Tags
| Health
13/09/2023
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 873 days ago
เปิดฉากงาน “เมดิคอลแฟร์ ไทยแลนด์ 2023” มหกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพ
(13 ก.ย. 66) บริษัท เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย ผนึกพันธมิตรด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพกว่า 800 ราย จาก 40 ประเทศทั่วโลก เปิดฉากงานเมดิคอล แฟร์ ไทยแลนด์ 2023 มหกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยกขบวนนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการแพทย์จากนานาประเทศ ยกระดับศักยภาพประเทศไทยในฐานะฮับการแพทย์มาตรฐานสากล พร้อมพื้นที่สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการเจรจาแลกเปลี่ยนทางธุรกิจและพัฒนาองค์ความรู้ พร้อมแข่งขันในเวทีโลก นายเกอร์นอท ริงลิ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย เปิดเผยว่า เมดิคอลแฟร์ไทยแลนด์ 2023 เป็นมหกรรมด้านการดูแลสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับการเติบโตของธุรกิจการแพทย์และการดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นศูนย์รวมของผู้จัดจำหน่าย ผู้ผลิต และผู้แทนจากแบรนด์ต่าง ๆ เสริมความแข็งแกร่งให้กับแวดวงอุตสาหกรรมการแพทย์ ในจุดยุทธศาสตร์ของอาเซียน โดยในปีนี้มีผู้ร่วมจัดแสดงสินค้าและนวัตกรรมกว่า 800 บูธ จาก 40 ประเทศทั่วโลก ที่จะมาร่วมแสดงนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ ๆ เช่น นวัตกรรมด้านเครื่องมือวินิจฉัย ระบบกำจัดเชื้อ อุปกรณ์ฟื้นฟูสมรรถภาพ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ทางการแพทย์ ฯลฯ สร้างการต่อยอดทางเศรษฐกิจ…25/08/2023
คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชฯ – แคริว่า ชูนวัตกรรม AI เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจรักษาที่แม่นยำขึ้น
(25 ส.ค. 65) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับบริษัท แคริว่า (CARIVA) ประเทศไทย จำกัด ภายใต้การกำกับดูแลของ บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส หรือ เออาร์วี (ARV) มุ่งยกระดับวงการแพทย์ไทยผ่านการนำนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผสมผสานเข้ากับองค์ความรู้เฉพาะทาง 4 โครงการ ได้แก่ โครงการ SiCAR Ai Lab : แพลตฟอร์มทดสอบ และพัฒนาเเบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ทางด้านการแพทย์, โครงการพัฒนา AI อ่านและวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์, โครงการพัฒนาบริการการตรวจยีนส์ เพื่อประเมินความเสี่ยงของการเกิดโรคในอนาคต และโครงการแหล่งพัฒนาสตาร์ทอัพ เพื่อต่อยอดนวัตกรรมทางการแพทย์สู่ธุรกิจจริงกับศูนย์ VDC โดยทั้ง 4 โครงการนี้ถือเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้บริการด้านสุขภาพในทุกมิติ รวมถึงช่วยยกระดับความสามารถทางการแข่งขันให้อุตสาหกรรมการแพทย์ของไทยมีความทันสมัย มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางบริการการแพทย์ของโลก ศ. นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของสังคมไทย ทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การขยายตัวของชุมชนเมือง รวมถึงกระแสการดูแลสุขภาพที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 892 days ago
Read More24/08/2023
รสชาติแห่งนวัตกรรม! ‘สเต๊กสันใน’ ด้วยวิธีเพาะเนื้อเยื่อ Customize เนื้อได้ พร้อมเปิดจองให้ลิ้มลอง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโลกของเรามีนวัตกรรมอาหารใหม่ ๆ มากมายด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน หนึ่งในจุดประสงค์ของการสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหาร คือ การรักษาสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการทำปศุสัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหารสร้างก๊าซเรือนกระจกคิดเป็น 14.5 เปอร์เซ็นต์ของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด โดยเฉพาะการเลี้ยงวัว ความก้าวหน้าของนวัตกรรมอาหารเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมนั้นเกิดขึ้นมากมาย และ MIRAI FOODS เทคสตาร์ทอัปจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็เป็นหนึ่งในนั้น บริษัทสตาร์ทอัปแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2019 โดยคริสตอฟ มายเยอร์ (Christoph Mayr) และซูมาน ดาส (Suman Das) ด้วยจุดประสงค์เพื่อการสร้างเนื้อสัตว์ด้วยการเพาะเนื้อเยื่อเพื่อลดการสร้างมลพิษจากการทำฟาร์มปศุสัตว์ โดยที่เนื้อสัตว์คุณภาพนั้นยังคงมีรสชาติ กลิ่น สัมผัส รวมถึงคุณค่าทางโภชนาการไม่ต่างจากเนื้อที่มาจากสัตว์โดยตรง และยังสามารถ Customize หรือปรับแต่งเนื้อได้ความต้องการด้วยเทคโนโลยีสิทธิบัตรเฉพาะ เมื่อช่วงต้นปี 2023 ที่ผ่านมา MIRAI FOODS ได้ประกาศการความสำเร็จในการเพาะเลี้ยง ‘เนื้อสเต๊กสันใน’ หรือ ‘เทนเดอร์ลอยน์’ ทางผู้ผลิตได้บอกว่าเนื้อสเต๊กสันในชิ้นนี้เป็นเนื้อคุณภาพดีระดับพรีเมียมจากห้องแล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ลักษณะของเทนเดอร์ลอยน์ คือ เนื้อสันในของวัวที่จะประกอบไปด้วยเนื้อเป็นส่วนใหญ่ และมีมันแทรกเพียงเล็กน้อย เนื้อจากแล็บชิ้นนี้เป็นการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของวัวสายพันธุ์แท้ 2 สายพันธุ์เข้าด้วยกัน เซลล์ส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อมาจากวัวไพมอนเทส (Piedmontese) หรือวัวสายพันธุ์พิเศษที่เลี้ยงเฉพาะในแคว้นปีเยมอนเต (Piedmonte) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 893 days ago
Read More24/08/2023
ความเครียดและการจากลาอย่างกะทันหัน รู้จัก “ภาวะหัวใจสลาย”
