก็ตาม จึงไม่ต้องเป็นกังวลหากเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นกับอาสาสมัคร ในการทดลองแอปได้ถูกติดตั้งใน Galaxy S4 และพบว่า ผู้ที่มีอาการรับประทานยา Opioid…
Natnaree TK | 2756 days ago
Read More
10/01/2019

งานวิจัยเผย! ยาสามัญราคาถูกอาจช่วยรักษาอาการป่วยทางจิตได้

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย College London กล่าวว่ายาที่ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในการรักษาโรคเบาหวานและโรคหัวใจ อาจช่วยรักษาอาการทางจิตได้ งานวิจัยนี้เริ่มต้นขึ้นจากการพิจารณารายการยาที่จ่ายให้ผู้ป่วยว่ามันน่าจะมีคุณสมบัติในการรักษาสุขภาพจิตของผู้ป่วยได้เช่นกัน โดยยาที่นักวิจัยให้ความสนใจได้แก่ Statins (ยาลดคอเลสเตอรอล) : คุณสมบัติของยาอาจช่วยลดการอักเสบที่เชี่อมโยงกับปัญหาสุขภาพจิต หรือช่วยเพิ่มการดูดซึม ยารักษาสุขภาพจิตได้ดีขึ้น ยาลดความดันโลหิต : ซึ่งอาจสามารถเปลี่ยนสัญญาณแคลเซียมในสมองที่ส่งผลกับอาการจิตเภท และ Bipolar ได้ Metformin (ยารักษาโรคเบาหวาานประเภทที่ 2) : ซึ่งจะสามารถช่วยเปลี่ยนสภาพอารมณ์ของผู้ป่วยได้ โดยพวกเขาได้ทำการทดลองกับกลุ่มคน ที่ผ่านการวิเคราะห์ประวัติทางการแพทย์ตลอดชีวิต ของคนจำนวน 142,691 คน ในสวีเดน ที่มีอาการทางจิตเภทอย่างใดอย่างหนึ่ง จากนั้นก็นำจำนวนครั้งการเข้ารับการรักษามาเปรียบเทียบระหว่างก่อนรับประทานยา กับหลังรับประทานยา ผลปรากฏว่า การเข้ารับการรักษาด้านจิตเภท ลดลง 10-20% จากเดิม นอกจากนี้ยังมีผลงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ใน JAMA Psychiatry ว่ามันช่วยลดอัตราการทำร้ายตนเองได้อีกด้วย ดร.Joseph Hayes หนึ่งในทีมวิจัยกล่าวว่า ผลจากการวิจัยนี้มันช่างน่าตื่นเต้นและมีศักยภาพมาก แต่อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการศึกษาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เพื่อที่จะได้ข้อสรุปที่แน่นอนกว่านี้มันจำเป็นที่จะต้องทำการทดลองทางคลินิกในกลุ่มคนที่ใหญ่กว่าเดิม ดร.James MacCabe จากสถาบันจิตเวชของมหาวิทยาลัย King's College London…
Natnaree TK | 2757 days ago
Read More
10/01/2019

งานวิจัยชี้ ความยาวนิ้วบอกความชอบทางเพศได้!

งานวิจัยนี้ได้บอกกับเราว่าผู้หญิงที่มีความยาวของนิ้วนาง และ นิ้วกลางต่างกันมีแนวโน้มจะเป็นเลสเบียน โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการวัดนิ้วมือของฝาแฝดหญิง 18 คู่ ในแฝดที่เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง และอีกคนหนึ่งเป็นเสสเบียน ค่าเฉลี่ยโดยทั่วไปของเลสเบียนมีความยาวของนิ้วชี้ และ นิ้วนางที่ต่างกัน ซึ่งความยาวนิ้วที่ต่างกันนี้เป็นลักษณะที่พบได้โดยทั่วไปสำหรับผู้ชาย นี่อาจจะเป็นลักษณะที่แสดงออกถึงการมีเทสโทสเทอโรนที่มากเกินไปในมดลูก นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Essex กล่าว นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังคงทดลองวัดความยาวของนิ้วทั้งสอง ในคู่ฝาแฝดชาย 14 คู่ ทั้งที่เป็นชายแท้ และ เป็นเกย์ แต่ก็ไม่พบความสัมพันธ์กับความยาวของนิ้วเลย โดยปกติทั้งผู้ชาย และ ผู้หญิง ที่มีการแสดงออกถึงลักษณะของฮอร์โมนเพศชาย หรือ เทสโทสเทอโรน อยู่แล้ว แต่ในกรณีนี้อาจมีระดับเทสโทสเทอโรนในมดลูกมากเกินไป ดร.Tuesday Watts จากแผนกจิตวิทยาของมหาวิทยาลัย Essex "ฝาแฝดคือคนที่ใช้รหัสทางพันธุกรรมร่วมกัน 100% อาจมีความชอบทางเพศที่แตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆด้วย" นักวิจัยกล่าวว่า ความชอบทางเพศถูกกำหนดด้วยระดับเทสโทสเทอโรน และ ขึ้นอยู่กับฮอร์โมนเพศชายที่เราได้รับ หรือวิธีที่ร่างกายตอบสนองต่อฮอร์โมนนั้นๆ แตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล สำหรับคนที่ได้รับฮอร์โมนเพศชายที่สูงขึ้นมีแนวโน้มที่จะเป็น bisexual และชอบเพศเดียวกัน ดังนั้นการดูที่ความแตกต่างของนิ้วชี้ และ นิ้วนางของเขาอาจจะบอกใบ้คุณได้ว่าเธอคนนั้นชอบเพศอะไร อ้างอิง
Natnaree TK | 2757 days ago
Read More
10/01/2019

