Connect with us

ภาพยนตร์

เสวียนจ้าน บุรุษพุทธานุภาพ: หนังพระถังซำจั๋งฉบับเรียล

หนังได้ผู้กำกับรุ่นเก๋าของจีนที่เราไม่คุ้นชื่ออย่าง ฮั่วเจี่ยนฉี มากำกับ และได้ โจวจิ้งจือ ที่เขียนบทหนังของ จางอวี้โหมว เรื่อง Coming Home (2014) กับ หว่องกาไว ในเรื่อง The Grandmaster (2013) มาแปลงเนื้อหาในบันทึกเดินทางออกมา และชื่อเบอร์ใหญ่สุดในหนังที่ทำให้หนังเป็นที่น่าจับตามองทั่วไปคงเป็นชื่อ หว่องกาไว ที่โปรโมทว่ามาควบคุมงานสร้างเหมือนจะเป็นโปรดิวเซอร์ แต่ไปดูเครดิตจริงๆคือ ผู้กำกับศิลป์ครับ ซึ่งก็สวยงามจริงๆ โดยเฉพาะพวกฉากที่ถ่ายกับเซ็ตจริงต่างๆ แสง พร๊อพ คอสตูมดูดีมากๆ

เสวียนจ้าน (Xuan Zan) คือชื่อภาษาจีนกลางของ พระถังซำจั๋ง จากเรื่องไซอิ๋วที่เรารู้จักกันดี ซึ่งจริงๆ ชื่อนี้ก็ไม่ได้เป็นชื่อจริงๆ ออกจะเป็นฉายามากกว่า เพราะ ถัง คือราชวงศ์ถังของจีน ส่วน ซำจั๋ง คือพระไตรปิฎก สรุปว่าชื่อ ถังซำจั๋ง คือ ผู้อัญเชิญพระไตรปิฎกแห่งราชวงศ์ถัง นั่นเอง และพูดถึงพระถังแล้วหนังจีนยุคหลังมานี้สังเกตได้ว่าคลั่งไซอิ๋วกันมากครับ เห็นจากที่มีออกมาหลายต่อหลายเวอร์ชั่นติดๆกัน เช่น Journey to the West (2013) ที่ โจวชิงฉือกำกับ หรือ The Monkey King (2014) ฉบับโคตรซีจีของ ดอนนี่ เยน และที่กำลังจะเข้าบ้านเราอย่างหนังภาคต่อที่ลืมเนื้อเรื่องเก่าไปแล้ว อย่าง A Chinese Odyssey ไซอิ๋ว เดี๋ยวลิงเดี๋ยวคน 3 ที่สองภาคแรก โจวชิงฉือ แสดงนำไว้ตั้งแต่ปี 1995 นู่น ส่วนภาคใหม่นี้จะได้ หานเกิง จากวงซูเปอร์จูเนียร์แสดงนำด้วย เรียกว่าดูซ้ำๆกันให้เบื่อไปเลย

จริงๆก็ไม่น่าแปลกใจเลยครับ ถ้าใครติดตามเรื่องราวของจีนมา คงรู้ว่า ไซอิ๋ว เป็น 1 ใน 4 สุดยอดวรรณกรรมจีน ร่วมกับ 108 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาเหลียงซาน สามก๊ก และ ความรักในหอแดง เรียกว่าเป็นเรื่องที่ต้องถูกหยิบมาทำไม่เป็นหนังก็เป็นซีรีส์กันตลอดมา โดยไซอิ๋วเป็นผลงานประพันธ์ของ อู่เฉิงเอิน ในสมัยราชวงศ์หมิง ที่หยิบยกเรื่องราวจากบันทึกการเดินทางของท่านเสวียนจ้านในสมัยราชวงศ์ถัง เรื่อง ต้าถังซีโหยวจี้ หรือ จดหมายเหตุการเดินทางสู่ดินแดนตะวันตกของมหาราชวงศ์ถัง มาแต่งเสริมเติมอภินิหารในเชิงนิยายเพื่อต้านกระแสลัทธิเต๋าที่นิยมสูงมากในสมัยหมิง เราจะเห็นได้จากในเรื่องที่เห้งเจียจัดการเทพทางเต๋าจนหมดสวรรค์ ต้องให้พระยูไลกับพระถังซำจั๋งในฝั่งพุทธมาปราบนั่นเอง ดังนั้นหนังที่ถอดเอาความแฟนตาซีออกไปสิ้นอย่าง เสวียนจ้าน บุรุษพุทธานุภาพ เรื่องนี้ เลยออกมาดูแบบที่จริงจังเอามากๆ ใกล้ไปทางหนังชีวประวัติมากกว่าครับ

