Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัว Cisco Spark นวัตกรรมใหม่เพื่อการทำงานร่วมกัน พร้อมระบบความปลอดภัยของคอนเทนต์

ซิสโก้ (Cisco) เปิดตัว Cisco Spark นวัตกรรมใหม่เพื่อการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโซลูชั่นใหม่ล่าสุดสำหรับการประชุมผ่านวิดีโอ (Video Conferencing) ซึ่งสามารถผนวกรวมเข้ากับระบบ Cisco Spark™ และระบบที่ติดตั้งภายในองค์กร พร้อมอุปกรณ์เสริมสำหรับการรักษาความปลอดภัยที่ก้าวล้ำ รองรับอุปกรณ์ลูกข่าย SIP ที่อ้างอิงมาตรฐาน (ฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์ไคลเอ็นต์) สำหรับการเข้าร่วมการประชุม Cisco® Spark Meeting และความสามารถใหม่ๆ ด้านการบริการลูกค้า

Cisco Spark เป็นแพลตฟอร์มที่เปี่ยมประสิทธิภาพ แต่เราก็ยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสมรรถภาพและความสามารถขั้นสูง” เจนส์ เมกเกอร์ส รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการประสานงานร่วมกันบนระบบคลาวด์ กล่าว “เป้าหมายของเราคือ การสร้างประสบการณ์แบบครบวงจรที่ออกแบบอย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ สำหรับผู้ใช้ ฝ่ายไอที และองค์กร Cisco Spark นำเสนอประสบการณ์ภายใต้วิสัยทัศน์ดังกล่าว และกลายเป็นศูนย์กลางที่รองรับการประชุมอย่างเหนือชั้น”

อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่สำหรับการทำงานร่วมกันผ่านวิดีโอ

อุปกรณ์รุ่นใหม่ Cisco Spark Room Kit Series ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้ทำงานร่วมกับ Cisco Spark โดยช่วยให้ผู้ติดตั้งระบบสามารถเพิ่มประสบการณ์การประชุมที่ชาญฉลาด เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับห้องประชุมขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ โดยสองผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัวได้แก่ Cisco Spark Room Kit และ Room Kit Plus ซึ่งจะเชื่อมต่อกับจอ HD มาตรฐาน และแปลงเป็นระบบวิดีโอที่ทรงพลังสำหรับการทำงานร่วมกัน อุปกรณ์ Room Kit ดังกล่าวรองรับการประชุมและการนำเสนอพรีเซนเทชั่นอย่างชาญฉลาด รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์และระบบภายในห้อง เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ในการประชุม และทำให้นวัตกรรมซึ่งเดิมอยู่ในระบบไฮเอนด์ราคาแพงไปสู่ทุกห้องและทุกทีมงาน :

  • การประชุมที่ชาญฉลาด : กล้อง 5K Ultra HD มอบความสามารถในการรับชมแบบอัจฉริยะ เช่น การกำหนดเฟรมอัตโนมัติ และการติดตามผู้พูด
  • การนำเสนอพรีเซนเทชั่นอย่างชาญฉลาด: หน้าจอสองชุด แหล่งสัญญาณคอนเทนต์สองชุด การแชร์แบบไร้สาย และคอนเทนต์ 4K ช่วยให้คุณนำเสนอพรีเซนเทชั่นได้อย่างยอดเยี่ยม
  • การผนวกรวมระบบอย่างชาญฉลาด : ชุดอุปกรณ์ Room Kits ที่รองรับ Cisco Spark สามารถนับจำนวนและตรวจสอบติดตามบุคคลในห้องประชุมระหว่างการติดต่อ ช่วยให้ผู้จัดการสถานที่เข้าใจได้ดียิ่งขึ้นเกี่ยวกับประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่
  • ความยืดหยุ่นในการลงทะเบียน : สามารถใช้งานร่วมกับทั้ง Cisco Spark และระบบที่ติดตั้งภายในองค์กร จช่วยปกป้องการลงทุนของคุณ

อุปกรณ์ Room Kit ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับห้องขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีผู้เข้าร่วมไม่เกิน 7 คน ขณะที่ Room Kit Plus สามารถรองรับห้องขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมไม่เกิน 14 คน  ทั้งนี้ Room Kit เป็นอุปกรณ์แบบครบวงจรที่ประกอบด้วยกล้อง ลำโพง และไมโครโฟนแบบในตัว ส่วน Room Kit Plus มีแผงติดตั้งกล้อง 4 ตัว เหมาะสำหรับห้องที่มีขนาดใหญ่และมีความลึกมากกว่า เนื่องจาก Room Kit และ Room Kit Plus ถูกจัดการผ่านระบบคลาวด์อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นจึงสามารถติดตั้งได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่นาที ระบบทั้งสองเชื่อมต่อเข้ากับ Cisco Spark อย่างกลมกลืน และยังสามารถใช้งานร่วมกับระบบที่ติดตั้งในองค์กรได้อีกด้วย

ระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับคอนเทนต์ Cisco Spark

Cisco Spark ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยและการปกป้องข้อมูลเป็นสำคัญ ด้วยเหตุนี้เราจึงพัฒนา Cisco Spark ให้เป็นแพลตฟอร์มระดับองค์กรที่มีการเข้ารหัสแบบครบวงจรสำหรับข้อมูลที่ถ่ายโอน จัดเก็บไว้ และกำลังถูกใช้งาน เราเข้ารหัสและถอดรหัสเนื้อหาคอนเทนต์ทั้งหมด โดยใช้คีย์แบบไดนามิกจาก Cisco Spark Key Management Server (KMS) โดยเซิร์ฟเวอร์นี้จะสร้าง จัดเก็บ อนุญาต และจัดหาการเข้าถึงสำหรับคีย์เข้ารหัสที่แอพพลิเคชั่น Cisco Spark ใช้ในการเข้ารหัสและถอดรหัสเนื้อหาคอนเทนต์ภายในระบบ

สำหรับลูกค้าที่ต้องการออปชั่นและส่วนควบคุมในการปกป้องข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ในอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวด ซึ่งมีความต้องการที่เฉพาะเจาะจงสำหรับการรักษาความปลอดภัย เราเตรียมที่จะเปิดตัวฟีเจอร์สำหรับการจัดการคีย์เข้ารหัส ด้วยการติดตั้ง Cisco Spark Key Management Server ไว้ในองค์กร  ลูกค้าที่จัดการคีย์ของตนเองจะสามารถใช้งานฟังก์ชั่นทั้งหมดของ Spark ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงการค้นหาข้อมูลที่เข้ารหัส ออปชั่นนี้จะเปิดให้บริการในช่วงต้นเดือนมิถุนายน

การประชุมบน Cisco Spark – เข้าร่วมได้อย่างง่ายดายจากทุกอุปกรณ์

ตอนนี้ ไม่ว่าใครก็ตามก็สามารถเข้าร่วมการประชุมบน Cisco Spark ได้  ทุกพื้นที่บนแพลตฟอร์ม Cisco Spark จะมี SIP URI แบบถาวร ช่วยให้ผู้ใช้เข้าร่วมการประชุมในพื้นที่เหล่านั้นได้จากฮาร์ดแวร์ SIP ที่อ้างอิงมาตรฐาน หรือไคลเอ็นต์ซอฟต์แวร์ เช่น ซอฟต์โฟนของบริษัทอื่น รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ด้านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ของซิสโก้ และแม้กระทั่งอุปกรณ์วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ของบริษัทอื่นๆ

นอกจากนี้ เราได้ขยายความสามารถนี้ไปสู่บริการ Cisco Spark Hybrid Media Services บริการดังกล่าวช่วยให้ลูกค้าที่ใช้ Cisco Spark สามารถจัดวาง Hybrid Media Node ไว้บนเครือข่าย เพื่อจัดหาการประมวลผลสื่อภายในเครือข่ายโลคอลสำหรับผู้เข้าร่วมการประชุมบน Cisco Spark ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถใช้งานวิดีโอคุณภาพสูงเฉกเช่นเดียวกับโซลูชั่นการประชุมผ่านวิดีโอที่ติดตั้งในองค์กร ทั้งยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับแบนด์วิธอีกด้วย  ลูกค้าจะได้รับประโยชน์ทั้งในส่วนของคุณภาพ เสถียรภาพ และการประหยัดค่าใช้จ่ายจากระบบวิดีโอที่ติดตั้งในองค์กร ควบคู่ไปกับการเข้าถึงความจุที่ไม่มีขีดจำกัด ขอบเขตที่ครอบคลุมทั่วโลก ความสะดวกในการใช้งาน และการจัดสรรที่ง่ายดายจากบริการคลาวด์

ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถเปลี่ยนย้ายไปสู่หรือทดลองใช้งานระบบการประชุมของ Cisco Spark โดยไม่มีความเสี่ยงใดๆ ทั้งยังคงรักษาการลงทุนทั้งหมดในโครงสร้างพื้นฐาน อุปกรณ์ลูกข่าย และโซลูชั่นการประชุมที่มีอยู่