หัวร้อน! นักศึกษาชาวจีนถูกพาส่งโรงพยาบาลหลังจากเล่นเกม ‘King of Glory’

ถ้าคุณเป็นเกมเมอร์คุณคงจะเข้าใจความรู้สึกนี้ดีเมื่อเพื่อนร่วมทีมของคุณไม่ให้ความร่วมมือกับคุณดีเท่าที่ควร จนทำให้เกมนั้นแพ้ และในบางครั้งคุณก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะแบกเกมนั้นให้จบถึงแม้ว่าสถานการณ์ในเกมจะแย่แค่ไหนก็ตาม สำหรับนักศึกษาหนุ่มในเมือง Jiangsu ประเทศจีนก็เช่นกัน เรื่องเกิดขึ้นในขณะที่เขากำลังเล่นเกม King of Glory ในหอพักของเขา เขาแพ้ในเกมที่อีกเพียงนิดเดียวเขาก็จะชนะ ทำให้การจัดอันดับในเกมของเขาต่ำลง เขาทั้งโกรธ และ เสียใจมาก จนเขารู้สึกหายใจไม่ออก! โชคดีที่เพื่อนร่วมหอของเขาสังเกตได้ถึงอาการผิดปกติ จึงพาเขาส่งโรงพยาบาลได้ทัน เมื่อมาถึงโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ทางโรงพยาบาลกล่าวว่า เขามีอาหารหายใจหอบ และมีอาการแขนขาเกร็ง แพทย์จึงได้วินิจฉัยว่าเขามีอาการ Hyperventilation ที่เกิดจากความกดดันและความกังวล แพทย์ได้อธิบายว่า เขามีอาการประสาทล้าจากการใช้ประสาทมากเกินไป ทำให้เกิดอาการ Hyperventilation หลังจากรับการปฐมพยาบาลเขาก็กลับมาดีขึ้นอีกครั้ง เขาบอกกับแพทย์ว่า ช่วงแรกที่มีอาการเขารู้สึกเหมือนมีหินก้อนใหญ่ๆ วางอยู่บนอกของเขา และการมองเห็นของเค้าก็เริ่มเลือนลาง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามีอาการแบบนี้ แต่นี้เป็นครั้งแรกที่มีอาการหนักแบบนี้ ก่อนส่งตัวกลับแพทย์ได้แนะนำให้เขาดูแลสุขภาพ และยังบอกอีกว่า "หากจะเล่นเกมครั้งหน้า ให้ควบคุมอารมณ์ให้ดีๆ และใจเย็นๆ คุณต้องระวังสุขภาพของคุณด้วยแม้ว่าคุณกำลังเล่นเกมอยู่ก็ตาม" เอาล่ะชาวเกมเมอร์ทุกท่าน ไม่ว่าสถาณการณ์เกมมันจะแย่สักแค่ไหน หรือมันจะน่าหงุดหงิดอย่างไร แต่ตอนเล่นเกมให้คุณใจเย็นๆ กันไว้นะคะ ก่อนที่มันจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณเหมือนอย่างกรณีนี้ อ้างอิง
Natnaree TK | 2757 days ago
Read More
10/01/2019

องค์การอาหารและยาเตือน ไม่ใช่กลิตเตอร์ทุกชนิดที่กินได้!

หากคุณชอบรับประทานขนมปังตกแต่งด้วยกลิตเตอร์ระยิบระยับน่ากินเหล่านั้น คุณควรจะต้องระวังตัวเป็นพิเศษแล้วละ เพราะกรมสุขภาพออกมาเตือนว่าไม่ใช่กลิตเตอร์ทุกชนิดที่ตกแต่งอาหารจะปลอดภัยสำหรับคุณ องค์การอาหารและยาได้ออกมาเตือนถึงการบริโภคกลิตเตอร์และเหล่าของตกแต่งอาหารทั้งหลายว่า ในความจริงแล้วมันอาจมีส่วนประกอบที่ไม่สามารถกินได้ผสมอยู่ด้วย แต่สาวกชาวกลิตเตอร์ก็ไม่ต้องวิตกไป เพราะจริง ๆ แล้วถ้าเรารู้ส่วนประกอบเหล่านั้นเราก็จะเลือกรับประทานของตกแต่งอาหารได้อย่างปลอดภัยแล้ว แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า คุณจะรู้หรือไม่ว่าส่วนประกอบของกลิตเตอร์เหล่านั้นมีอะไรบ้าง ตามกฏหมายผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะต้องบอกส่วนประกอบไว้เสมอ และผลิตภัณฑ์ทั่วไปจะทำมาจากสารที่สามารถรับประทานได้ เช่น น้ำตาล, acacia, maltodextrin, แป้งข้าวโพด และ สีผสมอาหาร สิ่งที่คุณสังเกตได้อีกอย่างคือคำว่า "สามารถรับประทานได้" บนฉลากผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ที่รับประทานได้ส่วนมากจะระบุข้างกล่องชัดเจนเลยว่าสามารถรับประทานได้ แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ที่บอกว่า 'ไม่มีสารพิษ' นั่นไม่ได้หมายความว่ามันรับประทานได้เช่นกัน ดังนั้นคุณต้องแน่ใจว่าสิ่งที่คุณนำมาตกแต่งอาหารนั้นสามารถกินได้จริง ๆ และถ้ามันกินไม่ได้คุณก็ต้องแน่ใจว่ามันไม่เป็นอันตราย และต้องแน่ใจว่านำมันออกก่อนที่คุณจะกินมันเข้าไป อ้างอิง
Natnaree TK | 2757 days ago
Read More
10/01/2019

ชายชาวจีนป่วยจากการดมถุงเท้าของตนเอง!

