Nokia จัดงาน Nokia Innovation Day 2018 ซึ่งเป็นงานที่จัดขึ้นประจำปี โดยปีนี้โนเกียก็ได้นำเสนอ Solution ต่าง ๆ มทกมายเพื่อคนไทย ตอบรับนโยบาย Thailand 4.0 ที่มุ่งสร้างประโยชน์ให้กับคนไทยด้วยการเพิ่มการเชื่อมต่อให้กับทุก ๆ สิ่งที่ถูกใช้ในชีวิตประจำวัน หรือ Internet of Things รวมไปถึง Ecosystem ของเทคโนโลยี 5G ที่ช่วยให้การเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตยุคใหม่ สามารถตอบสนองกับความต้องการใช้อินเตอร์เน็ตในยุคปัจจุบันได้

สถานที่ทดสอบแรกในไทย

Nokia ได้นำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดไปติดตั้งที่เกาะสมุย ทำให้เกาะที่ดูเป็นธรรมชาติ แต่แฝงไว้ด้วยระบบการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพได้

ซึ่งอินเตอร์เน็ต 5G ก็ตอบโจทย์ในปัจจุบันเพราะสามารถใช้การเชื่อมต่อหลายย่านพร้อมกันได้ และรองรับสปีดที่เร็วขึ้นสูงกว่า 1Gbps และ Response time เร็วขึ้นมาก และที่สำคัญคือค่าบริการที่ถูกลงอย่างแน่นอน

ด้านการเติบโตของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตก็มีการเติบโตขึ้นสูงมาก โดยเฉพาะการรับชมวีดิโอและเล่นเกม ซึ่งลูกค้าผู้ซื้อสมาร์โฟนกว่า 86% ต้องการมือถือที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเร็วขึ้นเรื่อย ๆ และมากกว่า 50% ที่อยากซื้อมือถือที่รองรับ 5G ได้ ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าเป็นนิมิตรหมายอันดีสำหรับอินเตอร์เน็ต 5G ที่กำลังถูกทดสอบและเปิดให้ใช้บริการในอนาคต

ทำไมถึงต้องไป 5G?

  1. ความต้องการของเทคโนโลยีและผู้ใช้งานมากขึ้น รวมไปถึงความต้องการเชื่อมต่อที่รวดเร็วกว่าเดิม
  2. 5G จริง ๆ พร้อมแล้วภายในปี 2018 นี้ ทั้ง Standard และคลื่นความถี่ เหลือแค่อุปกรณ์ที่สามารถรองรับได้ และเสาสัญญาณที่มีประสิทธิภาพ ก็สามารถใช้งานได้ทันที
  3. เปรียบเสมือนยุคใหม่ที่เข้าสู่ใหม่ของการเชื่อมต่อระหว่างคนกับ Machine และ Machine to Machine เพื่อก้าวสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมในอนาคต

และภายในงานยังได้มีการจัดแสดงสาธิตที่น่าสนใจมากมายอีกด้วย

5G New Radio (NR)

โนเกียจัดแสดงเทคโนโลยี 5G สำหรับโครงข่ายโทรคมนาคมแห่งโลกอนาคต ด้วยเทคโนโลยีโซลูชั่น 5G New Radio ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก 3GPP ซึ่งระบบรับส่งข้อมูลทางอากาศ (air interface) แบบใหม่นี้ จะช่วยให้การรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น สามารถรองรับการทำงานของเครือข่ายบรอดแบนด์ของอุปกรณ์เคลื่อนได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการ หรืออุปกรณ์ที่มีความหลากหลาย ทั้งยังครอบคลุมการใช้งาน 5G ได้ทั่วโลกอีกด้วย

ผลประโยชน์สำหรับลูกค้า

  • ตอบสนองต่อความต้องการของการเชื่อมต่อข้ามเครือข่ายที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นได้
  • เอื้อประโยชน์แก่ผู้ให้บริการที่ต้องการโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและองค์กร
  • ส่งความเร็วผ่านทางสายไฟเบอร์ ด้วยเทคโนโลยีไร้สาย ในราคาต่อบิทที่ถูกลง แต่ยังคงประสิทธิภาพในการเชื่อมต่ออุปกรณ์รับส่งได้หลากหลาย

เทคโนโลยีจำลองการเตะลูกโทษสำหรับฟุตบอล (Virtual Reality Penalty Kick)

ในเกมการแข่งฟุตบอลเสมือนจริง ผู้เล่นจะถูกจำลองว่าเข้าไปอยู่ในสนามฟุตบอล เพื่อทดสอบความสามารถในการเตะลูกโทษ ด้วยแว่นตา VR และกล้อง VR 360o แบบสามมิติ การเคลื่อนไหวทั้งหมดจะถูกจับด้วยเซ็นเซอร์จาก Kinect โดยคาแรกเตอร์อวตารของผู้เล่นจะสามารถเตะลูกโทษด้วยการจำลองจากเครือข่าย 5G

นายเซบาสเตียน โลฮอง ผู้อำนวยการโนเกียประจำประเทศไทย กล่าวว่า “การผสมผสานกันระหว่างเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดและความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมระดับโลกของโนเกีย ทำให้เราเป็นพันธมิตรที่น่าไว้วางใจสำหรับบริษัทผู้ให้บริการในประเทศไทยที่มองหาโอกาสในการพัฒนาและติดตั้งโซลูชั่นเพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าให้สอดคล้องกับนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ อีโคซิสเต็ม 5G ของโนเกียยังมีประสิทธิภาพสูงมาก ซึ่งสามารถส่งเสริมให้การใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยเป็นไปในทางที่ดียิ่งขึ้นต่อไป”