Connect with us

ข่าววงการมือถือ

อ่านก่อนซื้อ ระหว่าง iPhone XR, iPhone XS และ iPhone XS Max จะเลือกอะไรดี!

Apple เปิดตัว iPhone ทั้งหมดสามรุ่นในปีนี้ ได้แก่ iPhone XR, iPhone XS และ iPhone XS Max ซึ่งอาจทำให้ใครหลายๆ คนตัดสินใจยากหน่อยว่าจะเลือกรุ่นไหนดี ก็มาดูกันก่อนครับว่าทั้งสามรุ่นมีอะไรที่เหมือนกันบ้าง

สิ่งที่เหมือนกัน

  • แรงเหมือนกัน: iPhone ทั้งสามรุ่นมาพร้อมกับชิปประมวลผลตัวเดียวกันนั่นก็คือ Apple A12 Bionic ผลิตที่สถาปัตยกรรม 7 นาโนเมตรตัวแรกที่วางจำหน่ายในตลาด เพิ่มประสิทธิภาพจาก Apple A11 Bionic ขึ้นมาถึง 50% (ในบางเรื่อง) เลยทีเดียว
  • กล้องหลังหลักเหมือนกัน: หากไม่นับเลนส์ Telephoto กล้องหลังของ iPhone ทั้งสามรุ่นใช้โมดูลเดียวกัน ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 ใช้เซ็นเซอร์ใหม่ทั้งสามรุ่น รองรับ Smart HDR
  • Face ID เหมือนกัน: กล้องหน้า Face ID – True Depth โมดูลเดียวกันทั้งสามรุ่น เร็วขึ้น และปลอดภัยขึ้นกว่าเดิม รองรับการสร้าง Animoji เหมือนกัน ความละเอียด 7 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/2.2
  • True Tone และเฉดสีกว้าง: ถึงแม้ว่าหน้าจอของ iPhone XS และ iPhone XR จะต่างกันที่ OLED และ LCD รวมถึงความละเอียดที่แตกต่างกัน แต่ทั้งสามรุ่นมีฟีเจอร์แบบเดียวกันคือรองรับ True Tone Display และมีเฉดสีที่กว้าง
  • อื่นๆ: ชาร์จไร้สายไวขึ้น รองรับการอัดเสียงระดับสเตอริโอ ลำโพงที่ดีขึ้น มาพร้อมที่ชาร์ต 5w และไม่มีหัวแปลง 3.5 มม เหมือนกัน

ถึงคราวสรุปแล้วว่า รุ่นไหนเหมาะกับใครบ้าง มาดูกันครับ

ซื้อ iPhone XS Max หากอยากได้จอใหญ่ที่สุด

iPhone XS Max ถูกออกแบบมาสำหรับใครที่ชื่นชอบจอใหญ่ จริงๆ ก็คือไลน์เดียวกับ iPhone รุ่น Plus ที่ผ่านมา ซึ่งคุณจะได้ iPhone ขนาดหน้าจอใหญ่มากที่ 6.5 นิ้ว ในขนาดเครื่องที่เท่ากับ iPhone 8 Plus

นอกจากจอใหญ่แล้ว แบตเตอรี่ยังถือว่าอึดมาก ใครเคยใช้ iPhone X จะพบว่าแบตอึดแล้ว iPhone XS Max อึดกว่า 1 ชม. 30 นาทีเลยทีเดียวครับ

ซื้อ iPhone XS หากต้องการประสิทธิภาพที่เต็มที่และใช้งานได้มือเดียว

iPhone XS หรือรุ่นอัปเกรดของ iPhone X ที่แรงขึ้น กันน้ำได้ดีขึ้น มาตรฐาน IP68 กล้องคู่ที่ถูกพัฒนามาให้ดีขึ้น และสีใหม่สีทองที่ iPhone X ไม่มีแน่นอน

หากคุณรู้สึกว่า iPhone XS Max นั้นใหญ่เกินไป แต่ยังอยากได้ความพรีเมียมและประสิทธิภาพการใช้งานที่เต็มที่ iPhone XS คือคำตอบ เพราะทั้งสองรุ่นมีสเปกที่เหมือนกันทั้งหมด กล้องคู่โมดูลเดียวกัน มีความจุให้เลือกถึง 512GB เหมือนกันอีกด้วย

เลือก iPhone XR หากต้องการสีสัน แบตเตอรี่ที่ดีที่สุด ราคาน่าคบที่สุด!

