Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

TOT – dtac เปิดสัญญาณทดสอบ dtac-T บน “คลื่น2300 MHz” 10 แห่งใจกลางกทม.

วันนี้ ทีโอที และ ดีแทค ได้เปิดทดสอบ dtac-T คลื่น 2300 MHz จำนวน 10 แห่ง ใจกลางกรุงเทพ เน้นจุดพื้นที่ใช้งานหนาแน่น อาทิ สุขุมวิท สาทร-นราธิวาสราชนครินทร์ สีลม ราชประสงค์ พระราม 3 เป็นต้น ในการเปิด 10 เสาแรกในไทย เพื่อเปิดทดสอบสัญญาณเตรียมความพร้อม ก่อนที่จะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์แก่ลูกค้าทั่วไปเร็ว ๆ นี้ โดย พล.อ.อ. ดร.ประจิน  จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในการเปิดทดสอบการใช้งานเป็นครั้งแรกในไทย พร้อม ดร.พิเชษฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้เกียรติร่วมในฐานะกำกับดูแลหน่วยงานรัฐวิสาหกิจรวมถึงทีโอที และมีบทบาทในการขับเคลื่อนตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ดร. มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า “สัญญาทางธุรกิจและความร่วมมือระหว่าง ทีโอทีและดีแทค ในการใช้งาน คลื่นความถี่ 2300 MHz บนแบนด์วิดท์ที่กว้างที่สุดถึง 60 MHz (2310 – 2370 MHz) เพื่อให้บริการการสื่อสารความเร็วสูงมิติใหม่ของประเทศ เป็นการปักหมุดความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่นำเทคโนโลยีล่าสุดของโลก 4G LTE-TDD มาให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั้งบนโทรศัพท์เคลื่อนที่  และอินเทอร์เน็ตไร้สายประจำที่ (Fixed Wireless broadband) เพื่อขยายบริการให้ครอบคลุมชุมชนหรือครัวเรือนต่าง ๆ ในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำของคนไทยในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ที่สำคัญความร่วม มือครั้งประวัติศาสตร์นี้จะเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศไทยให้ก้าวทันกับนานาประเทศตามนโยบาย รัฐบาลที่จะนำพาประเทศก้าวสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ให้เข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก โดยบริการคลื่น 2300 MHz นับเป็นกุญแจสำคัญต่อความสำเร็จในอนาคตของระบบโทรคมนาคม และระบบดิจิทัลในประเทศไทย”

“การเปิดให้บริการ คลื่น 2300 MHz นอกจากจะสร้างประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในการพัฒนาประเทศแล้ว จะเป็นการเสริมศักยภาพบริการของ ทีโอที ทั้งบริการโมบายบน คลื่น 2100 MHz และบริการบรอดแบนด์ของทีโอที ซึ่งจะรองรับความต้องการใช้งานของภาครัฐ ของธุรกิจเอกชน ธุรกิจ SME และประชาชนได้มากขึ้น โดย ทีโอที พร้อมเปิดให้บริการได้ภายในไตรมาสที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะทำให้ตลาดโมบายและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของ ทีโอที เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีจุดแข็งที่ได้เปรียบทั้งในเรื่องของแบนด์วิดท์และความครอบคลุมของพื้นที่ให้บริการ  โดยจะสามารถสร้างยอดลูกค้าเพิ่ม Market Share ให้กับทีโอที”

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า “ดีแทค ได้วางแผนการให้บริการคลื่น 2300MHz ด้วยงบลงทุน (CAPEX) ปี พ.ศ. 2561 ประมาณ 15,000 – 18,000 ล้านบาท สำหรับการขยายสถานีฐานและเสาสัญญาณ โดยเมื่อหักกลบค่าใช้บริการระหว่างกันดีแทคสามารถให้ค่าตอบแทนแก่ ทีโอที เป็นจำนวน 4,510 ล้านบาทต่อปีจนถึง ปี พ.ศ. 2568 ทั้งนี้ ดีแทควางแผนที่จะขยายบริการบนคลื่น 2300 MHz ไม่ต่ำกว่า 37 จังหวัดในปีนี้ โดยพื้นที่แรกที่จะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์จะเน้นไปที่บริเวณที่มีการใช้งานดาต้าสูง และพร้อมเปิดให้บริการภายในไตรมาส 2 ของปีนี้”

  • การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของการใช้งานข้อมูลในประเทศไทย ที่มีอัตราเฉลี่ยมากกว่า 8 GB ต่อผู้ใช้งานต่อเดือน และการที่โครงข่ายการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้กลายเป็นส่วนที่สำคัญมากของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สนับสนุนระบบเศรษฐกิจของชาติ
  • ดีแทค เลือกเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อการสื่อสารมาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดย คลื่นความถี่ 2300 MHz และ เทคโนโลยี Time Division Duplex (TDD) จะถูกนำมาใช้งาน โดย TDD สามารถจัดการแบนด์วิดท์สำหรับการอัพลิงค์ และดาวน์ลิงค์บนแบนด์วิดท์เดียวได้พร้อมกันตลอดเวลา ความร่วมมือกันระหว่างดีแทคและทีโอทีครั้งนี้มีความสำคัญที่นำคลื่นความถี่กว้าง 60 MHz ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมาใช้งานเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น”
  • TDD และ Massive MIMO คือเทคโนโลยีที่ปฏิวัติเพิ่มการรับและส่งดาต้าในแต่ละเสาสัญญาณได้มากกว่าเดิม นับเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ก้าวสู่ “5G-ready” โดยคลื่นใหม่ที่จะนำมาให้บริการจะมีความจุที่มากที่สุด และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาคนี้

“สมาร์ทโฟนจำนวนมากกว่า 70% ที่รองรับ 4G ในขณะนี้ จะสามารถใช้งานบน คลื่นความถี่ 2300 MHz TDD ได้ อีกทั้งไม่เพียงแต่ผู้ใช้งานบนคลื่น 2300 MHz จะได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น แต่ผู้ที่ใช้งานสมาร์ทโฟนบน คลื่น 2100 MHz ยังจะได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นอีกด้วย จากที่มีการเพิ่มคลื่นความถี่หรือ Off Load จากผู้ใช้งานบนระบบ TDD ทั้งนี้ ทำให้ลูกค้าดีแทคทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นในการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง”

นี่เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ไม่ใช่เฉพาะสำหรับทีโอทีและดีแทค แต่ยังสำคัญกับประเทศไทย 4.0 อีกด้วย ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ประเทศไทยต้องการในการก้าวเป็นผู้นำด้านดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังทำให้การบริการดิจิทัลของทีโอทีมีการเติบโตอย่างมั่นใจในระยะยาว นอกจากนั้น ยังเพิ่มความแข็งแกร่งของโครงข่ายดีแทคในการให้บริการในประเทศ และช่วยให้คนไทยยกระดับการใช้งานดิจิทัลด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากที่สุด

ทั้งนี้ 10 เสาแรกในไทย ที่ ทีโอที และ ดีแทค ร่วมเปิดทดสอบการใช้บริการในพื้นที่ใจกลางเมืองสำคัญของกทม ก่อนที่จะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์แก่ลูกค้าทั่วไปเร็ว ๆ นี้ ได้แก่

  • สาทร แหล่งธุรกิจ ย่านนัดพบของคนทำงาน สังสรรค์ ย่านของกินอร่อยใจกลางเมือง
  • พระราม 3 ย่านเมืองใหม่ จุดเชื่อมต่อกรุงเทพและเส้นทางเข้าสู่ใจกลางเมืองจุดสำคัญ
  • สีลม ถนนธุรกิจใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานคร หรือ “วอลล์สตรีตของกรุงเทพ” แหล่งรวมธนาคาร โรงแรม สำนักงานชั้นนำขนาดใหญ่ และศูนย์การค้า  พร้อมแหล่งท่องเที่ยว แหล่งซื้อสินค้าที่ระลึก ทั้งกลางวันและกลางคืน
  • ราชประสงค์ ศูนย์กลางแหล่งช้อปปิ้งที่ยิ่งใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • สุขุมวิท ย่านที่พักไฮเอนท์ ศูนย์การค้าชั้นนำ แหล่งธุรกิจ และจุดหมายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และ เจริญกรุง แหล่งท่องเที่ยวชุมชนเก่าใจกลางกรุงเทพมหานคร ทางเลือกในการท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตของคนในชุมชนสไตล์อันซีน ของนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศ เป็นต้น
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

