Connect with us

สัมภาษณ์

Unichat สัมภาษณ์สาวสาขา “บัญชีบริหาร” รั้วเกษตรศาสตร์ศรีราชา สาขานี้มีดียังไง ต้องอ่าน!

Published

on

“บัญชีบริหาร” สาขาที่หลายคนเคยได้ยินชื่อมาบ้าง แต่ก็ยังงงๆ กันอยู่ ว่าหนุ่มสาวคณะนี้เค้าเรียนอะไรกัน และเค้าใช้ชีวิตกันยังไง เป็นลุคส์สาวบัญชีเข้มๆ นิสัยดุๆ รึเปล่า.. วันนี้แบไต๋จะมาไขคำตอบเกี่ยวกับสาขานี้กันค่ะ โดยสาขาบัญชีบริหาร ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็น 1 ในสาขาของคณะวิทยาการนั่นเอง และวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปพูดคุยกับ ใบเตย – นวพร อุ่นคำ  สาวคณะวิทยาการ สาขาการบัญชีบริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชาค่ะ

มาเป็นสาวบัญชีบริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศรีราชา ได้ยังไงเนี่ย

ตอนเลือกที่นี่ เลือกสาขาการบัญชีบริหารเพราะว่าเป็นสาขาที่เตยคิดว่าน่าสนใจ แล้วเมื่อเรียนจบมาเราสามารถต่อยอดความก้าวหน้าทางอาชีพได้ในอนาคตค่ะ นอกจากนี้โดยส่วนตัวแล้วเตยไม่ได้ชอบด้านฟิสิกส์ จะชอบเรียนทางด้านสายบริหารหรือพาณิชย์มากกว่า เลยคิดว่าบัญชีนี่แหละที่น่าจะเหมาะกับตัวเรา (ยิ้ม)

คณะวิทยาการ สาขาการบัญชีบริหาร เค้าเรียนอะไรกันบ้าง

คณะวิทยาการจัดการจะเรียนคล้ายๆ กับคณะบริหารธุรกิจค่ะ ซึ่งเตยเลือกเรียนสาขาการบัญชีบริหาร สาขานี้จะต่างจากบัญชีการเงินตรงที่ว่า นอกจากเราจะเรียนวิชาบัญชีแล้ว เรามีการเน้นวิชาการบัญชีเกี่ยวกับต้นทุนด้วย ช่วง ปี 1-2 ก็มีเรียนบัญชีพื้นฐานและเรียนวิชาเกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ อย่างเช่น Marketing หรือวิชาเกี่ยวกับ Finance แม้แต่เรื่องของการขนส่งอย่าง Supply chain ก็เรียนค่ะ ส่วน ปี 3-4 จะเริ่มเรียนลึกในสาขาของตัวเองมากขึ้น

วิชาโปรดของเตย

วิชาที่ชอบมากที่สุด คือ Accounting for Specific Enterprises จะเรียนเกี่ยวกับบัญชีที่ใช้ในเฉพาะกิจการอย่างเช่น โรงแรม สวนสนุก โรงพยาบาล ค่ะ ก็แล้วแต่ว่าเทอมนั้นอาจารย์จะเลือกสอนกิจการประเภทไหน ซึ่งเทอมของเตยได้เรียนกิจการประเภทโรงแรม กับสนามบินค่ะ ที่เตยชอบเพราะว่าอาจารย์ที่สอนเขาจะเล่าประสบการณ์ตอนเข้าไปตรวจสอบสนามบิน หรือเล่าเกี่ยวกับเครื่องบินรุ่นต่างๆ ให้ฟัง นอกจากนี้อาจารย์ยังให้พวกเราจับกลุ่มกันจัดทำแผนการท่องเที่ยวที่อยากไปแล้วนำเสนอก่อนจบเทอม แล้วเตยเป็นคนที่ถ้ามีเวลาว่างก็จะไปเที่ยว จึงทำให้สนุกกับการเรียนค่ะ

สังคมในคณะเป็นยังไงบ้าง หนุ่มสาวสายนี้เค้าว่ากันว่าดุๆ เข้มๆ นะ

เนื่องจากว่าคณะที่เตยเรียนเป็นคณะที่ใหญ่มาก มีนิสิตมากกว่าพันคนได้ค่ะ ส่วนใหญ่จึงรู้จักกันภายในสาขามากกว่า สังคมที่นี่เป็นระบบมาก่อนเป็นพี่มาหลังเป็นน้องค่ะ ถึงแม้ว่าเตยจะเป็นเด็กซิ่ว เตยก็เคารพรุ่นพี่ค่ะ ในสาขาพี่ๆ จะช่วยเหลือน้องๆ อย่างเวลาเรามีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนเราก็สามารถปรึกษาพี่ๆ ได้ตลอดค่ะ แล้วพอเราเป็นพี่ เราก็ช่วยเหลือน้องๆ ต่อค่ะ เป็นสังคมที่อบอุ่นและน่ารักดีค่ะ

ก่อนจะเป็นสาวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เคยเป็นสาวมหิดลมาก่อนด้วย

ก่อนหน้านี้เรียนมหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี สาขาการบริการธุรกิจค่ะ ซึ่งเตยซิ่วมาเรียนที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา หลังจากที่เรียนมหิดลได้ 1 ปีค่ะ เหตุผลที่ตัดสินใจซิ่วส่วนหนึ่งมาจากคุณแม่ค่ะ และอีกส่วนมาจากตัวของเราเอง ก่อนที่จะซิ่วเราก็ต้องดูคะแนน Admission ก่อนว่าเราสามารถเข้าเรียนเกี่ยวกับด้านบัญชีที่ไหนได้บ้าง แล้วก็คิดว่าเราได้คณะนี้ที่นี่แน่ๆ จึงเลือกที่นี่ค่ะ บวกกับเตยมีญาติที่จบจากที่มหาวิทยาลัยเกษตรศรีราชาแล้วด้วย จึงตัดสินใจย้ายมาเรียนค่ะ

อย่างนี้ก็ปรับตัวสนุกเลยสิ..

