Connect with us

ข่าววงการถ่ายภาพ

เปิดตัวตึกเลนส์ ร้านกล้องหน้าตาเก๋จาก World Camera

Published

on

เวิลด์คาเมร่าเปิดตัว World Camera Center ร้านขายอุปกรณ์ด้านการถ่ายภาพครบวงจรสาขาที่ 3 ในย่านปิ่นเกล้า (ตึกอยู่ระหว่าง Lotus ปิ่นเกล้ากับเซ็นทรัลปิ่นเกล้า) จุดเด่นอยู่ที่ตัวอาคารออกแบบให้เหมือนเลนส์ของกล้องถ่ายภาพ โดย 6 ชั้นภายในตึกแบ่งพื้นที่ใช้สอยออกตามแบรนด์กล้องต่างๆ

ด้านหน้าของตึกเลนส์ ปิ่นเกล้า

นายเรืองกิจ จึงทวีศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์คาเมร่า กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า สาขาเวิลด์คาเมร่า เซ็นเตอร์ 3 ปิ่นเกล้า หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ตึกเลนส์  สาขาใหม่แห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับเซ็นทรัล พลาซา ปิ่นเกล้า โดยใช้พื้นที่ในการก่อสร้างทั้งหมด 600 ตรม. โดยแบ่งออกเป็น 6 ชั้น ชั้น 1-5 จัดแสดงสินค้า ชั้นละ 100  ตารางเมตร ส่วนชั้นที่ 6 เป็นพื้นที่การเรียนรู้ [learning Center] มูลค่าการลงทุน 60 ล้านบาท

สาขานี้ถือเป็นร้าน World Camera แบบตั้งอยู่เดี่ยวๆ ไม่ได้อยู่ในห้าง สาขาที่ 3 แล้ว โดยสาขา 1 คือเวิลด์คาเมร่า เซ็นเตอร์ สาขาเจริญกรุง 393 สาขา 2 เวิลด์คาเมร่า เซ็นเตอร์ ลาดพร้าว ในส่วนของการออกแบบด้านหน้าทางบริษัทฯ มองว่าในประเทศไทย ยังไม่มีตึกที่ดีไซน์เป็นรูปทรงเลนส์ ถือว่าบริษัทฯ เป็นที่แรกและที่เดียวในประเทศไทย กับการออกแบบเป็นรูปทรงเลนส์สีดำ นอกจากจะสร้างความจดจำแล้ว ยังสร้างความแปลกใหม่ โดยคาดหวังว่าจะเป็นสีสันให้กับวงการถ่ายภาพ

เรืองกิจ จึงทวีศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์คาเมร่า กรุ๊ป จำกัด

รายละเอียดทั้ง 6 ชั้นของตึกเลนส์

ชั้น 1 FUJI PRO CORNER ที่นี่รวบรวมกล้องและเลนส์ฟูจิ ตั้งแต่ New Entry จนถึงระดับ Professional มีกล้องและเลนส์ให้ทดลอง และยังมีบริการปริ้นภาพถ่าย มีแกลอรี่โชว์ภาพจากช่างภาพที่ มีชื่อเสียงให้ท่านได้เดินชม

ชั้น 2 โซนตกแต่งกล้อง มีตั้งแต่เลนส์ค่ายอิสระหลากหลายยี่ห้อ ทั้งออโต้โฟกัส และมือหมุนให้ได้ทดลอง แฟลชยี่ห้ออิสระ กระเป๋ากล้อง สายคล้องคอ ขาตั้ง และอื่นๆ อีกมากมาย อยากให้ออเดอร์อะไร หรืออยากได้สินค้าหายาก World Camera พร้อมยินดีให้บริการ

ชั้น 3 World Of Nikon เมื่อท่านเข้ามาสัมผัสบรรยากาศที่ชั้น Nikon สิ่งแรกที่จะเห็นคือแผนที่โลก เพื่อบ่งบอกว่ากล้อง Nikon อยู่ทุกที่ทั่วโลก และอยู่ที่เวิลด์คาเมร่า ตอกย้ำคอนเซ็ป World Of Nikon ด้วยสีสันที่บ่งบอกเอกลักษณ์ Nikon บรรยากาศที่สร้างความเป็นตัวตน Nikon โดยใช้สีเหลืองทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีกล้องและเลนส์ให้ ท่านได้ทดสอบ ตั้งแต่ระดับมือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพ

ชั้น 4 Sony Lens Core Shop เลือกตัวที่ใช่ด้วยตัวคุณเอง แหล่งรวมสินค้า Sony ตั้งแต่มือใหม่เริ่มต้นไปจนถึงช่างภาพระดับมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ สินค้าหายาก เลนส์ Super Hi-End รวมทั้งอุปกรณ์ที่รองรับกล้อง SONY รุ่นต่างๆ

ชั้น 4 Olympus Pro Corner (อยู่ถัดจากโซน Sony ไป) รวบรวมกล้องและเลนส์และอุปกรณ์ ต่างๆ ของ Olympus เพื่อให้ทดลอง รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำ ทางด้านการใช้งาน และเทคนิคการถ่ายภาพ มี Galleryภาพถ่ายจากช่างภาพชื่อดัง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กั บคนถ่ายภาพในการถ่ายภาพ

ชั้น 5  Canon Image Square (CIS) สาขาใหม่ล่าสุด ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เปิดแล้วเป็นที่แรกในกรุงเทพมหานคร ขอเชิญมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ไปกับแคนนอน ทั้งสินค้ารุ่นใหม่ให้ทดลอง พร้อมคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ และบริการที่มาตรฐาน

ชั้น 6  Learning Center สถานที่ที่ลูกค้าเวิลด์คาเมร่า สามารถเข้ามาใช้บริการอบรมถ่ายภาพฟรี โดยเราจะจัดทุกสัปดาห์ หมุนเวียนเปลี่ยนไป บริษัทฯหวังว่าที่นี่จะเป็นรวมพลคนรักถ่ายภาพ ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพ โดยหมุนเวียนสับเปลี่ยนช่างภาพเพื่อมาให้ความรู้ พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์การถ่ายภาพ รวมทั้งข้อมูลการใช้งาน เพื่อเป็นประโยชน์กับลูกค้าที่ จะเติบโตเป็นนักถ่ายภาพในอนาคต

ภาพรวมธุรกิจถ่ายภาพในไทย

ก่อกิจ จึงทวีศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์คาเมร่า กรุ๊ป จำกัด

นายก่อกิจ จึงทวีศิลป์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวิลด์คาเมร่า กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “เวิลด์คาเมร่า” พร้อมขยายอีก 3 สาขาภายในปี 2560 ในปีนี้ยอดขายไตรมาสแรก เติบโตขึ้นคิดเป็นร้อยละ 29% เมื่อเทียบกับ ปี 2559 โดยแบ่ง Mirorless เติบโตขึ้นร้อยละ 26%  เติบโตจากสินค้าราคา 20,000 – 35,000 บาท กล้องเป็นมือใหม่ไปจนถึงระดับกลาง ตอบรับกล้องในแต่ละค่ายได้เปิดสินค้าใหม่ ๆ ในปีนี้ จึงทำให้ตลาด Mirrorless เติบโตขึ้น

ในส่วนของ DSLR โตขึ้นร้อยละ 31% ในปีนี้ DSLR จากหลายค่ายอาทิ CANON, NIKON ก็ออกรุ่นที่ราคา 24,000 – 40,000 บาทเพิ่มมากขึ้น อาทิ CANON EOS 200D, CANON EOS 800D, NIKON D850 เพื่อให้เป็นทางเลือกให้กับน้องๆ นักศึกษา และกลุ่มวัยทำงานที่หันมาถ่ ายภาพเป็นงานอดิเรกเพิ่มมากขึ้น ในปีนี้ยังมีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ที่กำลังเป็นกระแสในประเทศไทย ก็คือ โดรนยี่ห้อ DJI โดยช่างภาพส่วนใหญ่หันมาถ่ายภาพทางอากาศเพิ่มมากขึ้น (aerial photography) ซึ่งเวิลด์คาเมร่าได้เป็นตัวแทนจำหน่าย DJI เพื่อให้บริการครบวงจรทั้งในเรื่องการบริการ และการให้ความรู้การบิน โดยทางบริษัทหวังว่าปีนี้ ยอดขายรวมจะสูงถึง 1,900 ล้านบาท และในปี 2561 คาดหวังว่าจะทำยอดให้บริษัทสูงถึง 2,300 ล้านบาท

