Tags
| Health
15/09/2023
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 871 days ago
สำรวจตัวเอง เรากำลังหมดไฟหรือขี้เกียจกันแน่!
ในโลกที่กำลังเดินหน้าไปสู่อนาคตอย่างรวดเร็ว ความกดดันจากการทำงาน อาจส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจและร่างกายของคุณเป็นอย่างมาก ซึ่งขณะนี้หลาย ๆ คนอาจกำลังอยู่ในห้วงของความสับสน นี่ฉันกำลัง “ขี้เกียจ” หรือ “กำลังหมดไฟในการทำงานกันแน่” เพราะถึงแม้ว่า 2 อารมณ์นี้อาจดูคล้ายกันในตอนแรก แต่สิ่งสำคัญคือ คุณต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่าง 2 ขั้วอารมณ์นี้ เพื่อที่จะได้มีความเข้าใจในตนเอง และหาวิธีจัดการกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะ Burn Out และความเกียจคร้าน ภาวะ Burn Out คือสภาวะความอ่อนล้าทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ซึ่งเป็นผลมาจากการสะสมความเครียดในระดับสูงเป็นเวลานาน ภาวะนี้จะเกิดขึ้นเมื่อจิตใจของคุณแบกรับความเครียดที่มาจากการทำงานเป็นเวลานาน จนยากที่จะรับมือ และในทางกลับกันความหมายของความเกียจคร้าน คือ ความตั้งใจที่จะหลีกเลี่ยงในการทำงานหนัก หรือไม่อยากทำงาน ทำไปแบบส่ง ๆ ให้จบ ๆ ไป โดยมีลักษณะเด่นคือขาดแรงจูงใจ ขาดความสนใจ และไม่อยากมีส่วนร่วมในการทำงาน ภาวะ Burn Out และความเกียจคร้าน คุณกำลังอยู่ในห้วงอารมณ์ไหน? มาสำรวจกันดีกว่าว่าระหว่าง ภาวะ Burn Out (ทำงานมากไปจนหมดใจ) และความเกียจคร้าน…01/09/2023
อันตรายจากความเครียดเรื้อรัง ส่งผลเสียต่ออารมณ์และร่างกายกว่าที่คิด
ความเครียด ส่งผลต่อเราทุกคนและสามารถเกิดขึ้นได้ง่ายในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องการเงิน หรือเมื่อต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นอย่างที่หวัง หากความเครียดเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยและหายไปได้ในเวลาไม่นานก็เป็นเรื่องที่ไม่น่ากังวลอะไร แต่ความเครียดที่มากเกินไปอาจทำให้คุณรู้สึกแย่และทำให้คุณป่วยทั้งทางจิตใจและร่างกายได้ ขั้นตอนแรกในการควบคุมความเครียดคือการรู้อาการของความเครียด แต่การรับรู้อาการความเครียดอาจยากกว่าที่คุณคิด เพราะส่วนใหญ่คนมักคุ้นเคยกับความเครียด และไม่รู้ว่าตัวเองเครียดจนกว่าเราจะถึงจุดแตกหัก ความเครียดคืออะไร ? ความเครียดคือปฏิกิริยาของร่างกายต่อสถานการณ์ที่เป็นอันตราย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือการรับรู้ก็ตาม เมื่อคุณรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคาม ปฏิกิริยาทางเคมีจะเกิดขึ้นในร่างกายซึ่งทำให้คุณสามารถดำเนินการเพื่อป้องกันการบาดเจ็บได้ ปฏิกิริยานี้เรียกว่า "สู้หรือหนี" หรือการตอบสนองต่อความเครียด ในระหว่างการตอบสนองต่อความเครียดอัตราการเต้นของหัวใจจะเพิ่มขึ้น หายใจเร็วขึ้น กล้ามเนื้อกระชับ และความดันโลหิตเพิ่มขึ้น ความเครียดมีความหมายที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละคน สิ่งที่ทำให้เกิดความเครียดในคนหนึ่งอาจเป็นเรื่องที่อีกคนอาจไม่รู้สึกอะไร บางคนสามารถรับมือกับความเครียดได้ดีกว่าคนอื่น ๆ และไม่ใช่ว่าความเครียดจะเลวร้ายไปเสียทุกอย่าง เพราะในอีกมุมหนึ่งความเครียดสามารถช่วยให้คุณทำงานให้สำเร็จ เพื่อหลีกหนีผลกระทบอื่น ๆ ที่จะตามมา ร่างกายของเราได้รับการออกแบบมาให้รับมือกับความเครียดเพียงเล็กน้อย แต่เราไม่พร้อมที่จะรับมือกับความเครียดเรื้อรังในระยะยาวโดยไม่มีผลร้ายตามมา อาการของความเครียด ? ความเครียดสามารถส่งผลต่อทุกด้านของชีวิต รวมถึงอารมณ์ พฤติกรรม ความสามารถในการคิด และสุขภาพกาย และเนื่องจากคนเราจัดการกับความเครียดต่างกัน อาการของความเครียดจึงอาจแตกต่างกันไป อาการอาจไม่ชัดเจนและอาจเหมือนกับอาการที่เกิดจากสภาวะทางสุขภาพทั่วไป โดยอาการทางอารมณ์ของความเครียด ได้แก่ อาการทางกายภาพของความเครียด ได้แก่ อาการทางการรับรู้ของความเครียด ได้แก่ อาการทางพฤติกรรมของความเครียด ได้แก่ ผลที่ตามมาของความเครียดเรื้อรัง ความเครียดเล็ก…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 885 days ago
Read More01/09/2023
ประโยชน์ของข้าวโอ๊ต เหมาะสำหรับคนลดน้ำหนักแถมดีต่อสุขภาพ
ข้าวโอ๊ต เป็นหนึ่งในอาหารโปรดของนักโภชนาการหลายคน เพราะเชื่อว่าเป็นอาหารที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายสูง บางคนเลือกรับประทานข้าวโอ๊ตในช่วงลดน้ำหนัก ซึ่งก็ได้ผลอย่างดี ปัจจุบันข้าวโอ๊ตมีจำหน่ายมากมายหลายยี่ห้อ ขณะเดียวกันก็มีการนำมาแปรรูปเป็นรูปแบบของนมข้าวโอ๊ตพร้อมดื่ม ที่ให้สารอาหารมากมายที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ข้าวโอ๊ตกับประโยชน์ด้านสุขภาพ ข้าวโอ๊ตอุดมไปด้วยสารอาหาร มีโปรตีนมากกว่าธัญพืชส่วนใหญ่ และยังมีวิตามิน แร่ธาตุอีกมากมาย ประกอบไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เส้นใยที่ละลายน้ำได้ที่เรียกว่าเบตากลูแคน ซึ่งช่วยระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยข้าวโอ๊ตมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย ได้แก่ 1.สุขภาพลำไส้ เส้นใยที่ละลายน้ำได้ เบตากลูแคน ช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติและป้องกันอาการท้องผูก นอกจากนี้ยังช่วยให้แบคทีเรียในลำไส้แข็งแรง ซึ่งอาจลดอาการลำไส้แปรปรวนและปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อื่น ๆ ได้ 2.ลดคอเลสเตอรอล เส้นใยที่ละลายน้ำได้ เช่น เบตากลูแคนในข้าวโอ๊ตช่วยลดคอเลสเตอรอล ในการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้ที่รับประทานรำข้าวโอ๊ตมีคอเลสเตอรอลรวมลดลง 23% นักวิจัยจึงเชื่อว่ากลไกหลายอย่างในร่างกายมีผลต่อการลดคอเลสเตอรอล 3.สุขภาพหัวใจ ข้าวโอ๊ตมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า avenanthramides สูง ซึ่งไม่พบในธัญพืชชนิดอื่น สารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้จะช่วยลดการอักเสบและผ่อนคลายหลอดเลือด ทำให้สุขภาพของหัวใจดีขึ้น 4.การควบคุมน้ำตาลในเลือด เส้นใยที่ละลายน้ำได้ในข้าวโอ๊ตบางชนิดสามารถป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นหลังมื้ออาหารได้ ปริมาณน้ำตาลในเลือดของข้าวโอ๊ตแปรรูปน้อยอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง ทำให้ข้าวโอ๊ตเป็นคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ขณะเดียวกันผู้ที่เป็นโรคเบาหวานควรหลีกเลี่ยงข้าวโอ๊ตสำเร็จรูปซึ่งมีดัชนีน้ำตาลในเลือดสูง 5.การควบคุมน้ำหนัก การรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง เช่น ข้าวโอ๊ตจะทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้อง ซึ่งจะทำให้โอกาสที่คุณจะกินมากเกินไปน้อยลง และเส้นใยพิเศษในข้าวโอ๊ตอย่างเบตากลูแคน จะทำให้เพิ่มความหนืดในทางเดินลำไส้และอาจทำให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 885 days ago
