Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

ROG Phone มือถือสำหรับเกมเมอร์ เปิดราคาไทยพร้อม Gadget จัดเต็ม #ของมันต้องมี

มาแล้วกับมือถือสำหรับเกมเมอร์จัดเต็มอีก 1 ตัวจาก ROG หรือ Republic of Gamer ที่นอกจากจะจัดเต็มด้านสเปคแล้ว เรื่องของดีไซน์ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน สำหรับใครที่เป็นแฟนแบรนด์นี้ก็จะเข้าใจดีว่า ROG เข้าใจถึงเกมเมอร์อย่างแท้จริง จึงได้จัด ROG Phone มือถือสำหรับเกมเมอร์อย่างแท้จริงที่มาพร้อมคอนเซปต์ Game Changer จัดหนักทั้งสเปค รูปลักษณ์ดีไซน์ และ Software ที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ

ASUS เผยว่าปัจจุบันตลาด Gaming Smartphone เติบโตสูงขึ้นมาก มีมูลค่าสูงกว่า 1,000 ล้านบาททั้งการซื้อของในเกม หรือเครื่องมือถือที่เล่นเกม ซึ่ง ROG หรือ Republic of Gamer ก็เข้าใจตลาดเกมมิ่งว่า กำลังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่งประเทศไทยปัจจุบันติด 1 ใน 20 ของตลาดเกมในระดับโลก ทำให้แบรนด์ใหญ่ ๆ เข้ามาทำตลาดในไทยกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทาง ROG มี vision ว่า เราต้องเป็นที่สุดของประสิทธิภาพ และเป็นที่สุดของนวัตกรรมเทคโนโลยี โดยสินค้าต่าง ๆ ที่ ROG สร้างขึ้นมา ก็มาจากประสบการณ์จากนักกีฬาและนักเล่นเกมมืออาชีพเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการสนับสนุน eSports ระดับโลก ซึ่งนอกจากนี้เรายังเข้าไปฟังข้อเสนอแนะ ติ-ชม ข้อมูลทั้งหมด แล้วเอามาปรับปรุงและสร้างสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้ดีที่สุด

ซึ่ง ROG นั้นมีผลการันตีว่า แบรนด์ ROG ถือว่าเป็นแบรนด์ Gaming อันดับ 1 ของโลกโดยนักเล่นเกมทั่วโลกและแน่นอนว่า ROG Phone ก็เป็นอีก 1 ผลิตภัณฑ์ที่ ASUS ตั้งใจเสนอออกมาเพื่อเกมเมอร์สายมือถือแบบจัดเต็ม และ ROG Phone นี้ยังเป็น Gaming Smartphone ที่มาพร้อมกับการการันตีด้วย Best Beartai Awards 2018 อีกด้วย

เผยความรู้สึกหลังสัมผัสของ Dew Black Glove Gamer

จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ล้ำยุคที่ตอบโจทย์สายเกมเมอร์ในเวลานี้ ด้วยCPU Qualcomm Snapdragon 845 พร้อมกับระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ บนหน้าจอ AMOLED กว้าง 6นิ้ว ทำให้รู้สึกว่าการรันเกมที่ระดับ 90 fps ได้ลื่นไม่สะดุด

ระบบ AirTriggers ที่ขอบข้าง เสมือนมีปุ่ม L/R บนจอยเกมคอนโซล ให้ความรู้สึกที่แปลกเนื่องจากเคยชินกับการกดสัมผัสปุ่มธรรมดาที่มีจังหวะเด้งคืนกลับ แต่ระบบนี้ก็ตอบสนองต่อความไวแบบกดปุ่มเกมคอนโซลเหมือนกัน ต่างกันแค่คือการสัมผัส