บ่อยครั้งที่เรามักได้ยินเรื่องของ “การอกหัก” หลายคนมักพูดว่าพวกเขารู้สึกราวกับ “หัวใจสลาย” แม้จะดูเหมือนเป็นคำเปรียบเปรย แต่อาการหัวใจสลายมีจริง และสามารถเกิดขึ้นได้หลังจากความเครียดทางอารมณ์หรือทางกายภาพอย่างกะทันหัน ภาวะหัวใจสลายคืออะไร ? ภาวะหัวใจสลาย (Broken Heart Syndrome) มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Stress-induced Cardiomyopathy, Takotsubo Cardiomyopathy มีสาเหตุมาจากความเครียดทางร่างกายหรืออารมณ์อย่างกะทันหัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจของคุณอ่อนแอลงอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบจะทำให้เกิดความเสี่ยงของอาการหัวใจวาย คุณอาจคิดว่าตัวเองกำลังมีอาการหัวใจวายเนื่องจากภาวะหัวใจสลายและหัวใจวาย จะทำให้หายใจถี่และเจ็บหน้าอกเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มอาการภาวะหัวใจสลาย หลอดเลือดหัวใจไม่ได้อุดตันหรือหัวใจไม่ได้ถูกทำลายถาวร มักจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและสมบูรณ์ดังเดิม ใครเสี่ยงเป็นภาวะหัวใจสลาย ? ทางการแพทย์ระบุว่าภาวะหัวใจสลาย เกิดขึ้นในประมาณ 2% ของผู้ที่ไปพบแพทย์เนื่องจากสงสัยว่าตัวเองหัวใจวาย อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเชื่อว่าจำนวนเคสที่แท้จริงนั้นสูงกว่าจำนวนที่คาดไว้ เนื่องจากแพทย์มักไม่ตระหนักถึงอาการของภาวะหัวใจสลายมากนัก ภาวะหัวใจสลายส่วนใหญ่ส่งผลกระทบต่อผู้หญิง ซึ่งคิดเป็นประมาณ 88% ของผู้ป่วยที่ได้รับรายงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีแนวโน้มเป็นผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน ช่วงอายุเฉลี่ย 58 - 77 ปี เป็นไปได้ว่า ฮอร์โมนเอสโตรเจน ของเพศหญิงช่วยปกป้องหัวใจจากผลร้ายของฮอร์โมนที่ร่างกายปล่อยออกมาเพื่อตอบสนองต่อความเครียด เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงตามอายุ ผู้หญิงจึงอาจไวต่อผลกระทบของความเครียดอย่างกะทันหันมากขึ้น ปัจจัยเสี่ยงของกลุ่มอาการภาวะหัวใจสลาย ? ภาวะหัวใจสลายส่งผลต่อร่างกายอย่างไร…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 893 days ago
Read More05/05/2023
โอกาสสู่ความสำเร็จน้อยลง เพราะชอบพูดถึงตนเองในด้านลบ (Negative Self-Talk)
การคิดหรือวิจารณ์ตนเองไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะบางครั้งมันทำให้เรารู้เท่าทันอารมณ์ และการกระทำของตนเอง แต่หากความคิดนั้น ๆ ส่งผลด้านลบต่อชีวิตของคุณ คุณควรบอกลาการคิดในแง่ร้ายต่อตนเอง เพื่อเป็นแรงผลักดันให้ชีวิตคุณมีเรื่องดี ๆ เข้ามา พูดถึงตนเองในด้านลบ (Negative Self-Talk) การพูดถึงตนเองในด้านลบมีได้หลายรูปแบบ ซึ่งในบางครั้งอาจจะเป็นเรื่องที่มีเหตุผล เช่น ฉันไม่เก่งเรื่องนี้ ดังนั้นฉันต้องหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยของตนเอง หรือในบางครั้งอาจเป็นการประเมินสถานการณ์ของตนเอง เช่น ฉันไม่สามารถทำงานด้านนี้ได้ เพราะฉันไม่เก่งคณิตศาสตร์ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เกิดจากการจินตนาการที่มีพื้นฐานมาจากความกลัวของคุณที่คุณคิดไปก่อนที่จะได้ลงมือทำว่าตนเองทำไม่ได้ โดยปกติแล้วการพูดถึงตนเองในด้านลบ คือ บทสนทนาในใจที่คุณมักจะมองตนเองในแง่ร้าย และจำกัดความสามารถของตนเองอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากความไม่มั่นใจในตนเอง และมีส่วนทำให้คุณไม่มั่นใจในศักยภาพของตนเองมากขึ้นไปเรื่อย ๆ ดังนั้น การพูดถึงตนเองในด้านลบไม่เพียงแต่สร้างความเครียด แต่ยังบั่นทอนความสำเร็จในชีวิตคุณอีกด้วย ผลกระทบจากการพูดถึงตนเองในด้านลบ มีการศึกษาที่ระบุไว้ว่า การพูดถึงตนเองในด้านลบ การตำหนิ และการไม่เชื่อมั่นในตนเองนั้นมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงปัญหาสุขภาพจิตตามมา เพราะการจดจ่อกับความคิดเชิงลบอาจทำให้แรงจูงใจในการทำสิ่งต่าง ๆ ทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน เรื่องความรัก ลดลงได้อย่างไม่รู้ตัว อีกทั้งความสามารถในการมองเห็นโอกาสก้าวหน้าและแนวโน้มที่จะใช้ประโยชน์จากโอกาสเหล่านี้ลดลงด้วย ที่สำคัญหากคุณมักมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงตนเองในเชิงลบบ่อยครั้งมากขึ้น อาจเสี่ยงที่จะเป็นภาวะซึมเศร้าได้ บอกลาการพูดถึงตนเองในด้านลบ การที่คุณพูดถึงตนเองในเชิงลบจะนำพามาซึ่งความเครียด และอาจนำพลังลบมาสู่ชีวิตของคุณ ส่งผลถึงสภาพจิตใจและลดโอกาสความก้าวหน้าในชีวิตไปโดยปริยาย โดยวิธีที่จะช่วยลดการวิพากษ์วิจารณ์ตนเองในด้านลบมี ดังนี้ 1.รู้เท่าทันตนเองเมื่อคุณเริ่มพูดถึงตนเองในด้านลบ คุณควรต้องรู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1004 days ago
Read More02/05/2023
เป็นคนขี้เกียจจะประสบความสำเร็จได้ไหม ?
ขี้เกียจทำงานจัง…วันนี้ขี้เกียจไม่ออกกำลังกายดีกว่า….คนเราสามารถ ‘ขี้เกียจ’ ได้เป็นเรื่องปกติ แม้คุณอาจจะรู้สึกผิดในบางครั้งที่ตนเองไม่อยากทำอะไรเลย รู้สึกเหมือนชีวิตไร้ค่า แต่อย่าเพิ่งคิดแบบนั้นไป เพราะบางทีความขี้เกียจก็มีข้อดี ที่สำคัญคุณสามารถขี้เกียจแต่ประสบความสำเร็จได้! เทคนิคขี้เกียจอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ 1.ฝึกให้เป็นนิสัยมากกว่าบังคับตนเอง การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นเวลานานและมาจากการบังคับตนเอง แม้ว่าช่วงแรกคุณจะสามารถทำมันออกมาได้อย่างดีเยี่ยม แต่เมื่อเวลาผ่านไปคุณจะเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าและไม่อยากทำมันอีก ดังนั้น ให้คุณเปลี่ยนความคิดของตนเองจากสิ่งที่ต้องฝืนใจทำ หรือบังคับตนเองให้ต้องทำ ให้กลายเป็นนิสัยของคุณพร้อมกับคุ้นชินไปกับมัน เช่นเดียวกับคนที่ไม่มีระเบียบวินัยในตนเองหรือคนที่ขี้เกียจบ่อย ๆ ยกตัวอย่าง เรื่องการออกกำลังกาย สำหรับคนที่ไม่มีวินัยอาจจะทำ ๆ หยุด ๆ แต่หากคุณลองเปลี่ยนการออกกำลังกายให้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต และกลายเป็นนิสัยที่คุณต้องทำทุกวัน ก็จะทำให้คุณรู้สึกดี มีความสุขในการลุกขึ้นมาออกกำลังกายมากขึ้น หรือแม้แต่การแปรงฟัน เราทุกคนแปรงฟันทุกวันจนกลายเป็นนิสัย หากลองเอาเรื่องการออกกำลังกายมาเปรียบเทียบกับการแปรงฟันดู สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะกลายเป็นนิสัยและความเคยชินของคุณที่ต้องทำมันไปโดยปริยาย ดังนั้น แทนที่คุณจะใช้วิธีการบังคับตนเอง ให้มุ่งเน้นไปที่การสร้างนิสัยใหม่แทน 2.