Connect with us

ข่าววงการถ่ายภาพ

Sony เปิดราคากล้อง a99 II, a6500 และ RX100 V พร้อมเปิดจองในไทย

ภายในงาน Photo Fair ที่จัดขึ่นระหว่างวันที่ 30 พ.ย. – 4 ธ.ค. 2559 ณ BITEC บางนา โซนี่ได้เปิดตัวกล้อง DSLR ตัวท็อปกลุ่ม a-mount อย่าง a99 Mark 2 กล้องเรือธงกลุ่ม e-mount อย่าง a6500 และตัวท็อปของกล้องคอมแพกอย่าง RX100 Mark 5 เพื่อให้ผู้สนใจได้ลองสัมผัส และสั่งจองหรือเลือกซื้อได้ภายในงาน

Published

on

ภายในงาน Photo Fair ที่จัดขึ่นระหว่างวันที่ 30 พ.ย. – 4 ธ.ค. 2559 ณ BITEC บางนา โซนี่ได้เปิดตัวกล้อง DSLR ตัวท็อปกลุ่ม a-mount อย่าง a99 Mark 2 กล้องเรือธงกลุ่ม e-mount อย่าง a6500 และตัวท็อปของกล้องคอมแพกอย่าง RX100 Mark 5 เพื่อให้ผู้สนใจได้ลองสัมผัส และสั่งจองหรือเลือกซื้อได้ภายในงาน

ธุรกิจกล้องเป็นธุรกิจหลักของโซนี่

ยูโซะ ชิบะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด

Yuzo Chiba กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด

ยูโซะ ชิบะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เผยว่าธุรกิจกล้องเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของโซนี่ โดยธุรกิจกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้นั้นเติบโตขึ้นทุกปี ในปี 2016 มีสมาร์ทโฟนขาย 18 ล้านเครื่อง แต่กล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ก็ยังขายออกได้มากขึ้นตลอด เพราะหลายๆ คนยังไม่พอใจคุณภาพจากสมาร์ทโฟน ซึ่งกล้อง mirrorless ได้รับความนิยมสูงมากในไทย กินตลาด DSLR ไปแล้ว และโซนี่ก็เป็นผู้นำในด้านนี้ ส่วนกลุ่มกล้อง full frame เป็นกลุ่มที่มีการเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มกล้อง มีสัดส่วน 30% ของยอดขายเปลี่ยนเลนส์ได้ทั่วโลก

ปีนี้ครบรอบ 10 ปีของกล้องตระกูล Alpha

กล้องตระกูล a หรือ Alpha นั้นเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2006 โดยที่ผ่านมาตลอด 10 ปี โซนี่เปิดตัวกล้องมาแล้ว 47 รุ่น ซึ่งที่โซนี่สามารถสร้างกล้องที่สุดยอดได้ เพราะโซนี่สร้างมีเทคโนโลยีระดับสูงของวงการกล้องได้เองหลายอย่าง ตั้งแต่เซนเซอร์ Exmor R, หน่วยประมวลผล BIONZ X และเลนส์ G master เป็นต้น

การโชว์แผ่นเวเฟอร์ที่ผลิตเป็นเซนเซอร์กล้องโดย Takashi Yasuda General Manager, Digital Imaging Marketing Division

การโชว์แผ่นเวเฟอร์ที่ผลิตเป็นเซนเซอร์กล้องโดย Takashi Yasuda General Manager, Digital Imaging Marketing Division

Sony a99 II เรือธงกลุ่ม DSLR แบบ Full frame

r0111587

กล้องกลุ่มนี้มีตลาดราว 20% ในเมืองไทย ซึ่งเหมาะสำหรับช่างภาพมืออาชีพ สำหรับลูกค้าที่ยังใช้ a-mount อยู่ หลังจากรุ่นที่แล้วออกมาเมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่ง a99 Mark 2 ถือเป็นเรือธงคู่กับฝั่ง Mirrorless คือ Sony A7r II