ผู้บริหารแบรนด์กล้องต่างๆ ร่วมแสดงความยินดีกับ World Camera

“ในปี 2561 บริษัทฯ เดินหน้าพร้อมบุกตลาดออนไลน์เต็มรูปแบบ ใช้กลยุทธ์การขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ โดยเชื่อมต่อออนไลน์และออฟไลน์ เข้าด้วยกัน (ออมนิชาแนล) เพื่อรองรับลูกค้าที่นิยมซื้อสินค้าออนไลน์ ทดลองสินค้าที่สาขา เช็คราคาก่อนตัดสินใจ รวมทั้งการบริการหลังการขาย ที่เชื่อมออนไลน์ให้กับออฟไลน์ ไปในทิศทางเดียวกัน สิ่งที่คาดหวังที่สาขานี้ ทางบริษัทฯ อยากให้ลูกค้าเข้ามาทดสอบสินค้า เพราะที่นี่มีเดโมให้ทดสอบก่อนการตัดสินใจซื้อ มาเดินเล่น เดินชมแกลอรี่ในแต่ละชั้น หรือมานั่งพูดคุยกันภาษาคนชอบถ่ายภาพ สิ่งสำคัญ อยากให้มีความสุขกับแบรนด์ที่คุณรัก เราจึงขอเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างแรงบันดาลใจ ให้ความรู้กับผู้ที่ใช้กล้องอย่างเต็มประสิทธิภาพ”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement

ข่าววงการถ่ายภาพ

จบหลังกล้องที่แท้ทรู Zeiss ZX1 กล้อง Full-frame Compact พร้อม Lightroom ในตัว

Published

on

Zeiss ก้าวไปอีกขั้นด้วยกล้องใหม่ Zeiss ZX1 ที่ใช้เซนเซอร์ 37.4 ล้านพิกเซลแบบ Full-frame มาพร้อมเลนส์ Zeiss Distagon F2 35 mm แบบถอดเปลี่ยนไม่ได้ พร้อมจอยักษ์ขนาด 4.3 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล ซึ่งจอใหญ่ขนาดนี้ก็สามารถใช้ระบบปฏิบัติการ Android พร้อมมีแอป Adobe Photoshop Lightroom CC เพื่อให้ผู้ใช้สามารถแต่งภาพอย่างโปรได้ในกล้องเลย ขุ่นพระ จบหลังกล้องที่แท้ทรู

สเปคของ Zeiss ZX1 นั้นประหลาดมาก มันเหมือนส่วนผสมระหว่างกล้องถ่ายรูปกับสมาร์ทโฟน คือกล้องตัวนี้ไม่มีช่องใส่การ์ดเพิ่ม แต่มีหน่วยความจำในตัวมา 512 GB ซึ่ง Zeiss บอกว่าสามารถเก็บภาพ RAW ได้ 6,800 รูป ส่วน JPEG ได้มากกว่า 50,000 รูป และสามารถโอนรูปเข้าแฟลชไดร์ฟหรือหน่วยความจำภายนอกผ่าน USB-C ในตัวกล้องได้เลย (ก็เป็น Android นี่เนอะ) นอกจากนี้กล้องยังมาพร้อม Wi-Fi และ Bluetooth ในตัว

มาดูสเปคที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพกันบ้าง ตัวเลนส์ 35 mm f/2 นั้นสามารถถ่ายภาพได้ใกล้สุด 30 cm แต่กล้องไม่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวใดๆ ทั้งนั้น ทำให้การถ่ายวิดีโอ 4K 30 fps อาจจะต้องอาศัยอุปกรณ์ช่วยให้ภาพไม่สั่น และในส่วนของช่องมองภาพเป็นจอ OLED ให้ความละเอียด 1920 x 1080 pixel กำลังขยาย 0.74x แต่น่าเสียดายว่า Zeiss ZX1 นั้นไม่มีแฟลชในตัว ต้องต่อแฟลชนอกผ่าน Hot-shoe อย่างเดียว

ที่น่าสนใจคือด้านหลังกล้องแทบไม่มีปุ่มอะไรเลย ใช้การควบคุมผ่านจอสัมผัสเป็นหลัก ก็ต้องรอดูรีวิวกันต่อไปว่ามันจะถ่ายภาพได้ดีแค่ไหน บอกตรงๆ แอดก็ไม่ค่อยเชื่อใจ Android ว่ามันจะเหมาะสำหรับการใช้กับกล้องถ่ายรูป มันอาจจะทำให้แบตหมดเร็วมากก็ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นกล้องที่แปลก สามารถแต่งภาพอย่างโปรได้ในกล้องเลย ซึ่งคุณภาพภาพก็น่าจะหายห่วงเพราะ Zeiss ทำเอง

