Tags
| โรคอ้วน
21/07/2026
Worawalan | 4 days ago
เวลานอนหายไปแค่วันละ 80 นาที ก็ทำให้อ้วนขึ้นได้
หลาย ๆ คนอาจคิดว่า "น้ำหนักขึ้น" เกิดจากการกินที่มากไปหรือการออกกำลังกายที่น้อยไป แต่ล่าสุด งานวิจัยใหม่กลับพบว่า การนอนน้อยลงเพียงวันละประมาณ 80 นาที ก็อาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ นักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ของวิทยาลัย Columbia University ได้ศึกษาผู้ใหญ่จำนวน 95 คน ที่ปกตินอนคืนละ 7-8 ชั่วโมง โดยให้ผู้เข้าร่วมทดลองเข้านอนช้าลงประมาณ 90 นาที ทำให้เวลานอนเฉลี่ยลดลงราว 80 นาทีต่อคืน ติดต่อกันเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ก่อนเปรียบเทียบกับช่วงที่นอนตามปกติ ผลการศึกษาพบว่า ผู้เข้าร่วมมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 0.45 กิโลกรัม และใช้เวลาไปกับการนั่งหรือทำกิจกรรมที่ใช้พลังงานน้อยมากขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงที่นอนหลับเพียงพอ ที่ผ่านมา งานวิจัยส่วนใหญ่มักศึกษาผลของ การอดนอนอย่างหนัก เช่น นอนเพียง 4 ชั่วโมงต่อคืน ซึ่งไม่ใช่พฤติกรรมของคนส่วนใหญ่ แต่การศึกษาครั้งนี้ต้องการจำลองสถานการณ์ที่พบได้จริง เพราะปัจจุบันมีคนจำนวนไม่น้อยที่นอนเพียง 5-6 ชั่วโมงต่อคืน เป็นประจำ นักวิจัยยังระบุว่า หากนอนน้อยในลักษณะนี้ต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปี อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคอ้วน โรคหัวใจ และโรคเบาหวานได้ นอกจากนี้…19/02/2026
ปักปากกา เทคโนโลยีลดน้ำหนักที่มีที่มาจาก ‘น้ำลายกิ้งก่า’
กระแสปักปากกา หรือที่เลี่ยงบาลีว่าปักตะกร้าได้รับความนิยมมากขึ้นจนอาจเรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ในการลดน้ำหนัก ซึ่งในเชิงการแพทย์ การปักปากกาช่วยลดน้ำหนักได้จริง แต่จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น การปักปากกาไม่ใช่แค่ช่วยลดน้ำหนัก แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคอื่นที่ตามมา อย่างโรคเบาหวาน ภาวะไขมันพอกตับ และโรคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความอ้วน แต่รู้ไหมว่าตัวยาในปากกาที่ปัก ๆ กันอยู่ มีต้นแบบมาจากน้ำลายของกิ้งก่าที่ชื่อว่า 'กิลามอนสเตอร์' (Gila Monster) สิ่งมีชีวิตตัวลายส้ม-ดำที่ดูเหมือนหลุดออกมาจากยุคดึกดำบรรพ์ จากทะเลทรายโซโนรัน (Sonoran Desert) อันร้อนระอุในแถบสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก แล้วมนุษย์รู้ได้อย่างไรว่าสัตว์เลื้อยคลานตัวนี้มีสารที่จะกลายมาเป็นต้นแบบของยา GLP-1 (Glucagon-like peptide-1) ที่มีความสำคัญในการรักษาโรคอ้วนในปัจจุบัน BT beartai จะพาไปหาคำตอบกัน GLP-1 คือ ตัวยาที่เข้าไปรีเซตระบบเผาผลาญผ่านการเลียนแบบฮอร์โมนธรรมชาติ โดยทำหน้าที่สั่งการให้สมองรู้สึกอิ่มเร็วขึ้นพร้อมชะลอการย่อยอาหาร ใช้รักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วน ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด กิ้งก่าทะเลทรายกับความลับในน้ำลาย ความสามารถในการสังเกตของมนุษย์นี่ก็น่าทึ่งไม่น้อย เพราะดันมีนักวิทยาศาสตร์เขาไปเจอความพิเศษของกิ้งก่าชนิดนี้ คือ มันกินอาหารเพียงไม่กี่มื้อต่อปี แต่ละมื้ออาจใหญ่ถึง 1 ใน 3 ของน้ำหนักตัว เทียบกับมนุษย์ที่กิน 3 มื้อต่อวัน หรือ 1,095…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 156 days ago
Read More16/05/2025
วิกฤตโรคอ้วน เมื่อโรคอ้วน ไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องน้ำหนักตัว และเป็นประตูสู่ปัญหาสุขภาพ
กว่า 890 ล้านคนทั่วโลกมีปัญหาเรื่องโรคอ้วน (Obesity) และคนไทยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์อยู่เกณฑ์อ้วน ซึ่งโรคอ้วนเป็นวิกฤตสุขภาพที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น และไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องรูปร่าง หรือน้ำหนักตัว เพราะโรคอ้วนสัมพันธ์กับโรคอื่น ๆ มากกว่า 200 โรคที่เกี่ยวข้องกับร่างกายหลากหลายระบบ Novo Nordisk บริษัทด้านการดูแลสุขภาพชั้นนำระดับโลกจากประเทศเดนมาร์ก และผู้ผลิตยาโรคเบาหวาน GLP-1 ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลกได้จัดงานเสวนาเพื่อส่งต่อความตระหนักรู้ถึงผลกระทบโรคอ้วนในคนไทย โรคอ้วนสัมพันธ์กับโรคมากมาย ตั้งแต่โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โรคข้ออักเสบ ภาวะซึมเศร้า หรือแม้แต่โรคทางสมอง อย่างโรคอัลไซเมอร์ และในรายงานพบว่ากว่า 1 เปอร์เซ็นต์ GDP ของประเทศไทยในปี 2019 ถูกใช้ไปกับการรักษาปัญหาสุขภาพจากโรคอ้วน ซึ่งจำนวนตัวเลขและค่าใช้จ่ายนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 5 เปอร์เซ็นต์ของ GDP ในปี 2603 หากคนไทยไม่เริ่มตระหนักรู้และดูแลตัวเองจากโรคอ้วนตั้งแต่วันนี้ การออกกำลังกายและคุมอาหารสำหรับคนทั่วไปอาจเพียงพอที่จะช่วยควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ปัจจุบันมีคนที่มีโรคอ้วนมากมายที่ไม่สามารถประสบความสำเร็จในการลดความอ้วนด้วยตนเองแม้ดูแลตัวเองดีเท่าไหร่ก็ตาม ซึ่งอาจเป็นผลมาจากพันธุกรรมของร่างกาย ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ไม่เอื้อต่อการลดน้ำหนัก ตลอดจนการตีตราการเป็น ‘คนอ้วน’ ของคนในสังคม หรือการดูแคลนที่คนที่มีน้ำหนักตัวมากไม่สามารถลดน้ำหนักได้ ทั้งที่คนเหล่านั้นลองลดด้วยตัวเองแล้วก็ตาม ภายในงานนี้ ทาง…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 435 days ago
