Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

AIS แจ้งชม “ฟุตบอลโลก 2018” ได้ผ่านทาง Playbox เท่านั้น, เจาะกรณีนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร?

จากประเด็นก่อนหน้านี้ เรื่อง “AIS ระงับการเผยแพร่ฟุตบอลโลก 2018 เนื่องจาก True ฟ้อง”

AIS Play และ Playbox ระงับเผยแพร่ “ฟุตบอลโลก 2018” เนื่องจากถูกทรูฟ้อง

ทำให้หลาย App พากันยกเลิกถ่ายทอดสดในช่อง ฟรีทีวีบน App ตัวเองตามไปด้วยเพื่อป้องกันตัวเองโดนฟ้อง ยกเว้นที่ App ของ True เอง จนทำให้มีประเด็นดราม่ามากมาย ทั้งจากฝั่ง AIS และฝั่ง True และลามไปถึงประเด็นกสทช. จนล่าสุดทาง “AIS Play ก็แจ้งในเพจเมื่อวันที่ 3 ที่ผ่านมา” ว่า “ปรับจากการยุติการถ่ายทอดสดทั้งทาง App AIS Play กับกล่อง Playbox มาเป็นอนุญาตให้ชมได้เฉพาะบนกล่อง Playbox เท่านั้น”

ซึ่งสอดคล้องกับกรณีของ TOT iptv ก่อนหน้านี้ที่ให้ชมได้เฉพาะผ่านกล่อง TOT iptv เช่นกัน

ภาพจากสมาชิกกลุ่ม TelecomLover แสดงให้เห็นข้อความแจ้งจาก App “TOT iptv”

ไขข้อข้องใจ Must Carry กับ Must Have คืออะไร?

Must Carry คือกฎที่กสทช. ระบุไว้ว่า ทุกช่องทางที่นำ “ฟรีทีวี” ไปออกอากาศ จะต้องนำไปออกให้เหมือนกันทุกช่อง (ยกเว้นช่องท้องถิ่นที่จะมีในอนาคต) และทุกเนื้อหารายการ ห้ามเปลี่ยนแปลงเนื้อหา ผังรายการหรือกำหนดไม่ให้ดูบางรายการบนบางระบบได้

Must Have คือกฎที่กสทช. ระบุไว้ว่า การถ่ายทดอสดรายการกีฬาใดบ้าง ที่ต้องออกฟรีทีวีเท่านั้น หรืออนุญาตให้ถ่ายทอดสดทางช่องทางอื่นได้ แต่ต้องออกอากาศทางฟรีทีวีบ้าง ซึ่ง “ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย” ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้อง Must Have ทางช่องฟรีทีวีเท่านั้น โดยต้องออกอากาศบนทุกช่องทางที่มีฟรีทีวี

ซึ่งกฎ Must Carry นี้เกิดขึ้นหลังช่วง “ฟุตบอลยูโร 2012” ที่ GMM ได้ลิขสิทธิ์ (แม้ไม่ Must Have) แต่เนื่องจากเอาลงฟรีทีวีทุกคู่ แต่จำกัดให้ดูผ่านเสาอากาศ และกล่อง GMM Z กับเคเบิลท้องถิ่นที่ได้รับอนุญาติเท่านั้น ส่งผลให้ผู้ใช้กล่องดาวเทียมและเคเบิลอื่นๆ ดูฟรีทีวีในช่วงที่ถ่ายทอดสดไม่ได้ ซึ่งจาก GMM ก็อ้างว่าให้กล่อง/เคเบิลเจ้าอื่นแชร์ค่าลิขสิทธิ์ ถึงจะอนุญาติ

และกสทช. ควบคุมถึงออนไลน์จริงหรือ?

ถ้ามองในแง่ลิขสิทธิ์ถ้าเงื่อนไขที่ทาง FIFA มอบให้ TrueVisions ระบุว่าห้ามเผยแพร่ทางช่องทางออนไลน์เจ้าอื่นๆ ก็ถือว่า TrueVisions ทำถูกแล้ว

อ้างอิง: https://www.thairath.co.th/content/1321242

ว่าแต่ กฎ Must Carry กับ Must Have ของ กสทช. ครอบคลุมถึงออนไลน์จริงๆ หรือไม่

เนื่องจากมีท่านผู้อ่านส่งเอกสารจากกสทช. มาให้ จึงได้ตรวจสอบและพบว่า

จากเอกสารนี้ กสทช. ระบุว่า “ไม่ว่าเทคโนโลยีใดๆ ก็ต้องรับชมรายการในกลุ่ม Must Have ทั้งหมดนี้ได้เหมือนกัน”

หมายความว่ารวม “ฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย” ด้วย

แต่ว่าก็มีอีกหน้านึงในเอกสารนี้ชี้แจงว่า

ทาง กสทช. ระบุว่าครอบคลุมแค่ “ภาคพื้นดิน (เสาอากาศ), จานดาวเทียม, เคเบิลทีวีเท่านั้น

ทีนี้ทำไม AIS, TOT หรือกล่อง iptv ที่ถูกกฎหมาย (ไม่ใช่เถื่อน) ถึงยังออกอากาศได้ แต่ห้ามบน App?

ทีมงานแบไต๋วิเคราะห์ว่าน่าจะมาจาก “Must Carry” กับ “Must Have” ครอบคลุมเฉพาะบริการที่ขออนุญาติเท่านั้น ซึ่ง “AIS Playbox” และ “TOT iptv” รวมถึงกล่องดูทีวีผ่านเน็ตถูกกฎหมายต่างๆ ทำการขออนุญาติจาก กสทช. จึงต้องปฏิบัติตามกฎ ซึ่งไม่ครบคลุม App บนมือถือ, คอมพิวเตอร์, Tablet นั่นเองครับ

App “TrueID” ดูบอลโลก 2018 ได้ฟรีทุกค่าย

หากต้องการดูบนมือถือจริงๆ ต้องใช้ App “TrueID” ซึ่งบางท่านอาจไม่ทราบว่า ดูได้จากเน็ตมือถือ เน็ตบ้านทุกค่าย อย่างถูกต้องตามลิขสิทธิ์ครับ และสามารถแคสขึ้นทีวีได้ด้วย

อ้างอิง: ทีวีดิจิตอล.ไทย , เอกสารเรื่อง Must Carry, Must Have ของกสทช.

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!