Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

ROG Phone มือถือสำหรับเกมเมอร์ เปิดราคาไทยพร้อม Gadget จัดเต็ม #ของมันต้องมี

Published

on

มาแล้วกับมือถือสำหรับเกมเมอร์จัดเต็มอีก 1 ตัวจาก ROG หรือ Republic of Gamer ที่นอกจากจะจัดเต็มด้านสเปคแล้ว เรื่องของดีไซน์ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน สำหรับใครที่เป็นแฟนแบรนด์นี้ก็จะเข้าใจดีว่า ROG เข้าใจถึงเกมเมอร์อย่างแท้จริง จึงได้จัด ROG Phone มือถือสำหรับเกมเมอร์อย่างแท้จริงที่มาพร้อมคอนเซปต์ Game Changer จัดหนักทั้งสเปค รูปลักษณ์ดีไซน์ และ Software ที่ไม่ธรรมดาจริง ๆ

ASUS เผยว่าปัจจุบันตลาด Gaming Smartphone เติบโตสูงขึ้นมาก มีมูลค่าสูงกว่า 1,000 ล้านบาททั้งการซื้อของในเกม หรือเครื่องมือถือที่เล่นเกม ซึ่ง ROG หรือ Republic of Gamer ก็เข้าใจตลาดเกมมิ่งว่า กำลังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่งประเทศไทยปัจจุบันติด 1 ใน 20 ของตลาดเกมในระดับโลก ทำให้แบรนด์ใหญ่ ๆ เข้ามาทำตลาดในไทยกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทาง ROG มี vision ว่า เราต้องเป็นที่สุดของประสิทธิภาพ และเป็นที่สุดของนวัตกรรมเทคโนโลยี โดยสินค้าต่าง ๆ ที่ ROG สร้างขึ้นมา ก็มาจากประสบการณ์จากนักกีฬาและนักเล่นเกมมืออาชีพเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการสนับสนุน eSports ระดับโลก ซึ่งนอกจากนี้เรายังเข้าไปฟังข้อเสนอแนะ ติ-ชม ข้อมูลทั้งหมด แล้วเอามาปรับปรุงและสร้างสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้ดีที่สุด

ซึ่ง ROG นั้นมีผลการันตีว่า แบรนด์ ROG ถือว่าเป็นแบรนด์ Gaming อันดับ 1 ของโลกโดยนักเล่นเกมทั่วโลกและแน่นอนว่า ROG Phone ก็เป็นอีก 1 ผลิตภัณฑ์ที่ ASUS ตั้งใจเสนอออกมาเพื่อเกมเมอร์สายมือถือแบบจัดเต็ม และ ROG Phone นี้ยังเป็น Gaming Smartphone ที่มาพร้อมกับการการันตีด้วย Best Beartai Awards 2018 อีกด้วย

เผยความรู้สึกหลังสัมผัสของ Dew Black Glove Gamer

จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ล้ำยุคที่ตอบโจทย์สายเกมเมอร์ในเวลานี้ ด้วยCPU Qualcomm Snapdragon 845 พร้อมกับระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ บนหน้าจอ AMOLED กว้าง 6นิ้ว ทำให้รู้สึกว่าการรันเกมที่ระดับ 90 fps ได้ลื่นไม่สะดุด

ระบบ AirTriggers ที่ขอบข้าง เสมือนมีปุ่ม L/R บนจอยเกมคอนโซล ให้ความรู้สึกที่แปลกเนื่องจากเคยชินกับการกดสัมผัสปุ่มธรรมดาที่มีจังหวะเด้งคืนกลับ แต่ระบบนี้ก็ตอบสนองต่อความไวแบบกดปุ่มเกมคอนโซลเหมือนกัน ต่างกันแค่คือการสัมผัส