มีระบบรองรับฟังก์ชั่นสายเกมมากมาย Game center ที่เปิดสถานะต่างๆ ของ CPU และมีระบบ X mode ที่เปิดประสิทธิภาพขณะเล่นเกมให้สูงขึ้น
Game Genie คำสั่งที่เปิดรองรับมากมายเช่นการเซตหน้าจอการเล่นทั้งการเซตปุ่มมาโคร lock mode ล็อคหน้าจอเกมเพี่อป้องกันเผลอไปโดนปุ่มโฮมแล้วเด้งกลับหน้าจอหลัก การแสดงผลแบตเตอรี่ของเครื่องมือถือระหว่างเล่นที่ไม่ต้องกังวลว่าแบตจะหมดเมื่อไหร่

จากที่ได้ทดสอบมาทั้งเกม Free fire หรือ Ragnarok online M ถือว่าการควบคุมลื่นไหลดี แทบไม่มีสะดุด แม้ว่าบางครั้งจะยุ่งยากในการเซตปุ่มมาโครต่างๆ รายละเอียดหลีกย่อย แต่ก็ถือว่ารองรับตัวช่วยให้กับคอเกมเมอร์ได้ดี

สเปคของ ROG Phone

  • CPU Snapdragon 845 ที่มาพร้อมกับความเร็ว 2.96 GHz (Overclock ขึ้นมาจากเดิม 160 MHz) มาพร้อม Android Oreo 8.1
  • หน้าจอขนาด 6 นิ้ว สเกล 18:9 โค้ง 2.5D ใช้ Coring Gorilla Glass 6 ความละเอียดแบบ FullHD 2160×1080 เป็นจอแบบ AMOLED ที่มาพร้อมกับ Responsive เร็วมากเพียง 1ms และ Refresh Rate สูงถึง 90 Hz และความสว่าง 550 nits ก็เรียกว่าเล่นเกมกลางแจ้งได้เลย
  • Ram 8 GB DDR4X และ Rom UFS2.1 128 GB สูงสุด 512 GB พร้อม Google Drive ให้ไปเลย 100 GB ฟรี ๆ 1 ปีเต็ม
  • กล้องหลังใช้เลนส์ของ Sony Flagship IMX363 ความละเอียด 12 ล้าน F1.7 และเลนส์คู่กว้าง 120 องศา
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้าน F2.0
  • ถ่ายวิดีโอได้ความละเอียดสูงสุด 4K 60 fps บนกล้องหลัง และความละเอียด 1080P 60fps บนกล้องหน้า
  • ลำโพง DTS:X Ultra 1.0 แบบ 7.1 Channel จัดเต็มเรื่องเสียงเบส
  • ช่องเสียบซิมการ์ด 2 ใบแบบ Nano Sim 4G Standby ได้ 2 sim พร้อมกัน
  • กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP 68
  • รองรับ NFC
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh
  • น้ำหนักเครื่อง 2 ขีด

เรื่องการระบายความร้อนและระบบชาร์จไฟ

ออกแบบชุดระบายความร้อนใหม่ 3 ชั้น เพื่อนำความร้อนจากภายในสู่ภายนอกได้ดีที่สุด รวมไปถึงการออกแบบในด้าน Port สายชาร์จก็จะมีทั้งด้านท้ายและด้านข้าง เพื่อให้เกมเมอร์สามารถเล่นเกมได้อย่างสะดวก ไม่เกะกะมือ แถมยังได้ปรับเปลี่ยนโดยการนำเอา IC Charger จะฝังในตัว Adapter แทนที่จะเป็นโทรศัพท์ ทำให้การชาร์จไฟไป เล่นไปได้ โดยที่เครื่องไม่ร้อนอย่างแน่นอน” และนอกจากนี้มีระบบ Direct Charger และ Quick Charge 4.0 รวมไปถึงการชาร์จแบบ Wireless ก็สามารถทำได้

เรื่องหน้าจอ

หน้าจอสี DPI-P3 ที่แสดงผลได้สูงถึง 108% พร้อม Contrast 100,000:1 และหน้าจอแบบ HDR Display ที่แยก Chipset ออกมาเลย ทำให้หน้าจอมีความชัดเจนมากแม้จะอยู่ในที่มืดหรือสว่าง รวมไปถึงจอ 90 Hz และการตอบสนอง 1 ms