Read More31/08/2023
ก้าวสู่ปีที่ 67 “โฟร์โมสต์” ผนึกกำลังมูลนิธิกระจกเงา เดินหน้ากระจายนม 1 ล้านกล่อง สู่กลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ
(31 ส.ค. 66) บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ในประเทศไทยและอินโดจีน เดินหน้าสู่ปีที่ 67 ด้วยกลยุทธ์ การเข้าถึงโภชนาการที่ดีอย่างยั่งยืน และมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เปิดตัวนมโฟร์โมสต์ โอเมก้า 369 สูตรใหม่ เติมเต็มโภชนาการ - สารอาหารที่ดีสำหรับเด็กไทย ช่วยเสริมพัฒนาการรอบด้านทั้งสมอง ร่างกาย และภูมิคุ้มกัน และยังขยายโอกาสการเข้าถึงโภชนาการที่ดีให้แก่คนในกลุ่มที่มีรายได้ต่ำและกลุ่มเปราะบาง ด้วยสินค้าที่มีราคาเข้าถึงได้ กระจายจุดจำหน่ายให้เข้าถึงคนส่วนมากของสังคม และลดช่องว่างสำหรับผู้ที่ไม่มีความสามารถในการเข้าถึง ด้วยการร่วมมือกับมูลนิธิกระจกเงา บริจาคนมพร้อมดื่ม จำนวน 1 ล้านกล่อง ภายใต้โครงการโฟร์โมสต์ส่งต่อรอยยิ้มให้เด็กไทยปีที่ 3 ซึ่งจะสิ้นสุดในช่วงเดือนกันยายนนี้ นายวิภาส ปวโรจน์กิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทได้มุ่งดำเนินการตามแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เพื่อขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตตามนโยบายของสหประชาชาติ ด้วยการนำ “ความยั่งยืน และการเข้าถึงโภชนาการที่ดี” มาเป็นกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจและรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการทำงาน 4 มิติคือ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 886 days ago
Read More09/06/2023
รับมืออย่างไร เมื่อฉันกลายเป็น “คนอ่อนไหวง่าย”
เคยหรือไม่ ร้องไห้ง่าย ๆ กับเรื่องที่ไม่ได้ร้ายแรง บางคนอาจจะพูดกับคุณบ่อย ๆ ว่า “เรื่องแค่นี้ไม่เห็นต้องคิดมาก” แต่ทำไมยิ่งมีคนพูดแบบนี้คุณถึงยิ่งคิดมากกันนะ ? บางทีคุณอาจเป็นคนที่อ่อนไหวง่ายอยู่ และบางครั้งมันอาจส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของคุณไม่น้อย คนอ่อนไหวง่าย (Highly Sensitive Person) คำว่า “คนอ่อนไหวง่าย” หรือ “บุคคลที่มีความอ่อนไหวสูง” (Highly Sensitive Person) ได้รับการบัญญัติขึ้นเป็นครั้งแรกโดยนักจิตวิทยา Elaine Aron และ Arthur Aron ในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 Elaine Aron ตีพิมพ์หนังสือของเธอที่ชื่อ "The Highly Sensitive Person" ในปี 1996 และความสนใจในแนวคิดนี้ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่นั้นมา หากคุณเป็นคนที่มีความอ่อนไหวง่าย คุณจะรับรู้ถึงสิ่งเร้าที่อยู่รอบตัวคุณมากขึ้นทั้งด้านบวกและด้านลบ โดยคุณมักจะถูกรบกวนด้วยความรุนแรง และสามารถถูกครอบงำได้ง่าย จนบางครั้งทำให้คุณต้องหลีกเลี่ยงสถานการณ์บางอย่างเพื่อไม่ให้เผชิญกับความเศร้าและความคิดมากนั้น ๆ และด้วยความที่คุณเป็นคนที่มีความอ่อนไหวง่าย จึงทำให้คุณมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นในระดับลึกซึ้งมากด้วย นอกจากนี้ คุณยังสามารถมีความไวต่อพื้นผิวและเสียง อาจไม่ชอบฝูงชนจำนวนมากหรือแสงจ้า โดยลักษณะและอุปนิสัยของคนที่มีความอ่อนไหวง่าย เช่น หากคุณเป็นคนที่มีความอ่อนไหวง่าย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 969 days ago
Read More09/06/2023
Shift Work การทำงานเป็นกะ ส่งผลเสียต่อสุขภาพกว่าที่คิด
ปัจจุบันมีหลากหลายอาชีพที่มีความจำเป็นต้องทำงานเป็นกะ (Shift Work) ทั้งทำงานเปลี่ยนช่วงเวลาไปเรื่อย ๆ หรือต้องทำงานตอนกลางคืนถาวร เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ นักดับเพลิง พยาบาล แพทย์ นักบิน พนักงานเสิร์ฟ คนขับรถบรรทุก และผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ อีกมากมาย แต่รู้หรือไม่ว่าการทำงานกะกลางคืนถือเป็นอุปสรรคต่อความตื่นตัวและประสิทธิภาพของร่างกายหลายด้าน ดังนั้น ผู้ที่กำลังทำงานในช่วงเวลาเช่นนี้จึงจำเป็นต้องดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองมากเป็นพิเศษ ผลกระทบด้านสุขภาพในระยะสั้นของคนทำงานเป็นกะ การทำงานเป็นกะ หรือการต้องทำงานในตอนกลางคืนทั้งที่เป็นเวลาที่คนทั่วไปนอน และต้องมานอนหลับในตอนเช้าขณะที่คนหมู่มากออกไปทำงาน สามารถส่งผลเสียให้คุณหลายด้าน ยิ่งคนที่ทำงานเป็นกะติดต่อกันหลายปี แน่นอนว่าประสิทธิภาพของร่างกายคุณก็อาจลดลงได้เช่นกัน โดยผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้น ได้แก่ อาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ ท้องเสีย ท้องผูก และแสบร้อนกลางอก เพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บและอุบัติเหตุ คุณภาพชีวิตลดลง รู้สึกไม่สบาย เป็นต้น นอกจากนี้ ที่เห็นได้ชัดคือ ผลกระทบด้านการนอนหลับ เนื่องจากการนอนในตอนกลางวัน คุณอาจจะต้องเจอกับแสงสว่าง และเสียงรบกวนที่สามารถรบกวนการนอนหลับ ทำให้นอนหลับได้อย่างยากลำบากมากขึ้น โดยเฉลี่ยแล้วพนักงานกะกลางคืนจะได้นอนน้อยลง 2-4 ชั่วโมง ซึ่งจะถูกขัดจังหวะก่อนเวลาอันควร กลายเป็นพักผ่อนน้อย มีโอกาสที่จะประสบปัญหาการนอนหลับไม่เพียงพอระหว่างการทำงานกะกลางคืนในภายหลัง ทำให้มีความเสี่ยงต่อความผิดพลาดและอุบัติเหตุมากขึ้น ผลกระทบด้านสุขภาพในระยะยาวของคนทำงานเป็นกะ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 969 days ago
Read More08/06/2023
‘อาหารแช่แข็ง’ เก็บได้นาน สะดวก รวดเร็ว แต่ส่งผลเสียต่อสุขภาพกว่าที่คิด!
