ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Tags
| สุขภาพ
Read More

ดูแลดีไม่มีเหงา ! ElliQ หุ่นยนต์ช่วยดูแลผู้สูงอายุ เตือนทานยา พูดคุย เล่นเกมเป็นเพื่อนได้

สิ่งสำคัญของความก้าวหน้าของเทคโนโลยีคือการที่ไม่ทิ้งใครบางคนไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุหรือเบบี้บูมเมอร์ ที่ลูกหลานจะอุ่นใจเมื่อออกไปทำงานหรือไม่อยู่บ้าน หากมีหุ่นยนต์ดิจิทัลช่างจ้อ อย่าง ElliQ ที่ถูกสร้างมาเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ เหมือนหลานสาวอีกคนแล้วทำไมถึงเหมือนเป็นหลานสาว ? จริง ๆ นั่นเพราะชื่อของ ElliQ มีที่มาจากคำว่า Elli ซึ่งเป็นชื่อของเทพเจ้าแห่งวัยชราในตำนานนอร์ส ส่วน Q มาจาก EQ (Emotional Quotient) หรือความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งสะท้อนเป้าหมายหลักของมันที่เน้นการเป็นเพื่อนมากกว่าเป็นแค่เครื่องจักร จุดเด่นเลยจะอยู่ที่เรื่องความใส่ใจ ที่เหมาะมาก ๆ กับการดูแลผู้สูงอายุที่อาจจะมีอาการหลงลืมหรือต้องการให้ใครสักคนพูดเรื่องเดิมซ้ำ อีกทั้งความเหงายังเป็นปัญหาสำคัญในผู้สูงอายุที่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคภัยและอัตราการเสียชีวิต ดีไซน์และรูปร่างของหุ่นยนต์ ElliQ หุ่นยนต์ ElliQ ได้รับการพัฒนาขึ้นในปี 2017 และเปิดตัวเชิงพาณิชย์ในปี 2022 รูปลักษณ์ของ ElliQ สูงประมาณ 1 ฟุต ดูคล้ายกับโคมไฟจิ๋วที่มีแท็บเล็ตอยู่ข้าง ๆ ส่วน "หัว" ทรงกลมสามารถเคลื่อนไหวและส่องแสงได้ขณะพูด  ความพิเศษที่ทำให้ ElliQ ต่างจาก Google Home หุ่นยนต์ทำความสะอาดที่เราสามารถสั่งงานได้ด้วยเสียง คือความสามารถในการเริ่มคุยก่อน ตลอดทั้งวันมันจะคอยทักทาย…
23/12/2025

BDMS ตอกย้ำความเป็นผู้นำ คว้า 2 รางวัล SET Awards 2025 ชูนวัตกรรม AI “BURT” ปฏิวัติระบบสุขภาพไทยสู่ความยั่งยืน

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ต่อยอดบทบาทผู้นำด้านบริการทางการแพทย์ของไทยและภูมิภาค ด้วยการคว้า 2 รางวัล SET Awards of Honor จากเวที SET Awards 2025 โดยเฉพาะรางวัล Best Innovative Company Awards ที่สะท้อนความโดดเด่นด้านนวัตกรรมระดับประเทศ พร้อมชูผลงานปฏิวัติระบบสุขภาพไทยผ่านนวัตกรรม AI BDMS Utilization Review Technology (BURT) ซึ่งถูกยอมรับว่าช่วยยกระดับมาตรฐานการบริหารทรัพยากรทางการแพทย์อย่างเป็นรูปธรรม แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และประธานผู้บริหารอาวุโส กลุ่ม 1 BDMS เปิดเผยว่า BDMS ได้สร้าง “Innovative Culture” อย่างจริงจังเพื่อรับมือความท้าทายด้านสาธารณสุข ทั้งสังคมสูงวัยและข้อจำกัดด้านทรัพยากร จนนำไปสู่การพัฒนา AI BURT นวัตกรรมบริหารทรัพยากรทางการแพทย์ที่ช่วยให้โรงพยาบาล ใช้ทรัพยากรได้ตรงมาตรฐาน ถูกต้อง โปร่งใส และยั่งยืน “การพัฒนานวัตกรรมการบริหารทรัพยากรทางการแพทย์อัจฉริยะ…
09/12/2025

