ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| สุขภาพ
Read More

การเดินทางของหุ่นยนต์ผ่าตัด ความคิดฟุ้งฝันสู่นวัตกรรมทางการแพทย์

หุ่นยนต์เข้ามามีส่วนในชีวิตมนุษย์ยาวนานหลายทศวรรษ และหลายด้าน รวมถึงสุขภาพและการแพทย์ด้วย หุ่นยนต์ผ่าตัด หรือที่จริงควรจะเรียกว่า ‘หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด’ มีส่วนสำคัญในการแพทย์ทั่วทั้งโลก เพราะความแม่นยำที่สามารถลดความผิดพลาดทางการแพทย์ในการผ่าตัดแบบเดิม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และความปลอดภัยในการรักษาได้มหาศาล แต่คุณเคยสงสัยไหมว่าเทคโนโลยีที่แสนจะไซไฟอย่างหุ่นยนต์ผ่าตัด กลายมาเป็นเทคโนโลยีที่จับต้องได้จริง ๆ ในแบบทุกวันนี้ได้อย่างไร BT ขอแบไต๋ประวัติศาสตร์ และเรื่องราวของหุ่นยนต์ผ่าตัดที่พลิกโฉมวงการแพทย์ให้ทุกคนได้อ่านกัน หุ่นยนต์ผ่าตัด ความคิดฟุ้งฝัน สู่นวัตกรรมทางการแพทย์ หากย้อนกลับไป 100 ปีก่อน แนวคิดของหุ่นยนต์ที่สามารถผ่าตัดมนุษย์ หรือแม้แต่เครื่องมือทางการแพทย์ที่เราใช้กันอยู่ในทุกวันนี้คงเป็นเพียงจินตนาการที่ล้ำยุค และน่าตื่นเต้นของนักเขียนนิยายไซไฟสักเรื่อง ใช่แล้ว แนวคิดเรื่องหุ่นยนต์ที่มีการจดบันทึกไว้ครั้งแรกมาจากบทละครแนววิทยาศาสตร์ของ Czech Robota ในปี 1921 และเป็นที่มาของคำว่า Robot ที่ใช้กันในทุกวันนี้ ซึ่งในเวลานั้นหมายถึงสิ่งประดิษฐ์ที่มีรูปร่าง และความรู้สึกนึกคิดคล้ายมนุษย์ แต่อยู่ในฐานะของหุ่นยนต์รับใช้ โดยคำว่า Robota มีความหมายว่าแรงงาน ยุคเริ่มต้นของหุ่นยนต์ผ่าตัด หลายทศวรรษหลังจากคำว่า Robot ได้แพร่กระจายไปอย่างกว้างขวาง จนกระทั่งในปี 1985 ได้มีการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดขึ้นครั้งแรกของโลก หุ่นยนต์ตัวนี้มีชื่อว่า PUMA560 แม้จะเรียกว่าหุ่นยนต์ แต่ก็ไม่ได้มีรูปร่างไซไฟแบบที่เราคิด หุ่นยนต์ตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อสมองแทนมือของศัลยแพทย์ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่ไม่จำเป็นให้กับสมองจากการสั่นของมือมนุษย์ ปี…
26/04/2024

การเลี้ยงแมวดูแลสุขภาพจิตของเราได้

ในวงการจิตวิทยา มีคำศัพท์คำหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการนำสัตว์เลี้ยงมาบำบัดจิต คำ ๆ นี้ ก็คือ “Pet Therapy” หรือก็คือสัตว์เลี้ยงเยียวยาใจ ซึ่งหนึ่งในสัตว์เลี้ยงที่นิยมนำมาฮีลใจมานุดมากที่สุดก็คือ แงว  หรือน้องแมวนั่นเอง จากการสำรวจ งานศึกษาวิจัย ปี 2017 หัวข้อ “Depression, loneliness, and pet attachment in homebound older adult cat and dog owners” โดย Sandy M. Branson และทีมงาน ทำให้ทราบว่า ทาสแมวจะมีระดับซึมเศร้าน้อยกว่าทาสหมาอย่างมีนัยสำคัญ การเลี้ยงแมว ช่วยดูแลสุขภาพจิตของเราได้ยังไง?  แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเลี้ยงแมว ก็ควรสำรวจความต้องการ ความชอบ และภาระหน้าที่ที่คุณต้องรับผิดชอบซะก่อน เพราะว่าการเลี้ยงแมวก็คือการรับอีกหนึ่งชีวิตมาเลี้ยงดู ซึ่งก็ต้องให้ทั้งเวลาและมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ถ้ามีความพร้อมแล้วก็ลุยโลด! เลี้ยงแมวกันได้เลย แต่ถ้าคุณคิดว่าตัวเองยังไม่พร้อม ทุกวันนี้ก็มีคาเฟ่แมวเปิดให้บริการมากมาย ในวันหยุดถ้าได้เข้าไปนั่งกินกาแฟ และขนมอร่อย ๆ ตากแอร์เย็น ๆ พร้อมได้เล่นกับน้องแมว เพื่อช่วยในการผ่อนคลายจิตใจ…
22/04/2024

5 สูตรสำเร็จอดอาหารแบบ IF | อดอย่างไรให้สุขภาพดี

IF กินอะไรได้บ้าง ? ห้ามกินอะไรหรือไม่ ? ทำแล้วจะเป็นโรคกระเพาะไหม ? และมีเทคนิคให้ทำสำเร็จอย่างไร ? และเสี่ยงโรคหัวใจจริงหรือเปล่า ? ไปตามหาคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญกันครับ การทำ IF (Intermittent Fasting) เป็นวิธีการลดน้ำหนักและปรับสมดุลร่างกายที่ได้รับความนิยม โดยใช้วิธีการจำกัดเวลาการกินอาหาร (Feeding/Eating) สลับกับช่วงเวลาอดอาหาร (Fasting) ซึ่งมีหลายรูปแบบให้เลือก เช่น ทำสูตร 16/8 เสี่ยงโรคหัวใจถึง 91 เปอร์เซ็นต์ ? แม้ช่วงก่อนหน้านี้แวดวงคนทำ IF อาจสะเทือนจากการเผยแพร่ผลการวิจัยที่ช็อกวงการว่า คนทำ IF แบบ 16/8 เสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจถึง 91 เปอร์เซ็นต์ แต่จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว พบว่า ยังสรุปไม่ได้ชัดเจนว่าการทำ IF เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจ  โดย รศ. ดร. พญ.ฉันทชา สิทธิจรูญ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้อธิบายว่า “การศึกษาวิจัยดังกล่าวยังมีข้อจำกัด เนื่องจากอาศัยข้อมูลจากการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับเวลาการกินอาหารของพวกเขาเท่านั้น และเป็นการสำรวจจากความทรงจำ…
22/04/2024

5 แนวทางการควบคุมและป้องกันความดันโลหิตสูง

“ผู้ใดก็ตามที่มีความดันโลหิตวัดได้มากกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง” องค์การอนามัยโลก, 2542 “ความดันโลหิตสูง” (Hypertension) จัดอยู่ในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-communicable diseases; NCDs) 1 ใน 5 ฆาตรกรเงียบที่คร่าชีวิตคนไทยมากที่สุด โดยปัจจุบันพบว่า คนไทยป่วยเป็นโรคนี้มากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด แม้ไม่มีอาการแสดงชัดเจนแต่หากปล่อยไว้นาน ๆ ความรุนแรงของโรคจะเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงต่าง ๆ ได้ ข้อมูลทางการแพทย์จากสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทยได้ระบุว่า ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงและไม่ได้รับการรักษาจะเสียชีวิตจากหัวใจวายร้อยละ 60-70 เสียชีวิตจากหลอดเลือดในสมองอุดตันหรือแตกร้อยละ 20-30 และเสียชีวิตจากไตวายเรื้อรังร้อยละ 5-10 คุณเป็นความดันโลหิตสูงหรือเปล่า ? คนที่มีภาวะความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวเพราะไม่แสดงอาการ แต่บางรายก็อาจมีอาการปวดหัว เวียนหัว มึนงง และเหนื่อยง่ายผิดปกติ หากปล่อยไว้โดยไม่มีการควบคุมหรือทำการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสม อาจทำให้อวัยวะสำคัญต่าง ๆ ในร่างกายถูกทำลาย ไม่ว่าจะเป็น หัวใจ สมอง ไต หลอดเลือด และตา เนื่องจากภาวะความดันโลหิตสูงจะไปทำให้ผนังหลอดเลือดแดงหนาตัวขึ้นและรูเล็กลง ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ ได้น้อยลง ส่งผลให้อวัยวะทำงานผิดปกติ…
18/01/2023

