Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

TOT – dtac เปิดสัญญาณทดสอบ dtac-T บน “คลื่น2300 MHz” 10 แห่งใจกลางกทม.

วันนี้ ทีโอที และ ดีแทค ได้เปิดทดสอบ dtac-T คลื่น 2300 MHz จำนวน 10 แห่ง ใจกลางกรุงเทพ เน้นจุดพื้นที่ใช้งานหนาแน่น อาทิ สุขุมวิท สาทร-นราธิวาสราชนครินทร์ สีลม ราชประสงค์ พระราม 3 เป็นต้น ในการเปิด 10 เสาแรกในไทย เพื่อเปิดทดสอบสัญญาณเตรียมความพร้อม ก่อนที่จะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์แก่ลูกค้าทั่วไปเร็ว ๆ นี้ โดย พล.อ.อ. ดร.ประจิน  จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในการเปิดทดสอบการใช้งานเป็นครั้งแรกในไทย พร้อม ดร.พิเชษฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้เกียรติร่วมในฐานะกำกับดูแลหน่วยงานรัฐวิสาหกิจรวมถึงทีโอที และมีบทบาทในการขับเคลื่อนตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ดร. มนต์ชัย หนูสง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทีโอที กล่าวว่า “สัญญาทางธุรกิจและความร่วมมือระหว่าง ทีโอทีและดีแทค ในการใช้งาน คลื่นความถี่ 2300 MHz บนแบนด์วิดท์ที่กว้างที่สุดถึง 60 MHz (2310 – 2370 MHz) เพื่อให้บริการการสื่อสารความเร็วสูงมิติใหม่ของประเทศ เป็นการปักหมุดความก้าวหน้าครั้งสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และนับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่นำเทคโนโลยีล่าสุดของโลก 4G LTE-TDD มาให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั้งบนโทรศัพท์เคลื่อนที่  และอินเทอร์เน็ตไร้สายประจำที่ (Fixed Wireless broadband) เพื่อขยายบริการให้ครอบคลุมชุมชนหรือครัวเรือนต่าง ๆ ในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ ช่วยลดความเหลื่อมล้ำของคนไทยในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ที่สำคัญความร่วม มือครั้งประวัติศาสตร์นี้จะเป็นการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารโทรคมนาคมของประเทศไทยให้ก้าวทันกับนานาประเทศตามนโยบาย รัฐบาลที่จะนำพาประเทศก้าวสู่ “ไทยแลนด์ 4.0” ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ให้เข้มแข็งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก โดยบริการคลื่น 2300 MHz นับเป็นกุญแจสำคัญต่อความสำเร็จในอนาคตของระบบโทรคมนาคม และระบบดิจิทัลในประเทศไทย”

“การเปิดให้บริการ คลื่น 2300 MHz นอกจากจะสร้างประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ให้กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในการพัฒนาประเทศแล้ว จะเป็นการเสริมศักยภาพบริการของ ทีโอที ทั้งบริการโมบายบน คลื่น 2100 MHz และบริการบรอดแบนด์ของทีโอที ซึ่งจะรองรับความต้องการใช้งานของภาครัฐ ของธุรกิจเอกชน ธุรกิจ SME และประชาชนได้มากขึ้น โดย ทีโอที พร้อมเปิดให้บริการได้ภายในไตรมาสที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะทำให้ตลาดโมบายและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของ ทีโอที เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีจุดแข็งที่ได้เปรียบทั้งในเรื่องของแบนด์วิดท์และความครอบคลุมของพื้นที่ให้บริการ  โดยจะสามารถสร้างยอดลูกค้าเพิ่ม Market Share ให้กับทีโอที”

