Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

ชายสี่หมี่เกี๊ยว, SCB และ VISA ประกาศความร่วมมือ ซื้อบะหมี่ผ่าน QR Code ก็ง่าย รับส่วนลด

วันนี้ (14 มกราคม) ธนาคารไทยพานิชย์ (SCB) ร่วมมือกับ VISA มุ่งสู่สังคมไร้เงินสด Cashless society ผนึกกำลังกับแฟรนไชน์สตรีทฟู้ดส์ชื่อดัง “ชายสี่บะหมี่เกี๊ยว” เปิดมิติการชำระเงินรูปแบบใหม่ในระดับ Total Business Solution ที่แก้ปัญหา Painpoint ของเจ้าของกิจการได้อย่างตรงจุด  เพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าไม่ต้องพกเงินสดอีกต่อไป

คุณพิมพ์ใจ ทองมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสาย Payments Product Sales and Delivery ธนาคารไทยพาณิชย์

Cashless Society ก้าวสำคัญในการพัฒนาประเทศ

คุณพิมพ์ใจ ทองมี ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสาย Payments Product Sales and Delivery ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้เล่าวิสัยทัศน์ของธนาคารไทยพาณิชย์ว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของคนไทยมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น โดยเฉพาะแนวโน้มการใช้ E-Payment มีการเติบโตสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งด้านการใช้งาน internet banking และการชำระเงินผ่านสูงขึ้นมากจากการที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการใช้งาน และความสะดวกสบายของผู้ใช้ เพราะทุกคนต่างก็พก Smartphone ติดตัวอยู่แล้วในยุคปัจจุบัน

โดยปัจจุบันมีการเติบโตของการใช้ดิจิตอลแบงก์กิ้งสูงขึ้นมาก โดยมีเป้าหมายที่ตั้งไว้อยู่มี่ 12 ล้าน และการทำธุรกรรมในปัจจุบันก็เติบโตสูงขึ้นมากในช่วงปีที่ผ่านมาจาก 237 ล้านธุรกรรมเป็น 711 ล้านธุรกรรม โดยเป้าหมายปี 2019 ของ SCB อยากให้แม่มณีเข้าสู่ร้านค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อย 2 ล้านร้านค้า และอีก 100,000 ร้านค้าที่รับบัตรเครดิต เพื่อช่วยในการผลักดันประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง

ทำไมถึงต้องจับมือกับชายสี่บะหมี่เกี๊ยว?

เรียกได้ว่าคนไทยรวมไปถึงทุกคนบนโลกถือได้ว่าเรื่องอาหารเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งปัจจุบันมูลค่าตลาดอาหาร Street food มีการเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด ด้วยผลการค้นหากว่า 7,500,000 ครั้งในปี 2560 ก็เห็นได้ว่าคนค้นหา “ก๋วยเตี๋ยว” เป็นเทรนด์อันดับต้น ๆ ทาง SCB และ VISA ก็ได้เล็งเห็นโอกาสนี้ จึงเข้ามาจับมือกับร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยว ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น 1 ในร้านอาหารสตรีทฟู๊ดส์ประเภทก๋วยเตี๋ยวระดับแนวหน้าของประเทศไทยที่ใคร ๆ ก็รู้จักเป็นอย่างดี

ซึ่งนอกจากด้านการรับเงินจากลูกค้าแล้ว ทาง SCB ยังได้สร้าง Solution ให้ทางร้านแฟรนไชน์สามารถดำเนินงานได้ในรูปแบบ Cashless Society แบบครบวงจรเริ่มจากสายส่งที่ไปส่งของ ก็จะมีแอปฯ สำหรับให้ร้านค้าสแกน QR Code ขึ้นมาเพื่อสแกนและรับเงินเข้าสู่ระบบทันที ทำให้เจ้าของกิจการรู้ว่า แฟรนไชน์นี้ได้เงินเท่าไหร่ได้ทันทีโดยไม่ต้องมารวบรวมอีกครั้งในภายหลัง รวมไปถึงมีความปลอดภัยในด้านการจัดการเงินอีกด้วย

