Connect with us

สัมภาษณ์

Unichat สัมภาษณ์สาวสาขา “บัญชีบริหาร” รั้วเกษตรศาสตร์ศรีราชา สาขานี้มีดียังไง ต้องอ่าน!

Published

on

“บัญชีบริหาร” สาขาที่หลายคนเคยได้ยินชื่อมาบ้าง แต่ก็ยังงงๆ กันอยู่ ว่าหนุ่มสาวคณะนี้เค้าเรียนอะไรกัน และเค้าใช้ชีวิตกันยังไง เป็นลุคส์สาวบัญชีเข้มๆ นิสัยดุๆ รึเปล่า.. วันนี้แบไต๋จะมาไขคำตอบเกี่ยวกับสาขานี้กันค่ะ โดยสาขาบัญชีบริหาร ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็น 1 ในสาขาของคณะวิทยาการนั่นเอง และวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปพูดคุยกับ ใบเตย – นวพร อุ่นคำ  สาวคณะวิทยาการ สาขาการบัญชีบริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชาค่ะ

มาเป็นสาวบัญชีบริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศรีราชา ได้ยังไงเนี่ย

ตอนเลือกที่นี่ เลือกสาขาการบัญชีบริหารเพราะว่าเป็นสาขาที่เตยคิดว่าน่าสนใจ แล้วเมื่อเรียนจบมาเราสามารถต่อยอดความก้าวหน้าทางอาชีพได้ในอนาคตค่ะ นอกจากนี้โดยส่วนตัวแล้วเตยไม่ได้ชอบด้านฟิสิกส์ จะชอบเรียนทางด้านสายบริหารหรือพาณิชย์มากกว่า เลยคิดว่าบัญชีนี่แหละที่น่าจะเหมาะกับตัวเรา (ยิ้ม)

คณะวิทยาการ สาขาการบัญชีบริหาร เค้าเรียนอะไรกันบ้าง

คณะวิทยาการจัดการจะเรียนคล้ายๆ กับคณะบริหารธุรกิจค่ะ ซึ่งเตยเลือกเรียนสาขาการบัญชีบริหาร สาขานี้จะต่างจากบัญชีการเงินตรงที่ว่า นอกจากเราจะเรียนวิชาบัญชีแล้ว เรามีการเน้นวิชาการบัญชีเกี่ยวกับต้นทุนด้วย ช่วง ปี 1-2 ก็มีเรียนบัญชีพื้นฐานและเรียนวิชาเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ อย่างเช่น Marketing หรือวิชาเกี่ยวกับ Finance แม้แต่เรื่องของการขนส่งอย่าง Supply chain ก็เรียนค่ะ ส่วน ปี 3-4 จะเริ่มเรียนลึกในสาขาของตัวเองมากขึ้น

วิชาโปรดของเตย

วิชาที่ชอบมากที่สุด คือ Accounting for Specific Enterprises จะเรียนเกี่ยวกับบัญชีที่ใช้ในเฉพาะกิจการอย่างเช่น โรงแรม สวนสนุก โรงพยาบาล ค่ะ ก็แล้วแต่ว่าเทอมนั้นอาจารย์จะเลือกสอนกิจการประเภทไหน ซึ่งเทอมของเตยได้เรียนกิจการประเภทโรงแรม กับสนามบินค่ะ ที่เตยชอบเพราะว่าอาจารย์ที่สอนเขาจะเล่าประสบการณ์ตอนเข้าไปตรวจสอบสนามบิน หรือเล่าเกี่ยวกับเครื่องบินรุ่นต่างๆ ให้ฟัง นอกจากนี้อาจารย์ยังให้พวกเราจับกลุ่มกันจัดทำแผนการท่องเที่ยวที่อยากไปแล้วนำเสนอก่อนจบเทอม แล้วเตยเป็นคนที่ถ้ามีเวลาว่างก็จะไปเที่ยว จึงทำให้สนุกกับการเรียนค่ะ

สังคมในคณะเป็นยังไงบ้าง หนุ่มสาวสายนี้เค้าว่ากันว่าดุๆ เข้มๆ นะ

เนื่องจากว่าคณะที่เตยเรียนเป็นคณะที่ใหญ่มาก มีนิสิตมากกว่าพันคนได้ค่ะ ส่วนใหญ่จึงรู้จักกันภายในสาขามากกว่า สังคมที่นี่เป็นระบบมาก่อนเป็นพี่มาหลังเป็นน้องค่ะ ถึงแม้ว่าเตยจะเป็นเด็กซิ่ว เตยก็เคารพรุ่นพี่ค่ะ ในสาขาพี่ๆ จะช่วยเหลือน้องๆ อย่างเวลาเรามีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนเราก็สามารถปรึกษาพี่ๆ ได้ตลอดค่ะ แล้วพอเราเป็นพี่ เราก็ช่วยเหลือน้องๆ ต่อค่ะ เป็นสังคมที่อบอุ่นและน่ารักดีค่ะ

ก่อนจะเป็นสาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เคยเป็นสาวมหิดลมาก่อนด้วย

ก่อนหน้านี้เรียนมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี สาขาการบริการธุรกิจค่ะ ซึ่งเตยซิ่วมาเรียนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา หลังจากที่เรียนมหิดลได้ 1 ปีค่ะ เหตุผลที่ตัดสินใจซิ่วส่วนหนึ่งมาจากคุณแม่ค่ะ และอีกส่วนมาจากตัวของเราเอง ก่อนที่จะซิ่วเราก็ต้องดูคะแนน Admission ก่อนว่าเราสามารถเข้าเรียนเกี่ยวกับด้านบัญชีที่ไหนได้บ้าง แล้วก็คิดว่าเราได้คณะนี้ที่นี่แน่ๆ จึงเลือกที่นี่ค่ะ บวกกับเตยมีญาติที่จบจากที่มหาวิทยาลัยเกษตรศรีราชาแล้วด้วย จึงตัดสินใจย้ายมาเรียนค่ะ

อย่างนี้ก็ปรับตัวสนุกเลยสิ..

จริงๆ เตยเรียนที่มหิดลแค่ปีเดียวเอง วิชาที่เรียนที่มหิดลส่วนใหญ่จึงเป็นแค่วิชาพื้นฐาน แต่ถ้าให้เทียบระหว่างปี 1 ด้วยกันแล้ว ที่เกษตร ศรีราชาถือว่าอาจารย์โหดกว่ามากในเรื่องของการให้คะแนนค่ะ เพราะกว่าจะได้ 1 คะแนนต้องแลกกับการบ้านไม่รู้กี่ครั้งเลย และงานกลุ่มก็ค่อนข้างเยอะตั้งแต่ปี 1 เทอม 1 เลยก็ว่าได้ ส่วนเรื่องของการปรับตัวที่นี่ค่อนข้างง่ายค่ะ เพราะงานกลุ่มค่อนข้างเยอะ ทำให้เราได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนๆ ในสาขาและหาเพื่อนใหม่ค่ะ และถึงแม้ว่าจะเป็นเด็กซิ่ว แต่เตยก็เข้าร่วมกิจกรรมที่ปี 1 เขามีกันทุกกิจกรรมเลยนะ อย่างรับน้องของสาขา รับน้องของมหาวิทยาลัย รวมไปถึงการเป็นทั้งเชียร์ลีดเดอร์และสแตนเชียร์ของสาขาอีกด้วย ซึ่งมันทำให้เรารู้จักคนมากขึ้น นอกจากนี้พี่ๆ ก็เป็นกันเองมากๆ เลยทำให้เราปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้ไวค่ะ