สะดวกขึ้น!! Pioneer เปิดตัว “จอทีวีติดรถยนต์” ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่าของผู้ขับขี่รุ่นใหม่

Published

on

บริษัท ไพโอเนียร์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดความบันเทิงติดรถยนต์ เปิดตัว “จอทีวีติดรถยนต์มัลติมีเดียรุ่นใหม่ CAR Infotainment  2019 ภายใต้คอนเซ็ปต์ Empowering Driving Experience ยกระดับประสบการณ์การการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน นำเทคโนโลยีการใช้งานแอปพลิเคชั่นระดับโลกมาไว้ใน AVH-Z Series เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่าของผู้ขับขี่รุ่นใหม่โดยฉพาะ

ในปีนี้ ไพโอเนียร์ เปิดตัว จอทีวีติดรถยนต์ระบบอินโฟเท็นเม้น ด้วยกัน 5 รุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นจะมีรูปทรงและขนาดหน้าจอที่แตกต่างกันไปตามแต่การใช้งาน โดยรุ่นเรือธงจะมีขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว ได้แก่ รุ่น AVH-Z9250BT

  • ซึ่งจะมีหน้าจอแบบ Capacitive คมชัดเหมือนหน้าจอสมาร์ทโฟน
  • ฟีเจอร์ Wi-Fi Built-In ให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อ Android Smart Phone แบบไร้สายสามารถรับชม Video Streaming จากแอปพลิเคชั่นที่ท่านชื่นชอบ
  • ทำงานร่วมกับ Android Auto* และ Car Play แบบไร้สายได้ด้วย และ

ยังมีรุ่นพิเศษ DMH-ZS8250BT

  • ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 8 นิ้วเป็นครั้งแรก
  • มีการออกแบบมาให้เป็นเครื่องเล่นไร้กลไก อ่านแผ่นหรือสมาร์ทโฟน รีซีฟเวอร์ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบการใช้งานแอปพลิเคชันผ่านโทรศัพท์มือถือภายในรถยนต์โดยเฉพาะ เช่น แอป Map แผนที่นำทาง หรือ Spotify เพื่อฟังเพลง

รุ่นท็อปฮิต AVH-Z5250BT ขนาด 2 DIN 6.8 นิ้ว และ รุ่น 1 DIN คือ AVH-X7250BT ขนาดหน้าจอ 7 นิ้ว และขนาด 6.2 นิ้ว รุ่น AVH-Z2250BT นำเสนอเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าแก่ผู้ใช้งาน สะดวกสบายด้วยการเชื่อมต่อผ่านสายเคเบิลเส้นเดียว สามารถใช้งานแอปชั้นนำอื่น ๆ ผ่านทาง Pioneer WebLink ที่มาพร้อมกับแป้นพิมพ์ภาษาไทย เพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาวิดีโอที่เก็บไว้ในสมาร์ทโฟนของตน หรือรับชมสดแบบ Video Streaming ได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น

และยังมีแอปท็อปฮิตที่ใช้งานในรถยนต์ อย่างแผนที่นำทางทั้งระบบ iOS และ Android เช่น Waze แอปแผนที่นำทาง และแสดงการจราจรแบบ Community-based รายใหญ่ที่สุดในโลก ให้ผู้ใช้งานแอพปดูแผนที่ และเส้นทางได้ง่ายขึ้น โดยสามารถเปิดแอป Waze นี้ได้จาก Pioneer WebLink สำหรับผู้ที่ใช้โทรศัพท์ Android และ iPhone ยังสามารถใช้งานแอปแผนที่นำทางยอดฮิตผ่านทาง Apple Car Play และ Android Auto ได้อีกด้วย

