Connect with us

แบไต๋ทิป

วิธีติดตั้ง Google Assistant ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องรออัปเดต!

Published

on

Google ได้ปล่อย Google Assistant สำหรับอุปกรณ์ Android อื่นๆ ที่ไม่ใช่ Pixel ออกมาอย่างเป็นทางการโดยจะรองรับทั้งอุปกรณ์ที่ใช้งาน Android 6 และ Android 7 แต่ก็ต้องรอการอัปเดตจาก Google เอง แต่ถ้าครไม่ต้องการรอก็ดูวิธีด้านล่างนี้ได้เลยครับ

ทั้งนี้การจะติดตั้ง Google Assistant นั้นมีเงื่อนไขด้านสเปกด้วย โดย Android ของคุณจะต้องมีหน้าจอความละเอียดอย่างต่ำ HD (1280 x 720 พิกเซล) และแรมอย่างน้อย 1.5GB

อ่านก่อนติดตั้ง

การเลือกติดตั้ง Google Play Service ให้ตรงกับเครื่องให้ดู Player Service Info โดยเข้าไปที่ Settings > Apps > Google Play Services ดูตัวเลขสามตัวท้าย ในตัวอย่างจะแทนด้วยค่า XYZ

  • X หมายถึง เวอร์ชั่นของ Android:
    • 0 สำหรับ Android <5.0
    • 2 สำหรับ Android 5.0 และ 5.1 เริ่ม้วย Play Services v8
    • 4 สำหรับ Android 5.0 และ 5.1 Play Services เวอร์ชั่นน้อยกว่า 8, Android >= 6.0
    • 5 สำหรับ Android Wear
    • 7 สำหรับ Android 5.0
    • 8 สำหรับ Android TV
  • Y หมายถึง CPU architecture:
    • 1 สำหรับ armeabi
    • 3 สำหรับ armeabi-v7a
    • 4 สำหรับ arm64-v8a
    • 5 สำหรับ mips
    • 7 สำหรับ x86 8 for x86_64
  • Z defines DPI:
    • 0 สำหรับทุกเครื่อง
    • 2 สำหรับ 160
    • 4 สำหรับ 240
    • 6 สำหรับ 320
    • 8 สำหรับ 480

ตัวอย่าง รหัส 014 คืออุปกรณ์ Android < 5.0, armeabi CPU 240 DPI, 438 คืออุปกรณ์ Android 6.0+ armeabi-v7a CPU 480 DPI

วิธีติดตั้ง (ติดตั้งไฟล์ APK)

  • ดาวน์โหลด Google Play Service เวอร์ชั่นล่าสุดจากลิ้งก์นี้ (ดาวน์โหลด) *เวอร์ชั่นล่าสุดตอนนี้คือ 10.2.99

ข้อสังเกตุ

ตอนเลือกติดตั้งต้องเลือกให้ตรงกับอุปกรณ์และสเปกของเครื่องด้วย

  • ไปโฟลเดอร์ที่ดาวน์โหลดไฟล์ APK มา กอปปี้ไฟล์ไปไว้ใน internal/external storage
  • เข้าไปที่ Settings > Security > Unknown Source ติ๊กตัวเลือก allows 3rd-party application installation
  • เปิดไฟล์ APK ที่ดาวน์โหลดมา เริ่มการติดตั้งได้เลยครับ
  • เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว Google Assistant ก็จะพร้อมใช้งานแล้ว

วิธีการใช้งานคือกดปุ่มโฮมค้างเอาไว้เหมือนเปิด Google Now เท่านี้ก็เรียบร้อย อ้างอิงจากแหล่งที่มาระบุว่า หาก Google Play Service เปิดให้อัปเดตแต่เมื่ออัปเดตแล้วไม่มี Google Assistant มาแสดงว่าในพื้นที่นั้นๆ ยังไม่รองรับการใช้งาน Google Assistant ครับ ก็ต้องรอการอัปเดตต่อไปครับ