อย่าเพิ่งคิดว่านี่เป็นเรื่องน่าตลกกันนะ เพราะก่อนหน้านี้มีคลิปวีดีโอจากเมืองจีน ถึงเรื่องราวของชายวัย 37 ปี ที่ถูกส่งโรงพยาบาลจากอาการเจ็บหน้าอก และถูกวินิจฉัยว่าเขามีเชื้อราในปอด ที่สำคัญคือแพทย์สันนิษฐานว่า สาเหตุของการติดเชื้อนี้มาจากการที่เค้าหายใจเอาสปอร์เชื้อราจากถุงเท้าของเขาเข้าไปนั่นเอง มันฟังดูตลกนะ แต่เราสามารถติดเชื้อได้จากวิธีการนี้จริง ๆ หรือ ? ดร. William Schaffner ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อที่มหาวิทยาลัย Vanderbilt กล่าวว่า ทางเทคนิคแล้ว มันจริง! แต่มันไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ กรณีของชายคนนี้จะเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ทางชีววิทยามันมีความเป็นไปได้ที่ร่างกายจะติดเชื้อที่ปอดจากการสูดเอาสปอร์เชื้อราที่ถูกผลิตขึ้นเป็นจำนวนมากในถุงเท้าของใครสักคน มีรายงานหลายอย่างที่บอกว่าเราสามารถติดเชื้อที่ปอดได้จากการสูดดม อย่างเช่น กรณีของนักสำรวจถ้ำที่อาจติดเชื้อ Histoplasmosis ได้จากการดมมูลค้างคาว และการสูดดมสปอร์เชื้อรา Coccidioides (ซึ่งพบได้ทั่วตะวันตกและตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา) อาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่เหมือนไข้หวัดใหญ่เรียกว่าไข้หุบเขา ดร. Schaffner ยังกล่าวอีกว่า เราไม่ได้อยู่ในโลกที่ปลอดเชื้อ แต่สิ่งที่ทำให้กรณีของชายชาวจีนคนนี้ต่างออกไปคือ การได้รับสปอร์ในปริมาณมากหลายครั้ง จึงทำให้เขาป่วย แต่อย่างไรก็ตามรายงานข่าวท้องถิ่นก็ไม่ได้บอกรายละเอียดต่าง ๆ มากนัก อย่างเช่น ชนิดของเชื้อราที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ และข้อมูลที่เรารู้เกี่ยวกับชายคนนี้ก็มีน้อยมาก บางทีที่เขาติดเชื้ออาจจะเป็นเพราะเขามีภูมิคุ้มกันที่ไม่ดีอยู่แล้วแต่แรกก็เป็นได้ เพราะแพทย์เจ้าของไข้ออกมาบอกว่าเขามีการพักผ่อนน้อยจากการทำงานหนักอีกด้วย อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นชัดถึงความสะอาดและสุขอนามัยที่เราควรรักษา เราควรใส่ถุงเท้าที่สะอาดทุกครั้ง ถึงแม้การติดเชื้อจากการดมถุงเท้าจะสามารถเกิดขึ้นได้ในทางเทคนิค แต่หากเรารักษาความสะอาด…
Natnaree TK | 2757 days ago
Read More
09/01/2019

Gillette เปิดตัวสินค้ารุ่นใหม่เพื่อประสบการณ์ที่ดีขึ้นในการโกนหนวดของคุณ!

Gillette ยี่ห้อมีดโกนหนวดที่เราคุ้นหูคุ้นตาเป็นอย่างดี ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ทำให้การโกนหนวดมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ไม่ใช่ด้วยการเพิ่มใบมีดโกนให้มากขึ้น เป็นการใช้ความร้อนเข้าช่วยต่างหาก ในงาน CES 2019 Gillette เปิดตัวนวัตกรรมใหม่จากทีม GilletteLabs 'Heated Razor' แถบเหล็กสีทองที่ติดอยู่กับที่โกนหนวด แถบเหล็กนี้จะร้อนขึ้นภายในไม่กี่วินาทีเพื่อให้สัมผัสที่นุ่มเหมือนได้ใช้ผ้าขนหนูอุ่น ๆ เช็ดในขณะที่กำลังโกนหนวดของคุณ แถบเหล็กนี้สามารถทำความร้อนได้สูงถึง 110 องศาฟาเรนไฮต์ เพื่อให้ความร้อนแก่ โฟม เจล หรือสบู่โกนหนวดของคุณ และผิวหน้าของคุณ เมื่ออ้างอิงจากการทดลองของบริษัท พบว่าผลิตภัณฑ์ตัวใหม่นี้ ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกับการใช้มีดโกนผ่านน้ำร้อนก่อนที่จะโกนหนวด ซึ่งนั่นหมายความว่าจะทำให้การโกนหนวดของคุณง่ายยิ่งขึ้น ที่โกนหนวดรุ่นใหม่นี้สามารถปรับความร้อนได้ 2 ระดับ คือ 113 และ 122 ฟาเรนไฮต์ สินค้าชิ้นนี้จะจำหน่ายมาพร้อมกับแท่นชาร์จ และใบมีดสำรอง 5 ชิ้น ในราคา $160 (หรือประมาณ 5,200 บาท) Gillette วางแผนไว้ว่าจะจำหน่ายมีดโกนรุ่นนี้ตามร้านค้าทั่วไป และสามารถสั่งซื้อออนไลน์ได้ด้วย แต่หากใครที่สนใจจะลองซื้อมาใช้ละก็ คงจะต้องอดใจรอสักหน่อย เพราะมีดโกนรุ่นนี้ได้ถูกขายหมดไปตั้งแต่งานเปิดตัวโครงการใน Indiegogo ทำให้ยอดเป้าหมายพุ่งสูงถึง 492%…
Natnaree TK | 2758 days ago
Read More
06/01/2019