ในยุคสมัยที่อะไรก็เร่งรีบไปหมด แม้แต่จะหากับข้าวรับประทานแต่ละมื้อยังแทบไม่มีเวลา แน่นอนว่า ‘อาหารแช่แข็ง’ และ 'อาหารแปรรูปแช่แข็ง' คือทางเลือกสำหรับคนที่นาน ๆ ทีจะออกจากบ้านไปซื้อวัตถุดิบมาทำกิน หรือคนที่ไม่ทำกับข้าวก็อาจจะหันไปเลือกซื้ออาหารแช่แข็งแบบปรุงสำเร็จรูปจากร้านสะดวกซื้อ เพราะเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว แถมเก็บได้นาน แต่รู้หรือไม่ว่าการรับประทานอาหารแช่แข็งจนกลายเป็นกิจวัตรเช่นนี้อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณ อาหารแช่แข็งไม่ดีต่อสุขภาพอย่างไร ? อาหารแช่แข็ง เป็นอาหารที่หลากหลายอาจรวมถึง ผักดิบ อาหารจานหลักพร้อมรับประทาน ของว่างขนาดพอดีคำ เนื้อสัตว์ และอื่น ๆ ซึ่งมีความแตกต่างกันในวิธีการผลิต การเก็บรักษา รวมไปถึงการบริโภคด้วยเหตุผลต่างกัน เช่น ความพร้อมในการใช้งาน ความสะดวก รสชาติ เป็นต้น สิ่งหนึ่งที่เราทุกคนรู้คืออาหารแช่แข็งไม่สามารถดีไปกว่าอาหารเพื่อสุขภาพที่ปรุงสดใหม่ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมคุณถึงไม่ควรรับประทานอาหารแช่แข็งเป็นประจำ 1.อาจทำให้ความดันโลหิตสูง โซเดียมหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเกลือ เป็นที่รู้กันว่าทำให้ความดันโลหิตพุ่งสูงขึ้น การศึกษาอ้างว่าอาหารแช่แข็งมีปริมาณโซเดียมสูงจึงสามารถเพิ่มความดันโลหิตได้ นอกจากนี้ การรับประทานโซเดียมมากเกินไปยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด 2.ไม่ดีต่อหัวใจ ไขมันทรานส์เป็นตัวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ และยังเชื่อมโยงกับหลอดเลือดแดงอุดตัน ซึ่งไขมันทรานส์นั้นสามารถพบได้ในผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป หรืออาหารแช่แข็ง ไขมันนี้จะไปลดคอเลสเตอรอลที่ดี และเพิ่มคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีในร่างกาย ทั้งหมดนี้จะทำให้โรคหัวใจแย่ลงได้ 3.ลดคุณค่าทางโภชนาการ คุณค่าทางโภชนาการของอาหารในขณะที่แช่แข็งจะเป็นตัวกำหนดว่าอาหารนั้นดีต่อสุขภาพหรือเป็นอันตราย โดยการแช่แข็งอาหารเป็นเวลานานอาจทำลายวิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญบางชนิดในอาหารได้…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 970 days ago
Read More08/06/2023
กินปุ๊ปออกปั๊ป! ขับถ่ายหลังรับประทานอาหารทันที ผิดปกติหรือไม่ ?
ใครเคยมีอาการปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำแทบจะทันทีหลังจากที่เพิ่งรับประทานอาหารเข้าไปบ้าง ? อาการเหล่านี้อาจมาเป็นครั้งคราว หรือบางคนอาจพบเจออาการนี้บ่อย ๆ จนบางครั้งรู้สึกรำคาญใจ และเกิดความสงสัยว่า กินปุ๊ปออกปั๊ปแบบนี้ร่างกายของเราผิดปกติหรือไม่ ? โดยทั่วไปคนเราจะใช้เวลาประมาณ 2-5 วัน จากที่กินอาหารเข้าไปก่อนที่ร่างกายจะขับถ่ายออกมาเป็นอุจจาระ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการย่อยอาหาร จึงเป็นเรื่องยากที่จะประมาณระยะเวลาการย่อยอาหารได้อย่างแม่นยำ แต่โดยปกติแล้วผู้หญิงมักจะย่อยอาหารได้ช้ากว่าผู้ชาย ขับถ่ายหลังรับประทานอาหารทันที การขับถ่ายหลังรับประทานอาหารทันที หรือที่เรียกว่า Gastrocolic reflex คือกลไกหลังจากที่ร่างกายได้รับอาหารเข้าสู่กระเพาะอาหาร จากนั้นร่างกายจะปล่อยฮอร์โมนที่ทำให้ลำไส้ใหญ่หดตัว และการหดตัวจะเคลื่อนอาหารที่กินก่อนหน้านี้ผ่านระบบย่อยอาหาร ทำให้มีที่ว่างสำหรับอาหารมากขึ้นซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการกระตุ้นให้เกิดการขับถ่ายอุจจาระ สำหรับบางคน Gastrocolic reflex นั้นอาจไม่รุนแรง ทำให้ไม่มีอาการใด ๆ ในขณะที่บางคนอาจมีอาการที่รุนแรง สาเหตุของ Gastrocolic reflex การวิจัยพบว่าความผิดปกติของการย่อยอาหารบางอย่าง เช่น โรคลำไส้แปรปรวน จะเร่งการเคลื่อนตัวของอาหารผ่านลำไส้ใหญ่หลังจากรับประทานอาหาร รวมทั้งอาหารบางชนิด และความผิดปกติของการย่อยอาหารอาจกระตุ้นให้เกิด Gastrocolic reflex ที่รุนแรงเป็นพิเศษ นอกจากนี้ อาจมีปัจจัยมาจากอย่างอื่น ได้แก่ ความผิดปกติเหล่านี้ อาจทำให้ Gastrocolic reflex แย่ลง และอาจพบอาการอื่น ๆ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 970 days ago
Read More02/06/2023
กลิ่นปากไม่ใช่เรื่องตลก! เพราะอาจเป็นความผิดปกติของร่างกาย
กลิ่นปาก เป็นปัญหาและอาจเป็นเรื่องน่าอายสำหรับบางคน และในบางกรณีอาจทำให้เกิดความวิตกกังวล ทำให้ปัจจุบันมีหมากฝรั่ง น้ำยาบ้วนปาก และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อต่อสู้กับกลิ่นปาก แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาชั่วคราวเท่านั้น เพราะไม่ได้แก้ปัญหาจากต้นเหตุ โดยกลิ่นปากอาจเกิดจากสุขอนามัยช่องปากที่ไม่ดี แต่ก็ไม่เสมอไปเพราะสามารถเกิดขึ้นได้จากสภาวะสุขภาพหลายอย่าง เช่น ปากแห้ง แสบร้อนกลางอก หรือแม้แต่โรคในส่วนอื่นของร่างกาย การรักษาภาวะมีกลิ่นปากจึงขึ้นอยู่กับสาเหตุที่แท้จริง โดยกลิ่นปากแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแหล่งที่มาหรือสาเหตุที่แท้จริง บางคนกังวลเรื่องลมหายใจมากเกินไป ทั้ง ๆ ที่มีกลิ่นปากเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย ในขณะที่บางคนมีกลิ่นปากโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากเป็นการยากที่จะประเมินว่าลมหายใจของคุณมีกลิ่นอย่างไร ภาวะมีกลิ่นปากคืออะไร ? โดยปกติแล้วทุกคนมีกลิ่นปากเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะหลังจากรับประทานกระเทียม หัวหอม หรืออาหารที่มีกลิ่นแรงอื่น ๆ แต่กลิ่นปากที่ไม่หายไป หรือที่เรียกว่า ‘กลิ่นปากเรื้อรัง’ ซึ่งอาจหมายความว่าคุณมีปัญหาสุขภาพช่องปาก หรือมีภาวะที่ส่งผลต่อส่วนอื่นของร่างกาย ภาวะมีกลิ่นปากเป็นอาการของสภาวะต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย กล่าวอีกนัยหนึ่งก็เหมือนกับข้อความเตือนจากร่างกาย ดังนั้น การค้นหาสาเหตุของกลิ่นปากจึงเป็นขั้นตอนแรกในการรักษา โดยภาวะมีกลิ่นปากเป็นภาวะที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อผู้คนประมาณ 1 ใน 4 คนทั่วโลก งานวิจัยชิ้นหนึ่งซึ่งรวมการค้นพบบทความในวารสารทางการแพทย์ 13 ฉบับพบว่า ภาวะมีกลิ่นปากส่งผลกระทบต่อประชากรประมาณ 31.8% สาเหตุส่วนใหญ่ของกลิ่นปากคืออะไร? สาเหตุส่วนใหญ่ของภาวะมีกลิ่นปาก…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 976 days ago