xuan-zang-02

หนังได้ผู้กำกับรุ่นเก๋าของจีนที่เราไม่คุ้นชื่ออย่าง ฮั่วเจี่ยนฉี มากำกับ และได้ โจวจิ้งจือ ที่เขียนบทหนังของ จางอวี้โหมว เรื่อง Coming Home (2014) กับ หว่องกาไว ในเรื่อง The Grandmaster (2013) มาแปลงเนื้อหาในบันทึกเดินทางออกมา และชื่อเบอร์ใหญ่สุดในหนังที่ทำให้หนังเป็นที่น่าจับตามองทั่วไปคงเป็นชื่อ หว่องกาไว ที่โปรโมทว่ามาควบคุมงานสร้างเหมือนจะเป็นโปรดิวเซอร์ แต่ไปดูเครดิตจริงๆคือ ผู้กำกับศิลป์ครับ ซึ่งก็สวยงามจริงๆ โดยเฉพาะพวกฉากที่ถ่ายกับเซ็ตจริงต่างๆ แสง พร๊อพ คอสตูมดูดีมากๆ

เนื้อหาของหนังนี่ ถ้าไปอ่านประวัติท่านเสวียนจ้านนี่บอกเลยครับว่า แทบจะเดินตามนั้นเด๊ะเลย ทั้งเรื่องการเดินทาง อุปสรรคจากเหล่าขุนนางตามเมืองรายทางจากฉางอันสู่ชมพุทวีปที่คอยขัดขวางไม่ให้ท่านเดินทางข้ามพรมแดน เนื่องจากมีสงครามรุกรานจากชนต่างเผ่า ตลอดจนการได้พบกับหัวหน้าเผ่า เจ้าเมือง และกษัตริย์ต่างๆ คือใส่มาครบ ให้อารมณ์เหมือนเวลาดูหนังท่านมุ้ยอย่าง สุริโยทัย หรือ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ที่รายละเอียดเยอะ ตัวละครแยะ แต่จับซอยสั้นๆ เอามาเรียงให้ครบไม่ตกหล่น ภายในช่วงเวลาเกือบ 2 ชั่วโมงของหนัง ถ้าดูในแง่หนังกึ่งสารคดีนั้นก็ถือว่าโอเคครับ แต่ด้วยความเป็นหนังเล่าเรื่อง ทำให้ผู้สร้างพลาดหลายๆอย่างและล้นในหลายๆอย่าง เช่นกัน

tamtangroutemap

ในส่วนพลาดคือ ขาดการให้เหตุผลในหลายๆ การกระทำ เช่น ไม่บอกว่าทำไมเจ้าเมืองต่างๆ ดูผูกใจแค้นตามจับผิดท่านเสวียนจ้านนัก ซึ่งจริงๆ คือเจ้าเมืองต่างๆ เพียงทำตามหน้าที่ปกติครับ เพราะฮ่องเต้มีพระราชโองการให้ประชาชนทุกคนห้ามข้ามชายแดนเนื่องจากศึกตามที่บอก และท่านเสวียนจ้านเองก็ไปทูลขออนุญาตจากฮ่องเต้เองด้วย แต่ก็ไม่ได้รับอนุญาต จึงเป็นที่แน่ชัดว่าท่านถูกเพ่งเล็งโดยปกติจากรัฐ ไม่ใช่เพราะเจ้าเมืองเป็นตัวร้ายไม่มีเหตุผลอย่างในหนังแต่อย่างใด หรือฉากที่กวานดั๊ก คุ้มคลั่งก็ไม่มีการเกริ่นนำเหตุผลที่หนักแน่นพอ มาเอาสรุปตอนท้ายให้ฟังว่าเพราะอะไรจากคำพูดเอา และหลายครั้งหนังก็ใช้การบรรยายเพื่ออธิบาย หรือคลี่คลายเหตุการณ์ต่างๆด้วย ทำให้อรรถรสในการชมเร้าอารมณ์คนดูตกลงไปพอสมควร

