Connect with us

อีกหนึ่งเรื่องราวในไทยหลังจากที่ทาง กฟน. หรือการไฟฟ้านครหลวง ได้เคยมีการประกาศเอาไว้แล้วว่า จะดำเนินการเอาสายไฟฟ้าแรงสูงลงใต้ดินทั้งหมด เพื่อทำให้ กรุงเทพมหานคร กลายเป็นเมืองหลวงที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามอย่างแท้จริง แต่เมื่อบริษัทสื่อสารต่างๆ อิดออด ดำเนินการล่าช้า จนทำให้กลายเป็นประเด็นใหญ่ในกรุงเทพฯ สำหรับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตไปเลย

ประเด็นร้อนทื่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยเรื่องนี้มีที่มาจาก กลุ่มคนรักเสามือถือ 4G + เทสสปีด ได้ออกมาโพสต์รูปภาพการตัดสายสัญญาณอินเทอร์เน็ตทั้ง Fiber Optic และ Cable ซึ่งทาง กฟน. ได้มีการดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับบริษัทสื่อสารทุกค่ายมาย้ายสายเคเบิลและสายไฟเบอร์ทั้งหมดลงใต้ดินช่วงสุขุมวิทอโศกนานาแต่ไม่มีใครยอมย้าย เพราะที่ผ่านมาการไฟฟ้านครหลวงไม่มีการตัดจริง อ้างว่ากลัวประชาชนจะเดือดร้อน บริษัทสื่อสารทุกค่ายเลยได้ใจ แต่คราวนี้การไฟฟ้านครหลวงเอาจริง ไม่มาย้ายก็ตัดเลย เคเบิลใยแก้วใหญ่และแพงขนาดไหนก็ตัด ลูกค้าบริษัทสื่อสารโทรเข้าไปด่าบริษัทของตัวเองกันใหญ่ จนต้องรีบมาวางสายชั่วคราว

ตัดจริง ๆ ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน!

ซึ่งทางช่างที่มาเดินสายใหม่ก็เขียนไว้บนกล่อง splitter ย้ำทาง กฟน. เอาไว้ว่า ห้ามตัด MEA (ตัวย่อของ กฟน. ภาษาอังกฤษ)

ขอบคุณภาพจากคุณ Supak Lailert‎ ในกลุ่มคนรักเสามือถือ 4G + เทสสปีด มา ณ ที่นี้ครับ

ถือได้ว่าเป็นประเด็นที่ต้องมาพูดคุยกันว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมทาง กฟน. ถึงกล้า “ตัด” สายสัญญาณเคเบิ้ลและสายไฟเบอร์ เพราะแท้จริงแล้วทาง กฟน. ได้มีการแจ้งให้ทางบริษัทสื่อสารทุกค่าย ดำเนินการย้ายสายโทรศัพท์ / สายสัญญาณอินเทอร์เน็ต เอาลงใต้ดินทั้งหมด ในส่วนของสายไฟฟ้า ทาง กฟน. ได้ดำเนินการนำลงท่อเสร็จสิ้นแล้ว และได้มีนโยบายในการรื้อถอนเสาไฟฟ้าภายในตัวเมืองเพื่อสร้างมหานครไร้สาย Smart Metro ตามที่ได้เคยกล่าวไว้ในงานเมื่อเดือน มิถุนายนที่ผ่านมา

แน่นอนเมื่อตัดสายสัญญาณข้อมูลต่างๆ ไปแล้ว ย่อมเกิดผลกระทบกับผู้ใช้บริการข้อมูลในบริเวณนั้น จนกดดันให้บริษัทที่เกี่ยวข้องต้องรีบมาจัดการสายสัญญาณของตัวเองใหม่เป็นการชั่วคราว ก่อนที่จะลากสายถาวรลงดินต่อไป

ซึ่งปัจจุบันก็ได้มีการดำเนินการแล้วเสร็จเป็นส่วนใหญ่และเริ่มดำเนินการถอนเสาไฟฟ้าออกแล้วตามจุดต่าง ๆ ซึ่งน่าจะช่วยให้กรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองที่สวยงามในเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอนหลังจากที่มีการดำเนินการรื้อเสาไฟฟ้าออกเสร็จสิ้นทั้งหมด

สรุปประเด็นนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าทางผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและบริษัททางด้านโทรคมนาคมรีบดำเนินการตามนโยบายของทาง กฟน. ตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ปล่อยเอาไว้ คิดว่าคงไม่ตัดเพราะจะทำให้ประชาชนเดือดร้อน แต่หารู้ไม่ว่า การที่ปล่อยสายสัญญาณทิ้งเอาไว้ไม่ยอมเอาลง มันเป็นการทำลายภาพลักษณ์เมืองหลวงของเราเป็นอย่างมาก จึงต้องมีการจัดการขั้นเด็ดขาดแบบนี้ และแน่นอนว่าละแวกอื่น ๆ ที่ทาง กฟน. ได้ประกาศแจ้งทางค่ายอินเทอร์เน็ตและผู้ให้บริการโทรคมนาคมไว้ หากไม่ยอมย้ายก็เตรียมตัวไว้ได้เลย เขามา “ตัด”แน่นอน!