สุขภาพจิตดีขึ้นได้ แค่ระบายออกมาด้วยแอปพลิเคชัน Alljit

ปัญหาสุขภาพจิตเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยมากขึ้นในยุคนี้ และยังคงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นและรุนแรงมากขึ้นด้วย หลายครั้งที่ผู้คนต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตและรู้สึกโดดเดียวจนนำไปสู่ปัญหาสุขภาพ ทั้งทางด้านจิตใจและอารมณ์ ซึ่งการมีตัวช่วยอย่างแอปพลิเคชัน Alljit (ออลล์จิต) ที่ออกแบบมาเพื่อการดูแลสุขภาพจิตโดยเฉพาะสามารถช่วยคุณได้ Alljit สุขภาพใจ เป็นแอปพลิเคชันที่พัฒนาโดยคนไทยที่สร้างพื้นที่พูดคุยสำหรับคนที่มีความเครียด ความเศร้า ความเหงา และปัญหาด้านอารมณ์อื่น ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้คนได้ระบายความในใจ ซึ่งเป็นวิธีสำคัญในการรักษาสุขภาพจิต แอปพลิเคชัน Alljit กับ 3 ฟีเจอร์เพื่อสุขภาพใจ แอปพลิเคชัน Alljit มีหลากหลายฟีเจอร์เพื่อความต้องการทางใจที่แตกต่างกัน บางคนอาจอยากระบายความในใจ บางคนต้องการเพื่อนคุย บางคนมีปัญหาเรื่องการนอนหลับจากความเครียด หรือต้องการกำลังใจ แอปพลิเคชันนี้ก็ตอบโจทย์ 1. รู้ปัญหาใจด้วยแบบประเมินสุขภาพ ในหน้าแรกของแอปพลิเคชันจะมีฟีเจอร์ที่ถามคุณว่า เครียดไหม? เศร้าไหม? หรือหมดไฟในการทำงาน ซึ่งการกดเข้าไปจะเป็นแบบประเมินเบื้องต้นที่วัดระดับความรุนแรงของความเครียด ความเศร้า และภาวะหมดไฟ ที่ช่วยให้คุณรู้ปัญหาของตัวเองมากขึ้น 2. ระบายความในใจโดยไม่มีใครรู้ว่าเป็นคุณ ในแอปพลิเคชัน Alljit คุณสามารถระบายความในใจได้หลายรูปแบบด้วยกัน รูปแบบที่ 1: การคุยกับแอดมินของแอปพลิเคชันที่เน้นไปที่การปรึกษาสุขภาพจิต เช่น หากคุณตอบแบบทดสอบในข้อแรกแล้ว คุณอยากรู้วิธีรับมือหรือข้อมูลอื่นเพิ่มเติมก็สามารถคุยกับแอดมินได้เลย แต่อาจจะต้องรอสักหน่อย เพราะเป็นฟีเจอร์ที่มีผู้ใช้งานค่อนข้างเยอะ รูปแบบที่ 2:…
18/01/2023

ผลวิจัยเผย ยิ่งกินเค็ม ยิ่งเครียด แถมเสี่ยงโรค

ด้วยวัฒนธรรมอาหารไทยที่จัดจ้านและครบรส ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยมักติดใจรสชาติใดรสชาติหนึ่งในอาหาร ซึ่งเชื่อว่าการติดกินเค็มต้องเป็นนิสัยของใครหลายคนโดยไม่รู้ตัว สังเกตจากเวลาไปร้านอาหารตามสั่งก็จะมีพริกน้ำปลาหรือน้ำปลาพริกวางไว้บนโต๊ะ จะกินอะไรก็ต้องมีน้ำจิ้มด้วยเสมอ ตามที่เรารู้มาตลอดการกินเค็มสามารถเพิ่มความเสี่ยงของโรคไต ภาวะความดันโลหิตสูง และโรคทางการอีกหลายโรค แต่การศึกษาในปี 2022 พบว่าการกินเค็มอาจส่งผลต่อความเครียดได้ ยิ่งกินเค็ม ยิ่งเครียด? โซเดียมเป็นสารอาหารที่มาพร้อมกับความเค็ม ซึ่งโซเดียมเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ร่างกายต้องการ การได้รับในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยรักษาการทำงานของระบบประสาท กล้ามเนื้อ และรักษาสมดุลของน้ำและแร่ธาตุในร่างกาย แต่แน่นอนว่าการกินโซเดียมมากหรือน้อยเกินไปย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพ ถ้าร่างกายขาดโซเดียม กล้ามเนื้อก็อาจเป็นตะคริว อ่อนล้า และไม่มีแรงได้เหมือนเวลาที่ท้องเสีย หรือถ้าได้รับโซเดียมมากไปก็อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคไต ภาวะความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพจากความเค็มที่คนรู้จักกันดี แต่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าการกินเค็มอาจส่งผลต่อภาวะความเครียดด้วย การศึกษาจาก University of Edinburgh พบว่าสมองของหนูทดลองที่กินเค็มติดต่อกันผลิตสารที่เกี่ยวข้องกับความเครียดออกมามากขึ้น ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ว่าการกินเค็มไม่ได้แค่ส่งผลเสียต่อร่างกายเท่านั้น แต่ยังทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับอารมณ์อย่างความเครียดได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ทำให้หนูทดลอง เราเลยต้องรอดูกันต่อไปว่าผลกระทบจากการกินเค็มต่อสมองของมนุษย์จะให้ผลแบบเดียวกันรึเปล่า กินเค็มแค่ไหนถึงจะไม่มากเกิน? การงดการกินเค็มไปเลยคงจะไม่ใช่เรื่องดี ทั้งในเรื่องของสุขภาพและการใช้ชีวิต ซึ่งจริง ๆ ทุกคนสามารถอร่อยกับอาหารได้ทุกประเภททุกรสชาติถ้าไม่ได้มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ กรมอนามัยแนะนำว่าคนทั่วไปไม่ควรได้รับโซเดียมเกิน 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน แต่มาบอกแบบนี้คงจะไม่เห็นภาพ เราขอยกตัวอย่างปริมาณโซเดียมในอาหารมาให้ทุกคนได้ดูกัน *ปริมาณโซเดียมเป็นเพียงค่าเฉลี่ยของปริมาณโซเดียมในอาหารจากการสำรวจเท่านั้น จะเห็นได้ว่าแค่สุกี้น้ำชามเดียวก็ใช้โควตาโซเดียมต่อวันของเราไปเกินครึ่งแล้ว ซึ่งในการใช้ชีวิตประจำวันจริง ๆ เราเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ได้ยากมาก ยังไม่รวมถึงรสชาติความนัวของผงชูรสที่จัดว่าเป็นโซเดียมประเภทหนึ่งด้วย…
Studio shot of upset frustrated young chubby female employee wearing formal shirt holding hand on her forehead, having mournful look, suffering from headache or hangover after sleepless night
18/01/2023

