Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

ไขข้อข้องใจ “รถไฟฟ้า BTS” ถูกรบกวนด้วยคลื่นมือถือ, Wi-Fi จริงหรือ?

จากประเด็นที่รถไฟฟ้า BTS มีปัญหาหลายวันติดกัน และหลายช่วงเวลา (วันที่เขียนก็ 3 วันติดเข้าไปแล้ว จนกระทั่งมีการคาดว่า เป็นเพราะ “DTAC” ปล่อย “dtac turbo” บนคลื่น 2300 และอีกสาเหตุหนึ่งคาดว่ามาจากการรบกวนจากคลื่น Wi-Fi บนย่านความถี่ 2.4G วันนี้ทางแบไต๋จะมาไขข้อข้องใจเรื่องนี้กัน

อัพเดต! คุณหนุ่ยสรุปประเด็นนี้ พร้อมข้อมูลเพิ่มเติมจาก กสทช. ไม่เกี่ยวกับคลื่น 2300 ของ DTAC แน่นอน

คลื่นความถี่ 2.4G กับ 5G คืออะไร?

คลื่นความถี่ 2.4G และ 5G ถือว่าเป็นย่านความถี่เสรีสากล ใครๆ ก็สามารถใช้งานได้ ซึ่งทุกประเทศยึดหลักการเดียวกัน ทำให้ถูกใช้งานได้ทั่วไปทั้งตามบ้านและหน่วยงานบนอุปกรณ์หลายชนิด เช่น Wi-Fi, เตาไมโครเวฟ, เมาส์ คีย์บอร์ด จอยเกมแบบไร้สาย, โทรศัพท์บ้านและอินเตอร์คอมแบบไร้สาย, โดรน, อุปกรณ์บังคับไร้สาย

http://www.starhub.com/personal/support/broadband/things-to-know-about-broadband/wireless-technologies-limitations-wi-fi.html

โดยคลื่น 2.4G นั้นถูกใช้มานานแล้ว ปัจจุบันคลื่น 2.4G ถูกใช้งานเยอะมาก อุปกรณ์ไอทีและอิเล็กทรอนิกส์รุ่นใหม่ๆ จึงขยับไปใช้คลื่นเสรีอีกคลื่นที่ปัจจุบันคนยังใช้งานน้อย นั่นก็คือคลื่น 5G นั่นเอง (5G ที่ว่านี้ย่อมาจาก 5 GHz คนละแบบกับ 5G ที่เป็นเทคโนโลยีการรับ-ส่งข้อมูลบนมือถือ ในอนาคตที่เป็นขั้นสูงกว่า 3G 4G ในปัจจุบัน)

และ DTAC มาเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ เป็นตัวการจริงเหรอ?

หลังจากที่ DTAC เพึ่งเปิดตัวการร่วมมือใช้คลื่น 2300 จาก TOT ก็ได้ตกเป็นจำเลยในกรณีนี้ ว่ามีส่วนทำให้เกิดปัญหารถไฟฟ้า BTS ไม่สามารถทำงานได้ แต่สุดท้ายทาง DTAC ก็ได้ทดสอบปิดการปล่อยสัญญาณบนคลื่นดังกล่าว (หรือที่เรียกตามชื่อการค้าว่า “dtac turbo”) แต่ทาง DTAC ก็ให้ความร่วมมือ และทดลองปิดการใช้คลื่นดังกล่าวบนย่าน 2300 จำนวนกว่า 20 สถานีฐานตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า BTS ตั้งแต่ช่วงเวลา 06.00 น. อีกทั้งให้ข้อมูลว่า การใช้งานคลื่น 2300 MHz ไม่ได้ส่งคลื่นใดๆ ออกมานอกเหนือจากแบนด์ที่ให้บริการ และคลื่นที่ dtac, TOT ใช้นั้นห่างจากคลื่นที่ BTS ใช้ 30 MHz ทำให้ไม่มีโอกาสตีกัน (dtac กับ TOT ใช้ช่องความถี่ 2310-2370) และ BTS ไม่ได้เนียนใช้คลื่นนี้แต่อย่างใด

สุดท้ายไม่เกี่ยวกับ DTAC แต่เป็นเพราะ BTS ใช้คลื่นเสรี 2.4G?

