Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

Dell EMC ส่งโซลูชัน HCI ชั้นนำของอุตสาหกรรม เพิ่มกลุ่มผู้ใช้งานบน PowerEdge

Published

on

สายผลิตภัณฑ์ระบบโครงสร้างแบบ ไฮเปอร์-คอนเวิร์จ (Hyper-Converged Infrastructure (HCI) portfolio) ชั้นนำในอุตสาหกรรม ของเดลล์ อีเอ็มซี ยกระดับประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยอุปกรณ์ Dell EMC HCI บนเซิร์ฟเวอร์ที่ชนะเลิศรางวัล คือ Dell EMC PowerEdge เจเนอเรชันที่ 14 ที่ออกแบบมาใหม่ล่าสุด

ด้วยแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุดของ เซิร์ฟเวอร์ PowerEdge ที่ออกแบบและรองรับการใช้ HCI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยให้ลูกค้าในองค์กรธุรกิจทุกขนาด สามารถคาดหวังถึงประสิทธิภาพที่ทรงพลังยิ่งขึ้นไปอีก พร้อมคาดการณ์ได้ ด้วยความสามารถในการตั้งค่าการใช้งานแอปพลิเคชันซอฟต์แวร์สำคัญด้านธุรกิจได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น บน อุปกรณ์ VxRail และ XC Series

“ลูกค้าหลายรายที่กำลังปฏิรูประบบไอที หันมาใช้ ระบบ Hyper-Converged Infrastructure (HCI) กันมากขึ้น เนื่องจากเป็นพื้นฐานในอุดมคติ ที่สร้างความเรียบง่ายให้กับระบบไอทีในปัจจุบันและในอนาคต” นายอโณทัย เวทยากร รองประธานบริหาร เดลล์ อีเอ็มซี ภูมิภาคอินโดจีน กล่าว “HCI ออกแบบมาด้วยลักษณะโครงสร้าง Software-Defined Infrastructure จึงให้ประสิทธิภาพสูงสุด และให้ความน่าเชื่อถือด้วยวิศวกรรมที่ช่วยให้ซอฟต์แวร์ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ได้อย่างสอดประสาน พร้อมเลือกใช้ Configuration อย่างเหมาะสมมากที่สุด อุปกรณ์ HCI ที่ควบรวมการทำงานได้อย่างครบวงจรในตัวผ่านการทดสอบและพิสูจน์ความสามารถมาเป็นอย่างดี ช่วยให้ลูกค้าดำเนินการพร้อมขยายศักยภาพโครงสร้างไอทีได้ง่าย รองรับด้วยประสิทธิภาพและความน่าเชี่อถือที่วางใจได้ ช่วยให้องค์กรด้านไอทีตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

จากการวิจัยของไอดีซี HCI เป็นระบบโครงสร้างแบบ Converged Infrastructure (CI) ที่เติบโตเร็วที่สุด จวบจนปัจจุบันอัตราการเติบโตของรายได้ทั่วโลกปีต่อปี สำหรับไตรมาสที่ 2 ของปี 2017 อยู่ที่ 48.5 เปอร์เซ็นต์  โดยคิดเป็น 25 เปอร์เซ็นต์ ของโซลูชันระบบโครงสร้างแบบ Converged Infrastructure ที่ขายอยู่ทั้งหมดในปัจจุบัน  ผลวิจัยจากไอดีซี ชี้ให้เห็นว่า เดลล์ อีเอ็มซี เป็นเบอร์ 1 ในระบบ HCI ทั่วโลก โดยคิดเป็น 29 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ในการจำหน่ายระบบดังกล่าวทั้งหมดในไตรมาสที่ 2 และมีอัตราเติบโตของรายได้ปีต่อปีอยู่ที่ 149 เปอร์เซ็นต์  ทั้งนี้ Dell EMC VxRail เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ HCI ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยลูกค้ามีการนำไปใช้งานอย่างรวดเร็วจนนำไปสู่การเติบโตของรายได้ปีต่อปี มากกว่า 275 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าอัตราเติบโตในตลาดถึง 5.7 เท่า

Dell EMC VxRail และ XC Series ให้ความล้ำหน้าโดดเด่นที่มาพร้อมเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge เจเนอเรชันที่ 14