ประวัติร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยว

คุณ พันธ์รบ กำลา ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด

คุณ พันธ์รบ กำลา ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท ชายสี่ บะหมี่เกี๊ยว จำกัด ได้เล่าประวัติร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยวว่า ได้เริ่มต้นกิจการขึ้นตั้งแต่ปี 2535 – 2537 จึงเริ่มตั้งชื่อชายสี่บะหมี่เกี๊ยว และก็ได้มีสาขาขึ้นมา และเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนปัจจุบันขยายธุรกิจไปแล้วกว่า 4,300 สาขาและกระจายจนไปถึงต่างประเทศ ซึ่งเขาได้ขยายแบรนด์ออกมามากมายนอกเหนือจากการทำชายสี่บะหมี่เกี๊ยว เรียกได้ว่าเป็น 1 ในแบรนด์คนไทยที่เติบโตขึ้นมาสู่ธุรกิจระดับประเทศอย่างแท้จริง

และด้านความร่วมมือในครั้งนี้ก็เกิดขึ้นเรียกได้ว่าเป็นผลมาจากความผูกพันกับธนาคารไทยพาณิชย์ที่มีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยว รวมไปถึงเขาก็ได้มองเห็นปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีตที่เคยเกิดขึ้น และการเข้ามาของ Total Business Solution ที่ SCB ได้ร่วมมือกับ VISA นี้มีข้อดีอยู่มากมายตั้งแต่เงินที่เข้าบริษัทจะไม่ถูกยักยอกอย่างแน่นอน รวมไปถึงเรื่องการขอกู้จะสามารถทำได้ง่ายเพราะเห็นกระแสเงินสดอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญคือฝั่งพ่อค้าแม่ค้าก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอนให้กับลูกค้าอีกต่อไป

อีกก้าวหนึ่งของ VISA กับ QR Payment

คุณ สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย

ทางด้านคุณ สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย ก็มองเห็นภาพว่า สังคมไร้เงินสดเริ่มเติบโตเข้ามาเรื่อย ๆ แต่ยังไม่มากพอ เพราะยังมีอีกอย่างที่ต้องจ่ายด้วยเงินสดอยู่ดี โดยการจับมือครั้งนี้ตั้งใจนำเอาเทคโนโลยีดี ๆ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้น ๆ จึงได้มีการนำเอาเทคโนโลยี QR Payment ที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดขึ้นมา พร้อมจับมือกับ SCB

ปัจจุบันคนกว่า 74% ของไทยรู้แล้วว่าสามารถนำเอา QR Code มาใช้ชำระเงินได้แล้ว ทาง VISA จึงได้พัฒนาในการใช้งาน QR Code ในการชำระเงินผ่านบัตร VISA ได้แล้ว โดยมีบัตรต่าง ๆ มากมายรวมไปถึง Mobile Banking ที่สามารถรองรับการชำระเงินผ่าน QR Code รูปแบบนี้ แล้วที่สำคัญคือได้มีโปรโมชั่นต่าง ๆ เหมือนกับการใช้บัตรเครดิต และยังได้ลุ้นรับเบนซ์ C250 Coupe มูลค่ากว่า 3,620,000 บาท ถึงวันที่ 31 มีนาคมนี้

ทำไมถึงต้องเปลี่ยนวิถีชีวิต?

เพราะการทำในครั้งนี้ไม่เพียงแค่การสร้างการชำระเงินแบบไร้เงินสดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้าง Ecosystem เพื่อให้คนมีแรงจูงใจในการใช้ QR Code ซึ่งทาง SCB ก็ตั้งใจมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับทางพ่อค้าแม่ค้าชายสี่บะหมี่เกี๊ยวด้วยคูปอง 500 บาทเมื่อมียอดใช้จ่ายถึง 5,000 บาท ถ้าสะสมยอดถึง 20,000 บาทรับร่มแม่มณีฟรี ๆ และสุดท้ายคือมีสินเชื่อสำหรับร้านค้าโดยเฉพาะอีกด้วย