เลือก 3 สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำในแต่ละวัน คุณอาจจะเป็นคนที่มีหลากหลายหน้าที่การงานต้องรับผิดชอบ หรือมีภาระในแต่ละวันมากมาย นี่ไม่ใช่เรื่องผิดเพราะในบางครั้งอาจกลายเป็นเรื่องที่ดีที่คุณมีบทบาทหน้าที่หลายอย่าง แต่ใน 1 วัน หากคุณสามารถเลือกสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องทำมา 3 สิ่งได้ จะช่วยให้คุณจัดการตนเองและบรรลุเป้าหมายในแต่ละวันได้ง่ายขึ้น หากคุณไม่ระบุ 3 สิ่ง ที่คุณควรทำในแต่ละวัน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1007 days ago
Read More28/04/2023
ยิ่งใกล้กันยิ่งทำร้ายกัน! ทำไมเรามักทำร้ายจิตใจคนที่เรารัก
ทุกคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า ‘ความรักคือความเจ็บปวด’ สำหรับคนที่เคยเจอกับสถานการณ์ความรักไม่เป็นอย่างที่หวัง หรือคนรักปฏิบัติกับเราราวกับเป็น ‘ถังขยะเคลื่อนที่’ ไว้คอยระบายหรือโมโหใส่ก็คงจะเข้าใจประโยคนี้ดี ไม่ว่าจะความสัมพันธ์แบบครอบครัว คนรัก เพื่อนสนิท ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ยิ่งภาวะอารมณ์ต่าง ๆ ด้วยแล้ว หากสังเกตดูจะพบว่าส่วนใหญ่เรามักจะโมโห หรือทำร้ายบุคคลที่เราบอกว่า ‘รักมากที่สุด’ ในเมื่อ ‘รัก’ มากขนาดนี้ แต่ทำไมถึงยังอยากพูดจาทำร้ายจิตใจและทำร้ายความรู้สึกพวกเขากันนะ ? เรามักทำร้ายคนที่เรารักมากที่สุด เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงและมีงานวิจัยที่ยืนยันแล้วว่า คนเรามีแนวโน้มที่จะก้าวร้าวหรือทำร้ายจิตใจคนที่เรารักมากกว่าบุคคลอื่น! โดยการก้าวร้าวโดยตรง หรือการโมโหอย่างรุนแรงเรามักจะกระทำต่อคนใกล้ชิดอย่างคนในครอบครัว หรือคนรัก ขณะที่เพื่อนสนิทมักตกเป็นเป้าหมายของการถูกทำร้ายจิตใจทางอ้อมเสียมากกว่า เช่น การนินทาว่าร้าย การทำพฤติกรรมเฉยชาใส่ เป็นต้น ทำไมเราถึงกล้าทำร้ายคนที่เรารัก 1.ทำร้ายคนอื่นเพื่อลงโทษตัวเอง ทุกครั้งที่เราพูดจาหรือทำอะไรที่เป็นการทำให้คนที่เรารักเสียใจ สุดท้ายเราจะรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดตามมาเสมอ แต่ที่เรายังคงทำเช่นนี้อยู่ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความรู้สึกเบื้องลึกในจิตใจที่เราอาจจะคิดว่าตนเองไม่คู่ควรกับความรักที่ได้รับ ไม่คู่ควรที่จะมีความสุข ดังนั้น เราจึงทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อเป็นบ่อนทำลายตนเองและความสุขในชีวิต ในกรณีเช่นนี้มีแนวโน้มที่จะทำลายตนเองในด้านอื่น ๆ ของชีวิต ไม่ใช่แค่เรื่องความสัมพันธ์เท่านั้น 2.ปกป้องความรู้สึกของตนเอง ในความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดอย่างคนรัก เราอาจทำร้ายอีกฝ่ายหนึ่งก่อนที่พวกเขาจะทำร้ายเรา เพื่อให้เรามีอำนาจเหนือกว่าในการควบคุมความสัมพันธ์ นี่คือความพยายามที่จะปกป้องตนเองจากการถูกทำร้ายก่อนที่เราจะเป็นฝ่ายถูกกระทำให้เสียความรู้สึกก่อน หรืออีกทางหนึ่งเราอาจทำร้ายอีกฝ่ายเพราะเขาทำร้ายเราก่อน เพื่อให้เราสามารถควบคุมความรู้สึกของตนเองได้อีกครั้งโดยการรู้สึกว่าได้ตอบโต้และได้รับความเจ็บปวดอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งการกระทำเช่นนี้ในไม่ช้าจะกลายเป็นความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ 3.รู้สึกปลอดภัยในความสัมพันธ์ ยิ่งความสัมพันธ์ใกล้ชิด…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1011 days ago
Read More28/04/2023
‘Infused Water’ น้ำหมักผลไม้ มีประโยชน์ต่อร่างกาย ?
เราทราบกันอยู่แล้วว่าการดื่มน้ำมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน ขณะที่บางคนอาจจะไม่ชอบการดื่มน้ำเปล่า แต่จะชอบน้ำดื่มที่มีรสชาติแทน ที่ผ่านมามีกระแสการหันมาดื่ม Infused Water หรือ น้ำหมักผลไม้ เพราะช่วยเพิ่มรสชาติของน้ำให้มีความอร่อยมากขึ้น รวมถึงเชื่อว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายในหลาย ๆ ด้าน ทั้งช่วยกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย และช่วยลดน้ำหนักได้! Infused Water คือ ? Infused Water คือ น้ำหมักผลไม้ หรือบางคนอาจเรียกว่า ‘น้ำดีท็อกซ์’ โดยเป็นการผสมน้ำเปล่ากับผลไม้ ผัก หรือสมุนไพรสด ซึ่งคุณสามารถทำเองที่บ้านได้ และเลือกใช้ผัก ผลไม้ และสมุนไพรที่คุณชื่นชอบ หรือเลือกตามสรรพคุณของผัก ผลไม้นั้น ๆ ได้เอง น้ำหมักผลไม้จะมีแคลอรีน้อยมาก เนื่องจากทำโดยการผสมรสชาติมากกว่าการคั้นน้ำหรือปั่นที่มักจะผสมสารให้ความหวานเข้าไป และน้ำหมักผลไม้ก็มักถูกแนะนำในแผนการลดน้ำหนักอีกด้วย วิธีทำน้ำหมักผลไม้ การทำน้ำหมักผลไม้ที่บ้านนั้นง่ายมาก สิ่งที่คุณต้องมีคือน้ำเปล่า ผัก ผลไม้ และสมุนไพร เพียงแค่นำส่วนผสมเติมลงในแก้วน้ำร้อนหรือน้ำเย็นขึ้นอยู่กับความชอบ ยิ่งคุณใช้ส่วนผสมมากเท่าไหร่รสชาติก็จะยิ่งเข้มข้นขึ้นเท่านั้น หรือหากคุณกำลังทำเครื่องดื่มเย็น ๆ คุณสามารถนำน้ำหมักผลไม้ทิ้งไว้ในตู้เย็นเป็นเวลา 1-12 ชั่วโมง เพื่อให้ได้รสชาติมากขึ้น โดยสูตรผสมน้ำหมักผลไม้ที่เป็นที่นิยม ได้เแก่ น้ำหมักผลไม้กับประโยชน์ด้านสุขภาพ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1011 days ago
Read More26/04/2023
อันตรายจากการแคะหู เสี่ยงแก้วหูทะลุสูญเสียการได้ยินถาวร!
