Connect with us

ข่าววงการถ่ายภาพ

เปิดตัว BNK48 เป็นพรีเซนเตอร์กล้อง Fuji X-A5 อย่างเป็นทางการ

Published

on

ฟูจิฟิล์มชิงความเป็นเจ้าตลาด สานต่อ “Find Your Wonder-side” เปิดตัวกล้อง  X-A5 กับ Brand Ambassador สุดฮอต BNK 48 เจาะกลุ่มเป้าหมายหลักของผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายเซลฟี่

บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีกล้องดิจิตอล หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่งจากกล้องระดับ Entry Level  ตั้งแต่ในรุ่น X-A2 และต่อยอดความสำเร็จในรุ่น  X-A3 ที่ได้รับความนิยม ล่าสุดฟูจิฟิล์มเปิดตัวกล้องมิลเลอร์เลส X-A5 กล้องที่ตอบโจทย์เอาใจผู้ที่หลงใหลการถ่ายภาพเซลฟี่ (Selfie) ในดีไซน์แบบ Retro โดดเด่นด้วยโหมดการถ่ายภาพ ที่พัฒนาโทนสีของภาพให้ถูกใจสาวกเซลฟี่มากขึ้น

ดึง BNK48 สื่อสารกล้อง Fuji X-A5

พร้อมกันนี้ ยังวางกลยุทธ์การตลาดส่งเสริมการขายต่อเนื่องด้วยแคมเปญ “Find Your Wonder-side” พบชีวิตอีกด้านที่วันเดอร์  โดยวางกลยุทธ์ทำหนัง Online Video  นำ Brand Ambassador Idol Girl Group คาวาอี้ สุดฮอต BNK 48 กับการถ่ายทอด Wonder-side เดียวกันที่ชอบและสนุกกับการถ่ายเซลฟี่กับเพื่อน พร้อมสโลแกน ไม่ต้องเสี่ยงทายถ่ายรูปไหนก็วันเดอร์ ที่ตอบโจทย์ กลุ่มเป้าหมายหลักวัยรุ่นที่หลงใหลการถ่ายเซลฟี่ โดยเตรียมแผนการตลาดโฆษณาและประชาสัมพันธ์เชิงรุกแบบ Total Communication อย่างครบวงจรเพื่อสร้างการรับรู้  และสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย

เตรียมใช้งบการตลาดกว่า 100 ล้านบาท หวังดันมาร์เกตแชร์เป็น 50% ในสิ้นปี 2561 นี้

ฟูจิมอบกล้อง Fuji X-A5 ให้สมาชิก BNK48 ไปถายภาพกัน

Fuji X-A5 กล้องผู้เริ่มต้น หัวหอกของฟูจิ

นายซึโตมุ  วาตะนาเบ้ กรรมการผู้จัดการ  บริษัทฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ฟูจิฟิล์มประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดกล้องมิลเลอร์เลสจากกล้องในตระกูล  X-Series และทุก Lineup ของผลิตภัณฑ์ที่เจาะทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยได้รับความนิยมในตลาดโดยเฉพาะกล้องในระดับ Entry Level ในรุ่นของ X-A2 และต่อเนื่องมายังรุ่น X-A3

และในปีนี้ฟูจิฟิล์มได้ทำการเปิดตัวกล้องในตระกูล  X-A Series รุ่นล่าสุดคือ X-A5 ที่ตอบโจทย์ กลุ่มเป้าหมายหลักที่มีไลฟ์สไตล์ของคนที่ชื่นชอบและสนุกกับการถ่ายเซลฟี่ พร้อมกับประสิทธิภาพที่ดีของกล้อง ที่ให้คุณภาพของไฟล์ภาพที่ยอดเยี่ยม เซ็นเซอร์ APS-C CMOS มีความละเอียดสูง 24.2 ล้านพิกเซล ที่ให้สีสันสวย กับโหมด Portrait Enhancer และระบบออโต้โฟกัสความเร็วสูง ที่จับภาพเคลื่อนไหว รองรับการถ่ายวิดีโอ ระดับ 4K  มาพร้อม จอภาพแบบพับได้ 180 องศา ทัชกรีน เชื่อมต่อ Bluetooth อย่างสะดวกและรวดเร็ว ในบอดี้สวย น้ำหนักเบา พกพาสะดวก   