ส่วนราคายังไม่ประกาศครับ เราเดาว่าอยู่หลักแสนบาทแน่นอน ซึ่งจะวางขายช่วงต้นปีหน้าครับ

อ้างอิง: DPreview

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการถ่ายภาพ

ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย GoPro HERO6 อัปเดตล่าสุดให้กันสั่นแย่กว่าเฟิร์มแวร์เก่า แล้ว HERO7 ก็ปรับให้ดีขึ้น

Published

on

หลังจาก GoPro HERO7 Black เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยชูจุดเด่นว่าเป็นกล้อง GoPro ที่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวยอดเยี่ยมที่สุด ให้ภาพนิ่งเหมือนกับนั่งอยู่บนพรมวิเศษ ทำให้เราย้อนคิดถึงเมื่่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตอนที่เฟิร์มแวร์ 2.01 ของ GoPro HERO6 ออกมา (ตอนนี้ก็ยังเป็นรุ่นใหม่ที่สุดอยู่) ซึ่งได้รับเสียงบ่นจากผู้ใช้ว่าทำให้ประสิทธิภาพของระบบกันสั่นลดลงเมื่อเทียบกับเฟิร์มแวร์ 1.60 เดิม

ในบันทึกการเปลี่ยนแปลงของ Firmware 2.01 ของ GoPro HERO6 ระบุว่ามีการเปลี่ยนแปลงระบบป้องกันภาพสั่นไหวของวิดีโอใหม่ให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น และถ่ายวิดีโอกลางคืนดีขึ้น ซึ่งผลก็คือเวลาเดินถ่ายกลายเป็นมีการสั่นไหวแบบเห็นจังหวะเดิน ในขณะที่เฟิร์มแวร์ 1.60 จะให้ภาพที่นิ่งกว่าเหมือนใส่ Gimbal อยู่ ซึ่งลองดูจากวิดีโอข้างล่างนี้ได้เลย

และเมื่อ GoPro HERO7 ออกมาก็มีการปรับปรุงระบบป้องกันภาพสั่นไหวให้ได้ภาพนิ่งที่สุดอีกครั้ง (โดยที่ยังไม่แก้ปัญหากับ HERO6 เดิมเลย) ซึ่งถ้าเอา HERO6 ที่ใช้เฟิร์มแวร์ 2.01 ไปเทียบกับ HERO7 จะเห็นว่าระบบป้องกันภาพสั่นไหวนั้นแตกต่างกันมาก

แล้วถ้าเอา GoPro HERO6 ที่ใช้เฟิร์มแวร์ 1.60 ไปเทียบกับ GoPro HERO7 ล่ะ เราก็มีวิดีโอเปรียบเทียบจากช่อง TheEMPChannel (ช่องของคนไทยนี่แหละ) ก็จะเห็นว่าความสามารถในการป้องกันภาพสั่นไหวนั้นสู้กันได้เลย แม้จะไม่นิ่งเท่า HERO7 ตัวใหม่ แต่ก็ไม่ได้แตกต่างแบบเห็นได้ชัดเหมือนเหมือน HERO6 ที่ใช้เฟิร์มแวร์ 2.01

ก็ได้แต่คิดแล้วก็สงสัยต่อไป เอ๋ ทำไม GoPro ต้องดาวน์เกรดความสามารถในการป้องกันการสั่นไหวใน HERO6 นะ ส่วนใครที่มี HERO6 ที่ยังเป็นเฟิร์มแวร์เดิมอยู่ เราแนะนำว่าอย่าอัปเลยดีกว่าครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการถ่ายภาพ

เผยโฉม Ricoh GR III เมื่อตำนานกล้องเล็กคุณภาพโคตรดีกลับมาแล้ว!

Published

on

รูปเดียวของ Ricoh GR III ที่เรามีตอนนี้

หลังจากปล่อยให้แฟนๆ ของ Ricoh GR รอกล้องรุ่นใหม่มานานกว่า 3 ปี ในที่สุดริโกก็เผยโฉม Ricoh GR III ที่กำลังพัฒนาอยู่ โดยพัฒนาไปจาก GR II ในหลายจุด โดยเฉพาะจุดที่แฟนๆ ต้องการมากที่สุดคือเปลี่ยนเซนเซอร์ใหม่ เพิ่มระบบป้องกันภาพสั่นไหว 3 แกนที่เซนเซอร์ลงไป ปรับปรุงเลนส์ใหม่ให้เหมาะกับเซนเซอร์ใหม่ มีระยะมาโครสั้นลงไปอีก ระบบโฟกัสแบบ Phase Detection ทำให้โฟกัสรวดเร็วขึ้น และหน้าจอสัมผัสด้วย