หลังจากที่ทางปิดสัญญาณก็ยังเกิดเหตุการณ์ BTS ขัดข้องอีก แม้ว่าได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อเวลา 07.18 น. ระบบอาณัติสัญญาณในสายสีลมขัดข้องอีกครั้ง

นายนายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. ได้รายงานกับ ThaiPBS ว่าพบคลื่นรบกวนนั่นคือ สัญญาณ Wi-Fi บนย่าน 2.4 G หริอ 2400 MHz เพราะเป็นคลื่นที่อนุญาตและจัดสรรไว้สำหรับให้ใช้แบบสาธารณะ อาจเป็นไปได้ที่จะรบกวนกันเพราะ BTS ก็ใช้คลื่นนี้ แต่อย่างไรก็ตามยังกล่าวเพิ่มเติมว่า รัศมีการทะลุทะลวงของคลื่นนี้ถ้าเป็นห้องก็ทะลุได้ 2 ห้อง แต่กำแพงห้องที่ 3 นี่ทะลุไม่ได้แล้ว

http://www.sys2u.com/xpert/viewtopic.php?f=3&t=9

ยกเว้นมีการทวนสัญญาณ ใช้เสาขยายสัญญาณออกมาภายนอกอาคาร และมีการใช้เยอะขึ้นรวมกันออกมาภายนอกอาคาร ซึ่งพวก Wi-Fi สาธารณะนอกอาคาร (เช่น AIS Wifi, dtac Wifi, True Wifi) หรือ Hotspot มือถือ, Pocket Wi-Fi ก็ใช้งานคลื่นนี้เป็นส่วนใหญ่ รวมถึงนอกจาก Wi-Fi ก็มีหลายอย่างที่ใช้คลื่นนี้ภายนอกอาคารด้วย

การแก้ปัญหาดังกล่าว คือขอเปลี่ยนย่านความถี่ ไปใช้ย่านอื่นที่ไม่ใช่ 2400 MHz ปัจจุบัน กสทช. กันคลื่นย่าน 800 – 900 MHz (คนละแบนด์กับคลื่นมือถือในย่านดังกล่าวด้วย) ไว้ให้ใช้สำหรับการควบคุมรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่กำลังจะก่อสร้างอยู่แล้ว BTS สามารถประสานมาขอใช้คลื่นนี่ได้ หรืออาจจะไปใช้เครือข่าย GSM-R ซึ่งนิยมควบคุมระบบรถไฟความเร็วสูงในหลายประเทศ

ระบบคลื่นอาณัติสัญญาณของ BTS คืออะไร?

BTS ใช้ระบบอาณัติสัญญาณของบริษัท Bombardier ซึ่งเป็นระบบอาณัติสัญญาณแบบ Communication Based Train Control หรือ CBTC โดยใช้สัญญาณ 2.4 GHz สำหรับสื่อสารกันระหว่างขบวนและระบบ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการให้บริการ

แบนด์ของคลื่นความถี่คืออะไร?

แบนด์คือช่วงของช่องความถี่สัญญาณ อย่างเช่นที่ DTAC และ TOT ใช้อยู่บนคลื่น 2300 MHz นั้นจะอยู่ในช่วงแบนด์ 2310-2370 MHz* ไม่มีการส่งสัญญาณเกินในช่วงนี้ ส่วนรถไฟฟ้า BTS จะอยู่ในแบนด์คลื่น 2400 (ในช่วง 2400.1 GHz)

https://www.icognix.net/blog/routers/changing-channels-linksys-wi-fi-router

ส่วนใครที่เคยตั้งค่าช่องสัญญาณของ Wi-Fi คงจะรู้จักช่อง Channel ต่างๆ (ดังภาพข้างบน) อันนั้นก็เป็นการระบุว่า แต่ละ Channel ส่งอยู่ในช่วงแบนด์ไหนของ 2400 MHz (2.4 G) หรือ 5G

อาจารย์วิศวฯ จุฬาฯ วิเคราะห์สาเหต

ดร.ประมวล สุธีจารุวัฒน อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์สาเหตุของกรณีนี้

*อัพเดตข้อมูลจากกสทช. ที่ขอแถลงแก้ไขข้อมูลนี้ได้จากคลิปที่คุณหนุ่ยรายงาน ได้จากต้นบทความ