มีระบบรองรับฟังก์ชั่นสายเกมมากมาย Game center ที่เปิดสถานะต่างๆ ของ CPU และมีระบบ X mode ที่เปิดประสิทธิภาพขณะเล่นเกมให้สูงขึ้น
Game Genie คำสั่งที่เปิดรองรับมากมายเช่นการเซตหน้าจอการเล่นทั้งการเซตปุ่มมาโคร lock mode ล็อคหน้าจอเกมเพี่อป้องกันเผลอไปโดนปุ่มโฮมแล้วเด้งกลับหน้าจอหลัก การแสดงผลแบตเตอรี่ของเครื่องมือถือระหว่างเล่นที่ไม่ต้องกังวลว่าแบตจะหมดเมื่อไหร่

จากที่ได้ทดสอบมาทั้งเกม Free fire หรือ Ragnarok online M ถือว่าการควบคุมลื่นไหลดี แทบไม่มีสะดุด แม้ว่าบางครั้งจะยุ่งยากในการเซตปุ่มมาโครต่างๆ รายละเอียดหลีกย่อย แต่ก็ถือว่ารองรับตัวช่วยให้กับคอเกมเมอร์ได้ดี

สเปคของ ROG Phone

  • CPU Snapdragon 845 ที่มาพร้อมกับความเร็ว 2.96 GHz (Overclock ขึ้นมาจากเดิม 160 MHz) มาพร้อม Android Oreo 8.1
  • หน้าจอขนาด 6 นิ้ว สเกล 18:9 โค้ง 2.5D ใช้ Coring Gorilla Glass 6 ความละเอียดแบบ FullHD 2160×1080 เป็นจอแบบ AMOLED ที่มาพร้อมกับ Responsive เร็วมากเพียง 1ms และ Refresh Rate สูงถึง 90 Hz และความสว่าง 550 nits ก็เรียกว่าเล่นเกมกลางแจ้งได้เลย
  • Ram 8 GB DDR4X และ Rom UFS2.1 128 GB สูงสุด 512 GB พร้อม Google Drive ให้ไปเลย 100 GB ฟรี ๆ 1 ปีเต็ม
  • กล้องหลังใช้เลนส์ของ Sony Flagship IMX363 ความละเอียด 12 ล้าน F1.7 และเลนส์คู่กว้าง 120 องศา
  • กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้าน F2.0
  • ถ่ายวิดีโอได้ความละเอียดสูงสุด 4K 60 fps บนกล้องหลัง และความละเอียด 1080P 60fps บนกล้องหน้า
  • ลำโพง DTS:X Ultra 1.0 แบบ 7.1 Channel จัดเต็มเรื่องเสียงเบส
  • ช่องเสียบซิมการ์ด 2 ใบแบบ Nano Sim 4G Standby ได้ 2 sim พร้อมกัน
  • กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP 68
  • รองรับ NFC
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh
  • น้ำหนักเครื่อง 2 ขีด

เรื่องการระบายความร้อนและระบบชาร์จไฟ

ออกแบบชุดระบายความร้อนใหม่ 3 ชั้น เพื่อนำความร้อนจากภายในสู่ภายนอกได้ดีที่สุด รวมไปถึงการออกแบบในด้าน Port สายชาร์จก็จะมีทั้งด้านท้ายและด้านข้าง เพื่อให้เกมเมอร์สามารถเล่นเกมได้อย่างสะดวก ไม่เกะกะมือ แถมยังได้ปรับเปลี่ยนโดยการนำเอา IC Charger จะฝังในตัว Adapter แทนที่จะเป็นโทรศัพท์ ทำให้การชาร์จไฟไป เล่นไปได้ โดยที่เครื่องไม่ร้อนอย่างแน่นอน” และนอกจากนี้มีระบบ Direct Charger และ Quick Charge 4.0 รวมไปถึงการชาร์จแบบ Wireless ก็สามารถทำได้

เรื่องหน้าจอ

หน้าจอสี DPI-P3 ที่แสดงผลได้สูงถึง 108% พร้อม Contrast 100,000:1 และหน้าจอแบบ HDR Display ที่แยก Chipset ออกมาเลย ทำให้หน้าจอมีความชัดเจนมากแม้จะอยู่ในที่มืดหรือสว่าง รวมไปถึงจอ 90 Hz และการตอบสนอง 1 ms