ในด้านการควบคุมก็เป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นเกมแบบใหม่จาก 2 นิ้ว กลายเป็น 4 นิ้วด้วย AirTrigger ที่เป็น sensor ฝังไว้ที่มุมบนเครื่อง เป็นการจำลองปุ่มขึ้นมา และมีการสั่นเตือน ซึ่งจะมีเฉพาะบน ROG Phone เท่านั้น

ด้าน Software

และในด้าน Software ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ทั้งการตั้ง X Mode ที่จะปรับ overclock cpu ให้ รวมไปถึง Game Profile ที่เราสามารถเลือกปรับได้ตามความต้องการ ระบบการรับสายเวลาเล่นเกมที่จะแสดงขึ้นมาเป็นหน้าจอเล็ก ๆ สามารถเลือกได้ว่าจะวางสาย จะรับสาย หรือจะเปิด Speaker พร้อมระบบโชว์ Real-time information ได้ทันทีเวลาเล่นเกม สามารถ Set ปุ่ม Macro ได้ทันที พร้อมกด Playback สูงสุด 999 ครั้ง และยังสามารถ Set Keymapping ที่รองรับการใช้งาน Mouse Keyboard ได้ (กดปุ่ม f11 บน keyboard) รวมไปถึงหลาย ๆ เกมที่ Exclusive จะถูกตั้งค่ามาให้ทันทีอีกด้วย งานนี้ PUBG Mobile จะเดือดกว่าเดิมด้วยผู้เล่นสาย PC ที่เตรียมบุกมาลุยกันได้แบบจัดเต็ม

Accessories สำหรับ ROG Phone

นอกเหนือจากตัวเครื่องที่จัดเต็มแล้ว ROG Phone ยังมาพร้อม Accessories จัดเต็มสำหรับชาวเกมเมอร์ที่ทำให้คุณใช้งาน ROG Phone ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างแน่นอน

Twinview Dock

อีก 1 Gadget สำหรับเกมเมอร์ที่ชอบจอเสริม มาพร้อมระบบลดความยุ่งยากในการติดตั้งการ Livestreaming รวมไปถึงสามารถใช้หน้าจอที่ 2 เป็นจอเสริมสำหรับเกมได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจอเสริมด้านล่างมีสเปคเดียวกันกับจอของ ROG Phone (แต่ไม่มี CPU) นอกจากนี้ยังมาพร้อมลำโพงเสริม 4 ตัว แบตฯ จัดเต็ม 6000 mAh ระบบสั่น ระบบระบายความร้อน และปุ่มเสริมพิเศษ Dual Trigger อีกด้วย

Mobile Desktop Dock

ตัว Dock ที่จะทำให้มือถือ ROG Phone ของคุณกลายเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะได้เลย แถมมาพร้อมพอร์ตจัดเต็มแบบสุด ๆ ตามภาพ

Asus Professional Dock

เป็นตัว Dock ที่ย่อขนาดลงมาจาก Mobile Desktop Dock และ Port ที่น้อยลง แต่ยังคงจัดเต็มเรื่องการแสดงผลหน้าจอ รวมไปถึงการเชื่อมต่อเม้าส์กับคีย์บอร์ดได้เป็นอย่างดี

WiGig Display Dock

อีก 1 ตัวต่อแสดงผลที่เป็นแบบไร้สาย สามารถเชื่อมต่อด้วยความหน่วงที่ต่ำเพียง 20 ms ทำให้สาทารถเล่นเกมผ่านจอใหญ่ได้เลยโดยไม่ต้องต่อสาย และยังรองรับ GameVice จอยเกมต่อแยกสำหรับเล่นเกมอีกด้วย

ROG Phone Case

และ ROG Phone Case ที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม จัดเต็มแบบสุด ๆ โดยแยกออกมาเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ทำให้เราสามารถถอดส่วนกลางเพื่อประกอบ Aero Active Cooler ได้อีกด้วย

