จากงานแสดงนวัตกรรม สู่เวทีที่เชื่อมโยงสตาร์ตอัป แหล่งเงินทุน และพันธมิตรระดับโลก นี่คือทิศทางที่ชัดเจนยิ่งขึ้นของการเปิดตัวงาน SITE 2026 ในปีนี้
หลังจากการแถลงข่าวจัดงาน SITE 2026 สิ่งที่เห็นได้อย่างเป็นรูปธรรมคือ งานในปีนี้ไม่ได้วางตัวเป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมดังเช่นที่ผ่านมา แต่กำลังยกระดับสู่แพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อ “สตาร์ตอัปไทย” นักลงทุน ภาคธุรกิจ และพันธมิตรจากต่างประเทศเข้าด้วยกันอย่างจริงจัง

งานดังกล่าวจัดโดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ภายใต้แนวคิด “Global Innovation Impact: The Year of Investment” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25–27 มิถุนายน 2569 ณ พารากอน ฮอลล์ (Paragon Hall) ชั้น 5 พร้อมขยายพื้นที่ไปยัง เน็กซ์ ฮอลล์ (Nex Hall) ชั้น 5 และ SCBx Next Stage ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
จุดเด่นที่ทำให้ SITE 2026 แตกต่างจากภาพจำของงานนวัตกรรมทั่วไป คือความมุ่งมั่นของ NIA ที่ผลักดันให้งานนี้เป็นมากกว่า “เวทีแสดงศักยภาพ” แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้การเชื่อมโยงระหว่างนวัตกรรมและโอกาสทางธุรกิจเกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นในมิติของการลงทุน การจับคู่ธุรกิจ หรือความร่วมมือข้ามพรมแดน พูดให้เห็นภาพคือ งานนี้ไม่ได้เชิญชวนให้ผู้คนมาเพียงเพื่อ “ชมของใหม่” แต่ต้องการให้ทุกคนมาเพื่อ “พบโอกาสใหม่”
ทำไมปีนี้ต้องเป็น “The Year of Investment”
คำว่า The Year of Investment ไม่ได้ถูกนำมาใช้เพียงเพื่อให้ชื่องานดูยิ่งใหญ่ แต่สะท้อนให้เห็นมุมมองที่น่าสนใจว่า ในโลกของนวัตกรรมยุคปัจจุบัน แค่มี “แนวคิดที่ดี” หรือ “เทคโนโลยีที่น่าสนใจ” อาจไม่เพียงพออีกต่อไป หากปราศจากเงินทุน พาร์ตเนอร์ และตลาดที่ช่วยสนับสนุนให้สิ่งเหล่านั้นสามารถเติบโตและไปต่อได้จริง
นี่คือเหตุผลที่ SITE 2026 เลือกเน้นย้ำถึงเรื่อง “การลงทุน” อย่างชัดเจน เพราะท้ายที่สุดแล้ว การลงทุนคือกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรมจากแค่ “ศักยภาพ” ให้กลายเป็น “ผลลัพธ์” ที่จับต้องได้
ดังนั้น หากปีที่ผ่านมา SITE อยู่ในโหมดของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (Connection) ภาพของปีนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนเครือข่ายเหล่านั้นให้กลายเป็น ข้อตกลงทางธุรกิจ (Deal) การเติบโต (Growth) และโอกาสที่แท้จริง (Real opportunity)
เปิดพื้นที่พบ “ของจริง” ที่ไม่ได้มีแค่สตาร์ตอัป
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ งานในปีนี้พยายามทำให้คำว่า Innovation Impact ไม่ใช่แค่วาทกรรมที่เลื่อนลอย ไม่ได้นำเสนอแค่มุมมองว่านวัตกรรมจะเปลี่ยนโลกอย่างไร แต่พยายามพาผู้ร่วมงานไปสัมผัสว่าผลกระทบเชิงบวกที่จับต้องได้นั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร
ภายในงานจะประกอบด้วยส่วนสำคัญต่าง ๆ ได้แก่:
- 100 สตาร์ตอัป ในกลุ่มเทคโนโลยีแห่งอนาคต
- 100 นวัตกรรม ที่พร้อมใช้งานจริง
- เวทีนำเสนอแผนธุรกิจ Top 100 Startup Pitch
- กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ Business Matching
- พาวิลเลียนนานาชาติ International Pavilion
- เวทีระดับมหาวิทยาลัย Startup Thailand League
- นิทรรศการ SYNC Design & Innovation และ Maker Faire Bangkok
องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้ SITE 2026 มีมิติที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่นักลงทุนที่กำลังมองหาสตาร์ตอัปและโอกาสทางการตลาด ภาคธุรกิจที่ต้องการหาโซลูชัน (Solution) ใหม่ ๆ ไปจนถึงคนรุ่นใหม่ที่อยากเรียนรู้ว่าระบบนิเวศนวัตกรรม (Innovation ecosystem) ของจริงเป็นอย่างไร
งานนี้เหมาะกับใครบ้าง ?