กิจกรรมที่เตยชอบสุดๆ คืออะไร

กิจกรรมรับน้องค่ะ เพราะว่าตอนเราเข้ามาใหม่ๆ พี่ๆ ต้อนรับเราอย่างเป็นกันเองและอบอุ่นมาก พอขึ้นปี 2 ก็เลยอยากมีส่วนร่วมในการต้อนรับน้องๆ ที่เข้ามาใหม่ค่ะ จำได้เลยค่ะช่วงที่จัดกิจกรรมนี้ต้องตื่นเช้ามากๆ เพราะทางมหาวิทยาลัยให้จัดได้แค่ช่วงเช้า ซึ่งเตยกับเพื่อนๆ ต้องตื่นประมาณตี 5 เพื่อมาทำกิจกรรมนี้ แต่ก็รู้สึกสนุกมากกว่าเหนื่อยค่ะ เพราะน้องๆ แฮปปี้กับกิจกรรมที่เราจัดกัน นอกจากนี้ในวันนั้นเราก็จะมีการเฉลยสายรหัสของตัวเองกันอีกด้วย

จบสาขาการบัญชีบริหารมา ส่วนใหญ่เค้าทำอาชีพอะไรกัน  

สาขานี้จบไปสามารถทำได้หลายอย่างมากเลยค่ะ อาชีพที่เกี่ยวข้องกับบัญชี สามารถเป็นนักบัญชีทั่วไป นักบัญชีต้นทุน ผู้ตรวจสอบบัญชีทั้งภายในและภายนอก แม้แต่นักวิเคราะห์งบการเงินก็สามารถทำได้ค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีอาชีพอื่นๆ อีกเช่น อาชีพเกี่ยวการตลาด การเงิน หรือแม้แต่ประกอบธุรกิจส่วนตัวก็สามารถทำได้ค่ะ

วางอนาคตไว้ยังไง

ส่วนตัวตอนนี้อยากลองเป็นผู้ตรวจสอบ (Auditor) ก่อนค่ะ เพราะว่าเป็นอาชีพที่ได้เดินทางไปตรวจสอบตามบริษัทต่างๆ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด นอกจากนี้ก็เป็นอาชีพที่เราสามารถเก็บประสบการณ์และชั่วโมงทำงาน เพื่อสอบเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาตหรือที่คุ้นๆ กันในชื่อของ CPA (Certified Public Accountant) ค่ะ

คติและแรงบันดาลใจในการเรียนของเตย

แรงบันดาลใจที่สำคัญที่สุดคือครอบครัวค่ะ เนื่องจากว่าเราเป็นเด็กซิ่ว ทำให้เราจบช้ากว่าเพื่อนๆ 1 ปี ทำให้เราต้องตั้งใจเรียนให้มากๆ เพื่อที่จะได้รับเรียนจบตามเพื่อนๆ และสามารถทำงานแบ่งเบาภาระให้กับทางบ้านได้ค่ะ

ขอแอปที่ช่วยในการเรียนหน่อยสิ

Microsoft Excel ค่ะ เพราะเป็นแอปที่ใช้งานง่าย และสะดวกมาก หากเราไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ในขณะนั้น และงานที่อาจารย์มอบหมายให้ทำต้องมีการคำนวณตัวเลขค่าต่างๆ เพื่อจัดทำบัญชีและงบการเงิน แอปนี้จึงสะดวกมากในการเปิดไฟล์งานที่เป็น Excel และเราก็สามารถทำงานของเราได้ในแอปนี้เลยค่ะ

ดาวน์โหลด

นับเป็น 1 ในเด็กซิ่ว ที่ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยน่าสนใจสุดๆ แถมทัศนคติในการใช้ชีวิตหลังจากซิ่วยังน่ารักอีกด้วย.. บทความวันนี้เลยได้ทั้งความรู้เกี่ยวกับสาขาบัญชีบริหาร และได้พลังบวกในการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยดีๆ ไปเลย เอาเป็นว่า.. ใครอยากอ่านบทสัมภาษณ์น้องๆ นักศึกษาสาระดีๆ แบบนี้อีก ก็อย่าลืมติดตาม Unichat ครั้งหน้าล่ะ รับรองว่าเด็ดแบบนี้แน่นอน!! แล้วเจอกันค่ะ

แสดงความคิดเห็น

สัมภาษณ์

“พี่เค้าใช้แอปอะไรนะ” สัมภาษณ์สาว Strategic Planner และไขข้อข้องใจ อาชีพนี้ทำอะไรบ้าง!

Published

on

เป็นอีกสายงานที่ต่อยอดไปได้ไกล สำหรับอาชีพ “Strategic Planner” และดูเหมือนหลายๆ คน ก็ให้ความสนใจในสายงานนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว ประจวบเหมาะกับล่าสุดได้พูดคุยกับสาว strategic planner ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องงานและความน่าสนใจของอาชีพนี้แบบเต็มเปี่ยม เลยทำการเชื้อเชิญให้ ปุ๊น – สุพรทิพย์ กตัญญูบุญญาพงศ์ มานั่งเม้าคุยกันยาวๆ กับคอลัมน์ “พี่เค้าใช้แอปอะไรนะ” ซะเลย แอบกระซิบเพิ่มเติมว่าเธอเคนทำงานที่ Line Thailand ด้วยนะ! อยากรู้จักเธอกันแล้วล่ะสิ ไปอ่านกันเลยค่ะ!

ทำไมถึงเลือกทำอาชีพ Strategy Planner คะ

โอ้โห! ถ้าถามคำถามนี้เนี่ย ตอบกันยาวเลยนะ (หัวเราะ) เอาเป็นว่า ปุ๊นลองทำอะไรมาหลายอย่าง สุดท้ายก็มาลงตัวและรู้ว่า เราชอบและถนัดการคิดวิเคราะห์ มากกว่าการสั่งการหรือการลงไปทำจริง แบบนี้ก็แล้วกัน

แล้วมาเริ่มต้นทำด้านนี้ได้ยังไง

ย้อนกลับไปเมื่อ 3-4 ปีก่อน เราจบสายงานโรงแรมมาก่อนค่ะ เคยทำงานในโรงแรมอยู่แป้บนึง รู้สึกว่ายังไม่ใช่ เพราะงานส่วนที่ทำตอนนั้นเป็นงาน Routine ที่ไม่ค่อยได้ initiate อะไรเท่าไหร่ เลยตัดสินใจลาออก โดยที่ยังไม่ได้งาน

มาเจอกระทู้ Pantip อันนึง เล่าว่าได้ทำงานที่บริษัทไลน์ ตอนนั้นก็ไม่คิดอะไรเลย เห็นว่าออฟฟิศน่ารักดี ก็เลยลองสมัคร ปรากฏว่าได้ ก็ได้มาทำงานในส่วนของ service ที่ชื่อว่า LINE@