ความเข้าใจผิดทั่วไปของผู้คนเกี่ยวกับการทำความสะอาดหู นั่นคือการใช้สำลีก้าน หรือ คอตตอนบัด แต่แท้จริงแล้วบรรจุภัณฑ์ของสำลีส่วนใหญ่ระบุว่าผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้มีไว้สำหรับกำจัดขี้หู ที่สำคัญแพทย์แนะนำว่าอย่าใส่อะไรที่มีขนาดเล็กเข้าไปในหู ดังนั้น การใช้คอตตอนบัดอาจไม่ปลอดภัยและอาจเป็นอันตรายต่อหูของคุณได้! ทำไมคนเราถึงมี ‘ขี้หู’ ขี้หู ช่วยให้หูของคุณมีน้ำหล่อลื่นและป้องกันไม่ให้น้ำเข้าไปในช่องหูของคุณ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งสกปรกและแบคทีเรียเข้าไปในหูของคุณด้วย โดยขี้หูจะคลายตัวและหลุดออกจากหูของคุณตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไป ดังนั้น โดยทั่วไปแล้วจึงไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการต้องแคะหูหรือปั่นหูเพื่อเอาขี้หูออก ทำไมต้องเอาขี้หูออก? ในบางคนอาจจำเป็นต้องเอาขี้หูออกหากมีขี้หูสะสมมากเกินไป หรือที่เรียกว่า ขี้หูอุดตัน มักเกิดกับผู้ที่ใส่เครื่องช่วยฟังทุกวัน ใส่ที่อุดหูทุกคืน หรือมีขี้หูสะสมเร็วกว่าคนทั่วไป โดยขี้หูที่สะสมอาจส่งผลต่อการได้ยินและทำให้เกิดความเจ็บปวด ดังนั้น การกำจัดขี้หูด้วยวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ อันตรายจากการใช้คอตตอนบัดแคะหู หากคุณนำสำลีก้าน หรือคอตตอนบัดมาแคะหูเพื่อหวังจะเอาขี้หูออกมา วิธีนี้อาจส่งผลเสียต่อหูของคุณดังนี้ อย่างที่บอกไปว่า ขี้หูของคนเราจะหลุดออกไปเองโดยธรรมชาติ ดังนั้น หากคุณยังใช้คอตตอนบัดแคะหูบ่อย ๆ หรือปั่นหูแรง ๆ ก็อาจเสี่ยงทำให้แก้วหูทะลุอันตรายถึงขั้นสูญเสียการได้ยินถาวร เคล็ดลับในการกำจัดขี้หูอย่างปลอดภัย 1.อย่าใช้วัตถุขนาดเล็กในการทำความสะอาดหูของคุณ อย่างที่ได้บอกไว้ตอนต้นว่า แพทย์ไม่แนะนำให้ใช้สิ่งที่มีขนาดเล็กในการทำความสะอาดหู เหตุผล คือ วัตถุขนาดเล็กแม้แต่ของกึ่งนุ่ม เช่น คอตตอนบัดก็สามารถทิ่มแทงแก้วหูของคุณได้อย่างง่ายดาย 2.ให้แพทย์เป็นผู้จัดการเอาขี้หูที่สะสมมากเกินไปออก วิธีกำจัดขี้หูที่ปลอดภัยที่สุดคือให้แพทย์เป็นผู้ทำให้ ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จะรู้วิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการกำจัดสิ่งอุดตันต่าง ๆ และมีเครื่องมือที่ถูกต้องปลอดภัย นอกจากนี้ หากคุณมีคำถามใด ๆ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1013 days ago
Read More21/04/2023
ยิ่งกินยิ่งร้อน! อาหารและเครื่องดื่มที่ควรเลี่ยงช่วงฤดูร้อน
อากาศช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย ไม่เคยทำให้ผิดหวัง! ความร้อนที่เรียกได้ว่าแทบจะแผดเผาทำให้ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศบรรเทาความร้อนกันจนค่าไฟพุ่งไม่หยุด แต่รู้หรือไม่ว่าอาหารหรือเครื่องดื่มที่คุณกินในแต่ละวันอาจมีส่วนทำให้เกิดความร้อนในร่างกายได้ มาดูกันว่าอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงช่วงหน้าร้อน เพราะอาจเสี่ยงต่อสุขภาพและยิ่งกินยิ่งร้อน มีอะไรบ้าง 1.เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ มีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ และเมื่อคุณดื่มเครื่องดื่มพวกนี้มากในช่วงหน้าร้อนก็ยิ่งทำให้ร่างกายขับน้ำออกมาทางปัสสาวะมากขึ้น ซึ่งคุณจะต้องดื่มน้ำเพื่อทดแทนน้ำที่เสียไป อีกทั้ง คาเฟอีนยังทำให้รู้สึกใจสั่น ยิ่งถ้าอยู่ท่ามกลางอากาศร้อนหรือออกไปกลางแจ้งอาจเกิดอาการช็อกได้ 2.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีฤทธิ์ทำให้เส้นเลือดฝอยที่อยู่ใต้ชั้นผิวหนังขยายตัว ทำให้ร่างกายระบายความร้อนออกมา มีส่วนทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำผิดปกติ อีกทั้งแอลกอฮอล์ยังมีฤทธิ์ในการกระตุ้นหัวใจให้สูบฉีดเลือดเร็วขึ้น ทำให้ความดันโลหิตสูง อาจทำให้ช็อกหรือเสียชีวิตได้ ดังนั้น แอลกอฮอล์จึงเป็นเครื่องดื่มที่ควรเลี่ยงในช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าวเช่นนี้ 3.ขนมหวาน แม้ว่าขนมหวานน่าจะช่วยทำให้คุณรู้สึกดี หรือมีชีวิตชีวาขึ้นในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ แต่ขนมหวานจำพวกที่มีส่วนผสมของกะทิ เป็นขนมที่คุณต้องระมัดระวัง เพราะในช่วงหน้าร้อนแบบนี้จะทำให้กะทิบูดได้ง่ายขึ้น เสี่ยงต่อการท้องเสีย ท้องร่วง และอาหารเป็นพิษได้ ขณะเดียวกันขนมประเภทอื่นที่มีรสหวานจัด ยังทำให้ร่างกายของคุณรู้สึกร้อนขึ้นมาหลังจากกินเสร็จด้วย นั่นเป็นเพราะเมื่อร่างกายของเรามีการเผลาผลาญน้ำตาลในปริมาณมาก ก็จะสร้างความร้อนขึ้นมา ทำให้ร่างกายรู้สึกร้อนมากขึ้นนั่นเอง 4.น้ำอัดลม แม้ว่าคุณจะรู้สึกกระหายอยากดื่มน้ำอัดลมเพื่อเพิ่มความสดชื่นมากแค่ไหน แต่ก็ต้องเตือนตัวเองว่าควรจะดื่มแต่พอประมาณเท่านั้น เพราะน้ำอัดลมเป็นเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง และไม่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ยิ่งคุณดื่มน้ำอัดลมมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้คุณรู้สึกหิวน้ำมากขึ้นเท่านั้น แถมเสี่ยงที่ร่างกายจะได้รับน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไปด้วย 5.อาหารรสเค็ม อาหารที่มีรสชาติเค็มจัด จะทำให้ไตทำงานหนัก ซึ่งปกติแล้วในช่วงหน้าร้อนไตจะทำงานหนักเพื่อสงวนน้ำไว้ในร่างกาย ยิ่งคุณกินอาหารที่มีการใส่เกลือ หรือซอสเพิ่มความเค็มเข้าไป…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1018 days ago
Read More21/04/2023
รีบเช็กด่วน! รู้หรือไม่ ของใช้ในบ้านมีวันหมดอายุ
ปกติแล้วหากไม่ใช่เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย คนเรามักจะไม่ค่อยซื้อของใหม่ ๆ มากนัก เพราะเข้าใจว่าของใช้ต่าง ๆ ควรเปลี่ยนก็ต่อเมื่อพังหรือสึกหรอ แต่ในความเป็นจริงแล้วของใช้โดยเฉพาะของใช้ในบ้านต่างมีอายุการใช้งานของมัน หากคุณไม่เปลี่ยนหรือใช้ของเก่าเป็นเวลานานอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และเป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณได้ 10 ของใช้ในบ้านที่ควรเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ ของใช้ในบ้านถือว่าเป็นสิ่งของที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ เพราะบ้านถือพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด และเป็นสถานที่พักผ่อนของทุกคน ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ก็ควรเป็นสิ่งที่สะอาดปลอดภัย ที่สำคัญต้องไม่ทำให้สุขภาพของคุณพัง โดยของใช้ในบ้านที่ควรเปลี่ยนอย่างเป็นประจำ มีดังนี้ 1.ฟองน้ำล้างจาน ฟองน้ำล้างจานเป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรียชั้นดี ยิ่งถ้าคุณเป็นคนที่ต้องล้างจานบ่อย ๆ ยิ่งต้องเปลี่ยนฟองน้ำล้างจาน โดยให้พยายามเปลี่ยนฟองน้ำทุก ๆ 2-8 สัปดาห์ หรือตามความถี่ในการใช้งาน 2.เครื่องสำอาง หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าเครื่องสำอางที่เราใช้กันนั้นมีวันหมดอายุ เช่น เครื่องสำอางที่ใช้สำหรับบริเวณรอบ ๆ ดวงตาอย่าง มาสคาร่า อายไลเนอร์ ควรจะเปลี่ยนทุก ๆ 3 เดือน เพื่อหลีกเลี่ยงการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่อาจทำให้เกิดการติดเชื้อรอบดวงตาได้ ในส่วนของอายแชโดว์ รองพื้น บลัชออน และบรอนเซอร์ ควรจะเปลี่ยนใหม่หลังจากที่ใช้อันเดิมผ่านมาแล้ว 2 ปี ส่วนเครื่องสำอางชนิดน้ำหรือครีมจะอยู่ได้ประมาณ 1 ปี …ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1018 days ago
Read More21/04/2023
ฝันร้ายอาจสร้างแผลในใจ..มาหยุดฝันร้ายด้วยตนเอง!