สรุปได้ว่า

  • ประเทศไทย ไม่เคยสงวนความถี่ไว้สำหรับการสื่อสารของรถไฟฟ้ามาก่อน พอดีกสทช. ก็มีแค่กำหนดร่างไว้ ซึ่งเอาไว้ แต่รถไฟฟ้าความเร็วสูง ไทย-จีน (แต่ถ้าอิงจากแหล่งข่าวก่อนหน้านี้ กสทช.ได้กล่าวว่า ได้กันคลื่นย่าน 800- 900 MHz เพื่อรถไฟฟ้าความเร็วสูง ซึ่ง BTS สามารถมายื่นขอใช้ได้ด้วย)
  • ในยุโรป มีการสงวนช่องสัญญาณความถี่ไว้เพื่อการขนส่งทางราง Uplink: 876–880 MHz Downlink: 921–925 MHz
  • ในจีน มีการสงวนช่องสัญญาณความถี่ไว้เพื่อการขนส่งทางราง Uplink: 885–889 MHz Downlink: 930–934 MHz
  • กสทช. ได้อนุมัติให้ใช้งานคลื่นความถี่ 800/900 MHz และ 400 MHz สำหรับระบบคมนาคมขนส่งทางราง โดยมีเงื่อนไขจะต้องมีการใช้งานคลื่นความถี่ดังกล่าวภายในไม่เกินปี พ.ศ. 2563
  • ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2561 dtac ร่วมมือกับ TOT ได้เปิดให้บริการบนคลื่น 2300 ซึ่งเมื่อดูแบนด์แล้วอาจมีความใกล้เคียงกับ 2400 ที่ BTS ใช้ ส่วน Wi-Fi มีการใช้บน 2400 (2.4) หลายย่านแบนด์ ตามที่เปิดให้ใช้อย่างเสรี ซึ่งทุกวันนี้มีการใช้งานมากขึ้น

แต่มีหลายคนสงสัยว่าเมื่อก่อนไม่ขัดข้องถี่ๆ หรือเป็นทั้งวัน และติดกันหลายวันแบบนี้ ทำไมถึงมีปัญหาทั้งที่ก่อนหน้านี้ Wi-Fi 2.4 ก็มีการใช้งานมานาน

อาจเป็นเพราะพอ dtac เปิดคลื่น 2300 ทำให้เกิดการรบกวนจากทั้ง 2 ย่าน (แต่ว่าทาง dtac ได้ทดสอบปิดสัญญาณคลื่นดังกล่าวตามแนวรถไฟฟ้าก็ยังเกิดปัญหา)

การแก้เบื้องต้นของ BTS

ทาง BTS ได้กล่าวว่าจะจัดซื้ออุปกรณ์ป้องกันการรบกวนโดยคาดว่าจะดำเนินการติดตั้งเสร็จได้ในเดือนตุลาคมนี้ และมีแผนจะย้ายไปใช้ช่องสัญญาณปลายๆ ของคลื่น 2400 MHz ที่ยังถือว่ามีคนใช้น้อย

ประสบการณ์การกวนกันของคลื่น 2.4 GHz ที่ผู้เขียนเจอ

ผู้เขียนเคยมีประสบการณ์กวนกันของคลื่น 2.4 GHz (2400 MHz) ก่อนที่ dtac และ TOT จะมาปล่อยสัญญาณบนคลื่น 2300 ด้วย

  • เมาส์ไร้สาย หลายรุ่นใช้คลื่น 2.4 GHz เมื่อนำไปใช้ในบางอาคารสำนักงานหรือห้างสรรพสินค้าพบว่า ทำให้มีปัญหากับการใช้งาน และอีกกรณี ในบางพื้นที่ใช้งานได้ปกติ แต่หากปล่อย Hotspot จากมือถือ จะทำให้เกิดการหลุดจากการเชื่อมต่อบ่อยๆ ของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับ Hotspot ที่ปล่อย
  • แต่เมื่อปีก่อนๆ สถานที่เหล่านี้กลับไม่เกิดปัญหาหรือเกิดไม่บ่อยเท่าทุกวันนี้
  • แต่เมื่อนำเมาส์ดังกล่าวมาใช้ที่บ้าน ซึ่งมีเมาส์ไร้สาย 2.4 ตัวอื่นอีก 2 ตัวใช้งานพร้อมกัน มีโทรศัพท์บ้านไร้สาย 2.4 วางอยู่ข้าง Router ด้วย แต่ที่ Router ปล่อย Wi-Fi 2.4 ที่ Channel 11 กลับพบว่าทั้งตัวเมาส์และอุปกรณ์อื่นๆ กลับใช้งานได้ปกติ

จากเหตุการณ์นี้ก็จะแสดงให้เห็นได้ว่าในที่สาธารณะหรืออาคารต่างๆ หลายๆ ที่มีการใช้คลื่น 2.4 กันเยอะขึ้นทำให้มีการทับช่วงแบนด์สัญญาณ (Channel)

