Connect with us

บทความ

เมื่อยุติทีวีอนาล็อกที่อเมริกา เครื่องส่ง Analog เขาเอาไปทำอะไรต่อ?

Published

on

สวัสดีครับ วันนี้จะมานำเสนอเรื่อง “เมื่อยุติทีวีอนาล็อกที่อเมริกา เครื่องส่ง Analog เขาเอาไปทำอะไรต่อ?” โดยแปลและเรียบเรียงจากบทความภาษาอังกฤษ หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะครับ

ภาพนี้เป็นการรื้อถอดเครื่องส่ง Analog TV ของช่อง WCVB ABC ที่ Boston อเมริกา หลังยุติออกอากาศระบบ Analog ทางช่อง VHF 5 เมื่อปี 2009

ซึ่งช่องนี้พอยุติออกอากาศ ยังไม่ปิดเครื่องส่งทันที แต่จะออกอากาศรายการแนะนำ “ระบบทีวีดิจิตอล” ไปสักพัก (กสทช. ของ อเมริกา หรือ FCC ให้ออกอากาศรายการแนะนำการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิตอลในความถี่ Analog เดิมได้ 2 สัปดาห์ และจึงปิดเครื่องส่ง Analog แต่ก็มีบางช่องไม่ทำแบบนี้ ปิดเครื่องส่งไปเลยหลังยุติออกอากาศ ซึ่งทาง FCC ก็ให้ทำได้)

จากคลิปนี้เป็นเวลา 00.00 น. วันที่ 12 มิถุนายน 2009 (เดิมกำหนดการเป็น เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2009 แต่ถูกเลื่อน) ซึ่งเป็นเวลายุติระบบ Analog ทางช่องนี้ก็ตัดสัญญาณรายการปกติ และเข้าสู่รายการแนะนำระบบทีวีดิจิตอล (คนที่ดูผ่าน ระบบดิจิตอล ดาวเทียม เคเบิล จะเป็นรายการตามปกติ ไม่ตัดเข้า)

นี่คือเครื่องส่งทีวี Analog ของช่อง WCVB ABC ออกอากาศที่ช่อง VHF 5 ใช้เครื่องส่งยี่ห้อ Larcan

พอเลิกใช้แล้วเขามารื้อออกครับ

รื้อจนเหลือแค่นี้ แล้วคงเตรียมทุบหรือเอาไปทิ้งที่ไหนสักที่

ตอนแรกผมก็ยังงว่าเขาเอาไปทำอะไรหรือทิ้งทุกชิ้นส่วนเลย แต่ปรากฎว่าผมเคยตั้งกระทู้เรื่องนี้ใน Pantip https://pantip.com/topic/33735518

จึงทราบจากสมาชิกที่ใช้ชื่อว่า : ALLBand กล่าวว่า

“คนที่มานั้น เป็นนักวิทยุสมัครเล่น (จากภาพในลิงค์ต้นฉบับ http://www.gemoto.com/wolfpack5.htm ) มีการทดสอบพาวเวอร์แอมป์ว่าใช้งานได้ดีที่ความถี่ไหน มีลิ้งต่อเนื่องคืออันนี้ http://www.gemoto.com/wolfpack4.htm เป็นการทำ Repeater Station ที่อเมริกา ให้บริการทวนสัญญาณความถี่ 52, 440, 900 MHz. คาดว่าถอดของเครื่องส่งทีวีมาใช้ 52 MHz ส่วนพวก Filter ทำระบบของ 900 MHz ครับ เอ่อ พวกขั้วต่อความถี่สูง เกรดงานระดับส่งทีวีนี่คุณภาพดีมากครับ ทนกำลังได้สูง เอามาใช้งานทั่วๆไปนี่สบายๆ หมายเหตุ: ส่วนใหญ่นักวิทยุจะตั้งกลุ่มเป็นคลับ มีกิจกรรมต่างๆ มีการเก็บค่าบำรุง มีสถานีคลับให้สมาชิกมาใช้ได้ และ  Repeater Station ก็เป็นการให้บริการสมาชิกอย่างนึง (ให้ชุมชน/รัฐ ในกรณีพิเศษ)”