นายลาร์ส นอร์ลิ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า “ดีแทค ได้วางแผนการให้บริการคลื่น 2300MHz ด้วยงบลงทุน (CAPEX) ปี พ.ศ. 2561 ประมาณ 15,000 – 18,000 ล้านบาท สำหรับการขยายสถานีฐานและเสาสัญญาณ โดยเมื่อหักกลบค่าใช้บริการระหว่างกันดีแทคสามารถให้ค่าตอบแทนแก่ ทีโอที เป็นจำนวน 4,510 ล้านบาทต่อปีจนถึง ปี พ.ศ. 2568 ทั้งนี้ ดีแทควางแผนที่จะขยายบริการบนคลื่น 2300 MHz ไม่ต่ำกว่า 37 จังหวัดในปีนี้ โดยพื้นที่แรกที่จะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์จะเน้นไปที่บริเวณที่มีการใช้งานดาต้าสูง และพร้อมเปิดให้บริการภายในไตรมาส 2 ของปีนี้”

  • การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของการใช้งานข้อมูลในประเทศไทย ที่มีอัตราเฉลี่ยมากกว่า 8 GB ต่อผู้ใช้งานต่อเดือน และการที่โครงข่ายการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้กลายเป็นส่วนที่สำคัญมากของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สนับสนุนระบบเศรษฐกิจของชาติ
  • ดีแทค เลือกเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อการสื่อสารมาใช้เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดย คลื่นความถี่ 2300 MHz และ เทคโนโลยี Time Division Duplex (TDD) จะถูกนำมาใช้งาน โดย TDD สามารถจัดการแบนด์วิดท์สำหรับการอัพลิงค์ และดาวน์ลิงค์บนแบนด์วิดท์เดียวได้พร้อมกันตลอดเวลา ความร่วมมือกันระหว่างดีแทคและทีโอทีครั้งนี้มีความสำคัญที่นำคลื่นความถี่กว้าง 60 MHz ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยมาใช้งานเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น”
  • TDD และ Massive MIMO คือเทคโนโลยีที่ปฏิวัติเพิ่มการรับและส่งดาต้าในแต่ละเสาสัญญาณได้มากกว่าเดิม นับเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ก้าวสู่ “5G-ready” โดยคลื่นใหม่ที่จะนำมาให้บริการจะมีความจุที่มากที่สุด และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาคนี้

“สมาร์ทโฟนจำนวนมากกว่า 70% ที่รองรับ 4G ในขณะนี้ จะสามารถใช้งานบน คลื่นความถี่ 2300 MHz TDD ได้ อีกทั้งไม่เพียงแต่ผู้ใช้งานบนคลื่น 2300 MHz จะได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น แต่ผู้ที่ใช้งานสมาร์ทโฟนบน คลื่น 2100 MHz ยังจะได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นอีกด้วย จากที่มีการเพิ่มคลื่นความถี่หรือ Off Load จากผู้ใช้งานบนระบบ TDD ทั้งนี้ ทำให้ลูกค้าดีแทคทุกคนจะได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้นในการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง”

นี่เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ไม่ใช่เฉพาะสำหรับทีโอทีและดีแทค แต่ยังสำคัญกับประเทศไทย 4.0 อีกด้วย ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ประเทศไทยต้องการในการก้าวเป็นผู้นำด้านดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังทำให้การบริการดิจิทัลของทีโอทีมีการเติบโตอย่างมั่นใจในระยะยาว นอกจากนั้น ยังเพิ่มความแข็งแกร่งของโครงข่ายดีแทคในการให้บริการในประเทศ และช่วยให้คนไทยยกระดับการใช้งานดิจิทัลด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากที่สุด

ทั้งนี้ 10 เสาแรกในไทย ที่ ทีโอที และ ดีแทค ร่วมเปิดทดสอบการใช้บริการในพื้นที่ใจกลางเมืองสำคัญของกทม ก่อนที่จะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์แก่ลูกค้าทั่วไปเร็ว ๆ นี้ ได้แก่

