Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัวศูนย์ Bitcoin Center Thailand พร้อมเก็ง “ทิศทาง Cryptocurrency ประจำปี 2018”

Published

on

ปัจจุบันปฎิเสธไม่ได้ว่า “Bitcoin” ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อกลุ่มนักลงทุนจำนวนมากทั้งไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะด้านราคาที่มีการถีบตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นวันนี้จึงได้มีการเปิดตัว Bitcoin Center Thailand ขึ้นอย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องการให้เป็น Community ที่ช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการสอนความรู้เกี่ยวกับ Cryptocurrency หรือสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมด ไม่ใช่เรื่องของ Bitcoin เพียงอย่างเดียว และจะมี Training ต่าง ๆ เช่นหุ้น หรือ Startup ต่าง ๆ และในอนาคตจะมีการทำเป็น Co-working Space ร้านกาแฟที่เข้ามาพูดคุยเป็น Community เล็ก ๆ ที่ดี ซึ่งสถานที่จะตั้งอยู่ตรงตึก RCA Zone G ด้านหลัง Starbucks นั่นเอง

โดยในงานก็ได้มีเสวนาเรื่อง “ทิศทาง Bitcoin และ Cryptocurrency ในปี 2018” โดย Speaker 5 ท่านดังต่อไปนี้

  • ดร.ภูมิ ภูมิรัตน ที่ปรึกษาอาวุโสบล๊อคเชน และความปลอดภัยคอมพิวเตอร์
  • คุณสกลกรย์ สระกวี ผู้ก่อตั้ง Bitcoin Thailand Club
  • คุณยุทธวิธี Crypto Trading Club
  • คุณปรมินทร์ อินโสม ผู้สร้างเหรียญ Zcoin
  • คุณจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา อดีตผู้ก่อตั้ง coins.co.th

โดยผู้ดำเนินงานนี้คือ: คุณอรรถพร ชาญประโคน CEO & Co-founder, Lunar Studio Co.,Ltd

รับชมบันทึก Live สดได้ที่นี่

ที่มาของราคา Bitcoin ในปัจจุบัน

ได้มีการพูดถึง Bitcoin สมัยก่อนว่า ในยุคแรกเริ่มมีแต่คนที่เป็นกลุ่ม Geek หรือกลุ่มเฉพาะเท่านั้นที่ซื้อ โดยที่ ณ ตอนนั้นก็ยังไม่มีร้านค้าหรือสถานที่ที่มายอมรับเงินดิจิทัลตัวนี้ ถึงแม้ Bitcoin จะกำเนิดมานานแล้วก็ตาม ซึ่งจุดเปลี่ยนจริง ๆ ของ Bitcoin นั้นคือช่วงต้นปี 2017 เกิดเหตการณ์คือ มีหลายคนที่เริ่มมีการเข้ามาซื้อเหรียญ ซึ่งพอกระแสที่เกิด ทำให้ผู้คนเริ่มเข้ามาลงทุนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะกำไรที่เห็นสูงมากและสามารถเริ่มต้นเทรดได้ง่าย

ในปี 2015 คนมองเห็นว่า Bitcoin เหมือนแชร์ลูกโซ่ แต่เริ่มต้นคือวันที่ 1 เมษายน 2017 ประเทศญี่ปุ่นเริ่มสามารถนำเงิน bitcoin มาซื้อขายสินค้าได้ และในหลาย ๆ ประเทศเริ่มเปิดรับมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้เกิดความนิยมขึ้นในระดับขับเคลื่อนประเทศได้ซึ่งการซื้อขายเงิน Cryptocurrency นี้กลายมาเป็นการแลกเปลี่ยนที่จะเปลี่ยนโลกได้ เพราะไม่ต้องมีคนกลางในการซื้อขาย และในอนาคตเชื่อว่าการซื้อขาย จะกลายมาเป็นการซื้อรูปแบบ Token ทำให้กลุ่มผู้เล่นหุ้นในตลาด Wall Street หันมาจับตามองและหลาย ๆ คนได้ก้าวเข้ามาเป็น trader เต็มตัว

ไม่เพียงแค่มูลค่าของ Bitcoin ที่เติบโตสูง แต่ยังมี Cryptocurrency อีกหลายตัวที่ได้เติบโตขึ้นในปี 2017 นี้ ไม่ว่าจะเป็นเงินสกุล ethereum ที่โตขึ้นเป็น 400 US$ จาก 10$ และการเทรดเหล่านี้สามารถทำได้ง่าย เพียงแค่สมัครเว็บไซต์และยืนยันตัวตนเท่านั้นเอง

แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการเทรด Cryptocurrency นี้ยังมีความไม่แน่นอนว่าเป็นเรื่องถูกต้องหรือไม่ เพราะภาครัฐฯ ยังไม่ประกาศออกมาชัดเจนว่า ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ซึ่งต่างประเทศหลาย ๆ แห่งให้การยอมรับแล้ว และเชื่อว่าจะมีความชัดเจนในปี 2018 นี้

มุมมองการลงทุนกับ Bitcoin (Cryptocurrency)

ในปี 2018 นี้ เชื่อว่ามุมมองของ Bitcoin หรือ Cryptocurrency คือจะเริ่มเห็นเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะเกิดขึ้นบน ICO ใหม่ ๆ ที่มีกำลังการลงทุนมหาศาล ซึ้งต้องมีการจับตามองว่า ซึ่งโดยรวมเรื่อง Cryptocurrency จะคล้ายการลงทุนตลาดหุ้น แต่ไม่เหมือนตรงที่ไม่มีตัวกลางมาควบคุม ทำให้การเติบโตนั้นสูงมาก ๆ และก็มีโอกาสลงต่ำมาก ๆ ภายในเวลาอันสั้น ซึ่งถือได้ว่ามีความเสี่ยงสูงมาก ๆ

ในวงการนี้จะมีการพัฒนาหลัก ๆ อยู่ 4 ระดับที่จะทำให้โลกของ Cryptocurrency นี้เติบโตขึ้นจนสามารถเทียบกับเงินสกุลหลักในปัจจุบันได้คือ

  1. Internet of Money ที่สามารถทำให้เราโอนถ่ายเงินได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านธนาคารซึ่งเป็นตัวกลาง หรือที่เรียกว่าระบบกระจายศูนย์กลาง Decentralization โดยมี Bitcoin เป็นสกุลเงินแรกของโลกดิจิทัล
  2. Beyond Finance คือการสร้างมูลค่าที่นอกเหนือจากเงินให้กับ Cryptocurrency เช่นระบบการยืนยันที่ดินบน Blockchain โดยรัฐบาลของประเทศ ฮอนดูรัส เป็นต้น
  3. Generalize Platform หรือระบบที่ทำให้เราสามารถสร้าง Blockchain ได้ง่าย ๆ เพื่อนำไปต่อยอดเหรียญสกุลต่าง ๆ ขึ้นมาเองได้ คล้ายกับคนที่ต้องการขายของออนไลน์แต่เปิด Website เองไม่เป็น ก็ไปเปิดเพจบน Facebook แทนก็สามารถขายได้เหมือนกัน เป็นต้น
  4. Decentralize Exchange ระบบการแลกเปลี่ยน Token ระหว่างเงินสกุลต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง ซึ่งคาดว่าจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2018 นี้

ความเสี่ยงของการลงทุน Cryptocurrency

ซึ่งแน่นอนว่ามือใหม่ ณ ตอนนี้ถ้าอยากเข้ามาเทรดในปี 2018  จะต้องยอมรับความเสี่ยงเพราะหลาย ๆ คนที่เล่นกันมาก่อนหน้านี้ก็ได้กำไรไปแล้ว และราคามีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเขาได้แนะนำนักลงทุนว่า ไม่ควรนำเงิน 100% มาลงทุนเพื่อเพิ่มเป็น 2 เท่า แต่ควรวางแผนที่จะลงทุนเพียง 20% เพื่อให้กลายเป็นเงิน 100% แล้วนำเงินนั้นไปต่อยอด ถึงจะปลอดภัยกว่า

และยังมีคำแนะนำว่า เงินที่นำมาใช้เทรด ไม่ควรเป็นเงินที่กู้มา เพราะตลาดมีความผันผวนสูงจนเกินไป บางทีมูลค่าอาจจะหายไปถึง 50% ในวันเดียว หรือจะโตขึ้น 200% ในวันเดียวก็เป็นได้ ต้องศึกษาทำความเข้าใจให้ชัวร์ก่อนลงทุนจะดีที่สุด