และนี่คือภาพที่เตรียมขนย้ายหลังรื้อครับ

ซึ่งผมก็ยังไม่เข้าใจไม่หมดอยู่ดี แต่ใครเป็นนักเล่นวิทยุสมัครเล่นแล้วเข้าใจก็มาคอมเมนท์ขยายความได้นะครับ

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : http://www.gemoto.com/wolfpack5.htm

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

บทความวงการเกม

7 การปรากฎตัวในเกมของ Stan Lee ผู้ทรงอิทธิพลแห่ง Marvel

Published

on

Stan Lee ได้เสียชีวิตลงในวัย 95 ปีเมื่อวัน 12 พฤศจิกายน 2018 ที่ผ่านมา ซึ่งเขานั้นได้ฝากผลงานให้กับโลกใบนี้ไว้อันเป็นเหล่าตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ที่สร้างแรงบันดาลใจด้านต่างๆ ให้คนทั่วโลกอย่าง Spider-Man, Fantastic Four, Captain America ฯลฯ ที่ยังได้ถูกนำไปดัดแปลงออกมาในรูปแบบของสื่อประเภทต่างๆ และตัวเขาเองก็มักจะแวะเวียนไปปรากฎตัว (Cameo) อย่างบ่อยครั้งไม่ว่าจะในรูปแบบภาพยนตร์หรือไม่ว่าจะในรูปแบบ “วิดีโอเกม”

ด้วยเหตุนี้ แบไต๋ของเราจึงอยากจะขอพาเกมเมอร์ไปร่วมระลึกถึงคุณปู่มหัศจรรย์ในสื่อประเภทเกมกันครับ ซึ่งจะมีผลงานใดบ้างเชิญรับชมกันต่อจากนี้ได้เลย


1. ปรากฎตัวในรูปแบบเสียงบรรยายบนเกม Spider-Man (2000), Spider-Man 2: Enter Electro (2001) และ Spider-Man: Shattered Dimensions (2010)

2. Marvel Ultimate Alliance 2

เขาปรากฎตัวในในรูปแบบของ NPC ที่มีชื่อว่าผู้วุฒิสมาชิก Stan Lieber แถมทั้งยังเป็นการปรากฎตัวครั้งแรกบนวิดีโอเกมของเขาอีกด้วย

3. The Amazing’s Spider-Man

ปู่ของเราในเกมนี้จะมาในรูปแบบของตัวละครที่เราสามารถเล่นได้บน DLC โดยถ้าว่ากันตรงๆ คือเป็นสกินหนึ่งของสไปเดอร์แมนนั่นแหละครับ แต่จะพิเศษตรงที่ DLC นี้จะมีโหมดเนื้อเรื่องให้เล็กๆ น้อยๆ และปู่ของเราจะพากย์เสียงให้ด้วยครับ

4.  Lego Marvel Super Heroes

ปู่ของเราจะปรากฎมาเป็นตัวละครที่สามารถเล่นได้ครับ แถมพิเศษกว่าเกมไหนๆ ก็ตรงที่กลายร่างเป็นเดอะฮัลค์เวอร์ชั่นพิเศษในชื่อ Stan-Hulk ได้

5. The Amazing Spider-Man 2

เกมนี้ปู่ของเราปรากฎตัวในรูปแบบของ NPC ในร้านขายคอมมิคและของเล่นครับ

6. Lego Marvel Avenger 1 & 2

ปู่ของเราในเกมนี้จะมีความสามารถเหมือนในเกม Lego Marvel Super Heroes แต่จะมีความพิเศษเพิ่มเติมเข้ามาคือกลายร่างเป็น Iron Stan (Iron Man) และ Stanbuster (Hulkbuster) ได้

