Connect with us

ภาพยนตร์

เกมเลี้ยงแมวสุดน่ารัก Neko Atsume กำลังเป็นภาพยนตร์พร้อมฉายเร็วๆ นี้

Published

on

จากเกมมือถือสุดน่ารัก ที่คนรักแมวต่างก็ฟินสุดๆ เกม Neko Atsume: Kitty Collector ซึ่งพัฒนาโดย Hit-Point Co., Ltd. จากประเทศญี่ปุ่น (อ่านรีวิวของเกมนี้ได้ ที่นี่) กำลังจะเป็นภาพยนตร์พร้อมออกฉายแล้ว มาชมตัวอย่างแรกกันก่อนเลย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ใช้ชื่อว่า Neko Atsume no Ie นำแสดงโดยคุณ Atsushi Ito ในบทของ Masaru Sakamoto ซึ่งเป็นนักเขียนที่ย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองชนบทเพราะเริ่มไม่มีไอเดียในการเขียนนิยาย ในขณะที่เขากำลังจะเริ่มเขียนนิยายอยู่นั้นก็ได้พบว่ามีแมวจรจัดแถวนั้น ก็เลยหาอะไรให้กินพอขำๆ แก้เหงา แต่ไปๆ มาๆ แมวก็เริ่มมาเยอะขึ้นจนในบ้านเต็มไปด้วยเหล่าแมวซะงั้น

โปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง Neko Atsume no Ie

สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ กำกับโดย คุณ Masatoshi Kurakata และมีนักแสดงท่านอื่นๆ ด้วย ทั้งคุณ Shiori Kutsuna และคุณ Tomorowo Taguchi และจะเข้าฉายในญี่ปุ่นในวันที่ 8 เมษายน 2017 นี้ สำหรับในไทย ก็รอลุ้นกันต่อไปว่าจะเข้ามาฉายหรือเปล่า หวังว่าจะมีเข้ามานะ จะได้ฟินกันเหล่าแมวน่ารักไปด้วยกัน ^_^

ข้อมูลอ้างอิง: Crunchyroll

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

What The Fact

[รีวิว] Doraemon The Movie 2018: เกาะมหาสมบัติของโนบิตะ

Published

on

สนับสนุนเนื้อหาโดย

ก่อนหน้าที่จะเปิดตัวฉายในบ้านเรา ก็ได้ยินกิตติศัพท์มาแล้วว่า เดอะ มูฟวี่ ภาคนี้ (นับรวมภาคที่ 38, ภาคที่ 13 ของทีมสร้างชุดใหม่) มีฟีดแบ็กที่ดีมากแถมยังทำเงินได้มากที่สุดในบรรดาเดอะมูฟวีของเจ้าแมวสีฟ้าทุกภาคที่ผ่านมาเลย โดย Doraemon The Movie 2018: เกาะมหาสมบัติของโนบิตะนั้นมีเนื้อหาที่ดัดแปลงมาจากนวนิยาย Treasure Island ของ โรเบิร์ต หลุยส์ สตีเวนสัน แถมน่าสนใจตรงที่ได้ คาวามุระ เกนคิ คนเขียนบทหนังดังอย่าง If Cats Disappeared from the World มาช่วยเขียนบทในภาคนี้อีกด้วย