Read More01/06/2023
Adidas เปิดตัวชุดออกกำลังกายคอลเล็กชัน FW23 Training รองรับทุกการเคลื่อนไหว ตอบโจทย์ทุกการออกกำลังกาย
(1 มิถุนายน 2566) Adidas เปิดตัว FW23 Training, be supported ชุดออกกำลังกายคอลเล็กชันใหม่ในสีสันสดใส เอาใจคนทุกเพศทุกกลุ่ม ตอบโจทย์ทุกความเข้มข้นของการออกกำลังกาย ด้วยคุณสมบัติในการรองรับทุกการเคลื่อนไหว เพื่อการออกกำลังกายอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไร้กังวล โดยชุดออกกำลังกายในคอลเล็กชันนี้ประกอบไปด้วย YOGA: ปลดปล่อยวินยาสะให้ไหลลื่นในทุกท่วงท่าไปกับผ้า ADISOFT – บราและเลกกิ้งในคอลเล็กชันนี้ถูกผลิตขึ้นโดยใช้ผ้าที่สามารถยืดได้ทุกทิศทาง พร้อมผสานกับเทคโนโลยี ADISOFT ที่ให้ความรู้สึกนุ่มสบาย มอบความยืดหยุ่นและอิสรภาพสูงสุดให้กับเหล่าโยกินีเพื่อให้โฟกัสกับการออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ HIIT Training: เย็นสบาย โฟกัสได้เต็มที่ ด้วยเทคโนโลยี HEAT.RDY – HIIT ให้สนุกสุดเหวี่ยงแม้ในวันที่ออกกำลังกายหนัก ด้วยชุดออกกำลังกายที่มาพร้อมเทคโนโลยี HEAT.RDY พร้อมเสริมแรงจูงใจให้กับทุกการเคลื่อนไหว ด้วยชุดโทนสีฟ้าและสีเขียวอันทรงพลัง ชุดออกกำลังกายในคอลเล็กชัน FW23 Training จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้ (1 มิถุนายน 2566) เป็นต้นไป ในราคาเริ่มต้นที่ 1,100 บาท ที่ Adidas แบรนด์ เซ็นเตอร์, Adidas สปอร์ต…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 977 days ago
Read More01/06/2023
เช็กอาการ ‘แพ้อาหาร’ กับ ‘ภูมิแพ้อาหารแฝง’ ตกลงเป็นอะไรกันแน่ ?
หลายต่อหลายครั้งที่ร่างกายของเราเกิดความผิดปกติ ทั้งที่มั่นใจว่าดูแลสุขภาพอย่างดี ออกกำลังกายเป็นประจำ อาหารการกินก็ถูกหลักทุกอย่าง! แต่รู้หรือไม่ว่าอาหารการกินนี่แหละที่อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ร่างกายของคุณเกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ คุณเคยได้ยินอาการแพ้อาหาร และภูมิแพ้อาหารแฝงหรือไม่ ? อาการเหล่านี้ทำให้เกิดความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกาย Hack for Health จะพาทุกคนไปรู้จักกับอาการแพ้อาหารทั้ง 2 ประเภทนี้ เพื่อให้คุณได้หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่เหมาะกับร่างกายของตนเอง อาการแพ้อาหาร การแพ้อาหาร คือการที่คุณมีปัญหาในการย่อยอาหารหรือส่วนผสมบางอย่างในอาหารที่รับประทานเข้าไป โดยปกติอาการจะเกิดขึ้นภายใน 2-4 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร เช่น รู้สึกไม่สบาย ผื่นขึ้น ปากบวม ไปจนถึงหายใจติดขัด ช็อก บางรายอาจอาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต จะรู้ได้อย่างไรว่าตนเองแพ้อาหาร ? หากคุณแพ้อาหาร คุณมักจะมีอาการภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากรับประทานอาหารหรือส่วนผสมที่คุณแพ้เข้าไป โดยอาการทั่วไป ได้แก่ นอกจากนี้ ยังมีอาการอื่น ๆ ที่เป็นไปได้อีกมากมาย เช่น ปวดศีรษะ รู้สึกเหนื่อยหรืออ่อนเพลีย รู้สึกไม่สบาย ท้องผูก หรือมีผื่นขึ้น โดยอาการอาจคงอยู่ไม่กี่ชั่วโมงหรืออาจนานหลายวัน ภูมิแพ้อาหารแฝง ภูมิแพ้อาหารแฝง คือ การแพ้อาหารแบบเรื้อรัง แตกต่างจากการแพ้อาหาร ส่วนมากอาการที่แสดงออกจะไม่รุนแรง และอาจไม่เกิดขึ้นทันทีหลังรับประทานอาหาร แต่อาจเกิดขึ้นภายใน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 977 days ago
Read More31/05/2023
4 วิธี ก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุอย่างมีความสุข
ด้วยอายุที่มากขึ้น อาจทำให้คุณเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของสุขภาพกายและสุขภาพจิต แต่ในวันนี้เราจะมาเน้นเจาะลึกในเรื่องของสุขภาพจิตเป็นหลัก จากการศึกษาของศูนย์ควบคุมโรค (CDC) เกี่ยวกับสุขภาพจิตในผู้สูงอายุที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป พบว่า 20% ของผู้สูงอายุมีปัญหาสุขภาพจิตบางประเภท ภาวะที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ ความวิตกกังวล ความบกพร่องทางสติปัญญาอย่างรุนแรง และความผิดปกติทางอารมณ์ เช่น ภาวะซึมเศร้าหรือโรคซึมเศร้าสองขั้ว ความผิดปกติทางอารมณ์ สามารถนำไปสู่ความบกพร่องในการทำงานทางร่างกาย จิตใจ และสังคม และอาจส่งผลกระทบและทำให้การรักษาโรคเรื้อรังอื่น ๆ ที่ซับซ้อนขึ้น แม้ว่าอัตราของผู้สูงอายุที่มีภาวะสุขภาพจิตมีแนวโน้มสูงขึ้นตามอายุ แต่ภาวะซึมเศร้าและโรคอื่น ๆ ไม่ใช่เรื่องปกติของการสูงวัย ดังนั้นเราจึงอยากจะเชิญชวนคุณให้มาเตรียมตัวเตรียมใจ ก่อนที่จะข้าวเข้าสู่วัยกลางคนอย่างมีความสุขกัน 1. เล่นเกมลับคมทางสมอง เช่นเดียวกับที่ร่างกายที่ต้องการกิจกรรมทางกาย และการกระตุ้นเพื่อให้มีสุขภาพกายที่ดี สมองก็ต้องการการกระตุ้นเพื่อรักษาความเฉียบคม และหลีกเลี่ยงการเสื่อมถอยของสมองเช่นกัน จากข้อมูลของ Harvard Health Publishing เกมลับสมองสามารถช่วยลับคมทักษะการคิดบางอย่าง เช่น ความเร็วในการประมวลผล ทักษะการวางแผน เวลาตอบสนอง การตัดสินใจ และความจำระยะสั้น โดยกิจกรรมที่เราแนะนำเช่น 1.1 การอ่านและการเขียน ช่วยเพิ่มการทำงานของหน่วยความจำ ลดความเครียด และส่งเสริมการนอนหลับที่ดีขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 978 days ago
Read More30/05/2023
เมาทั้งที่ไม่ได้ดื่มสุรา เพราะร่างกายผลิตแอลกอฮอล์ได้เอง!