กสทช. เชิญ DTAC TOT BTS คุย / เช้าวันนี้ขัดข้องอีกแล้ว

ในวันนี้ (วันที่เขียนบทความ) กสทช. เชิญ DTAC, TOT, BTS คุยประเด็นนี้ ในเวลา 10.30 น. ได้ข้อสรุปว่า

“แนะนำให้ BTS ย้ายช่องความถี่สื่อสารของระบบอาณัติสัญญาณไปใช้คลื่นความถี่ช่อง 2480 – 2495 MHz”

ในขณะที่เช้าวันนี้ก็เกิดเหตุ BTS ขัดข้องอีกแล้ว ตั้งแต่เวลา 09.50 น.

ผู้เชี่ยวชาญยังตั้งข้อสงสัยเพิ่ม

มีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นสมาชิกกลุ่ม TelecomLover ที่คุยเรื่องคลื่นความถี่การสื่อสาร ก็ได้ตั้งข้อสงสัยว่า อาจเป็นเพราะอุปกรณ์ของ BTS มีอายุการใช้งานมานาน ระบบป้องกันคลื่นรบกวนที่คาดว่ามีอยู่แล้วอาจเสื่อม เลยมาเป็นบ่อยช่วงนี้ และที่มักเป็นในช่วงเวลาที่คนแน่นๆ คงเพราะมีการใช้มือถือกันเยอะ แล้วทำให้การรับ-ส่งข้อมูลหนาแน่นขึ้น และมีการปล่อย Hotspot (ที่มักเป็นคลื่น 2.4) จำนวนมาก

อ้างอิงข้อมูลจาก

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

หาดูยาก! ชมภาพภายในว่าโรงงานผลิตแอร์ LG มีกรรมวิธีอะไรบ้าง

Published

on

By

มีเครื่องใช้ไฟฟ้าอยู่หนึ่งชนิดที่แทบทุกบ้านเราว่าจะมีติดตั้งอยู่ นั่นก็คือเครื่องปรับอากาศ หรือคุ้นหูกันในชื่อ แอร์ นั่นเอง!

และครั้งนี้แบไต๋ ได้รับเกียรติจากทางบริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ LG ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมเครื่องปรับอากาศภายในบ้านระบบอินเวอร์เตอร์ เชิญพวกเราเข้าไปเยี่ยมชมโรงงานกันถึงจังหวัดระยองเลยทีเดียว ณ โรงงานแอลจี อีเล็คทรอนิคส์ (ประเทศไทย) นิคมอุตสาหกรรมอิสเทิร์น ซีบอร์ต ระยอง

เริ่มต้นเราได้รับการกล่าวต้อนรับและเล่าถึงภาพรวมบริษัทจากคุณนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด และจากคุณวราพงษ์ อูปแก้ว ผู้อำนวยการโรงงาน บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด  ซึ่งกล่าวถึงความสำเร็จเกี่ยวกับรายได้ปีที่ผ่านมากว่า 330 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งปีที่ 2019 นี้ LG ตั้งเป้าว่าจะไปให้ 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยหวังให้เติบโตขึ้นปีละ 10 – 15 เปอร์เซ็นต์

ในขณะเดียวตัวโรงงานที่ระยองนั้นมีพื้นที่ถึง 192 ไร่ และใช้ไปแล้ว 92 ไร่ในส่วนของตัวโรงงาน ส่วนอีกกว่า 100 ไร่ที่เหลือนั้นกำลังรอการขยายตัวของบริษัทแม่อยู่ว่าจะมาเพิ่มฐานการผลิตที่ไทยมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากตอนนี้เริ่มย้ายฐานการผลิตจากจีนมาสู่ไทยแล้ว โดยจะมุ่งเป้าให้ไทยมีกำลังการผลิตเพิ่มมากขึ้น 15 – 20 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเพิ่มกำลังผลิตรวมของบริษัท

ซ้าย คุณวราพงษ์ อูบแก้ว ผู้อำนวยการโรงงาน                                                                    ขวา คุณนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด

จากนั้นทาง LG ได้พาทีมงานเข้าไปชมภายในโรงงานเลยได้รู้ ได้เห็น กระบวนการผลิตที่น่าสนใจ ว่ากว่าจะเป็นแอร์แต่ละตัวไม่ใช่เรื่องง่าย