Read More08/08/2024
ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังได้ทุกวัน แค่ทำ 5 สิ่งนี้
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีรุดหน้า พาให้ทุกคนต่างต้องเร่งรีบ และชีวิตก็ถูกรายล้อมไปด้วยอาหารสำเร็จรูป “โรคเรื้อรัง” หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Noncommunicable diseases หรือ NCDs) จึงกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่คุกคามคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือมะเร็ง ล้วนแล้วแต่เป็นโรคที่รักษายาก และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก แต่รู้หรือไม่ว่า…เราสามารถป้องกันโรคเรื้อรังเหล่านี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยา วันนี้เรามี 5 แนวทางง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง และห่างไกลจากโรคเรื้อรัง 1. กินอย่างฉลาด ปราศจากโรคภัย คุณเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า "You are what you eat" ไหม ? นั่นเพราะอาหารที่เรากินเข้าไปนั้น ล้วนมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของเรา ดังนั้น การเลือกกินอาหารที่ดี มีประโยชน์ จึงเป็นด่านแรกในการป้องกันโรคเรื้อรังได้ แนวทางการกินที่ช่วยป้องกันโรคเรื้อรัง: ตัวอย่างเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ: จำไว้ว่า การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทรมานตัวเอง ลองหาสูตรอาหารเพื่อสุขภาพที่อร่อยและทำง่าย แล้วคุณจะพบว่าการกินดีไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป 2. กีฬาคือยาวิเศษ (ที่ไม่ต้องกิน) บางคนอาจคิดว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่ความจริงแล้ว การออกกำลังกายสม่ำเสมอคือหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคหัวใจ…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 716 days ago
Read More26/06/2024
Blursday “อาการหลงวันลืมคืน” ที่ใคร ๆ ก็เป็นได้
เคยไหม? ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกเหมือนวันนี้คือวันหยุด แต่พอมองปฏิทิน ดันเป็นวันทำงาน หรือบางครั้งหลังวันหยุดยาวก็มักสับสนว่า เอ๊ะ…วันนี้เป็นวันจันทร์ วันอังคาร หรือวันพฤหัสบดี หรือวันศุกร์กันแน่ ? อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของ "Blursday" หรือ "อาการหลงวันลืมคืน" นั่นเอง Blursday คืออะไร? Blursday เป็นคำผสมระหว่างคำว่า "Blur" ที่แปลว่า เบลอ ๆ มึน ๆ พร่ามัว ไม่ชัดเจน และ "Day" ที่แปลว่า วัน รวมเป็นภาษาไทยว่า “หลงวันลืมคืน” หมายถึง ภาวะที่เรารู้สึกสับสนในการแยกแยะระหว่างวันธรรมดาและวันหยุด สาเหตุหลัก ๆ มาจากวิถีชีวิตยุคใหม่ที่ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย และใช้เวลากับหน้าจอนานเกินไป คำนี้เป็นศัพท์ใหม่ที่ถูกบัญญัติขึ้นโดย Oxford Dictionary ในปี 2020 มีความหมายว่า “วันใด ๆ ที่ไม่สามารถระบุแยกได้จากวันอื่น ๆ ในสัปดาห์” โดย Oxford ได้อธิบายเพิ่มเติมถึงสาเหตุว่า “...อาการนี้เกิดขึ้นเมื่ออยู่บ้านจนเกิดอาการไม่รู้วันไม่รู้คืน…กฤษณา กาญจนเพ็ญ | 759 days ago
Read More15/05/2024
เคล็ด (ไม่) ลับ การกิน “ปิ้ง-ย่าง-ทอด” อย่างปลอดภัย
เมนู “ปิ้ง ย่าง และทอด” ถือเป็นหนึ่งในเมนูสุดฮิตติดเทรนด์ของคนไทยทุกวันนี้ และเป็นเมนูยอดนิยมของอีกหลากหลายชนชาติทั่วโลกเช่นกัน แม้ผลการวิจัยในปัจจุบันจะยังมีข้อมูลไม่ชัดเจนที่แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างการกินอาหารปิ้งย่างและความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งก็ตาม แต่เราก็มักได้รับการบอกกล่าวด้วยความห่วงใยจากคนรอบข้างว่า “ให้ระวังการกินอาหารปิ้งย่าง เพราะจะมีการก่อมะเร็ง” บ้างก็เตือนว่า “ของทอดก็อย่าไปกินเยอะ มันไม่ดี” แต่ก็ยากจะอดใจใช่ไหมครับ ? บทความนี้ได้แฮกเคล็ดลับการกินอาหารประเภท “ปิ้ง ย่าง และทอด” อย่างไรให้ห่างไกลมะเร็งลำไส้และปลอดภัยจากคอเลสเตอรอลมาฝากครับ ทำไมกิน “ปิ้ง-ย่าง-ทอด” จึงเสี่ยง “มะเร็ง” ? เนื้อสัตว์ที่ถูกปรุงสุกแบบผ่านความร้อนโดยตรงอย่างการปิ้งและย่างจนไหม้เกรียมนั้น จะสร้างสารก่อมะเร็ง 2 ชนิด คือ สาร HCAs (Heterocyclic Amines) และ PAHs (Polycyclic Aromatic Hydrocarbons) โดยสาร HCAs เกิดจากปฏิกิริยาระหว่างโปรตีนและความร้อน ส่วน PAHs เกิดจากควันและการเผาไหม้ โดยเฉพาะไขมันในเนื้อสัตว์ที่หยดลงไปโดนถ่าน แล้วเกิดควันที่เป็นสารก่อมะเร็งลอยกลับมาเกาะอยู่บนเนื้อสัตว์ (ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับควันบุหรี่และท่อไอเสียรถ) เมื่อเรากินปิ้งย่างบ่อย ๆ สารนี้ก็จะเข้าไปสะสมอยู่ในร่างกายของเรา เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับและท่อน้ำดี รวมไปถึงมะเร็งลำไส้ได้ ในขณะที่อาหารที่ผ่านความร้อนสูงด้วยวิธีการทอด (ทั้งทอดด้วยน้ำมัน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 801 days ago