เมื่อบริษัทเทคโนโลยีเจาะตลาดสุขภาพ! จะเกิดอะไรขึ้นในปี 2019

ในปี 2018 บริษัทเทคโนโลยีอย่าง Amazon Apple และ Uber เริ่มเข้ามามีบทบาทในการอุดช่องว่างต่างๆในการดูแลสุขภาพ ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงการเริ่มต้น แต่แต่ละบริษัทก็ไม่ได้หยุดอยู่เพียงเท่านั้น เพราะในปี 2019 นี้ แต่ละบริษัทก็มีแผนที่จะเจาะตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ แต่ยังไงซะธุรกิจนี้ก็ขับเคลื่อนด้วยเม็ดเงินอยู่ดี ในหลายประเทศตลาดการดูแลสุขภาพ ถือเป็นอีกหนึ่งอุสาหกรรมใหญ่ที่สามารถสร้างมูลค่าได้มากกว่า 2.8 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี (นี่เป็นตัวเลขในอเมริกาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น) จากการอธิบายของผู้เชี่ยวชาญ อุสาหกรรมการดูแลสุขภาพในอเมริกานั้นมีช่องโหว่ และไม่มีประสิทธิภาพมากพอ นั่นจึงเปิดโอกาสให้บริษัทใหญ่ๆหลายภาคส่วนมีพื้นที่มากมายในการจับอุสาหกรรมนี้โดยที่ไม่ต้องแข่งขันกันมากนัก เอาล่ะ! มาดูกันว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เค้าทำการตลาดด้านสุขภาพอย่างไรกันบ้าง Amazon เริ่มกันที่บริษัทของ Jeff Bezos ที่ประกาศทำศูนย์ดูแลสุขภาพร่วมกับสองนักธุรกิจ Berkshire Hathaway และ JPMorgan Chase เพื่อพนักงานในบริษัทของเขา หลังจากนั้นทางบริษัทก็มีโปรเจคร้านขายยาออนไลน์ 'PillPack' และประกาศขายซอร์ฟแวร์สำหรับอ่านเวชระเบียนโดยเฉพาะ หากพูดกันตรงๆศูนย์สุขภาพดูจะไม่ส่งผลกระทบต่อวงการ Health Care สักเท่าไหร่ แต่สำหรับร้านขายยาออนไลน์ และซอร์ฟแวร์เวชระเบียนนั้นดูจะส่งผลมากกว่าที่คาดไว้ ซอร์ฟแวร์เวชระเบียนจะเข้ามาแก้ปัญหาของระบบเวชระเบียนแบบเดิมได้หรือไม่? Amazon จะจัดการใช้งาน PillPack ให้เหมาะสมได้อย่างไร? ร้านขายยาแบบปกติจะดำเนินไปในทิศทางไหน? ไม่แน่ในอนาคตเราอาจสามารถซื้อยาแก้โรคซึมเศร้าผ่าน PillPack…
Natnaree TK | 2761 days ago
Read More
06/01/2019

คนจีนครองโลก! รัฐบาลคาดประชากรจีนจะเพิ่มสูงถึง 1.44 พันล้านคนก่อนจะเข้าสู่ช่วงขาดแคลนแรงงาน

รัฐบาลจีนรายงานว่าประชากรของจีนจะเพิ่มสูงสุดถึง 1.44 พันล้านคนในปี 2029 ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงแห่งการลดลงของประชากร สถาบันสังคมศาสตร์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน หรือ China Academy of Social Sciences (CASS) กล่าวว่า จีนต้องเตรียมนโยบายเพื่อรับมือกับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และสังคมผู้สูงอายุในอนาคต เพราะการเข้าสู่สังคมทั้งสองช่วงนี้อาจส่งผลกระทบต่อสภาพสังคม และระบบเศรษฐกิจได้ โดยล่าสุด UN ได้คาดการณ์จำนวนประชากรของจีนไว้ที่ 1.41 พันล้านคน และจีนได้แก้ปัญหาจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นด้วยการออกนโยบายให้แต่ละครอบครัวมีลูกเพียงแค่คนเดียวในปี 2015 แต่ผลระยะยาวที่จีนจะได้รับคือ อัตราการเกิดจะต่ำลง จีนจะขาดกลุ่มคนช่วงวัยรุ่น หรือกลุ่มแรงงาน และเพิ่มประชากรสูงอายุมากขึ้นแทน ในช่วง 50 ปีข้างหน้าคาดว่าประชากรจีนจะลดลง 1.36 พันล้านคน วัยทำงานจะลดลงถึง 200 ล้านคน และ หากอัตราการเกิดในจีนยังคงต่ำอยู่แบบนี้ ในปี 2065 ประชากรของจีนจะลดลงไปอีก 1.17 พันล้านคนเลยทีเดียว ในขณะที่การผ่อนนโยบายลูกคนเดียวของจีนจะช่วยแก้ปัญหาในระยะยาวได้ แต่มันกลับจะสร้างภาระให้จีนในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แทน หากจีนก้าวเข้าสู่ช่วงเวลานั้นจริงๆ แล้วละก็ มันคงจะส่งผลต่อประเทศในหลายๆ ด้านเลยทีเดียว อ้างอิง
Natnaree TK | 2761 days ago
Read More
05/01/2019

