Tags
| วิทยาศาสตร์
19/08/2026
ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 45 days ago
คิดงานไม่ออก ลองเข้าห้องน้ำดู ! วิจัยพบการอึอาจช่วยให้สมองคิดได้เร็วขึ้น
คิดงานไม่ออกเหรอ ลองเข้าห้องน้ำดู ! เพราะงานวิจัยจาก University of Taipei ที่ตีพิมพ์ใน Sports Medicine and Health Science ได้ลองเอาเรื่องนี้มาทดสอบกันจริงจัง โดยเขาตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงระหว่าง ลำไส้ตรงกับการทำงานด้านการคิดและการตัดสินใจของสมอง หรือที่เรียกว่า rectum-brain connection พบว่ากลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบได้เร็วขึ้นหลังจากขับถ่าย โดยนักวิจัยเอานักไตรกีฬาระดับสูงจำนวน 13 คน มาทดลองให้ทำแบบทดสอบ โดยให้แต่ละคนผ่านการทดสอบ 3 รูปแบบด้วยกัน 1) ทำแบบทดสอบโดยที่ยังไม่ได้ขับถ่าย 2) ขับถ่ายตามปกติ แล้วทำแบบทดสอบ และ 3) ขับถ่ายหลังได้รับ Magnesium Oxide แล้วค่อยทำแบบทดสอบ จากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมงหลังการขับถ่าย นักกีฬาทั้งหมดต้องทำ Stroop Color-Word Test หรือแบบทดสอบที่ใช้ดูความสามารถในการจดจ่อ ควบคุมการตอบสนอง และประมวลผลข้อมูลที่มีสิ่งรบกวน โดยวัดกันตรง ๆ ว่าใครใช้เวลาทำแบบทดสอบน้อยกว่ากัน และผลที่ออกมาคือ…คนที่ขับถ่ายใช้เวลาทำแบบทดสอบน้อยลง โดยตอนยังไม่ได้ขับถ่าย ใช้เวลาเฉลี่ย 27.1…19/06/2026
นักวิทย์ใช้ “แมลงวันหัวเขียว” เป็นสายลับ ! ติดตามโรคระบาดในสัตว์ป่า ไม่ง้อ AI
อะไรใหม่ ๆ ของวงการติดตามโรคภัยให้สัตว์เลยก็ว่าได้ กับการเฝ้าระวังโรคระบาดร้ายแรงในสัตว์ป่า เช่น ไข้หวัดนก อีโบลา หรือแอนแทรกซ์ มักเผชิญกับอุปสรรคใหญ่หลวง และนักวิทยาศาสตร์มักทราบข่าวก็ต่อเมื่อพบเห็นสัตว์ล้มตายเป็นจำนวนมากแล้ว การบุกป่าฝ่าดงเข้าไปเก็บตัวอย่างเลือดหรือสารคัดหลั่งนั้นเสี่ยงอันตราย มีต้นทุนสูงมาก อีกทั้งยังเป็นการรบกวนสัตว์ป่าโดยไม่จำเป็น แต่ปัจจุบัน เทคโนโลยีล้ำสมัยที่เรียกว่า 'iDNA' (Invertebrate-derived DNA) ได้เปลี่ยนวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาส ด้วยการเปลี่ยนแมลงที่คนทั่วไปมองว่าน่ารังเกียจอย่าง 'แมลงวันหัวเขียว' ให้กลายเป็น 'แมลงวันสายลับ' หรือ 'โดรนชีวภาพ' เทคโนโลยี iDNA ตามธรรมชาติแมลงวันหัวเขียวมักจะบินตอมซากสัตว์ อุจจาระ และบาดแผลเพื่อหาอาหารและวางไข่ พฤติกรรมนี้เองที่ทำให้พวกมันเก็บเอาสารพันธุกรรม (DNA/RNA) รวมถึงเชื้อโรคต่าง ๆ ทั้งไวรัสและแบคทีเรีย ติดตัวและสะสมอยู่ในระบบทางเดินอาหาร นักวิจัยจึงเพียงแค่วางกับดักจับแมลงวันเหล่านี้ นำมาสกัดสารพันธุกรรมในห้องปฏิบัติการเพื่อวิเคราะห์ดูว่า ในป่าบริเวณนั้นมีสัตว์ป่าชนิดใดอาศัยอยู่บ้าง และสัตว์ในป่ากำลังเผชิญกับโรคระบาดอะไร โดยที่นักวิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต้องลงไปติดตามตัวสัตว์ป่าจริง ๆ เลย จากห้องทดลองสู่การลงพื้นที่จริง ในอดีตแมลงวันหัวเขียวมักถูกใช้ประโยชน์ในงานนิติวิทยาศาสตร์เพื่อหาระยะเวลาการเสียชีวิตจากศพ แต่ ดร. แชริตี้ โอวิงส์ (Charity Owings) ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเทนเนสซีและนักสำรวจจาก National Geographic ได้ร่วมกับทีมงาน…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 106 days ago
Read More02/06/2026