7. Marvel’s Spider-Man

ปู่ของเราโผล่มาในเกมฉบับนี้ในรูปแบบของ Cameo ครับ

อ้างอิง: Wikipedia, Gamingdatabase, Wikia, Youtube

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

บทความเทคโนโลยี

ตอบทุกข้อสงสัย..ก้าวต่อไปของ Netflix

Published

on

เมื่อวันที่ 8 – 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมาทางแบไต๋ได้รับเชิญจากทาง Netflix ให้เข้าร่วมงาน See What’s Next Asia ที่ Marina Bay Sands Expo and Convention Center ประเทศสิงคโปร์ โดยทาง Netflix ได้เชิญสื่อมวลชนจากทั่วเอเซียเข้าร่วมรับฟังการนำเสนอคอนเทนต์ใหม่และการพัฒนาขององค์กรที่ทาง Netflix มุ่งพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคแบบรายบุคคล หรือ Personalisation เพื่อกุมหัวใจของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง (แถมขโมยเวลานอนพวกเราอีกต่างหาก ฮ่าาา ) โดยแบไต๋ขอสรุปประเด็นสำคัญจากงานดังนี้

เพราะ Disrupt คืองานของเรา

ต้องยอมรับว่ายุคนี้คือยุคของการ Disruption หรือการล้มล้างสิ่งเดิมๆอย่างแท้จริง หากจะว่าถึงจุดกำเนิดของ Netflix แล้วอาจจะต้องนั่งไทม์แมชชีนกลับไปในปี 1997 หรือ พ.ศ. 2540 ในวันที่ผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง รีด เฮสติงส์ และมาร์ค แรนดอล์ฟ  สองคู่หูคิดการใหญ่ท้าทายวงการเช่าแผ่นหนังด้วยการเปิดเว็บไซตฺ์ให้เช่าแผ่น DVD ออนไลน์ จนขยับขยายทดลองระบบสตรีมมิงภาพยนตร์ควบคู่การเช่า DVD และขยายขอบเขตข้ามประเทศไปแคนาดาปี 2010 จนอีก 6 ปีต่อมา Netflix มีสมาชิกถึง 190 ประเทศ ให้บริการคอนเทนต์หลากหลายประเภททั้ง ภาพยนตร์ ซีรีส์ และรายการบันเทิงต่างๆ ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีความหลากหลายในแต่ละภูมิภาคของโลกด้วยหนัง ซีรีส์ดัง รวมถึงคอนเทนต์ต้นฉบับ นำเทรนด์ผู้นำการผลิตคอนเทนต์ในระบบสตรีมมิ่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด

ผลิตคอนเทนต์ที่ก้าวข้ามกำแพงภาษาและวัฒนธรรม

และคงไม่เป็นการกล่าวเกินจริง ถ้าจะพูดว่า Netflix ได้ก้าวข้ามข้อจำกัดทางภาษาและวัฒนธรรมอย่างแท้จริงด้วยการสรรหาคอนเทนต์แปลกใหม่จากทั่วทุกมุมโลกทั้งอเมริกา ยุโรป และโดยเฉพาะในเอเซีย ที่มีวัฒนธรรมที่หลากหลายและเฉพาะตัวเป็นอย่างยิ่ง โดยทาง Netflix ได้ตั้งทีมจัดหาคอนเทนต์ทั้ง เอริกา นอร์ธ (Erika North) ผู้จัดหาคอนเทนต์ในประเทศแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ที่มาพร้อมซีรีส์ของไทย 2 เรื่องและของไต้หวัน 1 เรื่อง ซิมราน เศรษฐี (Simran Sethi) มาพร้อมซีรีส์อินเดียฟอร์มยักษ์นำโดย Baahubali Before The Beginning เพื่อเล่าเรื่องราวปฐมบทของ Baahubali หนังพหุภาคสุดฮิตของอินเดีย คิมมินยอง (Minyong Kim) นำซีรีส์เกาหลีใต้ทั้งฟอร์มยักษ์อย่าง Kingdom ซีรีส์ซอมบี้กับฉากหลังยุคโชซอน หรือซีรีส์โรแมนติกจาก Webtoon อย่าง Love Alarm และเรื่องอื่นๆ มาขโมยเวลานอนของสาวก K-Pop และไทโตะ โอคิอูระ (Taito Okiura) ที่เรียกเสียงกรี๊ดอย่างบ้าคลั่งด้วยอนิเมะซีรีส์ทั้ง Pacific Rim, Altered Carbon และอนิเมะซีรีส์มากมาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ ‘หลากเรื่องเล่าในโลกหนึ่งใบ ที่ Netflix มุ่งนำเสนอสู่ผู้คนทุกมุมโลก