  • สาทร แหล่งธุรกิจ ย่านนัดพบของคนทำงาน สังสรรค์ ย่านของกินอร่อยใจกลางเมือง
  • พระราม 3 ย่านเมืองใหม่ จุดเชื่อมต่อกรุงเทพและเส้นทางเข้าสู่ใจกลางเมืองจุดสำคัญ
  • สีลม ถนนธุรกิจใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานคร หรือ “วอลล์สตรีตของกรุงเทพ” แหล่งรวมธนาคาร โรงแรม สำนักงานชั้นนำขนาดใหญ่ และศูนย์การค้า  พร้อมแหล่งท่องเที่ยว แหล่งซื้อสินค้าที่ระลึก ทั้งกลางวันและกลางคืน
  • ราชประสงค์ ศูนย์กลางแหล่งช้อปปิ้งที่ยิ่งใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • สุขุมวิท ย่านที่พักไฮเอนท์ ศูนย์การค้าชั้นนำ แหล่งธุรกิจ และจุดหมายของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และ เจริญกรุง แหล่งท่องเที่ยวชุมชนเก่าใจกลางกรุงเทพมหานคร ทางเลือกในการท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตของคนในชุมชนสไตล์อันซีน ของนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศ เป็นต้น
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

“เซเว่น อีเลฟเว่น” สานต่อ “ลดวันละถุง คุณทำได้” หนุนคนไทยลดใช้ถุงพลาสติก เปลี่ยนเป็นเงินมอบให้รพ.ศิริราช

Published

on

สืบเนื่องมาจากที่ “เซเว่น อีเลฟเว่น” เดินหน้านโยบาย 7 Go Green (เซเว่นโกกรีน) ที่ได้ฤกษ์ใช้วันที่ 7 เดือน 11 รณรงค์ “ลด และ เลิกใช้ถุงพลาสติก” ที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่นทั่วประเทศ เพื่อ“ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสให้ทุกคน” ที่จะมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนและสังคม ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

เพราะทุกคนตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากการใช้ถุงพลาสติกที่มีต่อโลกของเรา เริ่มต้นด้วยการ
▪นำหลัการ 3R เพื่อช่วยลดปริมาณขยะ ตั้งแต่การ Reduce , Reuse , Recycle
ซึ่งโครงการ 7 Go Green ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างจิตสำนึก ตระหนักถึงความสำคัญสิ่งแวดล้อม
และจากสถิติตั้งแต่เดือน มคกราคม -กันยายน 2561 ที่ผ่านมา จากโครงการทั้งหมดทั้งมวลนี้ สามารถช่วยโลก ด้วยการลดการใช้ถุงใช้ถึง 90.8 ล้านใบ

มาในวันนี้ทาง เซเว่น อีเลฟเว่น จึงได้สานต่อโครงการรณรงค์ลด และ เลิก ใช้ถุงพลาสติก เปิดตัวแคมเปญ “ลดวันละถุง คุณทำได้” และได้ซูเปอร์สตาร์มหาชน “ตูน บอดี้สแลม” มาเป็นพรีเซนเตอร์ ร่วมเชิญชวนคนไทยลดและเลิกใช้ถุงพลาสติก เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินนำไปสมทบทุนใช้ซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลศิริราช

แคมเปญ “ลดวันละถุง คุณทำได้” รณรงค์ให้ผู้ที่เข้าใช้บริการซื้อสินค้าในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ให้ลดใช้ถุงพลาสติก เพื่อเปลี่ยนเป็นเงิน 0.20 บาท/ถุง นำไปสมทบทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ มอบให้กับอาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา โรงพยาบาลศิริราช โดยได้ศิลปินที่เป็นที่ชื่นชอบของหลาย ๆ คนอย่าง “ตูน บอดี้สแลม” มาเป็นพรีเซนเตอร์ พร้อมปล่อยภาพยนตร์โฆษณาที่สร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด Promise “สัญญาที่ดีที่สุดคือสัญญาที่ทำได้จริง” เผยแพร่ผ่านทางสื่ออย่างโทรทัศน์ และตามสื่อโซเชียลมีเดียอย่าง เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตราแกรม ไลน์ และยูทูบ รวมทั้งเผยแพร่ในร้านเซเว่น อีเลฟเว่นทั่วประเทศด้วย