ในด้านการควบคุมก็เป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการเล่นเกมแบบใหม่จาก 2 นิ้ว กลายเป็น 4 นิ้วด้วย AirTrigger ที่เป็น sensor ฝังไว้ที่มุมบนเครื่อง เป็นการจำลองปุ่มขึ้นมา และมีการสั่นเตือน ซึ่งจะมีเฉพาะบน ROG Phone เท่านั้น

ด้าน Software

และในด้าน Software ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ทั้งการตั้ง X Mode ที่จะปรับ overclock cpu ให้ รวมไปถึง Game Profile ที่เราสามารถเลือกปรับได้ตามความต้องการ ระบบการรับสายเวลาเล่นเกมที่จะแสดงขึ้นมาเป็นหน้าจอเล็ก ๆ สามารถเลือกได้ว่าจะวางสาย จะรับสาย หรือจะเปิด Speaker พร้อมระบบโชว์ Real-time information ได้ทันทีเวลาเล่นเกม สามารถ Set ปุ่ม Macro ได้ทันที พร้อมกด Playback สูงสุด 999 ครั้ง และยังสามารถ Set Keymapping ที่รองรับการใช้งาน Mouse Keyboard ได้ (กดปุ่ม f11 บน keyboard) รวมไปถึงหลาย ๆ เกมที่ Exclusive จะถูกตั้งค่ามาให้ทันทีอีกด้วย งานนี้ PUBG Mobile จะเดือดกว่าเดิมด้วยผู้เล่นสาย PC ที่เตรียมบุกมาลุยกันได้แบบจัดเต็ม

Accessories สำหรับ ROG Phone

นอกเหนือจากตัวเครื่องที่จัดเต็มแล้ว ROG Phone ยังมาพร้อม Accessories จัดเต็มสำหรับชาวเกมเมอร์ที่ทำให้คุณใช้งาน ROG Phone ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอย่างแน่นอน

Twinview Dock

อีก 1 Gadget สำหรับเกมเมอร์ที่ชอบจอเสริม มาพร้อมระบบลดความยุ่งยากในการติดตั้งการ Livestreaming รวมไปถึงสามารถใช้หน้าจอที่ 2 เป็นจอเสริมสำหรับเกมได้อย่างง่ายดาย ซึ่งจอเสริมด้านล่างมีสเปคเดียวกันกับจอของ ROG Phone (แต่ไม่มี CPU) นอกจากนี้ยังมาพร้อมลำโพงเสริม 4 ตัว แบตฯ จัดเต็ม 6000 mAh ระบบสั่น ระบบระบายความร้อน และปุ่มเสริมพิเศษ Dual Trigger อีกด้วย

Mobile Desktop Dock

ตัว Dock ที่จะทำให้มือถือ ROG Phone ของคุณกลายเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะได้เลย แถมมาพร้อมพอร์ตจัดเต็มแบบสุด ๆ ตามภาพ

Asus Professional Dock

เป็นตัว Dock ที่ย่อขนาดลงมาจาก Mobile Desktop Dock และ Port ที่น้อยลง แต่ยังคงจัดเต็มเรื่องการแสดงผลหน้าจอ รวมไปถึงการเชื่อมต่อเม้าส์กับคีย์บอร์ดได้เป็นอย่างดี

WiGig Display Dock

อีก 1 ตัวต่อแสดงผลที่เป็นแบบไร้สาย สามารถเชื่อมต่อด้วยความหน่วงที่ต่ำเพียง 20 ms ทำให้สาทารถเล่นเกมผ่านจอใหญ่ได้เลยโดยไม่ต้องต่อสาย และยังรองรับ GameVice จอยเกมต่อแยกสำหรับเล่นเกมอีกด้วย

ROG Phone Case

และ ROG Phone Case ที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม จัดเต็มแบบสุด ๆ โดยแยกออกมาเป็น 3 ส่วนด้วยกัน ทำให้เราสามารถถอดส่วนกลางเพื่อประกอบ Aero Active Cooler ได้อีกด้วย