งานวิจัยเผย! สารแทนความหวานไม่ได้ช่วยลดน้ำหนักอย่างที่เข้าใจกัน

สารแทนความหวานพบได้ทั่วไปในเครื่องดื่มที่ผสมโซดา ไปจนถึงลูกอมสูตรไม่มีน้ำตาล แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงเถียงกันอยู่ว่า แท้จริงแล้วสารแทนความหวานนี้ดีสำหรับสุขภาพของเราหรือไม่ สารทดแทนความหวาน เป็นสิ่งที่เกิดจากสารที่ทำให้เกิดความหวาน เช่น Aspartame  Saccharin และ Stevia (หญ้าหวาน) สารให้ความหวานนั้นไม่ให้พลังงาน ดังนั้นจึงทำให้หลายคนมีความเชื่อว่าสารเหล่านี้สามารถทำให้พวกเขาลดความน้ำหนักได้ รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 อีกด้วย เพื่อไขข้อสงสัยในเรื่องนี้นักวิจัยจึงได้รวบรวมข้อมูลจากงานวิจัย 56 งานก่อนหน้านี้ เปรียบเทียบระหว่างผู้ที่ใช้สารทดแทนความหวาน กับผู้ที่ไม่ได้ใช้ ทั้งในเด็ก และผู้ใหญ่ รวมถึงให้พวกเขาระบุถึงสารที่พวกเขาใช้ทดแทนน้ำตาลอีกด้วย และผลปรากฏว่า ผลลัพธ์ทางด้านสุขภาพของคน 2 กลุ่มไม่ต่างกัน นักวิทยาศาสตร์อธิบายเพิ่มเติมอีกว่า ผลการเปรียบเทียบจากคนสองกลุ่มที่พยายามลดน้ำหนัก ไม่มีความแตกต่างกันเลย แต่ทั้งนี้งานวิจัยไม่ได้กล่าวถึงความเชื่อมโยงต่อสุขภาพด้านอื่นๆ เช่น มะเร็ง เป็นต้น และงานวิจัยชิ้นนี้ชี้ให้เราเห็นว่าสารแทนความหวานดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์กับร่างกายของเราเอาซะเลย จากการประเมินสุขภาพผ่าน ดัชนีมวลกาย (BMI) น้ำหนักตัว ระดับน้ำตาลในเลือด ลักษณะการรับประทานอาหาร โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ ถึงอย่างไรก็ตาม Vasanti Malik นักวิทยาศาสตร์การวิจัยสาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพจากมหาวิทยาลัย Harvard กล่าวถึงข้อจำกัดในงานวิจัยนี้ว่า งานวิจัยนี้ยังคงมีช่องว่างถึงระยะเวลาในการบริโภคสารแทนความหวาน ซึ่งไม่ได้ถูกนำมากล่าวถึงในงานล่าสุดเพราะเราไม่สามารถระบุประเภทของสารแทนความหวานที่แน่นอนได้ (เพราะงานวิจัยล่าสุดนี้มุ่งเน้นไปที่การเปรียบเทียบระหว่างเครื่องดื่มลดน้ำหนัก กับเครื่องดิ่มที่ใช้สารแทนความหวานมากกว่า) การทดลองจึงควรมีระยะเวลาที่นานกว่านี้เพื่อให้ได้ผลสรุปของสุขภาพในด้านอื่นๆร่วมด้วย…
Natnaree TK | 2761 days ago
Read More
05/01/2019