อ้างอิง

แสดงความคิดเห็น

Computer Tips

[แบไต๋ทิป] VLC media player ก็ใช้โหลดคลิป YouTube และจากเว็บต่างๆ ได้

Published

on

By

*ไม่สนับสนุนการละเมิดลิขสิทธิ์ ควรเลือกใช้กับประเภทคลิปที่ถูกต้องและควรเข้าไปดูผ่านเว็บ Official บ่อยๆ เพื่อสร้างรายได้ให้เจ้าของคลิป

VLC media player โปรแกรมเล่นไฟล์วิดีโอและเสียงชื่อดังนั้นก็สามารถใช้ดาวน์โหลดคลิปจาก YouTube ได้ โดยมีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

ไปที่ “Media” หรือ “สื่อ” จากนั้นไปที่ “เปิดกระแสเครือข่าย” หรือ “Open Network Stream”

นำลิงค์ YouTube ที่จะเปิดและดาวน์โหลดมาวาง ได้ทั้งลิงค์เต็มๆ หรือลิงค์แบบย่อ youtu.be เลยนะครับ จากนั้นกด “เล่น” หรือ “Play”

เมื่อกดแล้วคลิปจะทำการเล่นบน VLC แต่ว่ายังเปิดการเปิดจากเน็ต ยังไม่ใช่การดาวน์โหลดลงเครื่อง ให้ไปที่  “Tools” และไปที่ “Media Information” หรือ “เครื่องมือ” และไปที่ “ข้อมูลสื่อ”

จากนั้นให้ก๊อป URL ตามภาพนี้ทั้งหมด

นำลิงค์นี้ไปวางบน Browser เช่น Google Chrome ก็จะสามารถกดดาวน์โหลดได้ทันที

หรือว่าจะใช้วิธีคลิกขวาที่วิดีโอที่เปิดบน Browser แล้วกดบันทึกวิดีโอก็ได้เช่นกัน

นอกจากนี้ยังสามารถใช้วิธีนี้กับเว็บไซต์อื่นบางเว็บได้ด้วย ใครอยากรู้ใช้กับเว็บไหนได้บ้างก็ทดสอบได้เลยครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Mobile-Tips

อ่านคำบรรยายระดับ “คุณภาพแบตเตอรี่ iPhone” iOS 11.3 แล้วงงใช่ไหม เราอธิบายให้ฟัง!

มาดูคำอธิบายเกี่ยวกับ “คุณภาพแบตเตอรี่ iPhone” ว่ายังใช้งานได้มากน้อยขนาดไหนกัน

Published

on

Apple ได้เพิ่มฟีเจอร์ ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ (เบต้า) ลงใน การตั้งค่า > แบตเตอรี่ > ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยในการตรวจสอบคุณภาพของแบตเตอรี่ iPhone แต่ละเครื่องได้ตามที่ Apple เคยสัญญาไว้ หลังจากโดนฟ้องร้องจากการที่ลดประสิทธิภาพของ CPU ลง โดยมิได้เตือนให้ผู้ใช้ทราบล่วงหน้า แต่คำอธิบายประสิทธิภาพแบตเตอรี่ของแอปเปิ้ลมันอ่านเข้าใจยากเหลือเกิน วันนี้เราจะมาอธิบายให้ฟังกัน

“แบตเตอรี่ iPhone”

Apple ได้อธิบายว่า แบตเตอรี่ iPhone ใช้เทคโนโลยีลิเธียมไอออน ซึ่งชาร์จได้เร็วกว่า, เก็บประจุได้นานกว่า และมีความหนาแน่นของกำลังไฟที่สูงกว่าเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นเก่า แต่แบตเตอรี่แบบชาร์จซ้ำได้ทุกชนิดเป็นชิ้นส่วนที่ใช้แล้วหมดไป และมีอายุการใช้งานที่จำกัด

นั่นส่งผลให้การทำงานของแบตเตอรี่เสื่อมถอย และมีโอกาสที่เครื่องจะปิดโดยไม่คาดคิด และอาจเกิดขึ้นได้บ่อยอีกด้วย