และทิศทางของตลาดเทรดเงินดิจิทัลก็ได้มีกองทุนอย่าง Crypto Hedge Fund หรือกลุ่มการเงินที่คอยเก็งกำไร กับค่าเงิน Cryptocurrency ซึ่งทั่วโลกมีอยู่กว่า 200 กองทุนและมีเงินทุนสูงกว่า 50 M US$ คอย Monitor ค่าเงินต่าง ๆ อีกด้วย จึงทำให้คุณไม่สามารถควบคุมความเสี่ยงเอาไว้ได้เลยแม้แต่น้อย เพราะถ้ากลุ่มใหญ่เคลื่อนไหว ยังไงตลาดต้องมีความผันผวนแน่นอน

และมุมมองต่อมูลค่าของ Bitcoin คาดว่าปัจจุบันอาจจะเป็นฟองสบู่ใกล้จะแตกหรือไม่ ก็ยังไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะจะยังมีกลุ่มคนที่มีเงินเป็นหลักพันล้าน รอที่จะเข้ามาในตลาดอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งกล่าวได้ว่า Bitcoin มีอายุเพียง 1 ปีเท่านั้นหากดูจากความตื่นตัวของตลาด และปัจจุบันมี Demand ที่มากขึ้นเพราะการขุดจะยากขึ้นเรื่อย ๆ ตามจำนวนผู้เข้ามา รวมไปถึงปัจจุบัน เงิน BTC กว่า 90% ถูกกลุ่มคนเพียงไม่ถึง 1,000 คนถือครองอยู่แบบไม่มีการเคลื่อนไหว ซึ่งถ้ากลุ่มนี้มีการถล่มขาย ก็อาจเกิดสภาวะค่าเงิน Bitcoin ดิ่งเหวก็เป็นได้

เมื่อเทียบตลาด Cryptocurrency ปัจจุบันยังมีมูลค่าการซื้อขายไม่ถึง 1% ของตลาดเทรดหุ้นระดับโลก ซึ่งเชื่อได้ว่าตลาดนี้จะมีการเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ในสภาพแวดล้อมของโลกปัจจุบันที่คนมีเงินก็ไม่รู้จะเอาเงินไปเก็บไว้ในธนาคารทำไม เพราะไม่ได้ดอกเบี้ยแล้ว เอามาฝากเป็นเงิน Cryptocurrency ที่เล็งเอาไว้ดีกว่า มีโอกาสงอกเงยกว่ามาก

โดยในงานนี้ก็ได้ให้คำเตือนเอาไว้ว่า

“อย่าซื้อตามคนอื่น ให้ศึกษาให้เข้าใจด้วยตัวเองก่อนดีที่สุด”

“วิธีเทรดคือ เล็งตัวอะไรก็ได้ที่ทั้งโลกเชื่ออยู่ ให้เล่นตามกระแส Social ของโลก”

ชนิดของ Blockchain

ปัจจุบัน blockchain มี 2 ชนิดคือ Public Blockchain และ Private Blockchain

Public Blockchain คือเหรียญที่สามารถ Track Address การโอนเงินได้ตั้งแต่ต้นทางยันปลายทาง ซึ่งข้อดีคือช่วยให้คุณสามารถติดตาม Transaction นั้น ๆ ได้ แต่ข้อเสียคือไม่สามารถปกป้องความลับได้เลย

ส่วน Private Blockchain ก็ได้ออกแบบมาเพื่อปกป้องเส้นทางการจ่ายเงิน เพื่อให้คนที่ซื้อ – ขายผ่านเหรียญนี้รู้สึกว่าไม่ต้องถูกดักข้อมูลการโอน โดยเหรียญที่สามารถทำได้ ณ ปัจจุบันก็มีไม่กี่เจ้า ซึ่ง Zcoin ก็เป็น 1 ในเหรียญที่สามารถทำได้ และเป็นเหรียญฝีมือคนไทยอีกด้วย

ซึ่งทาง Zcoin มีเทคโนโลยีที่สามารถซ่อนตัว Transaction เอาไว้ ซึ่งแม้แต่เจ้าของเหรียญก็ไม่มีสิทธิ์ดู เป็นเพียงคนสร้างเท่านั้น โดยเทคโนโลยีนี้เขาตั้งใจที่จะปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ เพราะเขาก็ให้นิยามของเงินนี้เอาไว้ว่า ไม่ได้สร้างมาเพื่อให้คนไม่ดีมาใช้ แต่ตั้งใจให้คนที่อยากรักษาความลับสามารถใช้แลกเปลี่ยนได้อย่างสบายใจ