ยิ่งเครียด ยิ่งอ้วน จริงหรือ? ทำความรู้จักฮอร์โมนแห่งความเครียด

เชื่อว่าแทบทุกคนเคยพยายามลดความอ้วน มีหลายคนที่ประสบความสำเร็จ แต่ขณะเดียวกันก็มีหลายคนที่ไม่สามารถลดได้ตามที่ตั้งใจไว้ ยิ่งลดไม่ได้ก็ยิ่งกดดัน ยิ่งกดดันก็ยิ่งเครียด แล้วทำไมพยายามเท่าไหร่ก็ไม่ผอมสักที ยิ่งเครียดก็ยิ่งอ้วนเสียอย่างนั้น… ความเครียด มีหลายปัจจัยด้วยกัน บางคนเครียดเรื่องน้ำหนัก บางคนเครียดเรื่องเรียน เครียดเรื่องงาน เครียดเรื่องความรัก รู้หรือไม่ว่า ‘ความเครียด’ จะทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนชนิดหนึ่งออกมามากกว่าปกติ ส่งผลกับการกินของเรา และท้ายที่สุดก็ทำให้อ้วนขึ้นด้วย ทำความรู้จักฮอร์โมนแห่งความเครียด ‘ฮอร์โมนแห่งความเครียด’ หรือ คอร์ติซอล (Cortisol) คือ ฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตเองตามธรรมชาติ สร้างขึ้นโดยต่อมหมวกไตที่อยู่บนไตของคุณ ทำหน้าที่ในการเผาผลาญไขมันและพลังงานที่สะสมอยู่ในร่างกาย ควบคุมความดันโลหิต พร้อมทั้งปรับระดับน้ำตาลในเลือด โดยฮอร์โมนชนิดนี้จะถูกปล่อยออกมามากขึ้นเมื่อคุณอยู่ในภาวะเครียดเรื้อรัง ร่างกายก็จะต้องการพลังงานมากขึ้นด้วยเช่นกัน สมองจึงกระตุ้นให้ร่างกายเกิดความ ‘หิว’ นั่นเอง  Cortisol ส่งผลต่อความอ้วนอย่างไร? อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า คอร์ติซอล จะตอบสนองได้ดีต่อความเครียด โดยเฉพาะคนที่มีความเครียดเรื้อรัง และเมื่อฮอร์โมนชนิดนี้ถูกหลั่งออกมามาก ก็จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว สมองจึงสั่งการให้ร่างกายหาน้ำตาลมาทดแทน ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่เวลาเครียดหลายคนมักจะหยิบช็อกโกแลต หรือขนมหวานต่าง ๆ มากิน และเมื่อได้ความหวานจากขนมเหล่านั้นก็จะรู้สึกดีขึ้นทันที นอกจากนี้ หากคอร์ติซอลหลั่งออกมามากผิดปกติยังทำให้ระบบเผาผลาญแปรปรวน โดยจะทำให้ร่างกายเผาผลาญกล้ามเนื้อไปพร้อม ๆ กับไขมัน ซึ่งปกติแล้วกล้ามเนื้อจะมีส่วนช่วยเรื่องระบบเผาผลาญของร่างกาย และหากกล้ามเนื้อน้อยลงเท่าไหร่ก็จะทำให้อ้วนง่ายมากขึ้นเท่านั้น…
18/01/2023

โยคะ vs พิลาทิส ต่างกันอย่างไร? และคุณควรเลือกเล่นอะไร?

หากพูดถึงการออกกำลังกายง่าย ๆ ได้ที่บ้านตนเอง นอกจากการคาดิโอด้วยการเต้นแอโรบิก หรือบริหารร่างกายด้วยท่าทางง่าย ๆ ตามคลิปวิดีโอที่มีสอนตามอินเทอร์เน็ตแล้ว การออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันนั่นก็คือ การเล่นโยคะ และการเล่นพิลาทิส ซึ่งการออกกำลังกายทั้ง 2 ประเภทนี้มีลักษณะที่คล้ายกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่ บางคนอาจจะยังสงสัยว่าโยคะกับพิลาทิสต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะมาไขข้อเท็จจริงความแตกต่างของการออกกำลังกายทั้ง 2 ชนิดนี้ เพื่อให้คุณได้เลือกแนวทางที่ใช่สำหรับตนเอง โยคะ (Yoga) การเล่นโยคะ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดียเมื่อหลายพันปีมาแล้ว เป็นการออกกำลังกายที่เน้นการยืดหยุ่นและความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ โฟกัสที่ลมหายใจไปพร้อมกับการขยับร่างกาย ประโยชน์ของโยคะ คือช่วยเรื่องสุขภาพทำให้การไหลเวียนเลือดดี ช่วยคลายเครียด และช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี การเล่นโยคะ ได้รับความนิยมในกลุ่มของผู้หญิง เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ต้องใช้แรงมาก แถมไม่ต้องมีอุปกรณ์มากมายก็สามารถเล่นได้ที่บ้าน เพียงแค่คุณมีเสื่อโยคะผืนเดียวเท่านั้น แต่ทั้งนี้การฝึกโยคะก็มีหลายระดับ หากเป็นผู้เริ่มต้นต้องศึกษาท่าทางให้ดี หรืออาจจะต้องเล่นควบคู่ไปกับการมีผู้เชี่ยวชาญดูแล  นอกจากนี้ การเล่นโยคะยังมีประโยชน์ต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ ที่แม้ว่าจะตั้งครรภ์อยู่ก็สามารถออกกำลังกายแบบเบา ๆ ได้ เพราะการเล่นโยคะเป็นการออกกำลังกายที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ นอกจากจะช่วยผ่อนคลายในระหว่างตั้งครรภ์แล้ว ยังสามารถช่วยเตรียมร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์ให้เตรียมพร้อมสำหรับการคลอด ที่สำคัญการหายใจช้า ๆ ระหว่างเล่นยังช่วยบรรเทาความเครียดได้อีกด้วย พิลาทิส (Pilates) การเล่นพิลาทิส ถูกคิดค้นในปี ค.ศ.1920  โดยโจเซฟ พิลาทิส (Joseph Pilates)…
Fish oil pills, omega 3 on a white background, flat lay, conceptual minimalism.
18/01/2023

