“dtac accelerate” ประกาศ 7 ทีมสตาร์ทอัพไทยรับเงินลงทุนจาก VC ชั้นนำรวม 70 ล้านบาท

30 พฤษภาคม 2559 – ดีแทค แอคเซอเลอเรท (dtac accelerate) ฉลองความสำเร็จให้ 7 ทีมล่าสุด ที่ได้รับเงินลงทุนในระยะเริ่มต้นหรือ Seed Funding จาก VC หรือ Venture Capital ทั้งในประเทศและจากเงินทุนต่างชาติ นำโดย กองทุน 500 ตุ๊กตุ๊ก Golden Gate Venture , KK Fund , Galaxy Venture , อุ๊กบี และ เถ้าแก่น้อย รวมเงินทุนทั้งสิ้นกว่า 70 ล้านบาท สร้างมูลค่าให้บริษัทฯที่ร่วมในโครงการ ดีแทค แอคเซอเลอเรท (dtac accelerate) รวมแล้วกว่า 400 ล้านบาท เหล่าบรรดาสตาร์ทอัพที่ผ่านการบ่มเพาะจาก ดีแทค แอคเซอเลอเรท นั้นสามารถระดมทุนจากนักลงทุนได้ 7 ทีม จาก 11 ทีม มีอัตราความสำเร็จหรือ Success rate คิดเป็น 70% และสิ่งที่น่าตื่นเต้นในปีนี้คือ 2 จาก 11 ทีมสตาร์ทอัพใน batch 4 สามารถระดมทุนได้สำเร็จแล้ว ในระยะเวลาเพียงเดือนแรกของบูธแคมป์

โดย 7 สตาร์อัพไทย ที่ได้รับ Seed funding มี FinTech 2 ทีมคือ Piggipo และ Finnomena

จาก Logistic Tech คือ Skootar และ Giztix

จาก Travel Tech คือ  Take Me Tour

จาก Market Place คือ Fastwork และ Storylog หนึ่งเดียวในกลุ่ม Social Tech

รายชื่อทั้ง 7 ทีมมีดังนี้

  1. Piggipo : สตาร์ทอัพ FinTech แถวหน้าของไทย ที่ทำแอปพลิเคชั่นบริหารจัดการบัตรเครดิต ได้รับเงินลงทุนจาก Golden Gate Venture คุณแอนดี้ และ กองทุน 500 สตาร์ทอัพ
  2. Storylog : คอมมิวนิตี้นักเขียน นักอ่าน อาณาจักรล้านเรื่องเล่าที่โตไวที่สุดบนโลกออนไลน์ ที่ได้รับการลงทุนและควบรวมจากพี่ใหญ่ OokBee ผู้นำแพลตฟอร์มอีบุ๊คในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  3. Skootar : บริการเรียกแมสเซ็นเจอร์ ส่งเอกสาร วางบิล เก็บเช็ค ผ่านช่องทางออนไลน์ เว็บไซต์ และ แอพพลิเคชั่นมือถือ สำหรับ บริษัท SME ร้านอาหาร และ ธุรกิจ E-commerce สตาร์ทอัพดาวรุ่ง ที่เกิดและเติบโตขึ้น 12 เท่า ภายใน 8 เดือน หลังจากเข้าร่วมดีแทค แอคเซอเลอเรท บูธแคมป์ ได้รับเงินลงทุนจาก กองทุน 500 สตาร์ทอัพ และ Galaxy Venture
  4. Take Me Tour : เป็น Travel Tech ที่มาแรงและกำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้วยแพลตฟอร์มตลาดกลางออนไลน์สำหรับทัวร์หนึ่งวัน ที่สร้างขึ้นโดยคนในท้องถิ่น ได้รับเงินลงทุนจาก กองทุน 500 สตาร์ทอัพ และ เถ้าแก่น้อย เจ้าของธุรกิจสาหร่ายพันล้าน
  5. Giztix : เป็นตลาดซื้อขายบริการขนส่งและโลจิสติกส์ออนไลน์ พร้อมทั้งมีบริการครบวงจรสำหรับการขนส่งปัจจุบันขยายตลาดไปถึง 8ประเทศ การันตีความร้อนแรงจากเวที Thailand at Echelon Summit 2016 และ Asia’s tech conference ที่สิงคโปร์   ได้รับเงินลงทุนจาก กองทุน 500 สตาร์ทอัพ และ KK Fund ซึ่งสรุปข้อตกลงได้ตั้งแต่เดือนมีนาคม ที่ผ่านมา
  6. Finnomena : สตาร์ทอัพ FinTech น้องใหม่มาแรง จากนักบริหารกองทุนที่รวมตัวกันเพื่อช่วยให้คนไทย ได้ลงทุนได้ตามเป้าหมาย โดยได้เริ่มทดลองเปิดฟีเจอร์ NTER ให้บริการกับผู้ที่สนใจลงทุน จนมีคนเอาเงินมาลงทุนผ่านฟีเจอร์นี้ มากกว่า 150 ล้านบาท ในเวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงที่เปิดตัวไป ได้รับเงินลงทุนจาก กองทุน 500 สตาร์ทอัพ
  7. Fastwork : มาร์เก็ตเพลส ที่รวบรวมเอาฟรีแลนซ์มืออาชีพ มาไว้บนออนไลน์ให้เลือกใช้บริการ ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ได้รับเงินลงทุนจาก กองทุน 500 สตาร์ทอัพ ภายใน 9 อาทิตย์หลังเปิดตัวขึ้นมา