Disney Plus กำลังมา Netflix พร้อมรบแค่ไหน

หนึ่งในคำถามสุดฮอตที่นักข่าวรุมถาม รีด เฮสติงส์ คือการมาถึงของ Disney Plus บริการสตรีมมิงของบริษัทยักษ์ใหม่ วอลต์ ดิสนีย์ ที่ประกาศตัวเป็นผู้เล่นรายใหม่ในตลาดสตรีมมิ่งพร้อมให้บริการปีหน้าที่จะทำให้ Netflix มีคู่แข่งที่น่ากลัวเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งราย แต่ทาง รีด เฮสติงส์ ยังคงมั่นใจในศักยภาพของ Netflix และยังคิดบวกว่าดีซะอีก ผู้บริโภคจะได้มีทางเลือกที่หลากหลายและมีแนวโน้มที่ผู้บริโภคจะเป็นสมาชิกในหลายผู้ให้บริการระบบสตรีมมิ่ง

มีโอกาสที่ Netflix จะทำหนังฉายโรงไหม

คำถามนี้ทั้ง รีด เฮสติงส์ และ เท็ด ซารานดอส ยืนยันพร้อมกันว่า ตลาดภาพยนตร์สำหรับฉายโรงยังไม่ใช่เป้าหมายทางธุรกิจของ Netflix ในขณะนี้ แต่ เท็ด ซารานดอส ก็ยังให้ความหวังว่าสำหรับหนังบางเรื่องที่เหมาะกับการฉายโรงเช่น ROMA ที่จะมีการเข้าฉายโรงหนัง House RCA พร้อมกับปล่อยสตรีมมิ่งทาง Netflix วันที่ 14 ธันวาคมนี้ ก็น่าจะพอทำให้คอหนังที่อยากดูในโรงได้ชื่นใจขึ้นมาบ้าง แม้ไม่ได้ฉายโรงทุกเรื่องก็ตาม

และสำหรับในส่วนต่อมาที่ถือว่าอยู่ในเรดาร์ความสนใจของพวกเราชาวแบไต๋ที่สุดนั่นคือ การพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ของ Netflix ที่ถือว่าตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง เรามาเจาะลึกกันทีละส่วนว่า Netflix พัฒนาประสบการณ์การรับชมของเราอย่างไร

ไม่ใช่แค่โยนคอนเทนต์ให้ดู แต่ช่วยตัดสินใจ

หนึ่งในคำถามที่ ทอดด์ เยลลิน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประสบการณ์ผู้บริโภค คือคำถามว่า เวลาเข้า Netflix ฉันจะดูอะไรดี? นำไปสู่การออกแบบอัลกอริธึ่มแนะนำคอนเทนต์ให้ผู้บริโภคแบบรายบุคคล เช่นถ้าเราดู Black Mirror ทาง Application ของ Netflix ก็จะแนะนำคอนเทนต์ที่ใกล้เคียงกันให้กับผู้บริโภคได้เป็นทางเลือกให้รับชมคอนเทนต์ที่ชื่นชอบ เป็นต้น

ภาษาจะไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการใช้งานแอปอีกต่อไป

ด้วยคำนึงถึงผู้ใช้งานในภูมิภาคต่างๆทั่วโลก ปัจจุบันทาง Netflix ได้แปลเมนู แปลคำบรรยายหรือซับไตเติลและชื่อคอนเทนต์เป็นภาษาต่างๆแล้วถึง 22 ภาษาเพื่อให้ผู้บริโภคที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษสัมผัสประสบการณ์ที่ Netflix มอบให้ได้อย่างเต็มอรรถรส

