ผีมีจริงไหมไม่รู้ แต่หนังผี 13 เรื่องนี้มีที่มาจากเรื่องจริง

แม้จะเป็นเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้ เป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ และไม่มีหลักฐานหนักแน่นว่า “ผีมีจริง” แต่ก็มีหลายเหตุการณ์ที่ยากจะพิสูจน์ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรและไม่มีคำอธิบายในทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งกลายเป็นพล็อตชั้นดีที่นำมาเล่าต่อบนจอภาพยนตร์ และนี่คือหนังสยองขวัญ 13 เรื่อง ที่ ‘มีที่มาจากเรื่องจริง’ แต่จะจริงหรือไม่นั้น ไม่มีใครบอกได้ หรือบางทีอาจจะมีคำตอบแฝงเอาไว้ในหนัง หากอยากรู้ก็คงต้องไปหามาดูกัน

เครดิตภาพ: Warner Bros.

THE EXORCIST (1973)

สร้างจากนิยายปี 1971 ของ วิลเลียม พีเทอร์ แบลตตี (William Peter Blatty) ที่มีที่มาจากบทความเมื่อปี 1949 ของ Washington Post เกี่ยวกับโรแลนด์ โด (Roland Doe – ชื่อสมมติ) เด็กชายวัย 14 ที่มีอาการประหลาดจนทางบ้านไปขอความช่วยเหลือจากโบสถ์แคธอลิก ที่ส่งพระมาดูแล 2 ราย หนึ่งในนั้น คุณพ่อเรย์มอนด์ บิช็อป (Raymond Bishop) บันทึกไว้ในไดอารีว่า “ตอนกลางดึกคุณพ่อวางแผนจะให้ศีลมหาสนิท (กับโรแลนด์) แต่ถ้าซาตานไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะกำลังกล่าวให้ศีล ร่างของเขาคงไม่มีรอยขีดข่วนและรอยประทับคำว่า ‘HELLO’ ปรากฏบนอก” ในปี 1993 โธมัส บี. อัลเลน (Thomas B. Allen) เขียนหนังสือ ‘Possessed: The True Story of an Exorcism’ ที่เป็นเรื่องจริงออกมา ระบุว่าตัวเด็กชายชอบเล่นกระดานวีจา (Ouija) คล้ายตัวเอกที่เป็นเด็กหญิงในหนัง และระหว่างพิธีไล่ผีสองหน หนหนึ่งเขาทำให้จมูกบาทหลวงคนหนึ่งหัก อีกหนเอาของแหลมแทงบาทหลวงอีกราย หลังทำพิธีอยู่หลายครั้งเขาก็กลับมาเป็นปกติและไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกเลย 

จริงหรือหลอก: วิลเลียม ฟรีดกิน (William Friedkin) ผู้กำกับบอก Time Out London ว่า  “บางทีวันหนึ่ง พวกเขาคงรู้สาเหตุของสิ่งที่เกิดกับเด็ก แต่ย้อนไปในตอนนั้น มันมีแค่การรักษาด้วยการไล่ผี พ่อแม่เด็กเป็นลูเธอรันไม่ใช่แคธอลิก พวกเขาเริ่มด้วยการไปหาหมอ แล้วก็นักจิตวิทยา และพระของพวกเขาที่ช่วยอะไรไม่ได้ จนมาจบที่โบสถ์แคธอลิก Washington Post บอกว่าเด็กถูกผีเข้าและต้องไล่ผี ซึ่งล่อแหลมมาก ๆ สำหรับหนังสือพิมพ์ระดับประเทศที่เอาเรื่องนี้ขึ้นหน้าหนึ่ง คุณไม่มีทางเห็นเรื่องพวกนี้บนหน้าหนังสือพิมพ์ฉลาด ๆ นอกจากไม่มีอะไรให้เล่น”

เครดิตภาพ: New Line Cinema

THE CONJURING (2013)