อย่างที่กล่าวมาข้างต้นว่า iPhone XR มีสเปคที่ค่อนข้างใกล้เคียงกับ iPhone XS และ iPhone XS Max ตัดเรื่องกล้องคู่และหน้าจอที่ด้อยกว่าไป (และ 3D Touch) แต่ด้วยราคาเพียง $749 หรือ 24,500 บาท ได้ขนาดนี้ถือว่าคุ้มมาก

ถึงอย่างนั้น โดยรวมแล้ว iPhone XR มีฟีเจอร์ที่ค่อนข้างตอบโจทย์กับการใช้งานเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะไม่มีกล้องคู่แต่ก็รองรับการถ่ายภาพ Portrait รองรับการกันน้ำมาตรฐาน IP67 มีหลากสีให้เลือก

จริงๆ iPhone XR ได้ฟีเจอร์เด่นๆ มาจาก iPhone XS หลายๆ อย่าง แต่จ่ายถูกลงเยอะมากและที่สำคัญที่สุดคือมีระยะเวลาการใช้งานที่มากที่สุดด้วย (แบตอึด)

ใครตัดสินใจเลือก iPhone รุ่นไหนมาลองแบ่งปันความคิดเห็นกันดูครับ สำหรับผู้เขียนนี่ไม่พ้น iPhone XR แน่นอนครับ

อ้างอิง

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการมือถือ

Apple “ร่วง” มาอยู่อันดับที่ 14 ของ “บริษัทพัฒนานวัตกรรมสูงสุด ปี 2019” : จากการจัดอันดับโดย Fast Company

Published

on

นิตยสาร Fast Company ได้จัด 50 อันดับ บริษัทที่พัฒนาด้านนวัตกรรมสูงสุดของโลก ประจำปี 2019 โดย Apple ซึ่งเคยอยู่อันดับที่ 1 เมื่อปี 2018 นั้น ได้ร่วงลงไปอยู่อันดับที่ 14 ในปีนี้

เป็นที่รู้กันดีว่า Apple เคยเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงด้านการพัฒนาด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เป็นสำคัญ ยกตัวอย่างเช่น iPhone รุ่นแรก และ iPod ที่กลายเป็นหมุดมายสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนในยุคต่อมา

เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา Apple ก็ได้ติดอันดับที่ 1 ของบริษัทที่พัฒนาด้านนวัตกรรมสูงสุด จากการจัดอันดับโดยนิตยสาร Fast Company จากการเปิดตัวหูฟังไร้สาย AirPods และ iPhone X ที่มีดีไซน์ไร้ขอบ (เปิดตัวเมื่อปลายปี 2017) และการปรับเปลี่ยนมาใช้ FaceID อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสแกนใบหน้าที่มีความปลอดภัยสูงสุดด้วย

เมื่อปลายปี 2018 ที่ผ่านมา Apple ได้เปิดตัว iPhone XS ที่เน้นพัฒนาประสิทธิภาพภายในตัวเครื่อง พร้อมด้วยชิปเซ็ต A12 Bionic ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นชิปเซ็ตสำหรับสมาร์ทโฟนที่ทรงพลังที่สุดในยุคปัจจุบัน และ Apple Watch Series 4 ก็มาพร้อมฟีเจอร์ ECG สแกนคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

แต่นั่นก็ยังไม่ชัดเจนมากพอจะส่งให้ Apple ครองอันดับที่ 1 ในการจัดอันดับบริษัทในปี 2019 โดย Fast Company ได้

สำหรับบริษัทที่ติดอันดับที่ 1 และ 2 คือ Meituan Dianping และ Grab ซึ่งแอปของทั้ง 2 ให้บริการในหลากหลายด้าน เช่น บริการแท็กซี, บริการขนส่งสินค้า, บริการซื้อตั๋วภาพยนตร์ หรือบริการโอนเงิน เป็นต้น โดยมีผู้ใช้ในเอเชียจำหนวนหลายล้านคนเลยทีเดียว