คนไทยทำได้ ! ส่งแล็บจิ๋วทดสอบการไหล TIGER-X ขึ้นสถานีอวกาศ ISS คุมตรงจากกรุงเทพฯ สำเร็จครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ครั้งก่อนเราได้เล่าถึงโปรเจกต์ TIGERS-X (Thailand Innovative G-Force Varied Emulsification Research for Space Exploration) ของไทย ที่เพิ่งเดินทางไปกับยานดรากอน (Dragon) ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 และไปถึงสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ความน่าสนใจต่อจากนั้นอยู่ตรงที่ เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 เวลา 22.10 น. (ตามเวลาประเทศไทย) นักบินอวกาศโซฟี อาเดโนต์ (Sophie Adenot) จากองค์การอวกาศยุโรป ได้ติดตั้งชุดการทดลองของไทยเข้ากับแพลตฟอร์มไอซ์คิวบส์ (ICE Cubes Facility) บนสถานีอวกาศเป็นที่เรียบร้อย และในคืนเดียวกันนั้นเอง ตอนเวลา 23.38 น. ทีมวิจัยไทยภาคพื้นดินก็สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ด้วยการสื่อสารและเชื่อมต่อสัญญาณตรงจาก ศูนย์ควบคุมภารกิจ ณ คณะแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพมหานคร…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 123 days ago
Read More29/05/2026
ทำไมถึงเรียก Blue Moon ทั้งที่ไม่ใช่สีน้ำเงิน แล้วทำไมต้อง Micro Blue Moon ด้วย ?
คืนวันที่ 31 พฤษภาคม 2026 นี้ บนท้องฟ้าจะเกิดปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่น่าสนใจและไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ นั่นคือการมาเยือนของ "ไมโครบลูมูน" (Micro Blue Moon) ดวงจันทร์เต็มดวงครั้งที่สองของเดือนที่มีขนาดเล็กที่สุดในรอบปี หลายคนได้ยินชื่อนี้แล้วอาจจะสงสัยว่า คืนนั้นเราจะได้เห็นพระจันทร์กลายเป็นสีน้ำเงิน หรือสีน้ำเงินครามหรือเปล่า ? แล้วคำว่า "ไมโคร" มันจะเล็กแค่ไหนกันแน่ ? เรามาไขข้อข้องใจแบบเข้าใจง่าย ๆ ไปพร้อมกัน ทำไมเรียกว่า บลูมูน (Blue Moon) ทั้งที่ไม่ใช่สีน้ำเงิน ? คำตอบแบบสั้นที่สุดคือ "มันเป็นแค่ชื่อเรียกเชิงปฏิทิน ไม่ใช่สีของดวงจันทร์" ในคืนวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ พระจันทร์จะยังคงเป็นสีเหลืองนวล หรือสีขาวเงินเหมือนที่เราคุ้นเคยตามปกติ ไม่ได้เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่ได้ชื่อว่า บลูมูน มีที่มาจากความลักลั่นระหว่างปฏิทินที่เราใช้กับรอบโคจรของดวงจันทร์ ความแตกต่างตรงนี้ทำให้ใน 1 ปี มักจะมีดวงจันทร์เต็มดวง 12 ครั้ง (เดือนละครั้ง) แต่จะมีความล้ำเหลื่อมสะสมไปเรื่อย ๆ จนทำให้ทุก ๆ 2-3 ปี…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 127 days ago
Read More05/02/2024
ไขความลับดีเอ็นเอของค้างคาวเพื่อการรักษาเบาหวานในมนุษย์
ค้างคาวผลไม้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่หากินในเวลากลางคืน โดยอาหารหลักของค้างคาวชนิดนี้ คือ ผลไม้ตามชื่อของมัน ซึ่งผลไม้เป็นอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงมาก แต่นักวิทยาศาสตร์กลับไม่พบว่าค้างคาวผลไม้ที่กินผลไม้เป็นอาหารหลักนั้นเกิดโรคเบาหวาน น้ำตาลอาจเรียกได้ว่าเป็นยาเสพติด และยาพิษที่ถูกกฎหมาย และได้รับความนิยมทั่วโลก เพราะการศึกษาพบว่ามนุษย์สามารถเสพติดน้ำตาลได้จริง แถมการได้รับน้ำตาลมากเกินไปยังส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ตั้งแต่ไม่รุนแรงไปจนถึงระดับภัยพิบัติทางสุขภาพ อย่างฟันผุ โรคอ้วน ความเครียด ปัญหาผิว โรคหัวใจ และโรคอื่นมากมาย แต่ที่ขาดไปไม่ได้ คือ โรคเบาหวาน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคเบาหวานที่เกิดขึ้นได้เมื่อเราได้รับน้ำตาลปริมาณมากต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยที่ร่างกายจะเริ่มตอบสนองต่ออินซูลิน (Insulin) ฮอร์โมนที่ช่วยเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดให้กลายเป็นพลังงานได้น้อยลง