ไม่ต้องใช้ไลเซนส์เพิ่มเติมสำหรับ Cisco Spark Hybrid Media Service โดยความสามารถดังกล่าวรวมอยู่ในไลเซนส์ของ M3/C3 Cisco Spark meeting และ WebEx

Cisco Spark ขยายฟีเจอร์ด้านการให้บริการลูกค้า

Cisco Spark ช่วยให้ฝ่ายบริการสนับสนุนและทีมงานขนาดเล็กสามารถให้บริการแก่ลูกค้าทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยใช้บริการเว็บแชท และการโทรกลับ ซึ่งออกแบบโดยผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นคอลล์เซ็นเตอร์  ทั้งนี้ บริการ Cisco Spark care ซึ่งออกแบบเป็นพิเศษสำหรับบริษัทที่กำลังใช้งานหรือมีแผนที่จะใช้งาน Cisco Spark จะช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้รวดเร็วและตรงจุดมากขึ้น เพราะองค์กรธุรกิจมีประวัติและข้อมูลบริบทที่จำเป็นจากการติดต่อครั้งก่อนๆ  บริการนี้ประกอบด้วยพื้นที่ทำงานสำหรับผู้ใช้ฝ่ายบริการลูกค้า และระบบการรายงานความคิดเห็นของลูกค้า ด้วย Cisco Spark care ทีมงานขนาดเล็กจะสามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างสะดวกรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และประหยัดค่าใช้จ่าย

Cisco Spark care เป็นไลเซนส์เสริมบนแพลตฟอร์มการประสานงานร่วมกัน Cisco Spark พร้อมด้วยระบบรักษาความปลอดภัยระดับองค์กรและการบริหารจัดการระบบอย่างครบวงจร Cisco Spark care เริ่มเปิดให้ใช้งานเมื่อเดือนเมษายน พร้อมการสมัครสมาชิกรายปี

ทรัพยากรเพิ่มเติม

สัมผัสการประสานงานร่วมกันอย่างเหนือชั้นที่ Enterprise Connect โดย เจนส์ เมกเกอร์ส

สร้างสรรค์ระบบงานอัจฉริยะในทุกห้องประชุม โดย สนอร์ เคสบู

 

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

นานาชาติแพน-เอเชีย เปิดห้อง “Makerspace Room” มุ่งเน้นเสริมความรู้ไอทีให้นักเรียน

Published

on

โรงเรียนนานาชาติแพน-เอเชีย เปิดห้องนวัตกรรมการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Makerspace Room) มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาเครื่องมือสำหรับนักเรียน MYP ARTS, การออกแบบ, วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเรียนรู้ของนักเรียน

ประโยชน์ของ Makerspace Room

ห้อง Makerspace Room เป็นพื้นที่ทำงานภายในโรงเรียนที่การเรียนรู้แบบดั้งเดิมตรงตามการใช้งานจริง เราเริ่มจากทฤษฎีไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในพื้นที่ทำงานที่สร้างขึ้นสำหรับนักเรียนและครู เน้นการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างการเรียนรู้ให้นักเรียนมีความอยากรู้ อยากเห็น ให้เริ่มต้นกับทฤษฎีและการใช้งานในเวลาที่รวดเร็วที่สุด

ภายในห้อง Makerspace Room นี้ประกอบไปด้วย

  • หลอดเลเซอร์ CO2 สำหรับตัดและแกะสลักไม้และอะคริลิค
  • มีบอร์ดเครื่องมือซึ่งคุณสามารถรับวัสดุได้ทันที
  • นอกจากนี้ยังมีเครื่องพิมพ์ 3D ซึ่งสามารถตอบสนองทุกดีไซน์ โดยใช้เส้นใยคาร์บอนไฟเบอร์, เส้นใย ABS, เส้นใยปลา, เส้นใยไม้หรือเส้นใย PET ด้วยการใช้คอมพิวเตอร์การออกแบบใด ๆ สามารถพิมพ์และส่งเป็นชุดคำสั่งในภาษาเครื่อง (G-code) เพื่อให้เครื่องพิมพ์ดำเนินการได้
  • อีกเครื่องในห้องคือเครื่องขัดไม้และอะครีลิคและเครื่องกลึงไม้ เครื่องเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือเครื่องพิมพ์ 3 มิติในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่พิมพ์เสร็จแล้ว

This slideshow requires JavaScript.