จุดเด่นของรุ่นใหม่นี้คือ Hybird Auto Focus 399 จุดโฟกัส มี 79 จุดที่เป็น Hybird สามารถถ่ายได้ 12 fps ให้ความละเอียด 42.4 ล้านพิกเซลด้วยเซนเซอร์ Rxmor R CMOS มาพร้อมระบบกั่นสั่น 5 แกน สามารถชดเชยการสั่นไหวได้ 4.5 Stop

ส่วนถ่ายวิดีโอระดับ 4K โดยจะเก็บพิกเซลมามากกว่า 1.8 เท่าของข้อมูลที่ต้องใช้ แล้วลดลงเหลือ 4K พร้อมฟังก์ชั่น Slow and Quick Motion เพื่อช่วยให้ถ่ายวิดีโอได้สนุกขึ้น

ราคา 109,990 บาท เท่ากับ A7r II เริ่มจำหน่ายกลางเดือนธันวาคม เปิดให้จองในงาน Photo Fair

Sony a6500 เรือธง APS-C

r0111586

a6500 โซนี่วางกลุ่มเป็น Semi-Pro ยังไม่ใช่กล้องโปร ซึ่งซีรี่ส์ a6000 นั้นจะเน้นความรวดเร็วในการทำงาน ในการโฟกัส

จุดเด่นของกล้องรุ่นใหม่นี้คือระบบกันสั่น 5 แกน ชดเชยได้ 5 stop พร้อมเพิ่มหน่วยประมวลผล LSI ทำให้ทำงานเร็วขึ้น และเพิ่มจอสัมผัสเข้าไป เพื่อให้สามารถสั่งงานผ่านจอ หรือใช้จอในการเป็น TouchPad ในการเลือกจุดโฟกัสโดยที่ไม่ต้องละสายตาออกจากจอ EVF และความสามารถในการถ่ายวิดีโอ 4K ที่สร้างจากข้อมูลขนาด 6K ในส่วนของการโฟกัสก็ยังรวดเร็วแบบรุ่น a6300 คือใช้เวลาโฟกัส 0.05 วินาที โฟกัส 425 จุด ถ่ายได้ 8 fps สูงสุด 35 วินาที

ราคา 51,990 บาท เริ่มจำหน่ายกลางเดือนธันวาคม Pre-booking วันนี้ ถึง 11 ธันวาคม รับของแถมเป็นชุดแบตเตอรี่เสริม

Sony RX100 V รุ่นที่ 5 ของพรีเมี่ยมคอมแพค

r0111593

จุดเด่นของรุ่นที่ 5 นี้คือ Fast Hybird Autofocus โฟกัสได้เร็วสุดในโลกตอนนี้ จุดโฟกัส 315 จุด ครอบคลุมพื้นที่กว้างที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่ 65% ของเฟรมภาพ โฟกัสเร็ว 0.05 วินาที เทียบเท่า Sony a6300 สามารถถ่ายได้ 24 ภาพต่อวินาที และเชื่อได้ว่าจะชัดทุกภาพ เพราะโฟกัสติดตามได้ตลอด สามารถถ่ายต่อเนื่องได้ 150 ภาพ

อื่นๆ ที่ดีจากรุ่นที่แล้วก็ยังคงอยู่ อย่างเลนส์ 24 – 70 mm f/1.8-2.8 เซนเซอร์ 20.1 MP Rxmor RS มีการเพิ่มหน่วยประมวลผล Front-end LSI ทำให้ประมวลผลภาพได้เร็วขึ้น

ในส่วนของการถ่ายวิดีโอ สามารถปรับระดับความเร็วในการโฟกัสได้ เพื่อให้การเคลื่อนโฟกัสทำได้นุ่มนวล ส่วนการถ่าย 4K นั้นมีการเก็บข้อมูลระดับ 14 ล้านพิกเซล ก่อนที่จะลดทอนลงมาเหลือ 4K ทำให้ได้ภาพที่คมชัด และการถ่าย slow motion ทำได้นานขึ้น ทำให้เลือกช็อตได้ง่ายขึ้น