ภูมิแพ้อาหาร! โรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

งานวิจัยบอกกับเราว่า 1 ใน 10 ของชาวอเมริกา ได้รับผลกระทบจากการแพ้อาหารเป็นอย่างมาก และมีคนอีกเกือบ 2 เท่าที่เข้าใจผิดว่าตนเองแพ้อาหาร! นักวิจัยได้ทำการสำรวจชาวอเมริกาทั่วประเทศกว่า 40,000 คน พบว่า 10% มีอาการแพ้อาหารหนึ่งอย่าง หรือมากกว่านั้น และมีคนถึง 19% ที่บอกว่าตัวเองแพ้อาหารชนิดนั้น ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยได้รับการทดสอบหรือมีอาการแพ้มาก่อนเลย ดร .Ruchi Gupta หัวหน้านักวิจัยด้านกุมารแพทย์และกุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จากมหาวิทยาลัย Northwestern กล่าวว่า ในกรณีเช่นนี้อาจเกิดจากเงื่อนไขอื่น ๆ เพิ่มเติมที่ตัวบุคคลมีต่ออาหาร แทนที่จะเป็นการแพ้อาหารจริง ๆ จากงานวิจัยพบว่า หอย เป็นอาหารที่ชาวอเมริกามีอาการแพ้มากที่สุด (ประมาน 7 ล้านคน) ตามมาด้วยนม และถั่วลิสง ตามลำดับ (ซึ่งจำนวนคนแพ้อยู่ที่ประมาณ 5 ล้านคน) นอกจากนี้ก็จะมีคนแพ้อาหารพวกถั่ว ปลา ไข่ ถั่วเหลือง และงา อีกด้วย อาการแพ้อาหารเกิดจากระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อการถูกกระตุ้นจากอาหาร ซึ่งอาการแสดงของแต่ละบุคคลก็จะแตกต่างกันออกไป…
Natnaree TK | 2762 days ago
Read More
04/01/2019

นาฬิกาชีวิต กับการเผาผลาญแคลอรี่ ทำกิจกรรมช่วงกลางคืน ใช้พลังงานน้อยกว่ากลางวัน

นาฬิกาภายในร่างกายไม่เพียงทำงานในตอนที่คุณตื่นตัวมากที่สุด หรือตอนที่คุณง่วงนอนที่สุดเท่านั้น แต่มันยังทำงานได้ดีในตอนที่คุณเผาผลาญแคลอรี่มากที่สุดอีกด้วย งานวิจัยพบว่าในช่วงบ่าย และเย็นร่างกายเราเผาผลาญแคลอรี่ไปประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเช้า ในความเป็นจริงแล้ว การทำกิจกรรมใดๆในตอนกลางวันจะเผาผลาญแคลอรี่ได้มากกว่าการทำกิจกรรมเดียวกันในตอนกลางคืน สิ่งนี้สร้างความประหลาดใจให้กับนักวิจัยเป็นอย่างมาก Kirki-Marja Zitting จากแผนก Sleep and Circadian Disorders ของโรงพยาบาล Brigham and Women's กล่าวว่า ข้อมูลใหม่นี้อาจสามารถช่วยอธิบายได้ว่าทำไมคนที่ทำงานตอนกลางคืน และ มีการใช้ชีวิตที่ไม่ตรงเวลา ถึงมีโอกาสอ้วนมากกว่าคนปกติ โดยทั่วไปหากมนุษย์ไม่ได้ใช้ชีวิตตามแบบแผน นาฬิกาชีวิตภายในร่างกายก็จะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดให้เรากิน หรือง่วงนอน ด้าน Jeanne Duffy หนึ่งในแผนก Sleep and Circadian Disorders ก็ได้บอกว่า มันมีความเป็นไปได้ว่าหากเรากินในตอนที่ร่างกายเราสามารถนำพลังงานออกได้น้อยกว่า จะมีแนวโน้มที่ทำให้เราน้ำหนักขึ้นได้ง่าย ถึงแม้แนวคิดนี้จะยังไม่ได้รับการพิสูจน์ แต่เราก็เห็นกันอยู่แล้วว่าหากเรากินมากกว่าการใช้พลังงานออกจะทำให้เราอ้วนขึ้น ในการวิจัยครั้งนี้ นักวิจัยต้องการที่จะทดสอบว่านาฬิกาชีวิตภายในร่างกายของเราส่งผลต่อกระบวนการการเผาผลาญอย่างไร โดยไม่สัมพันธ์กับกิจวัตรการ กิน การนอน และกิจกรรมในแต่ละวัน เขาได้ทำการคัดเลือกอาสาสมัคร 7 คน เพื่อใช้ชีวิตอยู่ในห้องแลปเป็นเวลากว่า 1 เดือน โดยไม่รู้เวลา…
Natnaree TK | 2763 days ago
Read More
04/01/2019

นักวิจัยชี้! ผู้หญิงถูกกระตุ้นให้เป็นโรคหัวใจได้มากกว่าผู้ชาย! สูบบุหรี่ก็จะป่วยง่ายกว่าชาย

ผู้หญิงที่สูบบุหรี่ เป็นเบาหวาน และ มีความดันโลหิตสูง มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งมากกว่าผู้ชาย ถึงแม้ว่าผู้ชายจะมีโอกาสเป็นมะเร็งมากกว่าผู้หญิงถึง 3 เท่าก็ตาม งานวิจัยของมหาวิทยาลัย Oxford ได้นำอาสาสมัคร 500,000 คน ที่มีอายุตั้งแต่ 40-69 ปี จาก Biobank Database เข้าทดลอง โดยใช้เวลาติดตามผลมากกว่า 7 ปี พบว่า 5,081 คน ที่เพิ่งวินิจฉัยว่าเป็นโรคหัวใจ 1 ใน 3 นั้นเป็นผู้หญิง ถึงแม้ว่าผู้หญิงจะมีโอกาสในการเป็นโรคหัวใจน้อยกว่าผู้ชาย แต่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว หากได้รับปัจจัยเสี่ยงที่เหมือนกันผู้หญิงกลับโดนกระตุ้นให้เป็นโรคหัวใจได้มากกว่าผู้ชาย ผู้หญิงที่สูบบุหรี่ มีโอกาสที่จะเป็นโรคหัวใจมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า แต่ในผู้ชายกลับมีความเสี่ยงเพียง 2 เท่าเท่านั้น ผู้หญิงที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง ก็มีโอกาสเสี่ยงเพิ่มขึ้นถึง 83% เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ชาย และสำหรับโรคเบาหวานทั้งประเภทที่ 1 และ 2 ก็ส่งผลกระทบให้ผู้หญิงเสี่ยงเป็นโรคหัวใจมากกว่าผู้ชายเช่นกัน ส่วนสาเหตุที่ความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจในแต่ละเพศนักวิจัยยังไม่สามารถระบุแน่ชัดได้ แต่นักวิจัยก็มีทฤษฎีว่า ปัจจัยนี้ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทางชีวภาพ ตัวอย่างเช่นเบาหวานประเภทที่ 2…
Natnaree TK | 2763 days ago
Read More
04/01/2019