หากมองอย่างตรงไปตรงมา งานนี้สามารถตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายหลักได้อย่างน้อย 4 กลุ่ม ได้แก่:
- กลุ่มสตาร์ตอัป (Startup): ผู้ที่กำลังมองหาโอกาสใหม่ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งเงินทุน พาร์ตเนอร์ หรือช่องทางขยายตลาด
- กลุ่มนักลงทุน (Investor): ผู้ที่ต้องการเห็นกลุ่มสตาร์ตอัปที่มีศักยภาพ (Pipeline) ภาคธุรกิจใหม่ (Sector) และความเคลื่อนไหวของตลาดแบบครบจบในที่เดียว
- กลุ่มองค์กรธุรกิจ (Corporate) และเอสเอ็มอี (SME): ผู้ที่กำลังแสวงหาเทคโนโลยีที่พร้อมใช้งานจริง และโอกาสในการต่อยอดธุรกิจผ่านนวัตกรรม
- กลุ่มนักศึกษาและคนรุ่นใหม่: ปีนี้ SITE ไม่ได้จำกัดพื้นที่เฉพาะผู้เล่นรายใหญ่ แต่ยังมีเวทีสำหรับเยาวชนอย่าง Startup Thailand League และโซนที่เชื่อมโยงโลกของเมกเกอร์ (Maker) สตาร์ตอัป และนวัตกรรมให้เข้าถึงบุคคลทั่วไปได้ง่ายขึ้น
สิ่งที่น่าจับตาของ SITE 2026
หากต้องสรุปสั้น ๆ ว่าเหตุใด SITE 2026 จึงเป็นงานที่น่าจับตามอง คำตอบคือ งานนี้กำลังพยายามยกระดับตัวเองจาก “งานแสดงนวัตกรรม” ไปสู่ “งานแห่งโอกาส”
โอกาสในที่นี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเติบโตของสตาร์ตอัป แต่ยังรวมถึงโอกาสของนักลงทุนที่กำลังมองหาข้อตกลงทางธุรกิจใหม่ โอกาสของภาคเอกชนที่ต้องการพาร์ตเนอร์หรือโซลูชัน และโอกาสของประเทศไทยที่จะยกระดับเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของการสนทนาเรื่องนวัตกรรมและการลงทุนในระดับภูมิภาค
สำหรับผู้ที่สนใจแวดวงสตาร์ตอัป เทคโนโลยี การลงทุน หรือทิศทางอนาคตของธุรกิจไทย นี่คืองานสำคัญที่ไม่ควรพลาดในเดือนมิถุนายนนี้
ข้อมูลการจัดงาน
- วันที่จัดงาน: 25–27 มิถุนายน 2569
- สถานที่: พารากอน ฮอลล์, เน็กซ์ ฮอลล์ (Nex Hall) ชั้น 5 และ SCBx Next Stage ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
- การลงทะเบียน: ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ site.nia.or.th
