หน้าจอทีวีติดรถยนต์รุ่น Z – Series 2019 สามารถรองรับการเล่นไฟล์วีดีโอได้หลากหลายฟอร์แมทจาก USB ด้วยความละเอียดแบบ Full HD 1080 บนหน้าจอที่คมชัดถึง 1.2 ล้านพิกเซล True Color 24 บิท และไฟล์เพลงคุณภาพสูงถึงระดับ 192 KHz

***พิเศษสุด สำหรับผู้ที่ซื้อเครื่องเล่นพร้อมจอทีวีติดรถยนต์ AVH 2019 Z-Series รุ่นใหม่ตั้งแต่วันนี้ ถึง 6 เมษายน 2562 บริษัทฯจะขยายระยะเวลาในการรับประกันสินค้าจาก 1 ปีเป็น 2 ปี ให้บริการฟรีทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ เพื่อเป็นการตอกย้ำความมั่นใจและภาพลักษณ์ผู้นำความบันเทิงติดรถยนต์ในตลาด อีกทั้งจัดโปรโมชั่นพิเศษในงาน Bangkok Motor Show 2019 ที่จะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคมนี้ และจะมีกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

“EOS RP” กล้อง Mirrorless ฟูลเฟรม หลากเทคโนโลยีเอื้อมือใหม่ พร้อมบอดี้น้ำหนักเบา 485 กรัม!

Published

on

ด้วยวัฎจักรของตลาดกล้องที่เปลี่ยนไปตลอดตามกระแสนิยม ในไตรมาสแรกของปี 2019 นี้ แบรนด์กล้องระดับโลกอย่าง Canon (แคนนอน) เลยเปิดตัว EOS RP กล้อง Mirrorless ฟูลเฟรม ที่จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีใหม่พร้อมลดทอนน้ำหนักบอดี้จนตัวเครื่องเบาลงจนน่าใจหาย! ตอบโจทย์ความต้องการผู้ใช้งานหลากหลายกลุ่มแต่เจาะจงเป็นอย่างยิ่งกับผู้ใช้งานกล้องมือใหม่

จุดเด่นของ EOS RP

  • สามารถจับโฟกัสภาพได้ไวสุด 0.05 วินาที
  • ถ่ายในที่แสงน้อยได้ถึง EV-5 (ค่าความสว่าง – 5) และแม้ค่า F จะสูงก็ตาม
  • Digital Lens Optimizer ตัวกล้องจะปรับภาพรวมของภาพถ่ายให้เหมาะสมกับช่วงเลนส์

  • Eye Detection ระบบตรวจจับใบหน้าผ่านดวงตาของตัวแบบ ถูกอัปเกรดระยะการตรวจจับให้ไกลได้มากยิ่งเป็นระยะ Medium Shot (ประมาณครึ่งตัวของบุคคล) จากเดิมที่ได้มากสุดแค่ระยะ Portrait (ภาพถ่ายบุคคล) พร้อมซ้ำยังใช้คู่กับโหมดออโต้โฟกัส Servo และออโต้โฟกัสภาพยนตร์ได้

  • Creative Artist โหมดการปรับภาพถ่ายที่จะช่วยแนะนำเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ที่เหมาะกับอารมณ์ หรือโทนของภาพ เช่น ความสว่าง แสงเข้ม และความอิ่มตัวของสี

  • โหมด Fv ที่สามารถตั้งค่า AE  (Auto Exposure) โดยอัตโนมัติและยืดหยุ่น อาทิ ความเร็วชัตเตอร์ การตั้งค่ารูรับแสงและความไวแสง ISO ได้อย่างรวดเร็ว