แต่ก่อนจะไปดูกระบวนการคร่าว ๆ ภาพแรกที่เราค่อนข้างตกใจคือพนักงานส่วนใหญ่จะเป็นเพศหญิง (90 เปอร์เซ็นต์ของพนักงาน) โดยเหตุผลคือทาง LG บอกว่าในงานละเอียดเช่นการประกอบ หรือตรวจทานสินค้า ผู้หญิงจะทำได้ละเอียดกว่าผู้ชาย

การประกอบคอยล์ร้อน, คอยล์เย็น

ช่วงแรกจะเริ่มจากการประกอบคอยล์เข้ากับท่อก่อน ซึ่งเป็นหัวใจหลักเลย ลักษณะจะเป็นการนำคอยล์มาใส่กับท่อด้วยมือ

ตรวจสอบความรั่วแบบเรียลไทม์

เมื่อประกอบเสร็จจะมาตรวจสอบทันทีเลยว่ารั่วหรือไม่ โดยจะมีจอคอยมอนิเตอร์เลยว่าคนไหนทำรั่วกี่ตัว หรือไม่ทำรั่วเลย ซึ่งตรงนี้จะสำคัญมากเพราะถ้าใครทำดีไม่มีรั่ว ก็มีเงินพิเศษด้วย บอกเลยว่าว้าว!

ตรวจสอบสูญญากาศ

จากนั้นก็จะมาเข้าห้องกระจกเพื่อตรวจสอบสูญญากาศ และเอาความชื้นออก

เข้าห้องตรวจสอบความรั่ว

ผ่านการเอาความชื้นออกแล้ว ได้แกนกลางเครื่องที่ดี ก็ถึงเวลาที่จะเริ่มเอาไปประกอบ แต่ก่อนอื่นต้องเอาไปตรวจสอบในห้องตรวจสอบความรั่วแบบละเอียดก่อน ถ้าไม่ผ่าน ต้องหยุดล็อตการผลิตที่กำลังทำอยู่ทันที เพื่อเช็คว่าเกิดปัญหาอะไรหรือไม่ แต่ถ้าไม่มีก็จะรันต่อไป

ใส่แผ่นซับเสียง

ตรงนี้น่าสนใจ เราเพิ่งเห็นว่าเค้าใส่แผ่นซับเสียงให้เราจริง ๆ ถ้าถามว่าใส่มากน้อยแค่ไหน LG บอกเราว่าใส่ให้มากที่สุดเท่าที่จะเหมาะสมกับดีไซน์แอร์ ขั้นตอนนี้ทำด้วยมือ

ประกอบร่าง

เมื่อผ่านขั้นตอนทางเทคนิคแล้วก็นำมาประกอบร่างให้เป็นแอร์ ให้มีหน้าตาคุ้นหน้าอย่างที่พวกเราเห็น

  • ทดสอบความปลอดภัย

ก่อนจะส่งออกไปแพ็คใส่กล่อง แอร์ทุกตัวต้องผ่านการทดสอบความอดทน เอ๊ย! ความปลอดภัย โดยจะปล่อยกระแสไฟ 1,000 โวลต์  ใส่เป็นเวลา 1 วินาที ถ้าทนได้ก็ถือว่า ผ่าน! ***เราแอบคุยหลังไมค์มาว่าแอร์สามารถทนทานกระแสไฟ 1,000 โวลต์ ได้มากกว่า 1 นาที แต่ที่ทดสอบแค่ 1 วินาทีเพราะว่าในความเป็นจริง ของจะพังตั้งแต่วินาทีแรกที่กระแสไฟทะลั่กเข้าใส่แล้ว ดังนั้นจึงทดสอบเพียงแค่ 1 วินาที

ทดสอบเสียง

จากนั้นก็จะนำแอร์เข้าไปทดสอบในห้องเงียบ ซึ่งในห้องนั้นเงียบมาก ๆ มีวัสดุซับเสียงเต็มไปหมด ไร้ซึ่งเสียงสะท้อน โดยแอร์จะต้องไม่ดัง สลีปโหมดต้องไม่เกิน 18 เดซิเบล หรือถ้าเปิดเจ็ตโหมดเร่งทำความเย็นก็ต้องดังไม่เกิน 32 เดซิเบล

ทดสอบการใช้งานจริง

สุดท้ายก็จะนำแอร์มาทดสอบในห้องจำลองสภาพอากาศที่อุณหภูมิ 35 องศา เพื่อดูว่าแอร์ทำความเย็น หรือปรับอากาศได้จริงหรือไม่ โดยจะทดสอบนาน 24 ชั่โมง และเฉลี่ยทดสอบได้วันละ 200 ตัว!