รุ่น ราคา และวันวางจำหน่าย

ปิดท้ายด้วยการเปิดเผยราคาและวันวางจำหน่ายของ ROG Phone จะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในทุกช่องทาง 26 พฤศจิกายนนี้รวมไปถึง Accessories ทั้งหมดที่นี่เลย

ROG Phone Ram 8 GB Rom 128 GB

ROG Phone รุ่น Ram 8 GB Rom 128 GB มาพร้อมราคา 29,990 บาท วางจำหน่าย 23 พฤศจิกายนนี้ หรือจองผ่าน Shopee ได้แล้ววันนี้ 100 เครื่อง (มี Code Shopee ROG1000 ลดอีก 1,000 บาท)

ROG Phone Ram 8GB Rom 512 GB

ส่วน ROG Phone รุ่น 8 GB Rom 512 GB มาพร้อมราคา 34,990 บาท Exclusive ที่ Shopee เท่านั้น ได้รับ 500 Shopee Coin + Gamevice ไปเลยฟรี ๆสำหรับผู้สั่งจองภายใน 60 เครื่องแรกเท่านั้น

Gamevice และ Asus Professional

สำหรับ Accessories Gamevice และ Asus Professional Dock จะวางจำหน่าย 1 ธันวาคมนี้ในราคา 3,290 บาททั้ง 2 ตัว

Complete Accessory Set

และสุดท้ายคือ Fullset จัดเต็ม ทั้ง Accessories ทุกอย่างรวมกระเป๋า ราคา 32,990 บาท วางจำหน่ายเฉพาะ Shopee เท่านั้น (ไม่รวมมือถือ)

ROG Phone ก็ถือได้ว่าเป็นอีก 1 Game Changer อย่างแท้จริง เก็บเงินรอกันได้เลย

ปล. ทุกภาพที่เห็นในข่าวนี้ถ่ายด้วยกล้อง ROG Phone ทั้งหมด ถ้าคุณคิดว่ามือถือเกมมิ่งต้องมาพร้อมกับกล้องคุณภาพไม่ดี บอกเลยว่า ROG นั้นต่างจากที่คุณคิดอย่างแน่นอน

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดราคา OPPO R17 Pro พร้อมโปรฯ พิเศษเหลือไม่ถึง 10,000 เผยบทสัมภาษณ์ผู้สร้าง Super VOOC Flash Charge

Published

on

OPPO เปิดตัวมือถือรุ่นล่าสุด OPPO R17 Pro ที่มาพร้อมจุดเด่นอย่าง #SuperVOOC ชาร์จแรง ชาร์จไว 10 นาที แบตฯ 40% (ที่มาครั้งแรกบนรุ่น Oppo Find x Automobili Lamborghini edition) และจุดเด่นพิเศษอย่างกล้องหลังที่จัดเต็มด้วยค่า F ต่ำสุด 1.5 เลยทีเดียว !!

สเปค

  • CPU Snapdragon 710 Octa-Core 2.2 GHz GPU Adreno 616
  • ระบบปฎิบัติการ ColorOS 5.2 บน Android 8.1
  • Ram 8 GB + Rom 128 GB (ไม่มีช่องใส่ microSD)
  • กล้องหลัง 12 ล้าน F1.5 + 20 ล้าน F2.6 + กล้องถ่าย 3 มิติ TOF มาพร้อม OIS ระบบกันสั่น
  • กล้องหน้า 25 ล้าน F2.0 ใช้ Sensor Sony IMX 576
  • แบตเตอรี่ 3700 mAh มาพร้อมระบบ Super VOOC Flash Charge
  • ระบบเชื่อมต่อ WLAN 802.11 a/b/g/n/ac Bluetooth 5.0, NFC, Type-C USB 3.1
  • เชื่อมต่อ 4G / 4G+: TD-LTE, LTE FDD;
    • 3G WCDMA, TD-SCDMA, CDMA2000
    • 2G: GSM, CDMA
  • ใส่ได้ 2 nano sim
  • มาพร้อมระบบ Hidden Fingerprint Unlock (ปลดล็อคผ่านหน้าจอ) / Face Unlock