เพราะ“ตูน บอดี้สแลม”เรียกได้ว่าเป็นศิลปินที่เป็นที่รักของคนไทย จากการทำประโยชน์ให้กับสังคมมากมาย โดยเฉพาะกิจกรรมก้าวคนละก้าว “ตูน บอดี้สแลม” เผยว่า “แคมเปญ “ลดวันละถุง คุณทำได้” นับเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่มีเจตนารมณ์ที่ดี ที่จะช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม และยังได้ร่วมบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลศิริราชด้วย และดีใจที่เราได้เริ่มต้นช่วยโลกของเราอย่างจริงจังกันซักที”

ทุกครั้งที่ลูกค้างดรับถุงพลาสติก พนักงานจะบันทึกไว้ในระบบ ซึ่งทุกคนสามารถเข้าไปดูจำนวนถุงที่ลดลง และยอดเงินบริจาคได้ทาง หน้าจอเครื่องรับชำระเงิน , 7 APP และ แฟนเพจ 7-Eleven Thailand ได้ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าแคมเปญนี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 แต่ทาง“เซเว่น อีเลฟเว่น” จะยังคงดำเนินแคมเปญนี้ต่อไป เพื่อให้มีการลดและเลิกใช้ถุงพลาสติกอย่างถาวรในอนาคต

เพราะถ้าคนเราใช้ถุงผ้าสัปดาห์ละ 1 วันจะช่วยลดการใช้ถุงพลาสติกได้มากกว่า 100 ล้านถุงต่อปี

ข้อดีของการใช้ถุงผ้ามีดังนี้  

  • ซักทำความสะอาดได้
  • พกใส่กระเป๋าได้ ไม่เปลืองเนื้อที่กระเป๋า
  • ใส่ของได้หลายชิ้น ไม่ขาดง่าย
  • ย่อยสลายได้ ไม่เป็นปัญหาในสิ่งแวดล้อม
  • สามารถใช้ถุงผ้าซ้ำได้บ่อย ทุกครั้งที่เราซื้อสินค้า
  • ช่วยลดปัญหาโลกร้อน
  • เมื่อเราใช้ถุงผ้าใส่ของ เราจะได้แต้มเพิ่มจากการสะสมแต้ม
  • ถุงผ้าสามารถใช้สะพายได้ ลดการใช้กระเป๋าที่ผลิตจากวัสดุอื่น
  • เราสามารถออกแบบลวดลายต่าง ๆ ของถุงผ้าได้

แคมเปญ “ลดวันละถุง คุณทำได้” ยังได้องค์กรชั้นนำจากทั้งภาครัฐและเอกชน มารวมพลังสนับสนุนการลดและเลิกใช้ถุงพลาสติกอีกหลายองค์กร อาทิ

  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม
  • กรมควบคุมมลพิษ
  • กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
  • กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรุงเทพมหานคร
  • เครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย
  • มูลนิธิโลกสีเขียว
  • Mahasamut Patrol Thailand
  • สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
  • โครงการอาสาสมัครเพื่อสังคม
  • สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม และ
  • สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

AIS เปิดให้บริการ NEXT G บน iPhone แล้ว!

Published

on

หลังจากปล่อยให้ผู้ใช้ iPhone รอคอยกันมานานนับปี ในที่สุด AIS ก็ดีลกับ Apple ได้เรียบร้อย สามารถเปิดให้บริการ NEXT G บน iPhone ได้เรียบร้อย โดย NEXT G เป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระดับ Gigabit โดยอาศัยการดาวน์โหลดข้อมูลจากคลื่น 4G และ Wifi พร้อมกัน

สิ่งที่ผู้ใช้ iPhone ต้องมีเพื่อใช้งาน NEXT G คือ

  • อัปเดตเป็น iOS 12 ขึ้นไป
  • ดาวน์โหลดแอป NEXT G จาก App Store มาติดตั้ง (ในวันที่เขียนข่าวแอปยังไม่ปล่อยให้ดาวน์โหลดใน App Store)
  • ต้องใช้แพ็กเกจรายเดือน 4G Max ตั้งแต่ 599 บาทต่อเดือนขึ้นไป