ตอนทำงานที่ LINE@ จริงๆ มีโอกาสได้ทำอะไรหลายอย่างมากๆ ตั้งแต่ Sales ,Marketing ,Business Development รวมไปถึง Training ขอหมายเหตุก่อนว่า LINE@ คือบริการสำหรับ SMEs เป็นเครื่องมือทางการตลาดอีกเครื่องมือนึงที่มีคุณภาพ ช่วยกระตุ้นและปิดยอดขายได้ดีถ้ามี Strategy ค่ะ ตอนทำงานที่ LINE@ เลยมีโอกาสได้เจอ พูดคุย หรือสอน SMEs เยอะมากๆ โดยเฉพาะปีแรกนี่ เน้นหนักไปในทาง Training เลย คือวันๆ สอนแต่ทำการตลาดผ่าน LINE@ รวมไปถึงให้คำปรึกษาด้านการทำธุรกิจ ซึ่งตอนนั้นรู้สึกมีความสุขมากๆ รู้สึกว่าเราได้ทำประโยชน์และช่วยเหลือผู้ประกอบการหลายคน อินมากถึงขนาดที่มีความคิดว่า จะให้เข้าใจเค้าจริงๆ เราต้องทำแบรนด์เองจริงๆ สิ จะได้รู้ลึก รู้จริง เข้าใจปัญหา เลยทำแบรนด์เกรียนๆ ของตัวเองขึ้นมาแบรนด์นึงด้วย ทำอยู่พักใหญ่ๆ ลงทุนเอง ขายเอง เหนื่อยมากจนเข้าใจหัวอก SMEs เลย

สักพัก พอ Service เริ่มขยายตัว ก็ไม่ได้มีโอกาสเทรน SMEs เยอะเหมือนปีแรกแล้ว เพราะมาเน้นในด้านการวางกลยุทธ์มากกว่า ซึ่งในขอบเขตการวางกลยุทธ์ มันจะต้องตั้งต้นจากการหาสิ่งที่เรียกว่า Business Insight  เลยค้นพบว่า อีกอย่างที่ตัวเองชอบทำมากๆ คือสิ่งที่เรียกว่า Data analyst คือ การค้นหา Research ดู Trend และวิเคราะห์ว่า Fact ข้อนี้กำลังบอกอะไรเรา เวลาที่ทำ Data สามารถนั่งจ้องคอมได้ข้ามวัน รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักสืบ กำลังค้นหาหลักฐาน จากที่เกิดเหตุ และเรามีความเชื่อว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมันมี hint อยู่แล้ว อยู่ที่เรามองเห็น hint นั้นหรือเปล่า

ระหว่างที่ทำงานที่ LINE ต้องบอกว่า มีความสุขมาก ทุกอย่างดีมากๆ ตัวงานดี เพื่อนร่วมงานดี สวัสดิการดี ทุกอย่างดีเลิศ แต่จุดหักเหคือ วันที่ค้นพบคำตอบว่า ชีวิตเกิดมาเพื่อทำหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด และแบ่งปันสิ่งที่เรามีกับคนที่ต้องการ วันนั้นคือวันที่ ไปเจอกับพี่ชาวเขาคนนึง ที่เข้ามาในกรุงเทพเพื่อตั้งใจจะมาหาความรู้เพื่อกลับไปพัฒนาชุมชนที่ยากจน มาคนเดียวแบบไม่มีเงินและไม่รู้อะไรเลย เริ่มต้นจาก 0 และเราตัดสินใจที่จะ​ “แบ่งปัน” ความรู้ที่บังเอิญโชคดีจากประสบการณ์ที่เคยสอน SMEs ให้เค้า แล้วเค้าขอบคุณจากใจจริงมากๆ วันนั้นรู้สึกดี ร้องไห้น้ำตาไหล และคิดว่า อืม นี่แหละคือสิ่งที่อยากทำ เลยมองตัวเองปลายทางว่า อยากจะแบ่งปันความรู้เท่าที่มี ให้กับ SMEs ที่เริ่มต้น ซึ่งแปลว่า เราจะต้องเพิ่มสกิลด้านการวางแผนให้กว้างขึ้น การวางแผนงานให้ LINE อย่างเดียวเลยไม่ตอบโจทย์ละ จังหวะเดียวกันกับที่เราได้รู้จัก เอเจนซี่เล็กๆ แต่เก่งมากๆ อยู่ที่นึง เค้ากำลังหา Strategy Planner อยู่ ซึ่งมันตอบโจทย์มากตรงที่ เวลารับโจทย์จากใครมาก็ตาม จะต้องทำ Research หนักมาก และลูกค้ามีหลากหลาย ทุก Industry มันช่วยเพิ่มสกิลการมองกว้างและมองรอบด้านให้เรามากขึ้น ที่สำคัญงาน Planner เป็นงานที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ จะเข้าออฟฟิศเฉพาะเวลาที่ต้องประชุม หรือมีนัดกับลูกค้าเท่านั้น เท่ากับว่า เราจะมีเวลาไปทำอะไรอื่นๆ มากขึ้น อย่างเช่น เป้าหมายที่จะช่วยชาวเขาคนนั้นสร้างแบรนด์ให้สำเร็จ (ยิ้ม)

ได้ยินคำว่า strategy planner บ่อยๆ แต่หลายคนก็ยังสงสัยว่าทำเกี่ยวกับอะไร..

งาน Strategy Planner แปลตามตัวโต้งๆ ก็คือ นักวางแผนกลยุทธ์นั่นแหละ ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายสาย แต่ละสายก็โฟกัสในขอบเขตที่แตกต่างกัน แต่ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ นักวางแผนกลยุทธ์ก็เหมือนกุนซือที่รับคำสั่งจากหัวหน้าก๊ก กุนซือเก่งๆ ไม่ว่าหัวหน้าจะอยากทำอะไร จะสร้างทัพให้ยิ่งใหญ่ จะให้ทัพมีชื่อเสียงหรือจะยึดประเทศ พอได้คำสั่งมาแล้ว ต้องประเมินสถานการณ์ได้เฉียบขาดและสุดท้ายวางกลยุทธ์เพื่อให้ถึงเป้าหมายนั้นได้ไม่ผิดพลาดแม้แต่เซนเดียว!

strategy planner มีสายไหนบ้างคะ แล้วปุ๊นทำอยู่สายไหน

Strategy Planner ปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 4 สาย ซึ่งทั้ง 4 สาย ถึงจะทำงานคนละแบบ ก็แท็กทีมไปด้วยกัน อย่างสมมติเล่นๆ ว่า เราได้รับโจทย์ให้วางแผนจีบผู้หญิงคนนึง

สายแรกที่จะมาพัวพัน คือสาย Branding สายนี้ จะเป็นสายที่รู้จักเป้าหมายดีที่สุด เป็นสายแห่งการขุดคุ้ยค้นหาข้อมูล เป้าหมายชื่อแส้อะไร ชอบหรือไม่ชอบอะไร มีแฟนมาแล้วกี่คน เลิกล่าสุดเมื่อไหร่ เพราะเหตุอันใด ขุดคุ้ยเสร็จแล้วก็เอาข้อมูลมาคิดวิเคราะห์ว่า ความเป็นไปได้ในการไปจีบแล้วสำเร็จน่ะมีไหม และถ้าอยากจะให้โอกาสสำเร็จมันสูงที่สุดต้องเข้าไปด้วยกลยุทธ์อะไร ตีเนียนเป็นเพื่อนก่อนไหม อะไรอย่างนั้น

จากนั้นก็จะส่งไม้ต่อให้ สาย Commu สายนี้จะมานั่งคิดวิเคราะห์ต่อว่า ถ้าจะแกล้งทำเป็นเพื่อน แล้วคนเป็นเพื่อนเค้าคุยกันแบบไหน วิธีการพูดกับเป้าหมายให้น่าสนใจและโดดเด่นกว่าคู่แข่งคนอื่นๆ ต้องทำยังไง และที่สำคัญคือ พูดเข้าหูไม่พอ ต้องให้เค้าเข้าใจด้วย ต้องทำยังไง