เจาะลึกเพื่อนั่งในใจ เก็บข้อมูลเพื่อพัฒนาคอนเทนต์

นอกจากฟีเจอร์เปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นตัวละครต่างๆจากหนัง ซีรีส์ของ Netflix เมื่อกลางปีที่ผ่านมาแล้ว หลายคนอาจไม่รู้ว่าสมาชิกแต่ละคนจะเห็นภาพตัวอย่างหรือภาพปกของหนังไม่เหมือนกัน โดย ทอดด์ เยลลิน กล่าวว่าทาง Netflix ออกแบบภาพปกของคอนเทนต์แต่ละรายการไม่ต่ำกว่า 5 แบบเพื่อทดลองและเก็บสถิติว่า ภาพแบบไหนที่ผู้บริโภคจะคลิกเพื่อรับชมมากที่สุด รวมถึงการเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์เพื่อหาคอนเทนต์ที่โดนใจ โดยเรียกผู้บริโภคกลุ่มต่างว่า Taste Group หรือกลุ่มที่บอกรสนิยมในแต่ละประเภท เช่นกลุ่มคนดูหนังตลกชอบดูหนัง หรีอ ซีรีส์ตลกที่มีเนื้อหาประมาณไหนเป็นต้น

ปรับ-เปลี่ยน รูปแบบการแสดงผลของแอปพลิเคชันเพื่อตอบสนองผู้บริโภค

ทาง Netflix ได้ปรับรูปแบบการแสดงผลของแอปพลิเคชันให้เหมาะกับอุปกรณ์การรับชมต่างๆทั้ง คอมพิวเตอร์ แท็บเบลต สมาร์ตทีวี โดยเฉพาะ สมาร์ตโฟนที่ทาง Netflix สำรวจแล้วว่า สมาชิกร้อยละ 60 เลือกใช้งานบนมือถือมากที่สุด ดังนั้น Netflix จึงปรับการแสดงผลหลายอย่างทั้ง ตัวอย่างซีรีส์ที่แนะนำเมื่อเราแตะตรงปุ่มชื่อเรื่อง มันจะแสดงตัวอย่างซีรีส์เป็นแบบภาพแนวตั้งเต็มจอทันที หรือแม้กระทั่งการปรับเซ็คชั่นตัวอย่างซีรีส์ที่กำลังจะมาลงสตรีมมิงในแทสค์บาร์ด้านหลัง เพื่อตอบข้อเรียกร้องของผู้บริโภคที่ไม่อยากให้ตัวอย่างซีรีส์ในอนาคตมา  รบกวนการตัดสินใจเลือกชมเป็นต้น

สมาร์ตดาวน์โหลด เจอไวไฟปุ๊บดาวน์โหลดปั๊บ

ฟีเจอร์นี้ให้บริการสำหรับผู้ใช้สมาร์ตโฟนระบบแอนดรอยด์ โดยฟีเจอร์ สมาร์ท ดาวน์โหลด สามารถระบุรายการที่เรากำลังดูอยู่และดาวน์โหลดตอนต่อไปโดยอัตโนมัติไปยังสมาร์ตโฟนของเราผ่านเครือข่าย Wi-Fi หลังจากนั้นจะลบตอนที่รับชมไปแล้วโดยอัตโนมัติเป็นการเพิ่มพื้นที่ว่างสำหรับหน่วยความจำบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เราสามารถเลือกว่าต้องการจะเปิดฟีเจอร์สมาร์ท ดาวน์โหลด หรือไม่ ฟีเจอร์นี้มีประโยชน์อย่างมากสำหรับคนที่ต้องการเพลิดเพลินกับการชม Netflix ในที่ที่ไม่สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ตลอดจนในที่ที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตช้า

การเข้ารหัส หรือ Encoding ที่พัฒนาเพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้ดาต้าน้อยลงดูได้มากขึ้น