Ricoh GR 3 ก็ยังคงเป็นกล้อง Premium Compact เหมือนต้นตระกูลของมันครับ แต่กลับมาคราวนี้ตัวเล็กลงกว่าเดิม เหลือขนาดแค่ 109.4 × 61.9 × 33.2mm (GR II มีขนาด 117 x 63 x 35 mm) ซึ่งนึกภาพตามง่ายๆ ก็กล้องขนาดเท่าฝ่ามือ สามารถพกใส่กระเป๋ากางเกงได้ แต่มาพร้อมเซนเซอร์ขนาด APS-C ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล และเลนส์เทียบเท่า 28 mm f/2.8 ที่ซูมไม่ได้ เน้นเดินเข้าหาตัวแบบเพื่อถ่ายภาพตาม DNA กล้องสตรีทของมัน ซึ่งความเล็กและคุณภาพภาพนิ่งที่เกินตัวของมัน ทำให้ Ricoh GR มีแฟนๆ อยู่ทั่วโลกครับ เพราะมันแทบจะไม่มีคู่แข่งโดยตรงเลย ตระกูล Sony RX100 ก็เซนเซอร์เล็กกว่านี้เยอะ คุณภาพภาพสู้กันไม่ได้ หรือตระกูล Fuji X100 ก็ตัวใหญ่และหนักกว่านี้มาก ไม่สามารถพกติดกระเป๋าได้ทุกวันอย่าง GR ตอนนี้จะมีแค่ Fuji XF10 เท่านั้นที่เป็นคู่แข่งโดยตรง

สรุปสเปคของ Ricoh GR III

  • เซนเซอร์ขนาด APS-C ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว 3 แกน ที่สามารถจำลองการทำงานของฟิลเตอร์ Anti aliasing ได้ และระบบป้องกันฝุ่นติดเซนเซอร์
  • ระบบโฟกัสแบบ Phase detection ทำให้โฟกัสได้รวดเร็วกว่ารุ่นเดิม
  • เลนส์ 18.3 mm (ความยาวโฟกัสเทียบเท่า 28 mm) f/2.8 โดยเป็นเลนส์ทางยาวโฟกัสเดี่ยว ซูมไม่ได้ ระยะมาโครที่ 6 ซม. ใกล้กว่าของเดิมที่ 10 ซม.
  • ถ่ายวิดีโอได้ 1080p 60 fps
  • หน้าจอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว
  • น้ำหนักรวมแบตเตอรี่ 257 กรัม
  • มี Hot-shoe ต่อแฟลชนอกได้ แต่ไม่มีแฟลชในตัวกล้องแล้ว (ก็แลกมาด้วยขนาดกล้องที่เล็กลงนะ)
  • หน่วยความจำภายใน 2 GB (เยอะมาก)
  • ใช้พอร์ต USB-C เชื่อมต่อ ชาร์จกล้อง และต่อภาพออกทีวี
  • รายละเอียดต่างๆ ยังออกมาไม่ครบ เพราะกล้องกำลังพัฒนาอยู่ ส่วนกำหนดวางขายอยู่ต้นปี 2019

Ricoh GR นั้นกำเนิดมาตั้งแต่ 1996 ในฐานะกล้องฟิล์มขนาดเล็กที่ใช้เลนส์คุณภาพสูงครับ ซึ่งก็สร้างชื่อมาตั้งแต่ยุคฟิล์มด้วยความคมของเลนส์ที่คมตั้งแต่กลางภาพยันขอบภาพ และการควบคุมที่เข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ได้รวดเร็ว (โดยเฉพาะใน GR ยุคดิจิตอลตัวหลังๆ) ทำให้ถูกใจช่างภาพสายสตรีทมาก เพราะสามารถกำหนดระยะโฟกัสรอไว้ก่อน แล้วเดินเข้าไปถ่ายภาพในระยะที่คาดว่าภาพจะชัดได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาหาโฟกัสอีก

ในฐานะที่แอดเป็นแฟน Ricoh GR มาขนาดนี้ เราต้องตามหา Ricoh GR 3 มารีวิวแน่นอน

อ้างอิง: Ricoh

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!