สำหรับเนื้อหาในภาคนี้เริ่มจากไอเดียของ โนบิตะ ที่เกิดความอยากออกไปผจญภัยหาสมบัติในท้องทะเล ร้อนถึงโดราเอมอนต้องงัดอุปกรณ์มาสนองนี๊ดเช่นเคย และเมื่อการล่องเรือเริ่มขึ้นพวกเขาทั้ง 5 ก็แล่นเรือสมุทรที่ชื่อ ‘โนบิตะโอร่า’ ออกเดินทางตามหาสมบัติ ซึ่งจากแผนที่นั้นพบสัญญาณของสมบัติล้ำค่ากลางมหาสมุทรแปซิฟิก อย่างไรก็ตาม ระหว่างการเดินทางนั้นพวกโดราเอมอนได้พบเกาะลึกลับจึงเตรียมจอดเพื่อสำรวจ แต่แล้วกลับถูกกลุ่มโจรสลัดลึกลับโจมตีอย่างหนัก ซึ่งก็ทำให้ ชิซูกะ ถูกจับตัวหายไปในมหาสมุทร ขณะเดียวกันพวกโดราเอมอนก็ได้พบกับ ฟร็อก เด็กชายผมทองพร้อมกับ ควิซ หุ่นยนต์นกแก้วแสนรู้ ที่เชื่อมโยงเบาะแสนำไปสู่การค้นพบความลับของสมบัติใต้ทะเล

เดอะ มูฟวี ภาคนี้ ถือได้ว่าเดินเรื่องได้สนุก รวดเร็ว กระชับ มีรสชาติ ตัวละครมีมิติ ไม่เด็กเกินไป แต่เป็นเด็กที่มีความคิดไม่ธรรมดา การตัดสินใจที่เป็นผู้ใหญ่ ดูแล้วไม่รู้สึกว่าเป็นการ์ตูนเด็กจ๋า เหมือนเดอะ มูฟวี บางภาค กระจายบทได้ดี แถมภาคนี้ชิซูกะได้บทเด่นด้วย นอกจากนี้ ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ ภาพรวมของเนื้อหา เป็น เดอะ มูฟวี ที่มีเรื่องราวของความไฮเทคเข้ามาเยอะมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เรียกว่าดัดแปลงตัดแต่งพันธุกรรมกลายเป็นการ์ตูนร่วมสมัยดูสนุกไปเลย และยังคงคีพเมสเซจเรื่องมิตรภาพและความสามัคคี รวมทั้งจังหวะฮาขบขันเปิ่น ๆ ต๊อง ๆ แบบโดราเอมอน ให้ได้นึกถึง งานของทีมสร้างชุดเก่าได้บ้าง

เกาะมหาสมบัติของโนบิตะ ถือว่าเป็นแอนิเมชันงานคุณภาพของปีเรื่องหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย ตัวละครมีความน่ารัก มีปม มีรายละเอียดที่ผู้ใหญ่สามารถดูได้เพลิน ไม่หวานเลี่ยน ไม่บดขยี้น้ำตาจนเกินไป หลายคนที่ห่างหายจากการดูโดราเอมอนไปนาน ๆ กลับมาดูอีกครั้งก็รู้สึกอินและประทับใจหัวจิตหัวใจของตัวละคร ที่ยังเปี่ยมไปด้วยไฟและความกล้าหาญ กล้าคิดกล้าทำของความเป็นเด็ก ซึ่งไม่เคยหายไปจากตัวละครที่ชื่อ โนบิตะ เลย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

[รีวิว] Pokemon The Movie: เรื่องราวแห่งผองเรา

Published

on

กลับมาอีกครั้งกับ โปเกม่อน เดอะ มูฟวี่ ซึ่งเดินทางมาถึงภาคที่ 21 เข้าไปแล้ว แต่ในภาคนี้พิเศษตรงที่ไม่ใช่ภาคแยกจากซีรีส์เหมือนภาคอื่น ๆ ทั้ง 19 ภาค แต่เป็นภาคต่อจากเดอะมูฟวี่ภาคที่ 20: ฉันเลือกนาย โดยหากจำกันได้ในช่วง End Credit ของภาคที่แล้ว (ฉันเลือกนาย) ได้มีการแผ้วทางมาถึงโปเกมอนลึกลับอย่าง ลูเกีย ที่เผยเป็นนัยว่าในภาคใหม่นี้จะเข้ามามีบทบาทแน่นอน