  • Focus Bracketing โหมดถ่ายภาพที่จะไล่ระนาบจุดโฟกัสภายในเฟรมของวัตถุเพื่อให้คมชัดทั่วทั้งภาพ (จากที่ปกติแล้วการถ่ายภาพแบบ Macro หรือการถ่ายภาพวัตถุในระยะใกล้ๆ Subject มักจะคมชัดเฉพาะตำแหน่งที่เราโฟกัสเท่านั้น)

สเปคโดยคร่าวของ EOS RP

  • น้ำหนักเฉพาะตัวเครื่องอยู่ที่ 485 กรัม
  • เซ็นเซอร์รับภาพ: CMOS ความละเอียดประมาณ 26 ล้านพิกเซล เต็มเฟรม (36.0 x 24.0 มม.)
  • พิกเซลที่บันทึกได้
    1. L (ใหญ่): ประมาณ 26.0 ล้านพิกเซล (6240 × 4160)
    2. M (ปานกลาง): ประมาณ 11.5 ล้านพิกเซล (4160 × 2768)
    3. S1 (เล็ก 1): ประมาณ 6.5 ล้านพิกเซล (3120 × 2080)
    4. S2 (เล็ก 2): ประมาณ 3.8 ล้านพิกเซล (2400 × 1600)
    5. RAW: ประมาณ 26.0 ล้านพิกเซล (6240 × 4160)
    6. C-RAW: ประมาณ 26.0 ล้านพิกเซล (6240 × 4160)
  • ระบบออโต้โฟกัส: Dual pixel CMOS AF, Contrast AF (สำหรับภาพเคลื่อนไหว 4Kบันทึก)
  • ช่วงความสว่างในการโฟกัส: (ภาพนิ่ง) EV –5 ถึง 18 (วิดีโอ) EV – 2.5 ถึง 18
  • ระบบถ่ายคร่อมโฟกัส (Focus Bracketing)
  • ความเร็วชัตเตอร์: 1/4000 วินาที ถึง 30 วินาที, Bulb, X-sync ความเร็ว 1/180 วินาที
  • ความไวแสง ISO: 100–40000 (เพิ่มทีละ 1/3- หรือ 1-stop ), L (ISO 50), H1 (ISO 51200) หรือ H2 (ISO 102400)
  • ขนาดการบันทึกภาพยนตร์: 4K (3840 × 2160), Full HD (1920 × 1080), HD (1280 × 720)
  • อัตราเฟรม:
    • Full HD / HD: 59.94p / 29.97p (พร้อม NTSC)
    • Full HD / HD: 50.00p / 25.00p (พร้อม PAL)
    • 4K: 23.98p (NTSC) / 25.00p (PAL)
  • ช่องมองภาพ (Viewfinder): OLED
  • ช่องเสียบดิจิทัล: HDMI, USB Type-C, ไมโครโฟนและหูฟังขนาด 3.5 มม.
  • เชื่อมต่อ Wifi ได้

นอกจากนี้ทางแคนนอน ยังจัดเซอร์ไพรส์เอาใจคนรักกล้องเปลี่ยนเลนส์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวเลนส์ RF พร้อมกันถึง 6 รุ่น ให้การถ่ายภาพสนุกยิ่งขึ้น ได้แก่

  • RF 85mm f1.2 L USM เลนส์ในฝันสำหรับภาพพอร์ตเทรต คมชัดทุกรายละเอียดถึงขอบภาพ
  • RF 85mm f1.2 L USM DS ด้วยเทคโนโลยี Defocus Smoothing (DS) ให้ภาพถ่ายละมุนสวยงาม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพพอร์ตเทรต
  • RF 24-70mm f2.8 L IS Nano USM เลนส์ซูมอเนกประสงค์คุณภาพสูง รูรับแสงกว้าง โฟกัสฉับไว ครอบคลุมทุกการถ่ายภาพ
  • RF 15-35mm f2.8 L IS Nano USM เลนส์ซูมมุมกว้างพิเศษ พร้อมระบบกันสั่นไหว ลงตัวเพื่องานถ่ายภาพสถาปัตยกรรม และวิวทิวทัศน์
  • RF 70-200mm f2.8 L IS SWC USM เลนส์ซูมช่วงยอดนิยมคุณภาพสูง ให้ภาพถ่ายคมชัด สีอิ่ม พัฒนามาให้มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบาลง เพิ่มความคล่องตัวให้กับช่างภาพ
  • RF 24-240mm f4-6.3 IS Nano USM เลนส์ซูมอเนกประสงค์ ตัวเล็ก น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับนักเดินทาง ถ่ายภาพได้หลากหลาย ตั้งแต่ภาพมุมกว้าง ไปจนถึงการซูมภาพระยะไกล