จริงๆ เตยเรียนที่มหิดลแค่ปีเดียวเอง วิชาที่เรียนที่มหิดลส่วนใหญ่จึงเป็นแค่วิชาพื้นฐาน แต่ถ้าให้เทียบระหว่างปี 1 ด้วยกันแล้ว ที่เกษตร ศรีราชาถือว่าอาจารย์โหดกว่ามากในเรื่องของการให้คะแนนค่ะ เพราะกว่าจะได้ 1 คะแนนต้องแลกกับการบ้านไม่รู้กี่ครั้งเลย และงานกลุ่มก็ค่อนข้างเยอะตั้งแต่ปี 1 เทอม 1 เลยก็ว่าได้ ส่วนเรื่องของการปรับตัวที่นี่ค่อนข้างง่ายค่ะ เพราะงานกลุ่มค่อนข้างเยอะ ทำให้เราได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนๆ ในสาขาและหาเพื่อนใหม่ค่ะ และถึงแม้ว่าจะเป็นเด็กซิ่ว แต่เตยก็เข้าร่วมกิจกรรมที่ปี 1 เขามีกันทุกกิจกรรมเลยนะ อย่างรับน้องของสาขา รับน้องของมหาวิทยาลัย รวมไปถึงการเป็นทั้งเชียร์ลีดเดอร์และสแตนเชียร์ของสาขาอีกด้วย ซึ่งมันทำให้เรารู้จักคนมากขึ้น นอกจากนี้พี่ๆ ก็เป็นกันเองมากๆ เลยทำให้เราปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้ไวค่ะ

กิจกรรมที่เตยชอบสุดๆ คืออะไร

กิจกรรมรับน้องค่ะ เพราะว่าตอนเราเข้ามาใหม่ๆ พี่ๆ ต้อนรับเราอย่างเป็นกันเองและอบอุ่นมาก พอขึ้นปี 2 ก็เลยอยากมีส่วนร่วมในการต้อนรับน้องๆ ที่เข้ามาใหม่ค่ะ จำได้เลยค่ะช่วงที่จัดกิจกรรมนี้ต้องตื่นเช้ามากๆ เพราะทางมหาวิทยาลัยให้จัดได้แค่ช่วงเช้า ซึ่งเตยกับเพื่อนๆ ต้องตื่นประมาณตี 5 เพื่อมาทำกิจกรรมนี้ แต่ก็รู้สึกสนุกมากกว่าเหนื่อยค่ะ เพราะน้องๆ แฮปปี้กับกิจกรรมที่เราจัดกัน นอกจากนี้ในวันนั้นเราก็จะมีการเฉลยสายรหัสของตัวเองกันอีกด้วย

จบสาขาการบัญชีบริหารมา ส่วนใหญ่เค้าทำอาชีพอะไรกัน  

สาขานี้จบไปสามารถทำได้หลายอย่างมากเลยค่ะ อาชีพที่เกี่ยวข้องกับบัญชี สามารถเป็นนักบัญชีทั่วไป นักบัญชีต้นทุน ผู้ตรวจสอบบัญชีทั้งภายในและภายนอก แม้แต่นักวิเคราะห์งบการเงินก็สามารถทำได้ค่ะ นอกจากนี้ก็ยังมีอาชีพอื่นๆ อีกเช่น อาชีพเกี่ยวการตลาด การเงิน หรือแม้แต่ประกอบธุรกิจส่วนตัวก็สามารถทำได้ค่ะ

วางอนาคตไว้ยังไง

ส่วนตัวตอนนี้อยากลองเป็นผู้ตรวจสอบ (Auditor) ก่อนค่ะ เพราะว่าเป็นอาชีพที่ได้เดินทางไปตรวจสอบตามบริษัทต่างๆ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด นอกจากนี้ก็เป็นอาชีพที่เราสามารถเก็บประสบการณ์และชั่วโมงทำงาน เพื่อสอบเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีรับอนุญาตหรือที่คุ้นๆ กันในชื่อของ CPA (Certified Public Accountant) ค่ะ

คติและแรงบันดาลใจในการเรียนของเตย

แรงบันดาลใจที่สำคัญที่สุดคือครอบครัวค่ะ เนื่องจากว่าเราเป็นเด็กซิ่ว ทำให้เราจบช้ากว่าเพื่อนๆ 1 ปี ทำให้เราต้องตั้งใจเรียนให้มากๆ เพื่อที่จะได้รับเรียนจบตามเพื่อนๆ และสามารถทำงานแบ่งเบาภาระให้กับทางบ้านได้ค่ะ

ขอแอปที่ช่วยในการเรียนหน่อยสิ

Microsoft Excel ค่ะ เพราะเป็นแอปที่ใช้งานง่าย และสะดวกมาก หากเราไม่สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ในขณะนั้น และงานที่อาจารย์มอบหมายให้ทำต้องมีการคำนวณตัวเลขค่าต่างๆ เพื่อจัดทำบัญชีและงบการเงิน แอปนี้จึงสะดวกมากในการเปิดไฟล์งานที่เป็น Excel และเราก็สามารถทำงานของเราได้ในแอปนี้เลยค่ะ

ดาวน์โหลด

นับเป็น 1 ในเด็กซิ่ว ที่ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยน่าสนใจสุดๆ แถมทัศนคติในการใช้ชีวิตหลังจากซิ่วยังน่ารักอีกด้วย.. บทความวันนี้เลยได้ทั้งความรู้เกี่ยวกับสาขาบัญชีบริหาร และได้พลังบวกในการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยดีๆ ไปเลย เอาเป็นว่า.. ใครอยากอ่านบทสัมภาษณ์น้องๆ นักศึกษาสาระดีๆ แบบนี้อีก ก็อย่าลืมติดตาม Unichat ครั้งหน้าล่ะ รับรองว่าเด็ดแบบนี้แน่นอน!! แล้วเจอกันค่ะ

แสดงความคิดเห็น

สัมภาษณ์

“พี่เค้าใช้แอปอะไรนะ” คุยกับนักธุรกิจสาวกับการสร้างแบรนด์ออนไลน์ของตัวเอง

Published

on

ใครๆ ก็อยากมีชีวิตที่มีอิสระ และทำงานที่มีเวลาส่วนตัวกันทั้งนั้น และถ้าได้มีเวลาทำกิจกรรมที่ชอบแล้วด้วย มันคือชีวิตในฝันชัดๆ เหมือนกับสาวสวยที่เราจะพูดคุยกับเธอในวันนี้ ที่ตัดสินใจสร้างแบรนด์เครื่องสำอางของตัวเอง และเริ่มเปิดขายออนไลน์ จนปัจจุบันมีวางขายในร้านค้าชั้นนำและเป็นที่นิยมไปแล้ว แถมเธอยังมีงานอดิเรกคือการท่องโลกเก๋ๆ ด้วย ว่าแล้วก็ไปคุยกับ ตูน – มาชิตา ภิรมย์ กันเลยดีกว่า