วิจัยชี้ ! วัยรุ่น – ผู้ใหญ่ ไถมือถือก่อนนอน กระทบการนอนไม่เท่ากัน

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราทุกคนมากขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้สามารถเชื่อมต่อเราเข้ากับโลกทั้งใบได้ทุกเวลา ไม่เว้นแม้กระทั่งช่วงก่อนนอน ที่หลายคนมักใช้เวลาอยู่กับหน้าจอมือถือ แทนที่จะนอนพักผ่อน เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับวันถัดไปซึ่งเราอาจจะเคยได้ยินจากผู้เชี่ยวชาญหรืองานวิจัยต่าง ๆ ที่บอกว่า การเล่นมือถือก่อนนอนจะทำให้นอนไม่หลับ และทำให้คุณภาพการนอนของเราแย่ลง บ้างก็บอกว่าแสงสีฟ้าจากหน้าจอไปรบกวนการนอนหลับของเรา หรือแสงสีฟ้าจะไปยับยั้งการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยในการนอนหลับ แต่ข้อมูลล่าสุดที่ออกมาระบุว่า ‘สิ่งเหล่านี้อาจจะไม่จริงเสมอไป’ "แสงสีฟ้า" อาจไม่ใช่ปัญหาที่แท้จริงของการนอน ศาสตราจารย์คอลลีน คาร์นีย์ (Colleen Carney) ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับและโรคอารมณ์แปรปรวน (Mood disorders) จากมหาวิทยาลัยโทรอนโตเมโทรโพลิแทน (Toronto Metropolitan University หรือ TMU) กล่าวว่า ผลการวิจัยเหล่านั้นไม่ได้คำนึงถึงช่วงอายุ ระยะเวลา หรือความเข้มข้นของการรับแสง และเสริมว่า การวิจัยอื่น ๆ ในสาขานี้ใช้เงื่อนไขการทดลองที่ไม่สะท้อนถึงการใช้ชีวิตประจำวันของคนทั่วไป และในบางครั้งได้มีการใช้อคติในกระบวนการวิจัย เพื่อจะพิสูจน์ว่าแสงสีฟ้าเป็นสาเหตุของปัญหาการนอนหลับ โดยศาสตราจารย์คาร์นีย์ยอมรับว่ามีการทำวิจัยพวกนั้นจริง แต่เพื่อที่จะได้ผลลัพธ์เหล่านั้น ในการศึกษาจึงมักเลือกกลุ่มคนที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่ตอนต้น เพราะเป็นช่วงวัยที่กำลังไวต่อแสง ซึ่งสำคัญมากต่อผลลัพธ์ที่จะออกมา จากนั้นก็จะทดสอบให้คนเหล่านี้อยู่ในห้องแล็บที่มีแสงสลัวตลอดทั้งวัน และผู้คนก็นำผลการวิจัยในด้านนี้ไปใช้อย่างกว้างเกินไป อีกทั้งยังไม่ได้สนใจงานวิจัยที่ไม่พบผลลัพธ์แบบนี้อีกด้วย ผลกระทบของแสงสีฟ้าต่อวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้น ขณะเดียวกันก็มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Brain Communications…
09/12/2025

เมื่อ “อากาศ” คือฆาตกรเงียบ และเครื่องฟอกอากาศอาจไม่ใช่ทางรอด

ปัจจุบันเทรนด์การดูแลสุขภาพได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งมนุษย์ต่างแสวงหาเคล็ดลับการมีอายุยืนยาวผ่าน 3 เสาหลักสุขภาพ การนอนที่มีคุณภาพ, โภชนาการที่สมดุล และการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอ ที่เป็นเหมือน Mainstream ในการดูแลสุขภาพของคนยุคนี้ แต่การจะมีสุขภาพที่ดีอาจต้องการอะไรมากกว่านั้น และอาจมีสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวแต่เรากลับหลงลืม นั่นคือ "อากาศ" คอนเทนต์ “อากาศไม่ดี ฆ่าคนได้ ! | bt Originals Life Series” ได้พาเราไปสำรวจความจริงที่น่าตกใจ ผ่านมุมมองของ คุณเจมส์ ดูอัน (James Doan) ผู้ก่อตั้ง Coral Life ผู้ที่ผันตัวจากนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาเป็นผู้ออกแบบเพื่อสิ่งแวดล้อม วิกฤตอากาศที่มองไม่เห็น เมื่อการ "ฟอก" ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เรามักเข้าใจผิดว่าการซื้อ "เครื่องฟอกอากาศ" มาตั้งไว้ในห้องปิดตายคือทางออก แต่คุณเจมส์เปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจว่า การฟอกอากาศในห้องปิด ก็เหมือนเราวนเวียนอยู่ในอ่างน้ำที่ขุ่นมัว เพราะเครื่องฟอกอากาศทำหน้าที่เพียงดักจับฝุ่น (PM 2.5) แต่ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่พุ่งสูงขึ้นจากการหายใจออกของมนุษย์ และไม่ได้เติมออกซิเจนใหม่เข้ามาในระบบ องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่ามลพิษทางอากาศคร่าชีวิตมนุษย์ไปกว่า 6.7 ล้านคนต่อปี…
17/03/2025

รู้หรือไม่ ? โค้กที่สิงคโปร์น้ำตาลน้อยกว่าโค้กประเทศอื่น

โค้ก (Coke) แบรนด์เครื่องดื่มโคลายอดนิยมตลอดกาลจากอเมริกาที่พบได้ทั่วทุกมุมโลก ซึ่งหนึ่งในเบื้องหลังความสำเร็จของโค้ก คือ โค้กสูตรออริจินัล ที่จะต้องทำตามสูตรของบริษัท Coca-Cola ที่อเมริกาเป๊ะ ๆ ทั้งวัตถุดิบพื้นฐาน และกระบวนการผลิต รวมถึงปริมาณน้ำตาลที่เราจะพูดถึงในบทความนี้ด้วย น้ำตาลในโค้กรสออริจินัลที่สิงคโปร์น้อยกว่าไทยเกินครึ่ง จากที่เล่าไปข้างต้น คงพอนึกออกว่าโค้กสูตรออริจินัลทั่วโลกน่าจะมีรสชาติเหมือนกัน แต่ที่ประเทศสิงคโปร์ เครื่องดื่มโค้กสูตรออริจินัล กลับมีน้ำตาลต่ำกว่าโค้กสูตรเดียวกันที่จำหน่ายในประเทศอื่น 55 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในเว็บไซต์ออฟฟิเชียล Coca-Cola ของสิงคโปร์เคลมว่า แม้น้ำตาลจะน้อยลง แต่ยังคงให้รสชาติที่ดีเหมือนเดิม โดยโค้กรสออริจินัลของสิงคโปร์ 1 กระป๋อง (320 มิลลิลิตร) มีน้ำตาล 14.7 กรัม ให้พลังงาน 61 kcal ในขณะที่โค้กออริจินัลของไทยในปริมาณเดียวกัน มีน้ำตาล 34 กรัม ให้พลังงาน 140 kcal น้ำตาลน้อยลง แล้วทำไมรสชาติเหมือนเดิม ? ทาง Coca-Cola สิงคโปร์ลดปริมาณน้ำตาลลง และใช้สารทดแทนความหวานชนิดที่ไม่ให้พลังงาน อย่างซูคราโลส (Sucralose) และแอซีซัลเฟม โพแทสเซียม…
10/03/2025