เปิดราคาออกมา 38,990 บาท สามารถซื้อภายในงาน Photo Fair ได้เลย นอกจากนี้ยังมี Housing สำหรับการถ่ายใต้น้ำขายด้วย ราคา 10,490 บาท ใช้ได้ตั้งแต่ RX100 รุ่นแรก

เล่าด้วยภาพ อื่นๆ จากโซนี่

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการถ่ายภาพ

เปิดตัว BNK48 เป็นพรีเซนเตอร์กล้อง Fuji X-A5 อย่างเป็นทางการ

Published

on

ฟูจิฟิล์มชิงความเป็นเจ้าตลาด สานต่อ “Find Your Wonder-side” เปิดตัวกล้อง  X-A5 กับ Brand Ambassador สุดฮอต BNK 48 เจาะกลุ่มเป้าหมายหลักของผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายเซลฟี่

บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีกล้องดิจิตอล หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่งจากกล้องระดับ Entry Level  ตั้งแต่ในรุ่น X-A2 และต่อยอดความสำเร็จในรุ่น  X-A3 ที่ได้รับความนิยม ล่าสุดฟูจิฟิล์มเปิดตัวกล้องมิลเลอร์เลส X-A5 กล้องที่ตอบโจทย์เอาใจผู้ที่หลงใหลการถ่ายภาพเซลฟี่ (Selfie) ในดีไซน์แบบ Retro โดดเด่นด้วยโหมดการถ่ายภาพ ที่พัฒนาโทนสีของภาพให้ถูกใจสาวกเซลฟี่มากขึ้น

ดึง BNK48 สื่อสารกล้อง Fuji X-A5

พร้อมกันนี้ ยังวางกลยุทธ์การตลาดส่งเสริมการขายต่อเนื่องด้วยแคมเปญ “Find Your Wonder-side” พบชีวิตอีกด้านที่วันเดอร์  โดยวางกลยุทธ์ทำหนัง Online Video  นำ Brand Ambassador Idol Girl Group คาวาอี้ สุดฮอต BNK 48 กับการถ่ายทอด Wonder-side เดียวกันที่ชอบและสนุกกับการถ่ายเซลฟี่กับเพื่อน พร้อมสโลแกน ไม่ต้องเสี่ยงทายถ่ายรูปไหนก็วันเดอร์ ที่ตอบโจทย์ กลุ่มเป้าหมายหลักวัยรุ่นที่หลงใหลการถ่ายเซลฟี่ โดยเตรียมแผนการตลาดโฆษณาและประชาสัมพันธ์เชิงรุกแบบ Total Communication อย่างครบวงจรเพื่อสร้างการรับรู้  และสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

เตรียมใช้งบการตลาดกว่า 100 ล้านบาท หวังดันมาร์เกตแชร์เป็น 50% ในสิ้นปี 2561 นี้

ฟูจิมอบกล้อง Fuji X-A5 ให้สมาชิก BNK48 ไปถายภาพกัน

Fuji X-A5 กล้องผู้เริ่มต้น หัวหอกของฟูจิ

นายซึโตมุ  วาตะนาเบ้ กรรมการผู้จัดการ  บริษัทฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ฟูจิฟิล์มประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดกล้องมิลเลอร์เลสจากกล้องในตระกูล  X-Series และทุก Lineup ของผลิตภัณฑ์ที่เจาะทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยได้รับความนิยมในตลาดโดยเฉพาะกล้องในระดับ Entry Level ในรุ่นของ X-A2 และต่อเนื่องมายังรุ่น X-A3