ทดสอบการถ่ายภาพ

จุดเด่นของ OPPO R17 Pro คือด้านกล้อง ที่มาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว 12 ล้าน F1.5/2.4 + 20 ล้าน F2.0 และกล้อง TOF สำหรับถ่ายภาพ 3 มิติสุดล้ำ มีระบบอินฟาเรดเพื่อการจับภาพวัตถุระยะไกล พร้อมโหมดถ่ายภาพกลางคืนจัดเต็มด้วย Ultra Night Mode ถ่ายกลางคืนดีมาก ๆ และกล้องหน้าจัดหนัก 25 ล้าน ถ่าย Selfie สวยงาม ก็ถือได้ว่าค่อนข้างตอบโจทย์คนชอบถ่ายภาพจริง ๆ สำหรับมือถือตัวนี้

ราคาและโปรโมชันพิเศษ

ปิดท้ายด้วยราคา 24,990 บาท ใครจองรับของแถมรวมมูลค่า 9,200 บาทดังนี้

  • OPPO VIP Card ประกันหน้าจอแตก เปลี่ยนฟรี 1 ครั้ง
  • OPPO Tripod ขาตั้งกล้องมือถือจัดเต็ม

และพิเศษสุด สำหรับการซื้อผ่าน Operator + โปรฯ ลดจัดหนักเหลือเพียง 9,990 บาทเท่านั้น (ยังไม่เปิดเผยโปรฯ ที่ต้องจ่าย)

ซึ่ง OPPO R17 Pro จะเปิดให้จองวันที่ 17 – 30 พฤศจิกายนนี้

สัมภาษณ์ Engineer จาก OPPO China เรื่อง SUPER VOOC Flash Charge

ปัจจุบันคิดว่ายังเร็วที่สุดไหม สำหรับ SUPER VOOC Flash Charge

มั่นใจว่าเร็วที่สุด ด้วยพลังไฟชาร์จ 50 W ซึ่งสูงที่สุด และใช้ระบบการแบ่งแบตเตอรี่เป็น 2 ก้อน จึงมั่นใจได้ว่าชาร์จแล้วแบตฯ ไม่ร้อน และชาร์จได้ไวกว่ามือถือทุกรุ่นในปัจจุบัน

ชาร์จ 10 นาทีแบตฯ ขึ้นมาสูงสุด 40% ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีเจ้าไหนสามารถทำได้

ในอนาคจจะมีการพัฒนาการชาร์จที่ไวกว่า Super VOOC Flash Charge หรือไม่?

มีแน่นอน โดยทีมงานกำลังพัฒนาเพื่อใช้กับมือถือรุ่นถัดไปในอนาคต แต่จะเป็นรุ่นไหนทางเราขอยังไม่เปิดเผย

และในอนาคตจะมีการนำไปใช้กับอุปกรณ์อื่น ๆ นอกจากมือถือของ OPPO หรือไม่?

เรื่องเทคโนโลยี Super VOOC นี้สามารถใช้งานกับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ทั้งหมด แต่ยังไม่มีแผนในอนาคตว่าจะมีการนำไปใช้กับอะไร และปัจจุบันมี SuperVOOC ที่เป็น Powerbank มีอยู่ในจีนแล้ว แต่อาจจะมีโอกาสมาไทยได้

มีแผนการทำแบตเตอรี่รูปแบบใหม่นอกเหนือจาก Lithum ion หรือไม่?

ซึ่งปัจจุบันมองวัตถุดิบอื่น ๆ ที่จะมาทำเช่นกัน โดยกำลังทดสอบและวิเคราะห์อยู่ ถ้าได้ผลดีก็จะนำมาใช้แทนลิเทียมไอออน

ทำไมนำเอา SuperVOOC มาใช้กับ R17Pro เป็นรุ่นที่ 2 ถัดจาก Find X ?