แค่กินก็กันแดดได้ ? ‘วิตามินกันแดด’ ได้ผลจริงหรือแค่กระแส

ประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องแดดและอากาศร้อน แม้ในความเป็นจริงแสงแดดจะมีข้อดี ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินดี และทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า แต่ข้อเสียของแสงแดดก็มีอยู่มากเช่นกัน สาว ๆ หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าในทุก ๆ วันไม่ว่ามีกิจกรรมมากน้อยแค่ไหน ครีมกันแดดถือเป็นสิ่งสำคัญเสมอ ไม่ใช่แค่ปกป้องผิวจากความหมองคล้ำ ผิวไหม้ เท่านั้น แต่การตากแดดเป็นเวลานานโดยเฉพาะช่วงเวลา 10.00 - 16.00 น. ซึ่งเป็นเวลาแดดจัด ยังทำให้ใบหน้าของคุณเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ร้ายแรงกว่านั้นอาจเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ ความสำคัญของครีมกันแดด ครีมกันแดด เป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนไม่ควรมองข้าม แม้จะไม่ได้ออกกิจกรรมกลางแจ้งก็ควรทาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันแสงที่มองไม่เห็น ขณะเดียวกันก็สามารถเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF15 ขึ้นไปจนถึง SPF50 เพื่อการปกป้องที่ได้ประสิทธิภาพตามกิจกรรมที่ตนเองต้องเผชิญ และควรทาซ้ำในทุก ๆ 2 ชั่วโมง แต่ขณะเดียวกัน ผู้หญิงหลายคนหรือบางคนอาจไม่ชอบความรู้สึกเหนียวเหนอะจากครีมกันแดด เพราะครีมกันแดดบางตัวที่ช่วยปกป้องสูงก็ต้องแลกมาด้วยความเหนียวข้นของครีม บางคนถึงกับไม่ยอมทาครีมกันแดดก็มี หรือบางคนไม่อยากทาซ้ำระหว่างวัน ซึ่งนวัตกรรมของครีมกันแดดในปัจจุบันก็ได้พัฒนาเพื่อให้ตอบโจทย์กับผู้ใช้งานมากขึ้น โดยเปลี่ยนสภาพสารกันแดดออกมาในรูปแบบอื่น ชนิดของผลิตภัณฑ์กันแดด ปัจจุบันกันแดดเนื้อครีมยังคงเป็นกันแดดที่ได้รับความนิยม เพราะใช้ง่ายให้ความรู้สึกเหมือนกำลังทาครีมบำรุงผิวอยู่ ที่สำคัญมีหลายแบรนด์ให้เลือกสรรตามแต่ละสภาพผิวของตนเอง แต่อย่างไรก็ตาม ครีมกันแดดเนื้อครีมก็อาจไม่เหมาะกับคนที่หน้ามันมาก ๆ หรือผิวที่มีแนวโน้มเกิดสิว  กันแดดเนื้อเจลจะใช้ง่ายคล้ายกับกันแดดเนื้อครีม เหมาะกับผู้ที่มีผิวมันหรือผิวผสม เพราะเนื้อเจลจะซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย ไม่หนักหน้า…
18/01/2023

4 วิธีที่คุณควรทำเมื่อไปหาหมอ ที่อาจช่วยให้คุณหายเร็วขึ้น

การเจ็บป่วยเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าพอป่วยแล้วไม่ว่าใครก็อยากหายเร็ว ๆ ซึ่งการไปหาหมอก็เป็นวิธีที่ดี แต่เชื่อว่าเวลาไปหาหมอ นอกจากการบอกอาการที่เป็นแล้ว หลายคนมักนั่งอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่รู้จะถามอะไร บ้างก็ไม่กล้าคุยกับหมอ ทั้งที่เวลานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่คุณควรรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการเจ็บป่วยให้ได้มากที่สุด ซึ่งอาจจะช่วยให้คุณหายได้เร็วขึ้น อีกทั้งบางคนต้องลางานมาพบหมอหรือใช้เวลารอเป็นเวลานาน บทความนี้ได้รวบรวมวิธีที่จะช่วยให้การไปหาหมอของคุณในแต่ละครั้งมีคุ้มค่าคุ้มเวลามากยิ่งขึ้น 4 วิธีที่คุณควรทำเมื่อไปหาหมอ หากคุณไปพบหมอ วิธีต่อไปนี้จะช่วยให้คุณได้ข้อมูลที่ละเอียด ปลอดภัย และอาจหายจากอาการป่วยได้เร็วขึ้น 1. เตรียมข้อมูลให้พร้อม หลายครั้งที่พอเจอหน้าหมอแล้วเราก็ลืมเรื่องที่จะถามไปเสียอย่างนั้น วิธีที่ง่ายที่สุดคือจด ซึ่งเราขอแนะนำให้คุณจดสิ่งต่อไปนี้ก่อนไปเจอหมอ พร้อมกับเล่าสิ่งที่จดมาให้หมอฟัง 2. คำถามสำคัญที่ต้องถาม แม้ว่าโดยส่วนมากหมอสามารถวินิจฉัยและให้ข้อมูลของโรคได้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่ลิสต์คำถามด้านล่างนี้จะช่วยให้คุณได้ข้อมูลที่มากขึ้น 3. พูดความจริง ไลฟ์สไตล์ของคนเราหลากหลายรูปแบบ ซึ่งบางครั้งไลฟ์สไตล์ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพบางอย่างได้ด้วย ซึ่งเวลาที่ไปหาหมอ บางคนอาจจะไม่กล้าหรือรู้สึกอายที่จะพูดเรื่องบางเรื่อง หรือตอบคำถามบางคำถามต่อคนแปลกหน้า โดยเฉพาะเรื่องเพศและการใช้สารเสพติด หรือคนที่มีโรคประจำตัว อย่างคนเป็นโรคตับที่แอบดื่มเหล้า คนเป็นโรคปอดที่แอบสูบบุหรี่ทั้งที่หมอห้าม หรือผู้สูงอายุที่ไม่ได้ใช้ยาตามที่หมอบอก แต่ไม่กล้าบอกความจริงเพราะกลัวหมอดุ ส่งผลให้ผลการวินิจฉัยอาจผิดเพี้ยนและไม่ได้คำตอบที่แน่ชัด ทำให้การรักษาไม่ตรงจุด สิ่งที่น่ากังวลคือโรคบางโรคหากปล่อยทิ้งไว้โดยที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องก็อาจทำให้อาการเรื้อรังและรุนแรงขึ้นกว่าเดิมได้ ด้วยเหตุผลนี้การตอบคำถามของหมออย่างตรงไปตรงมาคงจำเป็นต่อการรักษาอย่างยิ่ง และเชื่อเถอะว่าหมอเคยได้ยินมาหมดแล้ว 4. ถามซ้ำให้มั่นใจ การไปโรงพยาบาลที่มีคนไข้หนาแน่น หมออาจจำเป็นต้องจำกัดเวลาในการให้บริการ ซึ่งอาจทำให้ทุกอย่างดูเร็วไปหมด…
Sleepy woman reaching holding the alarm clock in the morning with late wake up - every day life at home concept
17/01/2023

‘กฎการนอน 90 นาที’ ตื่นมาไม่งัวเงียอีกต่อไป ทำได้จริงเหรอ?

เคยไหม? นอนหลายชั่วโมงแต่ทำไมตื่นมายังเพลียอยู่…ร่างกายรู้สึกไม่กระปรี้กระเปร่า อ่อนเพลีย และงัวเงียอยู่ตลอดเวลา อาการเหล่านี้มักส่งผลกระทบต่อการเรียนและการทำงาน เพราะสมองทำงานได้ไม่เต็มที่ เชื่อว่าทุกคนถูกสอนมาว่าเราควรนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง ถึงจะตื่นมาสดใส ไม่อ่อนเพลีย แต่มีใครเคยได้ยินเรื่อง ‘กฎการนอน 90 นาที’ บ้าง? เราจะพาทุกคนมารู้จักวิธีการนอนอย่างมีประสิทธิภาพ ที่แม้คุณจะนอนไม่ครบ 8 ชั่วโมง แต่คุณจะไม่งัวเงียตอนตื่นอีกต่อไป ทำความรู้จัก ‘กฎการนอน 90 นาที’ สมองของคนเราทำงานอยู่ตลอดเวลาแม้ในยามที่เรานอนหลับก็ตาม และการทำงานของสมองในช่วงเวลานอนหลับจะถูกแบ่งเป็นรอบ โดย 1 รอบจะอยู่ที่ 90 นาที แบ่งเป็น 80 นาที ของการหลับลึก และ 10 นาที ของการหลับตื้น เราเรียกการนอนหลับแบบนี้ว่า ‘การหลับแบบวงจร’ (Cycle) หากตื่นในช่วงเวลาของการหลับลึกก็จะทำให้ง่วง เพลีย แต่กลับกันหากตื่นในช่วงเวลาของการหลับตื้นก็จะทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า และรู้สึกนอนเต็มอิ่ม การหลับแบบวงจรแบ่งเป็น 2 ช่วง 1. ช่วงเวลานอนที่ไม่มีการกลอกตาอย่างรวดเร็ว (Non Rapid Eye…
17/01/2023