Canon EOS RP สนนราคาเริ่มต้นเฉพาะตัวเครื่องอยู่ที่ 48,990 บาท และตัวกล้องพร้อมเลนส์ RF 24-105L ราคา 88,690 บาท โดยทางแคนนอนแง้ม ๆ มาว่าจะตัวเครื่องนั้นจะวางจำหน่ายภายในอาทิตย์หน้านี้ครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

รวมราคา Samsung Galaxy S10 และ 10+ จากทุกค่ายมือถือลดสูงสุด 50 เปอร์เซ็นต์!

Published

on

เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ยังคงได้รับความนิยมในบ้านเรามาโดยตลอดอย่าง Samsung ที่คราวนี้ก็ได้ฤกษ์งามยามดีเปิดตัวสมาร์ตเรือธงรุ่นล่าสุด Galaxy S10 และ S10+ เรามาดูกันดีกว่าครับ ว่าแต่ละค่ายมือถือจะมีโปรโมชั่นอะไรเด็ด ๆ มามัดใจสาวกสมาร์ตโฟนแบรนด์นี้กันบ้าง!

ราคาเปิดตัว Samsung Galaxy S10

  • Samsung Galaxy S10e 6GB/128GB ราคา 26,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10 8GB/128GB ราคา 31,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ 8GB/128GB ราคา 35,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ 8GB/512GB ราคา 44,900 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ 12GB/1TB ราคา 55,900 บาท

จองถึง 4 มีนาคมและหากซื้อกับโอเปเรเตอร์ (ค่ายมือถือ) จะมีส่วนลดหรือบางช่องทางจะมีการเลือกอัปเกรดความจุได้ฟรี หรือเลือกรับ Galaxy Watch ได้ โดยจะขายจริงในวันที่ 8 มีนาคมนี้

ราคาพิเศษจาก AIS

ลูกค้าเอไอเอส สามารถสั่งจองเครื่องได้ทาง ais.co.th/samsungs10 ตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2562 และสามารถเลือกชำระเงินเต็มจำนวนสำหรับการจัดส่งถึงบ้านหรือชำระเงินมัดจำจำนวน 2,000 บาท สำหรับการรับเครื่องที่ AIS Shop หรือร้านเทเลวิซที่ร่วมรายการ โดยรับเครื่องได้ตั้งแต่วันที่ 6 – 8 มีนาคม 2562 โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • รับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 50% เหลือเพียง 17,950 บาท (จากปกติ 35,900 บาท) เมื่อสั่งจอง Samsung Galaxy S10+ (128 GB) พร้อมสมัครแพ็กเกจ AIS HOT DEAL 1,299 บาทขึ้นไป และชำระค่าบริการล่วงหน้า 8,000 บาท สำหรับลูกค้าเอไอเอสรายเดือน ทั้งลูกค้าปัจจุบัน เปิดเบอร์ใหม่ หรือเปลี่ยนจากเติมเงินเป็นรายเดือน เฉพาะช่วง Pre-Booking เท่านั้น และจะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเป็น
    • แถมยังได้รับชม NETFLIX ฟรีนาน 3 เดือน (มูลค่า 1,050 บาท) และคอนเทนท์ความบันเทิงระดับโลกอื่นๆ ผ่านแอปฯ AIS PLAY กับ PLAY PREMIUM, VIU และ HOOQ แบบไม่คิดค่าเน็ต นาน 6 เดือน มูลค่า 3,319 บาท
    • ประกันจอแตกนาน 1 ปี มูลค่า 6,500 บาท