หนังเรื่องแรกที่ว่าด้วยภารกิจล่าผีของผัวเมียนักล่าผีตัวจริง เอ็ดกับลอร์เรน วอร์เรน (Ed, Lorraine Warren) ทั้งคู่ต้องจัดการกับวิญญาณที่บ้านในฟาร์มแถบโรด ไอส์แลนด์ ของครอบครัวเพอร์รอน (Perron) ที่เกิดเรื่องอย่างกับสูตรสำเร็จในหนังสยองขวัญ ที่อะไรร้าย ๆ เกิดขึ้นตอนย้ายไปอยู่ในบ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน และพวกเพอร์รอนก็เรียกใช้บริการผัว-เมียวอร์เรน ที่พบว่าบ้านหลังนี้มีภูตผีหลากหลายสิงสู่ แต่ตัวแสบที่สุดคือ บาธชีบา (Bathsheba) ที่สิงบ้านนี้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 เธอน่าจะนับถือซาตาน และถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมลูกคนแรกของตัวเองอีกด้วย หนังมีเอ็ดกับลอร์เรนเป็นที่ปรึกษา “ใครก็ตามที่เป็นวิญญาณ” แอนเดรีย เพอร์รอน (Andrea Perron) ลูกสาวคนหนึ่งของพวกเพอร์รอนบอกกับ USA Today “เธอคิดว่าตัวเองเป็นนายหญิงของบ้าน และไม่พอใจที่แม่ของฉันเหมือนทำตัวแข่งกับเธอในสถานภาพนั้น”

จริงหรือหลอก: เรื่องโดยรวม ๆ ของหนังเป็นไปตามเหตุการณ์จริง แต่เรื่องจริงไม่ได้น่ากลัวอย่างในหนัง แถมจบต่างกัน เพราะพวกวอร์เรนจัดการวิญญาณในบ้านไม่สำเร็จ ครอบครัวเพอร์รอนเลยต้องย้ายออก

เครดิตภาพ: New Line Cinema

THE CONJURING 2 (2016)

หนัง ‘The Conjuring’ เรื่องที่สองเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในบ้านที่เอนฟิลด์, ลอนดอน ของครอบครัวฮ็อดจ์สัน (Hodgson) เมื่อปี 1977 ที่เจเน็ต (Janet) หนึ่งในลูกสาวสามคนของบ้าน อ้างว่าถูกวิญญาณชายที่ชื่อ บิลล์ วิลคินส์ (Bill Wilkins) เข้าสิง และพูดกับผู้คนผ่านเธอ “เราไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น” พี่น้องคนหนึ่งของเธอบอกนิตยสาร People “เราเจอช่วงเวลาที่ทำให้ไม่อยากอยู่ในบ้านหรือทำอะไรก็ตาม” โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้าน มีคนเห็นมากมาย เช่น ตำรวจที่รายงานว่ามีเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นลอยขึ้นมา ซึ่งเรียกแขกได้เป็นอย่างดี แม้หลาย ๆ คนจะมองว่าพวกฮ็อดจ์สันจัดฉากเอง

จริงหรือหลอก: มีคนชื่อบิลล์ วิลคินส์เคยอยู่ที่นี่จริง เขาตายเพราะเลือดคั่งในสมองที่นี่ ส่วนเจเน็ตยอมรับว่า เรื่องผีสิงที่เกิดขึ้นมีการจัดฉากแค่ 2% และเชื่อว่ามีผีที่บ้านจริง เหตุการณ์ในบ้านหลังนี้ถูกสร้างเป็นหนังจอใหญ่-จอเล็กหลายครั้ง แถมมีเสียงของเจเน็ต ตอนที่อ้างว่าถูกเข้าสิงให้ฟังอีกด้วย ส่วนพวกวอร์เรนแค่มาให้คำปรึกษากับครอบครัวนี้ แค่แป๊บเดียวเอง

เครดิตภาพ: Metro-Goldwyn-Mayer

THE AMITYVILLE HORROR (1979)