เป็นแนวทางของ Product ในปัจจุบันเริ่มมีการใช้ Super Charge Fast Charge เข้ามามากขึ้นในหลากหลายแบรนด์ และ R Series นี้เป็น 1 ในมือถือรุ่นที่นิยมที่สุด โดย Series Find นั้นถือได้ว่าเป็นรุ่นที่มาพร้อมการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ ๆ และได้นำเทคโนโลยีนี้เข้ามาใช้งานบน R 17 Pro เป็นรุ่นถัดไป

และในตระกูล A Series ยังตอบไม่ได้ว่าจะมี SuperVOOC หรือไม่ แต่ VOOC อาจจะมีความเป็นไปได้มากกว่า

ทำไมนำเอา Super VOOC Flash Charge  มาใช้ในปีนี้ เพราะตัวเทคโนโลยีได้เปิดตัวมากว่า 2 ปีแล้ว

เพราะ ณ ช่วงนั้นตั้งใจที่จะนำเอาลง Find X อยู่แล้ว จึงได้รอเทคโนโลยีอื่น ๆ ทุกอย่างเข้ามารวมกันกลายเป็น OPPO Find X ในปัจจุบัน

ถ้าใช้สายชาร์จอื่น ๆ มาใช้กับ Super VOOC Flash Charge จะเป็นอย่างไร?

ถ้าใช้สายชาร์จ VOOC มาใช้กับ เครื่องรองรับ SuperVOOC จะกลายเป็นการชาร์จปกติ ถ้าใช้ SuperVOOC ชาร์จ USB-PD จะเป็นการชาร์จแบบปกติ แต่กำลังพัฒนาให้สามารถทำ Super VOOC ได้

การใช้แบต 2 ก้อนจะทำให้ Cycle แบตฯ ลดหรือไม่?

ไม่ลด ยังคงมีอายุการใช้งาน 1 ปีเท่ากัน และการเปลี่ยนแบตฯ นั้นจะถูกนับเป็น 1 ก้อนเช่นกัน ไม่สามารถเปลี่ยนแยกได้

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

แกะกล่อง New iPad Pro 2018 จาก Apple Store สาขา IconSiam

Published

on

ช่วงหัวค่ำของวันนี้ 14 พ.ย. 2561 ระหว่างเข้าคลาสที่จองไว้ก่อนหน้านี้ “Photo Lab : สร้างช็อตสุดเพอร์เฟ็กต์กับ Chase Jarvis” ทั้งนี้เจ้าตัวไม่ได้มาสอนด้วยตัวเอง แต่ถูกถ่ายทอดบทเรียนจากคุณ Chase Jarvis ผ่านน้องตาโต สาวน้อยหน้าใส ดีกรีปริญญาตรีจากรั้วจามจุรี บรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเอง สนุกสนาน แต่แล้วความสนใจของผมก็ถูกดึง (เสียสมาธิ) ด้วยประโยคสั้นๆ โดนใจที่ว่า “วันนี้ iPad Pro รับเครื่องได้แล้วนะครับ” เอาหละสิ 555 จัดไม่จัดดี ลังเล เพราะผมเองก็มีโปรแกรม trade-in (โปรแกรมนำเครื่องเก่า แลกเครื่องใหม่) ค้างอยู่กับ Apple ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ (ไว้มาเขียนเล่าให้อ่านกันครับ) ถ้าได้มาก็ว่าจะนำมาเป็นส่วนลดในการซื้อเครื่อง แต่แล้ว … ก็ลองกดเข้าไปดูใน App Apple Store มีเครื่องพร้อมระบุรับเครื่องได้ที่ Apple Store IconSiam นั่นไง ภาพตัดเครื่องก็มาวางอยู่ตรงหน้า ให้ได้มาถ่ายภาพให้เพื่อนๆ ได้ชมกันแล้ว ปล. iPad รุ่นล่าสุดของผมก็คือ iPad Air 2 ใช้มานานปี ได้เวลาเปลี่ยนใหม่เสียที