อาการสุดแปลกที่หลายคนอาจไม่คุ้นหูนัก นั่นคือ อาการที่ร่างกายสามารถผลิตแอลกอฮอล์ได้เอง เป็นอาการที่พบได้ไม่บ่อย ผู้ที่มีอาการนี้จะมีลักษณะคล้ายกับคนเมา มึน งง คลื่นไส้อาเจียน เป็นต้น วันนี้ Hack for Health จะพาทุกคนมารู้จักกับอาการสุดแปลกนี้กัน! ร่างกายผลิตแอลกอฮอล์ได้เองจริงหรือ ? อาการร่างกายผลิตแอลกอฮอล์ได้เอง (Auto-brewery syndrome) เกิดขึ้นเมื่อยีสต์ในลำไส้ผลิตเอทานอลในปริมาณที่มากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคล้ายกับอาการเมาสุรา ผู้ป่วยที่ร่างกายผลิตแอลกอฮอล์ได้เองจะมีอาการมึนเมาจากแอลกอฮอล์ทั้งที่ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ และมักจะเป็นผู้ที่รับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตสูง แม้โรคนี้จะพบได้น้อย แต่อย่างไรก็ตามโรคนี้เคยมีการพูดถึงในข่าวหลาย ๆ ครั้ง และส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับผู้ที่ถูกจับในข้อหาเมาแล้วขับ เช่น ผู้หญิงคนหนึ่ง ในประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกพบว่ามีอาการดังกล่าวหลังจากที่เธอถูกจับในข้อหาเมาแล้วขับ ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของเธอสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดถึง 4 เท่า แต่เธอไม่ถูกตั้งข้อหาเพราะผลการตรวจทางการแพทย์พบว่าเป็นกลุ่มอาการร่างกายผลิตแอลกอฮอล์ได้เองทำให้ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของเธอสูงขึ้น อาการของผู้ที่ร่างกายผลิตแอลกฮอล์ได้เอง หากร่างกายของคุณเป็นเช่นนี้ จะทำให้คุณมีอาการเมาโดยไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ เมามากหลังจากดื่มแอลกอฮอล์เพียงเล็กน้อย เช่น เบียร์ 2 แก้ว อาการและผลข้างเคียงคล้ายกับคนเมาค้างจากการดื่มมากเกินไป พร้อมทั้งอาการอื่น ๆ เช่น อาการร่างกายผลิตแออลกอฮอล์ได้เอง ยังนำไปสู่สภาวะสุขภาพอื่น ๆ ให้แย่ลง เช่น สาเหตุที่ร่างกายผลิตแอลกอฮอล์ได้เอง ในกลุ่มอาการที่ร่างกายผลิตแอลกอฮอล์ได้เอง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 979 days ago
Read More30/05/2023
แปลกแต่มีอยู่จริง! “โรคศพเดินได้” อาการทางจิตที่คิดว่าตนเองตายไปแล้ว
ทุกคนเคยได้ยินชื่อ ‘โรคศพเดินได้’ หรือไม่ ? เชื่อว่าโรคนี้เป็นโรคที่หลายคนไม่ค่อยคุ้นหูนัก แถมฟังดูแล้วเป็นโรคที่ดูน่ากลัว และหากคุณสงสัยว่าอาการของโรคนี้เป็นอย่างไร Hack for Health จะพาทุกคนมารู้จักกับโรคที่เกี่ยวกับอาการทางจิตที่พบได้ยากชนิดนี้ โรคศพเดินได้ โรคศพเดินได้ (Cotard Delusion หรือ Walking Corpse Syndrome) เป็นภาวะทางจิตเวชที่พบไม่บ่อย เพียง 200 รายจากทั่วโลกเท่านั้น ซึ่งเกิดจากความเชื่อผิด ๆ ที่ผู้ป่วยเข้าใจว่าร่างกายของตนเองเกิดความผิดปกติ กำลังจะตาย หรือคิดว่าร่างกายของตนเองไม่มีอยู่จริง มักเกิดขึ้นกับคนที่เป็นภาวะซึมเศร้าอย่างรุนแรง และโรคจิตบางประเภท หรืออาจมาพร้อมกับสภาวะทางระบบประสาทอื่น ๆ แม้จะเป็นอาการที่ค่อนข้างรุนแรง แต่ผู้ป่วยจะอาการดีขึ้นได้เมื่อได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาการของโรคศพเดินได้ ผู้ที่เป็นโรคศพเดินได้มักจะเข้าสังคมน้อยลง บางคนจะได้ยินเสียงที่บอกว่าตนเองกำลังจะตายหรือตายไปแล้ว หรืออาจไม่กินอะไร เพราะเข้าใจว่ากินไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรเนื่องจากตนเองตายไปแล้ว และบางคนอาจพยายามทำร้ายตนเอง นอกจากนี้ หนึ่งในอาการหลักของโรคศพเดินได้ คือ อาจมีความเชื่อที่ว่าตนเองไม่มีอยู่จริง คนที่เป็นโรคศพเดินได้จะรู้สึกราวกับว่าตนเองตายหรือเน่าเปื่อยไปแล้ว ในขณะที่บางคนอาจรู้สึกเช่นนี้กับอวัยวะเฉพาะแขน ขา หรือแม้แต่จิตวิญญาณของตนเอง งานวิจัยในปี 2554 ระบุว่า 89% ของผู้ป่วยโรคศพเดินได้มักมีอาการของภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย และอาจมีอาการอื่น ๆ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 979 days ago
Read More26/05/2023
สาว ๆ ต้องระวัง! ทำเล็บ-ต่อเล็บบ่อย เสี่ยงติดเชื้อราที่เล็บ
การทำเล็บ เป็นการเสริมความงามอย่างหนึ่งที่นิยมมากในผู้หญิง ที่สำคัญการได้เข้าร้านทำเล็บ แช่เท้าที่อ่างน้ำอุ่น ๆ เป็นการผ่อนคลายและฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี แต่คุณรู้หรือไม่ว่าหากร้านทำเล็บที่คุณเข้าใช้บริการ ไม่มีการดูแลความสะอาดอย่างเหมาะสม คุณก็เสี่ยงที่จะติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณมือและเท้าได้ เพราะบางครั้งผิวหนังอาจถูกบาดโดยที่ไม่รู้ตัว และเมื่อไหร่ก็ตามที่แผลเปิดก็มีโอกาสรับเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา หรือไวรัสที่สามารถพัฒนาเป็นการติดเชื้อได้ โดยการติดเชื้อที่พบบ่อยที่สุดจากร้านทำเล็บ คือ หูดและเชื้อราที่เล็บ โรคเชื้อราที่เล็บ (Onychomycosis) การติดเชื้อราที่เล็บเกิดขึ้นจากการเจริญเติบโตของเชื้อราในเล็บ ใต้เล็บ หรือบนเล็บ โดยเราจะได้รับเชื้อเหล่านี้จากสถานที่ที่เราอยู่ โดยเชื้อราจะเจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและชื้น ดังนั้นสภาพแวดล้อมแบบนี้อาจทำให้พวกมันมีประชากรมากมายอยู่ตามธรรมชาติ นอกจากนี้ เชื้อราที่มีอยู่แล้วในร่างกายของคุณอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่เล็บได้ และหากคุณสัมผัสกับคนอื่นที่ติดเชื้อราคุณก็อาจติดเชื้อได้เช่นกัน โดยการติดเชื้อรามักส่งผลต่อเล็บเท้ามากกว่าเล็บมือ อาจเป็นเพราะนิ้วเท้าของคุณมักจะต้องอยู่แต่ในรองเท้า