ส่วนสองสายสุดท้ายนี่ ก็สายแปด กับ สายเก้า เห้ย ไม่ใช่! มุกบาทสองบาทก็ขอเล่นนะ (หัวเราะ) สองสายสุดท้ายนี่ ใกล้เคียงกันมาก คือสาย Media กับ Digital สองสายนี้จะดูในเรื่องของช่องทางที่ทำให้ประชิดตัวเป้าหมายได้ดีที่สุด เช่น เป้าหมายของเราชอบออกกำลังกาย งั้นช่องทางที่เราจะเข้าไปเจอและมีโอกาสได้พูดคุยนอกจากที่บ้านและที่ทำงาน ก็ต้องเป็นฟิตเนสอย่างแน่นอน แต่สาย Digtal เนี่ยก็จะตามชื่อเค้า คือเน้นช่องทางดิจิตอลจ๋าๆ ไปเลย ซึ่งเป็นสายที่ปุ๊นทำงานอยู่ปัจจุบันและรู้สึกเลยว่า ท้าทายมาก

ย้อนกลับไปตอนที่ทำงานที่ LINE@ สักหน่อย ประสบการณ์กับบริษัทชื่อดังแห่งนี้เป็นยังไงบ้าง

เล่าให้ฟังก่อนว่า LINE@ เป็นเครื่องมือที่ใช้ปิดการขายและทำ CRM ที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้ ด้วยฟีเจอร์ของ LINE@ และราคาที่คุ้มเกินคุณภาพแบบจับต้องได้รายเดือน ทำให้ LINE@ เหมาะกับทุกคนที่ทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นน้องๆ นักศึกษามือสมัครเล่น ยัน SMEs รุ่นใหญ่ เพราะฉะนั้นหน้าที่ของปุ๊นหลักๆ ตอนนั้นคื เป็น Strategy สาย Branding พยายามทำความเข้าใจธรรมชาติของคนทำธุรกิจ ค้นหาปัญหาและอุปสรรคของเค้า และใช้ LINE@ เป็นเครื่องมือในการจบปัญหาทุกอย่าง

ไลฟ์สไตล์และการทำงานระหว่างองค์กรขนาดใหญ่และขนาดเล็ก แตกต่างกันยังไงบ้าง

พูดถึงไลฟ์สไตล์ คือแทบจะไม่ต่างกันหรือต่างกันก็น้อยมากๆ จนไม่รู้สึก อาจเป็นความโชคดีของปุ๊นด้วยที่ได้ร่วมงานแต่กับบริษัทเจ๋งๆ ไลฟ์สไตล์ตอบโจทย์ชีวิตเรามาก ทำงานไม่ต้องตอกบงตอกบัตร เน้นที่ผลงาน จริงจังแต่สภาพแวดล้อมผ่อนคลาย ให้อิสระ เบื่อๆ ก็แทงพูลได้ มีพูลทั้งสองบริษัท หรือทำงานล่วงเวลาก็มีห้องนอนให้  ที่สำคัญคือเพื่อนร่วมงานทั้งสองบริษัท โคตรน่ารัก ให้ความรู้สึกแบบเพื่อนพี่น้อง รักกันแต่เคารพและให้เกียรติกันมาก

ส่วนการทำงาน ก็อาจจะมีความต่างกันนิดหน่อยตรงที่ตอนทำงานที่ Line ปุ๊นจะอยู่ในมุมของ corporate ที่ขอความช่วยเหลือให้เอเจนซี่คิดงานบ้างหรือสั้นๆ คือเราเป็นลูกค้าเอเจนซี่นั่นแหละ แต่พอตัวเองมาทำเอเจนซี่ คราวนี้มันก็คือการเปลี่ยนบท กลายมาเป็นคนที่ต้องไปเสนองานแทนละ ก็แปลกๆ ดี

โปรเจ็คโปรดของปุ๊น

ยากจังแฮะ… ถ้าตอบว่าชอบทุกงานที่ทำออกไป เพราะถ้าไม่ชอบจะไม่ทำได้ปะ (หัวเราะ) งั้นเอาเป็นพาร์ทที่ชอบที่สุดในการทำงานละกันเนอะ พาร์ทนั้นก็คือ พาร์ทขุดคุ้ยข้อมูล เป็นพาร์ทที่ปุ๊นหลงไหลมาก จากปกติเป็นคนง่วงนอนระหว่างวันง่าย เหมือนเด็กอนุบาลที่ต้องนอนกลางวันหลังอาหาร แต่ถ้าเริ่มทำ Data เราจะกลายเป็นอีกคนไปเลย นั่งอยู่กับคอมโดยไม่ง่วงข้ามวันข้ามคืนได้เฉย ซึ่งความมันส์ของการขุดคุ้ยข้อมูลคือ ความรู้สึกที่เหมือนกับตัวเองได้สวมวิญญาณนักสืบที่หาเบาะแสในที่เกิดเหตุ มีสิ่งของมากมายตกอยู่ในที่เกิดเหตุ แต่ต้องมาคิดว่า เอ๊.. สิ่งของอันไหนนะเป็นหลักฐานบ่งชี้ตัวฆาตกร แล้วเวลาที่เราเจอ clue อันนั้นนะ ความรู้สึกมันแบบ ใช่! ตรูเจอตัวคนร้ายแล้ว

คิดว่า strategy planner ท้าทายตรงไหนคะ

ถ้าเป็นสายงานปัจจุบัน ความท้าทายคือความรู้เรื่องเครื่องมือต่างๆ ด้วยความที่โลกดิจิตัลมันหมุนไวมากๆ บางทีเครื่องมือเก่าๆ เรายังเรียนรู้ไม่ถึงไหน อันใหม่มันมาจ่อตูดละ หรือบางทีก็เครื่องมือเดิมนี่แหละแต่ปรับเปลี่ยนอัลกอริทึ่มกันเป็นว่าเล่น เพราะฉะนั้นถ้าเราวิ่งตามไม่ทัน เราจะพลาดโอกาสในการใช้เครื่องมือดีๆ ช่วยลูกค้าไป

อยากเป็น strategy planner ควรมีทักษะอะไรบ้างคะ

อย่างแรกเลยคิดว่า ต้องเป็นคนขี้สงสัยหรือชอบตั้งคำถามนะ แต่ตั้งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเป็นคนชอบหาคำตอบด้วย และการหาคำตอบก็ต้องเป็นวิธีที่มีโลจิค ใช้ความคิดที่เป็นระบบ รู้จักแยกแยะ คิดวิเคราะห์ มองรอบด้าน มองกว้าง และมองลึกให้เป็น ที่สำคัญอีกอย่างที่ควรมี คือต้องเป็นพวกใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ความรู้รอบตัวเยอะๆ ทันโลก ทันเหตุการณ์ ประมาณนี้แหละ