ผมเลือกรุ่น 11 นิ้ว ไวไฟ ความจุ 256GB สีเทา มาถึงบ้านก็แกะกล่องถ่ายรูป เปิดเครื่องเพื่อลงโปรแกรม ความฟินก็ตรงที่ไม่ต้องกรอกข้อมูลอีเมล์อะไรให้วุ่นวาย เพราะช่วงหลังมานี้ Apple ทำให้เรา Setup ง่ายขึ้น ด้วยการนำ iPhone ที่อยู่ใกล้เคียงของเรามาอยู่ข้างๆ เอากล้องไอโฟนส่องที่หน้าจอ iPad ระบบก็จะจัดการให้ต่อเอง โดยที่ไม่ต้องกรอกข้อมูลใดใดให้วุ่นวาย

ประสบการณ์แรกสัมผัสคือดีย์ จอภาพ Liquid Retina คมขนลุก คือดี การที่หน้าจอติดขอบแล้วจอใหญ่ดีแบบนี้นี่เอง ประสบการณ์ด้านอื่นยังไม่ได้ลอง ไปชมภาพมุมต่างๆ ของเครื่องกันครับ


 
https://www.apple.com/th/trade-in/

https://www.apple.com/th/ipad-pro/

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัว JBL LINK ลำโพงไร้สายอัจฉริยะในไทย สั่งงาน Google Assistant ได้ ฟังเพลงไม่ต้องต่อมือถือ!

Published

on

มหาจักรดีเวลอปเมนท์ ผู้นำเข้าเครื่องเสียงแบรนด์ JBL เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในตระกูล JBL LINK ที่เป็นลำโพงอัจฉริยะ สามารถเชื่อมต่อกับ WiFi ได้ พร้อมใช้งาน Google Assistant ผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะของกูเกิ้ล ซึ่ง JBL LINK น่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งาน Google Assistant ชุดแรกๆ ที่ขายในไทยอย่างเป็นทางการ โดยเปิดตัวพร้อมกันถึง 5 รุ่น ตั้งแต่ลำโพงรุ่นเล็ก จนถึงลำโพงที่มาพร้อมหน้าจอ

JBL Link มีด้วยกัน 5 รุ่น

  • JBL LINK 10 ลำโพงตัวเล็กที่สุดในตระกูล ใช้งานได้ 5 ชั่วโมง กำลังขับ 10 W 4,990 บาท 
  • JBL LINK 20 ลำโพงขนาดย่อม ตัวสูงกว่า LINK 10 ใช้งานได้ 10 ชั่วโมง กำลังขับ 20 W 6,990 บาท 
  • JBL LINK 300 ลำโพงขนาดกลางสำหรับตั้งในบ้าน (ไม่มีแบตเตอรี่ เสียบสายอย่างเดียว) กำลังขับ 50 W 9,990 บาท
  • JBL LINK 500 ลำโพงขนาดใหญ่สำหรับตั้งในบ้าน (ไม่มีแบตเตอรี่ เสียบสายอย่างเดียว) กำลังขับ 60 W 13,900 บาท
  • JBL LINK View ลำโพงรุ่นพิเศษที่มาพร้อมหน้าจอสัมผัสเพื่อดูข้อมูล หรือแสดงข้อมูลที่ Google Assistant หามา จะขายเร็วๆ นี้ ในเดือนธันวาคม ราคายังไม่ประกาศ

นอกจากนี้ JBL ยังมีลำโพงรุ่น Control Xtreme ตัวใหญ่พิเศษสำหรับใช้ในงาน Party ด้วย ซึ่งลำโพงตัวนี้ก็เชื่อม Wifi ได้เหมือนกัน