Read More23/01/2024
คาร์ดิโอ และออกกำลังกายแบบแรงต้านลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้มากกว่า
ในปัจจุบันมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากพบว่าการออกกำลังกายส่งผลดีต่อสุขภาพหัวใจ และสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ และการเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้ ไม่ว่าจะออกกำลังกายแบบไหนก็ตาม ทั้งการยกเวท บอดี้เวทเทรนนิง คาร์ดิโอ กีฬา และโยคะ แต่การออกกำลังกายก็เหมือนรสนิยมในการฟังเพลง ถ้าคนไหนชอบการออกกำลังกายแบบไหนก็มักจะออกกำลังกายแค่รูปแบบเดียว อย่างคนชอบวิ่งก็จะวิ่งเยอะมาก ถ้าคนยกเวทก็จะเน้นการยกอย่างเดียวอาจเพราะมาจากความชอบ และเวลาที่จำกัดจึงทำให้ไม่มีเวลาเพียงพอต่อในการออกกำลังกายหลายรูปแบบ แต่การศึกษาล่าสุดจากสหรัฐอเมริกาพบว่าการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ หรือแอโรบิก อย่างการวิ่ง หรือปั่นจักรยาน ร่วมกับการออกกำลังกายแบบแรงต้าน (Resistance training) อย่างบอดี้เวทเทรนนิง การยกน้ำหนักควบคู่กันสามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้มากกว่าการออกกำลังกายแค่รูปแบบใดรูปหนึ่ง ในสหรัฐฯ จำนวน 1 ใน 3 ของคนเสียชีวิตมีสาเหตุมาจากโรคหัวใจ ซึ่งการศึกษานี้เป็นการศึกษาที่ใช้เวลายาวนานกว่า 1 ปีเพื่อหารูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสม และสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดหัวใจและหลอดเลือดที่ได้ผล การศึกษาชิ้นนี้ทำโดยมหาวิทยาลัยไอโอวาสเตต ศึกษาในคน 406 คนที่มีอายุระหว่าง 35 ถึง 70 ปี ผู้เข้าร่วมทุกคนมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ หรือไม่ก็เป็นโรคอ้วน ร่วมกันมีภาวะความดันโลหิตสูง ทีมนักวิจัยได้แบ่งผู้เข้าร่วมออกเป็น 4 กลุ่ม 1) คนที่ไม่ออกกำลังกาย 2) คนที่คาร์ดิโออย่างเดียว 3) คนที่ออกกำลังกายแรงต้านอย่างเดียว และ 4)…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 914 days ago
Read More22/01/2024
ค้นพบเส้นประสาทใหม่จากลำไส้สู่สมอง ที่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงอยากของหวาน และของทอด
น้ำตาล และไขมันเป็นวัตถุดิบที่พบได้ในของอร่อยแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะน้ำหวาน เค้ก ขนมไทย ของทอด หรือข้าวหมูกรอบ ซึ่งอย่างที่รู้กันดีว่าการได้รับสารอาหารพลังงานสูง อย่างน้ำตาล และไขมันเป็นประจำเพิ่มความเสี่ยงของปัญหาสุขภาพได้หลายชนิด ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ยังคงหาเหตุผลที่แท้จริงไม่ได้ว่าทำไมมนุษย์ถึงหลงใหลในสารอาหารทั้งสองชนิดเหลือกัน แม้ปัจจุบันจะมีทฤษฎี และข้อมูลมากมายเกี่ยวกับความอยากน้ำตาล และไขมันที่ไม่สิ้นสุดของมนุษย์ เช่น เป็นผลจากสัญชาตญาณการเอาตัวรอดในยุคโบราณ หรือเป็นเพราะพันธุกรรมบางอย่าง การศึกษาล่าสุดจาก Monell Chemical Senses Center ศูนย์วิจัยในสหรัฐฯ ได้ค้นพบวงจรประสาทชุดใหม่ที่เชื่อมต่อระหว่างลำไส้ไปยังสมองของหนูทดลองที่มีหน้าที่กระตุ้นให้เกิดความอยากน้ำตาล และไขมันโดยเฉพาะ ซึ่งสัตว์ชนิดอื่น อย่างมนุษย์ก็อาจมีด้วยเช่นเดียวกัน โดยวงจรชุดนี้ แยกเส้นประสาทที่กระตุ้นความอยากน้ำตาล และความอยากไขมันออกจากกัน ทีมนักวิจัยได้ใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบดูเซลล์ประสาทในระบบประสาทเวกัส (Vagus nerve system) ของหนูที่เชื่อมต่อสมองกับอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงลำไส้ พบว่าเซลล์ประสาทที่ค้นพบใหม่นี้กระตุ้นให้สมองหลั่งสารที่ชื่อ ‘โดปามีน’ (Dopamine) หรือฮอร์โมนความสุขออกมาในระบบให้รางวัล (Brain reward system) ของสมอง ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกดี ดีใจ หรือได้รับความสำเร็จ ก่อนหน้านี้ ในมนุษย์เองก็ค้นพบมาแล้วว่าเหตุผลหนึ่งที่มนุษย์ชอบกินของหวานก็เป็นผลมาจากการหลั่งโดปามีนทุกครั้งที่ได้รับน้ำตาล จนเกิดภาวะเสพติด ทีมนักวิจัยได้ใช้เทคโนโลยีเพื่อกระตุ้นวงจรประสาทชุดนี้ในหนู ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ หนูที่ถูกกระตุ้นตื่นตัว และเริ่มมองหาอาหาร…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 915 days ago
Read More16/10/2023
ไอติมและมันฝรั่งแผ่นอาจทำให้คุณเสพติดไม่ต่างจากนิโคตินในบุหรี่