รุ่น ราคา และวันวางจำหน่าย

ปิดท้ายด้วยการเปิดเผยราคาและวันวางจำหน่ายของ ROG Phone จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในทุกช่องทาง 26 พฤศจิกายนนี้รวมไปถึง Accessories ทั้งหมดที่นี่เลย

ROG Phone Ram 8 GB Rom 128 GB

ROG Phone รุ่น Ram 8 GB Rom 128 GB มาพร้อมราคา 29,990 บาท วางจำหน่าย 23 พฤศจิกายนนี้ หรือจองผ่าน Shopee ได้แล้ววันนี้ 100 เครื่อง (มี Code Shopee ROG1000 ลดอีก 1,000 บาท)

ROG Phone Ram 8GB Rom 512 GB

ส่วน ROG Phone รุ่น 8 GB Rom 512 GB มาพร้อมราคา 34,990 บาท Exclusive ที่ Shopee เท่านั้น ได้รับ 500 Shopee Coin + Gamevice ไปเลยฟรี ๆสำหรับผู้สั่งจองภายใน 60 เครื่องแรกเท่านั้น

Gamevice และ Asus Professional

สำหรับ Accessories Gamevice และ Asus Professional Dock จะวางจำหน่าย 1 ธันวาคมนี้ในราคา 3,290 บาททั้ง 2 ตัว

Complete Accessory Set

และสุดท้ายคือ Fullset จัดเต็ม ทั้ง Accessories ทุกอย่างรวมกระเป๋า ราคา 32,990 บาท วางจำหน่ายเฉพาะ Shopee เท่านั้น (ไม่รวมมือถือ)

ROG Phone ก็ถือได้ว่าเป็นอีก 1 Game Changer อย่างแท้จริง เก็บเงินรอกันได้เลย

ปล. ทุกภาพที่เห็นในข่าวนี้ถ่ายด้วยกล้อง ROG Phone ทั้งหมด ถ้าคุณคิดว่ามือถือเกมมิ่งต้องมาพร้อมกับกล้องคุณภาพไม่ดี บอกเลยว่า ROG นั้นต่างจากที่คุณคิดอย่างแน่นอน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการมือถือ

Samsung มีโปรโมชั่น ซื้อ Galaxy S9/S9+ ออนไลน์ แถมฟรี! Portable SSD 1TB

Published

on

By

Samsung ได้โฆษณาผ่านทางเว็บไซต์ Shop Online ของตัวเอง และโฆษณาตามเว็บไซต์ต่างๆ ว่ามีโปรโมชั่น

“ซื้อ Samsung Galaxy S9/S9+ ผ่านร้าน Shop Online ของซัมซุง จะแถม SSD แบบ External (พกพา) ความจุ 1TB!”

ซึ่งจะหมดเขตในวันที่ 31 มกราคม 2562 นี้ โดนสามารถสั่งซื้อได้ที่ https://shop.samsung.com/th/offer/s9promo

แต่ไม่รู้ของจะหมดก่อนหรือไม่ รีบๆ กันนะครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

ภาครัฐฯ จับมือ Creden ทำระบบยืนยันเอกสารออนไลน์ที่ปลอมแปลงไม่ได้ 100%

Published

on

หลังจากที่ทางภาครัฐฯ ได้ประกาศ #เลิกสำเนา แล้วไม่นาน วันนี้หน่วยงานรัฐฯ ก็ประกาศข่าวดีอีกเรื่องในด้านการผลักดันประเทศสู่ยุคดิจิทัล ด้วยการจับมือสตาร์ทอัพสัญชาติไทย บริษัท ครีเดน เอเชีย จำกัด (Creden) ผู้สร้างระบบใช้เอกสารและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Document &Signature) เพื่อผลักดันและส่งเสริมทุกภาคส่วน ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับต่างชาติ สอดรับกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ โดยมีกรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ร่วมลงนามข้อตกลงในครั้งนี้