และในปีนี้ฟูจิฟิล์มได้ทำการเปิดตัวกล้องในตระกูล  X-A Series รุ่นล่าสุดคือ X-A5 ที่ตอบโจทย์ กลุ่มเป้าหมายหลักที่มีไลฟ์สไตล์ของคนที่ชื่นชอบและสนุกกับการถ่ายเซลฟี่ พร้อมกับประสิทธิภาพที่ดีของกล้อง ที่ให้คุณภาพของไฟล์ภาพที่ยอดเยี่ยม เซ็นเซอร์ APS-C CMOS มีความละเอียดสูง 24.2 ล้านพิกเซล ที่ให้สีสันสวย กับโหมด Portrait Enhancer และระบบออโต้โฟกัสความเร็วสูง ที่จับภาพเคลื่อนไหว รองรับการถ่ายวิดีโอ ระดับ 4K  มาพร้อม จอภาพแบบพับได้ 180 องศา ทัชกรีน เชื่อมต่อ Bluetooth อย่างสะดวกและรวดเร็ว ในบอดี้สวย น้ำหนักเบา พกพาสะดวก   

และสำหรับปีนี้ ฟูจิฟิล์มยังคงเป็นผู้นำตลาดกล้องมิลเลอร์เลส ครองมาร์เกตแชร์ถึง 34% (value) ซึ่งทางบริษัทฯ หวังว่า การเปิดตัวกล้องดิจิตอลของฟูจิฟิล์ม X-A5 กับ Brand Ambassador BNK 48 ที่เจาะกลุ่มเป้าหมายจะได้รับกระแสการตอบรับอย่างดี และจะสร้างปรากฏการณ์การตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคในกลุ่มวัยรุ่น หรือสาว ที่รักการถ่ายภาพเซลฟี่ และได้คุณภาพของไฟล์ภาพที่ยอดเยี่ยม 

เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฟูจิฟิล์มได้ตระหนักถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้คุณภาพที่ดีที่สุด ตามปรัชญาของฟูจิฟิล์ม คุณภาพไฟล์ภาพเป็นอันดับ 1”  (The No.1 Image Quality) พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมแผนการตลาดแบบ Total Communication ในการทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มเป้าหมาย  ผ่านทางสื่อต่าง อย่างครบวงจร  เพื่อสร้างภาพลักษณ์การรับรู้ของแบรนด์สินค้านาย วาตะนาเบ้ กล่าว

ภาพรวมตลาดกล้อง Mirrorless

นายสิทธิเวช  เศวตรพัชร์  ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส  ผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอล อิมเมจจิ้ง  บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า  ภาพรวมของตลาดกล้องดิจิตอลในประเทศไทย ข้อมูลจาก GFK โดยในปี 2560 อยู่ที่ 310,000 ตัว มูลค่าตลาดประมาณ 8,600 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโต ติดลบประมาณ 4% ในแง่จำนวนตัว แต่มีอัตราเติบโตในแง่มูลค่าประมาณ 8% รวมกล้องคอมแพค กล้องดีเอสแอลอาร์  และกล้องมิลเลอร์เลส

โดยในส่วนของกล้องมิลเลอร์เลส มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 8% โดยมีมูลค่ารวม 5,100 ล้านบาท หรือเท่ากับ60% ของสัดส่วนของตลาดรวม (DSLR = 31% และ Compact = 9%) ซึ่งฟูจิฟิล์มมีส่วนแบ่งการตลาดกล้องมิลเลอร์เป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 34% ในปี 2560 และในปี 2561 ฟูจิฟิล์มได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย โดยต้องการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของกล้องดิจิตอลมิลเลอร์เลส เพิ่มขึ้นเป็น 50% ด้วยทิศทางของกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่ยังคงมุ่งเน้นตลาดกล้องในตระกูล X- Series ในทุก segment ตั้งแต่ระดับ Entry level จนถึง ระดับ Professional level

สำหรับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของกล้อง X-A5 นี้  บริษัทฯ มองว่าเป็นตลาดที่น่าสนใจและเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และฟูจิฟิล์มมีความแข็งแกร่งในตลาด segment นี้อยู่ตั้งแต่กล้องดิจิตอลรุ่น X-A2 และทางบริษัทได้ทำวิจัยด้านการตลาดอย่างต่อเนื่องโดยใช้ประเทศไทยเป็นต้นแบบในการพัฒนาสินค้าของกล้องตระกูล X-A Series โดยพบว่า กลุ่มลูกค้าระดับ Entry Level นี้ คือ กลุ่มคนที่นิยมใช้ Smart Phone ในการถ่ายภาพ แต่ขณะเดียวกันก็มีความต้องการคุณภาพของไฟล์ภาพที่ยอดเยี่ยม ให้สกรีนโทนที่ดูเป็นธรรมชาติ ที่แตกต่างจากการใช้ App จากกล้องมือถือมาทำการปรับแต่ง