  • ถ้าเป็นลูกค้าเอไอเอส เซเรเนดโกลด์และแพลทตินัมที่มีอายุใช้งาน 1 ปีขึ้นไปและใช้หรือสมัครแพ็กเกจขั้นต่ำ 899 บาท รับส่วนลดค่าเครื่องสูงสุด 16,000 บาท โดยไม่ต้องจ่ายค่าบริการล่วงหน้า พร้อมชมฟรี! NETFLIX นาน 3 เดือน มูลค่า 1,050 บาท เฉพาะช่วง Pre-Booking เท่านั้น

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่: AIS

ราคา Galaxy S10 จาก DTAC

โปรโมชั่นราคาพิเศษจากดีแทคสำหรับลูกค้าที่สั่งจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2562 และพร้อมวางจำหน่ายพร้อมกันที่ศูนย์บริการดีแทค ทั่วประเทศ หรือ dtac online store เร็ว ๆ นี้ โดยรายละเอียดมีดังนี้

  • Samsung Galaxy S10 128GB จากปกติ 31,900 บาท ลดเหลือเพียง 15,900 บาทเมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 1,499 บาท
    • ลดเหลือเพียง 19,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 1,099 บาท
    • ลดเหลือเพียง 21,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 899 บาท
    • ลดเหลือเพียง 25,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 699 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ 128GB จากปกติ 35,900 บาท ลดเหลือเพียง 17,950 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 1,499 บาท
    • ลดเหลือเพียง 21,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 1,099 บาท
    • ลดเหลือเพียง 25,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 899 บาท
    • ลดเหลือเพียง 29,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 699 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ 512GB จากปกติ 44,900 บาท ลดเหลือเพียง 26,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 1,499 บาท
    • ลดเหลือเพียง 30,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 1,099 บาท
    • ลดเหลือเพียง 34,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 899 บาท
    • ลดเหลือเพียง 38,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 699 บาท
  • Samsung Galaxy S10+ 1TB จากปกติ 55,900 บาท
    • ลดเหลือเพียง 35,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 1,499 บาท
    • ลดเหลือเพียง 39,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 1,099 บาท
    • ลดเหลือเพียง 45,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 899 บาท
    • ลดเหลือเพียง 49,900 บาท เมื่อสมัครหรือมีแพ็กเกจเริ่มต้น 699 บาท
  • ลูกค้าดีแทค Blue Member และ Gold Member ที่มีอายุการใช้งาน 18 เดือนขึ้นไปรับสิทธิ์ซื้อเครื่องราคาพิเศษ พร้อมประกันจอแตก 1 ปี จากซัมซุง มูลค่า 6,500 บาท

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่: Dtac

ราคา Galaxy S10 จาก TrueMove H

เช่นเดียวกันกับทุกเจ้าที่จะสามารถสั่งจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ – 4 มีนาคม 2562 โดยจะได้รับเครื่องตั้งแต่วันที่ 6 – 8 มีนาคม แต่ทางทรูจะมีราคาพิเศษนี้เฉพาะช่วงสั่งจองเท่านั้น

  • ลดค่าเครื่องสูงสุด 50% เมื่อสมัครแพ็คเกจและชำระค่าบริการล่วงหน้าตามกำหนด
  • จองแบบไม่ต้องชำระล่วงหน้า สำหรับลูกค้า True Blackcard ลดสูงสุด 14,000 บาท
  • ผ่อนค่าเครื่องแบบ 0% นานสูงสุด 24 เดือน
  • มีบริการแลกเก่าเลกใหม่ Easy Swap ร่วมกับบริการ Galaxy Butler (รับส่งเครื่องซ่อมฟรี, มีส่วนลดค่าอะไหล่ที่นอกเหนือจากประกัน ฯลฯ) สำหรับลูกค้า True Blackcard ที่จองเท่านั้น
  • ลูกค้าย้ายค่ายเบอร์เดิมลดเพิ่ม 1,000 บาท

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่: Truemove H

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!