ทราบมาว่าสนใจเรื่องจิตวิทยาพอสมควร ทำไมถึงสนใจด้านนี้

โอ้โห จิตวิทยานี่คือที่สุดแล้ว ถามว่าจิตวิทยาให้ความรู้อะไรและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันยังไง ตอบได้ทันทีเลยว่า จิตวิทยาทำให้ปุ๊น​ achieve life goal ของปุ๊น คือ “มีความสุขทุกวัน” เพราะการเรียนจิตวิทยาคือการทำความเข้าใจธรรมชาติของคน และเมื่อเราเข้าใจธรรมชาติของคนแล้ว เราจะไม่มีความทุกข์จากการตั้งความหวัง หรือไม่พอใจว่าทำไมเค้าไม่เป็นดั่งใจเรา ตอนแรกๆ ที่เริ่มต้นศึกษาจิตวิทยา ก็ชอบอ่านหนังสือจำพวก manipulate นะ เช่น วิธีการทำให้คนทำตามคำสั่งเรา หรือ วิธีการทำให้คนตกหลุมรัก แต่พอยิ่งอ่านก็ยิ่งไม่ชอบ รู้สึกว่ามันคือศาสตร์มืด คือการประดิษฐ์หรือสร้างอะไรเปลือกๆ เลยมองจิตวิทยาเป็นอะไรที่ลึกกว่านั้น มองถึงการเข้าใจถึงตัวตน และยอมรับในสิ่งที่มันเป็นไป ซึ่งตรงกับหลักพระพุทธศาสนาและทำให้กราฟชีวิตมีความสุขสูงขึ้นเรื่อยๆ

งานอดิเรกยามว่างของปุ๊น

งานอดิเรกหลักมีอยู่ไม่กี่อย่าง อย่างแรกคือชอบออกไปวิ่งตามริมถนนต่างๆ (หัวเราะ) เพราะเป็นคนขี้เบื่อมาก ถ้าวิ่งสถานที่เดิมจนเริ่มจำภาพต้นไม้และทางได้หมดแล้ว จะอยากเปลี่ยนไปหาที่วิ่งใหม่ๆ ที่เดาภาพข้างทางไม่ออกทันที ส่วนอีกอย่างคงจะเป็นการอ่านหนังสือ​ พออ่านแล้วตกตะกอนอะไรได้ ก็เขียนๆ เล่น ลงไปในเฟสตัวเอง จะว่าไปการเขียนนี่ก็เป็นอีกอย่างที่ชอบมาก จริงๆ แล้วจะมีสมุดจดของตัวเอง ที่เอาไว้เขียนไม่ให้ตัวเองลืมว่าเคยตกตะกอนอะไรเอาไว้ แต่ไหนๆ ก็เขียนแล้ว บางทีก็จะมีบ้างโพสต์ลงเฟสส่วนตัว เผื่อมีใครผ่านมาเห็นแล้วเป็นประโยชน์ก็ดีกว่าอ่านอยู่คนเดียว

แบ่งเวลาการทำงานกับการใช้ชีวิตยังไง

ตอบแบบจริงๆ เลยนะ คือ ไม่ได้แบ่ง (หัวเราะ) ก็เรียงลำดับความสำคัญคือให้เวลากับงานเป็นอันดับแรก ทำงานให้เต็มที่ที่สุดจนเสร็จ จากนั้นถ้ามีเวลาเหลือ จะให้เวลากับตัวเอง ตัวเอง และตัวเอง เพื่อนนี่ไม่ค่อยให้หรอก (หัวเราะ) ชอบอยู่กับตัวเอง

แรงบันดาลใจในการทำงาน

ใช้ความอยากขับเคลื่อนชีวิตการทำงาน ปักธงไว้ในหัวว่า ยิ่งเราเก่งมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยคนอื่นได้ดีขึ้นมากเท่านั้น เพราะฉะนั้นแรงบันดาลใจ คือยิ่งเรียนรู้ได้มาก ก็ยิ่งให้ได้มากเท่านั้นแหละ

แอปที่ใช้ในการทำงาน

ไม่งานได้มั้ย (หัวเราะ) แอปที่ใช้ประจำเลย ตอนนี้คือ walkr เป็นแอปสำหรับคนที่ชอบวิ่ง หรือถ้าไม่วิ่งแต่มีเป้าหมายอยากจะเดินให้มากขึ้นทุกวันก็เยี่ยม คือมันจะ track ความเคลื่อนไหวของเรายิ่งเราเดินมาก เราก็ได้ energy ในแอปมาก แล้วถามว่าอี energy ตรงนี้เอาไปทำอะไร เอาไปสร้างดาว สร้างจรวดในกาแล็กซี่ของเราได้ จะมีดาวสวยๆ ประหลาดๆ เยอะแยะมากมายรอให้เราสร้างมันอยู่ สร้างดาวของตัวเองไม่พอ เราสามารถไปดูกาแล็กซี่ของเพื่อนได้ด้วยนะ ยิ่งเพื่อนเป็นพวกออกกำลังกายด้วยแล้ว แนะนำเลยว่า ให้เพื่อนโหลด เราโหลด พอเพื่อนมีดาวสวยๆ เยอะ เราจะเริ่มกดดันไปโดยปริยาย คราวนี้แหละ ดาวเพื่อนเยอะ ดาวเพื่อนสวย จะทำยังไงล่ะ เอ้า วิ่งสิรอไร!

ดาวน์โหลด

หวังว่าข้อมูลวันนี้จะอัดแน่นพอให้คนที่อยากเป็น strategic planner ได้เตรียมตัวและเอาไปใช้ได้นะคะ เพราะวันนี้สาระประโยชน์มาแบบเน้นๆ จัดเต็มจริงๆ ส่วนใครที่อยากให้ “พี่เค้าใช้แอปอะไรนะ” สัมภาษณ์คนเก่งๆ ในอาชีพไหน ก็อย่าลืมคอมเม้นท์บอกกันด้วยล่ะ แล้วแบไต๋จะจัดให้อย่างรวดเร็วเลย!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

สัมภาษณ์

“พี่เค้าใช้แอปอะไรนะ” สัมภาษณ์ผู้ช่วยทางกฎหมายจากบริษัทเกมชื่อดัง!

Published

on

งานด้านกฎหมาย ถือเป็นอีกงานที่คนส่วนใหญ่ในสังคมมองว่าเป็นงานที่สำคัญ และน่าจับตามอง รวมถึงให้การยอมรับนับถือคนที่ทำงานในสายงานนี้ ในขณะเดียวกันงานด้านกฎหมายก็ขึ้นชื่อในเรื่องของความโหดหินไม่น้อยเช่นกัน.. แต่จะเป็นจริงหรือไม่เพียงใด เราในสายตาคนนอกคงบอกไม่ได้เท่ากับคนในวงการด้านกฎหมายโดยตรง วันนี้แบไต๋เลยจะพาคุณผู้อ่านไปพูดคุยกับ มิ้นท์ – ชวิศา อัตภูมิ ผู้ช่วยทางกฎหมายจากเครือ Sea Group ซึ่งมีบริษัทชื่อดังอย่าง Garena, Shoppee และ AirPay กันค่ะ

เริ่มต้นทำอาชีพ Legal Assistant ได้ยังไงคะ

คือคิดไว้ตั้งแต่ก่อนเรียนจบแล้วค่ะ ว่าหลังเรียนจบจะสมัครงานเลย พอเห็นว่าที่ Garena เปิดรับสมัครก็ยื่นใบสมัครมาที่นี่ทันทีเลยค่ะ และที่เลือกทำด้านกฎหมายก็เป็นเพราะเราเรียนมาทางด้านนี้โดยตรงด้วยค่ะ มิ้นท์เลยคิดว่าเราควรจะต่อยอดจากสิ่งที่เรามีอยู่ให้มันพัฒนามากยิ่งขึ้นค่ะ