ไขข้อข้องใจ คำเตือน ‘Strobing Effect’ ก่อนดูซีรีส์ในเน็ตฟลิกซ์คืออะไร

หากคุณเป็นขาประจำเน็ตฟลิกซ์ คุณอาจเคยเห็น Trigger Warning หรือการแจ้งเตือนบริเวณด้านซ้ายบนของจอก่อนเริ่มวิดีโอ อย่างช่วงก่อนหน้าจะมีคำเตือนนี้ก่อนเริ่มอนิเมชัน ‘Cyberpunk: Edgerunners’ หรือในช่วงครึ่งหลังของ ‘Stranger thing’ ซีซั่นล่าสุดของก็มีคำเตือนนี้อยู่ด้วย โดยคำเตือนนี้มีอยู่ว่า Some scenes have a strobing effect that may affect photosensitive viewers. ‘บางฉากในภาพยนตร์หรือซีรีส์มีเอฟเฟกต์ที่มีแสงจ้าที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ชมที่มีภาวะไวต่อแสงได้’ คุณเคยสงสัยไหมว่าคำเตือนนี้หมายถึงอะไร? หากอ่านเป็นไทยแล้วอาจรู้สึกงงยิ่งกว่าเดิม เอฟเฟกต์ที่มีแสงวูบวาบคืออะไร? ภาวะไวต่อแสงเป็นแบบไหน? แล้วทำไมต้องเตือนก่อนดูหนัง? HfH (Hack for Health) และบทความนี้มีคำตอบ Photosentive คืออะไร? Photo ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงรูปภาพ เพราะความหมายดั้งเดิมของคำนี้คือ ‘แสง’ ส่วน Sensitivity ก็หมายถึงภาวะที่ร่างกายไวต่ออะไรบางอย่างหรือถูกกระตุ้นได้ง่าย Photosentive หรือ Photosensitivity เลยหมายถึงภาวะไวต่อแสง โดยปกติแล้วคำนี้ใช้เรียกเมื่อร่างกายไม่ว่าจะส่วนใดก็ตามมีอาการไวต่อแสง อย่างผิวไวต่อแสงที่อาจมาจากโรคหรือการใช้ยา บางคนอาจจะดวงตาไวต่อแสง ทำให้มองแสงจ้าไม่ได้ ซึ่งร่างกายของคนที่มีภาวะนี้ต่างจากคนทั่วไปที่ร่างกายมีความทนทานต่อแสงมากกว่า ทำไมต้องเตือนก่อนดูหนัง? ย้อนกลับไปเมื่อปี…
Active and healthy asian girl with fit body doing fitness exercises at home, lifting dumbbells and touching her biceps, workout in living room.
17/01/2023

จัดตารางออกกำลังกายด้วยแอปฯ 30 Day fitness at Home

เริ่มต้นปีใหม่ หลายคนคงตั้งเป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จภายในปีนี้ และแน่นอนว่ายิ่งอายุมากขึ้นปัญหาสุขภาพก็เริ่มถามหา ส่วนใครที่ยังไม่เจอปัญหาสุขภาพก็อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจไป เพราะเทรนด์โลกยุคนี้ต่างให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ทั้งเรื่องการกิน การพักผ่อน และการออกกำลังกาย ดังนั้น เป้าหมายหลักในปีนี้ของใครหลาย ๆ คนจะต้องมีเรื่องลดน้ำหนัก หรือออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงอย่างแน่นอน แต่สำหรับใครที่เคยตั้งเป้าหมายเอาไว้หลายปีแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จเสียที และกำลังมองหาตัวช่วยในการออกกำลังกาย รวมถึงดูแลเรื่องอาหารการกินที่มีประโยชน์ แต่ไม่อยากเสียเงินจ้างเทรนเนอร์ หรือนักโภชนาการอาหาร เรามีแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณ โดยที่คุณไม่ต้องออกจากบ้านไปไหนก็สามารถสุขภาพดีได้ รู้จักแอปพลิเคชัน 30 Day Fitness at Home หากคุณเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายแล้วไม่รู้จะเริ่มอย่างไร แอปพลิเคชันนี้ถือว่าตอบโจทย์  โดยแอปฯ จะถามข้อมูลส่วนตัวของคุณ ตั้งแต่ เพศ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง รูปร่างปัจจุบัน และรูปร่างที่ต้องการ พร้อมทั้งถามถึงเป้าหมายในการออกกำลังกายของคุณ เช่น เพื่อลดน้ำหนัก หรือเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ จากนั้นแอปฯ จะจัดสรรคลิปและโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะกับคุณ เมื่อคุณใส่คำตอบเรียบร้อยแล้ว แอปพลิเคชันก็จะให้คุณออกแบบตารางออกกำลังกายของตนเองภายใน 30 วัน โดยคุณสามารถเลือกได้เลยว่าอยากออกกำลังกายสัปดาห์ละกี่วัน และวันละกี่นาที หรืออยากให้วันไหนเป็นวันพักผ่อนก็สามารถจัดแจงตารางได้เอง ซึ่งจำนวนวันออกกำลังกายที่เหมาะสมควรจะอยู่ที่ 3-5 วัน/สัปดาห์ นั่นเอง หลังจากนั้นโปรแกรมก็จะพาคุณเข้าสู่หมวดหมู่การออกกำลังกายมีทั้งแบบ…
17/01/2023

สีที่ชอบหรือสีที่ใช่ ‘สีทาภายใน’ เลือกดี ส่งผลได้มากกว่าที่คิด

สีทาภายในเป็นตัวช่วยสำคัญในการแต่งแต้มสีสันภายในที่พักของคุณให้เป็นไปตามสไตล์ที่ชื่นชอบ ซึ่งมีหลากหลายเฉดสีให้คุณเลือกใช้ บทความนี้จะพาคุณมาดูวิธีเลือกสีทาภายในให้ตอบโจทย์และปลอดภัยต่อสุขภาพ การเลือกสีทาบ้านในให้ตอบโจทย์อาจไม่แค่เรื่องของการเลือกสีที่ถูกใจเท่านั้น เพราะหากคุณเลือกสีให้ดีอาจช่วยทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นและปลอดภัยขึ้นด้วย สีทาภายในกับอารมณ์และสมอง หลายคนคงทราบกันดีว่าสีสันส่งผลต่ออารมณ์และสมอง ซึ่งการเลือกสีทาภายในตามหลักจิตวิทยานั้นน่าสนใจไม่น้อย เพราะไม่ใช่แค่ช่วยให้ห้องของคุณดูสวยงามเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับอารมณ์และกระตุ้นการทำงานของสมองในด้านที่แตกต่างกันออกไปด้วย  หากย้อนกลับไปสมัยเรียน หลายคนคงพอผ่านตาเรื่องของวรรณะสีกันมาบ้าง เช่น สีโทนร้อน อย่างสีส้ม สีเหลือง สีแดงให้ความรู้สึกอบอุ่น ส่วนสีโทนเย็น อย่างสีฟ้า สีเขียวให้ความรู้สึกเย็นสบาย แต่เรื่องของสีกับอารมณ์ไม่ได้มีแค่นั้น มาดูดัวอย่างกัน นอกจากนี้ยังมีอีกสารพัดสีที่มีคาแรกเตอร์และส่งผลต่ออารมณ์ในแบบที่แตกต่างกันออกไป อย่างสีแดงที่ควรเลี่ยงสำหรับห้องทำงาน เพราะอาจมีผลต่อการคิดวิเคราะห์ได้ หรือจะเป็นเรื่องของเฉดสีและโทนสี ความเข้มอ่อนก็ส่งผลด้วยเช่นกัน ผลกระทบสุขภาพจากสีทาภายใน ถัดมาเรามาคุยเรื่องสีทาภายในกับสุขภาพกันบ้าง โดยสีทาภายในล้วนแต่ผลิตจากสารเคมี ไม่ว่าจะเป็นสารทำละลายและ VOCs ที่เป็นสารระเหยที่ลอยอยู่ในอากาศ นอกจากนี้ ยังมีสารเคมีอื่น ๆ ที่แตกต่างกันไปตามฟังก์ชัน อย่างสีลบได้ สีกันน้ำ หรือสีป้องกันรอยขีดข่วนก็จะมีสารชนิดอื่นผสมมาด้วย การหาข้อมูลเรื่องสารเคมีในสีทาบ้านจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าหากเลือกไม่ดีก็อาจเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพได้ เช่น แม้ว่าผลข้างเคียงเหล่านี้จะพบได้น้อยและไม่ค่อยรุนแรง แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ ทุกครั้งที่ต้องสัมผัสกับสีทาภายในก็ควรสวมอุปกรณ์ อย่างถุงมือ หน้ากากอนามัย และแว่นตาป้องกันสารเคมีเสมอ ระหว่างทาก็ควรพักออกไปสูดอากาศด้านนอกบ่อย ๆ และเปิดประตูหน้าต่างให้อากาศให้เทอยู่ตลอด นี่ก็คือวิธีเลือกและวิธีใช้สีทาภายในให้ตอบโจทย์และปลอดภัย โดยสีที่เราได้ยกตัวอย่างเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น คุณสามารถเลือกสีที่ชอบให้กับห้องไหนในบ้านของคุณได้ตามใจชอบ…
17/01/2023