และฝั่งลูกค้า SCB มีสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จ่ายเงินผ่าน QR Code ถ้าใช้จ่ายเงิน 50 บาทขึ้นไปครบ 3 ครั้ง จะได้รับเงินคืน 100 บาทอีกด้วย คุ้มมาก!! สามารถใช้ได้แล้ววันนี้กับร้านชายสี่บะหมี่เกี๊ยว 378 ร้านที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

เรียกได้ว่าความร่วมมือในครั้งนี้เป็นอีก 1 ก้าวสำคัญที่จะช่วยให้คนไทยรู้จักโลกของ Cashless Society หรือสังคมไร้เงินสดอย่างแท้จริง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัวลำโพงรุ่นใหม่ “BeoSound EDGE” จาก BANG & OLUFSEN ชูดีไซน์สุดหรูพร้อมเทคโนโลยีเด่นจัดเต็ม!

Published

on

อาร์ทีบีฯ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Gadget พร้อมรุกผนึกกำลังเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท เอชดับบลิว เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำเข้าและดำเนินการร้าน Bang & Olufsen เปิดตัวนวัตกรรมลำโพงตั้งพื้น/แขวนผนังระดับพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุด “BeoSound EDGE” โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ B&O ด้วยดีไซน์ใหม่ในรูปทรงเหรียญปอนด์ โดดเด่นอย่างมีสไตล์ ผสานเข้ากับเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำมากมายที่พัฒนาขึ้นสำหรับลำโพงโดยเฉพาะเป็นครั้งแรก ทั้ง Active Bass Port และระบบเสียงรอบทิศทาง ที่จะตอบสนองไลฟ์สไตล์คอเพลงยุคใหม่โดยเฉพาะ

BeoSound EDGE

BeoSound EDGE เป็นลำโพงไร้สายระดับพรีเมี่ยม ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ในการฟังเพลง มาพร้อมกับแนวคิดการดีไซน์จากนักออกแบบชื่อดัง MICHAEL ANASTASSIADES ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากเหรียญหนึ่งปอนด์ของประเทศอังกฤษ ผสานเข้ากับเทคโนโลยี IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฟังเพลงทั้งในเรื่องคุณภาพเสียง และการใช้งานที่ง่ายดายและสนุกสนานยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี Active Bass Port ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Bang & Olufsen ที่เป็นระบบเพิ่ม – ลด เสียงเบสตามความดังของเพลง การทำงานคล้ายกับสปอยเลอร์ของรถสปอร์ต ที่เมื่อเสียงเพลงดังขึ้น และต้องการเบสมาก ก็จะเปิดตัวพอร์ทนี้เพื่อให้ความดังเบสออกมารองรับอย่างเหมาะสม ในขณะที่เมื่อเพลงเบาลง ก็จะสามารถปิดเพื่อไม่ให้เสียงเบสมีมากเกินจนกลบย่านกลางและสูง เหลือเพียงเสียงใส สะอาด ตามฉบับ B&O ได้เหมือนเดิม นอกจากนั้น BeoSound Edge ยังมาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 360 องศา มาพร้อมกับ Woofer 200 วัตต์สองตัว, Midrange 100 วัตต์สองตัว, และ Tweeter 100 อีกสองตัว ช่วยให้การขับเสียงเบสได้อย่างทรงพลังยิ่งขึ้น

โดยสามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่าน Bluetooth รวมไปถึงเชื่อมต่อผ่านแอปฯ BANG & Olufsen ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือจะเชื่อมต่อแบบ Streaming AirPlay และ Chromecast ก็ทำได้อย่างสะดวกสบายเช่นกัน โดยวางจำหน่ายในราคา 139,000 บาท ซึ่งเป็นราคามาตราฐานที่เท่ากันทั่วโลก

นอกจากนี้ยังมี Gadget สุดล้ำต่าง ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของ B&O ไม่ว่าจะเป็น Bang & Olufsen BeoVision Eclipse OLED TV ที่สามารถหมุนได้ 360 องศาก็ล้ำไม่แพ้กันเลยทีเดียว

ซึ่งการร่วมมือกันระหว่างสองบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน จะทำให้กลยุทธ์ในการขยายตลาดของแบรนด์ B&O ประสบความสำเร็จ และทั้งสองตั้งเป้าไว้ว่า จะเพิ่มยอดขายโดยรวมให้ได้ 200% ในปี 2020