หลายๆ คนอาจยังไม่ทราบว่า Legal Assistant ทำเกี่ยวกับอะไรบ้าง อยากให้คุณมิ้นท์เล่าให้ฟังหน่อย

เป็นงานที่เกี่ยวกับการจัดการเอกสารทางด้านกฎหมายค่ะ ในแต่ละทีมจะมีการทำโปรเจ็คต่างๆ ฝ่ายกฎหมายจะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาว่าสิ่งไหนทำได้หรือทำไม่ได้ หากตกลงกันเรียบร้อยแล้ว มิ้นท์จะเป็นจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสัญญานั้นทั้งหมด เพื่อเสนอเซ็นกับกรรมการบริษัท และการตอบจดหมายตำรวจ รวมไปถึงการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ การแก้ไขเพิ่มทุน เปลี่ยนแปลงสำนักงานด้วยค่ะ

แล้วใน 1 วัน คุณมิ้นท์ต้องทำอะไรบ้าง

หลักๆ เลยคือจะเป็นงานเกี่ยวกับเอกสารกฎหมายค่ะ ตรวจสอบความถูกต้องของสัญญา ก่อนให้คณะกรรมการลงนาม หรือตอบจดหมายตำรวจกรณีตำรวจขอข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ในการตามหาตัวคนร้าย ประมาณนี้ค่ะ

บริษัท Sea เป็นอีกบริษัทที่ใครๆ ก็อยากเข้าไปทำงาน อยากให้คุณมิ้นท์เล่าถึงบรรยากาศการทำงานให้คนที่กำลังสนใจหน่อยค่ะ

ในเครือ Sea Group ของเราจะมีธุรกิจอยู่ 3 แบรนด์ใหญ่เลยคือ Garena ธุรกิจเกมออนไลน์ Shopee ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และ AirPay ธุรกิจรับชำระเงินออนไลน์ เป็นบริษัท Start up ที่ถือได้ว่าประสบความสำเร็จค่อนข้างมากเลยค่ะ ทำให้เวลาที่เราทำงานมันก็จะมีความกดดันอยู่บ้าง ด้วยเนื้องานที่มันเกี่ยวข้องกับกฎหมายคือเราต้องหาข้อมูลมาอย่างดี แล้วถึงจะสามารถทำได้เพื่อไม่ให้มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น แต่ถึงแม้ว่างานจะเครียด บริษัทก็มีสวัสดิการให้ดีมากๆ เลยค่ะ มีทั้งมุมพักผ่อน โต๊ะตีปิงปอง โต๊ะพูล หรือจะเป็นไอศรีม น้ำผลไม้ นม ขนม ก็มีค่ะ  

ชอบอะไรในบริษัทที่สุดคะ

ชอบสวัสดิการค่ะ (หัวเราะ) ที่นี่มีของกินเยอะมาก ตู้น้ำผลไม้ นม ไอศรีม ขนมขบเคี้ยว ขนมปัง ตู้มาม่าหยอดเหรียญ ครบมาก

ตั้งแต่ทำงานที่นี่มา ชอบโปรเจ็คไหนที่สุดคะ

มิ้นท์ชอบงานที่ต้องออกนอกสถานที่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นไปทำเรื่องขออนุญาตนำเข้าเกมส์ออนไลน์ตัวใหม่ หรือไปจดทะเบียนแก้ไขที่เกี่ยวข้องกับบริษัท อะไรก็ได้ค่ะที่ไม่ต้องนั่งอยู่กับที่นานๆ

ประสบการณ์การทำงานที่ประทับใจที่สุด

สิ่งทีทำให้เรารู้สึกดีหรือประทับใจสำหรับมิ้นท์คือการที่เรานำความรู้ที่ได้เรียน มาใช้ประโยชน์ได้ เช่น เวลาที่มีคนมาขอคำปรึกษาว่าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เขาควรจะทำอย่างไรต่อไปได้บ้างในทางกฎหมาย หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎหมาย แล้วเราสามารถอธิบายให้เขาเข้าใจได้ ประมาณนี้ค่ะ

ความยาก-ง่าย ของการทำงานด้านนี้คืออะไร

ความยากคือการนำกฎหมายมาประยุกต์ใช้กับเคสที่เกิดขึ้นจริงในองค์กรค่ะ ต้องยอมรับว่าตอนที่เรียน เราเรียนแค่หลักของกฎหมายค่ะ ทำให้เวลาที่ต้องให้คำปรึกษาหรือแนะนำอะไรที่เกี่ยวกับกฎหมาย เราต้องทำการค้นข้อมูลหรือฎีกาที่ใกล้เคียงกับเคสนั้นๆ แล้วนำมาวิเคราะห์ว่าเราจะทำแบบไหนต่อไป ส่วนความง่ายนั้นมิ้นท์มองว่าถ้าเรามีความรู้ความเข้าใจบวกกับประสบการณ์แล้วกฎหมายก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้วค่ะ

สำหรับคุณมิ้นจุดเด่นหรือข้อดีของงานด้านนี้คืออะไร

มิ้นท์คิดว่ากฎหมายไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิด มันมีระบบในตัวของมัน ถ้าเราเปิดใจที่จะศึกษา มันก็เป็นเรื่องที่ไม่ยากค่ะ กฎหมายสายธุรกิจจุดเด่นของมันเลยคือมีความทันสมัยนะ เพราะจะต้องพัฒนาไปตามเทคโนโลยี อย่างเช่น ในโลกยุคปัจจุบันมีการใช้จ่ายผ่าน internet banking กันมากขึ้น กฎหมายก็จะต้องมีการบัญญัติเนื้อหาที่ครอบคลุม ป้องกัน เหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวผู้ใช้ ทำให้เราต้องติดตามข่าวสารหรืออัพเดตเกี่ยวกับกฎหมายพวกนี้เรื่อยๆ ได้ความรู้ดีค่ะ

ถ้าอยากทำงานด้านกฎหมายต้องมีสกิลอะไรบ้าง

สิ่งที่ต้องมีเลยคือความอดทนและขยันศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมค่ะ คนที่เรียนกฎหมายมาและจะทำงานด้านนี้ต้องยอมรับเลยว่าเขาต้องอ่านหนังสือ หรือหาความรู้ไปตลอด เพราะทั้งตัวกฎหมายหรือฎีกานั้นมันจะมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไขอยู่ตลอดค่ะ

ว่ากันว่าทำงานด้านกฎหมาย มันก็จะเครียดหน่อยๆ ผ่อนคลายยังไงบ้างคะ

ยอมรับเลยค่ะ ว่าทำงานด้านกฎหมายบางวันจะเครียดมากๆ วิธีการกำจัดความเครียดของมิ้นท์คือการออกกำลังกายในทุกวันจันทร์-ศุกร์ค่ะ หรือไม่ก็เล่นเกมส์ ROV หรือ Free Fire แอบขายของ (หัวเราะ)

งานอดิเรกในวันหยุดสุดสัปดาห์ของคุณมิ้นท์คืออะไร

มีหลักๆ อยู่ 2 อย่างค่ะ ถ้าไม่ได้ไปทำธุระที่ไหนช่วงกลางวันจะอ่านหนังสือเพราะว่ากำลังเรียนต่อเนติบัณฑิตด้วยและตอนเย็นจะหาร้านกินบุพเฟ่ ประมาณนี้ค่ะ (หัวเราะ)