จนร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินได้อย่างเพียงพอ และต้องใช้ยารักษาโรคเบาหวาน แต่จะดีแค่ไหน ถ้าคุณ และเราสามารถบริโภคน้ำตาลได้มากขึ้นโดยที่ไม่มีผลกระทบตามมา ไขความลับดีเอ็นเอของค้างคาวเพื่อการรักษาเบาหวานในอนาคต ทีมนักวิทยาศาสตร์เลยต้องการไขความลับว่ากลไกอะไรที่ซ่อนอยู่ในดีเอ็นเอของค้างคาวผลไม้ที่ทำให้พวกมันสามารถกินน้ำตาลได้แบบไม่อั้นโดยที่ไม่เป็นโรคเบาหวาน ในขณะที่มนุษย์ป่วยด้วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพิ่มมากขึ้นทั่วโลกราวกับเป็นโรคติดต่อทั้งที่ไม่ใช่ก็ตาม ปัจจุบันมนุษย์ราว 530 ล้านคนป่วยด้วยโรคเบาหวาน และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งสร้างผลกระทบทั้งในด้านสุขภาพ ชีวิตความเป็นอยู่ ไปจนถึงค่ารักษาพยาบาลทั้งในระดับบุคคล และระดับประเทศ ผลลัพธ์วิวัฒนาการต้านโรคเบาหวานจากค้างคาวผลไม้ การศึกษาดีเอ็นเอ และกลไกในการจัดการกับน้ำตาลของค้างคาวผลไม้อาจเป็นการค้นพบที่ช่วยกู้วิกฤตสุขภาพจากการหลงใหลในน้ำตาลของมนุษย์ให้กลับมาเป็นปกติ จากการศึกษาตับอ่อนของค้างคาวผลไม้ ซึ่งเป็นส่วนที่ผลิตอินซูลินพบว่าตับอ่อนของค้างคาวผลไม้มีเซลล์ผลิตอินซูลินมากกว่ากว่าค้างคาวที่กินแมลงเป็นอาหาร ทั้งยังมีเซลล์ผลิตกลูคากอน (Glucagon) ที่มีส่วนในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ค้างคาวผลไม้สามารถนำน้ำตาลในเลือดที่ได้จากการกินผลไม้ไปใช้พลังงานได้มากกว่า นอกจากนี้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 971 days ago
Read More22/01/2024
นักวิทยาศาสตร์เตรียมทดสอบยาโรคหัวใจตัวแรกของโลกที่มาจากพิษแมงมุม
ปกติแมงมุม หรือสัตว์มีพิษต่าง ๆ ดูเป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายกับมนุษย์ แต่ในหลายครั้งที่ความกระหายใครรู้ของมนุษย์ ประกอบกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้เปลี่ยนขั้วของพิษร้ายที่อันตรายถึงชีวิตให้กลายมาเป็นยารักษาโรค ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ค้นพบว่าพิษจากของแมงมุมใยกรวยแห่งเกาะเกอริ (K'gari funnel-web spider) ประเทศออสเตรเลียมีคุณสมบัติในการรักษาโรคหัวใจ จากการศึกษาก่อนหน้า นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบสารเคมี Hi1a ในพิษของแมงมุมใยกรวยชนิดนี้ว่ามีฤทธิ์ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอาการหัวใจวาย รวมถึงโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งในการศึกษาครั้งใหม่ที่ทดสอบในเซลล์ทดลอง และสัตว์ทดลองก็พบว่า Hi1a มีฤทธิ์ในการป้องกันโรคหัวใจได้เทียบเท่ากับยารักษาโรคหัวใจอีกชนิดหนึ่งที่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากทำให้เกิดผลข้างเคียงในมนุษย์ จากการทดสอบในเซลล์ทดลอง สารจากพิษของแมงมุมชนิดนี้ออกฤทธิ์เฉพาะบริเวณที่หัวใจเสียหายจากโรคหัวใจ โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ปกติที่ไม่ได้รับความเสียหาย รวมถึงช่วยลดความเสียหาย และอัตราการตายของเซลล์หัวใจ และสมองจากการขาดออกซิเจน ที่เป็นผลจากการขาดเลือดไปเลี้ยง ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้ของโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง อาจเป็นไปได้ว่าจะช่วยภาวะแทรกซ้อน และอัตราการเสียชีวิตจากโรคเหล่านี้ ปัจจุบันการศึกษาในการใช้สาร Hi1a จากพิษของแมงมมุมใยกรวยแห่งเกาะเกอริในการรักษาโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองยังคงอยู่ระหว่างการทดสอบในสัตว์ และเปลี่ยนผ่านไปสู่การทดสอบในมนุษย์ ซึ่งอาจต้องอาศัยเวลาอีกสักระยะเพื่อให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไก ประโยชน์ และผลกระทบของสารชนิดนี้ในมนุษย์อย่างถ่องแท้ ก่อนจะนำมาผลิตเป็นยา หากยาจากพิษของแมงมุมชนิดนี้สำเร็จ จะเป็นยารักษาโรคหัวใจจากแมงมุมชนิดแรกของโลก โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่มีคนป่วยเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก การค้นพบครั้งนี้จึงอาจช่วยเพิ่มตัวเลือกในการรักษาโรคหัวใจที่มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยโรคเหล่านี้ได้ ที่มา: Sciencedailyภูษิต เรืองอุดมกิจ | 985 days ago
Read More12/01/2024
ค้นพบดีเอ็นเอโบราณที่เป็นต้นตอของโรคยุคปัจจุบัน
กลุ่มนักวิจัยในโครงการการศึกษาดีเอ็นเอโบราณขนาดใหญ่ได้ค้นพบข้อมูลใหม่ที่สามารถอธิบายที่มาของโรคทางระบบประสาทในเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในยุคปัจจุบัน อย่างโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis) และโรคอัลไซเมอร์ได้ ทีมนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญจำนวนกว่า 175 คนได้ร่วมกันศึกษาดีเอ็นเอจากกระดูก และฟันของมนุษย์โบราณทั่วทวีปยูเรเซียจำนวนกว่า 5,000 ชิ้นจากพิพิธภัณฑ์ในแต่ละประสาท ซึ่งแต่ละชิ้นมาจากแต่ละยุคสมัยต่างกัน ตั้งแต่สมัยยุคกลาง (ค.ศ. 500-1,500) ย้อนกลับไปถึง 34,000 ปีในช่วงยุคหินเก่า แล้วนำข้อมูลดีเอ็นเอที่พบมาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของมนุษย์ยุคปัจจุบันจำนวน 400,000 คน จนพบความเป็นไปได้ที่บ่งบอกว่าโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง และโรคอัลไซเมอร์ได้เป็นผลจากการวิวัฒนาการเพื่อรับมือกับเชื้อโรคในยุคโบราณที่มาจากสัตว์ โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็งจัดเป็นหนึ่งในโรคภูมิคุ้มกันผิดปกติชนิดหนึ่งที่ระบบภูมิคุ้มกันจะโจมตีปลอกประสาท และเส้นประสาทจนทำให้เกิดการอักเสบ ส่งผลต่ออวัยวะหลายระบบ ทั้งสมอง ดวงตา การกลืนอาหาร ลำไส้ กล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาได้ และเป็นต่อเนื่องกันตลอดชีวิต สมมติฐานของนักวิจัยคาดว่าที่ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีปลอกประสาทเป็นผลมาจากดีเอ็นเอโบราณชนิดหนึ่งที่มนุษย์ในอดีตนั้นวิวัฒนาการมาเพื่อจัดการกับเชื้อโรคบางชนิด เพราะการดำเนินชีวิตในสมัยโบราณ มนุษย์ทั่วโลกนั้นอยู่อาศัยแบบชนเผ่าเร่ร่อนที่ใช้ชีวิตด้วยการเก็บของป่า ล่าสัตว์ และเลี้ยงสัตว์ ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อโรค ร่างกายจึงพัฒนาภูมิคุ้มกันนี้ขึ้นมาเพื่อป้องกันร่างกาย โดยผลการเปรียบเทียบดีเอ็นเอของมนุษย์โบราณกับมนุษย์ยุคปัจจุบันพบว่า มนุษย์ยุคปัจจุบันมีร่างกายที่อ่อนแอกว่า ซึ่งดีเอ็นเอในการต่อต้านเชื้อโรคที่สืบทอดมานี้จึงอาจส่งผลให้เกิดอาการด้านภูมิคุ้มกัน และการโจมตีเซลล์ของร่างกายจนเกิดการอักเสบขึ้นได้ กลุ่มนักวิจัยคาดว่าดีเอ็นเอโบราณนี้เป็นของกลุ่มยัมนายา (Yamnaya) ชนเผ่าเร่ร่อนในแถบยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ไปจนถึงแถบเอเชียกลางในอดีต เพราะจากการศึกษาเชิงประวัติศาสตร์พบว่าชาวยัมนายาเป็นชนเผ่าที่เริ่มขี่ม้าเป็นกลุ่มแรก ที่มีการเลี้ยงสัตว์ และล่าสัตว์เพื่อดำรงชีวิต โดยนักวิจัยก็คาดว่าชนเผ่านี้วิวัฒนาการภูมิคุ้มกันขึ้นเพื่อป้องกันเชื้อโรคที่มีสัตว์เลี้ยง อย่างแกะ และวัวเป็นพาหะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 995 days ago
Read More08/01/2024
ทำไมฉี่ต้องสีเหลือง กับคำตอบที่นักวิทยาศาสตร์ก็เพิ่งรู้เหมือนกัน