แพ็คใส่กล่อง

ขั้นตอนนี้ก็ห่อพลาสติก รัดสาย PP BAND แล้วก็ใส่กล่องเพื่อเตรียมนำไปจัดจำหน่ายต่อไป

อนาคต LG กำลังศึกษาระบบเพื่อเตรียมจะติดแอร์ทั่วโรงงานของตัวเอง เพื่อให้พนักงานได้ทำงานกันอย่างสบายตัวสบายกายมากขึ้น และเตรียมจะเพิ่มการทำงานด้วยหุ่นยนต์ให้มากขึ้น ปัจจุบันในโรงงานของ LG เริ่มมีการใช้หุ่นยนต์บ้างแล้ว เริ่มตั้งแต่รถยนต์อัตโนมติที่ใช้ส่งของตามส่วนต่าง ๆ และแขนอัจฉริยะยกของ

สุดท้ายถ้าใครสนใจมองหาแอร์ดี ๆ ไว้ติดบ้านลองมองมาทาง LG ได้นะ ล่าสุดเห็นว่ามีแบบประหยัดไฟเบอร์ 5 แบบสามดาวด้วย คือ 1 ดาวประหยัดไฟได้ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ 3 ดาวก็ 30 เปอร์เซ็นต์ ประหยัดสุด ๆ หรือจะเป็นแบบ Art Cool ที่ดีไซน์ออกมานอกจากจะเย็นแล้ว ยังเน้นความสวยงามด้วย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

PM2.5 หลบไป!! “EA” ทุ่มงบพันล้าน เปิดบริการ “เรือไฟฟ้า” รับ-ส่งผู้โดยสาร ลำแรกของไทย

Published

on

ในอีกไม่ช้า เราจะได้นั่ง “เรือไฟฟ้า” บริการใหม่แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยากันแล้วค่ะ!! ซึ่งเจ้า “เรือไฟฟ้า” ที่ว่านี้ดำเนินการโดย EA หรือ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า ของคนไทย 100% ใช้ชื่อยี่ห้อว่า MINE Mobility ที่เปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2561 ที่ผ่านมานั่นเอง

“เรือไฟฟ้า” ของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กลายเป็นข่าวครึกโครมที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะตอนนี้ประเทศเรากำลังประสบปัญหาสภาวะฝุ่น PM2.5 ที่ไม่มีแนวโน้มว่าจะยอมหายไปง่าย ๆ เลย!! เมื่อมีข่าวออกมาว่าจะมีการเปิดให้บริการ “เรือไฟฟ้า” รับ-ส่งผู้โดยสาร ลำแรกของไทย!! โดยให้บริการจาก ท่าน้ำนนทบุรี – ไปท่าน้ำวัดราชสิงขร ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณไม่เกิน 1 ชั่วโมง ที่สำคัญคือ ”ไม่มีเสียงออกมาเป็นมลภาวะ” และระบบไฟฟ้าจะไม่มีฝุ่นละเอียด PM2.5 ออกมาให้เราแสบจมูกกันแน่นอน!! จึงทำให้หลายคนให้ความสนใจกับข่าวนี้กันค่อนข้างมากเลย

ดูบันทึกไลฟ์สด จากเพจ “Beartai : แบไต๋” ได้เลยจ้าาา!!

“หนุ่ย พงศ์สุข” พร้อมด้วยพิธีกร beartai 12+ อย่างสาวสวย ลูกแก้ว ศรีกานต์ รับหน้าที่เป็นพิธีกร พาไปงานเปิดตัว “เรือไฟฟ้า” ของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) และได้สรุปข้อมูลให้พวกเราชาวแบไต๋ได้คุยกันต่อดังนี้ค่ะ…