PMAC 2025: พลิกโฉมวงการสุขภาพโลกด้วย AI สู่อนาคตการแพทย์ที่ทุกคนเข้าถึงได้

ในโลกที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกวงการ การนำ AI มาใช้ในระบบสาธารณสุขและการแพทย์ได้กลายเป็นเมกะเทรนด์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจ ในการประชุม PMAC หรือ Prince Mahidol Award Conference 2025 เวทีแลกเปลี่ยนแนวคิด นโยบายด้านการแพทย์และสาธารณสุขระดับโลก จัดมาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในปีนี้มีหัวข้อประจำปีภายใต้ธีม “Harnessing Technologies in an Age of AI to Build a Healthier World” ที่มุ่งเน้นการใช้ AI เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ PMAC 2025 : เวทีนโยบายสุขภาพระดับโลกเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพที่ทั่วถึงและเท่าเทียม PMAC 2025 ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 28 มกราคม ถึง 2 กุมภาพันธ์ 2025 ที่ผ่านมาไม่ได้เป็นเพียงแค่การประชุมวิชาการ แต่เป็นเวทีระดับโลกที่ผู้นำในวงการแพทย์และสาธารณสุข แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ แนวคิด และนโยบายระดับนานาชาติเพื่อกำหนดและยกระดับทิศทางอนาคตวงการแพทย์และสาธารณสุขอย่างยั่งยืน โดยมี Co-Hosts…
10/03/2025

เก่งจริง ๆ เลยนะเม็ดแค่นี้…นักวิจัยพบว่ายาแอสไพรินอาจช่วยป้องกันการแพร่กระจายของมะเร็งได้

แม้ว่าในไทยแอสไพริน (Aspirin) จะไม่ได้รับความนิยมเทียบเท่าพาราเซตามอล แต่ก็เป็นยาที่หาง่าย ราคาถูก ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นแค่ยาแก้ปวด แต่จริง ๆ แล้ว ยาแอสไพรินยังใช้ป้องกันหลอดเลือดหัวใจอุดตัน หรือใช้รักษาโรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันได้ด้วย และในตอนนี้แอสไพรินอาจกลายเป็นกุญแจดอกใหม่ในการยับยั้งมะเร็ง เพราะการศึกษาใหม่ของทีมนักวิจัยระดับนานาชาติ พบว่ายาแอสไพรินปลดล็อกภูมิคุ้มกันของร่างกายในหนูทดลองที่เป็นมะเร็ง และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดเซลล์มะเร็งที่แอบซ่อนอยู่ในร่างกาย โดยเฉพาะการแพร่กระจายของโรคมะเร็ง (Metastasis) ยาแอสไพรินออกฤทธิ์กับเกล็ดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ลดอาการปวด บวม อักเสบ ซึ่งกลไกนี้นี่แหละ ที่นักวิทยาศาสตร์พบว่าอาจช่วยให้ร่างกายทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น เพราะยาจะไปยับยั้งการสร้างสารที่ทำให้เลือดเกาะตัวกัน (Thromboxane A2: TXA2) สารตัวนี้นอกจากจะทำให้เลือดเกาะตัวกันแล้ว ยังกดการทำงานของ “T-Cell” ที่มีหน้าที่ในการทำลายเซลล์มะเร็ง เมื่อ TXA2 ลดลงเลยทำให้ T-Cell และระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยโจมตีและทำลายเซลล์ผิดปกติในร่างกายอย่างเซลล์มะเร็ง เหมือนกับการทำลายเกราะป้องกันตามธรรมชาติของเซลล์มะเร็งนั่นเอง หากนักวิทยาศาสตร์เข้าใจกลไกทั้งหมดอาจนำมาใช้ในการรักษาโรคมะเร็งที่มีแนวโน้มที่จะแพร่กระจาย เพื่อช่วยให้ยับยั้งการแพร่ของเซลล์มะเร็งไปยังอวัยวะหรือระบบอื่น ๆ ที่จะนำไปสู่ระยะที่รุนแรงขึ้น แต่ก็ต้องบอกว่า ลำพังยาแอสไพรินไม่สามารถรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วยตัวมันเอง ยังคงต้องอาศัยการรักษาด้วยการรักษาหลัก อย่างยา และการบำบัดอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับระยะของโรค และบอกอีกครั้งว่าเป็นการค้นพบในงานวิจัยและการทดลองในสัตว์ทดลอง ยังไม่มีการยืนยันว่าแอสไพรินช่วยในการรักษาหรือป้องกันโรคมะเร็งได้จริง ดังนั้นไม่ควรซื้อมาใช้เพื่อหวังผลในเรื่องนี้ หรือแม้แต่การใช้เพื่อรักษาอาการปวด บวม…
15/01/2025

BT เสิร์ฟ BT Originals Life Series คอนเทนต์ที่ชวนคุณมาอยู่ด้วยกันถึงร้อยปีอย่างมีคุณภาพ

