Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

Epson เสริมทัพอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูง มั่นใจเทคโนโลยีหัวพิมพ์ Micro Piezo

เอปสัน เสริมทัพอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูงสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ รุ่น WorkForce มั่นใจ เทคโนโลยีหัวพิมพ์ไมโครปิเอโซ (Micro Piezo) แกร่งแซงหน้าเลเซอร์พรินเตอร์และเครื่องถ่ายเอกสาร ทั้งใน ด้านประสิทธิภาพและความคุ้มค่า

นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในองค์กรขนาดใหญ่ ไม่ว่า จะเป็นหน่วยงานราชการหรือบริษัทเอกชน หรือแม้แต่ธุรกิจรับพิมพ์เอกสารจะเลือกพิมพ์งานในปริมาณมากด้วย เลเซอร์พรินเตอร์หรือผ่านเครื่องถ่ายเอกสาร เพราะยังเชื่อว่าพิมพ์งานได้เร็ว คุณภาพดี และต้นทุนต่อแผ่นไม่แพง แต่วันนี้เอปสันกำลังจะปฏิวัติการพิมพ์ในองค์กร ด้วยมัลติฟังก์ชั่นอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูงสำหรับองค์กร ขนาดใหญ่รุ่นใหม่ตระกูล WorkForce ที่ใช้เทคโนโลยีหัวพิมพ์ไมโครปิเอโซของเอปสัน”

“การจะเปลี่ยนความเชื่อเดิมๆ ของผู้ใช้  เอปสันจำเป็นต้องมีสินค้าที่สามารถตอบโจทย์เรื่องความคุ้มค่าในการ ลงทุนที่ดีกว่าให้แก่ลูกค้าได้ ซึ่งสินค้าใหม่ที่เปิดตัวในครั้งนี้ทั้ง WorkForce Enterprise WF-C20590 และ WF-C17590 เป็นมัลติฟังก์ชั่นอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูง ที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการพิมพ์ปริมาณมากใน องค์กรขนาดใหญ่โดยเฉพาะ สามารถพิมพ์ทั้งสีและขาวดำได้เร็วเท่ากันถึง 100 แผ่น/นาที ใน รุ่น WF-C20590 และ 75 แผ่น/นาที สำหรับ รุ่น WF-C17590 ด้วยต้นทุนการพิมพ์ต่อแผ่นที่ประหยัดและคุ้มค่ากว่าเลเซอร์พรินเตอร์และเครื่องถ่ายเอกสาร โดยพิมพ์ขาวดำถูกกว่า 26% และพิมพ์สีถูกกว่าถึง 300% ทั้งยังรองรับประเภทงานพิมพ์ที่ หลากหลายภายในองค์กร ทั้งบนกระดาษขนาด A3 กระดาษหนาพิเศษ 350 แกรม และกระดาษยาวต่อเนื่องถึง 120 เซนติเมตร”

“นอกจากนี้ยังสามารถพิมพ์ต่อเนื่องในความเร็วสูงโดยคุณภาพไม่ตก เพราะมีเทคโนโลยีหัวพิมพ์ไมโครปิเอโซรุ่น ล่าสุด PrecisionCore Line Head ที่สามารถยิงน้ำหมึกลงบนกระดาษที่วิ่งผ่านหัวพิมพ์ไปด้วยความเร็วสูงได้อย่าง แม่นยำ บวกกับเทคโนโลยีตรวจสอบหัวฉีดหมึก Nozzle Verification ช่วยรักษาความต่อเนื่องในการพิมพ์ให้ไม่ สะดุด และระบบสายพานไฟฟ้า (Electrostatic Transfer Belt) ที่ช่วยให้กระดาษวางเรียบขณะพิมพ์ ทำให้ได้งาน พิมพ์คุณภาพดี และด้วยกระบวนการพิมพ์เช่นนี้ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีขั้นตอนและชิ้นส่วนอุปกรณ์มากมายในการ พิมพ์เหมือนอย่างเลเซอร์พรินเตอร์ จึงช่วยให้ราคาเครื่องและค่าพิมพ์ต่อแผ่นถูกว่า ทั้งยังช่วยประหยัดค่าไฟได้ มากกว่าการพิมพ์ด้วยเลเซอร์พรินเตอร์ถึง 90% การบำรุงรักษาก็ยังง่ายและถูกกว่า รวมไปถึงอายุการใช้งานก็ยัง นานกว่าอีกด้วย ลูกค้าจะรู้ได้ทันทีเมื่อใช้เครื่อง WF-C20590 และ WF-C17590 ว่าประหยัดกว่าและคุ้มค่ากว่า การใช้เลเซอร์พรินเตอร์”