ปิดท้าย

ทางแบไต๋ก็ขอเป็น 1 ในกระบอกเสียงที่มอบข้อมูลเกี่ยวกับ Bitcoin และโลกของเงินดิจิทัลที่ควรทราบเอาไว้ให้คุณได้ศึกษาทำความเข้าใจเบื้องต้นก่อน และอยากเตือนทุก ๆ คนที่กำลังหันมาเข้าสู่การเป็นนักเทรดหรือนักขุด Cryptocurrency เอาไว้อีกครั้งว่า

“การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน”

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

Google จับมือ AIS ดัน Youtube Go รุกตลาดไทยเต็มตัว

Published

on

เราคงรู้กันดีกว่า Youtube นั้นเป็นบริการที่ได้รับความนิยมในไทยมากขนาดไหน แต่อุปสรรคสำคัญของการดูยูทูปคือปริมาณข้อมูล ที่ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถจ่ายค่าอินเทอร์เน็ตเพื่อดูยูทูปไม่อั้นได้ Google จึงผลักดัน Youtube Go เป็นทางเลือกใหม่ของการชมยูทูปในไทย เพื่อให้ผู้ใช้สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น พร้อมกันนี้ยังร่วมมือกับ AIS เปิดตัวแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตใหม่ที่เรียกว่า Youtube Go Data Pack คิดค่าใช้จ่ายเหมาๆ แค่ 59 บาทต่อเดือนก็ดูยูทูปผ่าน Youtube Go ได้ไม่จำกัดแล้ว

Youtube Go หนึ่งในแอปตระกูล Go เพื่อลดช่องว่างทางอินเทอร์เน็ต

อันจาลี โจชิ รองประธานฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ Next Billion Users

อันจาลี โจชิ รองประธานฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ Next Billion Users กล่าวบนเวที Google for Thailand ว่าผู้ใช้พันล้านคนของกูเกิ้ลจะไม่ได้มาจากประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่มาจากกลุ่มที่ยังไม่ได้เข้าถึงเทคโนโลยี Google จึงสร้าง Android Go Edition เป็นรุ่นที่ปรับแต่งให้เหมาะสำหรับอุปกรณ์แรมน้อยๆ อย่าง 1 GB ให้ยังทำงานได้ลื่นไหล และ Youtube Go ก็เป็นหนึ่งในแอปตระกูล Go ที่ปรับปรุงให้เหมาะสำหรับอุปกรณ์ในระดับเริ่มต้นด้วย

จุดเด่นของ Youtube Go นอกจากจะทำงานได้ดีแม้เป็นอุปกรณ์ที่ประสิทธิภาพไม่มากแล้ว ยังปรับแต่งการทำงานให้เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการประหยัดข้อมูลอีกด้วย โดยเมื่อเริ่มเล่นวิดีโอแต่ละตัวจะมีการถามผู้ใช้ก่อนว่าต้องการความละเอียดวิดีโอระดับไหน และความละเอียดแต่ละระดับจะใช้ปริมาณข้อมูลมากแค่ไหน เพื่อให้ข้อมูลผู้ใช้ตัดสินใจให้ถูกต้อง นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดวิดีโอมาเก็บไว้ในเครื่องเพื่อดูในภายหลังได้ด้วย

อ่านวิธีใช้แอป Youtube Go จากแบไต๋ได้เลย

Youtube Go สามารถดาวน์โหลดได้จาก Google Play Store ได้ฟรีสำหรับอุปกรณ์ Android ทุกเครื่องครับ ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็น Android Go เท่านั้น

AIS เปิดตัวแพ็กเกจใช้ Youtube Go โดยเฉพาะ

(ซ้าย) ปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน), เบน คิง Country Director, Google ประเทศไทย, มุกพิม อนันตชัย หัวหน้าฝ่ายพันธมิตรธุรกิจบันเทิง YouTube ประเทศไทย

Google ยังได้ร่วมมือกับ AIS เพื่อนำเสนอแพ็คเกจการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างไม่จำกัดสำหรับผู้ใช้แอปพลิเคชัน YouTube Go ซึ่งมีค่าใช้จ่ายพียงเดือนละ 59 บาท เพื่อให้ผู้ใช้งานรับชมและแชร์วิดีโอบน YouTube ได้แม้จะมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ช้าหรือไม่มีเลยก็ตาม

โดยคุณปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าผู้ใช้ AIS สามารถซื้อแพ็กเกจ Youtube Go Data Pack ได้ผ่านแอปบริการลูกค้า “myAIS” ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกซื้อเป็นรายเดือน หรือจะซื้อเป็นรายวัน เฉพาะวันที่ต้องการรับชมก็ได้ โดยจะสามารถรับชมวิดีโอได้ไม่จำกัดผ่านแอป Youtube Go และจะมีการปรับขนาดวิดีโอให้เหมาะสมสำหรับการรับชมผ่านอุปกรณ์ที่ชม

Google Assistant ก็ใช้งานร่วมกับแอป myAIS และ AIS Play ได้

Google นั้นทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ในไทยอย่าง AIS แบบใกล้ชิด ก่อนหน้าที่จะเปิดตัวแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตสำหรับ Youtube Go เอไอเอสยังได้เปิดตัวความสามารถใหม่ของแอป myAIS และ AIS Play ที่จะสามารถสั่งงานผ่าน Google Assistant ระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยได้ ซึ่งสามารถดูค่าบริการ ดูรายละเอียดการใช้บริการจากการสั่งงานด้วยเสียงได้ หรือสามารถเลือกช่อง เปลี่ยนช่องใน AIS Play ด้วยการสั่งเสียงภาษาไทยผ่าน Google Assistant ได้ด้วย ซึ่ง AIS ถือเป็นผู้ให้บริการรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ให้บริการด้วยเสียงผ่าน Google Assistant โดยจะเปิดให้บริการในวันที่ 25 กรกฎาคมนี้

ภายในงาน Google for Thailand ได้รับเกียรติจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ดร. พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ฯพณฯ กลิน ที. เดวีส์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย และผู้บริหาร Google เข้าร่วมงานในครั้งนี้

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

AIS ผนึก Google สร้าง Digital for Thais พลิกโฉมการเข้าสู่โลก Online ไปอีกขั้น

Published

on

AIS ประสานพลัง Google ในฐานะ Strategic Partner นำเทคโนโลยีดิจิทัล ตอกย้ำแนวคิด Digital for Thais สนับสนุนและสร้างโอกาสให้คนไทย เข้าถึง Digital Content และ Digital Service จากนวัตกรรมระดับโลกอย่างเท่าเทียมกัน ทลายทุกขีดจำกัด เสริมศักยภาพให้การใช้ชีวิตของคนไทยก้าวไปอีกขั้น สอดรับนโนบาย Thailand 4.0

ในปีนี้ เอไอเอส และ กูเกิล ได้นำนวัตกรรมล่าสุดอย่าง Google Assistant ที่สามารถสั่งการได้ด้วยการใช้เสียงภาษาไทย มาพลิกโฉมรูปแบบการเข้าถึงบริการดิจิทัลของคนไทยไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยการสั่งการใช้งานผ่านทาง Google Assistant เพื่อสั่งการใช้งานแอปพลิเคชัน my AIS รวมถึงสั่งการเปิดชม Digital Content บน แอปพลิเคชัน AIS PLAY ได้อย่างง่ายดาย นับเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถใช้ Local Language หรือ ภาษาไทย บน Google Assistant ได้ โดยจะเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม ศกนี้

AIS ยังร่วมมือกับ Google เปิดตัวแอปพลิเคชัน YouTube GO เพื่อตอบสนองกลุ่มที่เริ่มใช้งานดาต้าผ่านสมาร์ทโฟนรุ่นประหยัดที่กำลังขยายตัวอย่างมากในต่างจังหวัดและพื้นที่ห่างไกลได้สัมผัสประสบการณ์ เรียนรู้โลกกว้าง และกระตุ้นแรงบันดาลใจจาก Content จำนวนมหาศาลที่ถูกสร้างสรรค์จากกลุ่มคนทั่วโลกในทุกๆวินาที ทั้งนี้เราได้เริ่มเปิดตัวแพ็คเกจราคาประหยัดที่ตอบสนอง feature ของ YouTube GO ให้ลูกค้าเอไอเอสได้เลือกใช้ เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยคิดค่าใช้จ่ายแค่เดือนละ 59 บาท

นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “ในฐานะ Digital Life Service Provider เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล เพื่อสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้คนไทย รวมถึง ภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล อันจะนำมาซึ่งความสะดวกสบาย ยกระดับ เสริมขีดความสามารถ รวมถึงต่อยอดสร้างการเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัดภายใต้แนวคิด Digital for Thais ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการผนึกกำลังกับ Strategic Partner ที่มีแนวคิดเช่นเดียวกัน เช่นในกรณีความร่วมมือกับ กูเกิล ซึ่งเราได้ร่วมทำงานกับกูเกิลมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภายใต้วิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกัน คือ สร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยจากเทคโนโลยีดิจิทัล”

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

เตรียมรับสังคมผู้สูงอายุ! ชมอุปกรณ์ Smart Home จาก PZent Technology เปลี่ยนบ้านให้สะดวกและปลอดภัย

Published

on

พาชมบูธ PZent Technology โชว์อุปกรณ์ Smart Home ในงาน Intercare Asia 2018

PZent Technology

แบไต๋ลุยงาน Intercare Asia 2018 International Expo for Healthcare & Wellness งานแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยี สินค้าและบริการด้านสุขภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุที่ดีกว่าจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน โดยงานนี้จัดขึ้นที่ ไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 12 – 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเราจะไปพาชมอุปกรณ์ Smart Home สุดล้ำ จาก PZent Technology ในโซน Home Care and Equipment กัน

PZent Technology

PZent Technology

เป็นบริษัทที่จำหน่ายอุปกรณ์เทคโนโลยีเกี่ยวกับบ้าน และที่พักอาศัย ด้วยการศึกษาค้นคว้าจากผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี (R&D) จนได้รับความไว้วางใจจากบริษัทชั้นนำต่าง ๆ โดยภายในงานนี้ PZent ได้คัดอุปกรณ์ดูแลความปลอดภัยในบ้านที่เป็นอุปกรณ์ IoT ทั้งหมดมาจัดแสดง เหมาะกับบ้านที่ต้องการความสะดวกสบาย เพราะอุปกรณ์ทั้งหมดสามารถสั่งงานผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ที่ทำให้เราสามารถดูแลผู้สูงอายุที่บ้านได้อย่างใกล้ชิดผ่านกล้อง โดยอุปกรณ์ทั้งหมดจะทำงานควบคู่กัน และมีการแจ้งเตือนเมื่อมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น เพื่อการช่วยเหลือที่ทันท่วงที อีกทั้งใช้ทำงานแทนรีโมตด้วยการสั่งงานผ่านแอปได้เช่นเดียวกัน รวมถึงตั้งค่าให้ควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมดในครั้งเดียวได้ ไม่หมดเท่านี้ยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกของ PZent Technology อีกมากมาย อาทิ

Smart Station

Smart Station

อุปกรณ์สำคัญเป็นศูนย์กลางการทำงานของระบบ Smart Home สามารถสั่งงานอุปกรณ์ได้กว่า 500 ตัว ทำงานได้ระยะกว้าง 200 เมตร สั่งงานด้วยเสียง AI เชื่อมต่ออุปกรณ์ทุกชิ้นเข้าด้วยกันผ่านระบบ Wifi

Spot (Universal Remote Controller)

อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แทนรีโมตทั้งหมด ควบคุมอุปกรณ์ที่ใช้รีโมตทั้งหมด สั่งงานด้วยการกระจายสัญญาณอินฟราเรทโดยที่ไม่ต้องชี้รีโมตไปที่เครื่องใช้ไฟฟ้า ทำให้สามารถสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ผ่านแอปได้โดยไม่ต้องนั่งจำรีโมตเลย

 

Cube Clicker / Door-Window Sensor

Cube Clicker

อุปกรณ์อัจฉริยะที่เราสามารถใช้สั่งงานเปิด-ปิดอุปกรณ์ IoT ทั้งหมดในบ้านได้เพียงการกดปุ่มคลิกเดียว (แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานกว่า 24 เดือน) เช่น คลิกเดียวปิดไฟทั้งห้อง หรือคลิกเดียวปิดหลอดไฟทั้งบ้านยกเว้นไฟทางเดิน สามารถตั้งค่าได้หลายแบบเลยทีเดียว

Door / Window Sensor

เซนเซอร์สำหรับตรวจจับการเปิด-ปิดประตู หรือหน้าต่าง สามารถทำงานควบคู่กับอุปกรณ์ IoT อื่น ๆ ได้ เช่น เมื่อปิดหน้าต่างให้เปิดไฟ หรือเมื่อเปิดประตูให้เปิดไฟ ไม่ต้องกลัวคลำหาสวิตช์ไฟไม่เจอเลยครับ