แอปพลิเคชั่นที่ชอบใช้ในการทำงานค่ะ

แอปที่มิ้นท์ใช้เป็นประจำเลยคือ Lawphin ค่ะ มันคือแอปที่รวบรวมประมวลกฎหมาย พระราชบัญญัติ กฎหมายอื่นๆ รวมถึงฎีกาต่างๆ ให้เราได้ศึกษาเพิ่มเติม สะดวกต่อการใช้งานมากๆ เลยค่ะ เราไม่ต้องพกประมวลกฎหมายเล่มใหญ่หลายๆ เล่มไปให้หนักกระเป๋าอีกเลย เป็นแอปที่ดีมากๆ ค่ะ

www.lawphin.com

ดาวน์โหลด

วันนี้เราก็ได้รู้พื้นฐานการทำงานของสายงานด้านกฎหมายกันไปแล้ว ซึ่งก็เป็นอีกสายงานที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ส่วนครั้งหน้าเราจะพาคุณผู้อ่านไปพบกับคนมีความสามารถในสายงานไหนอีก ก็อย่าลืมติดตามกันนะคะ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

สัมภาษณ์

“พี่เค้าใช้แอปอะไรนะ” สัมภาษณ์สาวนักสร้างสรรค์ Video Content กับผลงานและความสามารถหลากหลายด้าน

Published

on

ยุคนี้เป็นยุคทองของสื่อเลยก็ว่าได้ ใครมีคอนเทนท์เด็ดๆ ก็จะได้รับความสนใจ ยอด Like ยอด Share กระหน่ำ จนทำให้แจ้งเกิดกันอย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่ามีอาชีพอีกหลายอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการทำสื่อและคอนเทนท์เกิดขึ้นมากมาย อย่างเช่นอาชีพที่เราจะพูดถึงในวันนี้ “Video Content” ก็เป็นอาชีพที่แปลกใหม่และน่าสนใจในยุคนี้เช่นกัน และวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านชาวแบไต๋ไปพบกับ เพิร์ล – นิชาภา เทพามาตย์ สาว Video Content ของเว็บไซต์ Sistacafe

เริ่มต้นทำอาชีพ video content ได้ยังไง

เริ่มจากการเป็นนางแบบถ่ายงานต่างๆ แล้วก็เป็นคนชอบถ่ายรูปด้วย แต่อยู่ๆ เพิร์ลเองก็รู้สึกว่าเราน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้ในสิ่งที่เราชอบ ก็เลยคิดขึ้นมาว่าเราจะต่อยอดอะไรได้บ้างนะ จากการที่เรามีกล้อง ก็เลยคิดได้ต่อว่าแค่รูปถ่ายอย่างเดียวบางทีมันก็บอกเล่าเรื่องราวได้ไม่ดีเท่างานวีดีโอ เลยเริ่มหันมาศีกษาด้านงานวีดีโอ เพิร์ลเองไม่ได้เรียนด้านนี้มาโดยตรงนะคะ ก็เรียนรู้จาก YouTube เราอยากทำอะไรเป็นเราก็หาว่าต้องทำอย่างไร แล้วก็ลองทำ พอได้ลองทำบ่อยๆ รู้สึกว่าชอบก็เลยทำมาเรื่อยๆ จนได้มีโอกาสลองมาสมัครงาน Part time ตำแหน่ง video content ของเว็บ sistacafe ดู แล้วเค้าก็รับเราเข้าทำงาน ก็เลยได้ทำงานด้านนี้จนถึงทุกวันนี้ค่ะ

ทำไมถึงเลือกทำงานด้านนี้

เวลาเพิร์ลดูพวกวีดีโอต่างๆ ใน YouTube หรือ Facebook ไม่ว่าจะเป็น vlog ท่องเที่ยว หรือแนวแฟชั่นต่างๆ เพิร์ลก็รู้สึกว่าอยากทำเป็นบ้าง เค้าทำกันยังไงนะ อยากมีวีดีโอเป็นของตัวเอง อยากให้คนอื่นดูงานเราแล้วชอบ เหมือนที่เรารู้สึกชอบเวลาดูผลงานของคนอื่น

ตำแหน่ง Video content มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง

จริงๆ ก็คือการคิดริเริ่มนี่แหละค่ะ ว่าเอ๊ะมีอะไรน่าสนใจในตอนนี้บ้าง แล้วก็ต้องคิดว่าสิ่งที่เราจะผลิต ผู้บริโภคเป็นใคร แล้วผลิตมาเพื่ออะไร เรื่องราวที่จะนำเสนอเป็นไปอย่างไร เป้าหมายของตำแหน่ง เพิร์ลว่าก็คงไม่พ้น อยากให้คนดูดูแล้วชอบ ถ้าคนดูชอบแบบนี้โอกาสแชร์ต่อก็เกิดขึ้นได้ไม่ยาก

ใน 1 วัน เพิร์ลทำอะไรบ้างคะ

ถ้าที่เพิร์ลทำงานด้าน Video content ในแต่ละวันก็จะนั่งคิดว่าจะถ่ายอะไร แล้วก็ลงมือทำ ส่วนตัวเพิร์ลเองเริ่มตั้งแต่ต้นจนจบงานเลยค่ะ ก็คือตั้งแต่เริ่มคิด จนกระทั่งวีดีโอเสร็จสมบูรณ์ ก็จะมีคิดว่าจะทำวิดีโออะไร จากนั้นก็เรียบเรียงเรื่องราว แล้วก็ถ่ายทำ ตัดต่อ ก็จะได้วิดีโอออกมา 1 ตัว เพิร์ลจะอยู่ในทุกๆ ขั้นตอน ส่วนใหญ่จะเป็นงานด้านความสวยความงามและพวกเรื่องอาหารการกินค่ะ

เทคนิคในการเลือกคอนเทนท์มาเขียนคืออะไร

เพิร์ลจะดูเทรนด์ในช่วงนั้นๆ ค่ะ ว่าอะไรที่เป็นกระแสอยู่ ก็คิดคอนเทนท์เกาะกระแสไป หรือไม่ก็ตามความชอบเลยค่ะ ช่วงนั้นทำอะไรหรือได้สิ่งของอะไรมาใหม่ที่เรารู้สึกว่ามันน่าสนใจหรือว่าดี ก็จะนำมาทำ

คอนเทนท์ประเภทไหน ที่ทำออกมาแล้วได้รับความนิยมแน่ๆ

ส่วนใหญ่จะเป็นแนวๆ พากิน พาเที่ยว คนจะชอบจะแชร์เยอะ ถ้าเป็นพวกแนวบิ้วตี้ก็อาจจะเป็นรีวิวสินค้าออกใหม่ สวอทสีคนก็ชอบดูค่ะ

ผลงานชิ้นไหนที่เพิร์ลชอบมากที่สุดคะ

เพิร์ลชอบเป็นคอนเทนท์ที่เป็นเที่ยวกรุงเทพอะค่ะ รู้สึกทุ่มเทมาก คือไปถ่ายแค่ครึ่งวันแต่กลับมาบ้านคือดำเลยจ้า ทุ่มเทสุด (หัวเราะ)