เล่าจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจให้ฟังหน่อยค่ะ                                                                                                       

เริ่มมาจาก Passion ล้วนๆ เลยค่ะ คือตูนเชื่อว่าการที่เราจะทำอะไรให้มันประสบความสำเร็จเนี่ย พื้นฐานของมันต้องเริ่มจากความชื่นชอบและความสนใจเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดค่ะ อย่างผลิตภัณฑ์ที่ตูนทำคือแป้งพัฟ ก็มาจากการที่ตูนเป็นคนผิวแพ้ง่ายมาก แล้วเวลาแต่งหน้าก็จะมีปัญหาในเรื่องของสิวอุดตัน เลยสอบถามจากเพื่อนๆ ด้วย แล้วก็เก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ คือเราก็พบว่ามีคนที่มีปัญหาแบบเราค่อนข้างมาก มันเลยเกิดไอเดียในการทำธุรกิจ แป้งผิวแพ้ง่าย Babypuff ขึ้นมาค่ะ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์และก็จะมีต่อยอดขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ

ถ้าจะเริ่มทำธุรกิจออนไลน์ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง  

ตูนคิดว่าในปัจจุบัน Social network เข้ามามีบทบาทในธุรกิจเยอะมาก เลยทำให้เกิดการแข่งขันค่อนข้างสูง แต่สำหรับตูนจะคิดถึงคุณภาพมาอันดับ 1 ตูนจะคิดอยู่เสมอว่าถ้าตูนเป็นลูกค้า ตูนจะคาดหวังอะไรจาก Product นี้ คือเราต้องคิดว่าเราเป็นลูกค้าค่ะ ถ้าคุณเป็นลูกค้าคุณจะได้รับความคุ้มค่าอะไรบ้างจากแป้งตลับนี้ และก็ทำมาออกมาให้ดีที่สุดในแบบฉบับของเราค่ะ รวมถึงการ Start up ของธุรกิจ online ต้องเตรียมตัวให้พร้อมในเรื่องของ marketing ให้ดีค่ะ แต่ว่าตูนเอง บางเดือนก็ยังใช้งบในการทำ marketing เกินงบไปเหมือนกัน เพราะว่าตูนก็ยังไม่เก่งค่ะ ยังต้องศึกษาเรียนรู้อีกเยอะ การวางแผนเลยสำคัญมากค่ะ เราต้องรู้ตัวว่าตรงนี้ได้กี่เปอร์เซ็นต์ และเราจะได้ value อะไรบ้างจากตรงนี้

เคล็ดลับการทำการตลาดบนโลกออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ สำหรับตูนคืออะไร

เอาจริงๆ ตูนยังไม่คิดว่าแบรนด์ตัวเอง Success ขนาดนั้นนะคะ (หัวเราะ) เพราะเป็นแบรนด์เล็กๆ ที่ตูนเริ่มต้นมาเพียงคนเดียว แต่ตูนก็คิดว่า ตูนอยากให้สินค้าของตูนไม่ใช่สินค้าแบบกระแสที่มาแป้ปๆ แล้วหายไป แต่ตูนยึดมั่นในคุณภาพเป็นหลักอย่างที่บอกไปค่ะ รวมถึงจุดเด่นของ product เราก็ต้องดึงออกมาใช้ให้มากที่สุดค่ะ จนถึงตอนนี้เป็นเวลา 2 ปีแล้ว ขายไปได้หลายหมื่นตลับ สำหรับตูนคือตูนดีใจที่ลูกค้าแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ประทับใจ ทุกคนกลับมาซื้อซ้ำและมีการส่งรีวิวน่ารักๆ ให้เราชม มันทำให้ตูนมีความสุขมากๆ

ถ้าอยากทำธุรกิจทางออนไลน์ ต้องมีสกิลอะไร             

ในความคิดตูน สำคัญเลยคือ ต้องมีความซื่อสัตย์และจริงใจให้กับลูกค้า รวมถึงลูกจ้างด้วย และมองโลกตามความเป็นจริงค่ะ ตูนคิดว่า ถ้าเราคาดหวังในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป มันเสี่ยงไปมากๆ สำหรับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ฉะนั้นเราต้องเตรียมรับมือให้พร้อมกับทุกเหตุการณ์ รวมถึงต้องมีสติและ fighting ทุกปัญหาไปให้ได้ค่ะ อย่ายอมแพ้ ตอนนี้ตูนเองก็ได้เรียน Master Degree (MBA) เพื่อเพิ่มความรู้ในด้านนี้โดยตรงค่ะ ตอนแรกตูนแทบไม่รู้อะไรเลย แต่พอได้มาเรียนปริญญาโท แล้วรู้สึกว่าได้ประโยชน์กลับไปมากๆ ค่ะ รวมถึงตูนก็อาศัยถามความรู้จากพี่ๆ จากเพื่อนๆ รอบตัวที่ทำธุรกิจค่ะ คือห้ามหยุดพัฒนาตัวเองสักวินาทีเลย ตูนจะชอบมากๆ ถ้าวันไหนตูนงานเยอะ งานยุ่ง ตูนรู้สึกว่าวันนี้เราใช้เวลาคุ้มค่า (หัวเราะ)