คลื่นรังสีจากโทรศัพท์มือถือ ทำให้เกิดมะเร็งในหนูตัวผู้ แต่ยังไม่เชื่อมโยงกับมะเร็งในมนุษย์

มือถือเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็ง หัวข้อเรื่องนี้คงเป็นเรื่องที่ทำให้ใครหลายคนกังวลมาเป็นเวลาหลายปี แต่ว่าประเด็นนี้กำลังถูกยกขึ้นมาพูดถึงใหม่อีกครั้งหลังจากที่นักวิจัยของทางรัฐบาลได้ออกมาพูดถึงงานวิจัยที่แสดงหลักฐานว่า การได้รับคลื่นรังสีจากโทรศัพท์มากจะทำให้เกิดมะเร็งบางชนิดในหนู แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ต้องกังวลไปสำหรับผลการวิจัยครั้งนี้ เพราะความเชื่อมโยงของมะเร็งนี้เกิดขึ้นเฉพาะกับหนูตัวผู้เท่านั้น และนักวิจัยก็ออกมาย้ำเลยว่าความเชื่อมโยงนี้ไม่สามารถใช้กับมนุษย์ได้ นักวิจัยกล่าวว่าความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับหนูที่ได้รับคลื่นรังสีจากโทรศัพท์ (หรือที่เราเรียกกันว่าคลื่นความถี่วิทยุ) ในปริมาณที่มาก และ ในระยะเวลาที่ยาวนานกว่าที่มนุษย์ได้รับ ไม่สามารถเอามาเปรียบเทียบกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับมนุษย์ได้โดยตรง ในงานวิจัยหนูได้รับคลื่นรังสีทั้งตัว แต่ในกรณีของมนุษย์นั้น เราจะได้รับรังสีเพียงแค่บางส่วนที่สัมผัสกับโทรศัพท์มือถือเท่านั้น ในการทดลองนี้นักวิจัยใช้คลื่นทั้งในระบบ 2G และ 3G แต่ปัญหาคืองานวิจัยนี้ไม่ได้ทำการวิจัยในระยะยาว และ การใช้งานเป็นประจำ ดังนั้นนักวิจัยจึงวางแผนที่จะทำงานวิจัยชิ้นใหม่เพื่อที่จะตอบปัญหานี้ งานวิจัยชิ้นใหม่ใช้เวลากว่า 10 ปีในการติดตามผล มันเป็นงานวิจัยที่ครอบคลุมการวิเคราะห์สุขภาพที่เกิดขึ้นกับสัตว์หลังจากได้รับคลื่นความถี่ 2G และ 3G มากที่สุด สัตว์เหล่านี้ถูกนำไปไว้ในห้องที่สามารถควบคุมปริมาณรังสีได้ หนูจะได้รับรังสี 10 ครั้ง จนครบ 9  ชม./วัน รังสีจะส่งผลตั้งแต่ในครรภ์หรือในช่วงแรกของชีวิต และ กินเวลานานถึง 2 ปี ซึ่งถือเป็นช่วงชีวิตส่วนใหญ่ของสัตว์ ระดับรังสีต่ำที่สุดในการทดลอง จะเท่ากับระดับที่สูงที่สุดที่ได้รับการยอมรับในสหราชอาณาจักร แต่นักวิจัยได้บอกว่าโดยทั่วไปแล้ว คนส่วนน้อยมากที่จะได้รับรังสีในระดับนี้ และระดับรังสีที่สูงที่สุดในการทดลองนี้ สูงถึง 4 เท่าของของรังสีสูงสุดที่มนุษย์จะได้รับ จากการทดลองนักวิจัยได้หลักฐานที่แน่ชัดว่ารังสีจะทำให้หนูเพศผู้มีอาการ malignant schwannomas…
Natnaree TK | 2763 days ago
Read More
04/01/2019