  • เรือจะมีทั้งหมด 54 ลำ ออกให้บริการทันภายในสิ้นปีนี้ พร้อมเงินลงทุนในกรอบ 1,000 ล้านบาท
  • “เรือไฟฟ้า” จะวิ่งให้บริการจาก ท่าน้ำนนทบุรี – ไปท่าน้ำวัดราชสิงขร (ข้างเอเชียทีคฯ) ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ”โดยไม่มีเสียงออกมาเป็นมลภาวะ” และแน่นอนว่าระบบไฟฟ้าไม่มี PM2.5 ออกมาให้แสบจมูก!
  • เรือวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าด้วยความเร็ว 20กิโลเมตร : ชั่วโมง (แต่วิ่งแบบตัดเมืองตามลำน้ำ ถือว่าการใช้เวลา 1 ชั่วโมง จากเมืองนนท์มาถึงเจริญกรุงชั้นใน ก็ถือว่าไม่ทำให้เมื่อยกันจนเกินไป)
  • ที่นั่งของ “เรือไฟฟ้า” จัดทำไว้ 200 ที่นั่ง และยืนได้อีก พร้อม “ติดแอร์” เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารด้วย (ที่เน้นว่าติดแอร์ เพราะเรือด่วนเจ้าพระยาตอนนี้ไม่มีแอร์นะคะ)
  • เน้นการออกแบบที่คำนึงถึงความปลอดภัย และให้ความมั่นใจแก่ผู้โดยสารเป็นหลัก โดย “เรือไฟฟ้า” จะมีความโคลงเคลงน้อย ก่อให้เกิดคลื่นน้อยลง โดยมีโครงเรือที่แข็งแรง ป้องกันน้ำกระเด็นใส่ได้แน่นอนค่ะ
  • ราคาของผู้โดยสารนั้น นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวไว้เองเลยว่า…จะไม่สูงไปกว่าราคาเรือทั่วไปในท้องตลาด เพราะไฟฟ้าที่ใช้ก็ทำให้ประหยัดต้นทุนเดินทางไปได้มากแล้ว ดังนั้นจึงเอามาคืนให้ประชาชน ในแง่ของคุณภาพชีวิตดีกว่า
  • บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ลงทุนด้วยงบถึง 1,000 ล้านบาทเพื่อดำเนินการบริการนี้ และได้คุยไปถึง “ครึ่งทาง” แล้วกับทาง “กรมเจ้าท่า” เพื่อรอความพร้อมเปิดบริการได้ทันในสิ้นปีนี้
  • พร้อมการออกวางจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า ของคนไทย 100% ยี่ห้อของตนเองคือ MINE Mobility ในราคาเริ่มต้นที่ 6 แสนบาท

บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “วิศวกรที่ทำงานทั้งหมดคือคนไทย ที่นำ Know How มาจากการซื้อ Tesla มาแกะเป็นชิ้น ๆ และ Reverse Engineer หรือ ขั้นตอนกระบวนการการค้นหาโครงสร้าง หาฟังก์ชันการทำงานของอุปกรณ์หรือระบบได้ ซึ่งล่าสุด ทาง Elon Musk ได้แจกแบบแปลนให้แล้ว นั่นทำให้การทำงานง่ายขึ้นอีก นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) คาดหวังว่า…อยากที่จะเปลี่ยนประเทศนี้ ให้มีพลังงานสะอาดใช้ ในราคาที่เป็นไปได้กับคนไทยมากที่สุดด้วยค่ะ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

SCB จับมือ Google ทางสร้างลัดให้ธุรกิจเราอยู่บน Google Maps ได้เร็วขึ้น

Published

on

หนึ่งในบริการที่เราใช้มากที่สุดบนมือถือก็คือ แผนที่ นะครับ ซึ่ง Google Maps ก็คือตัวเลือกอันดับต้นๆ เพราะหาอะไรก็เจอ! ซึ่งปกติ Google ก็เปิดให้เจ้าของธุรกิจสามารถเพิ่มตำแหน่งร้านของตัวเองเข้าไปได้ผ่าน Google My Business อยู่แล้ว แต่การจับมือครั้งนี้ระหว่าง SCB และ Google ก็ทำให้เรื่องพวกนี้ง่ายขึ้นครับ ให้ผู้ค้ากับลูกค้าหากันจนเจอ! (ดูวิดีโอแนะนำบริการนี้ข้างล่าง มันสนุกมาก!)

การเพิ่มหน้าร้านของตัวเองเข้า Google My Business นั้นมีข้อดีหลายอย่างคือ

  1. ทำได้ฟรี และทำจากที่ไหนก็ได้ เพราะทำผ่านระบบออนไลน์
  2. ช่วยให้ร้านโดดเด่นในโลกออนไลน์ ค้น Google หรือ Google Maps ก็เจอ แถมเจ้าของธุรกิจปรับข้อมูลให้ถูกต้องได้ โดยเฉพาะข้อมูลสำคัญอย่างวัน-เวลาเปิด-ปิด ใส่โปรโมชั่นได้ และทำเว็บด้วยเครื่องมือสำเร็จรูปของกูเกิ้ลได้
  3. เชื่อมต่อลูกค้าได้ดีขึ้น ทั้งตอบรีวิว ตอบคำถามลูกค้า หรือเปิดช่องให้ลูกค้าโทรหาได้ง่ายขึ้น
  4. สามารถดูข้อมูล insight ในโลกอินเทอร์เน็ตได้ เช่นดูได้ว่าลูกค้ามักจะมาจากที่ไหน จะได้ปรับบริการถูก