มีปัญหาหรืออุปสรรคไหนที่ตูนรู้สึกว่าพีคๆ บ้าง                                                          

ถ้าบอกว่าตูนเป็นคนใจร้อนจะเชื่อมั้ยคะ (หัวเราะ) คือตูนจะบอกเลยว่ามันอาจฟังดูเล็กน้อย แต่มันเป็นปัญหาและอุปสรรคใหญ่มากสำหรับการทำงานของตูน ตูนจะไม่ชอบความผิดพลาด ไม่ชอบอะไรที่ต้องคอยแก้ไข บางครั้งก็ตัดสินใจเร็วไปไม่ทันรอบคอบ เลยทำให้เกิดความผิดพลาด ตูนเองก็ได้เรียนรู้ว่าความใจร้อนมันทำให้พังไปหมดทุกอย่างจริงๆ ค่ะ มันเหมือนเป็นที่ดูดพลังงานเราและพลังงานคนรอบข้าง และมีเหตุการณ์ที่ทำให้ตูนสะเทือนใจอยู่พอสมควร ตูนเลยปรับและแก้นิสัยตัวเองค่ะ พยายามฟังความคิดคนอื่นมากขึ้นและเรียนรู้ได้ว่าปัญหาหรืออุปสรรคในการทำงานเป็นเรื่องที่ปกติและธรรมดามากๆ สำหรับทุกธุรกิจค่ะ และก็ฝึกเป็นคนที่คิดช้าลงแต่รอบคอบมากขึ้นค่ะ

แรงบันดาลใจและคติในการทำงาน                                                                                                                                   

แรงบันดาลใจหรือคติในการทำงานของตูนคือ ถ้าคุณเริ่มต้นที่จะทำ คุณก็เป็นคนที่ดีกว่าเมื่อวานแล้วค่ะ ตูนเชื่อว่าทุกคนมีสิ่งที่เรารัก เราหวังที่อยากจะทำแต่อาจไม่ได้ทำสักที ตูนว่าแค่เราเริ่มต้นเราก็คือผู้ชนะแล้วค่ะ ในที่นี้ตูนไม่ได้หมายถึงแค่ในเรื่องของการทำงานอย่างเดียวนะคะ มันรวมไปถึงการใช้ชีวิต การออกกำลังกาย หรือการออกไปท่องเที่ยว การที่ได้ทำอะไรที่เราไม่เคยได้ทำ การฝึกเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ แล้วคือตูนคิดเสมอว่า ทุกวันนี้ตูนทำงานเหนื่อยๆ แต่ตูนกลับรู้สึกเหมือนไม่ได้ทำงานเลย เพราะตูนมีความสุขกับงานที่ตูนทำ ตูนเลยรู้สึกชิลมาก เวลาผ่านไปเร็วจัง ยังอยากนั่งประชุมต่อ ยังอยากนั่งคิด project ต่อเลย (หัวเราะ)

คุยเรื่องงานอดิเรกกันบ้าง เห็นตูนไปเที่ยวบ่อยมาก                                                                                 

แต่ก่อนตูนไปเที่ยวไม่บ่อยนะ เพราะตูนงก (หัวเราะ) มัวแต่เก็บเงิน เพิ่งมาเที่ยวบ่อยๆ ตอนปีกว่าๆ นี้เองค่ะ ซึ่งไปมาหลายจังหวัด หลายประเทศ เรียกได้ว่าบินทุกเดือนค่ะ (หัวเราะ) ส่วนแรงบันดาลใจในการเที่ยวของตูนคือปกติตูนไม่เคยไปต่างประเทศคนเดียวเลย แต่ปีที่แล้วตูนได้ลองทำ หลังจากนั้นก็มีทริปตามมาเรื่อยๆ ค่ะ คือตูนมาเปลี่ยนความคิดตัวเองว่า ถ้าเรามัวแต่ทำงาน มัวแต่รอคนอื่น เราจะเสียโอกาสหลายๆ อย่างไปเลยนะ แล้วเวลาที่ตูนไปเที่ยว ตูนได้มองเห็นโลกมากขึ้น เห็นวัฒนธรรมที่หลากหลาย เรียนรู้และนำมาปรับใช้เป็นไอเดียให้ธุรกิจของเราได้ค่ะ บางคนอาจมองว่าการท่องเที่ยวบ่อยจนเกินไปจะเป็นอะไรที่สิ้นเปลือง แต่สำหรับตูนมันคือวิธีชาร์จแบตให้ตัวเองที่ดีที่สุดค่ะ และถ้าเราคิดว่าเราจะเที่ยวเยอะ เราต้องหาเงินให้เยอะกว่าที่เราเที่ยวสิคะ ฟังดูแบบตลก แต่จริงๆ มันเป็นแรงบันดาลใจให้ตูนทำงานหนักเพิ่มขึ้นจริงๆ นะคะ เพราะทริปไปเที่ยวรออยู่อีกเยอะมาก (หัวเราะ)

มีทริปไหนที่ตราตรึงบ้าง                                                                             

ประทับใจที่สุดคือทริปล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้วเลยค่ะ เมือง Cappadocia คือมันสวยมากๆ แล้วก็เป็นทริปที่เราอยากไปมานานแล้ว ถึงแม้จะเดินทางเหนื่อยมาก แต่ทุกอย่างมันคุ้มค่าจริงๆ คือทาง ไกด์บอกว่าเนี่ย บอลลูนไม่มี flight ขึ้นมา 2 สัปดาห์แล้วนะ เพราะสภาพอากาศของเขาอะค่ะ ตูนแบบดีใจมาก รู้สึกโชคดีมากที่ไปถึงแล้วได้ขึ้นไปข้างบนนั้น สวยมากค่ะ รู้สึกเวลาผ่านไปไวมาก ยังอยากถ่ายรูปนานกว่านี้เลย ถ้ามีโอกาสคิดว่าอยากไปอีกค่ะ แต่คงไปช่วงซัมเมอร์น่าจะสวยกว่านี้ (ยิ้ม)

มีที่ไหนที่ยังไม่เคยไป แต่ต้องไปให้ได้สักครั้งมั้ย

ทริปที่เป็น To die for ของตูนเลยคือ Santorini ประเทศกรีซค่ะ คือจะบอกว่าไงดี คืออยากไปทริปนี้มากค่ะ แต่มันดูเป็น Honeymoon Trip มาก ซี่งถ้าเราได้ไปกับคนที่เรารักคงแฮปปี้มาก แต่ตูนยังไม่มีแฟนอะค่ะเหตุผลหลักๆ (หัวเราะ) เลยต้องพับเก็บทริปในฝันนี้ไว้ก่อน ส่วนเหตุผลที่อยากไปคือ ตูนชอบบรรยากาศของพระอาทิตย์กำลังจะตกดินมาก แล้วได้ยินมาว่าที่ Santorini นี่ เวลานั้นสวยสุดๆ รวมถึง ชายหาด white beach ของที่นั่นเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ซึ่งตูนว่ามันน่าสนใจมากค่ะ อยากไปมากที่สุดแต่รอมีคนไปด้วยก่อนนะคะ (หัวเราะ)