ฉี่หรือปัสสาวะเป็นของเสียจากร่างกายที่มีสีเหลือง เหลืองอ่อน เหลืองเข้ม หรือบางทีก็ใส แม้จะเป็นของเสียพื้นฐานที่นักวิทยาศาสตร์ และแพทย์รู้ว่ามันมีส่วนประกอบของอะไรบ้าง แล้วถ้าฉี่มีสีที่เปลี่ยนไปสามารถบอกได้ถึงโรคอะไรบ้าง แต่คำตอบที่แท้จริงว่าทำไมฉี่ถึงเป็นสีเหลืองยังคงปริศนาค้างคาใจบรรดานักวิทยาศาสตร์มาอย่างยาวนาน ทั้งที่เป็นเรื่องพื้นฐานที่องค์ความรู้วิทยาศาสตร์น่าจะไปถึงนานแล้ว จนกระทั่งเมื่อต้นปี 2024 นักวิทยาศาสตร์ได้พบคำตอบที่แท้จริงว่าทำไมฉี่ถึงสีเหลือง โดยเขาพบว่าเป็นผลมาจากเอนไซม์ที่ชื่อบิลิรูบินรีดักเตส (Bilirubin Reductase) ที่ถูกผลิตจากแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญเข้าใจเพียงว่าสีเหลืองจากฉี่เป็นผลมาจากการกำจัดเซลล์เม็ดเลือดแดงเมื่อเซลล์หมดอายุขัย และนำไปกำจัดผ่านไต และทำให้เกิดสารบิลิรูบิน (Bilirubin) ที่มีส้มเหลืองขึ้น และส่งไปยังลำไส้ที่มีแบคทีเรียอยู่ หลังจากนั้นแบคทีเรียในลำไส้จะย่อยสลายสารนี้จนกลายเป็นสารสีเหลืองที่ทำให้ฉี่ของเรากลายเป็นสีเหลือง ชื่อว่า ยูโรบิลิน (Urobilin) ถึงอย่างนั้น ชนิดของแบคทีเรียในลำไส้ที่ทำหน้าที่แยกสารสีเหลืองนี้ออกมาก็ยังคงเป็นปริศนาสำหรับนักวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การค้นพบเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งประตูสำคัญที่จะทำให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าใจกลไกการทำงานของร่างกายมากขึ้น และช่วยสร้างองค์ความรู้สุขภาพที่เกี่ยวข้องกับระบบขับถ่าย อย่างความสัมพันธ์ของฉี่ ไต ลำไส้ แบคทีเรียในลำไส้ที่ส่งผลต่อปัญหาสุขภาพ อย่างโรคดีซ่านที่ทำให้เกิดผู้ป่วยตัวเหลือง ตาเหลือง รวมถึงโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ทีมนักวิจัยได้ตรวจสอบแบคทีเรียในลำไส้ของผู้ใหญ่สุขภาพดีจำนวน 1,801 คน เพื่อหายีนแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสีในฉี่ และพบว่า 99.9 เปอร์เซ็นต์ของคนที่เข้าร่วมการศึกษานี้มีแบคทีเรียในลำไส้ที่ทำให้เกิดสีเหลืองในฉี่ เลยยืนยันได้ว่าที่ฉี่ของเราเป็นสีเหลือง ส่วนหนึ่งนั้นมีกลไกมาจากการทำงานของแบคทีเรียในลำไส้ ส่วนคนที่เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และเด็กทารกที่มีอาการดีซ่านจำนวนหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์พบว่าร่างกายขาดยีนของแบคทีเรียที่จะช่วยเปลี่ยนสารบิลิรูบินให้กลายเป็นสารสีเหลือง และขับออกมากับฉี่ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพเหล่านั้นขึ้น กล่าวโดยสรุปคือนักวิทยาศาสตร์พบอีกหนึ่งกลไกที่ทำให้ฉี่กลายเป็นสีเหลือง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 999 days ago
Read More04/08/2023
Pareidolia ปรากฏการณ์สมองที่ทำให้หลายคนเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติ (มีภาพ)
‘ก้อนเมฆก้อนนั้นเหมือนยีราฟเลยอะ’ ‘ต้นไม้ต้นนั้นเหมือนคนเลยเนอะ’ วลีเหล่านี้มักปรากฏขึ้นเมื่อใครบางคนสังเกตเห็นวัตถุที่มีลักษณะคล้ายกับสิ่งมีชีวิต ซึ่งปรากฏการณ์นี้เรียกว่า ‘Pareidolia’ (แพริโดเลีย) Pareidolia เป็นกลไกตามธรรมชาติของสมองที่เชื่อมโยงภาพที่เราเห็นไปเทียบคลังของความทรงจำและกระบวนการคิดของเราแบบอัตโนมัติ และตีความออกมาเป็นผลลัพธ์ว่าอันนั้นเหมือนสิ่งนี้ สิ่งนี้เหมือนสิ่งโน้น โดยคนบางส่วนเชื่อว่าวิวัฒนาการของสมองสร้างกลไกนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นสัญชาติในการเอาตัวรอดจากอันตรายตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ Para = ขนาน หรือ เทียบเคียง, Eidolon = รูปทรง หรือ รูปร่าง Pareidolia = การเทียบเคียงระหว่าง 2 สิ่งที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกัน ปรากฏการณ์ Pareidolia ถูกนำมาใช้อธิบายเรื่องราวของมนุษย์ได้อย่างน่าสนใจ เพราะปรากฏการณ์นี้อาจทำให้สมองของเราสร้างความจริงเกี่ยวกับการเห็นใบหน้าของคนที่ฝังอยู่ในต้นไม้ วิญญาณในรูปถ่าย ปีศาจที่มุมห้อง หมู่ดาวบนท้องฟ้าที่ดูเหมือนตาชั่งหรือสิงโต กระต่ายในพระจันทร์ ตลอดจนสุนัขชิวาวาที่อยู่ในคุกกี้และคัปเค้ก นอกจากนี้ Pareidolia ไม่ได้เกิดขึ้นกับภาพที่ตาเห็นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสิ่งที่คนเราได้ยินด้วย อย่างคนที่ได้ยินเสียงเด็กทารกร้อง ทั้งที่เป็นเสียงแมว หรือเสียงลมพัดใบไม้ที่ฟังหวีดหวิวยามค่ำคืนอาจถูกสมองตีความเป็นเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณผีผู้หญิง มนุษย์อาจใช้ประโยชน์ของ Pareidolia ในแง่ของการสร้างจินตนาการเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ หรือทำให้รู้สึกกลัวเมื่อเข้าไปในที่ที่ดูไม่ปลอดภัย ซึ่งอาจช่วยชีวิตเราได้ อย่างการเข้าไปในป่า หรือที่มืด ๆ ที่อาจมีสัตว์ป่า หรือสัตว์มีพิษซ่อนอยู่ไม่ใช่ผีหรือวิญญาณแต่อย่างใด ไปจนกระทั่งเอามาสร้างภาพตลกบนโลกออนไลน์ นอกจากนี้ เคยมีการประมูลขนมปังปิ้งที่มีรอยไหม้คล้ายกับพระแม่มารีในราคา…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1156 days ago
Read More18/06/2023
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโลกของเราถูกหลุมดำดูดเข้าไป!?
เมื่อโลกเข้าใกล้หลุมดำ เวลาจะเดินช้าลง และวัตถุจะถูกยืดออกเป็นรูปทรงคล้ายเส้นสปาเกตตี หรือต่อให้โลกจะรอดพ้นจาก 'การกลายเป็นสปาเกตตี (spaghettification)' โลกก็จะถูกผูกมัดกับภาวะเอกฐาน (singularity) ทำให้มันถูกเผามอดไหม้ด้วยแรงดันและอุณหภูมิที่สูงจากแรงโน้มถ่วงที่มากจนไม่อาจหยั่งถึงภควัต ขจิตวิชยานุกูล | 1203 days ago
Read More22/05/2023
เด็กไทยผงาด! คว้าชัยในเวทีการแข่งขันประกวดโครงงานวิทย์ฯ ระดับโลก REGENERON ISEF 2023
ทีมเด็กไทย สร้างชื่อให้ประเทศไทย คว้ารางวัลสุดยอดนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ Regeneron Young Scientist Awards รางวัลใหญ่เวทีโลก รับเงินรางวัลมูลค่ารวมมากกว่า 1.7 ล้านบาท พร้อมคว้าอันดับ 1 รางวัล Grand Award สาขาสัตวศาสตร์ ในเวทีการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมสำหรับเยาวชน ระดับโลก REGENERON ISEF 2023 เฉือนคู่แข่งจาก 63 ประเทศ แถมทีมเยาวชนไทยคว้าอีก 8 รางวัลบนเวทีระดับโลก รวม 10 รางวัล มูลค่ารางวัลรวมทั้งสิ้น 66,500 เหรียญสหรัฐฯ งานดังกล่าวจัดขึ้นโดย Society for Science & the Public ณ เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ในระหว่างวันที่ 13-19 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมาสรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1230 days ago
Read More19/05/2023
ทีมวิจัย สวทช. โชว์ โปรแกรม ‘วิเคราะห์เลือกคู่ผสมสัตว์’ ลดเสี่ยงสูญพันธุ์ นำร่องอนุรักษ์ ‘ละมั่งพันธุ์ไทย’
ทีมวิจัยธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ (National Biobank of Thailand: NBT) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดบ้านให้สื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์ของประเทศ เพื่อโชว์ศักยภาพให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพอย่างยั่งยืนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศสรวิชญ์ พระสุจริตวงศ์ | 1233 days ago
Read More07/05/2023