This slideshow requires JavaScript.

นายสมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมธุรกิจ และ ดีแทค แอคเซอเลอเรท บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “จากการลงทุนในครั้งนี้ ชี้ให้เห็นแนวโน้มความสนใจของ VC ที่มองว่า FinTech จะเข้ามาพลิกพฤติกรรมการทำธุรกรรมการเงินธนาคารบนออนไลน์ได้อย่างกว้างขวาง ในขณะที่ TravelTech ก็จะเข้ามาปรับวิถีการท่องเที่ยวของไทย ที่ให้ความสะดวกสบาย และเจาะตลาดการท่องเที่ยวในท้องถิ่นในเชิงลึกได้มากขึ้น รองรับเป้าหมายของนักท่องเที่ยวที่จะทะลักเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งปีนี้คาดว่าจะเติบโตมากขึ้นถึงสองเท่าเป็นจำนวน 33 ล้านคน เช่นเดียวกับ LogisticTech ที่ทุกธุรกิจต้องมีและต้องพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพทั้งการลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคให้ได้อย่างรวดเร็ว  และ Market Place ที่จะเชื่อมโยง ดีมานด์และซัพพลายในโลกธุรกิจ ได้อย่างสะดวก”

13340642_1027805083934291_1406482676_o
นายสมโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมธุรกิจ และ ดีแทค แอคเซอเลอเรท บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค (ขวาสุดกำลังพูด)

นายกระทิง เรืองโรจน์ พูนผล ผู้จัดการกองทุน 500 ตุ๊กตุ๊ก กล่าวว่า “เราลงทุนในรอบนี้ ทั้ง 7 สตาร์ทอัพจากดีแทค แอคเซอเลอเรท เพราะทุกทีมมีผลิตภัณฑ์ ที่ชัดเจน มีทีมงานที่แข็งแกร่ง มีความรอบรู้และประสบการณ์ในธุรกิจที่ทำอยู่ มียอดคนใช้งานและมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นที่นิยมในตลาด ครบสูตรสำเร็จของการเป็นสตาร์ทอัพดาวรุ่ง เงินลงทุนนี้จะเป็นเงินทุนตั้งต้น ในระยะเวลา 12-18 เดือน เพื่อให้สตาร์อัพเริ่มต้นธุรกิจได้จนสามารถโตต่อไป ให้ได้รับเงินลงทุนในระดับซีรี่ย์เอ จนถึงซีรีย์ซี และระดมทุนเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ หากธุรกิจนั้นมีศักยภาพเพียงพอ ปัจจุบันกองทุน 500 ตุ๊กตุ๊ก ได้ลงทุนกับสตาร์ทอัพไทยแล้ว 20 บริษัท รวมเงินลงทุนในตลาดแล้ว 70ล้านบาท ตั้งเป้าหมายในสิ้นปีนี้จะลงทุนอีก 10 บริษัท”

13334662_1027805067267626_1515148219_o
นายกระทิง เรืองโรจน์ พูนผล ผู้จัดการกองทุน 500 ตุ๊กตุ๊ก (แถวหน้าขวาสุดกำลังพูด)