การท่องโลกให้อะไรกับตูนบ้าง                                                                                                                                             

มันทำให้ตูนรู้ว่าโลกของเรามันสวยงามมาก มีอะไรอีกหลายอย่างที่เรายังไม่ได้เรียนรู้ เปิดทั้งความคิดและประสบการณ์ของเราค่ะ และเสน่ห์ของการท่องโลกคือความเป็นมิตรของผู้คนที่หลากหลายแตกต่างกันออกไป น่ารักดีค่ะ แต่ไม่ว่าจะทริปไหนตูนมักหลงทางทุกทริปค่ะ แม้กระทั่งที่ไทย (หัวเราะ) แต่นั่นก็ถือว่าเป็นสเน่ห์ของการไปเที่ยวจริงมั้ยคะ (ยิ้ม)

ขอแอปเจ๋งๆ ที่ใช้ประจำหน่อยสิ                                                               

แอปที่ตูนคิดว่ามันเจ๋งมากคือ Goals on Track ค่ะ สามารถนำมาใช้ได้ทั้งการทำงานและการท่องเที่ยวเลยค่ะ เหมือนเราตั้งเป้าหมายของเราเอาไว้ว่าเราจะทำอะไรบ้าง ภายในเวลาเท่านี้ แล้วก็ให้เราอัพเดท คอยเป็นแรงกระตุ้นในการทำเป้าหมายนั้นๆ มันอาจจะดูเป็นแอปที่เบสิคมาก แต่สำหรับตูนมัน classy ที่สุดเลยค่ะ (หัวเราะ)

ดาวน์โหลด

ถือเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจที่กระตุ้นให้เราอยากใช้ชีวิตคุ้มๆ เพราะสาวคนนี้ได้ทำให้เราเข้าใจคำว่า Work hard, play harder จริงๆ ว่าแล้วก็อยากจะตั้งใจทำงาน หาเงินให้ได้เยอะๆ แล้วออกไปท่องโลกบ้างแล้ว!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

สัมภาษณ์

Unichat สัมภาษณ์ “น้ำฝน” สาวออกแบบนิเทศศิลป์ กับการเรียนในคณะที่สนุกสุดๆ

Published

on

ใครคิดว่าตัวเองติสส์ๆ รักงานศิลปะมาทางนี้ เพราะวันนี้เราจะมาพูดถึง 1 ในสาขาวิชาที่คนรักศิลปะใฝ่ฝันอยากจะเรียน นั่นคือ “สาขาออกแบบนิเทศศิลป์”  โดยเราจะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักกับสาวน้อยผู้รักงานศิลปะเป็นชีวิตจิตใจ อย่าง น้ำฝน – พรสายชล วนทอง สาวคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทาค่ะ มาดูกันดีกว่าว่าสาขานี้เค้าเรียนอะไรกันบ้าง 

เล่าที่มาของการเลือกเรียนสาขาออกแบบนิเทศศิลป์ให้ฟังหน่อย

มาจากความชอบล้วนๆ เลยค่ะ เพราะน้ำฝนเป็นคนชอบวาดรูป ชอบงานเกี่ยวกับกับศิลปะ งานออกแบบหนังสือ งานออกแบบกราฟฟิค ต่างๆ ค่ะ เลยลองหาข้อมูลดูว่ามีคณะไหนที่ตรงกับสิ่งที่เราสนใจบ้าง พอหาข้อมูลได้แล้วก็เลยเลือกเรียนสาขาออกแบบนิเทศศิลป์ค่ะ ตรงกับสิ่งที่เราชอบที่สุดแล้ว (ยิ้ม)

สาขาออกแบบนิเทศศิลป์เรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง

สาขาออกแบบนิเทศศิลป์จะเรียนคลอบคลุมและหลากหลายมากๆ ค่ะ ตั้งแต่เข้ามาเรียนปี1ก็จะมีเรียน การดรออิ้งพื้นฐาน จิตรกรรมพื้นฐาน ภาพพิมพ์ ประติมากรรม พวกประวัติศาสตร์ศิลป์ หลักการออกแบบ รวมไปถึงการเขียนแบบพื้นฐาน ด้วยค่ะ

พอขึ้นปี 2 ก็จะเริ่มลงลึกในส่วนของนิเทศศิลป์มากขึ้นนะ ก็จะมี เรียนถ่ายภาพด้วย เป็นวิชาที่แบบเราจะได้ออกไปถ่ายภาพตามสถานที่ต่างๆ ตามที่อาจารย์เขากำหนดมา วิชานี้สนุก ฝนชอบมาก (หัวเราะ) มีการเรียนทำโลโก้ ทำฟอนต์ตัวอักษร ด้วยวิชานี้ก็สนุกนะ เราสามารถเอาไปต่อยอดได้หลายอย่างเลย ส่วนวิชาที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยในปี2 ก็คือ วิชาออกแบบคาแรกเตอร์ ซึ่งเป็นวิชาที่หรรษามากๆ ค่ะ (หัวเราะ) คืออาจารย์จะให้แต่งตัวมาเรียนในแต่ละสัปดาห์ไม่เหมือนกัน คือตามแต่คาแรกเตอร์ที่อาจารย์ได้กำหนดมาของแต่ละสัปดาห์ อย่างสัปดาห์นี้ให้แต่งเป็นลุคส์บุพผาชน แบบชาวอินดี้ ก็ต้องแต่งมา มีเป็นลุคส์คนบ้ามาก็มีค่ะ (หัวเราะ) ได้ทำมาสคอตส่งขนาดเท่าตัวเอง ซึ่งเป็นงานที่ไม่เคยทำมาก่อนอันนี้สนุกสุดๆ

พอขึ้นปี 3 ก็จะเป็นการเรียนเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์ การทำบรรจุภัณฑ์ โฆษณา ทำกราฟฟิค โมชั่น ที่สนุกก็ทำหนังค่ะ ได้ออกกอง ได้ทำจริง ทำทั้งหนัง ทั้งโฆษณา ทั้งมิวสิควิดิโอ สุดยอดมาก (หัวเราะ) งานเยอะสุดก็ปี 3 นี่แหละค่ะ