“อยากรับบทนำมานานแล้ว…” Cillian Murphy เผยความรู้สึกต่อ Christopher Nolan หลังรับบทนำครั้งแรกใน ‘Oppenheimer’
คิลเลียน เมอร์ฟี (Cillian Murphy) เปิดเผยความรู้สึกครั้งแรกที่มีต่อ คริสโตเฟอร์ โนแลน (Christopher Nolan) หลังรับบทนำในหนังของโนแลนครั้งแรกใน Oppenheimerประภาส อยู่เย็น | 1246 days ago
Read More18/12/2022
นักวิจัยค้นพบวิธีทำให้ไข่ไก่ไม่ฟักเป็นตัวผู้ หวังลดอัตราการฆ่าไก่ตัวผู้ในอุตสาหกรรม
นักวิจัยในอิสราเอลได้ค้นพบวิธีการตัดต่อพันธุกรรมไก่ให้ออกไข่มาเป็นไข่ที่จะฟักออกมาเป็นไก่ตัวเมียเท่านั้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับอุตสาหกรรมไก่ทั่วโลก และยังหวังลดอัตราการฆ่าไก่ตัวผู้ที่สูงมากในอดีตที่ผ่านมาศิวกร ปล้องใหม | 1385 days ago
Read More20/04/2022
รู้จักกับ ‘Oreology’ ศาสตร์แปลกที่ว่าด้วยเทคนิคการบิดโอรีโอให้ได้ไส้ครีมเท่ากันทั้งสองด้าน!
นักวิทยาศาสตร์แห่งสถาบัน MIT จึงได้อุทิศเวลาเพื่อศึกษาวิธีการบิดโอรีโอ เพื่อให้คุกกีแบ่งออกเป็นสองฝั่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ กลายเป็นศาสตร์แขนงใหม่ที่ถูกเรียกแบบทีเล่นทีจริงว่า 'โอรีโอโลจี' (Oreology)ประภาส อยู่เย็น | 1627 days ago
Read More12/04/2022
เห็ดสวัสดีจ้า… งานวิจัยเผย ‘เห็ด’ สามารถสื่อสารกันเองได้คล้ายมนุษย์ แถมมี ‘คลังคำ’ ให้ใช้มากถึง 50 คำ!
ล่าสุด นักวิจัยของประเทศอังกฤษได้ค้นพบว่า เห็ดราบางชนิดนั้นมีสัญญาณไฟฟ้า และมีโครงสร้างคล้ายคลึงกับภาษาพูดของมนุษย์ และคาดว่าเห็ดอาจใช้สัญญาณไฟฟ้านี้แปลงเป็นคำศัพท์ในการสื่อสารได้ด้วยประภาส อยู่เย็น | 1635 days ago
Read MorePR Partners
See All02/10/2026
อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 1 days ago
ทรูพร้อมเคียงข้างคนไทยในยามวิกฤต รวมพลังผู้บริหารและพนักงานส่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องและอุทกภัยในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูงและการเดินทางที่ไม่สะดวก ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงเดินหน้าภารกิจ “ทรูเพื่อคนไทย” อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งส่งต่อความช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน และอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกช่วงเวลาของวิกฤต ล่าสุด เครือเจริญโภคภัณฑ์ นำโดย คุณศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมด้วยผู้บริหารนำโดย คุณมนัสส์ มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านประสบการณ์ลูกค้าและธุรกิจรีเทล, คุณชารัด เมห์โรทรา หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกลุ่มธุรกิจลูกค้าบุคคล และคุณฐานพล มานะวุฒิเวช30/09/2026
UGREEN เปิดตัว UGREEN MagFlow Magnetic แท่นชาร์จไร้สายแบบพับเก็บได้ 2-in-1 25W สำหรับอุปกรณ์ Apple รุ่นล่าสุด
ในขณะที่ Apple เปิดตัวอุปกรณ์รุ่นใหม่ล่าสุด ผู้ใช้งานต่างมองหาอุปกรณ์เสริมสำหรับการชาร์จที่ตอบโจทย์ทั้งความรวดเร็วและความยืดหยุ่น UGREEN จึงเปิดตัว UGREEN MagFlow Magnetic แท่นชาร์จไร้สายแบบพับเก็บได้ 2-in-1 25W ที่ผสานการชาร์จแบบแม่เหล็กความเร็วสูงเข้ากับดีไซน์กะทัดรัดและพับเก็บได้ เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน พับเก็บง่าย พกพาไปได้ทุกที่ UGREEN MagFlow Magnetic แท่นชาร์จไร้สายแบบพับเก็บได้ 2-in-1 25W สามารถพับให้แบนราบจนมีขนาดกะทัดรัดพกพาใส่กระเป๋าได้ง่าย และกางออกเป็นแท่นชาร์จสำหรับสมาร์ตโฟนและหูฟังพร้อมกัน โดย iPhone สามารถยึดเข้ากับแท่นชาร์จแม่เหล็กได้ทันที ขณะที่ AirPods