และสำหรับปีนี้ ฟูจิฟิล์มยังคงเป็นผู้นำตลาดกล้องมิลเลอร์เลส ครองมาร์เกตแชร์ถึง 34% (value) ซึ่งทางบริษัทฯ หวังว่า การเปิดตัวกล้องดิจิตอลของฟูจิฟิล์ม X-A5 กับ Brand Ambassador BNK 48 ที่เจาะกลุ่มเป้าหมายจะได้รับกระแสการตอบรับอย่างดี และจะสร้างปรากฏการณ์การตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคในกลุ่มวัยรุ่น หรือสาว ที่รักการถ่ายภาพเซลฟี่ และได้คุณภาพของไฟล์ภาพที่ยอดเยี่ยม 

เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฟูจิฟิล์มได้ตระหนักถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ อย่างต่อเนื่องเพื่อให้คุณภาพที่ดีที่สุด ตามปรัชญาของฟูจิฟิล์ม คุณภาพไฟล์ภาพเป็นอันดับ 1”  (The No.1 Image Quality) พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมแผนการตลาดแบบ Total Communication ในการทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มเป้าหมาย  ผ่านทางสื่อต่าง อย่างครบวงจร  เพื่อสร้างภาพลักษณ์การรับรู้ของแบรนด์สินค้านาย วาตะนาเบ้ กล่าว

ภาพรวมตลาดกล้อง Mirrorless

นายสิทธิเวช  เศวตรพัชร์  ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส  ผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอล อิมเมจจิ้ง  บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า  ภาพรวมของตลาดกล้องดิจิตอลในประเทศไทย ข้อมูลจาก GFK โดยในปี 2560 อยู่ที่ 310,000 ตัว มูลค่าตลาดประมาณ 8,600 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโต ติดลบประมาณ 4% ในแง่จำนวนตัว แต่มีอัตราเติบโตในแง่มูลค่าประมาณ 8% รวมกล้องคอมแพค กล้องดีเอสแอลอาร์  และกล้องมิลเลอร์เลส

โดยในส่วนของกล้องมิลเลอร์เลส มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 8% โดยมีมูลค่ารวม 5,100 ล้านบาท หรือเท่ากับ60% ของสัดส่วนของตลาดรวม (DSLR = 31% และ Compact = 9%) ซึ่งฟูจิฟิล์มมีส่วนแบ่งการตลาดกล้องมิลเลอร์เป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 34% ในปี 2560 และในปี 2561 ฟูจิฟิล์มได้ตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย โดยต้องการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดของกล้องดิจิตอลมิลเลอร์เลส เพิ่มขึ้นเป็น 50% ด้วยทิศทางของกลยุทธ์ของบริษัทฯ ที่ยังคงมุ่งเน้นตลาดกล้องในตระกูล X- Series ในทุก segment ตั้งแต่ระดับ Entry level จนถึง ระดับ Professional level

สำหรับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของกล้อง X-A5 นี้  บริษัทฯ มองว่าเป็นตลาดที่น่าสนใจและเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และฟูจิฟิล์มมีความแข็งแกร่งในตลาด segment นี้อยู่ตั้งแต่กล้องดิจิตอลรุ่น X-A2 และทางบริษัทได้ทำวิจัยด้านการตลาดอย่างต่อเนื่องโดยใช้ประเทศไทยเป็นต้นแบบในการพัฒนาสินค้าของกล้องตระกูล X-A Series โดยพบว่า กลุ่มลูกค้าระดับ Entry Level นี้ คือ กลุ่มคนที่นิยมใช้ Smart Phone ในการถ่ายภาพ แต่ขณะเดียวกันก็มีความต้องการคุณภาพของไฟล์ภาพที่ยอดเยี่ยม ให้สกรีนโทนที่ดูเป็นธรรมชาติ ที่แตกต่างจากการใช้ App จากกล้องมือถือมาทำการปรับแต่ง