การมีอายุขัยเฉลี่ย 100 ปี อาจเคยเป็นเพียงความฝันของมวลมนุษยชาติ แต่ด้วยวิทยาการในปัจจุบัน เรื่องราวที่คล้ายกับนิยายวิทยาศาสตร์นี้กำลังจะเป็นจริง แล้วเราจะอยู่อย่างไรเมื่อวันนั้นมาถึง BT Originals Life Series คอนเทนต์ใหม่จาก BT จะพาคุณมาดูความเป็นไปได้ในการอยู่ถึงร้อยปี และเรื่องที่คุณต้องพบเจอเมื่อต้องเดินทางสู่ศตวรรษแห่งชีวิตผ่านบทความนี้ ความเป็นอมตะ และการเอาชนะความตายเป็นสิ่งที่มนุษย์ไขว่คว้ามาอย่างยาวนาน แม้ว่าจะไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ แต่จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ อย่างมหากาพย์กิลกาเมซในอารยธรรมเมโสโปเตเมีย อารยธรรมแรกเริ่มและเก่าแก่ที่สุดของมนุษย์ได้มีการพูดถึงการตามหาชีวิตนิรันดร์เอาไว้แล้ว 5,000 ปีต่อมา มนุษย์มีองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และการแพทย์ที่ทำให้เราเอาชนะความตายได้หลายต่อหลายครั้ง แม้ในปัจจุบันองค์ความรู้เหล่านี้ยังมอบความเป็นอมตะให้กับเราไม่ได้ แต่ก็ช่วยให้อายุขัยของมนุษย์ยืดยาวออกไป จากข้อมูลทางสถิติในปี 1900 ค่าเฉลี่ยอายุขัยของมนุษย์ทั่วโลกอยู่เพียง 31 ปีเท่านั้น (ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเสียชีวิตของทารกระหว่างคลอด) แต่ในระยะเวลาเพียงร้อยปีนิด ๆ ค่าเฉลี่ยอายุขัยของมนุษย์ทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นมาเป็น 73.2 ปี และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วง 20 ปีหลัง จากการสำรวจทั่วโลกพบว่าคนที่มีอายุเกิน 100 ปี หรือ Centenarian มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากราว 34,000 คน ในปี 1950 สู่ราว 600,000…
13/01/2025

ย้อน ‘เซลล์มะเร็ง’ ให้กลับเป็น ‘เซลล์ปกติ’ นักวิจัยเกาหลีคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ในการรักษามะเร็ง

โรคมะเร็งและเนื้องอกทุกชนิดยังคงครองอันดับต้น ๆ ของโรคที่คร่าชีวิตของมนุษย์มาอย่างยาวนาน ปัจจุบันเรารู้จักกับมะเร็งมากขึ้น ทั้งองค์ความรู้ การตรวจคัดกรอง และเทคโนโลยีในการรักษาก็ก้าวหน้ามากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสหายขาด และลดความเสี่ยงของการเสียชีวิต ล่าสุดทีมวิจัยสถาบัน KAIST (Korea Advanced Institute of Science and Technology) ประเทศเกาหลีใต้ได้ค้นพบเทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็งรูปแบบใหม่ที่จะเปลี่ยนเซลล์มะเร็งให้กลับมาเป็นเซลล์สุขภาพดี บทความนี้เราจะมาแบไต๋กัน รู้จักกับโรคมะเร็ง และการรักษามะเร็งในปัจจุบัน ก่อนจะไปรู้จักแนวทางการรักษาใหม่ที่ว่านี้ มาทำความเข้าใจกันคร่าว ๆ ก่อนว่า ‘เซลล์มะเร็ง’ เกิดได้อย่างไร ? โรคมะเร็งเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่กลไกเกิดในภาพรวมคือ DNA ของเซลล์กลายพันธุ์ ซึ่งเป็นผลมาจากการเสื่อมของ DNA ที่มาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น และการที่เซลล์เสียหายจากปัจจัยต่าง ๆ อย่างบุหรี่ แสงแดด การติดเชื้อ สารก่อมะเร็ง หรือแม้แต่พันธุกรรม ผลลัพธ์ คือ ทำให้เซลล์นั้นเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นเนื้องอกมะเร็งนั่นเอง การรักษาโรคมะเร็งในปัจจุบันส่วนใหญ่เน้นการกำจัดเซลล์มะเร็งให้หมดไป ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การฉายแสง หรือเคมีบำบัดที่เรียกกันว่าคีโม ซึ่งบางเคสอาจเจอกับการดื้อยาของเซลล์มะเร็ง การกลับมาเป็นซ้ำ รวมถึงผลข้างเคียงรุนแรงที่เกิดจากการทำลายเซลล์ปกติไปพร้อมกัน ปัจจุบันเราเลยจึงอาจเห็นวิธีรักษามะเร็งแบบใหม่ อย่างยามุ่งเป้า…
10/01/2025

การเดินทางของหุ่นยนต์ผ่าตัด ความคิดฟุ้งฝันสู่นวัตกรรมทางการแพทย์

หุ่นยนต์เข้ามามีส่วนในชีวิตมนุษย์ยาวนานหลายทศวรรษ และหลายด้าน รวมถึงสุขภาพและการแพทย์ด้วย หุ่นยนต์ผ่าตัด หรือที่จริงควรจะเรียกว่า ‘หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด’ มีส่วนสำคัญในการแพทย์ทั่วทั้งโลก เพราะความแม่นยำที่สามารถลดความผิดพลาดทางการแพทย์ในการผ่าตัดแบบเดิม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และความปลอดภัยในการรักษาได้มหาศาล แต่คุณเคยสงสัยไหมว่าเทคโนโลยีที่แสนจะไซไฟอย่างหุ่นยนต์ผ่าตัด กลายมาเป็นเทคโนโลยีที่จับต้องได้จริง ๆ ในแบบทุกวันนี้ได้อย่างไร BT ขอแบไต๋ประวัติศาสตร์ และเรื่องราวของหุ่นยนต์ผ่าตัดที่พลิกโฉมวงการแพทย์ให้ทุกคนได้อ่านกัน หุ่นยนต์ผ่าตัด ความคิดฟุ้งฝัน สู่นวัตกรรมทางการแพทย์ หากย้อนกลับไป 100 ปีก่อน แนวคิดของหุ่นยนต์ที่สามารถผ่าตัดมนุษย์ หรือแม้แต่เครื่องมือทางการแพทย์ที่เราใช้กันอยู่ในทุกวันนี้คงเป็นเพียงจินตนาการที่ล้ำยุค และน่าตื่นเต้นของนักเขียนนิยายไซไฟสักเรื่อง ใช่แล้ว แนวคิดเรื่องหุ่นยนต์ที่มีการจดบันทึกไว้ครั้งแรกมาจากบทละครแนววิทยาศาสตร์ของ Czech Robota ในปี 1921 และเป็นที่มาของคำว่า Robot ที่ใช้กันในทุกวันนี้ ซึ่งในเวลานั้นหมายถึงสิ่งประดิษฐ์ที่มีรูปร่าง และความรู้สึกนึกคิดคล้ายมนุษย์ แต่อยู่ในฐานะของหุ่นยนต์รับใช้ โดยคำว่า Robota มีความหมายว่าแรงงาน ยุคเริ่มต้นของหุ่นยนต์ผ่าตัด หลายทศวรรษหลังจากคำว่า Robot ได้แพร่กระจายไปอย่างกว้างขวาง จนกระทั่งในปี 1985 ได้มีการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดขึ้นครั้งแรกของโลก หุ่นยนต์ตัวนี้มีชื่อว่า PUMA560 แม้จะเรียกว่าหุ่นยนต์ แต่ก็ไม่ได้มีรูปร่างไซไฟแบบที่เราคิด หุ่นยนต์ตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อสมองแทนมือของศัลยแพทย์ เพื่อป้องกันการบาดเจ็บที่ไม่จำเป็นให้กับสมองจากการสั่นของมือมนุษย์ ปี…
25/11/2024