นักเรียนจะเข้าใจแนวคิดและการใช้งานของมันได้ง่าย และ สนับสนุนให้นักเรียนได้รับความคิดใหม่ ๆ ด้วยความช่วยเหลือของ Makerspace พื้นที่ห้องเรียนนี้จะช่วยให้นักเรียนค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่และด้านความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาที่ถูกระงับไว้เนื่องจากการเรียนรู้รูปแบบดั้งเดิม นอกจากนี้ยังจะลดเวลาที่ใช้ในการเรียนรู้เกี่ยวกับแนวคิดและทฤษฎีเนื่องจากวัสดุพร้อมใช้งาน ด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม นักเรียนสามารถเห็นภาพและประสบการณ์การแก้ไขปัญหาที่กำหนด พวกเขาสามารถทำงานได้อย่างอิสระมากขึ้นและค้นพบสิ่งต่าง ๆ ในระหว่างกระบวนการเรียนรู้

ห้องนี้เตรียมไว้เพื่อให้นักเรียนของ โรงเรียนนานาชาติแพน-เอเชีย เตรียมพร้อมเพื่อให้นักเรียนสร้างอาชีพได้ เขียนโปรแกรมได้ บริหารงานด้วยการใช้เทคโนโลยี ให้เรียนรู้ และลงมือทำ เพื่อให้เห็นก้าวทันโลกเทคโนโลยี มีหลักสูตรพร้อมรองรับอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยี การเขียนโปรแกรม และไอที

เด็กทุกคนสามารถเข้าใช้งานห้อง Makerspace Room ได้ พร้อมด้วยอาจารย์คอยให้คำแนะนำ ซึ่งต้องการให้นักเรียนมีความรู้ด้านไอทีตั้งแต่อายุยังน้อย ปัจจุบันโรงเรียนนานาชาติแพน-เอเชีย มีห้อง Makerspace Room 1 ห้อง แต่ในอนาคตจะเพิ่มจำนวนห้อง และจะขยายให้กว้างกว่านี้ เพิ่มอุปกรณ์การเรียนรู้ให้มากขึ้น เพื่อช่วยให้นักเรียนได้ไปแสดงความรู้ความสามารถ ไปแข่งขันข้างนอกโรงเรียน

ที่โรงเรียนนานาชาติแพน-เอเชีย เน้นหลักสูตรที่พัฒนาให้เด็กมีความสามรถ โดยหลักสูตรนานาชาติ แต่ก็ไม่ทิ้งความเป็นไทย ปัจจุบันมีนักเรียน 400 คนในโรงเรียน มีตั้งแต่อนุบาลไปจนถึง grade 12

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

FameLab Thailand 2019 ศึกการแข่งขันเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ในรูปแบบที่คนทั่วไปเข้าใจง่าย ปีที่ 4

Published

on

บริติช เคานซิล ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มทรู สวทช. สวทน. อพวช. เดอะ สแตนดาร์ด และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัว “FameLab Thailand 2019” การแข่งขันนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์บนเวทีระดับโลก ปีที่ ในประเทศไทย เพื่อร่วมค้นหาสุดยอดนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ตัวแทนประเทศไทยร่วมแข่งขัน ณ สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 3-9 มิถุนายน 2562พร้อมเชิญ FameLab Ambassadors ตัวแทนนักวิทยาศาสตร์ เจนเนอเรชั่น นำโดย ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศ.นพ.วรศักดิ์  โชติเลอศักดิ์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ และผู้ได้รับทุน Newton Fund และ เฌอปราง อารีย์กุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาเคมี วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมแชร์มุมมองถึงความสำคัญของ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” เพื่อการพัฒนาสังคมและประเทศ

จากซ้าย: เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48), ศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, คุณแอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย, ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงาน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ทักษะ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” เป็นสิ่งสำคัญสำหรับบุคลากรที่อยู่ในแวดวงวิทยาศาสตร์ เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ ต้องมีความสามารถในการสื่อสารให้บุคคลทั่วไปเห็นถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์แต่ละสาขา และบทบาทที่ต่างกันในการขับเคลื่อนประเทศ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์จะเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้บุคคลทั่วไปได้เข้าใจถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ในฐานะตัวแปรสำคัญ   ในการพัฒนาสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจประเทศ โดยโครงการ FameLab ทำหน้าที่สำคัญในการเชื่อมบุคลากรในแวดวงวิทยาศาสตร์ เข้ากับคนทั่วไปในสังคม ทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าถึงง่าย ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ และในเรื่องการผลักดันวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

คุณแอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า FameLab คือ เวทีการแข่งขันนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ ให้สนุก และเข้าใจง่ายภายใน นาที ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีที่ ที่จัดขึ้นในประเทศไทย เพื่อค้นหาตัวแทนไปร่วมแข่งขันในงานเทศกาลวิทยาศาสตร์ระดับโลก (Cheltenham Science Festival) ณ ประเทศอังกฤษ ซึ่ง FameLab Thailand 2019 เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ บริติช เคานซิล ร่วมมือกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทรู คอร์ปอเรชั่น และหน่วยงานพันธมิตรอีกมากมาย ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ในฐานะหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมส่งวิดีโอบอกเล่าวิทยาศาสตร์ใน นาที ผ่านทางเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th/famelab ได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 มีนาคม 2562 และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพื่อหาผู้ชนะในประเทศไทย จะถูกจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยตัวแทนของประเทศไทยจะได้เข้าร่วมแข่งขันบนเวทีระดับโลก  “Cheltenham Science Festival” ในวันที่ 3 – มิถุนายน 2562 ณ สหราชอาณาจักร

ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงาน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้านสื่อสารโทรคมนาคม กลุ่มทรูเล็งเห็นความสำคัญของการสื่อสาร ที่จะสามารถสร้างคุณค่าและประโยชน์ต่อสังคม และเป็นเครื่องมือที่จะช่วยในการแบ่งปันองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศ การสื่อสารวิทยาศาสตร์จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ได้เข้าใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบตัว เวที FameLab เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการนำเสนอ การสื่อสารวิทยาศาสตร์” ให้คนรับรู้ว่าวิทยาศาสตร์   ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยากเสมอไป ปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่ทาง ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมสนับสนุนโครงการ FameLab ซึ่งถือเป็นโครงการที่สอดคล้องกับพันธกิจของกลุ่มทรู ที่มุ่งมั่นสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร โดยจะนำศักยภาพด้านการสื่อสารของกลุ่มทรู สนับสนุนการประชาสัมพันธ์โครงการให้ไปถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ ผ่านช่องรายการ ของทรูวิชั่นส์ / True4You / TNN 24 / True ปลูกปัญญา รวมถึง Social Media ของกลุ่มทรู นอกจากนี้ จะทำการถ่ายทอดสดการแข่งขัน FameLab รอบชิงชนะเลิศผ่านช่องทรูปลูกปัญญา ซึ่งเป็นช่องรายการยอดนิยมสำหรับเยาวชนและคนในวงการการศึกษาทั่วประเทศอีกด้วย

สัมภาษณ์ Brand Ambassador 3 คน 3 Generation

เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48) ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่สนใจและศึกษาวิทยาศาสตร์ กล่าวในฐานะ FameLab Ambassador ว่า การสื่อสารวิทยาศาสตร์ หรือ Science communicationเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ทำให้คนทั่วไปได้เปิดโลกทัศน์มากขึ้น ทำให้ได้เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว เพราะวิทยาศาสตร์ คือ ศาสตร์ที่อธิบายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งการสื่อสารวิทยาศาสตร์ เป็นทักษะสำคัญในการศึกษาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมีที่กำลังศึกษาอยู่ปัจจุบัน เพราะต้องเล่าเรื่องราวที่ได้ค้นคว้า นำมาเรียบเรียง ย่อยข้อมูล และนำเสนอข้อมูลให้ผู้อื่นเข้าใจ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีพื้นฐานวิทยาศาสตร์มาก่อน ซึ่งการสื่อสารวิทยาศาสตร์ ยังเป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้คนที่รู้สึกว่าวิทยาศาสตร์ไกลตัว กลับมาให้ความสนใจมากขึ้นด้วย โดยเวที FameLab ถือเป็นเวทีที่ท้าทายสำหรับผู้ที่มีความสนใจทางวิทยาศาสตร์ทุกคน ได้เข้ามาทดสอบความสามารถด้านการสื่อสาร และ FameLab ยังถือเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนที่มีความสนใจในวิทยาศาสตร์เหมือนกัน ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอีกด้วย
ด้าน ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ก็ได้กล่าวถึงกิจกรรม FameLab Thailand 2019 นี้ว่าเป็นกิจกรรมที่ดี เพราะเชื่อมั่นว่า วิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต้องจำกัดในเรื่องอายุ ใครที่ชอบในการเรียนรู้ ก็สามารถเข้าใจมันได้
ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชพันธุศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ก็ได้พูดถึงประสบการณ์ เคล็ดลับว่า ต้องเชื่อว่าการสื่อสารวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมนุษย์มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเราสามารถถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น ต่อยอดเจริญก้าวหน้าไปได้ ถ้าเราสามารถสื่อสารถ่ายทอดสิ่งสำคัญไปให้รุ่นถัดไปได้ รุ่นถัดไปก็จะสามารถต่อยอดได้อย่างรวดเร็วและพัฒนาโลกได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมส่งวิดีโอบอกเล่าวิทยาศาสตร์ใน นาที ผ่านทางเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th/famelab ได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 มีนาคม 2562 โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพื่อหาผู้ชนะในประเทศไทย จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัวลำโพงรุ่นใหม่ “BeoSound EDGE” จาก BANG & OLUFSEN ชูดีไซน์สุดหรูพร้อมเทคโนโลยีเด่นจัดเต็ม!