ซึ่งกลุ่มนี้ จะเป็นกลุ่มที่จะมีความต้องการซื้อกล้องมิลเลอร์เลสแบบที่ตอบโจทย์  โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอายุระหว่าง 18-29 ปี ที่เป็นหญิงจะมีความชื่นชอบการถ่ายภาพเซลฟี่ และสนุกกับโหมดเซลฟี่ที่ถ่ายได้ไฟล์ภาพที่สวยโดนใจ เช่น Portrait Enhancer, Buddy Mode หรือ Auto Face Shutter นอกจากนั้น X-A5 ยังเพิ่มการถ่ายภาพ VDO 4K ที่ให้คุณสนุกกับการถ่ายภาพมากยิ่งขึ้น  ในดีไซน์บอดี้ที่เล็ก น้ำหนักเบา พกพาไปได้ทุกที่ พร้อมเลนส์ซูมตัวใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง

BNK48 ฟีเวอร์

โดยครั้งนี้  ทางบริษัทฯ ได้วางกลยุทธ์ในการทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์  พร้อมเตรียมงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท โดยสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายหลัก โดยยังคงสานต่อแคมเปญ “Find Your Wonder-side” พบชีวิตอีกด้านที่วันเดอร์  ที่ได้รับความสำเร็จสูงสุดในการทำตลาดกล้อง FUJIFILM ใน Middle Range Segment มาแล้วเมื่อปลายปี 2560

โดยวางกลยุทธ์การสื่อสารโดยผลิต Online Video Movies ที่ได้นำ Brand Ambassadors Idol Girl Group คาวาอี้ สุดฮอต BNK 48 กับ  6 สาววัยใส ได้แก่ เฌอปราง, ปัญ, โมบาย, มิวสิค, เนย และ เจนนิษฐ์ เพื่อนร่วมแก๊งค์ โดยในวันปกติสาวๆ ก็ทุ่มเทไปกับการร้องเพลง แต่เมื่อมารวมตัวเดินทางไปท่องเที่ยวร่วมกัน สาว ก็จะถ่ายทอด Wonder-side เดียวกันที่ชอบและสนุกกับการถ่ายเซลฟี่กับเพื่อน พร้อมเก็บเรื่องราวความประทับใจกับเพื่อน ในโมเมนท์ต่าง ถ่ายทอดอารมณ์โดยการกดซัตเตอร์เซลฟี่ร่วมกัน กับสโลแกน ไม่ต้องเสี่ยงทายถ่ายรูปไหนก็วันเดอร์ และมั่นใจด้วยกล้องฟูจิฟิล์ม X-A5 ที่ให้ภาพออกมาสวยทุกชอต  และนี่คือ Wonder-side ของ 6 สาว แห่ง BNK 48   ซึ่งตอบโจทย์ concept ของหนังคือ  “Find Your Wonder-side” พบชีวิตอีกด้านที่วันเดอร์ 

ทางบริษัทฯ ได้ใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกทั้ง Above the Line และ Below the Line โดย Above the Line ได้จัดทำ Online Video การโฆษณาสื่อออนไลน์ที่จะสามารถเจาะถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ สื่อสารผ่านทาง Social Media โดยได้ทำสื่อออนไลน์ทั้งทาง YouTube, Facebook, Instagram และนอกจากนี้ ยังใช้ Influencer อีกหลายท่าน ที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของการถ่ายภาพด้วยกล้อง ฟูจิฟิล์ม X-A5 กับการถ่ายทอดอารมณ์และสนุกกับการถ่ายเซลฟี่

พร้อมกันนี้ ฟูจิฟิล์มมุ่งเน้นจัดกิจกรรม Below the Line เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง โดยการทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร Out of Home Media สื่อบน BTS, MRT และ POP . จุดขาย นอกจากนี้ ฟูจิฟิล์ม ยังมีแผนการทำกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับ Girl Group BNK 48 กับงาน event และกิจกรรม Workshop FUJIFILM X Lady Gang อีกด้วย