  • ปัจจุบัน เดลล์ อีเอ็มซี ได้ผสานความเรียบง่าย ความคล่องตัว รวมถึงความสามารถในการขยายศักยภาพ ทั้งหมดรวมอยู่ในสายผลิตภัณฑ์ HCI ชั้นนำของอุตสาหกรรม ด้วยขุมพลังและความยืดหยุ่นของเซิร์ฟเวอร์แบบเน็กซ์เจน ออกแบบมาเพื่อให้ใช้พลังของ HCI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  โดยมอบประสิทธิภาพ และความน่าเชื่อถือที่โดดเด่นยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเนื่องจากมีการนำ HCI ไปใช้เป็นระบบงานหลักในดาต้าเซ็นเตอร์ และใช้เป็นฐานรองรับแอปพลิเคชันและการทำเวิร์กโหลดได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
  • เซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge เจเนอเรชันที่ 14 ใช้โปรเซสเซอร์ ตระกูล Intel® Xeon® Scalable Processor ที่รองรับการขยายขีดความสามารถ รวมถึงรองรับความต้องการเฉพาะได้ 150 รายการสำหรับ software-defined storage (SDS) ที่บิวด์-อิน มาในตัว เหมาะต่อการใช้งานเฉพาะสำหรับ HCI  นอกจากนี้ยังให้การสนับสนุนที่ดีขึ้นสำหรับ SSDs ที่มีการใช้งานแบบ scale-out ช่วยให้กำหนดค่าตั้งต้นในการใช้งาน (initialization) ได้เร็วขึ้น และรวมศูนย์การบริหารจัดการดาต้าสตอเรจ เพิ่ม drive cooling ที่ให้ความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น และให้ทางเลือก common user interfaces ครอบคลุมทั้งแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์ปกติ และ HCI เพื่อความสามารถด้านการบริหารจัดการระบบของเดลล์ อีเอ็มซี
  • การอัพเกรดสายผลิตภัณฑ์ Dell EMC HCI ช่วยให้ลูกค้าใช้แอปพลิเคชันและข้อมูลได้เร็วยิ่งขึ้น ต้องขอบคุณหน่วยประมวลผลหลักที่เพิ่มขึ้น ให้ clock frequency เร็วขึ้น มีช่องใส่หน่วยความจำมากขึ้น และหน่วยความจำทำงานเร็วขึ้น ทำให้มีพลังในการประมวลผลมากขึ้นถึง 1.7 เท่า และให้แบนด์วิดธ์ภายในสูงขึ้นถึง 62 เปอร์เซ็นต์

อุปกรณ์ Dell EMC HCI รวมผลิตภัณฑ์ตระกูล Dell EMC VxRail Appliance ซึ่งขับเคลื่อนด้วย VMware vSAN™ และคิดค้นวิศวกรรมร่วมกับ VMware อีกทั้ง Dell EMC XC Series ออกแบบมาเพื่อลูกค้าที่กำลังมองหาทางเลือกในการใช้งานไฮเปอร์ไวเซอร์ รวมถึง Microsoft Hyper-V หรือ สภาพแวดล้อมในการทำงานแบบหลายไฮเปอร์ไวเซอร์  อุปกรณ์ HCI เหล่านี้ ให้วงจรการทำงานร่วมกับระบบออโตเมชันชั้นสูงได้อย่างเรียบง่าย มีซอฟต์แวร์เฉพาะที่ช่วยให้ใช้งานง่าย รวมถึงการบริหารจัดการ การขยายศักยภาพ รวมถึงการสนับสนุนและการซ่อมบำรุง ที่ช่วยให้ลูกค้าทำงานง่ายขึ้นตั้งแต่เริ่มต้น

อุปกรณ์ Dell EMC VxRail บนเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge เจเนอเรชันที่ 14

อุปกรณ์ Dell EMC VxRail บน เซิร์ฟเวอร์ PowerEdge เจเนอเรชันที่ 14 ให้ประสิทธิภาพที่คาดการณ์ได้ และให้ขุมพลังเพิ่มขึ้น ครอบคลุมการตั้งค่าที่ยืดหยุ่นได้มากถึงหลายล้านรายการ เพื่อตอบสนอง HCI use case และความต้องการด้านเวิร์กโหลดที่สำคัญในสภาพแวดล้อม VMware ได้มากยิ่งขึ้น โดยลูกค้าสามารถคาดหวังประสิทธิภาพต่อไปนี้ได้จากอุปกรณ์ VxRail