WF-C20590 และ WF-C17590 ยังรวมฟังก์ชั่นสำหรับพรินเตอร์ สแกนเนอร์ เครื่องถ่ายเอกสาร และแฟกซ์ไว้อย่าง ครบครัน สามารถสแกนเอกสารหน้าเดียวเร็ว 60 หน้า/นาที และสแกนหน้าหลัง 110 หน้า/นาที ทั้งสองรุ่นยังใช้ หมึกกันน้ำ DuraBrite Pigment Ink ในตลับหมึกความจุสูง 4 สี ซึ่งสามารถพิมพ์สีได้ 50,000 แผ่น และขาวดำ 100,000 แผ่น ทั้งยังสามารถสั่งพิมพ์ผ่านโมบายด้วยแอพพลิชั่น Epson Connect, Google Cloud Print, Mopria เป็นต้น

นอกจาก WF-C20590 และ WF-C17590 แล้ว เอปสันยังเปิดตัว WorkForce Pro WF-C869R มัลติฟังก์ชั่นอิงค์เจ็ทพรินเตอร์สำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีที่ใช้หัวพิมพ์ PrecisionCore และระบบหมึก RIP (Replaceable Ink Pack) ชุดหมึกที่ถอดเปลี่ยนได้ รองรับการพิมพ์สีได้ 84,000 แผ่น และขาวดำ 86,000 แผ่น โดยไม่ต้องเปลี่ยนชุดหมึก ทั้งยังพิมพ์ได้เร็ว 24 แผ่น/นาที และสแกนที่ 25 หน้า/นาที พรินเตอร์ WF-C869R ยังเป็นแพลทฟอร์มเปิดใช้ได้กับแอพพลิเคชั่นควบคุมการพิมพ์และสแกนไฟล์ผ่านเว็บไซต์ เช่น PaperCut MF เป็นต้น

This slideshow requires JavaScript.

เอปสัน เป็นผู้ผลิตและเจ้าของเทคโนโลยีด้านอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดรายหนึ่งของโลก และมีประสบการณ์ในการพัฒนาเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 3 ทศวรรษ ผ่านการปฏิวัติพรินเตอร์ประเภท ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพรินเตอร์โฟโต้ พรินเตอร์ระดับมืออาชีพสำหรับการพิมพ์เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม จนมาถึง พรินเตอร์สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ ที่สำคัญทั้งหัวพิมพ์ไมโครปิเอโซ ชิ้นส่วนทุกชิ้นในพรินเตอร์ รวมไปถึงน้ำหมึก ล้วนแต่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้นโดยเอปสันเอง ทำให้พรินเตอร์ของเอปสันมีความเสถียรและประสิทธิภาพสูง และสามารถรับประกันคุณภาพได้”

“บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะเสริมทัพสินค้าในกลุ่มอิงค์เจ็ทพรินเตอร์ความเร็วสูงสำหรับองค์กรขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายขององค์กรในแต่ละประเภทธุรกิจและในงบประมาณที่แตกต่างกัน โดยยังชูจุดเด่นที่ความคุ้มค่าในการลงทุนที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับเลเซอร์พรินเตอร์และเครื่องถ่ายเอกสาร นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจะสร้างพาร์ทเนอร์ตัวแทนจำหน่ายกลุ่มใหม่ เพื่อเน้นเจาะตลาดองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ธุรกิจปล่อยเช่า เครื่องถ่ายเอกสาร ร้านศูนย์ถ่ายเอกสาร รวมไปถึงกลุ่มสถาบันศึกษา และหน่วยงานราชการ พร้อมกับให้การรับ ประกันเครื่องแบบ on-site service ระยะเวลา 1 ปี ซึ่งลูกค้าสามารถขยายระยะเวลาคุ้มครองได้นานถึง 5 ปี เพื่อนำสินค้าของเอปสันสอดแทรกเข้าไปในตลาดให้เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าสำหรับผู้บริโภค และเพื่อทดแทนเลเซอร์พรินเตอร์ รวมถึงเครื่องถ่ายเอกสารที่ยังใช้อยู่ในองค์กรธุรกิจต่างๆ ได้” น

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

FameLab Thailand 2019 ศึกการแข่งขันเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ในรูปแบบที่คนทั่วไปเข้าใจง่าย ปีที่ 4