ซึ่งเป็นในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและชื้น หากคุณไปทำเล็บมือหรือเล็บเท้าที่ร้านทำเล็บ สิ่งสำคัญคือต้องดูว่าร้านทำเล็บที่คุณเลือกมีการฆ่าเชื้อเครื่องมือทำเล็บอย่างไรและทำบ่อยแค่ไหน เครื่องมือต่าง ๆ เช่น กรรไกรตัดเล็บสามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้หากไม่ได้รับการฆ่าเชื้อ ลักษณะของเล็บที่ติดเชื้อรา หลีกเลี่ยง/ป้องกันการติดเชื้อราจากการทำเล็บ ผู้ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อราที่เล็บ สาเหตุการติดเชื้อราที่เล็บนอกจากจะมาจากการทำเล็บแล้ว การติดเชื้อราที่เล็บยังมีหลายสาเหตุ และปัจจัยเสี่ยงบางอย่างก็อาจเพิ่มโอกาสในการเกิดเชื้อราที่เล็บได้ ดังนี้ โดยวิธีอื่น ๆ ในการป้องกันการติดเชื้อราที่เล็บ ได้แก่ สำหรับบางคนการติดเชื้อราที่เล็บอาจรักษาได้ยาก และการใช้ยารอบแรกอาจไม่ได้ผล โดยการติดเชื้อราที่เล็บไม่สามารถรักษาให้หายได้จนกว่าเล็บที่ปราศจากการติดเชื้อจะขึ้นมาใหม่ แต่ก็เป็นไปได้ที่การติดเชื้อราจะกลับมาอีก ในกรณีที่รุนแรงคุณอาจต้องถอดเล็บออก สิ่งสำคัญคือการไปพบแพทย์ หากคุณเป็นโรคเบาหวานและติดเชื้อราที่เล็บ เพราะผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมีความเสี่ยงสูงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นจากการติดเชื้อเหล่านี้ …ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 983 days ago
Read More26/05/2023
‘โรคหลงตัวเอง’ ฉันอยู่เหนือคนอื่น ทุกคนต้องให้ความสำคัญกับฉัน!
โรคหลงตัวเอง (Narcissistic Personality Disorder หรือ NPD) เป็นภาวะสุขภาพจิตที่คนจะให้ความสำคัญกับตนเองสูงเกินสมควร เรียกร้องความสนใจมากเกินไป และต้องการให้ผู้อื่นชื่นชมตนเอง ผู้ที่เป็นโรคนี้อาจขาดความสามารถในการเข้าใจหรือใส่ใจความรู้สึกของผู้อื่น แต่ภายใต้ความมั่นใจสุดโต่งนี้คือความไม่มั่นใจในคุณค่าของตนเอง และมักอารมณ์เสียได้ง่ายเมื่อถูกวิจารณ์เพียงเล็กน้อย โดยโรคหลงตัวเองทำให้เกิดปัญหาในหลาย ๆ ด้านของชีวิต เช่น ความสัมพันธ์ การงาน การเรียน หรือเรื่องการเงิน ผู้ที่มีบุคลิกภาพเช่นนี้มักจะไม่มีความสุขและผิดหวังเมื่อไม่ได้รับคำชมเชยในสิ่งที่เขาคิดว่าตนเองควรได้รับ และอาจพบว่าความสัมพันธ์ของตนเองมีปัญหา ไม่สมหวัง และคนอื่น ๆ อาจไม่ชอบที่จะอยู่ใกล้ตนเอง โรคหลงตัวเองพบได้บ่อยแค่ไหน ? ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่ามีผู้คนถึง 5% ที่เป็นโรคหลงตัวเอง และเป็น 1 ใน 10 ของโรคบุคลิกภาพผิดปกติ ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้ทำให้คนคิด รู้สึก และประพฤติตนในทางที่ทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น สัญญาณของความผิดปกติทางบุคลิกภาพมักปรากฏในช่วงวัยรุ่นตอนปลาย และวัยผู้ใหญ่ตอนต้น มักเป็นในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง อาการของคนที่เป็นโรคหลงตัวเอง อาการของผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีความรุนแรงที่แตกต่างกันออกไป โดยอาการทั่ว ๆ ไป มีดังนี้ ในขณะเดียวกัน คนที่เป็นโรคหลงตัวเองก็มีปัญหากับสิ่งที่ตนเองรู้สึก และมองว่ากำลังถูกคนอื่นวิพากษ์ วิจารณ์อยู่ สาเหตุของโรคหลงตัวเอง? สาเหตุที่แท้จริงของโรคหลงตัวเองไม่แน่ชัดนัก แต่ความผิดปกตินี้อาจเป็นผลมาจากปัจจัยหลายอย่างรวมกัน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 983 days ago
Read More26/05/2023
ทั้งที่เจ็บก็ยังรัก! สัญญาณความรุนแรงของ Abusive Relationship
หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ติดอยู่ในความสัมพันธ์ที่ Toxic หรือความสัมพันธ์ที่มีแต่ทำร้ายร่างกายและจิตใจของตนเอง ความสัมพันธ์นี้มักจะใช้กำลัง พูดจาว่าร้ายให้คุณรู้สึกแย่ เราเรียกความสัมพันธ์นี้ว่า ‘Abusive Relationship’ ผู้คนมักจะบอกให้คุณเดินออกมาจากความสัมพันธ์ หรือบอกเลิกคนที่ทำให้คุณเสียใจ ฟังดูเหมือนง่ายแต่สำหรับคนที่อยู่ในความสัมพันธ์นี้ การตัดขาดใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แม้เขาจะทำให้คุณเจ็บปวดแต่ลึก ๆ คุณเองก็ยังมีความหวังที่จะทำให้เขาเปลี่ยนตัวเอง เรื่องนี้จะยังคงเป็นเรื่องที่ทำให้คุณสับสนตลอดเวลา ยิ่งสำหรับคนที่แยกจากครอบครัวและอาศัยอยู่กับคนรักด้วยแล้ว ปัญหาอาจไม่ใช่แค่ทำร้ายกันทางร่างกาย และจิตใจเท่านั้น อาจมีปัญหาเรื่องเงินหรือการใช้ชีวิตตามมา ขอให้คุณเตือนตนเองเสมอว่าการก้าวเดินออกจากคนที่รักไม่ใช่เรื่องเลวร้ายหรือแย่เสมอไป และหากคุณถูกคนรักทำร้ายให้คุณคิดเสมอว่า สัญญาณ Abusive Relationship Abusive Relationship ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความรุนแรงทางร่างกายเท่านั้น อาจรวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศ อารมณ์ ร่างกาย และอาจเกี่ยวข้องกับการควบคุมการเงินของคุณ นี่คือสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังเผชิญกับความสัมพันธ์นี้อยู่ สิ่งที่ทำให้สับสนและไม่ออกจาก Abusive Relationship 1.คู่ของฉันไม่ได้รุนแรงตลอดเวลา ‘เขารักฉัน' คนรักที่ชอบใช้ความรุนแรงอาจแสดงความรักต่อคุณในเวลาอื่น ๆ และอาจรู้สึกเสียใจกับพฤติกรรมแย่ ๆ ของเขา ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะโกรธและอารมณ์เสียกับพวกเขา อย่างไรก็ตาม มีโอกาสค่อนข้างสูงที่พฤติกรรมรุนแรงของพวกเขาจะดำเนินต่อไป คนที่ใช้ความรุนแรงอาจเป็นคนที่มีเสน่ห์อย่างไม่น่าเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขาพยายามทำให้คุณหรือคนอื่น ๆ มองพวกเขาในแง่ดี 2.ทุกอย่างจะดีขึ้น ‘เขาไม่ได้ตั้งใจทำร้ายฉัน' หลังจากเหตุการณ์รุนแรง เป็นเรื่องปกติที่ทั้งคุณและคนรักจะพยายามมองข้ามสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยการแก้ตัว ขอโทษ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 983 days ago