สิ่งที่ Creden ทำคือ ให้คุณเข้ามาทำการลงทะเบียนข้อมูลส่วนบุคคล + หน้าของผู้ยืนยันตัวตน เพื่อสร้างเอกสารสำหรับลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ได้ภายใน 1 นาที และสามารถนำไปใช้กับเอกสารราชการต่าง ๆ ได้อย่างแน่นอน โดยจุดสำคัญของระบบนี้คือการมีส่วนช่วยในด้านลดการใช้กระดาษลงอย่างมาก และยังสามารถเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินการ โดยนำเอาเอกสารที่เข้าสู่ระบบแล้ว เมื่อส่งเอกสารให้กับผู้มีอำนาจได้ตลอดทุกที่ ทุกเวลา สามารถเซ็นต์เอกสารผ่านมือถือหรืออุปกรณ์เคลื่อนที่ได้ทันที และข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บอยู่บน Blockchain จึงมั่นใจได้ว่าไม่ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน และระบบทุกอย่างได้รับมาตรฐานจาก ETDA จึงแน่ใจได้ว่าเอกสารทั้งหมดที่ดำเนินการผ่าน Creden จะสามารถนำไปใช้กับภาครัฐฯ ที่รองรับได้ทั้งหมด พร้อมประทับรับรองเวลาอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรับรองการมีอยู่ของเอกสาร ณ เวลานั้น ๆ อีกด้วย

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า “ในวันนี้ผมมีความยินดีที่ได้เห็นบริษัทสตาร์ทอัพของคนไทยอย่าง บริษัท ครีเดน เอเชีย จำกัด ซึ่งได้ริเริ่มธุรกิจด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลโดยให้บริการสร้างเอกสารและลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ทางออนไลน์ ซึ่งบริการดังกล่าวนับเป็นบริการที่มีความสำคัญสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ รวมถึงนโยบาย Thailand 4.0 ในการขับเคลื่อนประเทศ โดยเฉพาะระบบราชการต้องปรับเปลี่ยนแนวคิดและวิธีการทำงานใหม่ ต้องปรับตัวเข้าสู่ความเป็นดิจิทัล (Digitalization) นำเทคโนโลยีที่มีมาบูรณาการและช่วยอํานวยความสะดวกให้ประชาชน ทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายการลดการใช้กระดาษในองค์กร ตามมติคณะรัฐมนตรี จะช่วยให้ลดปริมาณขยะ ลดค่าใช้จ่ายโดยรวมของภาครัฐ สร้างความสะดวกในการทำงานยิ่งขึ้น

คุณ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท ครีเดน เอเชีย จำกัด กล่าวว่า “การลงนามบันทึกข้อตกลงในครังนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ ครีเดน ในการร่วมมือกับภาครัฐเพื่อสนับสนุนให้ทุกภาคส่วน หันมาตระหนักถึงความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเข้ามาปรับใช้ในองค์กร การให้บริการประชาชน และเตรียมความพร้อมให้กับภาคธุรกิจสามารถแข่งขันกับต่างประเทศในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเป็นรูปธรรม

โดยบริการของครีเดนนั้นจะสามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาการระบุตัวตน (Identification) และ พิสูจน์ตัวตน (Verification) ด้วยระบบการยืนยันตัวตนทางดิจิทัล (eKYC) และระบบการจัดการเอกสารและลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีประสิทธิภาพและสามารถใช้งานได้จริงตามกฎหมาย ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไปสามารถใช้บริการของครีเดนในการทำธุรกรรมออนไลน์ได้

ซึ่งครีเดนได้มีการร่วมมือกับ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA  กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการประทับรับรองเวลาเพื่อยืนยันว่าเอกสารมีความถูกต้อง การทำประทับเวลาจะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้เอกสารว่าเป็นเอกสารจริงที่มีตัวตน ณ เวลาประทับ  และบริษัท ครีเดน เอเชีย จำกัด ได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมพัฒนาที่ดิน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล เป็นต้น ในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ใช้เอกสารและลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ในการขอรับบริการกับหน่วยงานต่างๆ ข้างต้น