ฟูจิฟิล์มได้พัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์เพื่อรักษาความเป็นผู้นำกล้องมิลเลอร์เลส และการเปิดตัวกล้อง X-A5 กับ Brand Ambassadors BNK48 ที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย  รวมถึงการทำแผนกการตลาดเชิงรุกแบบ Total Communication จะเติมความแข็งแกร่งในการเป็นผู้นำตลาดกล้องดิจิตอลกล้องมิลเลอร์เลส โดยมีมาร์เกตแชร์ของตลาดกล้องดิจิตอล 50%  ในปี 2561 นี้แน่นอน  นายสิทธิเวช กล่าว

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการถ่ายภาพ

จบหลังกล้องที่แท้ทรู Zeiss ZX1 กล้อง Full-frame Compact พร้อม Lightroom ในตัว

Published

on

Zeiss ก้าวไปอีกขั้นด้วยกล้องใหม่ Zeiss ZX1 ที่ใช้เซนเซอร์ 37.4 ล้านพิกเซลแบบ Full-frame มาพร้อมเลนส์ Zeiss Distagon F2 35 mm แบบถอดเปลี่ยนไม่ได้ พร้อมจอยักษ์ขนาด 4.3 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล ซึ่งจอใหญ่ขนาดนี้ก็สามารถใช้ระบบปฏิบัติการ Android พร้อมมีแอป Adobe Photoshop Lightroom CC เพื่อให้ผู้ใช้สามารถแต่งภาพอย่างโปรได้ในกล้องเลย ขุ่นพระ จบหลังกล้องที่แท้ทรู

สเปคของ Zeiss ZX1 นั้นประหลาดมาก มันเหมือนส่วนผสมระหว่างกล้องถ่ายรูปกับสมาร์ทโฟน คือกล้องตัวนี้ไม่มีช่องใส่การ์ดเพิ่ม แต่มีหน่วยความจำในตัวมา 512 GB ซึ่ง Zeiss บอกว่าสามารถเก็บภาพ RAW ได้ 6,800 รูป ส่วน JPEG ได้มากกว่า 50,000 รูป และสามารถโอนรูปเข้าแฟลชไดร์ฟหรือหน่วยความจำภายนอกผ่าน USB-C ในตัวกล้องได้เลย (ก็เป็น Android นี่เนอะ) นอกจากนี้กล้องยังมาพร้อม Wi-Fi และ Bluetooth ในตัว

มาดูสเปคที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพกันบ้าง ตัวเลนส์ 35 mm f/2 นั้นสามารถถ่ายภาพได้ใกล้สุด 30 cm แต่กล้องไม่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวใดๆ ทั้งนั้น ทำให้การถ่ายวิดีโอ 4K 30 fps อาจจะต้องอาศัยอุปกรณ์ช่วยให้ภาพไม่สั่น และในส่วนของช่องมองภาพเป็นจอ OLED ให้ความละเอียด 1920 x 1080 pixel กำลังขยาย 0.74x แต่น่าเสียดายว่า Zeiss ZX1 นั้นไม่มีแฟลชในตัว ต้องต่อแฟลชนอกผ่าน Hot-shoe อย่างเดียว

ที่น่าสนใจคือด้านหลังกล้องแทบไม่มีปุ่มอะไรเลย ใช้การควบคุมผ่านจอสัมผัสเป็นหลัก ก็ต้องรอดูรีวิวกันต่อไปว่ามันจะถ่ายภาพได้ดีแค่ไหน บอกตรงๆ แอดก็ไม่ค่อยเชื่อใจ Android ว่ามันจะเหมาะสำหรับการใช้กับกล้องถ่ายรูป มันอาจจะทำให้แบตหมดเร็วมากก็ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นกล้องที่แปลก สามารถแต่งภาพอย่างโปรได้ในกล้องเลย ซึ่งคุณภาพภาพก็น่าจะหายห่วงเพราะ Zeiss ทำเอง

ส่วนราคายังไม่ประกาศครับ เราเดาว่าอยู่หลักแสนบาทแน่นอน ซึ่งจะวางขายช่วงต้นปีหน้าครับ

อ้างอิง: DPreview

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการถ่ายภาพ

ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย GoPro HERO6 อัปเดตล่าสุดให้กันสั่นแย่กว่าเฟิร์มแวร์เก่า แล้ว HERO7 ก็ปรับให้ดีขึ้น