เป็นฉากเปิดใน ‘The Conjuring 2’ ก่อนที่พวกวอร์เรนจะไปอังกฤษ โดยพวกเขามาที่บ้านเลขที่ 112 บนถนนโอเชียนหลังนี้ ที่เป็นบ้านผีสิงที่โด่งดังที่สุดของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเวลา 03:15 น.ของวันที่ 13 พฤศจิกายน 1974 โรนัลด์ เดอฟีโอ จูเนียร์ (Ronald DeFeo Jr.) ขโมยปืนของพ่อมายิงคนในครอบครัวรวม 6 คนเสียชีวิต โดยอ้างว่า ได้ยินเสียงจากในบ้านสั่งให้ทำ เขาถูกตัดสินจำคุกตั้งแต่ 25 ปี – ตลอดชีวิต หนึ่งปีต่อมาครอบครัวลุตซ์ (Lutz) ย้ายเข้ามาอยู่และเจอดีแทบทันทีที่ย่างเท้าเข้ามา จอร์จ (George) หัวหน้าครอบครัว เล่าว่าเขาตื่นตอนตีสามสิบห้าบ่อย ๆ และได้ยินเสียงปืน มิสซี (Missy) ลูกสาวคนหนึ่งของเขามีเพื่อนในจินตนาการชื่อโจดี (Jodie) ซึ่งเป็นชื่อเด็กคนหนึ่งของบ้านเดอฟีโอ โดยเธอบอกว่า ไม่รู้เรื่องการฆาตกรรมในบ้านนี้มาก่อนเลย หนังมีที่มาจากหนังสือ ‘The Amityville Horror’ ของเจย์ แอนสัน (Jay Anson) เมื่อปี 1977 ที่ว่าด้วยเรื่องของพวกลุตซ์ ซึ่งถูกมองว่าไม่ใช่หนังสือนิยาย

จริงหรือหลอก: ครอบครัวลุตซ์ เผ่นจากบ้านหลังอยู่ได้แค่ 28 วันกลางดึก ทำให้เรื่องของบ้านหลังนี้ขจรขจายไปไกล จนถูกสร้างเป็นหนังหลายครั้ง ส่วนเรื่องที่เกิดกับพวกเขาก็ถูกแย้ง ไม่ว่าจะเป็นของเหลวสีดำที่ไหลตามส่วนต่าง ๆ ของบ้าน หรือกลิ่นประหลาด ๆ ที่ไม่เคยมีใครพบ โดยเฉพาะเรื่องรอยเท้าบนพื้นหิมะ เพราะไม่มีรายงานหิมะตกในวันที่พวกลุตซ์บอกว่าพวกเขาพบเลย 

เครดิตภาพ: New Line Cinema

ANNABELLE (2014)

ตุ๊กตาผีสิงที่เป็นฉากเปิดเรื่องของ ‘The Conjuring’ เรื่องแรก กลายเป็นหนังตอนแยกที่มีภาคต่อได้อีก หนังผิดจากเรื่องจริงทั้งลักษณะของตุ๊กตาและเหตุการณ์ เพราะเรื่องจริง ๆ ที่เกิดขึ้นในปี 1970 มีแค่พยาบาลคนหนึ่งได้ตุ๊กตาเป็นของขวัญวันเกิดจากแม่ หลังจากนั้นเธอเริ่มสังเกตว่า ตุ๊กตาย้ายที่เองบ่อย ๆ และเจอข้อความสั้น ๆ หลอน ๆ เช่น “ช่วยฉันด้วย” ปรากฏบนตัวตุ๊กตา เธอยังอ้างว่า เห็นเลือดไหลจากตุ๊กตาด้วย จนต้องเรียกใช้บริการพวกวอร์เรน ทั้งคู่บอกว่าตุ๊กตาไม่ได้ถูกสิง แต่ถูกควบคุมโดยสารพัดวิญญาณ พวกเขาจัดการล้างบ้านแล้วเอาตุ๊กตามาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ในบ้านของตัวเองจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งใกล้เคียงกับเหตุการณ์ในฉากเปิดของ ‘The Conjuring’  