ภายในงานมีการเสวนาในหัวข้อ “ก้าวสำคัญของภาครัฐสู่ยุคดิจิทัล” โดยมีตัวแทนหน่วยงานจากภาครัฐที่ร่วม     ลงนามความร่วมมือดังกล่าว อาทิ คุณภัทราภรณ์ โสเจยยะ รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รศ.นพ.ประยุทธ ศิริวงษ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล และผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน)  ได้ร่วมพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเกี่ยวกับการนำระบบเอกสารและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่องค์กรและประชาชนเพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัลและไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างยั่งยืน

ครีเดนเป็นผู้ให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตน (eKYC) ระบบจัดการเอกสารและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Document &Signature) และระบบประเมินความสามารถทางการเงิน (Credit Scoring) โดยมีรายละเอียดดังนี้

  1. ระบบพิสูจน์และยืนยันตัวตน (eKYC) เพื่อระบุตัวตน (Identification) และพิสูจน์ตัวตน (Verification) ของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง โดยเป็นการตรวจสอบความถูกต้องกับหน่วยงานรัฐ ตามประกาศข้อเสนอแนะมาตรฐานฯ แนวทางการใช้ดิจิทัลไอดีสำหรับประเทศไทย
  2. ระบบจัดการเอกสารและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Document &Signature) เป็นการจัดทำและลงลายมือชื่อเอกสารที่อยู่ในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถระบุตัวบุคคลผู้เป็นเจ้าของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือแสดงตนเป็นเจ้าของของข้อความและรวมถึงการยอมรับในข้อความหรือข้อมูลในอิเล็กทรอนิกส์ด้วย เป็นตาม พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
  3. ระบบประเมินความสามารถทางการเงิน (Credit Scoring) เป็นระบบในการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงขององค์กร หรือบุคคลทั่วไป จากข้อมูลที่มี เช่น งบการเงิน ความเกี่ยวข้องของผู้บริหาร เป็นต้น

สำหรับใครที่สนใจก็สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ https://creden.co/ เพื่อทดสอบระบบได้ทันที โดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

อิริคสันเผยข้อมูล 10 พฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิตอลที่จะเกิดขึ้นในปี 2019

Published

on

สำหรับยุคปัจจุบันที่อินเตอร์เน็ตเป็นเรื่องที่มนุษย์ทุกคนต้องใช้ โดยเฉพาะโลกของเราที่กำลังเริ่มก้าวสู่เทคโนโลยี 5G วันนี้อีริคสันได้เผยข้อมูล Ericsson Mobility Report: ในชื่อ The Power of 5G ขุมกำลังเทคโนโลยีใหม่ของอินเตอร์เน็ตยุค “5G” ว่าในปี 2019 นี้จะมีพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างไรบ้าง โดยถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ คือ

Mobile Subscription

เผยว่าทั่วโลกมีผู้ Subscription อยู่ที่ 7.9 พันล้านคน และมี 5.7 พันล้านเป็น Mobile Broadband Subscriptions ซึ่งจริง ประชากรโลกมีอยู่แค่ 7.3 พันล้าน ซึ่งเรียกได้ว่าจำนวนผู้ใช้มือถือเกิน 100% แล้วเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งประเทศจีนเป็น 1 ในผู้นำด้านการเติบโต สูงที่สุดในโลก Q3 2018 เติบโตถึง 37 ล้าน Subscription