6 เสาหลักป้องกันอัลไซเมอร์ | แนวทางสู่สุขภาพสมองที่ดี

โรคอัลไซเมอร์เป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญ โดยเฉพาะในสังคมผู้สูงอายุ แต่คุณทราบหรือไม่ว่าเราสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนี้ได้ด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพียงเล็กน้อย ในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับ 6 เสาหลักในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ที่คุณสามารถนำไปปฏิบัติได้ในชีวิตประจำวัน 1. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการป้องกันโรคอัลไซเมอร์ แม้ว่าจะไม่สามารถลดความเสี่ยงลงได้มากมายถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ตามที่มีการกล่าวอ้างกันในโลกออนไลน์ แต่การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนั้นมีประโยชน์อย่างมากต่อสุขภาพสมองอย่างแน่นอน คำแนะนำ 2. กระตุ้นสมองด้วยการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ การใช้สมองอย่างสม่ำเสมอเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาสุขภาพสมอง ซึ่งการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ แต่ยังช่วยสร้าง "กำลังสำรอง" ให้กับสมองอีกด้วย คำแนะนำ การฝึกฝนสมองตั้งแต่วัยเด็กจะช่วยสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับสุขภาพสมองในระยะยาว 3. รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพสมอง อาหารที่เรารับประทานมีผลโดยตรงต่อสุขภาพสมอง การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ คำแนะนำ 4. พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสุขภาพสมอง การนอนน้อยหรือนอนไม่หลับอาจส่งผลเสียต่อการทำงานของสมองในระยะยาว คำแนะนำ สำหรับผู้สูงอายุ การงีบหลับสั้น ๆ ในช่วงกลางวัน (ไม่เกิน 1 ชั่วโมงและก่อนบ่าย 3 โมง) อาจเป็นประโยชน์ แต่ควรระวังไม่ให้กระทบต่อการนอนในเวลากลางคืน 5. จัดการความเครียด ความเครียดเรื้อรังและอาการซึมเศร้าเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ การจัดการความเครียดอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสุขภาพสมอง คำแนะนำ แม้ว่าความเครียดจะไม่ได้ทำให้เซลล์สมองทำลายตัวเองโดยตรง…
25/11/2024

8 เทคโนโลยีใกล้ตัว เปลี่ยนชีวิตผู้สูงวัยให้ง่ายขึ้น

โลกของเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ไม่เพียงแต่จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนหนุ่มสาวเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยแอปพลิเคชันและอุปกรณ์ช่วยเหลือที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะของผู้สูงอายุ  ทำไมเทคโนโลยีจึงสำคัญสำหรับผู้สูงอายุ ? 1. สมาร์ตโฮม (Smart Home) : บ้านอัจฉริยะเพื่อความสะดวกสบายและปลอดภัย เริ่มต้นกันที่เทคโนโลยีสมาร์ตโฮม ที่จะทำให้บ้านของผู้สูงอายุกลายเป็น "ผู้ช่วยส่วนตัว" ที่คอยดูแลคุณปู่คุณย่า คุณตาคุณยาย หรือคุณพ่อแม่ในบ้านคุณได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยระบบควบคุมอัตโนมัติที่สามารถสั่งการผ่านเสียงหรือสมาร์ตโฟน ที่ผู้สูงอายุสามารถควบคุมไฟ เครื่องปรับอากาศ หรือแม้แต่เปิด-ปิดประตูได้โดยไม่ต้องลุกจากที่นั่ง นอกจากนี้ ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะยังช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับทั้งผู้สูงอายุและลูกหลาน ด้วยกล้องวงจรปิดที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวผิดปกติ และแจ้งเตือนไปยังสมาร์ตโฟนของสมาชิกในครอบครัวได้ทันที 2. อุปกรณ์สวมใส่เพื่อสุขภาพ : เฝ้าระวังสุขภาพแบบเรียลไทม์ นาฬิกาอัจฉริยะ (Smart Watch) และสายรัดข้อมือเพื่อสุขภาพ (Smart Band) ไม่ใช่แค่แฟชั่นสำหรับคนรุ่นใหม่อีกต่อไป แต่ยังเป็นผู้ช่วยดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุอีกด้วย อุปกรณ์เหล่านี้สามารถติดตามการเต้นของหัวใจ วัดความดันโลหิต ตรวจจับการล้ม และแม้แต่วิเคราะห์คุณภาพการนอนได้ ที่สำคัญ หากเกิดเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพ อุปกรณ์เหล่านี้ยังสามารถส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังญาติหรือบริการฉุกเฉินได้ทันที ทำให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมั่นใจมากขึ้น 3. แอปพลิเคชันเพื่อการดูแลสุขภาพ : หมอประจำตัวในมือคุณ ด้วยสมาร์ตโฟนเพียงเครื่องเดียว ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันมากมายที่ช่วยในการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นแอปฯ…
11/09/2024