จริงหรือหลอก: เรื่องในหนังแต่งเติมเสริมเรื่องถึงที่มาของตุ๊กตาล้วน ๆ  ส่วนชื่อ ตัวเจ้าของบอกว่า เธอได้รับการติดต่อจากวิญญาณที่สิงในตุ๊กตา โดยบอกว่าเป็นเด็กหญิงอายุ 7 ขวบชื่อแอนนาเบล   

เครดิตภาพ: Screen Gems

THE EXORCISM OF EMILY ROSE (2005)

จากเรื่องจริงของ แอนลีเซ มิเชล (Anneliese Michel) หญิงเยอรมัน ที่มีรายงานว่าถูกผีเข้า และเข้าพิธีไล่ผีอยู่หลายครั้ง เธอมีอาการผิดปกติตั้งแต่อายุ 17 และถูกวินิจฉัยว่าเป็นลมบ้าหมู แล้วได้รับยาหลายขนานในการรักษา แต่อาการกลับทรุดลงอีก โดยเธออ้างว่าเห็นนิมิตรและได้ยินเสียงว่าเธอเป็นคนบาป มิเชลอยู่ในภาวะหดหู่และหันไปพึ่งศาสนา ถึงขนาดช่วงของขึ้นจัด ๆ เธอคุกเข่าถึง 600 หนต่อวันจนเอ็นหัวเข่าฉีก ท้ายที่สุดเธอก็เข้าพิธีไล่ผี ที่ในช่วงเวลา 10 เดือนเธอถูกไล่ผีถึง 67 ครั้ง จนเลิกกินอาหารและเสียชีวิตด้วยวัย 23 ปี นำไปสู่กระบวนการทางกฎหมายในปี 1976 โดยบาทหลวงสองรายกับพ่อ-แม่ของเธอที่เป็นผู้ต้องหาพยายามเอาเรื่องเหนือธรรมชาติมาปกป้องตัวเอง ซึ่งหนังก็เน้นที่การพิจารณาคดีที่มีความใกล้เคียงของจริง เมื่อแพทย์พยายามใช้วิทยาศาสตร์เข้ามาอธิบายความผิดปกติของมิเชล ท้ายที่สุดผู้ต้องหาถูกตัดสินว่ามีความผิดข้อหาฆาตกรรมโดยไม่เจตนา

จริงหรือหลอก: หนังมีการเปลี่ยนชื่อตัวละคร และก่อนเครดิตท้ายเรื่องช่วงสุดท้าย จะมีเสียงประหลาด ๆ ซึ่งบันทึกไว้ในตอนมิเชลถูกไล่ผี ที่ถูกนำมาเป็นหลักฐานป้องกันตัวเองของผู้ต้องหาให้ฟัง

เครดิตภาพ: Lionsgate

THE POSSESSION (2012)

หนังหยิบเรื่องของกล่องดิบุก (dybukk) มาสร้าง โดยมีความเชื่อว่าใครที่ซื้อกล่องนี้ไปจะต้องเจอกับเหตุเลวร้ายตามมา และบรรดาเจ้าของกล่องใบนี้ก็อ้างผ่านทางอีเบย์ว่า พวกเขาเจอเรื่องแปลก ๆ เจมส์ แฮ็กซ์ทัน (James Haxton) ที่ซื้อกล่องจากงานเปิดท้ายขายของ เพื่อให้แม่เป็นของขวัญเล่าว่า แม่เกิดเส้นเลือดแตกแทบในทันทีที่ได้รับ แต่เขาก็ยังไม่เชื่อ จนพี่ ๆ น้อง ๆ ของเขารวมถึงของภรรยามานอนที่บ้าน และทุกคนฝันร้ายเรื่องเดียวกัน ข้อมูลจาก Live SciFi บอกว่า กล่องนี้ “มีวิญญาณร้ายสิงอยู่ ซึ่งเชื่อว่าเป็นวิญญาณ” ที่หลุดมาจากนรก กล่องถูกโพสต์ขายบนอีเบย์ ซึ่งบรรยายสรรพคุณว่า “กล่องเก็บไวน์แบบยิว” มีของแถม ได้แก่ ผม 2 ปอย, เทียนไข 1 เล่ม และวิญญาณที่ทำให้เกิดเหตุเหนือธรรมชาติ 