จุดเด่นของลำโพง WiFi ที่แตกต่างจากลำโพง Bluetooth ทั่วไป

แม้ว่า JBL LINK จะสามารถเชื่อมต่อ Bluetooth ตามปกติได้ แต่การที่มันเชื่อม WiFi ได้นั้นมันเจ๋งกว่าการต่อ Bluetooth ทั่วไปเยอะ โดยเฉพาะสำหรับนักฟังเพลง เมื่อใช้กับบริการที่รองรับ Chromecast Audio อย่าง Spotify ตัวลำโพงจะสามารถดึงเพลงต้นฉบับจาก Server มาเปิดให้ฟังโดยตรงได้เลย ไม่ต้องดึงผ่านโทรศัพท์ แล้วส่งผ่านมาถึงลำโพงผ่าน Bluetooth อีกทีเหมือนลำโพงทั่วไป ทำให้คุณภาพเสียงดีกว่าเพราะไม่มีการบีบอัดเสียงซ้ำ นอกจากนี้พวกเสียง Noti หรือเสียงรบกวนต่างๆ จากโทรศัพท์มือถือจะไม่ไปดังที่ลำโพงให้กวนใจด้วย ให้มันดังอยู่ที่สมาร์ทโฟนก็พอ

Google Assistant ทำอะไรได้บ้าง

JBL LINK View

Google นั้นเติบโตเร็วมากในกลุ่มลำโพงอัจฉริยะ เมื่อเปิดตัว Google Assistant ก็แย่งส่วนแบ่ง Amazon ที่ทำ Alexa มาอย่างรวดเร็ว แม้ว่าในไทยจะยังไม่สามารถใช้ Google Assistant บนอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยคำสั่งเสียงภาษาไทยได้ (ส่วนบนมือถือใช้ภาษาไทยได้แล้ว) แต่เราก็สามารถใช้ภาษาอังกฤษสำเนียงไทยๆ ของเรานี่แหละเพื่อสั่งงานต่างๆ ได้ เช่นพูดว่า Good Morning เพื่อให้มันเปิดไฟ ปิดแอร์ เล่าข่าวตอนเช้าให้ฟัง หรือพูด Broadcast เพื่อกระจายเสียงของเราไปทั่วบ้านผ่านทุกลำโพงที่เชื่อม Google Assistant อยู่

ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกับ Google Assistant ได้นั้นมีหลากหลายมากครับ เช่นหลอดไฟ Phlips Hue ก็เชื่อมเพื่อเปลี่ยนสีสันหรือควมคุมระดับแสงไฟในห้องได้ หรือกล้องวงจรปิดจาก Nest ก็เชื่อมเพื่อส่งภาพมาดูในทีวีได้ หรือการควบคุมแอร์หรืออุปกรณ์ที่ใช้รีโมทก็จะมีตัวสั่งงานโดยการยิงแสง IR เข้าไปที่แอร์เพื่อควบคุมระยะเวลาการปิด-เปิดได้ ลองดูในวิดีโอสาธิตการใช้ Google Assistant ร่วมกับ JBL Link นี้น่าจะเข้าใจมากขึ้นนะครับ

นอกจากนี้ JBL ยังออกหูฟังชุดใหม่ที่มี Google Assistant ในตัวคือสามารถแตะที่หูฟังเพื่อสั่งงานอุปกรณ์ต่างๆ รอบตัวได้เลย เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวติดหูไปด้วย

  • JBL Everest 110GA หูฟังแบบ in-ear ฟังได้ 8 ชั่วโมง ราคา 3,990 บาท
  • JBL Everest 310GA หูฟังแบบทับหู ฟังได้ 20 ชั่วโมง ราคา 7,990 บาท
  • JBL Everest 710GA หูฟังแบบครอบหู ฟังได้ 25 ชั่วโมง ราคา 9,990 บาท

JBL Everest 710GA

ก็ติดตามรีวิว JBL LINK จากแบไต๋ได้เร็วๆ นี้ครับ ว่าจะสั่งงานดี เสียงดี น่าใช้แค่ไหน

หนุ่ย พงศ์สุขและพัชรวดี ว่องปรีชา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บ.มหาจักรดีเวลอปเมนท์ จำกัด

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!