อันดับที่ 3 คือ NBA ซึ่งประสบความสำเร็จในการขยายมาจัด eSport และพัฒนาบริการสตรีมออนไลน์

คาดว่า Apple จะพยายามนำพาบริษัทกลับมาอยู่ในอันดับต้น ๆ ให้ได้อีกครั้ง ซึ่งต้องรอดูว่าการเปิดตัวบริการใหม่ในวันที่ 25 มีนาคม 2019 นี้ จะช่วย Apple ได้มากน้อยเพียงไร

ข้อมูลอ้างอิง : phonearena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการมือถือ

Samsung ขายสมาร์ทโฟนซีรีส์ Galaxy ถึง 2 พันล้านเครื่อง ใน 9 ปีมานี้

Published

on

Samsung ได้จัดงานอีเวนท์ Unpacked เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2019 โดยมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธง Galaxy S10, S10 Plus, S10e, S10 5G และ Galaxy Fold ซึ่งเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปี ของสมาร์ทโฟนซีรีส์ Galaxy

ทั้งนี้ DJ Koh ซีอีโอของ Samsung Mobile ได้ประกาศบนเวทีงานอีเวนท์ว่า Samsung ได้จำหน่ายอุปกรณ์ในซีรีส์ Galaxy ได้ถึง 2 พันล้านเครื่อง ในช่วง 9 ปี มานี้ นับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา

สมาร์ทโฟนเรือธง Galaxy S รุ่นแรก ได้เริ่มวางจำหน่ายเมื่อปี 2010 และได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของตลาดสมาร์ทโฟนในยุคต่อมา ซึ่งสร้างชื่อเสียงให้กับ Samsung มาตลอดระยะเวลา 10 ปีมานี้

และสำหรับการเปิดตัว Galaxy S10 หลากหลายรุ่นในปีนี้ ก็เปรียบเสมือนการก้าวเข้าสู่ยุคของนวัตกรรมด้านสมาร์ทโฟนที่สูงขึ้นอีกระดับหนึ่งของ Samsung และคาดการณ์ว่าจะสร้างยอดจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต

ข้อมูลอ้างอิง : gsmarena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการมือถือ

ลำโพงอัจฉริยะ Google Home ยังมีหวัง : ซีอีโอ Samsung เผยจะวางขายในเดือนเมษายนนี้

Published

on

Samsung ได้จัดอีเวนท์เปิดตัวสมาร์ทโฟนเรือธงซีรีส์ Galaxy S10 พร้อมกับอุปกรณ์แวร์เอเบิล เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2019 ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการกล่าวถึงกำหนดการวางจำหน่ายแต่อย่างใด ลำโพงอัจฉริยะ Galaxy Home แต่อย่างใด

ทั้งนี้ DJ Koh ซีอีโอของ Samsung Mobile ได้กล่าวกับทางเว็บไซต์ CNET ในระหว่างงานอีเวนท์ Unpacked ว่า Galaxy Home จะวางจำหน่ายในเดือนเมษายน 2019 นี้

Galaxy Home ได้รับการเปิดตัวพร้อมกับสมาร์ทโฟนเรือธง Galaxy Note 9 เมื่อเดือนสิงหาคม 2018 ที่ผ่านมา แต่ยังมิได้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ และทาง Samsung ก็มิได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับอุปกรณ์ดังกล่าวมากนัก

Galaxy Home นั้น มีความแตกต่างจากลำโพงอัจฉริยะที่วางในจำหน่ายแล้วอย่า Google Home, Amazon Echo และ Apple HomePod โดยได้รับการติดตั้งผู้ช่วยดิจิทัลอัจฉริยะ Bixby Digital ที่ Samsung ได้พัฒนาขึ้นมาเอง ซึ่งยังมีข้อบกพร่องอยู่มาก

นั่นอาจเป็นข้อด้อยที่ทำให้ Samsung ชะลอการวางจำหน่าย Galaxy Home เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนา Bixby ให้สามารถทัดเทียมกับ Google Assistant, Alexa และ Siri ให้ได้เสียก่อน

ในขณะนี้ Samsung ยังมิได้เปิดเผยราคาของ Galaxy Home อย่างเป็นทางการแต่อย่างใด

ข้อมูลอ้างอิง : phonearena

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!