Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

ชวนคุณชมคลังสินค้าสุดไฮเทค OfficeMate ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ B2B ยุคใหม่ว่า ล้ำขนาดไหน!

OfficeMate 1 ในผู้จำหน่ายสินค้าทางด้านการใช้งานออฟฟิศ เปิดเผยคลังสินค้าสุดไฮเทคใหม่ล่าสุดที่ สุวินทวงศ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ด้วยงบการลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาทบนพื้นที่ 45 ไร่ มีเทคโนโลยีญี่ปุ่นมาตรฐานสากล ซึ่งคลังสินค้านี้จะเปิดทำการ 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ พร้อมรองรับคำสั่งซื้อมากกว่า 10,000 รายการต่อวัน มีรถสำหรับจัดส่งสินค้ามากกว่า 200 คัน เรียกได้ว่าออกแบบมาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับธุรกิจ B2B หรือ Business to Business แบบสุด ๆ ซึ่งนอกเหนือจากนี้ ด้านในยังมีเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่น่าสนใจอีกเพียบ มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง?

 

วงจรการทำงานของ OfficeMate Warehouse Ecosystem

การทำงานของคลังสินค้า OfficeMate แห่งใหม่นี้ ได้นำเอาเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยอย่างมากในด้านต่าง ๆ ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างมาก มาดูกันว่ามีขั้นตอนอะไรบ้าง

  • ลูกค้าสั่งซื้อสินค้า
  • คลังได้รับคำสั่งซื้อ
  • I-Pack ขึ้นรูปกล่องอัตโนมัติ ซึ่งกล่องนี้จะมีความแข็งแรง ทนทานบนมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด
  • กล่องจะถูกเคลื่อนไปตามสายพานอัตโนมัติเพื่อรับสินค้าตามรายการสั่งซื้ออย่างถูกต้อง แม่นยำ
  • I-Pack แพ็คปิดกล่องสินค้าอัตโนมัติ และมีระบบตรวจสอบขนาดของสินค้าภายในกล่อง เพื่อการบรรจุที่แน่นหนา ลดความเสี่ยงสินค้าเสียหาย
  • UNI-SHUTTLE ระบบเก็บสินค้ารอส่ง โดยทำงานพร้อม Route Planning ทำให้การจัดแผนเส้นทางสินค้าเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ระบบจัดส่งสินค้า พร้อมด้วยเทคโนโลยี Real-Time Tracking ติดตามการส่งสินค้า เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคน
  • สินค้าจะถูกจัดส่งถึงภายใน 1 วันทำการถัดไปในกรุงเทพฯ และปริมณฑล(รวมไปถึงจังหวัดใกล้เคียง) และไม่เกิน 3 วันทำการในต่างจังหวัด

คุณ วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน)

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ออฟฟิศเมทเติบโตอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 9% โดยในปี 2561 ออฟฟิศเมทให้บริการแก่ลูกค้ากว่า 6,500,000 คำสั่งซื้อ เติบโตโดดเด่นในช่องทางออนไลน์ ซึ่งยอดขายคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 ของยอดขายรวม ทั้งนี้เกิดจากการพัฒนาออนไลน์แพลตฟอร์มให้มีฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์การช้อปของลูกค้า B2B โดยมีลูกค้าเข้าเว็บไซต์ officemate.co.th และ OfficeMate Mobile App กว่า 14 ล้านครั้งในปี 2561 นอกจากนี้ยังโฟกัสการให้บริการรับสั่งซื้อออนไลน์ภายในร้านออฟฟิศเมท (E-ordering @Store) ที่ปัจจุบันสร้างยอดขายคิดเป็นสัดส่วน 12% ของยอดขายร้าน  นอกจากนี้ ออฟฟิศเมทยังพบว่าลูกค้ากว่า 21% มีพฤติกรรมช้อปมากกว่าหนึ่งช่องทาง (Omnichannel) ซึ่งสร้างยอดขายได้มากถึง 49% ของยอดขายรวมคุณ วรวุฒิ อุ่นใจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน)