สำหรับใน iPhone 6, iPhone 6 Plus, iPhone 6s, iPhone 6s Plus, iPhone SE, iPhone 7 และ iPhone 7 Plus นั้น ระบบ iOS ได้รับการออกแบบให้มีจัดการประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด เช่น CPU หรือ GPU อยู่เสมอ (พูดง่ายๆ คือลดความเร็วเครื่องลง) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด ซึ่งผู้ใช้อาจรู้สึกถึงผลกระทบต่างๆ เช่น ใช้เวลานานขึ้นในการเปิดใช้แอพ หรืออัตราเฟรมลดลงขณะเลื่อนหน้า เป็นต้น

ตรวจสอบ “ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่”

สำหรับ iOS 11.3 ที่ได้รับการอัปเดทใน iPhone 6 ขึ้นไปนั้น ได้เพิ่มคุณสมบัติ “การจัดการประสิทธิภาพการทำงาน” ซึ่งผู้ใช้สามาถเลือกเปิด/ปิด หรือดูคำแนะนำหากจำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ ใน การตั้งค่า > แบตเตอรี่ > ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ (เบต้า) ซึ่งมีการแสดงผลการประมวลประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ดังข้อความต่อไปนี้

  • หมายเหตุ: iPhone ที่อัปเดทเป็น iOS 11.3 จะเริ่มด้วยการปิดใช้งานการจัดการประสิทธิภาพการทำงานเอาไว้ และจะเปิดขึ้นอีกครั้งหลังจากอุปกรณ์ประสบกับการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด
  • ความจุสูงสุดของแบตเตอรี่ใหม่จะเริ่มที่ 100% เมื่อเปิดใช้งานครั้งแรก และจะลดลงเมื่อแบตเตอรี่มีอายุใช้งานมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ชั่วโมงการใช้งานระหว่างการชาร์จแต่ละครั้งลดลงด้วยเช่นกัน

1. “แบตเตอรี่ของคุณรองรับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดตามปกติอยู่ในตอนนี้”

หมายถึง : ประสิทธิภาพการทำงานปกติ เป็นข้อความที่แสดงขึ้นเมื่อแบตเตอรี่สามารถรองรับประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดได้ตามปกติ และไม่ได้เปิดใช้คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงาน (ไม่ได้ลดความเร็วเครื่อง)


2. “iPhone เครื่องนี้มีปัญหาในการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดเนื่องจากแบตเตอรี่ไม่สามารถส่งมอบพลังงานสูงสุดที่จำเป็นได้ จึงมีการปรับใช้การจัดการประสิทธิภาพเพื่อช่วยปกป้องไม่ให้เกิดปัญหานี้อีกครั้ง ปิดใช้งาน…”

หมายถึง : มีการ “เปิดใช้งาน” คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงาน (ลดความเร็วเครื่องแล้ว) แต่ผู้ใช้สามารถเลือกที่จะ “ปิดใช้งาน” ในส่วนนี้ได้ แต่จะไม่สามารถเปิดกลับมาได้อีก โดยคุณสมบัตินี้จะเปิดการใช้งานโดยอัตโนมัติอีกครั้ง ในกรณีที่เกิดการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิด


3. “iPhone เครื่องนี้มีปัญหาในการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดเนื่องจากแบตเตอรี่ไม่สามารถส่งมอบพลังงานสูงสุดที่จำเป็นได้ คุณได้ปิดใช้งานการปกป้องการจัดการประสิทธิภาพด้วยตัวเองแล้ว”

หมายถึง : การจัดการประสิทธิภาพการทำงานปิดอยู่ (ยังไม่ได้ลดความเร็วเครื่อง) ซึ่งข้อความนี้เป็นข้อความในกรณีที่ผู้ใช้ “ปิดใช้งาน” คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงานที่ใช้อยู่ หาก iPhone ประสบปัญหาการปิดเครื่องโดยไม่คาดคิดอีก คุณสมบัติการจัดการประสิทธิภาพการทำงานจะเปิดใช้งานอีกครั้ง แล้วตัวเลือกเพื่อปิดการใช้งานจะปรากฏขึ้นอีกเช่นกัน