พอมาปี 4 เทอม 1 เราก็จะมาเข้าสู่โหมดตะลุยกับ Thesis หรือ Art Thesis นั่นเองก็คือการทำศิลปนิพนธ์จบของนักศึกษา ใครชอบอะไรถนัดทางไหนก็ต้องงัดสิ่งนั้นออกมาโชว์กับ Thesis ของตัวเองนั่นเองค่ะ จะใช้เวลาทำเกือบทั้งเทอมนะ ซึ่งของเรา นี่พึ่งผ่านไปหมาดๆ เลยจ้า (หัวเราะ) แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี เล่นเอาลากเลือดเหมือนกัน

วิชาโปรดของน้ำฝน

ชอบเรียนหมดทุกวิชานะ เลือกไม่ถูกจริงๆ (หัวเราะ) คือสำหรับฝน ฝนว่าทุกวิชาสนุกหมดเลย มีความท้าทายในตัวเองหมดเลย เลือกไม่ถูก หรืออาจเป็นเพราะเราเรียนสิ่งที่ชอบด้วยมั้ง เลยกลายเป็นว่าเราสนุกกับการเรียนในทุกๆ วิชาค่ะ

สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ค่อนข้างจะมีความเฉพาะทางพอสมควร น้ำฝนคิดว่า ทักษะและพรสวรรค์ที่ต้องมีในการเรียนสาขานี้คืออะไร

สำหรับน้องๆ ที่อยากจะเข้าในสาขานี้ ก่อนอื่นเลยนี่ต้องมีความรัก มีความชอบกับงานศิลปะก่อนเลย เวลาเรียนก็จะไม่ฝืนตัวเอง และเราจะมีพลังในการเรียนมากๆ แต่ทักษะที่ต้องมีใช้ในการเรียนแน่ๆ เลยคือ ดรออิ้งค่ะ ใช้ตั้งแต่สอบเข้าเลย ต้องพอมีพื้นฐานในการวาดรูปบ้าง ซึ่งของแบบนี้สามารถฝึกกันได้ค่ะ ไม่ได้ยาก อยู่ที่การฝึกฝน พรสวรรค์ไม่ใช่สิ่งจำเป็นค่ะ ใช้พรแสวงล้วนๆ (หัวเราะ) ลองดูผลงานของคนอื่นๆ  ฝึกดรออิ้งเยอะๆ ฝึกการใช้สีพื้นฐาน แสงเงา องค์ประกอบภาพ การใช้โปรแกรมตกแต่งภาพพื้นฐานอย่าง photoshop และ illustrator อันนี้อินโฟเดธพูลที่เราทำตอนเรียนค่ะ

จบสาขาออกแบบนิเทศศิลป์ ทำอาชีพอะไรดี

สาขาออกแบบนิเทศศิลป์สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลายมากเลย เช่น Graphic Designer ประจำบริษัทหน่วยงานต่างๆ ,Web Graphic Designer นักออกแบบเว็บไซด์ ,Advertising Graphic Designer นักออกแบบที่ทำเกี่ยวกับออกแบบสิ่งพิมพ์ทุกอย่าง เช่น ออกแบบบูท บรรจุภัณฑ์ สินค้าต่างๆ ,Art Director นักออกแบบโฆษณา อันนี้ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่แหวกแนวหน่อย ,Animator นักออกแบบอนิเมชั่น สายการ์ตูนมาทางนี้จ้า (หัวเราะ) ,Motion Graphic Designer นักออกแบบโมชั่น , Illustrator / Digital Artist นักออกแบบหนังสือ ภาพประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะนิยาย หรือนิตยสารต่างๆ ในส่วนของฝนเรียนจบไปก็อยากทำงานเกี่ยวกับด้านกราฟฟิคเพราะที่บ้านก็ทำธุรกิจเกี่ยวกับด้านนี้ค่ะ  ก็สานต่อกันไปเนอะ (หัวเราะ)

เล่ากิจกรรมที่คณะให้ฟังหน่อย

ที่คณะจะมีกิจกรรมแวะเวียนตลอดทั้งปีค่ะ เช่น การจัดนิทรรศการ โชว์ผลงานของนักศึกษาในแต่ละสาขา สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ เช่น “นิทรรศการบ้านใครบ้านมัน” ค่ะ จะจัดทุกปี อย่างปีของฝนจะแสดงเกี่ยวกับการได้รับแรงบันดาลใจจากพ่อ ตัวงานนั้นจะมีการสร้างสรรค์โมเดลกระดาษในรูปทรงเรขาคณิต พร้อมด้วยแสงไฟที่เปรียบเสมือนคำสอนของพ่อที่คอยเป็นแสงสว่างให้กับปวงชนชาวไทย เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ค่ะ

โดยงานนิทรรศการแสดงผลงานศิลปนิพนธ์ สาขาออกแบบนิเทศศิลป์ จะจัดที่ หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ชั้น1 ค่ะ ชื่องานว่า PLAY TONE – Special Project Exhibition จะมีงานโชว์หลากหลายประเภทเลย อาทิ CORPORATE IDENTITY, MULTIMEDIA, ADVERTISING, BOOK & ILLUSTRATION ในส่วนของฝนที่เคยทำมาจะอยู่ใน MULTIMEDIA ค่ะ งานที่ทำตอนนั้นเป็นงานออกแบบเว็บไซด์ของชุมชนบ้านบาตรค่ะ เพื่ออนุรักษ์บาตรพระทำมือของไทยค่ะ ก็เป็นอีกงานที่ฝนตั้งใจทำและรู้สึกสนุกกับมัน พองานออกมาดี เราก็ดีใจค่ะ (ยิ้ม)