ไอติมและมันฝรั่งแผ่นอาจเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในขนมแห่งมวลมนุษยชาติก็ว่าได้ เพราะเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงง่าย อร่อย และราคาถูก หลายคนน่าจะเคยมีประสบการณ์ที่ไม่สามารถหยุดกินมันฝรั่งแผ่นและไอติมได้ แม้มันจะถุงใหญ่หรือถ้วยใหญ่มากก็ตาม การหยุดกินของเหล่านี้มันดูยากเกินห้ามใจเสมอ แต่ถึงขั้นเสพติดเหมือนคนติดบุหรี่นี่เป็นไปได้จริงหรือ? แอชลีย์ เกียร์ฮาร์ด ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน สหรัฐอเมริกาได้สร้างเกณฑ์การวัดระดับการเสพติดอาหารขึ้นมา ซึ่งมีตั้งแต่ สิ่งเหล่านี้เคยเกิดขึ้นกับคุณรึเปล่า? ไอติมและมันฝรั่งแผ่นจัดเป็นอาหารแปรรูปสูง (Ultimate-processed foods) หรืออาหารที่ไม่ได้อยู่ในรูปร่างหน้าตาเดิมของมัน ซึ่งอาหารกลุ่มถูกจัดว่าเป็นอาหารขยะ เพราะว่าให้พลังงานสูง แต่คุณค่าทางโภชนาการต่ำ และให้สารอาหารที่ไม่มีประโยชน์ อย่างน้ำตาล โซเดียม ไขมันอิ่มตัว และวัตถุเจือปนอาหาร โดยการศึกษาอีกชิ้นของแอชลีย์ เกียร์ฮาร์ดได้บอกว่าสารอาหารในกลุ่มของคาร์โบไฮเดรตขัดสี (น้ำตาล, แป้งขาว) และไขมันมีคุณสมบัติกระตุ้นให้สมองเกิดความสุข และเกิดการเสพติดได้ บทความสุขภาพอีกชิ้นบน The Guardian ที่ได้เล่าการศึกษาชิ้นใหม่ของ คริส แวน ทัลเลเคน มีเนื้อหาว่าคนที่มีอาการเสพติดอาหาร ส่วนใหญ่แล้วอาหารที่คนเหล่านั้นติดมักเป็นอาหารแปรรูปขั้นสูง ทำไมไอติม มันฝรั่ง และอาหารแปรรูปขั้นสูงถึงทำให้เสพติด? เวลาที่มนุษย์ได้ลิ้มลองรสชาติความอร่อย สมองของเราจะหลั่งสารแห่งความสุขที่เรียก ‘โดปามีน’ (Dopamine) ออกมา ซึ่งอาหารที่ผ่านการปรุงรสมากมายอย่างอาหารแปรรูปขั้นสูง อย่างไอติม มันฝรั่งแผ่น และขนมอื่น ๆ ก็ทำให้สมองเกิดภาวะความสุขจากการกินนี้ขึ้น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1013 days ago
Read More22/08/2023
DASH Diet เทรนด์อาหารสุขภาพดี ลดความดัน ลดโรคหัวใจ
ปัจจุบันศาสตร์การรับประทานอาหารนั้นแตกแขนงออกไปมากมายตามจุดประสงค์และลักษณะของอาหาร DASH diet (แดช ไดเอท) เป็นเทรนด์อาหารที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ โดย DASH ย่อมาจาก Dietary Approaches to Stop Hypertension หรือวิธีการรับประทานอาหารที่จะช่วยหยุดการเกิดภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งสามารถนำไปสู่โรคอื่น อย่างโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตได้ นอกจากนี้ DASH diet ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่นด้วย อาหารที่เป็น DASH diet ไม่ใช่วัตถุดิบที่หายากหรือมีราคาแพง แต่เป็นอาหารและวัตถุดิบทั่วไปที่สามารถพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน แต่เน้นอาหารที่มีแร่ธาตุในกลุ่มแมกนีเซียม โพแทสเซียม และแคลเซียมสูง แต่โซเดียม และไขมันต่ำ โซเดียมเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย แต่หากได้รับมากเกินไป (ผู้ใหญ่: ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม/วัน) อาจส่งผลเสียต่อระบบความดันโลหิต และไต หากคนที่กำลังลดน้ำหนักต้องนับและจำกัดพลังงานหรือแคลอรีจากอาหาร คนที่กำลังคุมอาหารด้วย DASH diet ต้องนับและจำกัดปริมาณโซเดียมไม่เกิน 1,500 มิลลิกรัม/วัน ควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารในกลุ่ม Dash diet กลไกและประโยชน์ของ DASH Diet การรับประทานแบบ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1068 days ago
Read More18/08/2023
การศึกษาพบว่าลำดับการกินผัก โปรตีน และแป้งส่งผลต่อลดน้ำหนักและอัตราการเกิดโรคเบาหวานได้
ระดับน้ำตาลในเลือดเป็นสิ่งที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการรับประทานอาหารของคนเราอย่างมาก การรับประทานอาหารที่มากเกินไปจะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง หากเกิดภาวะนี้ขึ้นติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอาจส่งผลต่อระบบเผาผลาญและการจัดการกับน้ำตาลในเลือด เพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน นอกจากนี้ การรับประทานอาหารที่มากเกินไปและระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงยังเพิ่มความเสี่ยงของไขมันสะสมที่ทำให้น้ำหนักขึ้นด้วย การปรับวิธีการรับประทานอาหารจึงมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด น้ำหนักตัว และสุขภาพของเราได้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาก็มีงานวิจัยชิ้นที่พบว่าลำดับในการรับประทานอาหารนั้นส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดของคนเรา การศึกษาชิ้นนี้ศึกษาในคนที่มีภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) จำนวน 15 คน ซึ่งคนที่มีภาวะนี้จะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง และเสี่ยงต่อโรคเบาหวานมากกว่าคนทั่วไป ถ้าไม่คุมให้ดีอาจกลายเป็นโรคเบาหวานได้ในที่สุด ทีมนักวิจัยได้แบ่งรูปแบบการรับประทานอาหารออกเป็น 3 แบบด้วยกัน ดังนี้ โดยคนที่เข้าทดสอบจะต้องรับประทานทีละอย่างให้หมด แล้วเว้น 10 นาทีก่อนรับประทานอาหารประเภทถัดไป เช่น รับประทานข้าวในปริมาณหนึ่งให้หมดจาน และอีก 10 นาทีค่อยรับประทานเนื้อสัตว์ แล้วเว้นอีก 10 นาทีเพื่อรับประทานผัก ทีมนักวิจัยจะเก็บค่าระดับน้ำตาลในเลือดและระดับฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ที่มีหน้าที่ในการเปลี่ยนน้ำตาลในเลือดเป็นพลังงาน ใน 5 ช่วงเวลาด้วยกัน ตั้งแต่ก่อนเริ่มรับประทาน และหลังรับประทาน 30 / 60 / 90 / 120 / 150 และ 180 นาที พบว่ากลุ่มที่…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1072 days ago
