“ผมคือ เบลด ตลอดกาล” เวสลีย์ สไนป์ ปรามแฟนที่ไม่พอใจมาร์เวลหลังให้ มาเฮอร์อาชา อาลี เป็น Blade คนใหม่

ในยุค 90s ต่อเนื่องถึงช่วงต้นยุค 2000s นั้น มาร์เวลยังไม่ก่อตั้งบริษัทสร้างภาพยนตร์ของตัวเองนั้น มาร์เวลเลือกขายลิขสิทธิ์ตัวละครของตัวเองให้กับสตูดิโอไปสร้างเป็นหนัง ที่ฮอตฮิตสุด ๆ ก็คือ Spider-Man ที่โซนี่ยังคงรักษาไว้อย่างเหนียวแน่นจนทุกวันนี้ เบอร์รอง ๆ ลงมาก็มี X-Men ที่ค่ายฟอกซ์ได้ไป แต่วันนี้ก็กลับมาสู่อ้อมอกมาร์เวลเรียบร้อยแล้ว ที่ไปไม่ถึงดวงดาวก็มี Ghost Rider, Punisher, Hulk และ Fantastic Four แต่อีกเรื่องที่ประสบความสำเร็จก็คือ Blade ที่เป็นผลงานของ นิวไลน์ ซีนีมา หนังสามารถสานต่อไปได้เป็นไตรภาค และแฟน ๆ ยังคงเฝ้ารอวันที่หนังจะรีบูตอีกครั้ง

Blade ไตรภาค

เมื่อปี 2012 มาร์เวล ได้ลิขสิทธิ์หนัง Blade กลับมาอยู่กับค่าย ก็นับเป็นข่าวดีของแฟน ๆ ที่อยากจะได้เห็น ลูกครึ่งแวมไพร์นักฆ่าผู้นี้กลับมาวาดลวดลายบนจออีกครั้งภายใต้การสร้างของมาร์เวลเอง ก็รอไปจนถึงปี 2019 เมื่อ เควิน ไฟกี ออกแถลงข่าวอย่างเป็นทางการถึงความคืบหน้าของโพรเจกต์ Blade ว่าทางมาร์เวลได้ตกลงเลือก มาเฮอร์อาชา อาลี (Mahershala Ali) นักแสดงผิวดำดีกรีรางวัลออสการ์ให้มารับบทเป็น Blade คนใหม่ ก็มีทั้งเสียงชื่นชมยินดี แต่ก็แน่นอนว่ามีแฟนเดนตายของ เวสลีย์ สไนป์ (Wesley Snipes) ที่ไม่พอใจกับการตัดสินใจของมาร์เวลที่ไม่เลือกให้ เวสลีย์ สไนป์ กลับมาในบท Blade ต่างมีคอมเมนต์แสดงความขุ่นเคืองกันมากมาย ทำเอาเจ้าตัว เวสลีย์ สไนป์ ต้องออกมาโพสต์เตือนแฟน ๆ ที่ชื่นชอบในตัวเค้าว่า “Chillaaxx” ประมาณว่าใจเย็น ๆ กันไว้ก่อน

“ถึงเหล่าเดย์วอล์กเกอร์ทั้งหลาย (เผ่าพันธุ์แวมไพร์ครึ่งมนุษย์ที่ไม่กลัวแสงอาทิตย์) ที่กำลังเสียสติกันอยู่ขณะนี้ ใจเย็น ๆ กันก่อนนะ ผมเข้าใจว่าข่าว Blade คนใหม่นั้นค่อนข้างสร้างความประหลาดใจใหกับพวกคุณมาก ทุกอย่างมันไปด้วยดีได้น่า เพราะนี่มันคือ ‘ธุรกิจบันเทิง’ นะ เราควรมอบความสงบสุขต่อเหล่าพนักงานมาร์เวลทั้งหลาย ทำหน้าที่แฟนที่ดีต่อไป และควรระลึกไว้ว่าเราควรให้เกียรติและเคารพต่อปรมาจารย์แสตน ลี ผู้ล่วงลับ ในโอกาสนี้ผมก็ขอแสดงความยินดีต่อ มาเฮอร์อาชา อาลี ผู้เพียบพร้อมทั้งความสง่างามและความสามารถทางการแสดง ผมจะรอคอยที่ได้ชมบทบาทการแสดงของคุณ และหวังว่าสักวันเราคงได้มีโอกาสร่วมงานกันนะครับ และที่สำคัญที่สุดแฟน ๆ ที่รักมั่นในตัวผม ผมได้เห็นความรักที่มากมายท่วมท้นของพวกคุณที่มีต่อผม ผมปลาบปลื้มอย่างมาก ผมจะระลึกถึงแรงสนับสนุนที่ไม่รู้จบจากพวกคุณตลอดไป ผมก็ได้ขอเพียงว่าอย่าด่วนกังวลกันไปก่อน เรื่องราวมันยังไม่จบแค่นี้หรอกน่า ยินดีต้อนรับสู่สมาคมเดย์วอล์กเกอร์นะครับ”