xaun-zang-5

ในส่วนที่ล้น ก็ล้นแบบไม่ดูอารมณ์เรื่อง เช่น มีฉากไล่ล่าฆ่ากันแบบหนังจอมยุทธเว่อๆเข้าในหนังที่น่าจะดูเรียล หรือฉากที่มีตัวละครหญิงเข้ามาในเรื่อง ก็พยายามเน้นโรแมนติก จนดูเหมือนมีซัมธิงบางอย่างระหว่างพระกับสีกาแบบไม่เข้าเรื่อง รวมถึงการให้ความสำคัญแบบเว่อเกินไปกับตัวท่านเสวียนจ้าน อย่างในฉากหนึ่งให้พระผู้ใหญ่มาพูดว่าฉันมีชีวิตอยู่เพื่อได้พบท่าน อันนี้มันก็ดูเกินไปพอสมควร นี่ยังไม่นับเรื่องซีจีหลายฉากที่คุณภาพดูคล้ายพรีเซนท์ขายคอนโด กับอารมณ์นักแสดงนำอย่าง หวงเสี่ยวหมิง ที่โดดไปโดดมา เดี๋ยวสำรวม เดี๋ยวสุขุม เดี๋ยวหวาดกลัวว่อกแว่ก เดี๋ยวโกหก ซึ่งจริงๆควรทำให้เห็นมิติมนุษย์ในตัวท่านเสวียนจ้าน แต่ด้วยบทและการกำกับกลับทำให้กลายเป็นความไม่สมจริงไปเสียแทน

da183f4614467260aaa369cf8ee155e6

ถึงจะว่าไปเช่นนั้น ข้อดีของหนังเองก็มีมากเหมือนกัน ทั้งความเอาใจใส่ในการเล่ารายละเอียดต่างๆหลายสิบปีลงมาในหนังให้พยายามครบถ้วน ทั้งการลงทุนถ่ายทำในสถานที่จริงต่างๆ จากจีนแผ่นดินใหญ่ เลยไปถึงฝั่งอินเดีย คือมีภูมิประเทศที่อลังการ รวมถึงโบราณสถานต่างๆที่สวยงามมากครับ การดูวิวนี่เป็นความเพลิดเพลินอย่างมากตัวจริงเลยในหนัง และฉากกลางทะเลทรายโกบีก็ทำได้ดีครับสัมผัสความไร้น้ำได้จริงๆ จนอดคิดไม่ได้ว่าหนังเรื่องนี้ไม่ควรมีซีจีใดๆ เลยจะสวยงามมากที่สุดแล้วครับ ตรงนี้ใครสนใจอยากทราบประวัติพระถังซำจั๋งจริงๆ แบบปนแต่งไม่มากนัก หลักธรรมก็ไม่ได้เน้นลึกซึ้งอะไร เป็นประโยคสวยๆนามธรรมที่เราเคยยินเคยฟังมาจนชินแล้วนั่นล่ะครับ เรียกว่าชอบสายชีวประวัติน่าจะโอเคครับ

pic03-big

สรุป

ชอบแนวสารคดีชีวประวัติจัดไปครับ พุทธาศาสนิกชนน่าจะชอบ และควรนอนไปให้พอด้วยครับ หนังเข้าฉาย 15 กันยายนนี้ เฉพาะเครือ SF ครับ

ส่วนใครรอดู ไซอิ๋ว เดี่ยวลิงเดี๋ยวคน ภาค 3 ที่หานเกิงแสดง ทาง Golden A Entertainment ที่นำเสวียนจ้านมาน่าจะนำเข้ามาฉายเร็วๆนี้เช่นกันครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น