Wireless Camera

Wireless Camera

กล้องวงจรปิดความละเอียด 1080P หมุนซ้ายขวาได้ 270 องศา ขึ้นลงได้ 120 องศา บันทึกภาพนิ่งได้ มี Night Mode สามารถดูภาพได้แบบ Real-Time พร้อมบันทึกวิดีโอลง Micro SD Card มี Motion Detection จับความเคลื่อนไหวแล้วบันทึกภาพทันที หรือบันทึกภาพตามการตั้งค่า เช่น ทุกครั้งที่มีการเปิดประตู และสามารถทำงานควบคู่กับอุปกรณ์อื่นได้

Environmental Sensor / Motion Sensor

Environmental Sensor

เครื่องตรวจจับอุณหภูมิ ความชื้น และแสงสว่างในบ้าน สามารถแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุผิดปกติได้ และทำงานควบคู่กับอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น เปิดเครื่องฟอกอากาศ หรือปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศอัตโนมัติได้ ร้อนปุ๊ป เปิดแอร์ปั๊ป

Motion Sensor

เซนเซอร์จับความเคลื่อนไหว จำแนกเวลากลางวัน กลางคืนได้ เนื่องจากเป็นแค่ตัวจับความเคลื่อนไหว จึงต้องทำงานควบคู่กับอุปกรณ์อื่น เช่น แจ้งเตือนเมื่อมีคนเดินผ่านห้องเก็บของไปที่แอป เปิดไฟหรือบันทึกภาพเมื่อมีการเคลื่อนไหวผ่านประตูหน้าบ้าน เปิดไฟเมื่อเดินขึ้นบันได หรือปิดไฟเมื่อไม่มีการเคลื่อนไหวในพื้นที่เป็นเวลานาน

Smart Switch

Smart Switch

สวิตซ์ไฟอัจฉริยะที่สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติได้ สั่งงานผ่านแอปพลิเคชันได้ ควบคุมการใช้งานได้แม้ไม่ได้อยู่ที่บ้าน (ไปต่างจังหวัดก็ตั้งเปิดปิดไฟในบ้านได้เหมือนมีคนอยู่บ้าน ป้องกันโจรได้ระดับนึงเลย)

Smart Curtain Switch

ที่ช่วยให้เราสะดวกยิ่งขึ้นในการเปิด-ปิดผ้าม่าน ด้วยการสั่งงานผ่านแอป การสั่งงานด้วยเสียงผ่าน Siri และ Google Home โดยสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้ เช่น เปิดม่านเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ทำงานร่วมกับ Cube Environmental Sensor

Intercare Asia 2018 International Expo for Healthcare & Wellness

ทั้งนี้ภายในงาน Intercare Asia 2018 International Expo for Healthcare & Wellness ระหว่างวันที่ 12 – 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ยังมีสินค้าและบริการอีกมากมายโดยแบ่งพื้นที่จัดงานออกเป็น 5 โซน ได้แก่

  1. Home Care and Equipment : อุปกรณ์และเครื่องมือในการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการ เช่น วีลแชร์ วอร์คเกอร์ อุปกรณ์ในการอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน
  2. Rehabilitation : อุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับการดูแลช่วยเหลือและปกป้องผู้สูงอายุ เช่น หุ่นยนต์ผู้ช่วย ลิฟต์สำหรับเคลื่อนย้าย และ Power Suits หรือชุดช่วยพยุงน้ำหนักในการเคลื่อนไหว
  3. Medical Tourism : การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น สปา ฟิตเนส และสถานบริการนวดแผนไทย
  4. Service : สินค้าและบริการทั่วไปสำหรับผู้สูงอายุ เช่น การออมเงิน บริการรถรับส่ง ประกันชีวิต เป็นต้น และ
  5. Nutritional Food : ผลิตภัณฑ์อาหารเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ เช่น เจลลี่สำหรับผู้สูงอายุ อาหารเสริมอัดเม็ด เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีงานสัมมนาให้ความรู้จากวิทยากรที่มีชื่อเสียง ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันรวมถึงการต่อยอดทางธุรกิจสำหรับผู้สูงอายุ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!