ซึ่งกลุ่มนี้ จะเป็นกลุ่มที่จะมีความต้องการซื้อกล้องมิลเลอร์เลสแบบที่ตอบโจทย์  โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอายุระหว่าง 18-29 ปี ที่เป็นหญิงจะมีความชื่นชอบการถ่ายภาพเซลฟี่ และสนุกกับโหมดเซลฟี่ที่ถ่ายได้ไฟล์ภาพที่สวยโดนใจ เช่น Portrait Enhancer, Buddy Mode หรือ Auto Face Shutter นอกจากนั้น X-A5 ยังเพิ่มการถ่ายภาพ VDO 4K ที่ให้คุณสนุกกับการถ่ายภาพมากยิ่งขึ้น  ในดีไซน์บอดี้ที่เล็ก น้ำหนักเบา พกพาไปได้ทุกที่ พร้อมเลนส์ซูมตัวใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง

BNK48 ฟีเวอร์

โดยครั้งนี้  ทางบริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์ในการทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์  พร้อมเตรียมงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท โดยสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายหลัก โดยยังคงสานต่อแคมเปญ “Find Your Wonder-side” พบชีวิตอีกด้านที่วันเดอร์  ที่ได้รับความสำเร็จสูงสุดในการทำตลาดกล้อง FUJIFILM ใน Middle Range Segment มาแล้วเมื่อปลายปี 2560

โดยวางกลยุทธ์การสื่อสารโดยผลิต Online Video Movies ที่ได้นำ Brand Ambassadors Idol Girl Group คาวาอี้ สุดฮอต BNK 48 กับ  6 สาววัยใส ได้แก่ เฌอปราง, ปัญ, โมบาย, มิวสิค, เนย และ เจนนิษฐ์ เพื่อนร่วมแก๊งค์ โดยในวันปกติสาวๆ ก็ทุ่มเทไปกับการร้องเพลง แต่เมื่อมารวมตัวเดินทางไปท่องเที่ยวร่วมกัน สาว ก็จะถ่ายทอด Wonder-side เดียวกันที่ชอบและสนุกกับการถ่ายเซลฟี่กับเพื่อน พร้อมเก็บเรื่องราวความประทับใจกับเพื่อน ในโมเมนท์ต่าง ถ่ายทอดอารมณ์โดยการกดซัตเตอร์เซลฟี่ร่วมกัน กับสโลแกน ไม่ต้องเสี่ยงทายถ่ายรูปไหนก็วันเดอร์ และมั่นใจด้วยกล้องฟูจิฟิล์ม X-A5 ที่ให้ภาพออกมาสวยทุกชอต  และนี่คือ Wonder-side ของ 6 สาว แห่ง BNK 48   ซึ่งตอบโจทย์ concept ของหนังคือ  “Find Your Wonder-side” พบชีวิตอีกด้านที่วันเดอร์ 

ทางบริษัทฯ ได้ใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกทั้ง Above the Line และ Below the Line โดย Above the Line ได้จัดทำ Online Video การโฆษณาสื่อออนไลน์ที่จะสามารถเจาะถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ สื่อสารผ่านทาง Social Media โดยได้ทำสื่อออนไลน์ทั้งทาง YouTube, Facebook, Instagram และนอกจากนี้ ยังใช้ Influencer อีกหลายท่าน ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของการถ่ายภาพด้วยกล้อง ฟูจิฟิล์ม X-A5 กับการถ่ายทอดอารมณ์และสนุกกับการถ่ายเซลฟี่