Published

on

บริติช เคานซิล ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มทรู สวทช. สวทน. อพวช. เดอะ สแตนดาร์ด และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัว “FameLab Thailand 2019” การแข่งขันนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์บนเวทีระดับโลก ปีที่ ในประเทศไทย เพื่อร่วมค้นหาสุดยอดนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ตัวแทนประเทศไทยร่วมแข่งขัน ณ สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 3-9 มิถุนายน 2562พร้อมเชิญ FameLab Ambassadors ตัวแทนนักวิทยาศาสตร์ เจนเนอเรชั่น นำโดย ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศ.นพ.วรศักดิ์  โชติเลอศักดิ์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ และผู้ได้รับทุน Newton Fund และ เฌอปราง อารีย์กุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาเคมี วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมแชร์มุมมองถึงความสำคัญของ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” เพื่อการพัฒนาสังคมและประเทศ

จากซ้าย: เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48), ศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, คุณแอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย, ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงาน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ทักษะ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” เป็นสิ่งสำคัญสำหรับบุคลากรที่อยู่ในแวดวงวิทยาศาสตร์ เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ ต้องมีความสามารถในการสื่อสารให้บุคคลทั่วไปเห็นถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์แต่ละสาขา และบทบาทที่ต่างกันในการขับเคลื่อนประเทศ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์จะเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้บุคคลทั่วไปได้เข้าใจถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ในฐานะตัวแปรสำคัญ   ในการพัฒนาสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจประเทศ โดยโครงการ FameLab ทำหน้าที่สำคัญในการเชื่อมบุคลากรในแวดวงวิทยาศาสตร์ เข้ากับคนทั่วไปในสังคม ทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าถึงง่าย ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ และในเรื่องการผลักดันวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

คุณแอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า FameLab คือ เวทีการแข่งขันนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ ให้สนุก และเข้าใจง่ายภายใน นาที ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีที่ ที่จัดขึ้นในประเทศไทย เพื่อค้นหาตัวแทนไปร่วมแข่งขันในงานเทศกาลวิทยาศาสตร์ระดับโลก (Cheltenham Science Festival) ณ ประเทศอังกฤษ ซึ่ง FameLab Thailand 2019 เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ บริติช เคานซิล ร่วมมือกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทรู คอร์ปอเรชั่น และหน่วยงานพันธมิตรอีกมากมาย ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ในฐานะหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมส่งวิดีโอบอกเล่าวิทยาศาสตร์ใน นาที ผ่านทางเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th/famelab ได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 มีนาคม 2562 และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพื่อหาผู้ชนะในประเทศไทย จะถูกจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยตัวแทนของประเทศไทยจะได้เข้าร่วมแข่งขันบนเวทีระดับโลก  “Cheltenham Science Festival” ในวันที่ 3 – มิถุนายน 2562 ณ สหราชอาณาจักร

ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงาน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้านสื่อสารโทรคมนาคม กลุ่มทรูเล็งเห็นความสำคัญของการสื่อสาร ที่จะสามารถสร้างคุณค่าและประโยชน์ต่อสังคม และเป็นเครื่องมือที่จะช่วยในการแบ่งปันองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศ การสื่อสารวิทยาศาสตร์จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ได้เข้าใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบตัว เวที FameLab เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการนำเสนอ การสื่อสารวิทยาศาสตร์” ให้คนรับรู้ว่าวิทยาศาสตร์   ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยากเสมอไป ปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่ทาง ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมสนับสนุนโครงการ FameLab ซึ่งถือเป็นโครงการที่สอดคล้องกับพันธกิจของกลุ่มทรู ที่มุ่งมั่นสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร โดยจะนำศักยภาพด้านการสื่อสารของกลุ่มทรู สนับสนุนการประชาสัมพันธ์โครงการให้ไปถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ ผ่านช่องรายการ ของทรูวิชั่นส์ / True4You / TNN 24 / True ปลูกปัญญา รวมถึง Social Media ของกลุ่มทรู นอกจากนี้ จะทำการถ่ายทอดสดการแข่งขัน FameLab รอบชิงชนะเลิศผ่านช่องทรูปลูกปัญญา ซึ่งเป็นช่องรายการยอดนิยมสำหรับเยาวชนและคนในวงการการศึกษาทั่วประเทศอีกด้วย