สำหรับโปเกม่อน เดอะ มูฟวี ในภาคนี้กลับมาคงคอนเซปต์เดิมคือ การผจญภัยของ ซาโตชิ และ ปิกาจู พร้อมด้วยผองเพื่อนโปเกม่อน และมีโปเกมอนระดับตำนานปรากฏตัวออกมาเป็นสีสันในเรื่องหลัก โดยภาคนี้จะเป็นเรื่องราวของเทศกาลสายลมในเมือง Fura City เมืองซึ่งประชากรทุกคนให้ความเคารพนับถือโปเกมอนตำนานอย่างลูเกีย ขณะเดียวกันในภาคนี้ก็จะมีตัวละครหน้าใหม่ที่มารับบทบาทเด่นอย่าง ริสะ สาวน้อยจอมแก่นที่เพิ่งจะเรียนรู้การเป็น Pokemon Trainer, คาราชิ ลุงวัยกลางคนที่มักจะชอบโกหกทำตัวเป็นวีรบุรุษเพื่อทำให้หลานของเขาภูมิใจ, โทริโตะ นักวิจัยผู้ขาดความมั่นใจ, ป้าฮิสุอิ ที่มีปมหลังกับโปเกม่อนสมัยยังเด็ก ซึ่งตัวละครเหล่านี้เรียกว่าเป็นสมทบที่ตัวหนังเกลี่ยบทได้ลงตัวมาก ๆ ให้รู้สึกได้ว่า แต่ละคนโดดเด่นมีแคแรคเตอร์ชัด แต่ก็ไม่มากไปกว่า ซาโตชิ และ ปิกาจู เอาจริง ๆ การ์ตูนเดอะมูฟวี่ของโปเกมอน เป็นแอนิเมชันที่ให้น้ำหนักตัวละครได้เยี่ยมกว่าพลอตหนังจอเงินทั่วไปหลายเรื่องด้วยซ้ำ

ถือเป็นเรื่องน่าสนใจเมื่อ กลยุทธ์การตลาดมาถูกวางไว้คล้าย ๆ เป็นการรีเซ็ตใหม่ ซึ่งเหลือไว้เพียงละครหลักไม่กี่ตัวจากเวอร์ชันทีวีซีรีส์ที่คุ้นเคย และโฟกัสไปที่การวางพลอตให้แฟนบอยหน้าใหม่ที่เพิ่งเคยดูโปเกม่อนดูง่ายและสมัครตัวเป็นโอตะได้ง่ายขึ้นด้วย โดยเฉพาตัวเรื่องที่นำพาคนดูเสมือนร่วมผจญภัยไปกับพวกซาโตชิและปิกาจู ไปเจอตัวละครใหม่ ๆ ทั้งหมด รวมทั้งโปเกมอนในตำนานอย่าง ลูเกีย และ เซราโอร่า

เนื้อหาในภาคนี้อาจไม่ได้เน้นพะบู๊แอ็คชันตระการตาเหมือนภาคก่อน ๆ แต่ที่น่าสนใจคือมันมีเมสเซจเรื่องมิตรภาคและความสามัคคีที่ทรงพลังมาก บวกกับการกระจายที่บอกไปแล้วตอนต้นว่าทำได้ดีเยี่ยม การดึงโปเกมอนมาอยู่ในตำแหน่งของตัวกลางเชื่อมความสัมพันธ์ของมิตรภาพ การก้าวข้ามปมในใจของทั้งมนุษย์และโปเกมอนเอง ตรงนี้ประทับใจมาก นอกจากเด็ก ๆ แล้ว เมจเซจเหล่านี้ก็ก้าวข้ามมาถึงผู้ใหญ่ได้ด้วยเช่นกัน เหมือนมาทำความเข้าใจใหม่ว่า คำว่าเพื่อน คำว่ามิตรภาพ ที่เราเคยรู้จักมันในวัยเด็กมันเป็นอย่างไร และมันถูกละเลยเปลี่ยนแปรมาไกลแค่ไหนเมื่อเราก้าวมาเป็นผู้ใหญ่ ดูแล้วทำให้รู้สึกอยากจะเปลี่ยนมุมมองบางอย่างกลับไปเป็นวัยเด็กอีกครั้ง นั่นคือการไม่คิดลับหลังให้ซับซ้อนกับคำว่ามิตรภาพ

โปเกม่อน เดอะ มูฟวี่ ในภาคที่ 21 นี้ถือได้ว่าเป็นไทม์ไลน์ที่แยกออกมาแล้วทำได้ดูสนุกเลยทีเดียว แน่นอนว่าเมื่อทางผู้สร้างกำหนดเส้นทาง เดอะ มูฟวี่ มาแบบนี้ อาจทำให้แฟนบอยดั้งเดิมบางส่วนรู้สึกเซ็งบ้าง แต่เมื่อได้มาสัมผัสเนื้อหาในแอนิเมะจริง ๆ ก็จะยังรู้สึกฟีลกู้ดและเติมเต็มได้เหมือนเดิม

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

What The Fact

[รีวิว] นาคี 2: จะล้างอาถรรพ์หนังจากละครได้ไหม?

Published

on

By

สนับสนุนข้อมูลโดย Major Cineplex

เรื่องย่อ

เรื่องราวของ “สร้อย” (อุรัสยา เสปอร์บันด์) สาวดอนไม้ป่า ผู้เติบโตมาพร้อมกับความเชื่อและศรัทธาต่อเจ้าแม่นาคี เธอช่วยยายขายดอกไม้ถวายเจ้าแม่ และคอยดูแลเทวาลัยแห่งนี้ สร้อยจึงมีความผูกพันกับเจ้าแม่นาคีเป็นอย่างมาก แต่หลังจากที่ “ร.ต.อ.ป้องปราบ” (ณเดชน์ คูกิมิยะ) ถูกย้ายมาประจำที่ สภ.ดอนไม้ป่า ก็เกิดคดีสะเทือนขวัญขึ้นอย่างมากมาย โดยหลายคดีเกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ และมีเงื่อนงำที่คลี่คลายไม่ได้ โดยชาวบ้านต่างปักใจว่าเป็นฝีมือของ เจ้าแม่นาคี ที่กำลังออกอาละวาดอีกครั้งและเหตุการณ์ยิ่งพาให้ชาวบ้านต่างแน่ใจว่า สร้อย เป็นร่างประทับของเจ้าแม่นาคี แม้แต่ตัวสารวัตรป้องปราบเองซึ่งไม่เคยเชื่อในเรื่องราวลี้ลับเหนือธรรมชาติ ยังลังเลต่อคำกล่าวหาที่สร้อยได้รับ จนทำให้เขาต้องค้นหาความจริงเบื้องหลังคดีลึกลับในดอนไม้ป่าแห่งนี้ เตรียมเผชิญหน้ากับสิ่งที่ศรัทธา สิ่งที่ไม่เห็น ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอยู่จริง ‘นาคี ๒’

ผลงานการกำกับหนังใหญ่อีกครั้ง ของ อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ วชิระบรรจง หลังจากเว้นมือนับจาก ชิงหมาเถิด (2553) หนังเสียดสีสังคมและการเมืองไทย แล้วไปทำละครป้อนคนดูทางโทรทัศน์อยู่นาน  ซึ่งเราคงได้ข่าวกันว่าเพิ่งล้มป่วยกะทันหันจากการทำงาน แต่ตัวหนัง นาคี 2 นั้นโชคดีที่ได้กำกับจนจบก่อนแล้ว หนังเรื่องนี้เป็นการสานต่อกระแสของละครฮิตเรื่อง นาคี ซึ่งป๋าอ๊อฟได้กำกับจนเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เมื่อ 2 ปีก่อน (เช่นเดียวกับเพลงประกอบ คู่คอง ของ ก้อง ห้วยไร่ ที่ดังระเบิดไม่แพ้กัน)