ก่อนหน้านี้ Netflix ได้ปฏิบัติการแบบ “one-size-fits-all” หรือขนาดเดียวแต่เหมาะสมกับทุกประเภท ในการระบุบิทเรทเพื่อเข้ารหัสรายการและภาพยนตร์ต่างๆ ทำให้ไฟล์มีคุณภาพสูงแต่ใหญ่มาก แต่ต่อมาทาง Netflix ก็ตระหนักว่าเนื้อหาบางอย่างอาจไม่ต้องใช้บิทเรทการเข้ารหัสเดียวกันเพื่อให้ได้ประสบการณ์ในการรับชมที่ดีที่สุด ดังนั้น Netflix จึงเริ่มต้นการเข้ารหัสตามชื่อของแต่ละรายการ ซึ่งการเข้ารหัสแต่ละรายการหรือภาพยนตร์แต่ละเรื่องด้วยบิทเรทที่ต่างกันนี้ช่วยให้สมาชิกสามารถรับชมรายการได้เต็มอรรถรสแต่ก็ประหยัดการใช้ดาต้าไปพร้อมกันด้วย ดังนั้นแม้อยู่ในสภาวะแบนด์วิดธ์ต่ำเนื้อหารายการที่ไม่ได้มีความคมชัดสูง เช่น การ์ตูนเรื่อง Larva หรือ Disenchantment สามารถสตรีมได้ที่ความละเอียดสูงกว่าเมื่อใช้บิทเรทเดียวกัน

นอกจากนี้ที่ถือว่าเป็นไฮไลต์สำคัญจนเราหูผึ่งก็คือนวัตกรรมล่าสุดอย่าง การเพิ่มประสิทธิภาพการเข้ารหัสแบบไดนามิก (Dynamic Optimizer Encoding) ซึ่งจะเลือกวิธีการเข้ารหัสที่ดีที่สุดต่อภาพแต่ละช็อต ทำให้ภาพแต่ละช็อตได้รับการเข้ารหัสแบบไดนามิกเพื่อให้ได้คุณภาพดีที่สุด ส่งผลให้เกิดการใช้แบนด์วิดธ์น้อยกว่าร้อยละ 64 เพื่อให้ได้คุณภาพการรับชมที่เหมือนกัน

และหากจะถามว่า ไอ้ภาษาเทคนิคที่พล่ามมาก่อนหน้านี้ส่งผลยังไงกับสมาชิกอย่างเรา ก็เทียบแบบง่ายๆ ว่าก่อนปีพ.ศ. 2558 เราดูคอนเทนต์บน Netflix ได้เพียง 7 ชั่วโมงบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ด้วยดาต้าขนาด 4GB เท่านั้น ต่อมาปีพ.ศ. 2558 ได้มีการเพิ่มขึ้นเป็น 10 ชั่วโมง และตอนนี้ด้วยวิธีการเข้ารหัสต่อช็อตทำให้สมาชิกสามารถเพลิดเพลินไปกับ Netflix ได้ประมาณ 26 ชั่วโมงสำหรับจำนวนดาต้าเท่ากัน ยิ่งไปกว่านั้น ในเร็วๆ นี้ ด้วยมาตรฐานในการบีบอัดข้อมูลแบบ AV1 อาจทำให้รับชมได้ถึง 33 ชั่วโมง!

กล่าวโดยสรุปแล้วงานนี้ Netflix พร้อมประกาศตัวว่าตนเองรับฟังผู้บริโภคเพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนอย่างรอบด้านจริงๆ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

แบไต๋กระป๋อง/กล่อง/ขวด

เติม Passion ในวันที่หมด เจาะส่วนผสมน้ำเสาวรส ( Passion Fruit) สูตรน้ำตาลน้อยดอยคำ /\  ที่มากไปด้วยคุณประโยชน์เต็มกล่อง 

Published

on

ในวันที่หมด Passion อารมณ์นี้เกิดได้กับทุกคน ทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน เรื่องความรัก ทุกคนต้องเคยผ่านมาบ้างแล้ว วิธีแก้การหมด Passion ของผมง่ายๆ คือ ให้ลองทำอะไรใหม่ที่เปลี่ยนไปจากเดิม (ไม่ได้หมายถึงให้เปลี่ยนแฟน หรือเปลี่ยนงานนะว้อย)

กลับมาที่เรื่อง Passion ฟังคำนี้แล้วนึกถึงเสาวรส ทุกที (Passion Fruit แปลว่า เสาวรส) เมื่อก่อนเวลาจะกิน ต้องไปหาตามร้านผลไม้ปั่น แล้วร้านก็จะปั่นทั้งเมล็ด ทั้งเนื้อ ทั้งน้ำ ผสมมาให้กิน เคี้ยวก็แข็ง กลืนติดคอ แถมเปลือกติดฟันอีก -*-  แต่เดี๋ยวนี้ดีหน่อย ดอยคำ /\ มีแบบพร้อมดื่มด้วย ลองไปหามากินหน่อย จะได้เติม Passion ในชีวิตบ้าง 😛