สัมภาษณ์ Brand Ambassador 3 คน 3 Generation

เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48) ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่สนใจและศึกษาวิทยาศาสตร์ กล่าวในฐานะ FameLab Ambassador ว่า การสื่อสารวิทยาศาสตร์ หรือ Science communicationเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ทำให้คนทั่วไปได้เปิดโลกทัศน์มากขึ้น ทำให้ได้เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว เพราะวิทยาศาสตร์ คือ ศาสตร์ที่อธิบายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งการสื่อสารวิทยาศาสตร์ เป็นทักษะสำคัญในการศึกษาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมีที่กำลังศึกษาอยู่ปัจจุบัน เพราะต้องเล่าเรื่องราวที่ได้ค้นคว้า นำมาเรียบเรียง ย่อยข้อมูล และนำเสนอข้อมูลให้ผู้อื่นเข้าใจ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีพื้นฐานวิทยาศาสตร์มาก่อน ซึ่งการสื่อสารวิทยาศาสตร์ ยังเป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้คนที่รู้สึกว่าวิทยาศาสตร์ไกลตัว กลับมาให้ความสนใจมากขึ้นด้วย โดยเวที FameLab ถือเป็นเวทีที่ท้าทายสำหรับผู้ที่มีความสนใจทางวิทยาศาสตร์ทุกคน ได้เข้ามาทดสอบความสามารถด้านการสื่อสาร และ FameLab ยังถือเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนที่มีความสนใจในวิทยาศาสตร์เหมือนกัน ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอีกด้วย
ด้าน ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ก็ได้กล่าวถึงกิจกรรม FameLab Thailand 2019 นี้ว่าเป็นกิจกรรมที่ดี เพราะเชื่อมั่นว่า วิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต้องจำกัดในเรื่องอายุ ใครที่ชอบในการเรียนรู้ ก็สามารถเข้าใจมันได้
ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชพันธุศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ก็ได้พูดถึงประสบการณ์ เคล็ดลับว่า ต้องเชื่อว่าการสื่อสารวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมนุษย์มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเราสามารถถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น ต่อยอดเจริญก้าวหน้าไปได้ ถ้าเราสามารถสื่อสารถ่ายทอดสิ่งสำคัญไปให้รุ่นถัดไปได้ รุ่นถัดไปก็จะสามารถต่อยอดได้อย่างรวดเร็วและพัฒนาโลกได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมส่งวิดีโอบอกเล่าวิทยาศาสตร์ใน นาที ผ่านทางเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th/famelab ได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 มีนาคม 2562 โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพื่อหาผู้ชนะในประเทศไทย จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัวลำโพงรุ่นใหม่ “BeoSound EDGE” จาก BANG & OLUFSEN ชูดีไซน์สุดหรูพร้อมเทคโนโลยีเด่นจัดเต็ม!

Published

on

อาร์ทีบีฯ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Gadget พร้อมรุกผนึกกำลังเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท เอชดับบลิว เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำเข้าและดำเนินการร้าน Bang & Olufsen เปิดตัวนวัตกรรมลำโพงตั้งพื้น/แขวนผนังระดับพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุด “BeoSound EDGE” โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ B&O ด้วยดีไซน์ใหม่ในรูปทรงเหรียญปอนด์ โดดเด่นอย่างมีสไตล์ ผสานเข้ากับเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำมากมายที่พัฒนาขึ้นสำหรับลำโพงโดยเฉพาะเป็นครั้งแรก ทั้ง Active Bass Port และระบบเสียงรอบทิศทาง ที่จะตอบสนองไลฟ์สไตล์คอเพลงยุคใหม่โดยเฉพาะ

BeoSound EDGE

BeoSound EDGE เป็นลำโพงไร้สายระดับพรีเมี่ยม ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ในการฟังเพลง มาพร้อมกับแนวคิดการดีไซน์จากนักออกแบบชื่อดัง MICHAEL ANASTASSIADES ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากเหรียญหนึ่งปอนด์ของประเทศอังกฤษ ผสานเข้ากับเทคโนโลยี IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฟังเพลงทั้งในเรื่องคุณภาพเสียง และการใช้งานที่ง่ายดายและสนุกสนานยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี Active Bass Port ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Bang & Olufsen ที่เป็นระบบเพิ่ม – ลด เสียงเบสตามความดังของเพลง การทำงานคล้ายกับสปอยเลอร์ของรถสปอร์ต ที่เมื่อเสียงเพลงดังขึ้น และต้องการเบสมาก ก็จะเปิดตัวพอร์ทนี้เพื่อให้ความดังเบสออกมารองรับอย่างเหมาะสม ในขณะที่เมื่อเพลงเบาลง ก็จะสามารถปิดเพื่อไม่ให้เสียงเบสมีมากเกินจนกลบย่านกลางและสูง เหลือเพียงเสียงใส สะอาด ตามฉบับ B&O ได้เหมือนเดิม นอกจากนั้น BeoSound Edge ยังมาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 360 องศา มาพร้อมกับ Woofer 200 วัตต์สองตัว, Midrange 100 วัตต์สองตัว, และ Tweeter 100 อีกสองตัว ช่วยให้การขับเสียงเบสได้อย่างทรงพลังยิ่งขึ้น

โดยสามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่าน Bluetooth รวมไปถึงเชื่อมต่อผ่านแอปฯ BANG & Olufsen ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือจะเชื่อมต่อแบบ Streaming AirPlay และ Chromecast ก็ทำได้อย่างสะดวกสบายเช่นกัน โดยวางจำหน่ายในราคา 139,000 บาท ซึ่งเป็นราคามาตราฐานที่เท่ากันทั่วโลก

นอกจากนี้ยังมี Gadget สุดล้ำต่าง ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของ B&O ไม่ว่าจะเป็น Bang & Olufsen BeoVision Eclipse OLED TV ที่สามารถหมุนได้ 360 องศาก็ล้ำไม่แพ้กันเลยทีเดียว

ซึ่งการร่วมมือกันระหว่างสองบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน จะทำให้กลยุทธ์ในการขยายตลาดของแบรนด์ B&O ประสบความสำเร็จ และทั้งสองตั้งเป้าไว้ว่า จะเพิ่มยอดขายโดยรวมให้ได้ 200% ในปี 2020

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

กสทช. เปิดคืนใบอนุญาต “ดิจิทัลทีวี” อย่างเป็นทางการ – ประกาศแผนคลื่น 700 MHz

Published

on

By

ฐากร ตัณทสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. ได้กล่าวว่า กสทช. จะพิจารณาเรียกคืนคลื่นความถี่ 694-790 MHz ซึ่งตอนนี้ใช้โดยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล มาจัดสรรใหม่เพื่อรองรับบริการ 5G และนำเงินที่ได้จากการประมูลชดเชยธุรกิจทีวีดิจิทัล

ซึ่ง ..นที ศุกลรัตน์ ได้ทำร่างหลักเกณฑ์ทั้งการเยียวยาและการประมูลคลื่น 700 MHz เสนอเข้าที่ประชุมบอร์ดกสทชในวันที่ 15 ที่ผ่านมา โดยต้องการ ชดเชยการเสียประโยชน์จากการใช้คลื่น 700 MHz ให้ผู้เกี่ยวข้องในด้านทีวีดิจิทัลดังนี้

  • ชดเชยทีวีดิจิทัลไม่ต้องจ่ายเงินค่างวดประมูล 2 งวดสุดท้ายที่เหลืออยู่
  • ชดเชยค่าเช่า MUX (เครื่องส่งและเสาส่งสัญญาณ) และค่าเช่าสัญญาณดาวเทียมที่ช่องทีวีดิจิทัลต้องแบกรับภาระ
  • ผู้ประกอบการ MUX ได้รับเงินชดเชยการย้ายคลื่น หรือถูกเรียกคืนคลื่นบางส่วน
  • เงินสนับสนุนด้านทำ TV Rating

ส่งผลให้ผู้ประกอบการช่องทีวีดิจิทัลไม่ต้องจ่าย 1.6 หมื่นล้านบาทจาก 2 งวดสุดท้ายของค่าประมูล และเปิดทางให้ คืนใบอนุญาต ได้

ทั้งนี้ยังไม่ลดตัวว่าจะมีการประมูลคลื่นความถี่ 700 MHz จำนวนกี่ใบ โดยจะต้องพิจารณาจาก ช่วงคือ ย่านรับ 703-738 MHz และ ย่านส่ง 758-793 MHz โดยมีจำนวนแบนด์วิดท์รวมทั้งสิ้น 2×35 MHz กำหนดระยะเวลาจ่ายเงิน 10 ปี 9 งวด

ส่วนระยะเวลาการขยายเครือข่าย และราคาเริ่มต้นประมูล ยังไม่มีข้อสรุป ต้องรอการทำงานของคณะทำงาน กสทช. ก่อน

อ้างอิง Positioningmag

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!