ด้วยการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมคลังสินค้าไฮเทคอัจฉริยะแห่งใหม่นี้ ออฟฟิศเมทจะสามารถยกระดับการบริการเพื่อมอบประสบการณ์ที่ครองใจลูกค้าองค์กรและผู้ประกอบการ SMEs พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อต่อยอดสู่การเติบโตในอนาคตภายใต้กลยุทธ์ O-F-M ดังนี้

O2O Service Excellence

มุ่งมั่นยกระดับการบริการที่ครองใจลูกค้า B2B แบบ One-Stop Solutions ด้วยสินค้าที่ครอบคลุมความต้องการของทุกธุรกิจ ไม่เว้นแม้ธุรกิจเฉพาะทาง ด้วยการเพิ่มกลุ่มสินค้าประเภทอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากกลุ่มของเครื่องเขียนที่เป็นสินค้าหลักของ OfficeMate โดยเฉพาะสินค้าธุรกิจ HORECA (Hotel Restaurant Caterings) ผ่านประสบการณ์การช้อปแบบ Omnichannel พร้อมบริการจัดส่งสินค้าที่แม่นยำ รวดเร็ว มั่นใจได้ ด้วยต้นทุนโลจิสติกส์ที่ต่ำลง จากการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการคลังสินค้าและบริการจัดส่งมาตรฐานสากล

Franchise Stores Nationwide

ช่วยเกื้อหนุนให้ธุรกิจชุมชนหรือร้านค้าปลีกรายย่อยที่เป็น ร้านแฟรนไชส์ “ออฟฟิศเมท พลัส” เติบโตไปพร้อมกัน ทลายข้อจำกัดในด้านพื้นที่แสดงสินค้าของร้านค้าปลีกท้องถิ่น โดยใช้เทคโนโลยีและระบบการจัดการเพิ่มศักยภาพให้สามารถขายสินค้าได้เหมือนออฟฟิศเมททุกประการ ผ่านบริการรับสั่งซื้อออนไลน์ที่หน้าร้าน พร้อมให้บริการจัดส่งถึงที่ทั่วประเทศ ซึ่งคลังสินค้าของออฟฟิศเมทแห่งนี้ก็จะเปรียบเสมือนคลังสินค้าของร้านแฟรนไชส์เหล่านี้ โดยภายในเดือนพฤษภาคมนี้จะเริ่มเปิด 2 แห่ง และจะเปิดร้านแฟรนไชส์ทั้งสิ้น 12 แห่งภายในสิ้นปี 2019 นี้

MarketPlace for B2B Solutions

OfficeMate เตรียมเปิดตัว B2B Marketplace ในปลายปีนี้ ซึ่งจะเป็นบริการที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจ B2B รายย่อย เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้า โดยสามารถขายสินค้าได้มากขึ้นและเติบโตไปพร้อมกับออฟฟิศเมทโดยไม่ต้องกังวลกับการลงทุนในด้านโลจิสติกส์

คุณ วิลาวรรณ ฤกษ์เกรียงไกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ออฟฟิศเมท

แผนธุรกิจใน 5 ปีข้างหน้า ออฟฟิศเมทตั้งเป้าอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี 15%  ภายใต้แนวคิด “Go Further Go Faster”  เดินหน้าสานต่อยุทธศาสตร์กลุ่มเซ็นทรัลในการก้าวสู่ผู้นำดิจิ-ไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์ม (Digi-Lifestyle Platform)  ออฟฟิศเมทพร้อมเดินเครื่องเต็มรูปแบบสู่การเป็นผู้นำตลาด B2B Solutions ที่เน้นจุดเด่นการบริการลูกค้าแบบ Omnichannel และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจไทย ด้วยงบการลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อสร้างคลังสินค้าไฮเทคอัจฉริยะแห่งใหม่ บนถนนสุวินทวงศ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ตามแผนยุทธศาสตร์ภายใต้ “ไทยแลนด์ 4.0”คุณ วิลาวรรณ ฤกษ์เกรียงไกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ออฟฟิศเมท

หลังจากนั้นทาง OfficeMate ก็ได้เชิญเหล่าผู้สื่อข่าวเดินเยี่ยมชมคลังสินค้า ซึ่งภายในคลังสินค้านี้ก็ได้ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี และมาพร้อมเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมายที่นำเข้าจากต่างประเทศโดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วนด้วยกันดังนี้