ว้าววววว . . . มีน้ำเสาวรส 2 แบบด้วย แบบปกติก็มีประโยชน์อยู่แล้วนะ นี่มีแบบสูตรน้ำตาลน้อยด้วย อย่างนี้ต้องขอลองหน่อย จัดมา 1 กล่อง


แอบดูแค่หน้ากล่องก็ มีรายละเอียดเพื่อสุขภาพหลายอย่างที่น่าสนใจละ เป็นแหล่งวิตามินซี  ใช้สติวิออลไกลโคไซด์ แถมได้รับสัญลักษณ์เครื่องดื่มทางเลือกเพื่อสุขภาพด้วย*  (ไม่รู้ว่าเพราะบังเอิญรึเปล่า ลูกศรน้ำตาลน้อยชี้ลงมาที่สัญลักษณ์พอดี . . . เกร๋มาก บ่องตง)


*Healthier Choice : สัญลักษณ์ฉลากโภชนาการอย่างง่ายต่อการตัดสินใจ เพื่อระบุว่าผลิตภัณฑ์นี้มีภาพรวมปริมาณสารอาหารที่ดีกว่า และส่งผลเสียน้อยกว่าผลิตภัณฑ์อื่นตามท้องตลาดในกลุ่มเดียวกัน

ทีนี้มาดูรอบๆ กล่องกันบ้าง ว่ามีข้อมูลส่วนประกอบอะไรที่น่าสนใจอีกบ้าง

ส่วนประกอบ โดยประมาณ

  • น้ำเสาวรส 50%
  • มัลทิทอลไซรัป* 3%
  • สติวิออลไกลโคไซด์* 0.017%
  • วิตามินซี 0.01%

*มัลทิทอลไซรัป เป็นสารให้ความหวานผลิตจากมันสำปะหลัง ให้พลังงาน 60% ของน้ำตาล และไม่ทำใฟ้ฟันผุ (เจ๋ง หวานไม่สังเคราะห์ แถมพลังงานน้อยกว่า)
*สติวิออลไกลโคไซด์ สารให้ความหวานสกัดจากหญ้าหวาน ตัวเดียวกับพระรองใน Ricola เลย 😛


ส่วนน้ำเสาวรสก็เขียนไว้ชัดเจน ว่าทำจากผลไม้ธรรมชาติ ไม่ได้มาจากน้ำหัวเชื้อเข้มข้นมาละลายผสมเป็นน้ำผลไม้ แถมได้วิตามินซีช่วยสร้างภูมิคุ้มกันด้วย . . . สุดยอดจริงๆ กล่องนี้นี่อัดคุณภาพเน้นๆ นี่ยังไม่รวมประโยชน์จากวิตามินอื่นๆ ที่ได้รับจากเสาวรสเองอีกนะเนี่ย

สุดท้ายนี้ แค่คิดว่าน้ำเสาวรสกล่องแบบเดิมก็น่าจะดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว แต่ ดอยคำ /\ ก็ยังทำแบบ Healthier Choice ออกมาเพิ่มตัวเลือกเครื่องดื่มสุขภาพดีในตลาดอีก ถ้าผู้ประกอบการช่วยกันพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้น คนไทยก็จะสุขภาพดีขึ้น ปัญหาสุขภาพก็จะลดลง คนไทยแข็งแรงทำงานได้มากขึ้น เศรษฐกิจประเทศก็จะดีขึ้น สุดท้ายคนไทยก็จะมีความสุขมากขึ้น ^^  (ถ้าอีกหน่อยสินค้าติด Healthier Choice กันหมด คงมีสัญลักษณ์อันใหม่ออกมาเป็น The Healthiest One :P)

จากน้ำ Passion Fruit ธรรมดา ผมว่ามันเติม Passion 🍀 มุมอื่นให้ผมได้เยอะเลย 🙂

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!