เชื่อว่าทุกคนเคย ‘ฝันร้าย’ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้คุณต้องสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก ในบางครั้งความฝันนั้น ๆ กลับสร้างความกังวลใจให้คุณจนถึงขั้นนอนไม่หลับ และหากเกิดขึ้นบ่อย ๆ อาจกลายเป็นแผลในใจของคุณได้ โดยปกติแล้วฝันร้ายจะพบได้บ่อยในวัยเด็ก แต่สำหรับผู้ใหญ่ 50-85% พบว่าฝันร้ายเป็นครั้งคราวเท่านั้น ฝันร้าย คือ ความฝันที่สมจริง และน่าวิตกกังวล โดยทั่วไปมักจะเกี่ยวกับเรื่องภัยคุกคามต่อการอยู่รอดหรือความปลอดภัย ซึ่งมักทำให้เกิดอารมณ์วิตกกังวล หรือหวาดกลัว นักจิตวิทยาด้านการนอนหลับและสุขภาพในแมนฮัตตันกล่าวว่า “ความฝันมักจะรวมเอาสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างวันเข้าด้วยกัน และฝันร้ายคือความพยายามของจิตใจในการทำความเข้าใจกับเหตุการณ์เหล่านี้ โดยการเล่นภาพซ้ำระหว่างการนอนหลับ” หากคุณฝันร้ายมากกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ อาจทำให้เกิดความลำบากหรือความบกพร่องในที่ทำงาน ที่สำคัญยังเชื่อมโยงกับอาการนอนไม่หลับ ภาวะซึมเศร้า พฤติกรรมคิดสั้น โรคหัวใจ และโรคอ้วน อีกด้วย 9 วิธีหยุดฝันร้าย 1.กำหนดกิจวัตรการนอนหลับให้มีประสิทธิภาพ ฝันร้าย เกิดขึ้นช่วงที่กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการรักษาปัญหาฝันร้ายในผู้ใหญ่ คือการทำให้ตนเองนอนหลับสนิทมากขึ้น โดยกิจวัตรการนอนหลับที่ดีสามารถทำได้โดยการออกกำลังกาย ตั้งเวลานอนและตื่นให้สม่ำเสมอ ดูแลให้ห้องของคุณมืดและเย็น หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่กระตุ้นให้นอนไม่หลับ และทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย เมื่อคุณนอนหลับได้อย่างสนิทและเป็นช่วงเวลา จะช่วยลดปัญหาฝันร้ายลงได้ 2.ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการกระสับกระส่าย และตื่นตลอดทั้งคืน ซึ่งอาจทำให้คุณฝันร้ายได้เช่นกัน แม้ว่าผู้คนจำนวนมากจะใช้แอลกอฮอล์เพื่อผ่อนคลาย และรู้สึกง่วงนอนหลังดื่ม แต่ความจริงแล้วนี่ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1018 days ago
Read More19/04/2023
เพราะทุกวันคือรันเวย์! การแต่งกายที่ดีช่วยสร้างความน่าเชื่อถือได้
การแต่งกายมีความสำคัญต่อเราในหลาย ๆ ด้าน สังเกตว่าการแต่งกายในแต่ละช่วงวัยก็จะแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นวัยเรียนไปจนถึงวัยทำงาน นั่นก็เพราะการแต่งกายในแต่ละบทบาท แต่ละช่วงวัยต่างส่งผลต่อภาพลักษณ์ และความสัมพันธ์ต่อผู้คนในสังคมทั้งสิ้น ในบางครั้งการแต่งกายยังส่งผลต่ออารมณ์ของผู้สวมใส่เองด้วย สำหรับบางคนเสื้อผ้าเป็นของที่ไว้ใช้งานเท่านั้น และไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับเทรนด์หรือแฟชั่นอะไร แต่อย่างไรก็ตามสำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว เสื้อผ้าเปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงออกถึงตัวตนของตนเองที่โดดเด่นกว่าคนอื่น ๆ และยังเป็นหนทางในการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตนเองอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่คุณเลือกใส่ไปทำงาน หรือแม้แต่ชุดนอนที่สบายที่สุดเวลาที่คุณใส่อยู่บ้าน ต่างส่งผลต่อหลายด้านในชีวิตของคุณ มีอะไรบ้างมาดูกัน! แต่งกายดีมีชัยไปกว่าครึ่ง! ต้องบอกก่อนเลยว่าการแต่งกายดีในที่นี้หมายถึงการแต่งกายอย่างถูกกาลเทศะ ให้เกียรติสถานที่ และเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับรูปร่าง บทบาทหน้าที่ของตนเอง ไม่จำเป็นต้องเป็นเสื้อผ้าราคาแพงแต่ขอให้เหมาะกับคุณเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว เพราะการแต่งกายที่ดีเป็นอีกหนึ่งเส้นทางนำสิ่งดี ๆ มาสู่ชีวิตของคุณได้ ดังนี้ 1.สร้างความน่าเชื่อถือให้ตนเอง การที่บุคคลหนึ่งจะเชื่อหรือไว้วางใจใครสักคน การแต่งกายด้วยชุดหรือเครื่องแบบความเชี่ยวชาญนั้น ๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญ ยกตัวอย่างง่าย ๆ นักแสดงในโฆษณาที่พูดถึงยาประเภทหนึ่ง หากนักแสดงสวมใส่เสื้อกาวน์สีขาว ผู้ชมก็จะเข้าใจและเชื่อว่านักแสดงคนนั้นเป็นตัวแทนของหมอ และเกิดความเชื่อถือในสินค้าหรือยาประเภทนั้นมากขึ้น หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องสวมชุดในเครื่องแบบ ก็จะดูน่าเชื่อถือไปโดยอัตโนมัติ 2.สร้างความประทับใจแรกเจอ การที่บุคคลอื่นจะประเมินความมั่นใจ หรือความสามารถของคุณ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าบางครั้งก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราสวมใส่ ยิ่งกว่านั้นความประทับใจแรกเจอจะเกิดขึ้นภายใน 2-3 วินาทีแรกของการพบกัน นั่นหมายความว่าเพียงแค่มองคร่าว ๆ ผู้คนก็จะประเมินคุณไปหลายทิศทาง และการแต่งกายก็เป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินคนในช่วงแรก ดังนั้น จงตระหนักว่าการแต่งกายของคุณอาจกำลังสื่อถึงภาพลักษณ์…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1020 days ago
Read More18/04/2023
หน้าร้อนก็มีข้อดี! อย่ากลัวที่จะออกไปมีความสุขกับแสงแดด