4. “ประสิทธิภาพแบตเตอรี่ของคุณลดลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจาก Apple สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่เพื่อให้มีประสิทธิภาพและความจุเต็มรูปแบบดังเดิมได้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกด้านการบริการ…”

หมายถึง : ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่เสื่อมลง แสดงให้ผู้ใช้ทราบว่า iPhone มีปัญหาด้านแบตเตอรี่ โดยยังสามารถใช้งานได้อยู่ แต่ประสิทธิภาพอาจลดลงเป็นอย่างเห็นได้ชัด และนำให้เปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่


5. “iPhone เครื่องนี้ไม่สามารถประเมินประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ได้ ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตจาก Apple สามารถให้บริการเกี่ยวกับแบตเตอรี่ได้ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลือกด้านการบริการ…”

หมายถึง : ไม่ทราบประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากแบตเตอรี่ที่ใช้อยู่นั้นได้รับการติดตั้งไม่ถูกต้อง หรือมีส่วนประกอบของแบตเตอรี่ที่ไม่รู้จัก (พูดง่ายๆ เราอาจไปเปลี่ยนแบตนอกที่ไม่ใช่แบตของ Apple มาแล้วไอโฟนตรวจสอบคุณภาพแบตไม่ได้)


วิธีขอรับความช่วยเหลือเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ทาง Apple ได้แนะนำว่า หากประสิทธิภาพการทำงานของ iPhone ได้รับผลกระทบจากแบตเตอรี่ที่มีอายุเพิ่มขึ้นและต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับการเปลี่ยนแบตเตอรี่ โปรดติดต่อฝ่ายบริการช่วยเหลือของ Apple

ข้อมูลอ้างอิง : apple

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

Computer Tips

[แบไต๋ทิป] แก้ Sony/Magix Vegas หรือ Movie Studio Render แล้ว Crash เบื้องต้นได้ง่ายๆ

Published

on

By

แบไต๋ทิปวันนี้จะมาแนะนำแนวทางแก้ไขปัญหาโปรแกรม Sony/Magix Vegas หรือ Movie Studio มีการ Crash เกิดขึ้นตอนกำลัง Render โดยไร้สาเหตุ (โดยเฉพาะคนที่ตั้ง Render ด้วย GPU) และขึ้นดังภาพนะครับ ซึ่งหลายเครื่องสามารถแก้ได้ง่ายๆ

ภาพ “Vegas has stopped working”

  1. ปิดโปรแกรม Vegas ให้หมด
  2. เข้าไปที่ติดตั้งโปรแกรม Vegas หรือ Movie Studio ไว้ ส่วนมากจะอยู่ที่  C:\Program Files\VEGAS\ชื่อเวอร์ชั่นของ Vegas หรือ C:\Program Files\Sony\ชื่อเวอร์ชั่นของ Vegas หากท่านที่ติดตั้งผ่าน Steam จะอยู่ที่ C:\Program Files (x86)\Steam\steamapps\common\ชื่อเวอร์ชั่นของ Vegas\ชื่อเวอร์ชั่นของ Vegas
  3. ทำการลบ 2 อันนี้ทิ้งไปเลย
  4. ทำการเปิด Vegas แล้วใช้งาน/ทำการ Render ดูอีกครั้ง หากไม่มีปัญหาแสดงว่าแก้ไขเรียบร้อย

 

ทางทีมงานเราได้ทดสอบแล้วพบว่าสามารถแก้ไขปัญหาแบบไร้สาเหตได้จริง แต่ถ้าทำแล้วยังมีปัญหาอยู่ก็ต้องตรวจสอบปัญหาอื่นๆ แทนนะครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!