Published

on

หลังจาก GoPro HERO7 Black เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยชูจุดเด่นว่าเป็นกล้อง GoPro ที่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวยอดเยี่ยมที่สุด ให้ภาพนิ่งเหมือนกับนั่งอยู่บนพรมวิเศษ ทำให้เราย้อนคิดถึงเมื่่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตอนที่เฟิร์มแวร์ 2.01 ของ GoPro HERO6 ออกมา (ตอนนี้ก็ยังเป็นรุ่นใหม่ที่สุดอยู่) ซึ่งได้รับเสียงบ่นจากผู้ใช้ว่าทำให้ประสิทธิภาพของระบบกันสั่นลดลงเมื่อเทียบกับเฟิร์มแวร์ 1.60 เดิม

ในบันทึกการเปลี่ยนแปลงของ Firmware 2.01 ของ GoPro HERO6 ระบุว่ามีการเปลี่ยนแปลงระบบป้องกันภาพสั่นไหวของวิดีโอใหม่ให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น และถ่ายวิดีโอกลางคืนดีขึ้น ซึ่งผลก็คือเวลาเดินถ่ายกลายเป็นมีการสั่นไหวแบบเห็นจังหวะเดิน ในขณะที่เฟิร์มแวร์ 1.60 จะให้ภาพที่นิ่งกว่าเหมือนใส่ Gimbal อยู่ ซึ่งลองดูจากวิดีโอข้างล่างนี้ได้เลย

และเมื่อ GoPro HERO7 ออกมาก็มีการปรับปรุงระบบป้องกันภาพสั่นไหวให้ได้ภาพนิ่งที่สุดอีกครั้ง (โดยที่ยังไม่แก้ปัญหากับ HERO6 เดิมเลย) ซึ่งถ้าเอา HERO6 ที่ใช้เฟิร์มแวร์ 2.01 ไปเทียบกับ HERO7 จะเห็นว่าระบบป้องกันภาพสั่นไหวนั้นแตกต่างกันมาก

แล้วถ้าเอา GoPro HERO6 ที่ใช้เฟิร์มแวร์ 1.60 ไปเทียบกับ GoPro HERO7 ล่ะ เราก็มีวิดีโอเปรียบเทียบจากช่อง TheEMPChannel (ช่องของคนไทยนี่แหละ) ก็จะเห็นว่าความสามารถในการป้องกันภาพสั่นไหวนั้นสู้กันได้เลย แม้จะไม่นิ่งเท่า HERO7 ตัวใหม่ แต่ก็ไม่ได้แตกต่างแบบเห็นได้ชัดเหมือนเหมือน HERO6 ที่ใช้เฟิร์มแวร์ 2.01

ก็ได้แต่คิดแล้วก็สงสัยต่อไป เอ๋ ทำไม GoPro ต้องดาวน์เกรดความสามารถในการป้องกันการสั่นไหวใน HERO6 นะ ส่วนใครที่มี HERO6 ที่ยังเป็นเฟิร์มแวร์เดิมอยู่ เราแนะนำว่าอย่าอัปเลยดีกว่าครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการถ่ายภาพ

เผยโฉม Ricoh GR III เมื่อตำนานกล้องเล็กคุณภาพโคตรดีกลับมาแล้ว!

Published

on

รูปเดียวของ Ricoh GR III ที่เรามีตอนนี้

หลังจากปล่อยให้แฟนๆ ของ Ricoh GR รอกล้องรุ่นใหม่มานานกว่า 3 ปี ในที่สุดริโกก็เผยโฉม Ricoh GR III ที่กำลังพัฒนาอยู่ โดยพัฒนาไปจาก GR II ในหลายจุด โดยเฉพาะจุดที่แฟนๆ ต้องการมากที่สุดคือเปลี่ยนเซนเซอร์ใหม่ เพิ่มระบบป้องกันภาพสั่นไหว 3 แกนที่เซนเซอร์ลงไป ปรับปรุงเลนส์ใหม่ให้เหมาะกับเซนเซอร์ใหม่ มีระยะมาโครสั้นลงไปอีก ระบบโฟกัสแบบ Phase Detection ทำให้โฟกัสรวดเร็วขึ้น และหน้าจอสัมผัสด้วย