ช่วงที่ผ่านมาเราจะได้ยินเกี่ยวกับเรื่องโรคภัยช่วงหน้าร้อนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ จนหลายคนอาจเกิดความรู้สึกกลัวหน้าร้อน ไม่ชอบ และไม่อยากออกไปไหน แต่ความจริงแล้วทุกฤดูกาลต่างมีข้อดี-ข้อเสียที่แตกต่างกันไป และหน้าร้อนเองก็มีข้อดีทั้งต่อร่างกายและสภาพจิตใจที่คุณอาจไม่เคยคิดมาก่อน ทำไมฤดูร้อนถึงมีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ จะเห็นว่าในช่วงหน้าร้อนมีวันหยุดยาวหลาย ๆ วัน ให้คุณได้ออกไปท่องเที่ยวพักสมองจากเรื่องเครียด ๆ และเปิดโอกาสให้คุณได้ทำอะไรที่หลากหลาย บางคนอาจจะหันมาฟิตร่างกายเพื่อเตรียมอวดหุ่นในชุดว่ายน้ำ หรือบางคนอาจจะหันไปว่ายน้ำ เล่นกีฬาเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น และเมื่อเราได้มีโอกาสดูแลร่างกาย มอบความสุขให้ตนเอง สุขภาพจิตของเราก็จะดีตามไปด้วยเช่นกัน ประโยชน์ของฤดูร้อน 1.ดื่มน้ำมากขึ้น การดื่มน้ำมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ช่วยเรื่องผิวพรรณให้ชุ่มชื้น ช่วยลดความหิว เป็นต้น ปกติแล้วคนเราควรดื่มน้ำให้ได้ประมาณ 2-3 ลิตรต่อวัน แต่สำหรับบางคนการดื่มน้ำอาจเป็นเรื่องที่ยาก และในช่วงหน้าร้อนนี่เองที่จะทำให้การดื่มน้ำของคุณง่ายมากขึ้น เพราะคุณจะรู้สึกกระหายน้ำโดยธรรมชาติ เนื่องจากอากาศที่ร้อนอบอ้าว รวมไปถึงเมื่อร่างกายเสียเหงื่อมากขึ้น ก็จะต้องการน้ำดื่มเย็น ๆ มาสร้างความสดชื่น ดังนั้น ในช่วงหน้าร้อนนี้จะทำให้ร่างกายของคุณได้ดื่มน้ำมากกว่าปกติ และช่วยส่งเสริมเรื่องสุขภาพของคุณให้ดีขึ้นด้วย 2.ได้รับวิตามินดีจากแสงแดด วิตามินดีมีประโยชน์ในการช่วยดูดซึมแคลเซียมที่จำเป็นต่อกระดูก ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก และป้องกันโรคกระดูกพรุนได้ นอกจากนี้ ยังช่วยควบคุมความดันโลหิต และลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ เป็นต้น โดยปกติแล้ววิตามินดีสามารถพบได้ตามธรรมชาติจากรังสีอัลตราไวโอเลต-บี (UVB) ของดวงอาทิตย์ แต่หลายคนอาจไม่ได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอ เนื่องจากอาจใช้ชีวิตอยู่ในที่ร่มเป็นส่วนใหญ่ แต่ในฤดูร้อนนี้ทุกคนจะได้รับวิตามินดีมากขึ้น…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1021 days ago
Read More11/04/2023
สงกรานต์นั่งรถนานระวังเมื่อย! แนะนำ 6 ท่ายืดกล้ามเนื้อบนรถ
สำหรับใครที่มีแพลนเดินทางไกลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังมาถึงนี้ คงเตรียมตัวเตรียมใจที่จะเจอกับการจราจรที่ติดขัดกันอยู่แล้ว และยิ่งขับรถหรือนั่งรถนาน ๆ ยิ่งทำให้เกิดอาการเมื่อยล้าได้ง่าย วันนี้ Hack for Health เลยอยากแนะนำท่ายืดกล้ามเนื้อง่าย ๆ ระหว่างอยู่บนรถ ช่วงรถติดสามารถทำตามได้สบาย! 1.ท่าบริหารคอ เอียงซ้าย-ขวา เริ่มต้นกันที่ท่าแรกเป็นท่าบริหารช่วงคอ คนที่นั่งขับรถต้องเพ่งสายตาดูท้องถนนเป็นระยะเวลานานนอกจากจะรู้สึกดวงตาล้าแล้ว ยังทำให้รู้สึกปวดที่บริเวณคอ บ่า ไหล่ ได้ โดยท่าบริหารคอท่าแรกที่เราแนะนำ นั่นคือ ท่าเอียงคอซ้าย-ขวา มีวิธีทำดังนี้ 2.ท่าบริหารคอ เงยและก้มหน้า อีกหนึ่งท่าที่ช่วยบริหารความปวดเมื่อยบริเวณต้นคอที่สามารถทำตามง่าย ๆ ก็คือ ท่าเงยและก้มหน้า โดยท่านี้จะต้องทำอย่างช้า ๆ ไม่อย่างนั้นจากที่จะรู้สึกผ่อนคลายอาจทำให้รู้สึกเวียนหัวขึ้นมาได้ โดยวิธีทำมีดังนี้ 3.ท่ายืดกล้ามเนื้อด้านข้างลำตัว การนั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน จะทำให้คุณรู้สึกเมื่อยล้าช่วงลำตัว หากปล่อยไว้นานเมื่อถึงเวลาต้องลุกขึ้นเดินอาจเกิดอาการปวดล้าที่รุนแรงได้ โดยท่ายืดกล้ามเนื้อด้านข้างลำตัว มีวิธีดังนี้ 4.ท่าบริหารหลังแบบก้มตัว ปัญหาปวดหลังเป็นปัญหาที่หลายคนเจอ ต่อให้ไม่ได้นั่งรถนาน ๆ ก็เป็นบ่อยอยู่แล้ว ยิ่งต้องมานั่งรถเดินทางไกลแบบนี้อาการปวดหลังก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น โดยวิธีการยืดบรรเทาความเมื่อยล้าบริเวณหลัง มีวิธีดังนี้ 5.ท่าบริหารหลังแบบบิดตัว อีกท่าที่ช่วยในการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ และบรรเทาความรู้สึกเมื่อยล้าบริเวณหลังได้ นั่นคือการนั่งบิดตัวไปทางด้านข้าง โดยมีวิธีการดังนี้ 6.ท่าบริหารบ่า…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1028 days ago
Read More10/04/2023
9 ไอเทมสำคัญ พกติดตัวช่วงหน้าร้อน
ช่วงฤดูร้อนของประเทศไทย เป็นที่รู้กันว่าอากาศทั้งร้อนอบอ้าว และแดดแรงถึงขั้นแสบผิวเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นหน้าร้อนเมืองไทยก็มีข้อดีเหมาะแก่การท่องเที่ยวทะเล ชมชายหาดสวย ๆ แถมยังเป็นโอกาสในการหยิบเสื้อผ้าสีสันสดใสมาใส่ได้อยากชิค ๆ อีกด้วย หลายคนอาจจะเพลิดเพลินกับหน้าร้อน แต่สิ่งสำคัญที่คุณไม่ควรลืมนั่นคือการดูแลและปกป้องผิวของตนเอง รวมไปถึงการหาอุปกรณ์คลายร้อนเพื่อท่องเที่ยวช่วงหน้าร้อนได้อย่างสนุกสนานเต็มที่ วันนี้ Hack for Health เลยหยิบยกไอเทมเด็ดที่ควรพกติดตัว โดยเฉพาะช่วงเทศกาลที่ต้องเดินทางไกล มีพกติดตัวไว้อุ่นใจแน่นอน! 1.ครีมกันแดด หนึ่งไอเทมที่ไม่ว่าจะฤดูไหนก็ต้องหมั่นใช้อย่างเป็นประจำนั่นก็คือ ครีมกันแดด แต่ในช่วงหน้าร้อนที่แดดแรงกว่าปกติ ต้องหมั่นทาซ้ำหลาย ๆ รอบ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่หลายคนอาจจะออกไปเล่นน้ำสนุกสนาน ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF เพียงพอต่อการปกป้องผิวหน้าและผิวกาย นอกจากนี้ ควรทาซ้ำในทุก ๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้ครีมกันแดดได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะหากคุณไม่ให้ความสำคัญกับครีมกันแดดนอกจากจะเสี่ยงผิวไหม้แล้ว คนที่ตากแดดจัด ๆ เป็นเวลานานหลายวัน อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาได้ 2.