  • หรือถ้าใช้แพ็กเกจอื่นๆ ก็สมัครแพ็กเสริม NEXT G ในราคาเริ่มต้น 89 บาท

รายละเอียดเกี่ยวกับ AIS NEXT G สามารถดูได้ที่ ais.co.th/nextg

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัว Realme C1 มือถือราคา 3,990 บาท ที่มาพร้อมจอ 6.2 นิ้ว และ Snapdragon 450

Published

on

เปิดตัวในไทยอย่างเป็นทางการแล้วกับแบรนด์ Realme แบรนด์น้องของ OPPO ที่เจาะกลุ่มราคาคุ้มค่าเป็นพิเศษ ภายใต้สโลแกน PROUD TO BE YOUNG พร้อมส่ง Realme C1 สมาร์ทโฟนราคาระดับเริ่มต้นออกมาลุยตลาด

แบรนด์ Realme ก่อตั้งเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2018 โดยคุณ Sky Li อดีตผู้บริหารของ OPPO ที่ลาออกมาตั้งแบรนด์ Realme โดยภาพลักษณ์ของ Realme ต้องบอกว่าใกล้เคียงกับ Honor ของ Huawei ที่แยกแบรนด์ออกมาเพื่อเน้นกลุ่มวัยรุ่น มีการสื่อสารผ่านภาพลักษณ์ถึงความกล้าที่จะลองของใหม่ๆ แต่ Realme จะเน้นช่องทางออฟไลน์มากกว่าฝั่ง Honor โดยมีการเป็นพันธมิตรกับ True และ 7-11 เพื่อจำหน่ายเครื่องในช่องทางที่กว้างขึ้น

Realme 2 Pro เรียลมีรุ่นแรกที่ขายในไทย

Realme รุ่นแรกที่วางจำหน่ายในไทยคือ Realme 2 Pro ทีมีสเปค

  • Snapdragon 660
  • หน้าจอ 6.4 นิ้ว full HD+ 19.5:9
  • กล้อง 16 + 2 MP f/1.7
  • แบต 3500 mAh
  • ซึ่งรุ่น Ram 4 GB + หน่วยความจำ 64 GB นั้นตั้งราคาไว้ที่ 6,590 บาท
  • และรุ่น Ram 8 GB + หน่วยความจำ 128 GB ตั้งราคาไว้ที่ 8,990 บาท

Realme 2 Pro เริ่มขายตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย. ทาง Lazada และขายหมดใน 10 วินาที จากนั้นวันที่ 11 พ.ย. นำกลับมาขาย 1,000 เครื่องหมดก็ใน 8 นาที ซึ่งในเทศกาล 12.12 ที่จะจัดวันที่ 10-12  ธ.ค.นี้ เครื่องรุ่น 4+ 64 GB จะกลับมาเซลล์พิเศษที่ราคา 5,990 บาทอีกครั้ง นอกจากนี้ยังวางขายรุ่น 8+128 GB ที่ True Shop

Realme C1 มือถือทุบตลาดราคาเริ่มต้น

และในงานนี้ Realme เปิดตัว C1 สมาร์ทโฟนราคาประหยัด แค่ 3,990 บาท แต่ได้สเปค

  • Snapdragon 450
  • จอขนาด 6.2 นิ้ว
  • แบตเตอรี่ 4230 mAh
  • กล้องหลัง 13 + 2 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
  • ใส่ 2 ซิมพร้อม SD
  • มาพร้อม AI Gaming
  • Ram 2 GB
  • หน่วยความจำ 16 GB
  • ไม่มีสแกนลายนิ้วมือ

ช่องทางจัดจำหน่ายของ Realme C1 นั้นพิเศษกว่ารุ่นอื่นๆ คือหาซื้อได้ที่ 7-11 ตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคมนี้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ของ Realme นั้นรับประกันตัวเครื่อง 1 ปี แบตเตอรี่ 6 เดือน และอุปกรณ์เสริม 6 เดือน โดยมีศูนย์บริการรองรับ 43 สาขาทั่วประเทศ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!