พร้อมกันนี้ ฟูจิฟิล์มมุ่งเน้นจัดกิจกรรม Below the Line เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง โดยการทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร Out of Home Media สื่อบน BTS, MRT และ POP . จุดขาย นอกจากนี้ ฟูจิฟิล์ม ยังมีแผนการทำกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับ Girl Group BNK 48 กับงาน event และกิจกรรม Workshop FUJIFILM X Lady Gang อีกด้วย

ฟูจิฟิล์มได้พัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาความเป็นผู้นำกล้องมิลเลอร์เลส และการเปิดตัวกล้อง X-A5 กับ Brand Ambassadors BNK48 ที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย  รวมถึงการทำแผนกการตลาดเชิงรุกแบบ Total Communication จะเติมความแข็งแกร่งในการเป็นผู้นำตลาดกล้องดิจิตอลกล้องมิลเลอร์เลส โดยมีมาร์เกตแชร์ของตลาดกล้องดิจิตอล 50%  ในปี 2561 นี้แน่นอน  นายสิทธิเวช กล่าว

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววงการถ่ายภาพ

Fujifilm ประกาศเปิดตัว X-A5 : มิเรอร์เลสสายชิล พร้อมเลนส์ใหม่ล่าสุด XC 15-45 mm

Fujifilm ได้ประกาศเปิดตัว X-A5 กล้องมิเรอร์เลส (Mirrorless) รุ่นล่าสุดในซีรีส์ X

Published

on

Fujifilm X-A5 มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ภาพ APS-C ฟิลเตอร์สี Bayer (ไม่ใช่แบบ X-Trans ที่พัฒนาโดย Fujifilm เอง) ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล พร้อมด้วยออโต้โฟกัสตรวจจับแบบ Phase Detection (PDAF), การส่งรูปโดยอัตโนมัติผ่าน Bluetooth และการบันทึกวิดีโอระดับ 4K

ไม่เพียงแค่นั้น Fujifilm X-A5 ยังคงมีหน้าจอแบบสัมผัสที่พับได้ถึง 180 องศา แต่ยังไม่มีช่องเสียบไมโครโฟนเพิ่มเติมเช่นเดิม

อีกสิ่งที่น่าสนใจก็คือ เลนส์ XC 15-45 mm f/3.5-5.6 OIS PZ ซึ่งเป็นเลนส์แบบ Motorized Power Zoom รุ่นแรกของ Fujifilm ที่มีราคาถูกและน้ำหนักเบามาก เพียงแค่ 136 กรัม และทางยาวโฟกัสเริ่มต้นของเลนส์ (Focal Length) อยู่ที่ 15 mm (กว้างมากสำหรับเลนส์คิท) ไปจนถึง 45 mm (ซึ่งสั้นกว่าคู่แข่งอยู่หน่อย) แต่ก็ดีใจสำหรับสาวกฟูจิด้วยที่มีเลนส์คิทตัวเล็กๆ เบาๆ ใช้เหมือนค่ายอื่นสักที

Fujifilm X-A5 (พร้อมเลนส์รุ่นใหม่) จะเริ่มวางจำหน่ายในต่างประเทศ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2018 ในราคา 599.95 เหรียญ หรือประมาณ 18,800 บาท โดยมีด้วยกัน 3 สี คือ น้ำตาล, ชมพู และดำ

ข้อมูลอ้างอิง : theverge

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววงการถ่ายภาพ

เปิดตัว DJI Mavic Air โดรนจิ๋วพับได้ ถ่าย 4K ได้ในราคารับไหว

Published

on

เรียกว่ายิ่งพัฒนาก็ยิ่งมีขนาดเล็กลง และราคาคุ้มค่ามากขึ้นสำหรับโดรนจาก DJI หลังจากออก DJI Mavic Pro โดรนขนาดกลางประสิทธิภาพสูงแถมพับเหลือเล็กจิ๋วจนตลาดสะเทือนเมื่อ 2 ปีก่อน (และตบ GoPro Karma คว่ำกลางตลาด) ปีที่แล้วก็ออก DJI Spark โดรนขนาดเล็กที่มีความสามารถสั่งงานด้วยมือแถมราคาถูกจนฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง

ล่าสุดกับ DJI Mavic Air โดรนที่ผสมความเล็กของ Spark เข้ากับความสามารถเทพๆ และพับได้ของ Mavic จนกลายเป็นโดรนที่น่าซื้อที่สุดในปีนี้เลย!

ความเจ๋งของ Mavic Air นั้นเริ่มตั้งแต่ติดตั้งกล้องวิดีโอ 4K (Spark มาแค่ 1080p เอง) ที่สามารถให้ Bitrate 4K ได้สูงถึง 100 Mbps สำหรับการตัดต่อที่ต้องการรายละเอียดของวิดีโอ และสามารถถ่าย Slow motion ได้ 120 fps ที่ความละเอียด 1080p

ในส่วนของภาพนิ่ง สามารถถ่ายได้ที่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลด้วยเลนส์มุมกว้าง 24 mm f/2.8 พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว 3 แกน ทีเด็ดคือโดรนสามารถหมุนรอบตัวเพื่อถ่าย 25 ภาพใน 8 วินาที แล้วนำมาประกอบเป็นภาพ Panorama รอบตัว 180 องศาความละเอียด 32 ล้านพิกเซลได้ และผู้ใช้สามารถเปิดโหมด HDR ในการถ่ายภาพ เพื่อเก็บรายละเอียดแสงที่แตกต่างกันได้ด้วย

ตัวโดรนสามารถพับเก็บให้เหลือขนาดเล็ก สามารถพกพาสะดวก แต่ประสิทธิภาพของโดรนนั้นไม่เล็กเลย สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 68.4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถบินได้ต่อเนื่องนาน 21 นาที พร้อมระบบช่วยบิน FlightAutonomy 2.0 ที่ใช้เซนเซอร์รอบตัวเพื่อช่วยหลบหลีกสิ่งกีดขวาง และเพิ่มความละเอียดในการควบคุมจนสามารถใช้บินในห้องได้ เสาส่ง Wifi ของโดรนก็สามารถส่งวิดีโอสดๆ จากโดรนความละเอียด 720p กลับมาที่รีโมทในระยะ 4 กิโลได้

ถ่าย QuickShot แบบ Asteroid

ในส่วนของการควบคุม ก็มีทั้งฟังก์ชั่น ActiveTrack ที่โดรนจะบินติดตามวัตถุหรือคนในภาพไปเรื่อย โดยผู้ใช้แค่แตะเลือกวัตถุในครั้งแรก นอกจากนี้ยังมีโหมด TapFly ที่แค่แตะเลือกตำแหน่งในภาพ โดรนก็จะบินไปยังจุดนั้นเอง หรือโหมด QuickShot รูปแบบการบินเข้าหาวัตถุเท่ๆ โดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างวิดีโอที่ดูดี และ DJI Mavic Air ยังรองรับการสั่งงานด้วยมืออีกด้วย

DJI Mavic Air มีให้เลือก 3 สีคือ ขาว, ดำ และแดง โดยชุดปกติจำหน่ายในราคา $799 หรือประมาณ 26,000 บาท และชุด Fly More Combo ที่เพิ่มแบตเตอรี่เป็น 3 ชุด (จาก 1 ชุด) ปีกสำรองเพิ่มเป็น 6 คู่ (จาก 4 คู่), ชุดแปลงแบตเตอรี่และกระเป๋าสำหรับเดินทาง ขายในราคา $999 หรือประมาณ 32,500 บาท (ทั้ง 2 ชุดมีรีโมทมาให้เหมือนกัน ไม่ต้องซื้อเพิ่ม) โดยจะเริ่มจำหน่ายในช่วงปลายเดือนมกราคมนี้

ส่วนราคาในประเทศไทยชุดปกติอยู่ที่ 30,000 บาทครับ และชุด Fly More Combo อยู่ที่ 37,500 บาทครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!