พัดลมพกพา พัดลมพกพาเรียกได้ว่าช่วยบรรเทาความร้อนอบอ้าวได้เป็นอย่างดี เพราะคุณสามารถพกติดตัวและหยิบนำมาใช้ได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนที่คุณรู้สึกร้อนอบอ้าว หายใจไม่ออก และต้องอยู่ในสถานที่ที่อากาศไม่ถ่ายเท รับรองว่าพัดลมพกพาแม้จะจิ๋วแต่ความเย็นที่ได้ไม่ธรรมดาแน่นอน เพราะฉะนั้นช่วงหน้าร้อนแบบนี้พัดลมพกพาจึงเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว 3.แว่นตากันแดด แว่นตากันแดดไม่เพียงแต่เป็นไอเทมสำหรับเสริมให้การแต่งกายของคุณดูดี หรือเป็นพร็อบในการถ่ายรูปเท่านั้น แต่คุณสมบัติที่แท้จริงของแว่นกันแดดนั่นคือ ปกป้องดวงตาจากแสงแดด แต่ทั้งนี้แว่นกันแดดที่ขายอยู่ตามท้องตลาดในปัจจุบันมีทั้งแว่นแฟชันที่ไม่สามารถกันแดดได้จริง…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1029 days ago
Read More07/04/2023
อย่าเพิ่งดีใจ! น้ำหนักลดแบบไม่มีสาเหตุอาจเป็นอาการโรคร้าย
การลดน้ำหนักเป็นเรื่องยากสำหรับใครหลายคน แต่หากวันใดวันหนึ่งจู่ ๆ น้ำหนักของคุณก็ลดลงอย่างไม่มีสาเหตุ ทั้งที่คุณไม่ได้อยู่ในช่วงลดน้ำหนัก อย่าเพิ่งดีใจไป! เพราะการที่น้ำหนักลดลงเรื่อย ๆ อาจส่งผลร้ายมากกว่าผลดี สำหรับการประเมินทางการแพทย์เกี่ยวกับการน้ำหนักลดแบบไม่มีสาเหตุ และเข้าข่ายผิดปกตินั้น จะต้องลดมากกว่า 5% ในเวลา 6-12 เดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยผู้ใหญ่ เช่น การน้ำหนักลด 5% ในคนที่หนัก 72 กิโลกรัม คือ 3.6 กิโลกรัม หรือในคนที่หนัก 90 กิโลกรัม จะอยู่ที่ 4.5 กิโลกรัม เป็นต้น โดยปกติแล้วน้ำหนักของคนเราจะขึ้นอยู่กับปริมาณแคลอรีที่ได้รับในแต่ละวัน รวมถึงระดับกิจกรรม ภาวะสุขภาพ และการดูดซับสารอาหารของแต่ละคน นอกจากนี้ ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมก็อาจมีบทบาทในการเพิ่มหรือน้ำหนักลดได้เช่นกัน แต่หากคุณน้ำหนักลดลงอย่างไม่มีสาเหตุ คุณไม่ได้ควบคุมอาหาร ไม่ได้ไดเอท ไม่ได้ออกกำลังกายใด ๆ อาจบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพหรือโรคร้ายได้ เช่น 1.สูญเสียกล้ามเนื้อ การสูญเสียกล้ามเนื้ออาจทำให้น้ำหนักลดลงอย่างคาดไม่ถึง อาการที่สำคัญคือกล้ามเนื้ออ่อนแรง แขนขาข้างหนึ่งของคุณอาจดูเล็กกว่าอีกข้างหนึ่ง ร่างกายของคนเราประกอบด้วยมวลไขมัน และมวลปราศจากไขมัน ซึ่งรวมถึงกล้ามเนื้อ กระดูก และน้ำ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1032 days ago
Read More06/04/2023
วันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน แต่ทำไมตอนกลางคืนถึงนอนไม่หลับ ?
ตอนเช้าง่วงนอนแทบตาย ต้องหากาแฟมาดื่มเพื่อให้ร่างกายตื่นตัว แต่พอถึงเวลากลับบ้านไปนอนตอนกลางคืนทีไรทำไมถึงนอนไม่หลับทั้งที่เหนื่อยล้ามาทั้งวัน อยากพักเอนกายสบาย ๆ ข่มตานอนเท่าไหร่ก็ไม่หลับสักที สุดท้ายก็กลับไปง่วงนอนตอนเช้าวันถัดมาเหมือนเดิม… สำหรับคนที่มีอาการตามที่กล่าวมา คุณอาจจะคิดว่าวิธีการที่จะทำให้คุณนอนหลับได้นั้นคงต้องพึ่งพายานอนหลับซะแล้ว แต่ก่อนที่คุณจะหันไปพึ่งยานอนหลับ Hack for Health จะพาคุณไปสำรวจตนเองเบื้องต้นว่าปัจจับอะไรที่ทำให้คุณกลายเป็นคนที่นอนหลับยาก และหาวิธีรักษาอาการเหล่านี้ด้วยตนเอง! การนอนไม่หลับคืออะไร ? การนอนไม่หลับ คือการที่ร่างกายไม่สามารถนอนหลับได้อย่างปกติ ทำให้การนอนหลับไม่สดชื่นหรือนอนหลับไม่สนิท และเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยมาก ส่งผลต่อพลังงาน อารมณ์ และความสามารถในการทำงานของคุณในระหว่างวัน ที่สำคัญการนอนไม่หลับเรื้อรังอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้ เนื่องจากคนแต่ละคนต้องการปริมาณการนอนหลับที่แตกต่างกัน การนอนไม่หลับจึงจะกำหนดจากคุณภาพการนอนหลับ และความรู้สึกของคุณหลังจากตื่นนอน ไม่ใช่จำนวนชั่วโมงที่คุณนอนหลับ หรือหลับเร็วแค่ไหน แม้ว่าคุณจะใช้เวลา 8 ชั่วโมงต่อคืนในการนอน แต่ถ้าคุณรู้สึกง่วงและเหนื่อยล้าในระหว่างวัน คุณอาจกำลังประสบกับปัญหาเรื่องการนอนอยู่ แม้ว่าอาการนอนไม่หลับจะเป็นปัญหาการนอนหลับที่พบได้บ่อยที่สุด แต่ก็ไม่ใช่ความผิดปกติของการนอนเพียงอย่างเดียว อาจจะเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การดื่มคาเฟอีนมากเกินไปในระหว่างวัน หรือความเครียดก็มีส่วนทำให้นอนไม่หลับเช่นกัน อาการนอนไม่หลับสามารถรักษาให้หายได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งหมอหรือหันไปพึ่งยานอนหลับ แต่คุณต้องจัดการกับสาเหตุที่แท้จริง และทำการเปลี่ยนแปลงนิสัยประจำวัน รวมถึงสภาพแวดล้อมในการนอนของคุณ เพื่อให้การนอนของคุณกลับมาเป็นปกติและมีประสิทธิภาพอีกครั้ง อาการของคนหลับยาก คุณอาจจะคิดว่าตนเองมีการนอนหลับที่ดีตลอดทั้งคืน แต่ความจริงแล้วบางทีคุณอาจจะประสบปัญหาการนอนไม่หลับ หรือนอนอย่างไม่มีประสิทธิภาพอยู่ก็เป็นได้ ลองเช็กอาการของตนเองว่าคุณมีอาการดังต่อไปนี้หรือไม่ สาเหตุของอาการนอนไม่หลับ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1033 days ago
Read More31/03/2023
กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม! รู้สึกหิวตลอดเวลา หรือนี่คือวิถีคนอ้วน ?