ไม่อยากปวดหลังอย่ามองข้าม! เก้าอี้ทำงานสำคัญกว่าที่คิด

วัยทำงานคงคุ้นเคยกับอาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ และรู้กันดีว่าอาการเหล่านี้คืออาการของ โรคออฟฟิศซินโดรม หลายคนเลือกแก้ปัญหาที่ปลายเหตุโดยการไปพบหมอนวด หรือนักกายภาพบำบัด เพื่อบรรเทาอาการเป็นครั้งคราวไป ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ ก็มาจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และที่สำคัญเก้าอี้ที่ใช้นั่งทำงานเป็นประจำอาจไม่เหมาะกับสรีระของตนเอง ทำให้เกิดการเกร็งตามคอ บ่า ไหล่ จนเกิดเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมนั่นเอง เพราะฉะนั้นการเลือกเก้าอี้ทำงานจึงมีความสำคัญกว่าที่คิด เลือกเก้าอี้อย่างไรให้ห่างไกลออฟฟิศซินโดรม ปัจจุบันเก้าอี้สำนักงาน หรือเก้าอี้ทำงานมีให้เลือกสรรมากมาย แต่การตามหาเก้าอี้ที่จะพอดีกับสรีระของตนเองอาจเป็นเรื่องยาก ดังนั้น จึงควรเลือกเก้าอี้ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้ 1. มีพนักพิงศีรษะ อาการปวดคอ เกิดจากการนั่งเกร็งช่วงบริเวณลำคอและศีรษะเป็นเวลานาน ดังนั้น เมื่อต้องเลือกซื้อเก้าอี้ทำงานจะต้องเลือกเก้าอี้ที่มีที่พนักพิงศีรษะ ที่สำคัญต้องสามารถปรับขึ้น-ลง ให้เหมาะสมกับช่วงลำคอของคุณได้ 2. เลือกเก้าอี้ที่ปรับลดระดับได้ เก้าอี้แต่ละประเภทถูกสร้างมาโดยไม่ได้จำเพาะตัวบุคคล การเลือกซื้อเก้าอี้จึงจำเป็นต้องทดลองนั่งก่อนและให้เลือกเก้าอี้ที่สามารถปรับระดับขึ้น-ลง ตามความสูงของตัวคุณได้ วิธีสังเกตเบื้องต้น คือ ไม่เลือกซื้อเก้าอี้ที่มีความสูงใหญ่ หรือตัวเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับตัวคุณนั่นเอง เพราะหากนั่งเก้าอี้ที่สูงหรือต่ำเกินไปอาจทำให้นั่งไม่สะดวกสบาย และทำให้ปวดช่วงลำตัว หรือบริเวณช่วงเอวได้ 3. มีที่วางแขน อาการปวดบ่าหลัก ๆ มาจากการนั่งพิมพ์งานเป็นเวลานาน โดยที่แขนจะต้องยกอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดอาการเกร็ง ปวด…
Young asian woman feeling tired after working with laptop, sitting in cafe on bench outdoors, drinking coffee, looking exhausted.
16/01/2023

คนติดจอต้องระวัง ดวงตาจะพังเพราะ CVS: Computer Vision Syndrome

CVS เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการจ้องหน้าจอนานเกินไป ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือสมาร์ตโฟน ซึ่งทำให้เกิดอาการที่ส่งผลให้เกิดอาการตาล้า ปวดตา แสบตา และอาการอื่น ๆ ตามมา
16/01/2023

เถียงกันโลกแตก! มาสก์หน้าบำรุงผิวทุกคืนดีหรือไม่

สาว ๆ หนุ่ม ๆ หลายคนคงเคยได้ยินเทคนิค ‘มาสก์หน้าทุกคืน’ จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส เป็นการบำรุงอย่างล้ำลึก แต่พอลองหาข้อมูลดี ๆ กลายเป็นว่าเรื่องนี้ยังคงเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ บ้างก็บอกว่า มาสก์หน้าทุกคืนทำให้ผิวอักเสบ ควรมาสก์แค่อาทิตย์ละ 1-3 ครั้งก็พอ หรือบ้างก็บอกว่ามาสก์ทุกคืนทำได้ แต่ต้องรู้จักมาสก์แต่ละประเภทก่อน วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจให้รอบด้านเกี่ยวกับเรื่องการมาสก์หน้า และมาหาคำตอบกันว่าสรุปแล้วมาสก์หน้าทุกคืนมันดีจริงหรือ ? ทำความรู้จักมาสก์แต่ละประเภท 1. มาสก์โคลน เหมาะสำหรับคนที่หน้ามันเป็นสิวง่าย เพราะมาสก์โคลนจะช่วยดูดซับสารพิษออกจากใบหน้าทำให้หน้าสะอาดอย่างล้ำลึก เนื้อโคลนจะมีลักษณะเป็นครีม ควรมาสก์ทิ้งไว้เพียง 15-20 นาทีเท่านั้น เพราะหากทิ้งไว้นานเกินอาจทำให้หน้าแห้งและเหี่ยวได้ ที่สำคัญมาสก์ชนิดนี้ควรทำแค่ 1-3 ครั้ง/สัปดาห์เท่านั้น 2. มาสก์ชนิดแผ่นลอกออก เชื่อว่ามาสก์ชนิดนี้เป็นมาสก์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดเพราะหาซื้อง่าย ที่สำคัญมีหลายสูตรให้เลือกใช้ตามสภาพผิวของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นสูตรลดความมัน ป้องกันสิว ผิวหน้ากระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย และกระชับใบหน้า ซึ่งมาสก์ชนิดนี้ควรมาสก์ทิ้งไว้ 15-20 นาทีเท่านั้น เพราะหากทิ้งไว้นานเกินหรือข้ามคืนจะทำให้แผ่นมาสก์ดูดความชุ่มชื้นของผิวหน้าออกไป สำหรับมาสก์ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นสามารถมาสก์ได้บ่อยตามต้องการ แต่หากเป็นมาสก์ที่ช่วยเรื่องสิวและผิวหน้ากระจ่างใส ควรมาสก์แค่เพียง 1-3 ครั้ง/สัปดาห์เท่านั้น เพื่อไม่ให้ผิวหน้าเกิดการอักเสบ 3.…
16/01/2023