BDMS เชิญร่วมงานประชุมวิชาการประจำปี 2567 “A ROAD TO LIFELONG WELL-BEING : EP.2 UNLOCK THE HEALTHY LONGEVITY”

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เตรียมจัดงานประชุมวิชาการประจำปี 2567 BDMS ACADEMIC ANNUAL MEETING 2024 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “A ROAD TO LIFELONG WELL-BEING : EP.2 UNLOCK THE HEALTHY LONGEVITY” ในระหว่างวันที่ 18 - 22 พฤศจิกายน นี้ ณ BDMS Connect Center อาคารศูนย์ประชุมในเครือ BDMS ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมการประชุมได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ทั้งแบบออนไลน์ และออฟไลน์   BDMS จัดงานประชุมวิชาการฯ อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 มุ่งเน้นเพื่อการพัฒนาแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ทางวิชาการ โดยคอนเซปต์ในปีนี้สอดคล้องกับแนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงของโลกและประชากรยุคปัจจุบัน คือ เส้นทางสู่การมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน  แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท…
10/09/2024

Pathological Liar: โกหกจนเป็นนิสัย จริง ๆ แล้วอาจมาจากโรค

เคยรู้สึกสงสัยไหมว่า ทำไมบางคนถึงโกหกบ่อยจนน่าตกใจ ? บางทีอาจไม่ใช่แค่การพูดเกินจริงเล็กน้อย แต่เป็นการสร้างเรื่องราวที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ จนกลายเป็นนิสัยที่ยากจะหยุดได้ พฤติกรรมแบบนี้เรียกว่า Pathological Liar หรือ “การโกหกจนเป็นโรค” หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อว่า “โรคหลอกตัวเอง” ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งตัวผู้โกหกเองและคนรอบข้างเป็นอย่างมาก โกหกแบบไหนคือ Pathological Liar ? Pathological Liar หมายถึง บุคคลที่มีความต้องการโกหกอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีเหตุผลที่ชัดเจน พวกเขาอาจโกหกเรื่องเล็กน้อยไปจนถึงเรื่องใหญ่โต เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ตัวเอง หลีกเลี่ยงปัญหา หรือเพียงแค่สนุกกับการสร้างเรื่องราวเท่านั้น พฤติกรรมนี้แตกต่างจากการโกหกทั่วไปตรงที่ผู้ป่วยมักไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และมักจะโกหกซ้ำ ๆ แม้จะรู้ว่าผิด ทำไมถึงติดนิสัยโกหก ? สาเหตุที่ทำให้คนกลายเป็น Pathological Liar ยังไม่แน่ชัดนัก แต่มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจเกี่ยวข้อง เช่น ลักษณะสำคัญของ Pathological Liar ผลกระทบของ Pathological Liar การโกหกจนเป็นโรคส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้ป่วยและคนรอบข้างอย่างมาก เช่น วิธีรับมือกับ Pathological Liar การรับมือกับคนที่เป็น Pathological Liar ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มีสิ่งที่คุณสามารถทำได้…
30/08/2024

ทฤษฎี Terminal Lucidity เฮือกสุดท้ายของคนป่วยก่อนจากโลกนี้ไป

หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่องราวสุดแสนลึกลับ เกี่ยวกับภาวะที่ผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่อาการหนักกลับฟื้นคืนสติ กลับมาพูดคุย หรือแม้แต่เดินเหินได้หลังจากนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยเป็นเวลานาน ก่อนที่เขาเหล่านั้นจะจากโลกนี้ไปหลังจากนั้นไม่นาน ภาวะนี้มีชื่อเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า Terminal Lucidity หรือความชัดแจ้งสุดท้าย หรือแสงที่ปลายทางของชีวิต แม้จะมีชื่อเรียกแต่ที่มาที่ไปของภาวะนี้ยังคงเป็นปริศนาทั้งในทางการแพทย์ และวิทยาศาสตร์ บ้างก็ว่าเป็นพลังใจเฮือกสุดท้ายของผู้ป่วยเพื่อที่จะล่ำลาโลกนี้ไปอย่างสดใส BT beartai ขอชวนคุณมาสำรวจทฤษฎีที่ว่าด้วยเรื่องของ Terminal Lucidity กัน Terminal Lucidity มาจากไหน? ในภาพรวม เราอาจเรียกว่าฟื้นคืนก่อนจะเสียชีวิตในลักษณะนี้ว่าเป็น Terminal Lucidity แต่ในเชิงของข้อมูลแล้ว จุดเริ่มต้นของ Terminal Lucidity มักถูกผูกโยงกับภาวะทางสมอง อย่างภาวะสมอง โรคอัลไซเมอร์ และโรคทางอารมณ์ที่ส่งผลให้สูญเสียความทรงจำ สติ และตัวตนไป ความชัดแจ้งสุดท้ายจึงหมายถึงภาวะที่ผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านความจำ หรืออารมณ์ขั้นรุนแรงกลับมาจำคนรอบตัว หรือฟื้นคืนสติได้ราวกับปาฏิหาริย์ ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาไม่กี่นาที ไม่กี่ชั่วโมง หรือไม่กี่วันให้หลัง อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาก็พบ Terminal Lucidity ในผู้ป่วยขั้นรุนแรงจากโรคอื่นได้ด้วยเช่นเดียวกัน อย่างโรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง และโรคสมองที่ส่งผลต่อสมอง ความจำ และการรับรู้ของผู้ป่วย ทฤษฎีสาเหตุของ Terminal Lucidity…
28/08/2024