Read More16/08/2023
สธ. สหราชอาณาจักรปัดตก ‘การแบนตัวการ์ตูนบนกล่องซีเรียล’ หลังถูกเรียกร้องว่าอาจทำให้เด็กได้รับน้ำตาลมากเกินพอดี
หากพูดถึง ‘ซีเรียล’ (Cereal) เรามักนึกถึงอาหารเช้าแบบตะวันตกที่เห็นบ่อย ๆ ในหนังฝรั่ง ที่พอตื่นเช้ามาก็ต้องเทซีเรียลจากกล่องที่มีลายการ์ตูน พร้อมเทนมตาม เพียงเท่านี้ก็ได้มื้อเช้าที่แสนอร่อยแล้ว แต่ในความเป็นจริงซีเรียลบางยี่ห้อไม่สามารถเรียกว่าเป็นอาหารเช้าได้อีกต่อไป แต่ต้องเรียกว่าเป็นขนมแทน เพราะน้ำตาลสูงมาก ไม่ว่าจะในต่างประเทศหรือในไทยก็ตาม ช่วงก่อนหน้านี้ ในสหราชอาณาจักรได้มีการเรียกร้องจากกลุ่มนักเคลื่อนไหวเกี่ยวกับโรคอ้วนต่อกระทรวงสาธารณสุขให้ออกกฎห้ามผู้จัดจำหน่ายซีเรียลที่มีน้ำตาลสูงใส่ตัวการ์ตูนน่ารักและสีสันสดใสลงบนกล่อง และเปลี่ยนมาเป็นกล่องธรรมดาแทน เพราะมันอาจดึงดูดเด็ก ๆ ให้ร้องไห้งอแงเพื่อให้พ่อแม่ซื้อให้ และอาจทำให้เด็ก ๆ ได้รับน้ำตาลมากเกินความจำเป็น ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพและการเติบโตของเด็กได้ แต่เมื่อ 15 สิงหาคม 2023 ที่ผ่านมา วิล ควินซ์ (Will Quince) รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขแห่งสหราชอาณาจักรได้ปฏิเสธการเรียกร้องข้อนี้ และยังบอกด้วยว่าข้อเรียกร้องนี้เป็นการแทรกแซงจาก Nanny-State รัฐพี่เลี้ยง ที่หมายถึงข้อเรียกร้องหรือการครอบงำที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ วิล ควินซ์ได้ให้สัมภาษณ์ต่อว่าประชาชนควรมีสิทธิที่จะเลือกสุขภาพที่ดีให้กับตัวเอง และการตัดสินใจเลือกอาหารและโภชนาการที่ดี พร้อมกับให้ความรู้กับลูกเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ เขาได้บอกด้วยว่าเขาให้ลูกของเขารับประทานซีเรียล แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกวัน ทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและพอดี โดยสิ่งที่ผู้จัดจำหน่ายซีเรียลต้องทำ คือ การให้ความรู้กับผู้ซื้ออย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับสารอาหารที่อยู่ภายในผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงประเภทของสินค้าว่าเป็นอาหารหรือขนมกันแน่ แต่เรื่องนี้อาจเป็นที่ถกเถียงต่อไป เนื่องจากว่าในสหราชอาณาจักรประสบปัญหากับประชากรที่เป็นโรคอ้วน เกรแฮม แมคเกรเกอร์ (Graham MacGregor) ศาสตราจารย์ด้านเวชศาสตร์หัวใจและหลอดเลือดที่มหาวิทยาควีนแมรีแห่งลอนดอน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1074 days ago
Read More08/08/2023
มหาวิทยาลัยเท็กซัสคิดค้นยาที่ทำให้ ‘กินอาหารขยะเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน’ และลดความเสี่ยงของโรคได้
โรคอ้วนและการมีน้ำหนักตัวมากเป็นปัญหาต่อสุขภาพและการใช้ชีวิต แต่อาหารอร่อยมักเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงและทำให้อ้วน Junk food หรือ อาหารขยะ เป็นหนึ่งในอาหารที่ผู้คนชื่นชอบและเป็นสาเหตุของโรคอ้วน และโรคเรื้อรังหลายโรค เพราะเต็มไปด้วยไขมัน น้ำตาล และเครื่องปรุงมากมาย แต่จะดีแค่ไหนถ้าคุณสามารถกินอาหารเหล่านี้ได้ไม่อั้น ไม่อ้วน แถมไม่เสี่ยงโรค ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเท็กซัสได้พัฒนายาที่จะทำให้ไม่อ้วนแม้จะรับประทานอาหารขยะปริมาณมาก โดยยาตัวนี้จะเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญของร่างกายด้วยการจำกัดแมกนีเซียมไม่ให้เข้าไปในไมโทคอเดรีย (Mitocondria) ไมโทคอนเดรียเป็นส่วนประกอบภายในเซลล์สิ่งมีชีวิต หนึ่งในหน้าที่ของไมโทคอนเดรียในร่างกายมนุษย์คือการสร้างพลังงานให้กับเซลล์และเผาผลาญพลังงาน โดยเหตุผลที่นักวิจัยพยายามยับยั้งและจำกัดปริมาณแมกนีเซียมไม่ให้เข้าไปในไมโทคอนเดรียก็เพราะว่าแมกนีเซียมมีคุณสมบัติชะลอการสร้างและเผาผลาญพลังงานของไมโทคอนเดรีย ทำให้ร่างกายเผาผลาญได้ช้าลงหรือเผาผลาญได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ซึ่งการยับยั้งแมกนีเซียมไม่ให้เข้าไปยังไมโทคอนเดรียอาจกระตุ้นให้ไมโทคอนเดรียสร้างและเผาผลาญพลังงานได้มากและเร็วขึ้น การเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้นก็หมายความว่ามีโอกาสที่ร่างกายจะดึงพลังงานจากไขมันและน้ำตาลปริมาณมากที่เรารับประทานเข้าไปจากอาหารมาใช้มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ไม่เหลือพลังงานที่เกินความต้องการ ลดการเกิดไขมันสะสมภายในร่างกายที่เป็นสาเหตุของน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น และโรคเรื้อรัง ทีมนักวิจัยได้ทดลองยาชนิดนี้ในหนูทดลอง โดยให้หนูรับประทานอาหารตะวันตก (Western food) หรืออาหารขยะที่ให้พลังงานสูงเป็นเวลากว่า 1 ปี ซึ่งหนูทดลองถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ไม่ได้รับยา และกลุ่มที่ได้รับยา ภายหลังสัปดาห์ที่ 30 ของการทดลอง นักวิจัยพบว่าหนูกลุ่มที่ได้รับยาไม่มีน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเลย ในขณะที่หนูกลุ่มแรกกลายเป็นหนูที่เป็นโรคอ้วนไปแล้ว กลไกที่ยาตัวยานี้ทำกับร่างกายของหนูทดลอง คือ ยาจะเข้าไปกดหรือยับยั้งการทำงานของยีนที่ชื่อ MRS2 ซึ่งเป็นยีนที่กำหนดให้แมกนีเซียมเข้าไปที่ไมโทคอนเดรีย โดยนักวิจัยได้ตรวจสอบการทำงานของตับของหนูที่ได้รับยาแล้วพบว่ายังสามารถทำงานได้เป็นปกติ นอกจากการป้องกันน้ำหนักตัวเพิ่มและโรคอ้วนแล้ว หนึ่งในทีมนักวิจัยยังกล่าวด้วยว่า ยานี้อาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็งตับจากภาวะไขมันพอกตับที่เป็นผลมาจากอาหารไขมันสูงด้วย…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1082 days ago
Read More19/07/2023
อันตรายจากไขมันทรานส์ และไขมันตัวร้ายชนิดอื่นที่หลายคนมองข้าม
ไขมันทรานส์ (Trans fat) เป็นชนิดของไขมันที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและยังเป็นอันตรายด้วย กฎหมายไทยได้สั่งแบนไขมันทรานส์ หรือห้ามผลิต นำเข้า และจำหน่ายมาตั้งแต่ พ.ศ. 2562 สินค้าและอาหารที่เคยมีไขมันทรานส์เป็นส่วนประกอบจึงต้องปรับสูตรใหม่ให้ไร้ไขมันทรานส์ แต่ถึงอย่างนั้นไขมันทรานส์ก็ไม่ได้หายไปจากชีวิตเรา Hack for Health เลยจะพามาย้อนรอยอันตรายของไขมันทรานส์ และไขมันตัวร้ายอีกชนิดที่แฝงอยู่ในชีวิตประจำวัน ไขมันทรานส์คืออะไร อันตรายแค่ไหน? คนมักจะรู้ว่าไขมันทรานส์ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่อาจยังไม่รู้ว่าไขมันทรานส์คืออะไรกันแน่ และอันตรายอย่างไร ไขมันทรานส์ คือ กรดไขมันชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในอาหาร แบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ 1) ไขมันทรานส์จากธรรมชาติ ซึ่งมาจากเนื้อสัตว์และผลิตจากสัตว์ และ 2) ไขมันทรานส์สังเคราะห์ที่มาจากกระบวนการผลิตอาหารด้วยการเติมก๊าซไฮโดรเจนลงในน้ำมันพืชเพียงบางส่วนเพื่อเปลี่ยนสถานะของเหลวให้กลายเป็นก้อนไขมันเพื่อนำไปใช้ปรุงอาหาร จากข้อมูล การได้รับไขมันทรานส์ที่มาจากธรรมชาติในปริมาณที่เหมาะสมนั้นปลอดภัย แต่สำหรับไขมันทรานส์สังเคราะห์เป็นอันตรายต่อสุขภาพทั้งสิ้นแม้ในปริมาณเล็กน้อย ด้วยความที่เป็นไขมันจึงทำให้ไขมันทรานส์ให้พลังงานสูง ซึ่งร่างกายต้องการไขมันในแต่ละวันเพียงน้อยนิดเท่านั้น การได้รับไขมันทรานส์จึงสัมพันธ์กับพลังงานและระดับไขมันในร่างกาย การได้รับไขมันทรานส์ส่งผลให้ระดับไขมันชนิดที่ไม่ดีในร่างกายหรือ LDL (Low-Density Lipoprotein) สูงขึ้น และลดระดับของไขมันในเลือดที่ดีต่อร่างกายหรือ HDL (High-Density Lipoprotein) โดยระดับ LDL ที่เพิ่มสูงขึ้นสัมพันธ์กับน้ำหนักตัวและโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น การได้รับไขมันทรานส์มากเกินไปจะทำให้ไขมันชนิดที่ไม่ดีในหลอดเลือดเพิ่มขึ้น…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1102 days ago
Read More05/07/2023
เวลส์ ออกกฎจัดการอาหารขยะ เพื่อจัดการกับโรคอ้วนของประชาชน เริ่มบังคับใช้จริง ปี 2025
รัฐบาลเวลส์ ออกมาตรการควบคุมอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพและการจัดโปรโมชันอาหารชุดของซูเปอร์มาร์เก็ตสำหรับอาหารที่มีไขมัน น้ำตาล หรือเกลือสูง เพื่อช่วยจัดการกับวิกฤตโรคอ้วนของประชากรผู้ใหญ่เกือบ 2 ใน 3 ของประเทศ โดยเตรียมออกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับการส่งเสริมอาหารแปรรูปพิเศษ ปกติแล้วซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้ามักจะจัดเซตแซนด์วิช เครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวด้วยราคาพิเศษ เช่นโปรซื้อ 2 จ่าย 1 โดยกฎใหม่จะพยายามควบคุมแรงกระตุ้นการซื้ออาหารขยะด้วยการขอให้ผู้ค้าปลีกไม่โปรโมตสินค้าบางรายการที่จุดชำระเงิน ซึ่งกฎหมายดังกล่าวจะเริ่มใช้ปีหน้า และจะบังคับใช้อย่างเป็นทางการในปี 2025 กับทุกธุรกิจที่มีลูกจ้าง 50 คนขึ้นไป หน่วยงานสาธารณสุขของเวลส์ ระบุว่า ประชาชน 33% ซื้ออาหารโปรโมชันพิเศษอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ซึ่ง 75% ของอาหารเซตพิเศษนี้มีแคลลอรีเกินกว่าร่างกายควรได้รับในมื้อกลางวัน การกินอาหารเหล่านี้เป็นประจำในมื้อกลางวัน 5 วันต่อสัปดาห์ น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 21 กิโลกรัมต่อปี เมื่อเทียบกับการกินอาหารตามปกติน้ำหนักจะขึ้นเพียง 2.8 กิโลกรัมต่อปีเท่านั้น เห็นได้จาก 60% ของประชากรในเวลส์ มีน้ำหนักเกิน และเด็ก 1 ใน 4 คน เป็นโรคอ้วน ภายในอายุ 5 ปี…พนิตา สืบสมุทร | 1116 days ago