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

กสทช. เปิดคืนใบอนุญาต “ดิจิทัลทีวี” อย่างเป็นทางการ – ประกาศแผนคลื่น 700 MHz

Published

on

By

ฐากร ตัณทสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. ได้กล่าวว่า กสทช. จะพิจารณาเรียกคืนคลื่นความถี่ 694-790 MHz ซึ่งตอนนี้ใช้โดยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล มาจัดสรรใหม่เพื่อรองรับบริการ 5G และนำเงินที่ได้จากการประมูลชดเชยธุรกิจทีวีดิจิทัล

ซึ่ง ..นที ศุกลรัตน์ ได้ทำร่างหลักเกณฑ์ทั้งการเยียวยาและการประมูลคลื่น 700 MHz เสนอเข้าที่ประชุมบอร์ดกสทชในวันที่ 15 ที่ผ่านมา โดยต้องการ ชดเชยการเสียประโยชน์จากการใช้คลื่น 700 MHz ให้ผู้เกี่ยวข้องในด้านทีวีดิจิทัลดังนี้

  • ชดเชยทีวีดิจิทัลไม่ต้องจ่ายเงินค่างวดประมูล 2 งวดสุดท้ายที่เหลืออยู่
  • ชดเชยค่าเช่า MUX (เครื่องและเสาส่งสัญญาณ) และค่าเช่าสัญญาณดาวเทียมที่ช่องทีวีดิจิทัลต้องแบกรับภาระ
  • ผู้ประกอบการ MUX ได้รับเงินชดเชยการย้ายคลื่น หรือถูกเรียกคืนคลื่นบางส่วน
  • เงินสนับสนุนด้านทำ TV Rating

ส่งผลให้ผู้ประกอบการช่องทีวีดิจิทัลไม่ต้องจ่าย 1.6 หมื่นล้านบาทจาก 2 งวดสุดท้ายของค่าประมูล และเปิดทางให้ คืนใบอนุญาต ได้

ทั้งนี้ยังไม่ลดตัวว่าจะมีการประมูลคลื่นความถี่ 700 MHz จำนวนกี่ใบ โดยจะต้องพิจารณาจาก ช่วงคือ ย่านรับ 703-738 MHz และ ย่านส่ง 758-793 MHz โดยมีจำนวนแบนด์วิดท์รวมทั้งสิ้น 2×35 MHz กำหนดระยะเวลาจ่ายเงิน 10 ปี 9 งวด

ส่วนระยะเวลาการขยายเครือข่าย และราคาเริ่มต้นประมูล ยังไม่มีข้อสรุป ต้องรอการทำงานของคณะทำงาน กสทช. ก่อน

อ้างอิง Positioningmag

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดราคา Asus ZenBook 13/14/15 โน้ตบุ๊กเครื่องเล็ก ตัวเบา แถมแรง เริ่มต้นไม่ถึงสามหมื่น

Published

on

Asus ZenBook ชุดใหม่ที่ออกมา 3 ขนาดหน้าจอคือ ZenBook 13 (UX333), ZenBook 14 (UX433) และ ZenBook 15 (UX533) เป็นหนึ่งในโน้ตบุ๊กที่น่าจับตาในปีนี้นะครับ เพราะมีขนาดเครื่องที่เล็กมากเมื่อเทียบกับขนาดหน้าจอฃ

ดูรีวิว ZenBook 13 UX333 กัน

ที่ว่าขนาดเครื่องเล็กคือในรุ่น 13 นิ้วก็มีขนาดเครื่องแค่กระดาษ A4 มีน้ำหนักแค่ 1.19 กก. ส่วนรุ่น 14 นิ้วก็มีขนาดเครื่องเท่าโน้ตบุ๊กจอ 13 นิ้วทั่วไป แถมยังทำน้ำหนักได้เท่ากับรุ่น 13 นิ้วอีก (งงนะเนี่ย) และเช่นเดียวกันกับ ZenBook 15 ที่มีขนาดเท่าโน้ตบุ๊กจอ 14 นิ้ว แต่มีน้ำหนักที่ 1.67 กก. ครับ