  • ให้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น สำหรับแอปพลิเคชันที่ต้องใช้ทรัพยากรระบบมาก โดยให้ค่า IOPS สูงขึ้นถึง 2 เท่า และสามารถตอบสนองได้เร็วขึ้นถึง 2 เท่า
  • ให้ประสิทธิภาพที่วางใจได้มากขึ้น ให้ระยะเวลาในการตอบสนองที่คาดการณ์ได้เร็วขึ้นถึง 9 เท่า ในระดับที่ต่ำกว่าหนึ่งมิลลิวินาที (sub-one millisecond)
  • ให้ทางเลือกมากขึ้นเพื่อนำไปใช้งานที่เหมาะสมได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเลือก Configuration ได้มากขึ้นถึงหลายล้านรายการ รวมถึงให้ทางเลือกในการประมวลผลมากขึ้น มี SATA SSDs ใหม่ ให้ความสามารถในการเชื่อมต่อเครือข่ายเพิ่มเติม และขยายการใช้ GPU ได้มากขึ้น เพื่อให้ตรงต่อความต้องการด้าน HCI ของลูกค้าโดยไม่ต้องเตรียมความพร้อมระบบล่วงหน้ามาก
  • รองรับ Software-defined NAS ด้วย Dell EMC Isilon SD Edge สำหรับรีโมทออฟฟิศ หรือการใช้งานไฟล์ตั้งแต่ระบบ edge ไปจนถึงระบบงานหลัก (edge-to-core file deployment) รวมถึงการทำ remote replication ร่วมกับ VxRail, การจัดเก็บ object บนคลาวด์ (cloud object storage) และให้ความสามารถด้านการบริหารจัดการมากมาย

อุปกรณ์ Dell EMC XC Series บนเซิร์ฟเวอร์ PowerEdge รุ่นที่ 14

Dell EMC XC Series บน เซิร์ฟเวอร์ PowerEdge เจเนอเรชันที่ 14 มอบประสิทธิภาพด้านงานเวิร์กโหลดได้เหนือชั้นขึ้นไปอีก ให้ความเร็วสูงยิ่งขึ้นในการเชื่อมต่อเครือข่าย และเลือกใช้ NVMe/SSD รุ่นใหม่ ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ ลูกค้าสามารถคาดหวังประสิทธิภาพดังต่อไปนี้ได้จากอุปกรณ์ Dell EMC XC Series ใหม่

  • เพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลเวิร์กโหลดได้อย่างยอดเยี่ยม ให้หน่วยประมวลผลต่ออุปกรณ์เพิ่มขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์
  • ให้ศักยภาพด้านการประมวลผลสูงขึ้น 93 เปอร์เซ็นต์ สำหรับวิร์กโหลดที่ต้องการ storage density เป็นหลัก
  • เพิ่มประสิทธิภาพ และรองรับจำนวนผู้ใช้งานระบบ VDI ได้มากขึ้น สำหรับความต้องการด้านการประมวลผลที่ซับซ้อนโดยให้พลัง GPU เพิ่มถึง 50 เปอร์เซ็นต์

การวางตลาด

  • สามารถสั่งซื้ออุปกรณ์ Dell EMC VxRail บน เซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge เจเนอเรชันที่ 14 ได้แล้ววันนี้ โดยเริ่มวางตลาดตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2017
  • สำหรับ Dell EMC XC Series ใน รุ่น XC630, XC740xd และ XC740 ทำงานบน เซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge เจเนอเรชันที่ 14 พร้อมจำหน่ายแล้วในวันนี้เช่นกัน

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

จบชื่นมื่น สิ้นสุดการประมูลคลื่น 1800 MHz AIS, DTAC คว้ารายละ 2×5 MHz

Published

on

วันนี้ (19 สิงหาคม 2561) กสทช. ได้จัดให้มีการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz ขึ้นที่สำนักงาน กสทช หลังจากเปิดให้ผู้ให้บริการที่สนใจยื่นซองเข้าร่วมประมูลในช่วงเดือนที่ผ่านมา ซึ่ง AIS และ DTAC ก็แสดงความสนใจเข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz โดยไม่สนใจคลื่น 900 MHz ที่เปิดให้ประมูลพร้อมกัน ด้วยเหตุผลด้านเทคนิคที่ต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันคลื่นรบกวนทำให้ต้องเพิ่มเงินลงทุนเข้าไปอีก