ASRS (Automated Storage & Retrieval System):

เทคโนโลยีการจัดเก็บสินค้าในแนวสูงบนชั้นวางสูง 12 เมตร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่เพื่อรองรับสินค้าพร้อมขายสูงสุดมากกว่าเดิมถึง 5 เท่า ด้วยพื้นที่จัดเก็บจำนวน 10 แถว 21 คูหา 28 ชั้น ที่สามารถจุกล่องที่ใช้ในการจัดเก็บสินค้าขนาดกว้าง 25-45 ซ.. ลึก 23-60 ซ.ม. สูง 9-50 ซ.ม. ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม ได้กว่า 30,000 รายการ (ขึ้นอยู่กับขนาดกล่อง) และทำงานด้วยแขนกลอัจฉริยะแบบแขนคู่ที่สามารถหยิบสินค้าได้ทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งซ้ายและขวา ทำให้สามารถหยิบและจัดเก็บสินค้าได้อย่างรวดเร็ว

โดย ASRS นี้นั้นจะเป็นระบบที่ทำงานรวมกับระบบ WMS (Warehouse Management System) อีกระบบสำคัญที่จะเป็นการนำสินค้าลงมาให้พนักงานจัดสินค้าตามคำสั่งซื้อ พร้อมนำสต็อคสินค้าที่เหลือขึ้นไปเก็บโดยอัตโนมัติ โดยคำนวณพื้นที่จัดเก็บเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมไปถึงการคำนวณพื้นที่ช่องจัดเก็บตามขนาดกล่องสินค้า คำนวณเรื่องระยะทาง และเวลา เพื่อนำไปจัดเก็บในจุดที่ใกล้ที่สุด โดยใช้เวลาน้อยที่สุด เพื่อเตรียมพร้อมรองรับคำสั่งถัดไปทันที ด้วยความเร็วในแนวราบ 250 เมตรต่อนาที และแนวดิ่ง 110 เมตรต่อนาที ซึ่งอีกจุดที่สำคัญคือ ทั้งหมดนี้สามารถทำงานได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการคำสั่งซื้อ ทำให้จัดส่งสินค้าได้ตามมาตรฐานการจัดส่ง (พร้อมลดโอกาสการโดนโยนสินค้าระหว่างขนส่ง) ทำให้สามารถรองรับคำสั่งซื้อได้เพิ่มขึ้น แถมยังลดเวลาการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ B2B ได้ในอนาคต

I-PACK (Automatic Forming & Packing System):

อีก 1 ระบบที่เป็นจุดเด่นของคลังสินค้านี้คือ ระบบการแพ็คกล่องอัตโนมัติ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ฟังก์ชั่นด้วยกันคือ

  1. การขึ้นรูปกล่อง:

    • ระบบการขึ้นรูปกล่องและติดบาร์โค้ดอย่างรวดเร็วด้วยระบบ Automatic Forming System ที่ทำได้ถึง 12 กล่องต่อนาที ซึ่งนอกจากทำให้ทุกกล่องแข็งแรงแล้ว ยังออกมาได้มาตรฐานเดียวกันอีกด้วย
  2. การแพ็ค:

    • มีระบบ Automatic Packing System ที่ช่วยในการปิดกล่องสินค้าอัตโนมัติ โดยทำงานพร้อมกับสมาร์ทเซ็นเซอร์อัจฉริยะ สามารถวัดความสูงและปรับขนาดกล่องให้พอดีกับสินค้าที่บรรจุได้ เพื่อลดช่องว่างภายในกล่อง แล้วจึงทำการพับ และปิดฝากล่องให้พอดีกับสินค้า ซึ่งสามารถทำงานได้ปริมาณมากกว่า 10 กล่องต่อนาทีรวมติดบาร์โค้ด และยังสามารถตรวจสอบความครบถ้วนของสินค้าด้วยการคำนวณน้ำหนักสินค้าในกล่องอย่างแม่นยำ ซึ่งถ้ากล่องไหนเกิดมีสินค้าไม่ครบถ้วนจะถูกแยกออกทันที่เพื่อทำการตรวจสอบ ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าของออฟฟิศเมทว่าจะได้รับสินค้าครบถ้วน พร้อมส่งถึงมือในวันทำการถัดไป

UNI-SHUTTLE:

อีก 1 เทคโนโลยีการจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติเพื่อรอการนำส่งไปยังจังหวัดต่าง ๆ โดยจะทำงานร่วมกับระบบ Route Planning เพื่อคำนวณเส้นทางการจัดส่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งเทคโนโลยี Uni-Shuttle นี้มีระบบอัตโนมัติในการจัดเรียงสินค้าเพื่อรอนำส่ง โดยมีการคำนวนพื้นที่จัดเก็บอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีพื้นที่ในการรองรับสินค้าพร้อมส่งได้มากถึง 12,000 กล่อง

การทำงานของเทคโนโลยี Uni-Shuttle นี้จะต้องทำงานร่วมกับระบบ Route Planning ซึ่งเป็นโปรแกรมวางแผนเส้นทางการจัดส่งตามระยะทางและความสามารถบรรทุกของรถ โดยทำการ “คัดกรอง รวมกลุ่ม และลำเลียงสินค้า” เพื่อเตรียมจัดส่งด้วยความเร็วในการค้นหาสินค้า 300 เมตรต่อนาที รวมถึงใช้การคำนวนพื้นที่ภายในรถขนส่งออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทำการเข้าไปดึงเอากล่องสินค้าที่รอนำส่งใกล้ ๆ กัน แล้วนำมาขึ้นรถที่จะส่งไปยังพื้นที่เดียวกัน ลดความวุ่นวายในการส่งสินค้าและประหยัดต้นทุนด้านการขนส่งอย่างมาก

ซึ่งตัวเครื่อง Uni-Shuttle นั้นมีช่องทางในการลำเลียงสินค้าออก 8 ช่อง ครอบคลุมจุดจ่ายสินค้าได้มากถึง 48 ช่องในเวลาเดียวกัน  ลดเวลาการขนถ่ายสินค้าเพื่อให้จัดส่งสินค้าถึงมือลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น มั่นใจว่าลูกค้ากว่า 99% จะได้รับสินค้าที่ถูกต้อง ครบถ้วน อย่างรวดเร็ว ตามมาตรฐานการบริการ

TMS (Transportation Management System)

ระบบ TMS นี้ถือเป็นหัวใจหลักสำคัญของการส่งสินค้าของ OfficeMate ซึ่งนี่ถือว่าเป็นระบบบริหารการจัดส่งอย่างมืออาชีพตามมาตรฐานสากล ด้วยเทคโนโลยี Delivery Tracking โดยจะสามารถติดตามพนักงานโดยการ Track จากหมายเลขประจำตัวของพนักงาน และทะเบียนรถได้ เพื่อตรวจสอบจำนวนและรายการคำสั่งซื้อที่ต้องจัดส่งในแต่ละวัน ซึ่งพนักงานจัดส่งจะอัพเดตสถานะการจัดส่งผ่านมือถือหรือแท็บเล็ต เพื่อรายงานผลการจัดส่งแบบ Real time ทำให้ผู้ควบคุมงานสามารถตรวจสอบสถานะการจัดส่งของรถแต่ละคันได้ทันทีผ่านจอแสดงผล Dash Board และยังสามารถติดตาม ควบคุมงาน พร้อมช่วยในการตัดสินใจได้ทันท่วงทีเมื่อเกิดเหตุขัดข้องในด้านการจัดส่ง เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการยกระดับมาตรฐานการจัดส่ง

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้จากความตั้งใจที่ OfficeMate ต้องการพัฒนาขีดความสามารถในด้าน Logistic เพื่อมอบประสบการณ์การซื้อสินค้าที่ดีที่สุด สะดวกที่สุด และในอนาคตคลังสินค้านี้ก็จะกลายเป็นเสมือนคลังสินค้าสำหรับร้านค้าแฟรนไชน์ และธุรกิจต่าง ๆ ที่อยากจะเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจที่พร้อมจะเคียงข้างและเติบโตไปด้วยกันกับธุรกิจไทย

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!