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการไอที

อ้าว !? โปรเจ็ค Kodak ทำ Cryptocurrency แท้จริงคือเรื่องหลอกลวงซะงั้น !?

Published

on

ถ้าใครจำได้ช่วงต้นปีที่ผ่านมาในงาน CES 2018 ที่ Las Vegas ได้เกิดกระแสฮือฮาอย่างมาก เพราะทาง Kodak แบรนด์ผู้ผลิตฟิล์มชื่อดังในอดีตก็ได้มีการเปิดเผยถึงความเป็นไปได้ที่จะทำเหรียญ Cryptocurrency ของตัวเองในชื่อ Kodakcoin พร้อมเผยเครื่องขุด Kodak Kashminer ขึ้นมาภายในงานนี้ โดยได้รับการตอบรับจากนักลงทุนจำนวนมากจนทำให้หุ้นของเขาพุ่งขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์คือ จาก 3.10$ ต่อหุ้น จนไปแตะ 11.55$ ต่อหุ้นภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน แต่เพียงแค่ครึ่งปีหลังจากนั้น ก็ได้มีข่าวออกมาอย่างเป็นทางการจาก BBC แล้วว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด

ราคาหุ้น Kodak ที่ทะยาน To the Moon แบบสุด ๆ ในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา (และร่วงแบบสุด ๆ ในเวลาต่อมาเช่นกัน)

ความจริงคืออะไร?

เรื่องที่เกิดขึ้นคือ แผนการที่ทาง Kodak ตั้งใจสร้าง Kodakcoin เพื่อเพิ่มมูลค่าของรูปภาพโดยใช้ Blockchain ในการควบคุมนั้น ไม่ผ่านความเห็นชอบจาก SEC หรือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของประเทศสหรัฐฯ จึงได้มีการสั่งระงับแผนการทำ Kodakcoin ที่วางไว้จึงต้องหยุดลงไปทั้งหมด

แล้วเครื่องขุด Kodak Kashminer ล่ะ?

ส่วนเครื่อง Kodak Kashminer จริง ๆ แล้วทางบริษัท Spotlite USA ซึ่งเป็น 1 ในบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้นำเอา Label ของ Kodak ไปใช้นั้น เอาไปติดด้วยตัวเองเพื่อวางแผนให้คนอยากเช่าเครื่องขุดของเขานั่นเอง รวมไปถึงข่าวที่ว่ามีเครื่องขุดตัวนี้มากกว่า 100 เครื่องติดตั้งอยู่ที่บริษัท Kodak ทางผู้ให้สัมภาษณ์ของ Kodak ก็ได้กล่าวว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดเช่นกัน

 

แถมปัจจุบันหน้าเว็บ https://www.kodakhashpower.com/ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเปิดให้เช่าเครื่องก็ไม่สามารถเข้ารับชมได้แล้ว ส่วนเรื่องเครื่องขุดที่เป็นข่าวนั้น ทางผู้ให้สัมภาษณ์ Spotlite USA ก็ได้เผยข้อมูลว่า เขาได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจจากการเปิดให้เช่าตามที่เคยพูดถึงกลายเป็นขุดด้วยตัวเองแทน โดยปัจจุบันเหมืองจะอยู่ที่ประเทศไอซ์แลนด์

อ้างอิง: BBC

ความเห็นจากแบไต๋

เรื่องนี้ก็ถือเป็นอีก 1 เรื่อง Scam (หลอกลวง) ระดับโลกที่ทางบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Kodak ไม่สามารถทำในสิ่งที่หลาย ๆ คนรอคอยได้ และปล่อยให้ข่าวออกมาโดยไม่แก้ข่าวตั้งแต่ต้น คาดว่าน่าจะเกิดจากกระแสด้านบวกต่อแบรนด์จึงไม่ได้ทำ จนกลายเป็นว่าพอเรื่องจริงแดงออกมา คราวนี้น่าจะเกิดผลกระทบกับแบรนด์ไม่มากก็น้อย นี่เป็นอีก 1 Case study ที่หลาย ๆ แบรนด์ต้องระวังเอาไว้เพราะถ้าเกิดขึ้นมาแล้ว อาจจะทำให้ภาพลักษณ์เสียหายได้ครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววงการไอที

สื่อนอกเผย Apple มั่นใจไอโฟนรุ่นแพงสุดจะขายดีสุด

Published

on

รายงานจากสื่อประเทศเกาหลีใต้เปิดเผยว่า Apple ประเมินการวางจำหน่ายของไอโฟนทั้ง 3 รุ่นใหม่ในปีนี้ไว้โดยมองว่า iPhone XI Plus ซึ่งเป็นรุ่นพรีเมียมและมีราคาแพงที่สุดจะเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดที่ 45 ล้านเครื่อง ตามด้วย iPhone 9 จอ LCD 6.1 นิ้วที่ 30 ล้านเครื่อง ขณะที่รุ่น iPhone XI หรือ ที่เป็นรุ่นอัปเกรดจาก iPhone X นั้นจะขายได้อยู่ประมาณ 25 ล้านเครื่อง

ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่ผลลัพธ์ยอดขายในครั้งนี้จะส่งผลกับแนวทางของบริษัทในการทำตลาดไอโฟนอนาคต ซึ่งหาก iPhone XI Plus ที่คาดว่าจะเป็นรุ่นหน้าจอใหญ่ที่สุดที่เคยทำมานั้นมียอดขายสูงสุดตามการประเมินนั้น ก็เป็นไปได้ว่าพวกเขาจะตัด iPhone SE 2 ที่ครองตลาดมือถือตจอ 4 นิ้วออกไปจากสายพานการผลิตแบบไม่มีวันหวนกลับ และที่สำคัญคือมันจะเป็นยกระดับราคาของสมาร์ทโฟนรุ่นพรีเมียมให้ขายได้แพงกว่ารุ่นอื่น ๆ ในตลาดทั้งหมดขึ้นไปอีกนั่นเอง culfofmac

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าววงการไอที

อยู่ไม่ไหว! ทีมขาย Apple ทยอยลาออกเซ่นวิกฤตยอดขายไอโฟนในอินเดีย

Published

on

ก่อนหน้านี้ ตลาดสมาร์ทโฟนหลักของ Apple คือ สหรัฐและจีน รวมทั้งอินเดียซึ่ง ทิม คุก เคยเชื่อมั่นว่าจะกลายเป็นตลาดใหญ่ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำได้เหมือนในจีน แต่ยอดขายในความเป็นจริงนั้นต้องบอกว่า Apple กำลังเจอทางตันอย่างมาก แม้ว่าพวกเขาจะพยายามใช้กลยุทธ์วางขายแต่โมเดลเก่าราคาไม่สูงอย่าง iPhone SE หรือว่า iPhone 6s รวมทั้งไปสร้างโรงงานผลิตในอินเดียเพื่อลดต้นทุนจากค่าภาษีนำเข้า แต่เมื่อแบรนด์มือถือจีนเข้าไปตีตลาดเต็มตัว สถานการณ์ในตลาดมือถืออินเดียของ Apple ก็สาละวันเตี้ยลงจนน่าตกใจ

จากรายงานของ Counterpoint Research ระบุว่า ตลอดช่วงเวลาครึ่งปีที่ผ่านมา Apple ทำยอดขายไอโฟนได้ต่ำกว่า 1 ล้านเครื่อง โดยในเวลานี้ไอโฟนคว้าส่วนแบ่งตลาดในอินเดียเพียง 2% เท่านั้น ซึ่งล่าสุดมีรายงานจาก Bloomberg เปิดเผยว่า มีพนักงานระดับสูงของ Apple 3 รายตัดสินใจลาออก ซึ่งเป็นพนักงานในตำแหน่งที่ดูแลรับผิดชอบด้านบริหารการขายและจัดจำหน่าย, หัวหน้าทีมดูแลช่องทางการจัดจำหน่ายและหัวหน้าทีมขายที่ผูกร่วมกับเครือข่ายมือถือในอินเดีย

ทั้งนี้ Counterpoint Research ระบุว่าตลาดมือถืออินเดียนั้นเมื่อโฟกัสจริง ๆ แล้วมีตลาดที่ค่อนข้างเล็ก ซึ่งไม่น่าแปลกใจที่แบรนด์อย่าง Xiaomi ซึ่งทำมือถือสเปคแรงในราคาถูกกว่าจึงครองส่วนแบ่งตลาดในดินแดนโรตีนี้ bloomberg

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

เรื่องร้อนแรง!