Read More16/06/2023
การศึกษาชี้! การกินของทอดเยอะ เสี่ยงภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล โดยเฉพาะในผู้ชายอายุน้อย
ของทอดเป็นรูปแบบอาหารที่อร่อยและเป็นที่ชื่นชอบของหลายคน ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด เฟรนช์ฟรายส์ ลูกชิ้นทอด ไข่เจียว และอื่น ๆ แต่ถึงอย่างนั้นคนส่วนใหญ่ก็รู้กันดีว่าอาหารประเภทนี้ให้พลังงานสูง การกินมากเกินไปอาจสามารถทำให้น้ำหนักขึ้น เกิดโรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง และโรคอื่น ๆ ตามมาได้ แต่นอกจากปัญหาสุขภาพทางกายแล้ว การศึกษาล่าสุดยังพบว่าการบริโภคของทอดอาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวลที่เป็นอาการทางจิตเวชด้วย โรคทางจิตเวชเหล่านี้เป็นโรคที่ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เพราะสามารถส่งผลต่อการใช้ชีวิตและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย รวมถึงคนรอบข้างได้ อีกทั้งการรักษาส่วนใหญ่มักเป็นการรักษาระยะยาวและอาจมีความเฉพาะในการรักษาที่แตกต่างกันในแต่ละเคส การศึกษาชี้ การกินของทอดเพิ่มความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล การศึกษาชิ้นนี้เป็นการศึกษาจากประเทศจีน โดยทีมวิจัยได้รวบรวมข้อมูลจากคนกว่า 140,728 คนในช่วง 11.3 ปี ทีมวิจัยพบว่ามีคนที่ได้รับการวินิฉัยภาวะซึมเศร้า 12,735 คนและภาวะวิตกกังวล 8,294 คน จุดร่วมกันของคนเหล่านี้คือการกินของทอด ในคนที่กินของทอดมากกว่า 1 ครั้ง/วันมีความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าสูงกว่า 12 เปอร์เซ็นต์และความเสี่ยงของภาวะวิตกกังวล 7 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับคนที่ไม่กินของทอดเลย โดยกลุ่มผู้ชายอายุน้อยเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มว่าจะกินของทอดมากกว่า 1 เสิร์ฟ/ครั้ง คนกลุ่มนี้จึงมีความเสี่ยงที่ต้องเจอกับภาวะดังกล่าวมากกว่า การศึกษานี้ยังบอกด้วยว่าการกินเมนูยอดฮิต อย่างเฟรนช์ฟรายส์เสี่ยงต่อภาวะทางอารมณ์เหล่านี้ได้มากกว่าการกินเนื้อสัตว์ทอดในกลุ่มเนื้อขาว อย่างไก่ทอดหรือปลาทอดราว 2 เปอร์เซ็นต์ ดร.เดวิด แคตซ์ (Dr. David Katz)…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1135 days ago
Read More12/06/2023
BMI เรื่องต้องรู้ของคนอยากสุขภาพดี พร้อมวิธีเช็กว่าคุณอยู่ในเกณฑ์อ้วนรึเปล่า
ทุกคนน่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับค่า BMI (Body Mass Index) หรือดัชนีมวลกายกันมาบ้าง โดยค่า BMI เป็นค่าชี้วัดระดับความอ้วน ผอม และสมส่วน ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถรู้ถึงสถานะร่างกายและสุขภาพได้ Hack for Health เลยจะมาเล่าเรื่องที่คุณควรจะรู้เกี่ยวกับ BMI ที่จะช่วยให้การดูแลสุขภาพและรูปร่างของคุณดีขึ้น การรู้ค่า BMI ของตัวเองดีอย่างไร? BMI สามารถบอกถึงสถานะสุขภาพเบื้องต้นของคุณได้ โดยใช้เพียงน้ำหนักและส่วนสูงไปคำนวณด้วยสูตรทางคณิตศาสตร์ที่ไม่ซับซ้อน แล้วนำค่าที่ได้ไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์ การรู้ค่า BMI จึงเป็นประโยชน์ต่อคุณในด้านต่อไปนี้ วิธีหาค่า BMI และเกณฑ์การวัด มาดูวิธีคำนวณและเกณฑ์การวัดค่า BMI กัน BMI = น้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วย [ความสูง (เมตร) ยกกำลัง 2] ตัวอย่าง: คนที่สูง 168 เซนติเมตร = 1.68 เมตร, น้ำหนักตัว 60 กิโลกรัม จากนั้นเอาค่า BMI…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1139 days ago
Read More06/06/2023
กินอาหารเร็วเกินไป เสี่ยงอ้วนได้มากกว่า แถมด้วยปัญหาสุขภาพสารพัด
ใครจะไปรู้ว่าพฤติกรรมง่าย ๆ อย่างการกินอาหารที่เร็วเกินไปสามารถเพิ่มความเสี่ยงของน้ำหนักตัวที่มากขึ้นและโรคอ้วนได้ โดยนอกจากโรคอ้วนแล้ว คุณยังเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาด้วย Hack for Health จะมาบอกเล่าถึงสาเหตุว่าทำไมการกินอาหารเร็วเกินไปจึงส่งผลเสียและวิธีไหนที่จะช่วยให้คุณกินอาหารได้สุขภาพดีมากขึ้น ทำไมการกินข้าวเร็วเกินไปถึงส่งผลเสีย? โดยปกติแล้ว หลังจากที่เราเริ่มกินอาหารและอาหารถูกลำเลียงไปยังกระเพาะอาหารและลำไส้ สมองเราอาจใช้เวลาราว 20–30 นาทีเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายของเรารู้สึกอิ่ม ซึ่งการกินเร็วมากเกินไปจึงอาจทำให้คุณอาหารในปริมาณที่มากกว่าเดิม เพราะยังไม่รู้สึกอิ่ม จนทำให้ร่างกายได้รับพลังงานมากเกินความจำเป็น เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้น้ำหนักขึ้นและพัฒนาไปเป็นโรคอ้วนได้ ข้อมูลที่รวบรวมจากคนญี่ปุ่นกว่า 3,000 คนพบว่ากลุ่มคนที่กินอาหารเร็วและกินจนกว่าจะรู้สึกอิ่มเสี่ยงต่อการมีน้ำหนักตัวเกิน (Overweight) กว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับคนกลุ่มที่กินช้ากว่า จากการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่นที่ได้ติดตามพฤติกรรมการกินของคนจำนวน 1,083 คนเป็นเวลากว่า 5 ปี โดยผลลัพธ์พบว่าคนที่กินอาหารเร็วมีความเสี่ยงของโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง น้ำตาลในเลือดสูง และภาวะไขมันเลือดสูง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงของกลุ่มอาการอ้วนลงพุง (Metabolic syndrome) ได้ราว 11.6 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับกลุ่มคนที่กินอาหารด้วยความเร็วปกติและช้า นอกจากน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นแล้ว การกินอาหารเร็วเกินไปอาจส่งผลต่อสุขภาพในด้านต่อไปนี้ด้วย ปัญหาเรื่องระบบย่อยอาหาร คนที่กินอาหารเร็วมักจะกินอาหารคำใหญ่กว่าคนทั่วไปและเคี้ยวอาหารน้อยกว่า ซึ่งพฤติกรรมนี้จะเพิ่มภาระให้กับระบบทางเดินอาหาร เพราะต้องหลั่งน้ำย่อยและใช้เวลาในการย่อยอาหารมากกว่าปกติ อาจทำให้ท้องอืด แน่นท้อง และรู้สึกไม่สบายตัวได้ โรคกรดไหลย้อน การกินอาหารปริมาณมาก…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1145 days ago
Read More22/02/2023
กินตอนดึก ไม่ทำให้อ้วน! แต่เสี่ยงโรคอื่น
หลายคนน่าจะเชื่อกันมาตลอดว่าการกินดึกหรือการอาหารตอนดึกทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นและเป็นโรคอ้วน แต่ความเชื่อนี้ไม่ได้เป็นความจริงทั้งหมด เพราะการที่น้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นหรืออ้วนขึ้นเป็นผลมาจากการที่ร่างกายได้รับพลังงานมากเกินไป เช่น ร่างกายคุณต้องการพลังงานต่อวัน (BMR) 2,000 Kcal/วัน แต่วันนี้คุณกินเข้าไป 2,300 Kcal โดยที่ใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ได้ใช้แรง หรือไม่ได้ออกกำลังกาย เศษ 300 Kcal ที่เกินไปจะถูกนำไปเป็นไขมันสะสมภายในร่างกายและทำให้น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น วิธีหาค่า BMR (Basal Metabolic Rate) ผู้ชาย: 66 + (13.7 × น้ำหนักตัวหน่วยกิโลกรัม) + (5 × ส่วนสูงหน่วยเซนติเมตร) - (6.8 × อายุ) ผู้หญิง: 665 + (9.6 × น้ำหนักตัวหน่วยกิโลกรัม) + (1.8 × ส่วนสูงหน่วยเซนติเมตร) - (4.7 × อายุ) หากคุณไม่สันทัดเรื่องการคำนวณ มีแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ที่ช่วยหาค่า BMR ให้ได้…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1249 days ago
Read More02/02/2023
อันตรายจากอาหารแปรรูป (Processed Food) ภัยร้ายใกล้ตัว
หากเรียกว่าอาหารแปรรูปหลายคนอาจไม่คุ้นหูเท่าไหร่ แต่ถ้าเรียกว่าอาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง ไส้กรอก หรือน้ำอัดลม คนน่าจะร้องอ๋อออกมา แต่คุณรู้ไหมว่าอาหารแปรรูปหลายชนิดส่งผลเสียต่อสุขภาพและเพิ่มความเสี่ยงของโรคเรื้อรังได้ การสำรวจทั่วโลกพบว่า 25–60 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่ร่างกายต่อวันของคนทั่วโลกมาจากอาหารแปรรูป ซึ่งอาจสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคเรื้อรังที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพราะฉะนั้นมารู้จักอาหารแปรรูปและอันตรายของอาหารชนิดนี้ให้มากขึ้นกันดีกว่า อาหารแปรรูปมีอะไรบ้าง? อาหารแปรรูปแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มด้วยกัน กลุ่มที่ 1 อาหารแปรรูปต่ำ: เช่น อัลมอนด์อบเกลือ นมพาสเจอไรซ์ ผักแช่แข็ง ผลไม้อบแห้ง เนื้อบด ผ่านกระบวนการน้อย เก็บรักษาได้นานกว่าอาหารสดเล็กน้อย กลุ่มที่ 2 เครื่องปรุง: การนำวัตถุดิบธรรมชาติมาผ่านกระบวนการเพื่อทำเป็นเครื่องปรุงใช้ในการประกอบอาหาร เช่น เนย น้ำมันพืช น้ำมันหมู น้ำตาล และเกลือ กลุ่มที่ 3 อาหารแปรรูปปกติ: อาหารกระป๋อง ขนมอบ น้ำผลไม้ เบียร์ ไวน์ ชีส เบคอน โยเกิร์ต กลุ่มที่ 4 อาหารแปรรูปสูง: อาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมถุง เนื้อแปรรูป…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 1269 days ago
Read MorePR Partners
See All24/07/2026
กานต์สิรี บัววิชัยศิลป์ | 1 days ago
สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global
ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น23/07/2026
รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน
เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 2 days ago
Read More13/07/2026
มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่
มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 12 days ago
Read More13/07/2026
ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026
ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส - ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 12 days ago
Read More