สามารถวางบนแผ่นชาร์จด้านล่างที่มีพื้นผิวกันลื่นได้โดยไม่ต้องเสียเวลาจัดตำแหน่งให้ยุ่งยาก นอกจากนี้ เมื่อกางตั้งในแนวตั้ง ยังสามารถใช้งานเป็นขาตั้งสำหรับโหมด StandBy ได้อีกด้วย รองรับ iPhone 18 Series และมอบการชาร์จแบบแม่เหล็กด้วยมาตรฐาน Qi2 ที่กำลังไฟสูงสุด 25W เพื่อให้การชาร์จสะดวกและคล่องตัวยิ่งขึ้นในทุกวัน พร้อมรับมือกับอุปกรณ์ Apple รุ่นล่าสุด UGREEN MagFlow Magnetic แท่นชาร์จไร้สายแบบพับเก็บได้ 2-in-1 25W มอบทางเลือกในการชาร์จที่กะทัดรัดและยืดหยุ่น ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถชาร์จอุปกรณ์ได้อย่างสะดวกตลอดทั้งวัน…อมลวรรณ ศรัทธานนท์ | 3 days ago
Read More30/09/2026
มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี ผนึกกำลังเข้มแข็ง 3 ภาคส่วน เร่งขับเคลื่อนการศึกษาไทย ครอบคลุม 7,023 รร. ทั่วประเทศ
สานต่อพลังความร่วมมือภาครัฐ – ประชาสังคม – 64 องค์กรเอกชนขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้ยั่งยืน มูลนิธิสานอนาคตการศึกษา คอนเน็กซ์อีดี นำโดย องคมนตรี พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ในฐานะประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ จัดการประชุมสามัญและความร่วมมือ 3 ภาคส่วนประจำปี 2569 ณ แกรนด์ฮอลล์ ทรู ดิจิทัล พาร์ค (เวสต์) โดยมีคณะที่ปรึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน โดย นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่นในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมด้วยซีอีโอ คณะผู้บริหารจากองค์กรผู้ร่วมก่อตั้ง ผู้บริหารเครือข่ายพันธมิตร 64 องค์กร คณะกรรมการ และคณะทำงานมูลนิธิฯ เพื่อร่วมกันหารือ วางแผน และแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ เดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงการศึกษาไทย และยกระดับการจัดการการศึกษาก้าวทันยุคดิจิทัลในโรงเรียนคอนเน็กซ์อีดี ทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 7,023…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 3 days ago
Read More29/09/2026
“ศุภชัย เจียรวนนท์” นำทัพ “ซีพีอาสา ร้อยเรียงความดี” ระดมอาหาร–น้ำดื่ม–สิ่งของจำเป็น ช่วยเหลือผู้ประสบน้ำท่วมกรุงเทพฯ
เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เดินหน้าภารกิจช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง โดยมีนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส นำทีมผู้บริหารระดับสูงของเครือฯ อาทิ ดร. ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ ประธานคณะผู้บริหารด้านความยั่งยืน และการพัฒนากลยุทธ์ เครือฯ, คุณมนัสส์ มานะวุฒิเวช หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านประสบการณ์ลูกค้าและธุรกิจรีเทล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น, นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น, นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บมจ. ซีพี แอ็กซ์ตร้า, นางสาวกรณิศ ธนสุนทรกิจ ผู้บริหารระดับสูงสายงานทรัพยากรบุคคล บมจ.ซีพี ออลล์ และนายจอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหาร ผู้บริหารสูงสุด ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือฯ เป็นต้น ร่วมกับพนักงานซีพีอาสาจากหลากหลายกลุ่มธุรกิจในเครือฯ ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อแพ็ก “ถุงกำลังใจ ซีพีร้อยเรียงความดี” จำนวนรวม 2,000 ถุง ณ แม็คโคร…ทีมคอนเทนต์ BT | 4 days ago
Read More