จริงหรือหลอก: ตอนถ่ายทำในปี 2012 ทีมงานไม่ยอมรับรู้ตัวตนของกล่อง “ไม่… เราไม่อยากเห็นมัน ไม่ต้องส่งรูปมันมาให้นะ” จูเลียต สโนว์เดน (Juliet Snowden) ผู้เขียนบทบอกเจ้าของกล่อง หลังถ่ายเสร็จ 5 วัน ของประกอบฉากในห้องเก็บของถูกเผาเหี้ยน โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่พบต้นเพลิง ส่วนกล่องที่ตั้งขายไว้ 280 เหรียญในอีเบย์ ก็ได้รับความสนใจมากขึ้นเมื่อหนังสือพิมพ์ยิว เขียนเรื่องว่าด้วยพลังของมัน

เครดิตภาพ: Sony Pictures

VERONICA (2017)

จากรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดริด ถึงคดีเด็กสาวคนหนึ่งที่เสียชีวิตที่เรียกว่า คดีบาเญคัส (Vallecas) ในปี 1991 ซึ่งเป็นเรื่องของ เอสเตฟาเนีย กูเตียเรซ (Estefania Gutierrez) ที่วันหนึ่งแสดงการติดต่อกับวิญญาณผ่านกระดานวีจาที่โรงเรียน แต่ระหว่างทำพิธีมีแม่ชีมาทำลายกระดาน หลังจากเหตุการณ์นี้ เอสเตฟาเนียก็มีอาการชักและเห็นภาพหลอนเป็นเงาร่างดำ ๆ อยู่หลายเดือน ก่อนที่จะเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ไม่ใช่ที่บ้านเพราะสู้กับวิญญาณแบบในหนัง แต่ที่เป็นเรื่องขึ้นมาก็เพราะพอเธอเสียชีวิตไปแล้วหนึ่งปี พ่อแม่ถึงติดต่อตำรวจ เมื่อเจอเหตุการณ์ประหลาด ๆ เข้า เช่น เงาในแบบที่ลูกสาวเคยเห็น ทำให้เจ้าหน้าที่ถึงกับสงสัย และพอตรวจสอบที่บ้าน ก็ได้ยินเสียงแปลก ๆ, เฟอร์นิเจอร์ย้ายที่เอง และร่างของพระเยซูหลุดออกมาจากไม้กางเขนที่อยู่บนผนัง 

จริงหรือหลอก: เรื่องนี้ยังคงเป็นความลับดำมืด ทางตำรวจลงบันทึกถึงสิ่งที่ได้พบในบ้านของพ่อแม่สเตฟาเนียว่า “เป็นสถานการณ์ลึกลับและยากจะได้พบ”  

เครดิตภาพ: Open Road Films

SILENT HOUSE (2011)

งานรีเมกที่สร้างมาจากหนังอุรุกวัย ‘La Casa Muda’ เมื่อปี 2010 และเป็นหนังเรื่องแรกของ เอลิซาเบ็ธ โอลเซน (Elizabeth Olsen) ที่เล่าเรื่องของหญิงสาวคนหนึ่งที่ต้องติดอยู่ในบ้านและมีผีสิง ทำให้หนังมีลักษณะของงานสยองขวัญเชิงจิตวิทยา หนังโดดเด่นมากจากการเล่าเรื่องตามเวลาจริง และที่ทำให้ติดอยู่ในลิสต์ก็เพราะงานต้นทางเป็นการสร้างจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในเมืองเล็ก ๆ ของอุรุกวัยในยุค 1940

จริงหรือหลอก: สองผู้กำกับของหนัง คริส เคนทิส (Chris Kentis) กับลอรา เลา (Laura Lau) เผยเอาไว้ในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหนังเอาไว้ว่า รายละเอียดจริง ๆ ของเหตุการณ์นั้น ไม่มีใครรู้ทั้งหมด แต่พวกเขารู้ว่าเรื่องนี้มีที่มาจากเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในอุรุกวัย

เครดิตภาพ: New Line Cinema

THE RITE (2011)