Ricoh GR 3 ก็ยังคงเป็นกล้อง Premium Compact เหมือนต้นตระกูลของมันครับ แต่กลับมาคราวนี้ตัวเล็กลงกว่าเดิม เหลือขนาดแค่ 109.4 × 61.9 × 33.2mm (GR II มีขนาด 117 x 63 x 35 mm) ซึ่งนึกภาพตามง่ายๆ ก็กล้องขนาดเท่าฝ่ามือ สามารถพกใส่กระเป๋ากางเกงได้ แต่มาพร้อมเซนเซอร์ขนาด APS-C ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล และเลนส์เทียบเท่า 28 mm f/2.8 ที่ซูมไม่ได้ เน้นเดินเข้าหาตัวแบบเพื่อถ่ายภาพตาม DNA กล้องสตรีทของมัน ซึ่งความเล็กและคุณภาพภาพนิ่งที่เกินตัวของมัน ทำให้ Ricoh GR มีแฟนๆ อยู่ทั่วโลกครับ เพราะมันแทบจะไม่มีคู่แข่งโดยตรงเลย ตระกูล Sony RX100 ก็เซนเซอร์เล็กกว่านี้เยอะ คุณภาพภาพสู้กันไม่ได้ หรือตระกูล Fuji X100 ก็ตัวใหญ่และหนักกว่านี้มาก ไม่สามารถพกติดกระเป๋าได้ทุกวันอย่าง GR ตอนนี้จะมีแค่ Fuji XF10 เท่านั้นที่เป็นคู่แข่งโดยตรง

สรุปสเปคของ Ricoh GR III

  • เซนเซอร์ขนาด APS-C ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว 3 แกน ที่สามารถจำลองการทำงานของฟิลเตอร์ Anti aliasing ได้ และระบบป้องกันฝุ่นติดเซนเซอร์
  • ระบบโฟกัสแบบ Phase detection ทำให้โฟกัสได้รวดเร็วกว่ารุ่นเดิม
  • เลนส์ 18.3 mm (ความยาวโฟกัสเทียบเท่า 28 mm) f/2.8 โดยเป็นเลนส์ทางยาวโฟกัสเดี่ยว ซูมไม่ได้ ระยะมาโครที่ 6 ซม. ใกล้กว่าของเดิมที่ 10 ซม.
  • ถ่ายวิดีโอได้ 1080p 60 fps
  • หน้าจอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว
  • น้ำหนักรวมแบตเตอรี่ 257 กรัม
  • มี Hot-shoe ต่อแฟลชนอกได้ แต่ไม่มีแฟลชในตัวกล้องแล้ว (ก็แลกมาด้วยขนาดกล้องที่เล็กลงนะ)
  • หน่วยความจำภายใน 2 GB (เยอะมาก)
  • ใช้พอร์ต USB-C เชื่อมต่อ ชาร์จกล้อง และต่อภาพออกทีวี
  • รายละเอียดต่างๆ ยังออกมาไม่ครบ เพราะกล้องกำลังพัฒนาอยู่ ส่วนกำหนดวางขายอยู่ต้นปี 2019

Ricoh GR นั้นกำเนิดมาตั้งแต่ 1996 ในฐานะกล้องฟิล์มขนาดเล็กที่ใช้เลนส์คุณภาพสูงครับ ซึ่งก็สร้างชื่อมาตั้งแต่ยุคฟิล์มด้วยความคมของเลนส์ที่คมตั้งแต่กลางภาพยันขอบภาพ และการควบคุมที่เข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ได้รวดเร็ว (โดยเฉพาะใน GR ยุคดิจิตอลตัวหลังๆ) ทำให้ถูกใจช่างภาพสายสตรีทมาก เพราะสามารถกำหนดระยะโฟกัสรอไว้ก่อน แล้วเดินเข้าไปถ่ายภาพในระยะที่คาดว่าภาพจะชัดได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาหาโฟกัสอีก

ในฐานะที่แอดเป็นแฟน Ricoh GR มาขนาดนี้ เราต้องตามหา Ricoh GR 3 มารีวิวแน่นอน

อ้างอิง: Ricoh

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!