Winter Blues หน้าหนาวน่าเหงา ทำอย่างไรเมื่อหน้าหนาวทำให้รู้สึกซึมเศร้า

ผู้คนส่วนมากมีอาการซึมเศร้าเมื่อเข้าสู่หน้าหนาว เราเรียกผลกระทบนี้ว่า "Winter Blues" และนักวิทยาศาสตร์ก็ยังเรียกอาการนี้ว่า Seasonal Affective Disorder (SAD) อีกด้วย บางครั้งความรู้สึกนี้มันก็อยู่กับคุณเพียงชั่วขณะ แต่ถ้ามันทำให้วันนั้นของคุณกลายเป็นวันที่มืดหม่นละ คุณจะทำอย่างไรดี? ก่อนอื่นเรามาเข้าใจสาเหตุของอาการซึมเศร้าในหน้าหนาวกันก่อน หลายๆ คนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหน้าหนาวส่งผลกระทบกับอารมณ์ความรู้สึกของพวกเขา ทางวิทยาศาสตร์ได้พบหลักฐานที่สนับสนุนว่าฤดูกาลส่งผลต่ออารมณ์ ความรู้สึกของเราจริงๆ Alison Kerry จากองค์การสุขภาพจิตการกุศลได้บอกว่า มันเกิดขึ้นจากการที่ร่างกายตอบสนองต่อแสงแดด  ทฤษฎีเกี่ยวกับอาการ SAD เกี่ยวข้องกับปริมานแสงที่เราได้รับเข้าไปในดวงตา แสงจะเป็นสาเหตุในการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนเมลาโทนินในร่างกาย  เมื่อเราได้รับแสงเข้าไปจะไปหยุดการผลิตฮอร์โมนตัวนี้ ทำให้เรากระฉับกระเฉงตื่นตัว และในช่วงฤดูหนาวที่มีช่วงเวลากลางวันสั้นกว่ากลางคืน จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้ปริมาณเมลาโทนินสูงขึ้นส่งผลให้เกิดความง่วงและอาการหดหู่ได้มากขึ้น และหากคุณกำลังประสบปัญหา Winter Blues อยู่ละก็ วิธีการรักษาก็ง่ายมาก เพียงแค่คุณออกไปรับแสงแดดให้มากขึ้นก็จะช่วยได้ วิธีการนี้อาจได้ผลกับบางคนเท่านั้น เพราะสำหรับบางคนอาการ SAD นี้อาจมีอาการแย่ลงเมื่อกลับไปอยู่ที่บ้านเกิด ทางแก้อีกทางคือการรับประทานอาหาร ในช่วงหน้าหนาว Winter Blues จะทำให้คุณมีอาการอยากของหวาน และ อาหารประเภทแป้งมากเป็นพิเศษ ในช่วงนี้คุณสามารถตามใจปากได้ แต่ก็อย่าลืมที่จะรับประทานผักและผลไม้ควบคู่กันไปด้วย เพื่อสารอาหารที่ดีที่คุณจะได้รับ และอาวุธสุดท้ายที่จะช่วยคุณต่อสู้กับอาการ SAD คือ พยายามทำให้ตนเองตื่นตัวอยู่เสมอ ดร. Andrew…
Natnaree TK | 2763 days ago
Read More
04/01/2019

สุขภาพดีรับปีใหม่ ด้วย 5 เคล็ดลับง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้!

หากใครที่กำลังมีแผนจะดูแลสุขภาพของตัวเองรับปีใหม่แบบนี้แล้วละก็ เรามีเคล็ดลับ 5 ข้อในการปฏิบัติตัวให้สุขภาพดีมากขึ้น นอกจากการออกกำลังกายและการควบคุมอาหาร จากผู้เชี่ยวชาญมาฝากกันค่ะ 1. ใส่ใจจิตใจของตนเอง นอกจากการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาแล้ว เราควรจะใส่ใจความคิดของเราควบคู่ไปด้วย การเรียนรู้ความคิดของตนเอง การรู้จักตนเอง คือความสามารถในการรับรู้ เข้าใจความรู้สึก และเข้าใจถึงแรงผลักดันของคุณ สิ่งเหล่านี้ มีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพจิตใจและร่างกายควบคู่กัน การทำความเข้าใจความคิดของตนเองจะทำให้คุณมีสติในการตัดสินใจหลาย ๆ อย่าง ซึ่งการรู้จักตนเองนั้นทำได้หลายวิธี เช่น นั่งสมาธิ หรือจดบันทึก นั่งทบทวนความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตนเองก่อนนอนก็ได้ 2. รับเลี้ยงสุนัข ดร. Rhys Thatcher ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยาการออกกำลังกายจากมหาวิทยาลัย Aberystwyth กล่าวว่า โดยปกติเมื่อเราพูดถึงการออกกำลังกาย คนส่วนมากเลือกที่จะเข้ายิม แต่ส่วนน้อยเท่านั้นที่จะสามารถออกกำลังกายในยิมได้นานเกิน 2 เดือน ดังนั้นเราจึงควรนำการออกกำลังกายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในกิจวัตรประจำวัน และอีกหนึ่งทางเลือกคือการเลี้ยงสุนัข! เพราะเมื่อคุณพาเจ้าสี่ขาออกไปเดินเล่น หรือวิ่งในสวนในแต่ละวันก็ทำให้คุณได้เผาผลาญแคลอรี่ ไปพร้อม ๆ กับเพื่อนที่ซื่อสัตย์และในเวลาเดียวกันคุณก็จะได้บำบัดสุขภาพจิตใจไปในตัวอีกด้วย 3. รับประทานผักอย่างน้อย 30 ชนิดภายในหนึ่งสัปดาห์ อย่างที่เรารู้กันว่าการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการมีสุขภาพที่ดี แต่ ดร.…
Natnaree TK | 2763 days ago
Read More

PR Partners

See All
Read More

สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global

ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น
23/07/2026

รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน

เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…
13/07/2026

มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่

มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…
13/07/2026

ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026

ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส -  ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…