หนังสร้างจากหนังสือ ‘The Rite: The Making of an Exorcist’ ของแม็ตต์ บากลิโอ (Matt Baglio) ที่มีที่มาจากชีวิตของคุณพ่อแกรี โธมัส (Gary Thomas) หนึ่งใน 14 บาทหลวงที่ได้รับอนุญาตจากวาติกันให้ทำพิธีไล่ผีได้ ซึ่งทำงานในสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ปี 2011โดยก่อนได้รับใบอนุญาตในปี 2005 คุณพ่อโธมัสต้องเดินทางจากซานโฮเซไปอบรมที่โรม 3 เดือน โดยเจ้าตัวบอกกับ The Los Angeles Times ว่าในสี่ปีแรกของการทำงาน เขาไล่ผีออกจากคนได้ 5 คน และได้รับคำขอให้ทำพิธีวันหนึ่งหลาย ๆ ครั้ง 

จริงหรือหลอก: หนังได้คุณพ่อแกรีมาเป็นที่ปรึกษา ส่วนเนื้อหาก็เล่นกับมุมมองของตัวละคร ที่ตอนอายุยังน้อยอยู่ในโรงเรียนสอนศาสนา เชื่อว่าคำตอบของเรื่องผีสิงคือ จิตวิทยา ไม่ใช่การไล่ผี แต่หลังผ่านประสบการณ์ไล่ผี เขาก็เริ่มตั้งคำถามกับสิ่งต่าง ๆ ที่ตัวเองคิดว่ารู้  

เครดิตภาพ: CBS Films

WINCHESTER (2018)

หลังได้รับมรดกมูลค่ากว่า 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากการตายของสามี วิลเลียม เวิร์ต วินเชสเทอร์ (William Wirt Winchester) เจ้าของบริษัทปืนชื่อดังที่เป็นชื่อหนัง ซาราห์ วินเชสเทอร์ (Sarah Winchester) ก็เชื่อว่าเธอถูกวิญญาณของคนที่ตายเพราะปืนวินเชสเทอร์หลอกหลอน ตลอดเวลาที่เธอใช้ชีวิตในคฤหาสน์ที่เรียกกันว่า บ้านลึกลับวินเชสเทอร์ (Winchester Mystery House) ที่กินเวลาถึง 38 ปี เธอไม่เคยหยุดต่อเติมและตกแต่งที่นี่ ซึ่งเล่าต่อ ๆ กันมาว่าเธอได้คำแนะนำจากวิญญาณ โดยผู้นำทัวร์คฤหาสน์ เล่าให้ Vanity Fair ฟังว่า คุณนายวินเชสเทอร์จะติดต่อกับวิญญาณในตอนกลางคืน แล้วตอนเช้าเธอจะให้แปลนการต่อเติม-ตกแต่งใหม่กับหัวหน้าคนงาน จนตัวคฤหาสน์เต็มไปด้วยซอกหลืบ, ประตู และทางลับมากมาย ที่ชวนสงสัยไม่แพ้เรื่องผี ๆ  

จริงหรือหลอก: คุณนายวินเชสเทอร์ใช้ชีวิตที่นี่กับเฮนรี (Henry) ลูกชาย ที่ในหนังจะถูกเข้าสิงเมื่อตกกลางคืน และทำให้เกิดเรื่องน่ากลัวมากมาย  

เครดิตภาพ: Lionsgate

THE HAUNTING IN CONNECTICUT (2009)