ในประโยคทั้งหมดที่เวสลีย์ สไนป์ พิมพ์ออกมานั้น แฟน ๆ ก็โฟกัสไปที่ประโยคที่เขากล่าวว่า หวังจะได้ร่วมงานกับมาเฮอร์อาชา อาลี ที่ดูเหมือนว่าเวสลีย์พร้อมเปิดกว้างรับข้อเสนอจากทางมาร์เวลถ้าจะให้เขาได้กลับไปร่วมงานใน Blade รีบูต เลยทำให้แฟนคลับรายหนึ่งถามกลับไปอีกครั้งว่า เวสลีย์จะโอเคไหม ถ้ามาร์เวลให้เขาได้กลับไปรับบท อีริก บล็อก หรือ Blade คนดั้งเดิมอีกครั้ง ซึ่งเวสลีย์ก็ตอบกลับทันทีด้วยข้อความสั้นง่ายและชัดเจน


“I AM BLADE…forever.”

สรุปได้เลยว่าเวสลีย์ สไนป์ ยิ่งกว่าพร้อมที่จะกลับไปเป็นแวมไพร์นักล่าอีกครั้ง ก็ฝากเป็นการบ้านให้ เควิน ไฟกี คิดทบทวนความเป็นไปได้ให้ Blade เวอร์ชันรีบูตนี้ได้มีมัลติเวอร์สเปิดโอกาสให้ Blade คนใหม่กับคนเก่าได้มาเจอกัน

มาเฮอร์อาชา อาลี ในภาพลักษณ์ Blade ผลงาน Fanart

แวะมาดูทางฝั่ง มาเฮอร์อาชา อาลี กันบ้าง ตั้งแต่ได้ออสการ์ตัวที่ 2 ในสาขานักแสดงสมทบยอดเยี่ยมจาก Green Book ในปี 2018 เขาก็มีแค่บทสมทบใน Alita Battle Angel ในปี 2019 เท่านั้น ส่วนผลงานอื่น ๆ ก็มีแต่งานทีวีซีรีส์เท่านั้น สงสัยว่าจะเป็นอีกคนที่โดนอาถรรพ์ออสการ์เล่นงานเข้าให้ มองย้อนกลับไปการก้าวเข้ามาเป็น Blade ของมาเฮอร์อาชานั้น นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้ร่วมงานกับมาร์เวล เพราะเขาเคยมีบทสมทบเป็น คอร์เนล “คอตทอนเมาท์” สโตรคส์ ในทีวีซีรีส์ Luke Cage เมื่อปี 2016 มาแล้ว

ส่วน Blade รีบูตนั้นไม่ใช่หนังในมาร์เวลเฟส 4 แต่อาจจะอยู่ในมาร์เวลเฟส 5 ตั้งแต่ประกาศว่า มาเฮอร์อาชา อาลี จะมาเป็น Blade คนใหม่ตั้งแต่ปี 2019 ก็ยังไม่มีข่าวเพิ่มเติมว่าจะมีนักแสดงคนไหนมาร่วมงานในโพรเจกต์นี้อีก อย่างในงานแถลงข่าว Inverstor Day ของดิสนีย์ก็ไม่มีความคืบหน้าของโพรเจกต์นี้เลย เควิน ไฟกี เอ่ยแค่สั้น ๆ ว่าโพรเจกต์กำลังเดินหน้าอยู่เพียงแค่นั้น

“จากที่เราเคยประกาศไปในงาน Comic-Con เมื่อปีที่แล้ว ว่าเรากำลังเดินหน้าโพรเจกต์ Blade ไป แล้วได้มาเฮอร์อาชา อาลี นักแสดงออสการ์มารับบทไปแล้วนั้น ตอนนี้โพรเจกต์กำลังอยู่ในขั้นตอนพัฒนางานสร้างและบทภาพยนตร์ไปพร้อมกัน ผมจะแจ้งความคืบหน้าให้ได้รับทราบกันเร็ว ๆ นี้ล่ะ”
เควิน ไฟกี แจ้งข่าวในงาน Investor Day

อ้างอิง