ประสบการณ์การทำงานที่ประทับใจที่สุด

เพราะเพิร์ลได้เริ่มทำงานด้าน Video content ที่ sistacafe นี่แหละ มันจึงทำให้เพิร์ลต่อยอดมาสู่ช่องทางของตัวเองได้ไม่ยาก และมีงานเสริมเป็นช่องทางของตัวเองได้ก็เพราะที่นี่เลยนะคะ พี่ๆ น้องๆ ที่ทำงานสอนเพิร์ลทุกอย่าง ทำให้เพิร์ลได้เรียนรู้หลายๆ สิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ไม่เพียงแค่การเป็น Video content นะ เพิร์ลมีโอกาสได้ฝึกงานเขียน จนทำให้เรารู้ว่าเราเองก็สามารถทำได้ และสามารถสร้างรายได้ต่อยอดได้เรื่อยๆ

ความท้าทายของการทำงานด้านนี้คืออะไร

สำหรับเพิร์ลงานด้านนี้เราต้องคิดตลอดเวลา ไอเดียเป็นสิ่งสำคัญมากในงานสายนี้ ไม่ใช่แค่เราดูวิดีโอมาเยอะ แล้วนำไอเดียของคนนั้นคนนี้มาปรับใช้นะ บางทีเราก็ต้องคิดอะไรที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใครด้วย ซึ่งนั้นแหละค่ะ เพิร์ลคิดว่าเป็นสิ่งที่ยาก

ถ้าอยากทำงานด้านนี้ต้องมีสกิลอะไรบ้าง

สกิลพื้นฐานตอนเพิร์ลเริ่มเนี่ยแทบไม่มีอะไรเลยนะ มีแค่ใจรักเลย ทำงานด้านนี้มันฝึกฝนกันได้ มาเรียนรู้เองได้ ไม่ได้เหมือนพวกแพทย์ที่ต้องมีความรู้พิเศษเฉพาะ ได้รับการฝึกฝนจนชำนาญ แต่งานด้านนี้เนี่ย แค่เป็นคนที่มีจินตนาการ รักในงานด้านนี้ ก็เริ่มต้นได้แล้วนะ

เห็นเพิร์ลมีธุรกิจส่วนตัว เป็นเจ้าของร้านจิวเวลรี่ด้วย อยากให้เล่าที่มาให้ฟังหน่อยค่ะ

ตอนเพิร์ลเรียนจบใหม่ๆ แม่ก็อยากให้เข้าครอสเรียนเรื่องเพชรต่อ ก็เลยไปลงเรียนเกี่ยวกับการดูเพชร การประเมินราคาเพชร และก็การเขียน Cad jewelry พื้นฐาน แล้วพอจบมาก็รู้สึกว่าถ้าเราไม่ได้ทำอะไรด้านนี้เลยต้องลืมแน่ๆ ก็เลยมาทำร้านจิวเวลรี่ต่อ แต่เป็นแค่ร้านออนไลน์นะคะ รับทำเป็น made to order สมัยแรกๆ ที่เปิดก็ทำแบบที่เราชอบออกมา แต่ก็ขายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่จะมีแบบมาในใจแล้ว ตอนหลังเพิร์ลเลยปรับเป็นทำตามแบบเลย ลูกค้าอยากได้แบบไหน งบประมาณเท่าไหร่ก็ปรับให้เข้ากับความต้องการ ใครสนใจก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ Vertex jewelry นะคะ ขอขายของหน่อยเนอะ (หัวเราะ)

และเห็นมีแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเองอีก

เริ่มจากการชอบแต่งตัวของตัวเองนี่แหละค่ะ เป็นคนซื้อเสื้อผ้าเยอะไง แล้วก็รู้สึกว่าถ้าเราลองทำเป็นแบรนด์ของตัวเองจะเป็นยังไงนะ ก็เลยลองปรึกษากับเพื่อนคนนึง เค้าเองก็สนใจทำเหมือนกัน เลยได้ออกมาเป็นแบรนด์ Petite P.M. ซึ่งชื่อก็มาจากเพิร์ลกับเพื่อนที่เป็นผู้หญิงตัวเล็กทั้งคู่ Petite ก็แปลว่าอะไรที่เล็กๆ ส่วน P.M. ก็มาจากชื่อเล่นตัวแรกของเพิร์ลและเพื่อนค่ะ

การทำธุรกิจของตัวเอง ควบคู่กับการทำงานบริษัท ทำให้เราได้เรียนรู้ยังไงบ้าง

เราต้องแบ่งเวลาค่ะ “เวลามีผลต่อความก้าวหน้า ถ้ารู้จักบริหารเวลา” คือถ้าเรามีโอกาสได้ทำอะไรใหม่ๆ เราก็ควรลองดู อย่าคิดว่ามันยาก หรือไม่มีเวลา ลองดูก่อน สิ่งที่เราทำในวันนี้อาจจะส่งผลดีในอนาคตต่อไปก็ได้

งานอดิเรกวันหยุดสุดสัปดาห์ของเพิร์ลคืออะไรคะ

ส่วนใหญ่ก็จะอยู่บ้านนะคะ มีบ้างถ้าเพื่อนๆ นัดออกไปกินข้าว ช็อปปิ้ง แต่เอาจริงเพิร์ลจะไม่ค่อยออกจากบ้าน เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นคนซื้อของเก่งมาก ถ้าออกไปแล้วเนี่ย มีเกณฑ์ต้องได้เสียเงินทุกครั้งเลย (หัวเราะ)

ทำงานหลายอย่างแบบนี้ มีวิธีบริหารเวลายังไงบ้างคะ

เอาจริงๆ แล้ว เพิร์ลจะแบ่งเป็นลำดับความสำคัญมากกว่าค่ะ อะไรที่สำคัญมากกว่าก็ทำก่อน เนื่องด้วยงานบริษัทเพิร์ลทำเป็น part time อยู่แล้วด้วยเนอะ ก็ไม่ยากที่จะขอลางาน

แอปพลิเคชั่นสุดโปรดของเพิร์ล

แอปที่ชอบใช้จะเป็นแอปเกี่ยวกับการเงินมากกว่าค่ะ “Weple Money” ค่ะ คือด้วยความที่เพิร์ลทำงานหลายอย่าง เงินเข้าออกก็จะเยอะหน่อย แอปนี้ก็จะช่วยให้เพิร์ลดูได้ง่ายว่าในแต่ละเดือน เพิร์ลมีค่าใช้จ่ายจากอะไรบ้าง หรือมีรายรับอะไรเข้ามาบ้าง เพิร์ลเคยใช้มาหลายแอปนะ แต่สุดท้ายก็มาจบที่แอปนี้ แอปนี้ไม่ฟรีนะคะ เพิร์ลโหลดแบบเสียเงินมา 
 ชอบตรงที่เราสามารถแยกดูได้เป็นหมวดๆ สมมติอยากรู้ว่ารายรับแต่ละเดือนของงาน Content ที่เรารับมาเนี่ยได้เท่าไหร่ เราก็สามารถกดดูแยกเป็นประเภทได้ แอปก็จะโชว์ให้ดูทั้งหมดที่เราเคยบันทึกไว้ค่ะ

ดาวน์โหลด

ถือเป็นอีกหนึ่งสาวที่ครบเครื่องในเรื่องความสามารถจริงๆ แถมยังมีผลงานแจ่มๆ ให้ได้ติดตามกันอยู่บ่อยๆ และสำหรับใครที่อยากติดตามผลงานใหม่ๆ ของเธอ ก็สามารถเข้าไปติดตามกันได้ที่ Pearl’s world เลย

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!