QR Code ทางกลับบ้านของผู้ป่วยความจำเสื่อม

ความจำเสื่อม (Memory loss) เป็นอาการทางสมองที่พบได้ในผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อม (Dementia) ผู้ป่วยจะหลงลืมสิ่งต่าง ๆ เช่น ลืมว่าตัวเองเป็นใคร ลืมคนในครอบครัว ลืมว่าจะทำอะไร ลืมว่าจะไปที่ไหน หรือลืมหนทางที่จะกลับบ้าน อาการความจำเสื่อมพบได้ทั้งแบบระยะสั้นและระยะยาวขึ้นอยู่กับผู้ป่วยแต่ละคนและความรุนแรงของโรค ซึ่งอาการหลงลืมสามารถนำไปสู่เหตุการณ์ที่ผู้ป่วยหายตัวออกไปจากบ้าน สร้างความเป็นห่วงและความกังวลใจให้กับครอบครัว ตัวผู้ป่วยเองก็อาจเสี่ยงต่ออันตรายจากอุบัติเหตุได้ และเนื่องจากผู้ป่วยสูญเสียความทรงจำทำให้กลับบ้านเองไม่ได้และผู้ป่วยส่วนใหญ่มักหลงออกไปโดยไม่ได้มีข้อมูลติดตัวทำให้คนที่พบเห็นให้ความช่วยเหลือได้อย่างยากลำบาก ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นและเพิ่มโอกาสในการพาผู้สูงอายุที่ความจำเสื่อมกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย หนึ่งในนั้น คือ QR Code โดยบทความนี้จะพาคุณมารู้จักกับ QR Code ที่จะพาผู้ป่วยความจำเสื่อม ซึ่งอาจเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นคนรัก หรือคนสำคัญของใครสักคนกลับสู่อ้อมกอดของคนในครอบครัวของเขากัน QR Code ทางกลับบ้านของผู้ป่วยความจำเสื่อม แนวคิดการแก้ปัญหาผู้ป่วยความจำเสื่อมหายออกจากบ้านด้วย QR Code มีการพัฒนามาหลายปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องติดตามในรูปแบบต่าง ๆ เช่น สร้อยคอ ริสต์แบนด์ หรือการนำ QR Code ไปติดตามเสื้อผ้า ทั้งเสื้อ กางเกง หรือรองเท้า ซึ่งใน QR Code…
16/01/2023

เด็กติดมือถือ… เรื่องใหญ่กว่าที่คิด

ในยุคดิจิทัลแบบนี้ ไม่ว่าใครก็เข้าถึงสมาร์ตโฟนได้ แม้แต่เด็ก ๆ การให้ลูกเล่นมือถือคงเป็นสิ่งที่พ่อแม่หลายบ้านเคยทำ อาจเพื่อความสนุกของเด็ก บ้างก็เปิดวิดีโอสอนภาษาให้เด็กดู แต่หลายครั้งที่เราเห็นผู้ปกครองใช้สมาร์ตโฟนเป็นเครื่องทุ่นแรงในการเลี้ยงเด็ก จนเด็กติดมือถือ โดยขาดความเข้าใจถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ปัญหาเด็กติดมือถือจึงเป็นเรื่องที่น่ากังวล โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของเด็กเห็นตรงกันว่าพฤติกรรมติดมือถือนำไปสู่ปัญหาพัฒนาการในเด็ก มากแค่ไหนถึงเรียกติดมือถือ? จากสถิติปัจจุบันพบว่าเด็กส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับมือถือเฉลี่ย 5 ชั่วโมง/วัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าเด็กไม่ควรใช้เวลาไปกับหน้าจอเกิน 1 ชั่วโมง/วัน หรือมากสุดไม่เกิน 2 ชั่วโมง/วัน หากเกินกว่านี้สามารถเรียกได้ว่าเป็นการใช้มือถือมากเกินไป นอกจากเรื่องเวลาแล้ว หากเด็กเริ่มไม่สนใจเรียน ทำกิจกรรมอื่นน้อยลง ใช้เวลากับมือถือมากขึ้น โมโหหรืองอแงเมื่อไม่ให้เล่นมือถือ ปวดหัว ปวดคอ หรือมีปัญหาด้านการนอนหลับก็เรียกว่าติดมือถือได้แล้ว  เกิดอะไรขึ้นเมื่อเด็กติดมือถือ? การให้เด็กเล่นมือถือเพียงครั้งคราวไม่ได้ส่งผลเสียที่น่ากังวลใจ แต่เมื่อเด็กเริ่มมีพฤติกรรมติดมือถือและใช้เวลาอยู่กับมือถือมากขึ้นอาจส่งผลกระทบในด้านต่อไปนี้ได้ พัฒนาการช้า การให้เด็กใช้เวลาอยู่กับมือถือวันละหลายชั่วโมงเป็นการปิดกั้นเด็กจากกิจกรรมอื่น ๆ ที่เขาควรได้ทำตามช่วงวัย อย่างการออกไปวิ่งเล่น พูดคุยกับเพื่อนวัยเดียวกัน และการเสริมสร้างจินตนาการและการเรียนรู้ในรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาการของเด็ก โดยผลลัพธ์ของพัฒนาการที่ช้าลงพบได้ดังนี้ อาการสมาธิสั้น เราได้ยินกันมานานว่าพฤติกรรมติดมือถือทำให้เกิดอาการสมาธิสั้น ซึ่งเป็นเรื่องจริง แม้แต่ผู้ใหญ่ที่มีพฤติกรรมติดมือถือยังมีพฤติกรรมบางอย่างที่เปลี่ยนไป เช่น ใจร้อน หงุดหงิดง่าย แต่ด้วยความเป็นผู้ใหญ่อาจทำให้เรายับยั้งชั่งใจได้ แต่หากสิ่งเหล่านี้ถูกปลูกฝังจนเป็นความเคยชินอาจส่งผลเสียที่รุนแรงให้กับตัวเด็กตั้งแต่ช่วงอายุนั้นดังกล่าวจนกระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จากการสำรวจในโรงเรียนมัธยมปลาย 2,500…
Beautiful Model Girl With Perfect Fresh Clean Skin. Youth And Skin Care Concept. Isolated On Pastel Brown Background.
16/01/2023

ดูแลผิวอย่างไรเมื่อเข้าใกล้เลข 3 ? เทคนิคหน้าเด็ก ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัย

หนุ่ม ๆ สาว ๆ หลายคนเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยเลข 3 อาจจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงภายในของร่างกายตนเอง เช่น บางคนอาจรู้สึกเหนื่อยง่ายขึ้น ระบบเผาผลาญเริ่มทำงานไม่ดี และเริ่มรู้สึกร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนสมัยที่ยังเป็นเด็ก โดยอาการเหล่านี้เราสามารถดูแลได้ด้วยการใส่ใจกับเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย และการพักผ่อนให้เพียงพอ ที่สำคัญต้องตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ ในบทความนี้ เราไม่ได้จะพูดถึงการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายเมื่ออายุมากขึ้นเท่านั้น แต่เราจะพูดถึงริ้วรอย หรือสภาพผิว ที่แสดงออกให้เห็นชัดที่สุดว่า คุณเริ่มอายุมากขึ้นแล้ว! เพราะเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายก็จะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง ทำให้ผิวหน้าเหี่ยวย่น ไม่กระชับนั่นเอง ขณะเดียวกันบางคนอาจจะแย้งว่า แล้วทำไมบางคนที่อายุมากแล้วแต่กลับมีใบหน้าที่ดูเด็กกว่าวัยได้ ? ทำไมบางคนถึงหน้าเด็กกว่าวัย ? เหตุผลข้อแรกคงต้องยกให้เรื่องของพันธุกรรม เพราะเราทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าพันธุกรรมเป็นเรื่องที่ส่งต่อกันมาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ บางคนพื้นฐานมีผิวพรรณที่ดี ชุ่มชื้น อิ่มฟู ก็จะทำให้ใบหน้าดูสดใสราวกับยังอายุยี่สิบต้น ๆ แต่หากพันธุกรรมมาดีแต่ไม่ดูแลตนเองเพิ่มเติมก็สามารถมีผิวที่ดูแก่ก่อนวัยได้เช่นกัน  หากลองสังเกตดี ๆ จะเห็นว่ากลุ่มคนที่มีรูปหน้าทรงกลม มักจะมีใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์มากกว่าคนที่มีหน้าทรงรูปไข่ เพราะคนรูปหน้าทรงกลมจะมี Baby Fat หรือ ไขมันบริเวณหน้าแก้มมากกว่ากลุ่มคนที่มีใบหน้ารูปไข่  ทำให้เมื่ออายุมากขึ้น Baby Fat เหล่านี้จะทำให้ดูผิวพรรณเต่งตึง ในขณะที่คนทรงหน้ารูปไข่เมื่อร่างกายผลิตคอลลาเจนน้อยลง ใบหน้าก็จะยิ่งดูเล็ก หน้าตอบขึ้น และทำให้ผิวเหี่ยวย่นได้มากกว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสวย…

PR Partners

See All
Read More

แค่ความเก่งอาจไม่พอ ! เปิด 15 Insights ที่คนทำงานต้องรู้ในปี 2026 จากงาน “PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2026”

งาน PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2026 (PPC2026) จัดโดย CREATIVE TALK ร่วมกับ AME IMAGINATIVE และ QGEN Consultant งานของคนทำงานแห่งปีได้จบลงเป็นที่เรียบร้อย พร้อมบรรยากาศสุดคึกคักท่ามกลางคนทำงานหลายพันคน พร้อม Speakers จากหลากหลายวงการมากกว่า 20 ชีวิต ทั้งผู้บริหารระดับแนวหน้า, HR, นักจิตวิทยา และนักแสดงชั้นนำ หัวใจสำคัญของงานปีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ ‘เทคโนโลยี’ ที่เข้ามาอย่างเดียว แต่คือการเข้าใจ
16/04/2026

เจาะอินไซต์สงกรานต์ 2569 : เมื่อ AI จากทรู เผย “อีสาน” คือหมุดหมายหลัก และ “จีน” ครองบัลลังก์นักท่องเที่ยว

16 เมษายน 2569 – จบลงอย่างคึกคักสำหรับเทศกาลสงกรานต์ปีล่าสุด ทรู คอร์ปอเรชั่น ใช้เทคโนโลยี Mobility Data และ AI Autonomous Network วิเคราะห์พฤติกรรมมหาชนแบบเรียลไทม์ พบเทรนด์ใหม่ที่น่าสนใจ : คนกรุงมุ่งหน้าสู่เมืองรองภาคอีสานพุ่งกระฉูด ขณะที่ Soft Power ไทยยังขลัง ดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนกลับมาครองอันดับ 1 อย่างเหนียวแน่น ปรากฏการณ์ “อีสานฟีเวอร์” : แชมป์จุดหมายปลายทางปี 69 ข้อมูลจาก Mobility Data ในช่วง 11–15 เมษายน ระบุว่าปีนี้ 15.5% ของคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล และ 4.5% ของภาคตะวันออกนิยมเดินทางท่องเที่ยว ส่งผลให้การเดินทางออกสู่ภูมิภาคต่าง ๆ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่กลายเป็นฮอตสปอตอันดับหนึ่ง จีนเบอร์ 1 เที่ยวไทย ส่วนคนไทยหนีร้อนไปจีน กระแสสงกรานต์ยังคงเป็นแม่เหล็กดึงดูดชาวต่างชาติ (Inbound Roamer) ให้เติบโตขึ้น…
solar cell huawei ion energy x supalai
16/04/2026

Huawei x ศุภาลัย x ION Energy ปฏิวัติวงการบ้านโซลาร์ ชูสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 2 แสนบาท

หมดความกังวลเรื่องค่าไฟแพงในช่วงหน้าร้อน หรือความยุ่งยากในการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ ! เมื่อ 3 ยักษ์ใหญ่ Huawei Digital Power, บมจ.ศุภาลัย (SPALI) และ ION Energy จับมือกันเปลี่ยนหลังคาบ้านให้เป็นโรงไฟฟ้าส่วนตัวที่ปลอดภัย เข้าถึงง่าย และคุ้มค่ากว่าเดิม ภายใต้เป้าหมายติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปให้บ้านศุภาลัยกว่า 1,500 หลัง ภายใน 3 ปี เจาะลึกความคุ้มค่า "Solar Package" เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกบ้านศุภาลัย แพ็กเกจนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ Pain Point ของคนอยากติดโซลาร์เซลล์โดยเฉพาะ โดยมอบสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่ามาตรฐานตลาด: ไฮไลต์เด็ด: ติดโซลาร์วันนี้ รัฐช่วยจ่ายผ่านการลดหย่อนภาษี มาตรการรัฐเปิดทางให้คุณนำค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้แบบจัดเต็ม Huawei ตอกย้ำว่าระบบโซลาร์ต้องมาพร้อมความปลอดภัยและมาตรฐานอุปกรณ์ระดับโลก เพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว ทางศุภาลัยมุ่งเปลี่ยนโซลาร์รูฟท็อปให้เป็น "โครงสร้างพื้นฐาน" ที่จับต้องได้จริง ปลดล็อกความกังวลของลูกบ้านด้วยแพ็กเกจที่มั่นใจได้ และ ION Energy ได้ทลายความซับซ้อนด้วยบริการที่ง่าย รวดเร็ว พร้อมเดินสาย Roadshow ตามโครงการศุภาลัยทั่วประเทศเพื่อให้คำปรึกษา ทางกบ้านศุภาลัยที่สนใจ สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน…
10/04/2026

Game Changer แห่งวงการสัตว์เลี้ยง: วิเคราะห์กลยุทธ์ True x IoT กับการสร้าง Ecosystem เพื่อสมาชิกคนสำคัญในบ้าน

กรุงเทพฯ 10 เมษายน 2026 – ทรู คอร์ปอเรชั่น ตอกย้ำผู้นำบริษัทโทรคมนาคม–เทคโนโลยี มุ่งส่งมอบบริการที่เป็นมากกว่าแค่การเชื่อมต่อ (Beyond Connectivity) เพื่อเติมเต็มชีวิตและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทย ผสานพลังเครือข่าย ทรูออนไลน์ กับ เทคโนโลยี IoT ผ่าน TrueX ยกระดับชีวิตในบ้านให้สมาร์ต สะดวกสบาย และครบครันยิ่งขึ้น ช่วยให้การดูแลบ้าน ครอบครัว และสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องง่าย ล่าสุด เจาะตลาดกลุ่มคนรักสัตว์ ประเดิมร่วมมือกับ ออริจิ้น กรุ๊ป สร้างมาตรฐานใหม่ของที่อยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว ชูจุดเด่นนวัตกรรมล้ำสมัยที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาและความกังวลของคนรักสัตว์โดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้เหล่า Pet Parents ดูแลสัตว์เลี้ยงได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้น อาทิ TrueX Smart Pet Tracker อุปกรณ์ติดตามอัจฉริยะระบบ Cellular ที่ช่วยติดตามสัตว์เลี้ยงได้แม่นยำทุกที่ทั่วไทย เหนือกว่าระบบ Bluetooth ทั่วไป และ TrueX Smart CCTV Camera 4 Pro…