การประมูลวันนี้มีผู้เข้าร่วมประมูล 2 รายคือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN) และ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (DTN) โดยจบการประมูลในรอบที่ 4 หลังผู้เข้าประมูลทั้ง 2 รายไม่มีการเคาะราคาเพิ่มในคลื่น Lot A และ Lot G มูลค่า 1 ใบอนุญาตขนาด 2×5 MHz จบที่ 12,511 ล้านบาท ทำให้กสทช. ได้เงินค่าประมูลในครั้งนี้จาก 2 ค่ายไป 25,022 ล้านบาท

โดยคุณลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “คลื่น 1800 MHz ที่ได้จากการประมูลจะนำมาให้บริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของลูกค้า 2G ที่มีฐานลูกค้าเป็นจำนวนมาก และรวมถึงการนำคลื่นความถี่ดังกล่าวมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายบริการ 4G ตอบสนองความต้องการการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่เติบโตอย่างรวดเร็ว”

หลังจากนี้ กสทช. จะประกาศผลการประมูลภายใน 7 วัน และ กสทช. จะออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ 1800 MHz แก่ผู้ชนะประมูลที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วนภายใน 90 วันหลังจากได้หนังสือแจ้งผลการประมูลต่อไป

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววงการมือถือ

เปิดตัว honor Play เกมมิ่งโฟนน้องใหม่มาพร้อมกับ 4D smart shock สเปคตัวท็อปพร้อม GPU TURBO

Published

on

ออเนอร์ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟน ออเนอร์เพลย์ (Honor Play) มาพร้อม GPU Turbo ใหม่ล่าสุดที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการประมวลผลกราฟิกให้แรงกว่าปกติถึง 60% พร้อมประหยัดพลังงาน 30% และมีแบตเตอรี่ที่มีความจุมากถึง 3750 mAh ภายในงานทาง honor ได้เชิญ นักสตรีมมิ่งเกมที่มีผู้ติดตามมากที่สุด ณ ตอนนี้ มาทดสอบโทรศัพท์ด้วยเกม PUBG Mobile

หลังจากที่นักสตรีมมิ่งเกมได้ลองใช้เกมมิ่งโฟนตัวใหม่ล่าสุดนี้ เขาบอกเลยว่าตัวเครื่องเล่นได้ไหลลื่นดี และตัวเครื่องไม่ร้อน

สรุปสเปคของเกมมิ่งโฟนน้องใหม่ honor Play

  • หน้าจอ Fullview ขนาด 6.3 นิ้ว อัตราส่วน 19.5:9
  • ตัวเครื่องทำจากโลหะแบบ
  • ระบบปฏิบัติการ EMUI 8.2.0 บน Android 8.1
  • ประมวลผลด้วย Kirin 970 
  • ความจุ 64 GB
  • RAM 4 GB

  • honor มีตัวเลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ ดำ (Midnight Black) , น้ำเงิน (Navy Blue) , ม่วง (Ultra violet)

  • กล้องหลัง 16 MP + 2 MP
  • รูรับแสงขนาด f/2.2 + f/2.4
  • มาพร้อมกับ AI สามารถเรียนรู้จากรูปแบบภาพต่าง ๆ และสามารถวิเคราะห์ออกมาได้ถึง 500 ฉาก จาก 22 หมวด

GPU Turbo

ความสามารถ GPU Turbo เทคโนโลยีจะช่วยทำให้สรรถนะในการประมวลผลกราฟิกเพิ่มขึ้นกว่า 60% ขณะที่ช่วยการลดการใช้พลังงานจากระบบ System on Chip (SoC) ลงได้กว่า 30% ทำให้การแสดงของหน้าจอดีขึ้น

  • GPU Turbo
  • ระบบการเล่นเกมส์แบบ 4D ที่มาพร้อมกับ smart shock
  • ระบบเสียงแบบ 3D Surround