ข้อมูลประเทศไทยคือ ณ ปี 2018 ระบบ LTE เติบโตสูงกว่า 3G ไปแล้ว ส่วน 2G ผู้ใช้งานก็เริ่มลดน้อยลงเรื่อย ๆ สาเหตุที่เติบโตเพราะมือถือมีราคาถูกลง และมีคุณภาพดีขึ้นเรื่อย ๆ รวมไปถึงแอปฯ บนมือถือที่ออกมารองรับตอบโจทย์ผู้ใช้งานนั่นเอง

Mobile Data traffic

การเติบโตของผู้ใช้งาน Data เรียกได้ว่าเป็นเชิง Exponential อย่างก้าวกระโดดกว่า 79% ต่อปี โดยแบ่งออกเป็นผู้ใช้งานกว่า 60% รับชมวิดีโอผ่าน Social Media ต่าง ๆและคาดว่าในปี 2024 จะมีการใช้งานกว่า 74% ของ Data เป็นการรับชมวิดีโอ และจะมีปริมาณการใช้ Data สูงขึ้นกว่าเดิมมาก และคาดว่าในปี 2024 จะมีปริมาณการใช้ data สูงถึง 21 GB ต่อเดือนเลยทีเดียว ซึ่งในปี 2018 ที่ผ่านมา ด้านอเมริกาเหนือมีอัตราการเจริญเติบโตในการบริโภคข้อมูลสูงที่สุด

ส่วนด้านประเทศไทยมีข้อมูลด้านการใช้งานว่า แต่ละคนจะมีการใช้อินเตอร์เน็ตกับแอปฯ อะไรที่มีปริมาณการใช้ Data สูงที่สุด (ไม่นับจำนวนผู้ใช้งาน) ซึ่ง 5 อันดับแรกคือ

  1. HTV แอปฯ ดูวิดีโอคอนเทนต์ของ True
  2. YouTube แอปฯ รับชมวิดีโอคอนเทนต์ชื่อดัง
  3. TrueID แอปฯ ที่รวบรวมเอาคอนเทนต์ต่าง ๆ มารวมกัน และคาดว่าจะเติบโตขึ้นอีกในอนาคต
  4. Facebook แอปฯ Social Media อันดับ 1 ของโลก
  5. LINE แอปฯ Social Media ที่คนไทยชอบใช้เป็นอันดับต้น ๆ

5G & Cellular IoT

คาดว่าด้าน IoT ประเทศที่จะเป็นผู้นำในด้านนี้คือประเทศฝั่ง เอเชียตะวันออกเช่น จีน เกาหลีและญี่ปุ่น ที่มีเทคโนโลยี NB-IoT และเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมายที่ออกมารองรับ โดยคาดการณ์ว่า การเติบโตต่อปี 27% จะเติบโตไปถึงระดับ 4.1 พันล้านตัว โดยแบ่งออกเป็น NB-IoT ที่เน้นการเชื่อมต่อแบบอยู่กับที่ และ Cat-M1 ที่เน้นการติดกับสิ่งที่เคลื่อนที่เช่น รถ SmartCar เป็นต้น

ผลสำรวจล่าสุดจากรายงานประจำปีได้ทำการวิเคราะห์และประเมินเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้บริโภคและคาดการณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีในอนาคต รวมไปถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI), เทคโนโลยีเสมือน (VR), 5G และระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ผลจากรายงานบ่งชี้ว่าเทคโนโลยีอิสระและการทำนายอารมณ์จะเป็นเทคโนโลยีที่มาแรงและจะมีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์ในอนาคตอันใกล้นี้

เผย 10 แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิตัล ปี 2562 และในอนาคต