Read More26/05/2023
ทำความรู้จักกับ “ปมพระเจ้า” (God Complex) ปมของคนที่คิดว่าตัวเองเป็นเทพ
คุณเคยพบเห็นผู้ที่มีพฤติกรรมที่มีความมั่นใจ ในความคิดของตัวเองมากจนเกินไปหรือไม่ แน่นอนว่าการมั่นใจในตัวเองเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้ามากเกินไปจนเบียดบังชีวิตของผู้อื่นละจะเป็นยังไง ? วันนี้เราจะชวนคุณมาทำความรู้จักกับ “ปมพระเจ้า” (God Complex) พฤติกรรมของผู้ที่มีปมนี้อยู่ในใจ จะประเมินตนเอง ประเมินความสามารถ และประเมินสิทธิ์ของตนสูงเกินไป โดยนักสังคมสงเคราะห์ทางคลินิก De-Andrea Blaylock-Johnson, LCSW กล่าวว่า “ความรู้สึกมั่นใจตัวเองสูงเกินจริงเป็นตัวบ่งชี้ที่ใหญ่ที่สุด” ของผู้ที่มีปมนี้ เก่งมาก กล้ามาก กว่าใคร คือฉันนี่แหละ! De-Andrea Blaylock-Johnson ตั้งข้อสังเกตว่าผู้ที่มีปมพระเจ้า นอกจากจะมีความมั่นใจใจตัวเองแบบสูงปรี๊ดยิ่งกว่าตึกใบหยกแล้ว ยังพบความคิดในลักษณะอื่น ๆ อีกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกที่ดีกว่าคนอื่น “พวกเขารู้สึกว่าตัวเองฉลาดที่สุดในห้อง พวกเขารู้ดีที่สุด” เธอกล่าว ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่มีปมนี้มักจะมีความเย่อหยิ่งจนสุดโต่ง โดยเชื่อว่าพวกเขาสามารถทำอะไรก็ได้ที่พวกเขาต้องการโดยไม่ต้องคำนึงถึงผู้อื่นเลยแม้แต่น้อย เหตุผลที่ปมนี้ถูกเรียกว่า “God Complex” เพราะผู้ที่มีลักษณะทางจิตวิทยานี้ จะมีความรู้สึกว่าตัวเองดีที่สุด เก่งที่สุด มีคุณค่ามากกว่าคนอื่น เหนือใคร ๆ เปรียบดุจเทพนั่นเอง และพวกเขาไม่ได้คำนึงถึงว่าการกระทำของพวกเขาจะส่งผลกระทบต่อผู้อื่นอย่างไร ปม “God Complex” มีอาการหลงตัวเองด้วยหรือไม่ ? ผู้ที่มีปมพระเจ้ากับผู้ที่มีอาการหลงตัวเอง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 983 days ago
Read More25/05/2023
เหวี่ยงก่อนมีประจำเดือน! PMS อาการที่ผู้หญิงรู้แต่ห้ามไม่ได้
ผู้หญิงหลายคนประสบปัญหาอาการข้างเคียงก่อนมีประจำเดือน ในบางคนส่งผลทั้งต่อร่างกาย และต่อจิตใจ แม้ว่าอาการดังกล่าวจะมาในช่วงเป็นประจำเดือน แต่สำหรับบางคนอาจมีอาการรุนแรงจนถึงขั้นกระทบต่อการใช้ชีวิต และกระทบต่อความสัมพันธ์ PMS กลุ่มอาการก่อนมีประจำเดือน PMS (Premenstrual Syndrome) คือ การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ สุขภาพร่างกาย พฤติกรรมที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการตกไข่ และช่วงเริ่มต้นของประจำเดือน สามารถเริ่มได้ทุกเมื่อหลังการตกไข่ แม้ว่าโดยปกติแล้วจะเริ่มในสัปดาห์ก่อนมีประจำเดือน และคงอยู่จนถึง 5 วัน หรือมากกว่านั้นหลังจากเริ่มมีประจำเดือน ซึ่งอาการ PMS เป็นปัญหาที่พบบ่อยถึง 48% ของผู้หญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ และประมาณ 20% มีอาการรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวัน ซึ่งอาการของผู้หญิงแต่ละคนจะแตกต่างกัน และอาจแตกต่างกันไปในแต่ละเดือน โดยอาการของ PMS ที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ PMS เกิดจากอะไร ? อาการของ PMS สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยคุณอาจสังเกตพฤติกรรมของตนเองว่ามีส่วนสนันสนุนให้เกิดอาการนี้หรือไม่ โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ PMS มีดังนี้ 1.การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเป็นวัฏจักร ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่า PMS เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน ฮอร์โมนเหล่านี้จะมีความผันผวนตามธรรมชาติตลอดรอบเดือนของคุณ ในช่วงระยะลูเทียล (luteal) ซึ่งตามหลังการตกไข่ ฮอร์โมนจะถึงจุดสูงสุดและลดลงอย่างรวดเร็ว…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 984 days ago
Read More25/05/2023
เดินละเมอกลางดึก พฤติกรรมเสี่ยงที่คุณอาจไม่รู้ตัว
การเดินละเมอ หรือที่เรียกว่าอาการง่วงซึม ร่างกายจะลุกขึ้นและเดินไปมาขณะที่อยู่ในสภาวะหลับ มักพบบ่อยในเด็ก โดยปกติแล้วการละเมอไม่ได้ส่งผลร้ายแรงหรือเป็นสัญญาณอันตรายของปัญหาสุขภาพมากนัก นอกเสียจากว่า อาการละเมอจะเกิดขึ้นบ่อย ซ้ำ ๆ ซึ่งนั่นอาจเป็นสัญญาณความผิดปกติของการนอน ทั้งนี้ การละเมอในผู้ใหญ่อาจมีผลมาจากความผิดปกติเกี่ยวกับการนอน รวมถึงภาวะสุขภาพบางอย่างที่อาจเป็นอันตรายได้ อาการเดินละเมอ การเดินละเมอมักเกิดขึ้นในช่วงหัวค่ำ โดยมักเกิดขึ้นหลังจากหลับไปแล้ว 1-2 ชั่วโมง แต่ปกติแล้วอาการเดินละเมอจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนักและอาจกินเวลาหลายนาที โดยคนที่เดินละเมอจะมีอาการดังต่อไปนี้ และในบางครั้ง คนที่เดินละเมอจะมีอาการอื่นร่วมด้วย ดังนี้ สาเหตุของการเดินละเมอ การเดินละเมอจัดอยู่ในความผิดของการนอนหลับ ประเภท parasomnia ซึ่งเป็นพฤติกรรมหรือประสบการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ในระหว่างการนอนหลับ การเดินละเมอจะเกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับระยะที่หลับลึกที่สุด โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อการเดินละเมอ ได้แก่ ในบางครั้งการเดินละเมออาจถูกกระตุ้นโดยสภาวะแวดล้อมที่รบกวนการนอนหลับ เช่น นอกจากนี้ ปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเดินละเมออาจมาจากกรรมพันธุ์ที่ผู้เป็นพ่อแม่มีประวัติการเดินละเมอด้วยเช่นกัน ทำอย่างไรเมื่อคนที่บ้านเดินละเมอ สิ่งที่ดีที่สุดที่ควรทำหากคุณเห็นคนเดินละเมอ คือตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขาปลอดภัย แล้วค่อย ๆ พาพวกเขากลับไปนอนโดยสร้างความเชื่อใจให้กับพวกเขา อย่าตะโกนหรือทำให้บุคคลนั้นตกใจ และอย่าพยายามห้ามปรามเขา เว้นแต่พวกเขาจะตกอยู่ในอันตราย เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์ อาการเดินละเมอเป็นครั้งคราวไม่ได้ก่อให้เกิดความกังวลและมักหายได้เอง แต่หากคุณพบว่าตนเองมีอาการเช่นนี้บ่อย ๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษา โดยอาการที่ควรไปพบแพทย์ มีดังนี้ โดยแพทย์อาจส่งคุณไปรักษาเฉพาะด้านเกี่ยวกับการนอนหลับ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการพยายามนอนหลับให้เพียงพอและทำกิจวัตรประจำวันที่ผ่อนคลายเป็นประจำก่อนนอนจะช่วยเรื่องอาการเดินละเมอได้ ขณะเดียวกันแพทย์จะพิจารณาปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 984 days ago
Read MorePR Partners
See All02/02/2026
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 12 hours ago
ททท. จับมือ Reignwood ดึงแข้งระดับโลกมาดวลกอล์ฟ ใน Reignwood Icons of Football 2026
ใครจะไปคิดว่าเราจะได้เห็นภาพนี้ในไทย ! สำหรับการแข่งขันกอล์ฟครั้งประวัติศาสตร์ที่รวมตำนานนักเตะระดับโลกมาดวลกอล์ฟกัน ณ สนาม Robinswood Golf Club เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กับ รายการ Reignwood Icons of Football 2026 ปรากฏการณ์นี้เป็นผลงานจากความร่วมมือกันระหว่างทาง เรนวูด กรุ๊ป ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น World Class Event & Sport Tourism Destination โดยการแข่งขันครั้งนี้เป็นแบบแมตช์เพลย์29/01/2026
ไฮเออร์ (Haier) พลิกโฉมเซ็นทรัลเวิลด์ ส่ง “เครื่องซักผ้า 3 ถัง” ระดับ Champion ลงสนามปี 69
เมื่อยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 ของโลกอย่าง ไฮเออร์ (Haier) ที่ครองแชมป์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่อเนื่อง 17 ปีซ้อน ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่กำลังจะเปลี่ยน "งานบ้าน" ให้เป็น "ไลฟ์สไตล์ระดับแชมป์" ทางไฮเออร์ตั้งเป้าสู่การเป็น Global Lifestyle Brand อย่างเต็มรูปแบบในปีนี้ เริ่มต้นปีด้วยการเล่นใหญ่ผ่านแฟลกชิปอีเวนต์ ‘Champion Your Haier Life ไฮเออร์ เปิดโหมดแชมป์ให้กับชีวิต’ ป็อปอัพสโตร์ระดับโลกมาแลนดิ้งใจกลางกรุงเทพฯ ณ ลานด้านหน้า CentralwOlrd เป็นครั้งแรก ในงานนี้ ไฮเออร์ได้ชูโรงผลิตภัณฑ์กลุ่ม Champion-Grade โดยเฉพาะนวัตกรรมเครื่องซักผ้าที่จะมาเปลี่ยนการซักผ้าแบบเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่าง Triple-Drum รวบตึงการซัก 3 ถังในรอบเดียว ตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบด้วยเครื่องซักผ้าที่สามารถซักผ้าหลากหลายรูปแบบพร้อมกันได้ในเครื่องเดียว ไม่ต้องรอคิวซักทีละถัง L+ Series จบ ครบ ทั้งซักและอบ ถังซักขนาดใหญ่ถึง 607 มิลลิเมตร โปรแกรมซักอัตโนมัติ 20 รูปแบบ และโหมดขจัดคราบเฉพาะทางมากถึง 26…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More29/01/2026
อว. จับมือ NetDragon – EDA ปั้น “สะพานอัจฉริยะ” พลิกโฉมเด็กไทยสู่ยอดฝีมือ AI แห่งยุคดิจิทัล
ทิศทางของ 'เด็กไทย' ผู้เป็นอนาคตของชาติในยุค AI จะเป็นแบบไหน ผู้ใหญ่ในประเทศก็มีส่วนสำคัญที่จะสนับสนุนและปูทางให้กับพวกเขา ล่าสุด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง NetDragon และ บริษัท EDA (Thailand) ในการขับเคลื่อนประเทศไทยผ่านนวัตกรรม AI ภายใต้แนวคิดการสร้างระบบนิเวศ Learning-to-Career เพื่อผลักดันให้นักศึกษาไทยก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการเรียนรู้ สู่การเป็นบุคลากรคุณภาพที่ตลาดแรงงานทั่วโลกต้องการในยุค AI ไม่ว่าจะเป็น ภายในงาน ดร. พิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการ รมว.อว. ได้ชี้ให้เห็นว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า ทักษะการทำงานจะเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล กระทรวงฯ จึงเร่งเดินหน้าแผน Re-skill และ Up-skill เพื่อลดช่องว่างทางทักษะและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของคนไทย ด้าน ดร. พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. ระบุว่าปัจจุบันได้นำร่องหลักสูตร AI ในมหาวิทยาลัยแล้ว 6 แห่ง และเตรียมขยายผลไปยังสถาบันกว่า 250…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More17/01/2026
มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ
ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True IDC สู่ Data Center ระดับสากล โครงสร้างเหล่านี้ถูกวางให้เป็นฐานรองรับ Big Data, Cloud และ AI ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ เทคโนโลยีในมุมของคุณศุภชัย ต้อง “สร้างโอกาส” ไม่ใช่แค่สร้างมูลค่า อีกหนึ่งมิติที่สะท้อนวิธีคิดของคุณศุภชัย คือการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง ความสำเร็จของ TrueMoney ซึ่งเป็น Wallet รายแรกของไทย และ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 16 days ago
Read More





