หากคุณรู้สึกหิว ท้องร้อง ร่างกายต้องการอาหารตลอดเวลาคุณอาจจะคิดว่านี่คงเป็น 'วิถีคนอ้วน' หรือเปล่านะ แต่ความจริงแล้วความหิวอาจเป็นสัญญาณบางอย่างเกี่ยวกับร่างกายของคุณ ‘ความหิว’ เป็นสัญญาณตามธรรมชาติของร่างกายว่าต้องการอาหารมากขึ้น เมื่อคุณหิวท้องคุณก็จะร้องเป็นเรื่องปกติ หรือคุณอาจจะรู้สึกหิวจนปวดหัว ตามมาด้วยความรู้สึกหงุดหงิด และไม่มีสมาธิทำอะไรตามมา สาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกหิวตลอดเวลา 1.กินโปรตีนไม่เพียงพอ การกินอาหารที่มีโปรตีนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการควบคุมความอยากอาหาร เพราะโปรตีนมีคุณสมบัติในการช่วยลดความหิว ซึ่งอาจช่วยให้คุณบริโภคแคลอรีน้อยลงโดยอัตโนมัติ และช่วยลดระดับฮอร์โมนที่กระตุ้นความหิว หากคุณกินโปรตีนไม่เพียงพอก็จะทำให้คุณรู้สึกหิวได้บ่อย ๆ โดยมีรายงานว่าผู้ที่กินโปรตีนในปริมาณที่สูงกว่าจะรู้สึกอิ่มตลอดทั้งวัน และมีความคิดถึงเรื่องเกี่ยวกับอาหารน้อยลง ดังนั้น ในทุกมื้ออาหารจึงควรมีอาหารที่ให้โปรตีนสูง เช่น เนื้อ ไก่ ปลา และไข่ รวมถึงอาหารจากพืชบางชนิด เช่น พืชตระกูลถั่ว เมล็ดพืช และเมล็ดธัญพืช เป็นต้น 2.นอนหลับไม่เพียงพอ การนอนหลับให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสุขภาพของคุณ และเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงานของสมองและระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ การนอนให้เพียงพอยังลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยเรื้อรังต่าง ๆ รวมถึงโรคหัวใจและมะเร็งด้วย ที่สำคัญคือ การนอนหลับให้เพียงพอเป็นปัจจัยหนึ่งในการควบคุมความอยากอาหาร เนื่องจากจะช่วยควบคุมฮอร์โมนเกรลิน (ghrelin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนกระตุ้นความอยากอาหาร การอดนอนจะทำให้ระดับฮอร์โมนเกรลินสูงขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณรู้สึกหิวมากขึ้นเมื่ออดนอนนั่นเอง นอกจากนี้ การนอนหลับให้เพียงพอยังช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเลปตินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกอิ่มอีกด้วย 3.กินคาร์โบไฮเดรตขัดสีหรือแป้งขัดสีมากเกินไป เนื่องจากคาร์โบไฮเดรตขัดสี หรือแป้งขัดสีมีใยอาหารน้อย กระเพาะของคุณจึงย่อยอาหารอย่างรวดเร็ว…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1039 days ago
Read MorePR Partners
See All02/02/2026
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 13 hours ago
ททท. จับมือ Reignwood ดึงแข้งระดับโลกมาดวลกอล์ฟ ใน Reignwood Icons of Football 2026
ใครจะไปคิดว่าเราจะได้เห็นภาพนี้ในไทย ! สำหรับการแข่งขันกอล์ฟครั้งประวัติศาสตร์ที่รวมตำนานนักเตะระดับโลกมาดวลกอล์ฟกัน ณ สนาม Robinswood Golf Club เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กับ รายการ Reignwood Icons of Football 2026 ปรากฏการณ์นี้เป็นผลงานจากความร่วมมือกันระหว่างทาง เรนวูด กรุ๊ป ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น World Class Event & Sport Tourism Destination โดยการแข่งขันครั้งนี้เป็นแบบแมตช์เพลย์29/01/2026
ไฮเออร์ (Haier) พลิกโฉมเซ็นทรัลเวิลด์ ส่ง “เครื่องซักผ้า 3 ถัง” ระดับ Champion ลงสนามปี 69
เมื่อยักษ์ใหญ่เบอร์ 1 ของโลกอย่าง ไฮเออร์ (Haier) ที่ครองแชมป์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่อเนื่อง 17 ปีซ้อน ไม่ได้มาเล่น ๆ แต่กำลังจะเปลี่ยน "งานบ้าน" ให้เป็น "ไลฟ์สไตล์ระดับแชมป์" ทางไฮเออร์ตั้งเป้าสู่การเป็น Global Lifestyle Brand อย่างเต็มรูปแบบในปีนี้ เริ่มต้นปีด้วยการเล่นใหญ่ผ่านแฟลกชิปอีเวนต์ ‘Champion Your Haier Life ไฮเออร์ เปิดโหมดแชมป์ให้กับชีวิต’ ป็อปอัพสโตร์ระดับโลกมาแลนดิ้งใจกลางกรุงเทพฯ ณ ลานด้านหน้า CentralwOlrd เป็นครั้งแรก ในงานนี้ ไฮเออร์ได้ชูโรงผลิตภัณฑ์กลุ่ม Champion-Grade โดยเฉพาะนวัตกรรมเครื่องซักผ้าที่จะมาเปลี่ยนการซักผ้าแบบเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่าง Triple-Drum รวบตึงการซัก 3 ถังในรอบเดียว ตอบโจทย์ชีวิตที่เร่งรีบด้วยเครื่องซักผ้าที่สามารถซักผ้าหลากหลายรูปแบบพร้อมกันได้ในเครื่องเดียว ไม่ต้องรอคิวซักทีละถัง L+ Series จบ ครบ ทั้งซักและอบ ถังซักขนาดใหญ่ถึง 607 มิลลิเมตร โปรแกรมซักอัตโนมัติ 20 รูปแบบ และโหมดขจัดคราบเฉพาะทางมากถึง 26…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More29/01/2026
อว. จับมือ NetDragon – EDA ปั้น “สะพานอัจฉริยะ” พลิกโฉมเด็กไทยสู่ยอดฝีมือ AI แห่งยุคดิจิทัล
ทิศทางของ 'เด็กไทย' ผู้เป็นอนาคตของชาติในยุค AI จะเป็นแบบไหน ผู้ใหญ่ในประเทศก็มีส่วนสำคัญที่จะสนับสนุนและปูทางให้กับพวกเขา ล่าสุด กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ประกาศยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญร่วมกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง NetDragon และ บริษัท EDA (Thailand) ในการขับเคลื่อนประเทศไทยผ่านนวัตกรรม AI ภายใต้แนวคิดการสร้างระบบนิเวศ Learning-to-Career เพื่อผลักดันให้นักศึกษาไทยก้าวข้ามขีดจำกัดด้านการเรียนรู้ สู่การเป็นบุคลากรคุณภาพที่ตลาดแรงงานทั่วโลกต้องการในยุค AI ไม่ว่าจะเป็น ภายในงาน ดร. พิมพ์พร ชีวานันท์ เลขานุการ รมว.อว. ได้ชี้ให้เห็นว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า ทักษะการทำงานจะเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล กระทรวงฯ จึงเร่งเดินหน้าแผน Re-skill และ Up-skill เพื่อลดช่องว่างทางทักษะและยกระดับความสามารถในการแข่งขันของคนไทย ด้าน ดร. พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวง อว. ระบุว่าปัจจุบันได้นำร่องหลักสูตร AI ในมหาวิทยาลัยแล้ว 6 แห่ง และเตรียมขยายผลไปยังสถาบันกว่า 250…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 4 days ago
Read More17/01/2026
มุมมองผู้นำยุคใหม่ของ “ศุภชัย เจียรวนนท์” เมื่อการเติบโตของธุรกิจ ต้องตอบโจทย์ระดับประเทศ
ในบริบทที่เศรษฐกิจโลกผันผวน เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และการแข่งขันขยายสู่ระดับโลก บทบาทของผู้นำองค์กรในวันนี้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ หากแต่เชื่อมโยงกับการมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างศักยภาพการพัฒนาประเทศในระยะยาว หนึ่งในบุคคลที่ถูกจับตามองในฐานะผู้นำภาคเอกชนที่เข้ามามีบทบาทต่อโจทย์ระดับประเทศ คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ซึ่งมองบทบาทขององค์กรธุรกิจไกลกว่าการสร้างผลประกอบการ แต่คือการเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญในการวางรากฐานเชิงโครงสร้างให้กับประเทศในระยะยาว จากโจทย์ยากของประเทศ สู่การลงมือทำของภาคเอกชน แนวคิดสำคัญที่สะท้อนผ่านการขับเคลื่อนของคุณศุภชัย คือ หากประเทศไทยต้องการเติบโตในเศรษฐกิจยุคใหม่ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลต้องแข็งแรงก่อนเป็นอันดับแรก ภายใต้วิสัยทัศน์นี้ กลุ่มทรู ซึ่งอยู่ภายใต้เครือซีพี จึงไม่ได้จำกัดบทบาทไว้เพียงผู้ให้บริการเครือข่าย แต่ขยายสู่การวาง Telecom Infrastructure แบบครบวงจร ตั้งแต่การปูพรม 5G ไปจนถึงการยกระดับ True IDC สู่ Data Center ระดับสากล โครงสร้างเหล่านี้ถูกวางให้เป็นฐานรองรับ Big Data, Cloud และ AI ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ เทคโนโลยีในมุมของคุณศุภชัย ต้อง “สร้างโอกาส” ไม่ใช่แค่สร้างมูลค่า อีกหนึ่งมิติที่สะท้อนวิธีคิดของคุณศุภชัย คือการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง ความสำเร็จของ TrueMoney ซึ่งเป็น Wallet รายแรกของไทย และ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 16 days ago
Read More





