ราคาของ honor Play

Honor Play เปิดราคาที่ 9,990 ซึ่งเปิดให้สั่งจองล่วงหน้า (Pre-Order) วันที่ 14 สิงหาคม เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ถึงวันที่ 22 สิงหาคม และจะเริ่มวางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ที่เว็บไซต์ Lazada วันที่ 22 สิงหาคม ส่วนร้านค้า CSC, TG Fone, AIS รวมถึงร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศจะวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป

Honor ประเทศไทย ได้จับมือกับ AIS พร้อมโปรโมชั่นราคาพิเศษเพียง 5,990 บาท เพียงสมัครใช้งานแพ็กเกจรายเดือน 699 บาทขึ้นไป พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 2,000 บาท (ส่วนลดค่าบริการนาน 10 เดือน)

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

ไลน์รุกตลาดโฆษณาในไทย เปิดตัว LINE Ads Platform ให้ SME ไทยซื้อโฆษณาได้

Published

on

ที่ผ่านมา LINE เปิดรับโฆษณาจากองค์กรใหญ่ๆ เป็นหลัก แต่ตอนนี้ขยายตลาดสู่ SME ที่เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อโฆษณาสามารถเข้ามา Bid และวางแผนการตลาดได้ง่ายขึ้น และเปิดโอกาสให้ Agency เข้ามาจัดการโฆษณาได้ผ่าน LINE Ads Platform (LAP) เข้าถึงผู้ใช้ไลน์กว่า 42 ล้านคนในไทย

ในแอป LINE นั้นมีตำแหน่งลงโฆษณาอยู่หลายจุด แต่จุดที่ LAP เริ่มให้ซื้อได้แล้วคือโฆษณาใน Timeline ที่ไลน์เคลมว่ามียอดวิวเฉลี่ย 1,000 ล้านวิวต่อเดือน ซึ่งมีผู้ใช้เพิ่มขึ้น 20% จากปีที่แล้ว โดยเปิดให้ธุรกิจทั่วไปสามารถซื้อโฆษณาใน Timeline นี้ได้ผ่านเอเจนซี่ที่ทำงานร่วมกับไลน์ ไลน์ให้เหตุผลว่าต้องการให้เอเจนซี่ช่วยคัดกรองโฆษณาที่จะมาขึ้นในไทม์ไลน์เพื่อป้องกันปัญหาโฆษณาไม่ได้คุณภาพมาลง ที่อาจเกิดถ้าเปิดให้ทุกคนซื้อโฆษณาเองได้

นรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายขายและสื่อโฆษณา LINE ประเทศไทย

ตอนนี้ LINE Ads Platform นั้นสามารถซื้อโฆษณาในรูปแบบของแบนเนอร์และวิดีโอได้ โดยระบุ Target ของโฆษณาได้หลายอย่าง เช่น เพศ, อายุ, ความสนใจ (ที่ระบุได้ 19 ชนิดเช่น ความงาม, รถ, การเงิน เก็บจากการใช้งานแอปไลน์เช่นการอ่าน Today การส่งสติกเกอร์ และอื่นๆ), สถานที่ (กรุงเทพและภูมิภาค เช่นภาคเหนือ ยังไม่สามารถระบุเป็นจังหวัดได้), ระบบปฏิบัติการรวมถึงเวอร์ชั่นของ OS นอกจากนี้ยังสามารถทำ Re-targeting เพื่อให้โฆษณาติดตามผู้ใช้ได้โดยติดตั้ง LINE Tag บนเว็บธุรกิจ

หลังจากเริ่มทดลอง LAP มา 3 เดือน เก็บสถิติค่า CTR (Click to Rate อัตราการคลิกโฆษณาต่อการแสดงผล) ได้สูงสุด 8.88% ซึ่งในอนาคต LAP จะมีความสามารถอื่นๆ เพิ่มขึ้นอีก เช่นตำแหน่งโฆษณาใหม่ในหน้าข่าว LINE Today และหน้า More และเพิ่มรูปแบบการโฆษณาอย่าง CPA (Cost per Action) และ CPF (Cost per Friend) อีกด้วย

สำหรับนักการตลาด ธุรกิจ SME ที่สนใจสามารถติดต่อซื้อโฆษณาผ่านเอเจนซี่ได้ โดย LINE จะเพิ่มเอเจนซี่ที่ลงทะเบียนกับ LINE อย่างเป็นทางการภายในเดือนกันยายนนี้

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!