พล็อตแบบเดิม ๆ ครอบครัว สนีเดเคอร์ (Snedeker) ที่หนังใช้ชื่อว่า แคมป์เบลล์ (Campbell) ย้ายมาอยู่ที่บ้านในเซาธิงทัน, คอนเน็กทิกัต ในปี 1986 เพื่อจะได้ใกล้ ๆ ฟิลลิป (Phillip) ลูกชายคนโตที่เข้ารับการรักษามะเร็งที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยคอนเน็กทิกัต หลังเข้ามาอยู่ในบ้านที่พวกเขารู้ในภายหลังว่าเคยใช้เป็นที่เก็บศพได้ไม่นาน ก็เกิดเหตุประหลาดที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขั้นร่างกายได้รับบาดเจ็บ พวกวอร์เรนเข้ามาตรวจสอบบ้านหลังนี้แต่ไม่ถูกนำเสนอในหนัง ส่วนครอบครัวสนีเดเคอร์ก็ไปเป็นส่วนหนึ่งในสารคดีหลายเรื่อง แม้จะไม่มีการพบศพที่ฝังไว้ในผนังบ้านอย่างที่หนังแสดงให้เห็น แต่พวกเขาก็เชื่อว่า สิ่งที่เจอนั้นมีจริง 

จริงหรือหลอก: จากที่คาร์เมน (Carmen) ผู้เป็นแม่เล่า ฟิลลิปกลายเป็นคนเก็บตัวและหงุดหงิดง่าย แล้วเริ่มมองเห็นผีผู้ชายที่บอกให้เขาทำร้ายตัวเอง ท้ายที่สุดเธอให้เขาออกจากบ้าน ซึ่งไม่ชัดเจนว่า เขาไปอยู่กับครอบครัว หรือว่าเธอเป็นคนสั่งให้เขาไป เพราะมีรายงานทั้งสองกรณี แต่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหน หลังฟิลลิปออกไป อะไร ๆ ในบ้านก็แย่ลง จนต้องให้บาทหลวงมาทำพิธีที่บ้าน และแน่นอนพวกวอร์เรน

เครดิตภาพ: Lionsgate

THE HAUNTING IN CONNECTICUT 2: GHOSTS OF GEORGIA (2013)

แม้จะมีชื่อคอนเน็กติกัต แต่เรื่องราวในหนังก็ไม่ได้เกิดขึ้นที่เดียวกัน แถมยังเป็นคนละเหตุการณ์ คนละครอบครัว หนนี้หนังสร้างจากเรื่องที่บันทึกไว้ในหนังสือ ‘The Veil: Heidi Wyrick’s Story’ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดกับเด็กหญิงคนหนึ่ง ที่เป็นเพื่อนกับวิญญาณ ซึ่งเริ่มต้นตามสูตรสำเร็จ หลังย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านใหม่ที่เอลเลอร์สไล, จอร์เจีย ได้ไม่นาน ไฮดี (Heidi) ลูกสาวคนเล็กของบ้านวายริก (Wyrick) ก็ได้เพื่อนในจินตนาการที่มีอายุมากกว่า ชื่อคุณกอร์ดี (Gordy) ที่ทำให้ลิซา (Lisa) ผู้เป็นแม่อดห่วง ๆ ไม่ได้เพราะกลัวว่าอาจเป็นใครบางคนพยายามหลอกจับตัวลูก แต่เรื่องกลับชวนสะพรึงมากขึ้น เมื่อเธอพบว่าชื่อและรูปลักษณ์ของคุณกอร์ดีนั้น ตรงกับเจ้าของบ้านคนก่อน ที่เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีมาแล้ว

จริงหรือหลอก: หลังจากพวกวายริกย้ายออกจากบ้าน ไฮดีก็ไม่เคยพูดถึงคุณกอร์ดีอีกเลย 

ว่ากันมายืดยาวทั้งหมด 13 เรื่อง ซึ่งมีที่มาจากเรื่องจริงทั้งนั้น หลาย ๆ เรื่องบอกเลยว่า ไม่ใช่งานที่คุณภาพของหนัง ‘ถึง’ สักเท่าไหร่ แต่ก็ได้ในเรื่องของมุมมองต่อเรื่องราวที่หาคำตอบไม่ได้ และไม่ถึงกับย่ำแย่มากมายสำหรับการเป็นหนังสยองขวัญ ที่หวังว่าน่าจะตอบโจทย์ได้ในเรื่องของความบันเทิง

อ้างอิง 1 อ้างอิง 2 อ้างอิง 3 อ้างอิง 4 อ้างอิง 5 อ้างอิง 6 อ้างอิง 7 อ้างอิง 8

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาตทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก