เมื่อ e-commerce กำลังมาแรงในบ้านเรา ผู้เล่นรายต่างๆ ก็เร่งสร้างฐานลูกค้า หาจุดยืนการขายสินค้าออนไลน์ให้แตกต่างกันออกไปนะครับ Petloft ก็เป็นร้านค้าอิเล็กทรอนิกส์เฉพาะด้านที่เติบโตได้ดีในเมืองไทย

คุณหนุ่ย-พงศ์สุขได้ร่วมงาน Pet Expo งานมหกรรมข้าวของเครื่องใช้สำหรับสัตว์เลี้ยงที่จัด ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ระหว่างวันที่ 28 – 31 พฤษภาคมนี้ โดยภายในบูธของ Petloft คุณหนุ่ยได้พูดถึงเรื่องแมวที่เคยเลี้ยงเมื่อสิบกว่าปีก่อน จนเมื่อมันตายก็ไม่ได้เลี้ยงแมวอีก โยงไปถึงเรื่อง e-commerce ที่ได้ยินมานานตั้งแต่เริ่มต้นวงการไอที จนปัจจุบันที่กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวคนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ

คุณหนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์, Harprem Doowa CEO Whatsnew Thailand, Pitch Suebtavilkul Head of Marketing, Thailand

คุณหนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์, Harprem Doowa CEO Whatsnew Thailand, Pitch Suebtavilkul Head of Marketing, Thailand

การออกบูธภายในงาน Pet Expo ของ Petloft นั้นแตกต่างจากบูธอื่นๆ เพราะ Petloft ไม่ได้เอาของมาขายโดยตรงภายในงาน แต่จะเป็นการแนะนำคนรักสัตว์ให้รู้จักเว็บ Petloft.com โดยเข้ามาร่วมกิจกรรมเพื่อรับของชำร่วย ส่วนถ้าต้องการสั่งสินค้าที่ตั้งโชว์ภายในบูธ ก็จะมี QR Code ให้ใช้สมาร์ทโฟนสแกน (ใช้แอป LINE สแกนก็ได้) เพื่อนำไปสู่เว็บไซต์ให้ลูกค้าได้สั่งสินค้าและรอจัดส่งภายใน 3 วันทำการ ซึ่งระหว่างช่วงจัดงานนี้ Petloft ส่งสินค้าฟรีทั่วประเทศ แต่หลังจากงาน Pet Expo จะส่งฟรีเฉพาะเขตกรุงเทพมหานคร ส่วนต่างจังหวัดนั้นคิดค่าส่ง 100 บาทต่อการส่งหนึ่งครั้ง ซึ่งสามารถเลือกชำระได้ทั้งบัตรเครดิต และการเก็บเงินปลายทาง

R0066046

Petloft.com เป็นธุรกิจในเครือของ Whatsnew ที่มีเว็บ e-commerce ในเครือมากมาย อย่าง Vendi.com เว็บขายสินค้าสำหรับเด็ก, sanoga.com เว็บขายสินค้าสุขภาพ, Lafema.com ขายผลิตภัณฑ์ความงาม และเว็บล่าสุดที่กำลังจะเปิดตัวคือ Moxy.com เว็บขายสินค้า Lifestyle ซึ่งเราได้พูดคุยกับคุณ Harprem Doowa, CEO ประจำประเทศไทยว่าทำไม Whatsnew ต้องแตกแบรนด์ e-commerce เป็นเว็บย่อยๆ แบบนี้ ก็ได้คำตอบมาว่าบริษัทต้องการให้ลูกค้าจดจำแต่ละแบรนด์ในฐานะร้านค้าที่เชี่ยวชาญในสินค้าแต่ละอย่าง อารมณ์แบบคนที่ต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ไอที ก็ซื้อหาที่ได้ฟอร์จูน ซึ่งนอกจากสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะได้ง่ายแล้ว ยังเป็นการสร้างแบรนด์ที่แข็งแรง รองรับการบุกของ e-commerce รายใหญ่ในอนาคต (อันใกล้นี้แหละ)

นอกจากนี้คุณเปรมยังพูดถึงเทรนด์ที่ได้เรียนรู้จาก Petloft ว่าคนไทยซื้อหาสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น มากยิ่งกว่าสินค้าสำหรับเด็ก ก็ทำให้เห็นแนวโน้มที่ว่าคนไทยรุ่นใหม่นั้นมีลูกช้าลง มีลูกน้อยลง จากสภาพเศรษฐกิจและความเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่าง นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์สำหรับแมวยังขายได้มากกว่าผลิตภัณฑ์สำหรับสุนัข ซึ่งก็สื่อได้ว่าคนไทยโดยเฉพาะในเมืองนั้นอยู่คอนโดกันมากขึ้น ทำให้เลี้ยงสุนัขได้น้อยลงด้วย

ก็ใครที่มีเจ้าตัวแสบอยู่ในบ้าน ก็ลองเข้าไปดู เข้าไปเทียบราคาจากเว็บ Petloft.com ได้นะครับ ว่าได้ราคาที่แตกต่างจากการต้องเดินทางออกไปซื้อเองแค่ไหน บางทีอาจจะถูกกว่าก็ได้