Published

on

อาร์ทีบีฯ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Gadget พร้อมรุกผนึกกำลังเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท เอชดับบลิว เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำเข้าและดำเนินการร้าน Bang & Olufsen เปิดตัวนวัตกรรมลำโพงตั้งพื้น/แขวนผนังระดับพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุด “BeoSound EDGE” โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ B&O ด้วยดีไซน์ใหม่ในรูปทรงเหรียญปอนด์ โดดเด่นอย่างมีสไตล์ ผสานเข้ากับเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำมากมายที่พัฒนาขึ้นสำหรับลำโพงโดยเฉพาะเป็นครั้งแรก ทั้ง Active Bass Port และระบบเสียงรอบทิศทาง ที่จะตอบสนองไลฟ์สไตล์คอเพลงยุคใหม่โดยเฉพาะ

BeoSound EDGE

BeoSound EDGE เป็นลำโพงไร้สายระดับพรีเมี่ยม ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ในการฟังเพลง มาพร้อมกับแนวคิดการดีไซน์จากนักออกแบบชื่อดัง MICHAEL ANASTASSIADES ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากเหรียญหนึ่งปอนด์ของประเทศอังกฤษ ผสานเข้ากับเทคโนโลยี IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฟังเพลงทั้งในเรื่องคุณภาพเสียง และการใช้งานที่ง่ายดายและสนุกสนานยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี Active Bass Port ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Bang & Olufsen ที่เป็นระบบเพิ่ม – ลด เสียงเบสตามความดังของเพลง การทำงานคล้ายกับสปอยเลอร์ของรถสปอร์ต ที่เมื่อเสียงเพลงดังขึ้น และต้องการเบสมาก ก็จะเปิดตัวพอร์ทนี้เพื่อให้ความดังเบสออกมารองรับอย่างเหมาะสม ในขณะที่เมื่อเพลงเบาลง ก็จะสามารถปิดเพื่อไม่ให้เสียงเบสมีมากเกินจนกลบย่านกลางและสูง เหลือเพียงเสียงใส สะอาด ตามฉบับ B&O ได้เหมือนเดิม นอกจากนั้น BeoSound Edge ยังมาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 360 องศา มาพร้อมกับ Woofer 200 วัตต์สองตัว, Midrange 100 วัตต์สองตัว, และ Tweeter 100 อีกสองตัว ช่วยให้การขับเสียงเบสได้อย่างทรงพลังยิ่งขึ้น

โดยสามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่าน Bluetooth รวมไปถึงเชื่อมต่อผ่านแอปฯ BANG & Olufsen ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือจะเชื่อมต่อแบบ Streaming AirPlay และ Chromecast ก็ทำได้อย่างสะดวกสบายเช่นกัน โดยวางจำหน่ายในราคา 139,000 บาท ซึ่งเป็นราคามาตราฐานที่เท่ากันทั่วโลก

นอกจากนี้ยังมี Gadget สุดล้ำต่าง ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของ B&O ไม่ว่าจะเป็น Bang & Olufsen BeoVision Eclipse OLED TV ที่สามารถหมุนได้ 360 องศาก็ล้ำไม่แพ้กันเลยทีเดียว

ซึ่งการร่วมมือกันระหว่างสองบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน จะทำให้กลยุทธ์ในการขยายตลาดของแบรนด์ B&O ประสบความสำเร็จ และทั้งสองตั้งเป้าไว้ว่า จะเพิ่มยอดขายโดยรวมให้ได้ 200% ในปี 2020

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!