  1. เครื่องรับรู้อัจริยะ กว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ใช้งานแอปพลิเคชันส์ผู้ช่วยส่วนตัวคิดว่าภายในอีก 3 ปีข้างหน้า อุปกรณ์ทางเทคโนโลยีจะสามารถรับรู้และเข้าใจถึงอารมณ์ของผู้ใช้ได้ (ปัจจุบันคือ Alexa หรือ Google Home) และจะแนะนำการดำเนินชีวิตของเราได้
  2. ผู้ตอบโต้ที่ชาญฉลาด กว่า 65 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ใช้งานแอปฯ ผู้ช่วยส่วนตัวคิดว่าอุปกรณ์อัจฉริยะจะสามารถโต้เถียงได้เสมือนเป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัว ภายในอีก 3 ปีข้างหน้า
  3. แอพพลิเคชั่นส์สอดแนม กว่า 45 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริโภคคิดว่าแอปฯ จะเก็บข้อมูลของผู้ใช้ แม้กระทั่งตอนไม่ได้เปิดใช้แอปก็ตาม
  4. บังคับให้ตอบตกลง ผู้บริโภคจำนวน 51 เปอร์เซ็นต์ รู้สึกรำคาญที่จะต้องตอบตกลงเพื่อยืนยันสิทธิ์ให้แอปฯ เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวตลอดเวลา
  5. ทักษะทางอินเตอร์เน็ต กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้งาน AR หรือ VR ต้องการใช้แอปฯ ที่สามารถนำมาใช้งานในชีวิตประจำวันได้ เช่น โปรแกรมสอนทำอาหาร หรือซ่อมแซมสิ่งของต่าง ๆ ผ่านเทคโนโลยีโลกเสมือน
  6. การบริโภคแค่เพียงปลายนิ้ว ผู้ที่ใช้งานแอปฯ ต้องการที่จะใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการตรวจสอบของใช้ภายในบ้าน และจะมีระบบจ่ายบิล รวมทั้งซื้อของใช้ภายในบ้านแบบอัตโนมัติได้
  7. ผู้ช่วยในการตัดสินใจ ผู้บริโภคจำนวน 31 เปอร์เซ็นต์ เริ่มมีความเชื่อ AI มากกว่าความคิดของตัวเองเช่น การเดินทางก็เชื่อ Google Maps มากกว่าการดูเส้นทางด้วยตัวเอง เพราะทุกวันนี้เทคโนโลยีอัตโนมัติเข้ามาแทนที่การตัดสินใจในชีวิตประจำวันของมนุษย์ไปหมดแล้ว
  8. รักษ์โลก ผู้บริโภคจำนวน 39 เปอร์เซ็นต์ ต้องการใช้นาฬิการักษ์โลกที่สามารถวัดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาในแต่ละวันได้
  9. ฝาแฝดดิจิตัล ผู้ใช้งาน AR หรือ VR จำนวน 48 เปอร์เซ็นต์ ต้องการมีฝาแฝดเสมือนจริงที่เหมือนกับตัวเขาแบบชนิดที่แยกไม่ออก เพื่อที่พวกเขาจะสามารถแยกกันอยู่สองที่ได้ในเวลาเดียวกัน และช่วยตัดสินใจแทนเราได้
  10. ชุมชน 5G ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนจำนวน 20 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่า 5G จะทำให้อุปกรณ์ IoT เชื่อมต่อกันได้ดีกว่า เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน หรือสมาร์ทมิเตอร์ในอุปกรณ์สาธารณูปโภคต่าง ๆ เป็นต้น

ขึ้นอยู่กับว่าเราจะมองเทคโนโลยีในอนาคตว่าเป็นภัยคุกคามหรือเป็นโอกาส ดร.เพอร์นิลล่า โจนส์สัน หัวหน้างานห้องปฎิบัติการวิเคราะห์ผลสำรวจผู้บริโภคและอุตสาหกรรมของอีริคสัน กล่าวว่า “เราได้เข้าสู่ยุคที่มนุษย์สามารถมีปฏิสัมพันธ์และทำงานร่วมกับเครื่องจักรกลอัจฉริยะแล้ว ทุกวันนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่อนาคต ยังมีอุปกรณ์ทางด้านเทคโนโลยีอีกมากมายหลายอย่างที่จะถูกพัฒนาขึ้น และอนาคตจะเป็นอย่างไรนั้น เราสามารถกำหนดได้ด้วยมือของเราเอง”

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!