วิจัยชี้ ‘การศึกษาน้อย’ เพิ่มความเสี่ยงสมองเสื่อม

“มีการคาดการณ์ว่าในปี 2050 ทั่วโลกจะมีจำนวนผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้นถึง 125 ล้านคน” ในยุคที่ประชากรโลกมีอายุยืนยาวขึ้น ภาวะสมองเสื่อมกลับกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ หลายคนอาจเข้าใจว่าโรคนี้เป็นเรื่องของพันธุกรรมหรือความชราที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ความจริงแล้ว มีปัจจัยหลายอย่างที่เราสามารถควบคุมได้ และมีส่วนสำคัญในการลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะสมองเสื่อม ภาวะสมองเสื่อมคืออะไร ? ภาวะสมองเสื่อม คือภาวะที่เซลล์ประสาทในสมองเสื่อมสภาพ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม ความคิด ความจำ และการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวอย่างมาก จากข้อมูลล่าสุดของ The Lancet Commission on Dementia 2024 พบว่า มีปัจจัยเสี่ยงมากมายที่เกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะสมองเสื่อม ซึ่งกระจายอยู่ตลอดช่วงชีวิตของเรา ตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยชรา โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ช่วงหลัก ๆ ได้แก่ ความเสี่ยงในช่วงต้นของชีวิต ช่วงกลางของชีวิต และช่วงปลายของชีวิต ความเสี่ยงในช่วงต้นของชีวิต : การศึกษาคือกุญแจสำคัญ ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดในช่วงต้นของชีวิตคือ "การศึกษาน้อย" ซึ่งมีผลต่อความเสี่ยงในการเกิดภาวะสมองเสื่อมถึง 5 เปอร์เซ็นต์ นี่เป็นตัวเลขที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการศึกษาไม่เพียงแต่ให้ความรู้ แต่ยังช่วยฝึกสมองให้คิด วิเคราะห์ และแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นการสร้าง "cognitive…
28/08/2024

เอทิลแอลกอฮอล์ vs เมทิลแอลกอฮอล์: ใช้ผิดเสี่ยงขิต !

“แอลกอฮอล์” ถือเป็นหนึ่งในสารเคมีที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา ทั้งในรูปแบบของเครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด หรือแม้แต่เชื้อเพลิง  แต่คุณรู้หรือไม่ว่า แอลกอฮอล์ที่เราใช้กันอยู่นั้นมีหลายชนิด และแต่ละชนิดก็มีคุณสมบัติและอันตรายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ? โดยหนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือ การสับสนระหว่าง "เอทิลแอลกอฮอล์" ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักในแอลกอฮอล์ที่ใช้ฆ่าเชื้อ กับ "เมทิลแอลกอฮอล์" ซึ่งเป็นสารเคมีที่อันตรายถึงชีวิต หากใช้ผิดชนิด ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจร้ายแรงเกินกว่าจะคาดคิดได้ เอทิลแอลกอฮอล์: แอลกอฮอล์สำหรับการแพทย์และการดื่มด่ำ “เอทิลแอลกอฮอล์” (Ethyl Alcohol) หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ “เอทานอล” (Ethanol) เป็นแอลกอฮอล์ชนิดหนึ่งที่ผลิตจากการหมักน้ำตาล มีสูตรเคมีคือ C₂H₅OH ลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี กลิ่นหอมอ่อน ๆ และมีรสเผ็ดเล็กน้อย เอทิลแอลกอฮอล์มีความปลอดภัยเมื่อใช้ภายนอกร่างกาย เช่น การใช้ทำความสะอาดผิวหนัง หรือฆ่าเชื้อโรค เนื่องจากมีฤทธิ์ในการละลายไขมันของเชื้อโรค ทำให้เชื้อโรคตายได้ นอกจากนี้ เอทิลแอลกอฮอล์ยังเป็นส่วนผสมหลักในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกด้วย โดยมีความเข้มข้นหรือเปอร์เซ็นต์การใช้งานเอทิลแอลกอฮอล์ที่แตกต่างกันดังนี้ เมทิลแอลกอฮอล์: แอลกอฮอล์สำหรับอุตสาหกรรมและมีพิษร้ายแรง เมทิลแอลกอฮอล์” (Methyl Alcohol) หรือ “เมทานอล” (Methanol) มีสูตรเคมีคือ CH₃OH เป็นสารเคมีที่ได้มาจากกระบวนการกลั่นทางปิโตรเคมี มีลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี…
21/08/2024

รู้จักสายพันธุ์ของเชื้อฝีดาษลิง Clade 1 และ Clade 2 พร้อมวิธีลดความเสี่ยง

ฝีดาษลิง (Monkey pox หรือ Mpox) โรคจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดอาการไข้ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ พร้อมกับเกิดตุ่มตามร่างกาย ใบหน้า มือ เท้า อวัยวะเพศ และส่วนอื่น ๆ ซึ่งสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ผ่านการสัมผัสทางผิวหนังอย่างใกล้ชิด อย่างการกอด จูบ หรือมีเพศสัมพันธ์ โดยจะส่งต่อเชื้อตลอดจนกว่าตุ่มที่ผิวหนังจะแห้ง ตกสะเก็ด และหลุดออก โรคฝีดาษลิงส่วนใหญ่มักไม่รุนแรง และสามารถหายเองได้โดยไม่ต้องรักษา แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับภาวะสุขภาพของคนที่ได้รับเชื้อ อย่างผู้สูงอายุ เด็ก และคนที่มีโรคประจำตัว รวมถึงสายพันธุ์ที่ได้รับด้วย ปัจจุบันเชื้อไวรัสฝีดาษลิงมีอยู่ 2 สายพันธุ์ด้วยกัน คือ Clade 1 (เคลด-วัน) และ Clade 2 (เคลด-ทู)ซึ่งมีความรุนแรงที่แตกต่างกัน BT Life จะพาคุณมาทำความรู้จักเชื้อฝีดาษลิงทั้ง 2 สายพันธุ์ และวิธีลดความเสี่ยงจากโรคนี้กัน ความแตกต่างของฝีดาษลิง Clade 1 และ Clade 2 เชื้อฝีดาษลิงสายพันธุ์ Clade 1…
21/08/2024

เปิดไทม์ไลน์ฝีดาษลิง จากลิงในห้องทดลองสู่สภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลก น่ากังวลแค่ไหน?