แต่บางทีการนั่งทำอยู่คนเดียวหน้าคอมพิวเตอร์ เวลางงก็ไม่รู้จะหันไปถามใคร ไม่มีคนแนะนำด้วยว่าปักหมุนยังไงถึงจะดี เกิดปักพลาดคนเข้าร้านผิดทางก็มีปัญหาอีก ที่สำคัญคือ Google ต้องการความแม่นยำว่าหน้าร้านที่ลงทะเบียนเข้ามาในระบบนั้นมีตัวตนจริง เจ้าของกิจการที่ลงทะเบียนผ่านหน้าเว็บเลยต้องรอจดหมายยืนยัน ซึ่งต้องใช้เวลายืนยันตัวมากกว่า 2 สัปดาห์กว่าจดหมายจากกูเกิ้ลจะไปถึง SCB จึงจับมือกับ Google เพื่อให้ขั้นตอนเหล่านี้ง่ายขึ้นครับ

อารักษ์ สุธีวงศ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์

ธนาคารต้องการพาร์ทเนอร์เพื่อจับมือในการช่วยเหลือในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะความพร้อมในโลกธุรกิจยุคใหม่ ปัญหาหนึ่งที่ SCB เจอคือเข้าไม่ถึงลูกค้าในกลุ่มดิจิตอล มีร้านที่ค้นจากอินเทอร์เน็ตแล้วไม่เจอ จึงต้องสนับสนุนให้มี Digital Storefront หรือ Digital foorprint มากขึ้นดร. อารักษ์ สุธีวงศ์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์

โดยลูกค้า SME ที่ใช้บริการของ SCB ก็สามารถใช้หลักฐาน 3 อย่างคือ

  • บัตรประชาชน
  • สมุดบัญชี SCB หรือใช้บริการอื่นๆ ของ SCB อย่าง SCB Easy App, SCB Connect, QR Payment, เครื่องรูดบัตรชำระเงิน EDC ก็สมัครได้
  • เอกสารยืนยันที่อยู่ธุรกิจที่มีชื่อของผู้สมัครหรือชื่อธุรกิจ เช่น บิลค่าไฟ, หนังสือรับรองบริษัท, สัญญาเช่าสถานประกอบการ

ติดต่อสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ SCB Business Center หรือเจ้าหน้าที่ธ.ไทยพาณิชย์ทั่วประเทศ เพื่อดำเนินการปัดหมุดบน Google Maps ผ่าน Google My Business ได้ทันที และข้อมูลจะไปขึ้นใน Google ภายใน 30 นาที! เร็วมาก แถมมีเจ้าหน้าที่ช่วยสอนการใช้งานตลอดด้วย ซึ่งอนาคตก็น่าจะให้ SCB ช่วยผ่านทางออนไลน์ได้ด้วย

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ scbsme.scb.co.th

ไมเคิล จิตติวาณิชย์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด Google ประเทศไทย

ทุกวันนี้ ลูกค้าค้นหา ร้านค้าบนโลกออนไลน์ เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางเริ่มเล็งเห็นความสําคัญของการทําให้ลูกค้ารู้จักและหาเจอบนโลกออนไลน์ เราเชื่อว่า Google My Business จะมาตอบโจทย์ตรงนี้ ทําให้ลูกค้าค้นหาร้านได้ง่ายขึ้น กูเกิ้ลอยากสนับสนุน SME เพราะมันคือเสาหลักของประเทศ 99.7% ของธุรกิจไทยเป็น SME ซึ่งมูลค่าตรงนี้นับเป็น 42% ของ GDP และคิดเป็น 78% ของการว่าจ้างในไทย แต่มี SME แค่ 13% เท่านั้นที่มีหน้าเว็บ กูเกิ้ลจึงดีใจที่ไทยพาณิชย์เล็งเห็นถึงความสําคัญตรงนี้ และได้ทำงานร่วมกับเราในการทําให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มใช้ Google My Business ได้ง่ายๆ ”นายไมเคิล จิตติวาณิชย์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด Google ประเทศไทย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!