โดยตอนเป็นละครนั้นได้ แต้ว ณฐพร และ เคน ภูภูมิ ประกบฉากกัน จากบทประพันธ์ของ ตรี อภิรุม นักเขียนนิยายที่มีชื่อเสียงทางสยองขวัญ ผลงานขึ้นชื่อก็มีคุ้นหูอย่าง แก้วขนเหล็ก นั่นเอง ซึ่งในภาค 2 นี้ก็ยังใช้บทประพันธ์ของ ตรี อภิรุม มา คิดโครงเรื่องสานต่อเป็นเรื่องราวอีกราว 20 ปีต่อมาจากละคร โดยพงษ์พัฒน์คิดเรื่อง แล้วได้ทีมเขียนบทที่นำโดย โขม ก้องเกียรติ โขมศิริ ผู้กำกับและมือเขียนบทแนวธริลเลอร์มือต้น ๆ ของไทยมาเขียน ซึ่งทำให้พล็อตที่ดูเชยมาก ๆ อย่างตำรวจหนุ่มชาวกรุงเข้ามาช่วยเหลือสาวสวยบ้านป่า จากคดีเหนือธรรมชาติ ที่ชาวบ้านต่างใส่ร้ายว่าเธอคือต้นเหตุ แต่เพราะวิธีการเล่าแบบหนังสืบสวน ปนสยองขวัญ ก็ทำให้เรื่องดูสนุกน่าสนใจขึ้นมากทีเดียว ไม่ค่อยได้เห็นในหนังไทยบ่อยนัก ส่วนจุดพร่องของการเล่าเรื่องก็มีบ้างคือการตัดตอนรวบรัดแบบกะว่าคนดูละครไทยจะเข้าใจได้อยู่แล้ว เช่น ไม่มีฉากที่ทำให้คู่พระนางรักกัน แต่ตอนจบทั้งคู่ก็จะรักกันได้ เพราะเป็นละครไทย การอนุมานใช้ความเคยชินของคนดูละครไทยอะไรแบบนั้น ก็อาจมองเป็นจุดด้อยหนึ่งของหนังได้เช่นกัน เพราะหนังในเวลาที่เท่ากันอาจเลือกวางเรื่องและอารมณ์ให้ชัดกว่านี้

ทีมงานหนังยังได้มือรางวัลอีกหลายรายมาร่วมงาน ทั้ง สยมภู มุกดีพร้อม ผู้กำกับภาพฝีมือโกอินเตอร์ที่ล่าสุดเพิ่งทำหนังชิงออสการ์อย่าง Call Me By Your Name มารับหน้าที่กำกับภาพด้วย ซึ่งงานภาพของเรื่องนี้หลายซีนดูโดดเด่น ทั้งการใช้แสงลงในฉาก และการใช้สีตัดได้อย่างน่าสนใจ ดีเกินหน้าหนังทั่วไปอยู่หลายฉากเลย และด้านการตัดต่อก็ยังได้ ลี ชาตะเมธีกุล มือต้น ๆ ของไทยที่นาน ๆ จะรับงานตัดต่อหนังใหญ่มาตัดต่ออีกด้วย ฝ่ายศิลป์ของหนังเองก็นับว่าเนี้ยบมาก ฉากโรงพักโดนถล่มนี่คือมาสเตอร์พีซเลย ต้องบอกว่าเป็นการรวมทีมผู้สร้างที่ไม่ธรรมดา จนได้งานที่ยกระดับโปรดักชั่นจากละครขึ้นมาสมศักดิ์ศรีภาพยนตร์จอเงิน ใครดูตัวอย่างจากทีวีจากจอคอมแล้วร้องอี๋ บอกเลยว่าของจริงในโรงดูดีไม่น้อยหน้าหนังสัตว์ประหลาดของเมืองนอกเลยล่ะ ถ้านับแค่ว่ามันเป็นหนังสืบสวนสยองขวัญ สัตว์ประหลาดยักษ์ นี่น่าจะเป็นหนังไทยเบอร์ต้นในแนวทางนี้เลย ยังนึกเรื่องอื่นที่ดีเทียบเท่าไม่ค่อยออก