ดีไซน์ของ ZenBook ตระกูลนี้น่าสนใจหลายอย่าง ความลับที่ทำให้เครื่องมีขนาดเล็กได้คือขอบจอขนาดเล็กที่ Asus เรียกว่า NanoEdge Display ให้พื้นที่หน้าจอ 95% ของพื้นที่ทั้งหมด แต่ยังสามารถเอากล้อง WebCam ไปอยู่เหนือจอได้ ทำให้การคุย Video Call ยังได้มุมภาพตามปกติ ไม่เหมือนโน้ตบุ๊กหลายๆ รุ่นที่เอา WebCam ไปอยู่ใต้จอเพื่อให้ขอบจบบาง แต่ก็ทำให้มุมที่กล้องเห็นกลายเป็นมุมเสยคางไป

ตัวคีย์บอร์ดก็มีไฟ Backlit เพื่อให้ใช้งานในที่มืดได้ นอกจากนี้ TouchPad ยังมาพร้อม NumberPad ที่กดปุ่มเพื่อเปิดแป้นตัวเลขออกมาให้ใช้ได้บน TouchPad เลย ก็เป็นการแก้ปัญหาโน้ตบุ๊กที่ไม่มีแป้นตัวเลขได้เป็นอย่างดี

ZenBook 13/14/15 นั้นมีให้เลือก 2 สีคือ สีน้ำเงิน Royal Blue และสีเงิน Icicle Silver ส่วน ZenBook 13 จะมีสีพิเศษที่จะนำเข้ามาจำหน่ายภายหลังคือสีแดง Burgundy Red ด้วย

ZenBook 13 สีแดง Burgundy

แต่ ZenBook ตระกูลใหม่นี้ไม่ได้บางเบาอย่างเดียว ประสิทธิภาพเครื่องก็แรงไม่น้อย สเปคเริ่มต้นคือ Intel Core i5-8265U, RAM 8 GB และ SSD แบบ PCI-E อีก 512 GB ซึ่งรองรับงานทั่วไปได้สบาย หรือใครจะใช้ในการตัดต่อวิดีโอหรือเล่นเกม ก็มีรุ่นที่มาพร้อม Core i7 พร้อมการ์ดจอ GeForce MX150 ให้เลือก หรือใน ZenBook 15 ก็จะมีรุ่นที่ใช้ GeForce 1050 Max-Q และแรม 16 GB ให้เลือกด้วย

ราคาของ ZenBook 13/14/15 นั้นน่าสนใจไม่น้อยคือ แต่ละสเปคนั้นมีราคาเท่ากันเลยทั้ง 3 ขนาดหน้าจอคือ

  • ZenBook 13/14 ที่ใช้ Core-i5 8265U พร้อม Intel UHD Graphic 620 ราคา 26,990 บาท
  • ZenBook 13/14/15 ที่ใช้ Core-i5 8265U พร้อม Nvidia GeForce MX150 ราคา 29,990 บาท
  • ZenBook 13/14/15 ที่ใช้ Core-i7 8565U พร้อม Nvidia GeForce MX150 ราคา 35,990 บาท
  • ZenBook 15 ที่ใช้ Core-i7 8565U พร้อมแรม 16 GB และ Nvidia GeForce 1050 Max-Q ราคา 45,990 บาท

เทียบสีสันและขนาดของ ZenBook 14 (ตัวสีน้ำเงิน) และ ZenBook 13

ซึ่งทุกรุ่นมาพร้อม Windows 10 ซองใส่เครื่องและหัวแปลง USB เป็น LAN ไม่ต้องซื้อเพิ่ม! ส่วน 100 คนแรกที่ซื้อ ZenBook 13 รับกระเป๋าดีไซน์พิเศษจาก Insomia by Vara ไปเลย และสำหรับทุกคนที่ซื้อ ZenBook 13/14/15 ถ่ายรูปคู่แล้วแชร์เฟซแบบ public แคปหน้าจอส่งให้ Asus ก็รับตั๋วหนัง IMAX ไปเลย 2 ใบ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!