กิจกรรมนอกคณะ หรือนอกมหาลัย ที่น้ำฝนชอบทำคืออะไร

ของฝนจะมีแต่นัดกันกิน มากกว่านะ 5555 เรียนเสร็จ ชาบูหน้ามอ ชาบูหน้ามอกันตลอดเลยหลังๆ ขึ้นปี4 มายิ่งบ่อยเลย (หัวเราะ) จริงๆ แล้วมีรับงานวาดรูป งานออกแบบด้วย เพราะที่บ้านก็ทำพวกนี้อยู่แล้วก็ถือเป็นการทำงานและฝึกฝีมือไปในตัว และก็มีออกไปถ่ายรูปเล่นบ้าง ตอนนี้เรารับถ่ายอยู่นะ เป็นแบบให้พี่ๆ ตากล้องถ่าย ฝนว่าก็สนุกดีได้ประสบการณ์ ได้ลองอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ  

มาคอลัมน์นี้ทั้งที ต้องแนะนำแอปซะหน่อยแล้ว

News in Levels ค่ะ เป็นแอปพลิเคชั่นข่าวภาษาอังกฤษ ฝึกทักษะทางด้านการอ่านและฟังภาษาอังกฤษค่ะ ชอบตรงที่ มันมีแบ่งเป็น 3 ระดับ ง่าย ปานกลาง ยาก และคำศัพท์ไม่ได้ยากเวอร์เกิน เรียนแล้วไม่ปวดหัว ไม่กดดัน เก็บเอาไว้ฝึกภาษาอังกฤษค่ะ ใครอยากฝึกก็ลองโหลดดูเด้อ มีทั้ง iOS และ Android เลย

ดาวน์โหลด

น้องๆ คนไหนอยากเรียนสาขาการออกแบบนิเทศศิลป์ แล้วมาเจอบทความนี้พอดี ก็คงยิ้มด้วยความมั่นใจพร้อมก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยแน่ๆ เลย เพราะสาวคณะนี้เค้าคอนเฟิร์มมาแล้วว่าเรียนสนุกและท้าทายมาก ใครอยากเข้าก็ไปแจมโลดดด..

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

สัมภาษณ์

“พี่เค้าใช้แอปอะไรนะ” สัมภาษณ์ “หลิงหลิง” นางแบบสาวอาชีพกับเคล็ดลับการทำงานที่ทำให้ประสบความสำเร็จ

Published

on

“นางแบบ นายแบบ” นับเป็นหนึ่งอาชีพที่ใครๆ ต่างก็ปรารถนา เพราะเป็นงานที่อิสระ ไม่มีขอบเขตหรือกฎเกณฑ์ตายตัว แถมยังสามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ และไม่ว่าจะเป็นนางแบบนายแบบสมัครเล่นหรือมืออาชีพ ก็มีรายได้ดีๆ ได้ไม่ยากเลย

วันนี้แบไต๋เลยจะพาคุณผู้อ่านทุกท่าน ไปพูดคุยกับนางแบบหน้าสวย หลิงหลิง-วนาภรณ์ วุฒิจรรยารักษ์ ที่มีผลงานในวงการบันเทิงมาอย่างมากมาย ทั้งถ่ายแบบนิตยสาร ถ่ายแบบโฆษณา และพิธีกรต่างๆ แถมยังจบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์มาโดยตรงด้วย เอาล่ะ ไปทำความรู้จักกับเธอกันค่ะ!

จุดเริ่มต้นของอาชีพนางแบบ

จุดเริ่มต้นมาจากการที่หลิงได้ประกวดเวทีแรกคือ UTAITIP FRESHY IDOL สมัยนี้เค้าใช้ชื่อว่า UTIP แทนค่ะ ซึ่งเป็นเวทีแรกในการประกวด เลยทำให้เราได้รู้จักพี่ๆ ในกอง รวมถึงมีโมเดลลิ่งมาติดต่อให้ไปอยู่ในสังกัด หลังจากนั้นก็เริ่มมีการถ่ายแบบและเดินแบบเข้ามาเรื่อยๆ ค่ะ และยิ่งพอเราไปแคสงานตรงนู้นตรงนี้ สังคมก็กว้างขึ้น ก็มีโอกาสได้ทำงานอื่นๆ เพิ่มขึ้นอีก เลยเป็นการต่อยอดไปเรื่อยๆ ค่ะ

ทำไมถึงเลือกทำงานในวงการบันเทิง

จริงๆ ตั้งแต่สมัยเรียน หลิงก็ชอบทำกิจกรรมของโรงเรียนอยู่แล้ว เลยรู้ว่าตัวเราเองชอบงานในวงการบันเทิงทุกด้าน ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังเลย ตอนมหาวิทยาลัยก็เลยศึกษาต่อคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เอกการประชาสัมพันธ์ โท ภาพยนตร์
เพราะเรารู้สึกว่างานด้านนี้ต้องเจอคนมากมายหลายรูปแบบ ได้เรียนรู้สังคมต่างๆ มากขึ้น เหมือนเราได้ทำอะไรแปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา รู้สึกท้าทายดีค่ะ

อยากเป็นนางแบบอาชีพแบบหลิงหลิง ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง

สำหรับหลิงคิดว่าการเป็นนางแบบอยู่ที่ประสบการณ์ค่ะ แรกๆ ก็ยังไม่รู้ว่าเราต้องโพสท่ายังไง ทำหน้ายังไง มือวางตรงไหน ยอมรับเลยว่าหลิงเองแรกๆ ก็เกร็งมาก แต่พอเราทำงานบ่อยๆ พัฒนาตัวเองมากขึ้น เราก็มีทักษะต่างๆ มากขึ้นด้วย แต่แนะนำเรื่องการเตรียมตัวสำหรับน้องๆ ที่อยากเป็นนางแบบ น้องๆ ก็สามารถดูได้จากคอลัมน์แฟชั่นต่างๆ แล้วสังเกตท่าโพสของนางแบบ แล้วก็หัดโพสหน้ากระจก เราจะได้ไม่เขิน โดยมีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ค่ะ คือถ้าเราต้องถ่ายงานพรีเซนท์สินค้าอะไร เราก็ต้องโพสท่าให้สินค้านั้นเป็นสิ่งที่สำคัญและโดดเด่นที่สุดค่ะ ยกตัวอย่างนะคะ ถ้าเราต้องพรีเซนท์เสื้อผ้า เราก็จะต้องทำให้เสื้อผ้าเด่นขึ้นมานั่นเองค่ะ ลองดูนะคะน้องๆ ไม่ยากเลย

ผลงานที่หลิงหลิงชอบที่สุดคือ..

จริงๆ ชอบหลายงานเลยค่ะ ขอพูดถึงงานถ่ายแบบงานแรกเลย คือของนิตยสารญี่ปุ่นค่ะ ที่ชอบเพราะได้แต่งตัวหลากหลายสไตล์ เหมือนเราได้แต่งตัวในแบบที่เราไม่เคยแต่ง อารมณ์แบบสาวญี่ปุ่นหลุดออกมา (หัวเราะ) ชุดน่ารักมากๆ พร็อบจัดเต็ม วันนั้นถ่ายประมาณ 5 ชุดค่ะ ซึ่งระหว่างถ่ายก็สนุกมากค่ะ ถ่ายแล้วไม่รู้สึกเหนื่อยเลย เพราะทีมงานทุกคนน่ารัก ตากล้อง ช่างแต่งหน้า ช่างทำผม สไตล์ลิส คือทำงานไวมาก ตอนถ่ายเราก็ต้องโพสท่า ยิ้ม หัวเราะ สนุกสนาน น่ารักใสใส รวมถึงเซ็กซี่ด้วย ยากนิดหน่อย แต่ก็ผ่านมาด้วยดี (ยิ้ม) นิตยสารออกรู้สึกชอบมาก ภาพออกมาสวย ถูกใจหลิงมาก ซื้อเก็บไว้ด้วยนะ ในอนาคตจะได้เอาไว้ให้ลูกเราดูว่าแม่ก็เคยถ่ายแบบด้วย (หัวเราะ)

อาชีพนางแบบเป็นอาชีพที่มีการแข่งขันสูง มีวิธีพัฒนาตัวเองยังไงบ้าง

ยอมรับเลยค่ะว่าการแข่งขันสูงจริงๆ เราก็ต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ พัฒนาฝีมือของเราตลอดเวลา เพราะคนที่ทำงานกับเราจะได้ทำงานง่ายด้วย (หัวเราะ) เรื่องการตรงต่อเวลาก็สำคัญมากค่ะ ถ้าเราไปสาย ก็จะเสียเวลากับคนอื่นๆ ทำให้คนอื่นต้องมารอเรา ก็ไม่น่ารักเลย ดังนั้นมาก่อนเวลาได้เป็นอันดีค่ะ จะได้แสดงถึงความรับผิดชอบของเราด้วย


แคสงานยังไงให้ได้งาน.. ขอเทคนิคหน่อยสิ

เราต้องดึงความเป็นตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุดค่ะ เพราะการเป็นตัวเองจะทำให้เราดูเป็นธรรมชาติและน่าสนใจขึ้นมาได้ และบางทีความตื่นเต้นก็อาจจะทำให้เราทำพลาดได้ แต่ถ้าพลาดแล้ว เราก็ต้องสามารถแก้ไขสถานการณ์ให้ได้ และสิ่งที่เราต้องมีคือ “สติ และความมั่นใจ” จะทำให้เราผ่านมันไปได้ด้วยดีค่ะ

งานในวงการบันเทิงให้อะไรเราบ้าง

หลิงได้เรียนรู้เยอะมาก สำคัญที่สุดคือเราได้เรียนรู้ถึงการทำงานร่วมกับผู้อื่นค่ะ เพราะงานด้านนี้เราต้องเจอผู้คน หลากหลายเพศ หลายวัย หลายเชื้อชาติ ฉะนั้นไม่ว่าเราจะทำอะไร จะพูดอะไร ต้องคิดก่อนพูด คิดก่อนทำเสมอ งานด้านนี้เลยเป็นอะไรที่ทำให้หลิงได้เรียนรู้ถึงการปรับตัวและวางตัวให้เหมาะสมในทุกสถานการณ์ค่ะ

ต้องมีทักษะอะไรบ้าง ถ้าอยากทำงานด้านนี้

หลิงว่าคงเป็นการกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตัวเองค่ะ เราควรฝึกฝนและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ เพราะงานด้านนี้การแข่งขันสูงพอสมควรเลย และเด็กรุ่นใหม่เก่งขึ้นทุกวัน (หัวเราะ) หากเราย่ำอยู่กับที่เราก็จะไม่ได้รับโอกาสใหม่ๆ เข้ามาค่ะ

คติในการทำงาน

ตรงต่อเวลา มีสัมมาคารวะ และต้องรักษามาตรฐานการทำงานของเราให้ดีอยู่เสมอค่ะ (ยิ้ม)



หลิงหลิงคิดว่าเสน่ห์ของงานด้านนี้คืออะไร

หลิงว่าคงเป็นเพราะงานด้านนี้ ไม่มีกรอบในการทำงานที่ตายตัว ไม่ได้กำหนดว่าเราต้องเป็นแบบนั้น เป็นแบบนี้ เรียกได้ว่าเราสามารถเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ ทำให้เรารู้สึกเป็นอิสระ ไม่ต้องกังวลหรือวิตกมากเกินด้วยค่ะ

แนะนำแอปที่ถูกใจใช่เลยหน่อยค่ะ

หลิงค่อนข้างจะชอบถ่ายรูปค่ะ บางทีก็เซลฟี่ตัวเองเล่นๆ ก็มีแต่งรูปบ้างประปราย ปกติแอปที่ใช้ในการปรับสี หรือแต่งรูปจะเป็น BeautyPlus ค่ะ ใช้งานง่ายและสะดวก มีลูกเล่นให้เล่นเยอะ สามารถปรับสีตามที่เราชอบได้ เป็นแอปโปรดของหลิงเลย

ดาวน์โหลด

ถือเป็นบทสัมภาษณ์ดีๆ จากนางแบบหน้าใส หุ่นเป๊ะ อย่างหลิงหลิงจริงๆ.. ใครที่อยากเป็นนางแบบ นายแบบอาชีพหรือสมัครเล่น เห็นทีจะได้แรงบันดาลใจและลู่ทางดีๆ ไปไม่น้อยเลย และแม้ว่าเส้นทางนี้อาจไม่ได้โรยด้วยกีบกุหลาบ แต่แบไต๋ก็เชื่อว่าไม่เกินความสามารถของคุณแน่นอน

เอาเป็นว่าแบไต๋ขอเอาใจช่วยนางแบบ นายแบบหน้าใหม่แล้วกันนะ ลุยยย!!

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!