และในครั้งนี้ก็ได้นำคู่ขวัญละครไทยอย่าง ญาญ่า อุรัสยา และ ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่ต่างก็ลองผ่านงานจอเงินมาแล้วทั้งคู่ อย่าง ญาญ่า ก็เพิ่งมี น้อง.พี่.ที่รัก ส่วนณเดชน์ ก็ยังจำฝีไม้ลายมือจาก คู่กรรม  ได้ดี และในเรื่องนี้ยังมารับบทนำร่วมกันประกบกับคู่ขวัญเดิมอย่างแต้วและเคนอีก อย่างที่บอกว่าบทรักของหนังไม่ค่อยเด่นนัก แต่ด้วยความหวานนอกจอของญาญ่า-ฌเดชน์ ก็มากพอให้เรารู้สึกว่าตัวละครมันรักกันได้ล่ะ ก็นักแสดงเขารักกันนี่นา 55

หนังยังใช้เสน่ห์กลิ่นอายแบบอีสานทั้งฉากหลัง หมู่บ้าน ความเชื่อ ภาษาถิ่น ได้อย่างดีและมีเอกลักษณ์ คนอีสานน่าจะชอบอกชอบใจ ส่วนคนภาคอื่นก็ฟังเพลินสำเนียงสวย และก็รู้เรื่องเพราะหนังมีซับแปลให้อ่านเรียบร้อย สบายใจ ส่วนตัวคือชอบนะครับ ภาษาทางอีสานมันมีความสวยของมันอยู่ แล้วยังทำให้บริบทหนังมันดูสมจริงสมบูรณ์ขึ้นด้วย ที่สำคัญยังทำให้การเล่นบทตลกของ อี๊ด โปงลางฯ กับ ปอยฝ้าย มาลัยพร ในบทคู่หูตำรวจเสียงอีสานดูตลกขึ้นจมด้วย ทำให้ช่วงต้นของหนังดูสนุกขึ้นด้วย

จุดอ่อนของหนังไทยอย่างเรื่องของซีจีต่าง ๆ ต้องยอมใจผู้สร้างที่แม้ทุนมากขึ้น โดยมีให้กับการทำซีจีนับ 20 ล้านบาท และมีตัวเลือกจะใช้บริษัทต่างชาติที่ผ่านงานระดับโลกมาทำก็ตาม แต่ป๋าอ๊อฟแกหัวชนฝาให้เป็นหนังเมดอินไทยแลนด์ จึงใช้บริการ Fatcat บริษัทที่ทำกราฟฟิกให้ในละคร นาคี มาสานต่องานเดิม ด้วยความละเอียดและทุนที่มากขึ้น เป็นเรื่องที่น่าภูมิใจเหมือนกันเพราะ หนังทำออกมาได้ใกล้เคียงงานสากลแบบไม่อายเลย มีที่หลุด ๆ อยู่บ้างก็เรียกว่าน้อยจนให้อภัยได้

นอกจากดนตรีประกอบที่ผสมความทันสมัยกับสำเนียงเพลงอีสานหวนไห้ได้อย่างน่าสนใจแล้ว เพลงประกอบหนังอย่าง สายแนนหัวใจ ของ ก้อง ห้วยไร่ เจ้าเก่าเองก็น่าจะติดหูและเป็นที่นิยมได้ไม่ยากเช่นกัน นี่พอหนังจบไม่อยากลุกเลย ฟังเพลงไปอินดีมาก

เจ้าแม่นาคีสั่งมา กดที่รูปรีบเข้าเฝ้าท่านในโรงโดยพลัน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!