ฝีดาษลิง หรือ Monkeypox (Mpox) เป็นโรคกลุ่มเดียวกับโรคฝีดาษ หรือไข้ทรพิษ โดยเกิดจากเชื้อไวรัส Orthopoxvirus ซึ่งไทยรับรู้การมีอยู่ของโรคฝีดาษลิงในปี 2022 โดยพบเคสชาวต่างชาติที่ติดเชื้อชนิดนี้ในไทย และผู้ติดเชื้อในช่วงนั้นราว 8 คน ก่อนข่าวนี้จะเงียบไป ซึ่งจริง ๆ แล้วในช่วงปี 2023 ที่ไม่ได้มีการพูดถึงฝีดาษลิงมากนัก แต่ในเดือนสิงหาคมของปี 2023 ประเทศไทยมีเคสผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงกว่า 120 ราย ซึ่งสูงที่สุดในอาเซียนในช่วงเวลาดังกล่าว เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2024 ในต่างประเทศเริ่มมีการพูดถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงอีกครั้ง โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา ซึ่งมีตัวเลขผู้ติดเชื้อกว่า 15,000 รายจากหลายประเทศ โดยพบว่าเป็นเชื้อฝีดาษลิงชนิด Clede1b ที่มีความรุนแรง ก่อนที่องค์การอนามัยอนามัยโลก หรือ WHO จะประกาศให้โรคฝีดาษลิงเป็นสภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลกเมื่อวันที่ 14 ส.ค. 2024 ซึ่งถือเป็นระดับเตือนภัยสูงสุด เพราะพบเคสผู้ติดเชื้อนอกกลุ่มประเทศแอฟริกาเพิ่มขึ้น และล่าสุดพบเคสผู้ติดเชื้อในกลุ่มประเทศอาเซียน อย่างฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียแล้ว ซึ่งเป็นไปได้ที่ผู้ติดเชื้อเริ่มกระจายสู่ประเทศต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วเราต้องกังวลกับเรื่องนี้แค่ไหน? โรคฝีดาษลิงเป็นโรคติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังเป็นหลัก รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ และการใช้ของใช้ร่วมกัน…
08/08/2024

ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังได้ทุกวัน แค่ทำ 5 สิ่งนี้

ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีรุดหน้า พาให้ทุกคนต่างต้องเร่งรีบ และชีวิตก็ถูกรายล้อมไปด้วยอาหารสำเร็จรูป “โรคเรื้อรัง” หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Noncommunicable diseases หรือ NCDs) จึงกลายเป็นปัญหาสุขภาพที่คุกคามคนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือมะเร็ง ล้วนแล้วแต่เป็นโรคที่รักษายาก และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก แต่รู้หรือไม่ว่า…เราสามารถป้องกันโรคเรื้อรังเหล่านี้ได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยา วันนี้เรามี 5 แนวทางง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำได้เองที่บ้าน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง และห่างไกลจากโรคเรื้อรัง 1. กินอย่างฉลาด ปราศจากโรคภัย คุณเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า "You are what you eat" ไหม ? นั่นเพราะอาหารที่เรากินเข้าไปนั้น ล้วนมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของเรา ดังนั้น การเลือกกินอาหารที่ดี มีประโยชน์ จึงเป็นด่านแรกในการป้องกันโรคเรื้อรังได้ แนวทางการกินที่ช่วยป้องกันโรคเรื้อรัง: ตัวอย่างเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ: จำไว้ว่า การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพไม่ได้หมายความว่าคุณต้องทรมานตัวเอง ลองหาสูตรอาหารเพื่อสุขภาพที่อร่อยและทำง่าย แล้วคุณจะพบว่าการกินดีไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป 2. กีฬาคือยาวิเศษ (ที่ไม่ต้องกิน) บางคนอาจคิดว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องน่าเบื่อ แต่ความจริงแล้ว การออกกำลังกายสม่ำเสมอคือหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคหัวใจ…

PR Partners

See All
Read More

สตาร์ตอัปไทยสร้างได้แล้ว…โจทย์ต่อไปคือ “โตให้ถึงโลก” เมื่อ SITE 2027 ตั้งเป้า Scale Up to Global

ประเทศไทยใช้เวลาหลายปีในการสร้างสตาร์ตอัป พัฒนาผู้ประกอบการ และวางรากฐานระบบนิเวศนวัตกรรม แต่วันนี้คำถามอาจไม่ใช่ “เรามีสตาร์ตอัปมากพอหรือยัง” หากแต่เป็น “เราจะทำให้สตาร์ตอัปไทยเติบโตจนแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างไร” คำถามนี้ชัดเจนขึ้นหลังปิดฉาก Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Global Innovation Impact: The Year of Investment เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตลอด 3 วันของงาน ไม่ได้สะท้อนเพียงความคึกคักของวงการสตาร์ตอัปไทย แต่ยังแสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่อีกช่วงหนึ่ง จากการ “สร้างผู้ประกอบการ” ไปสู่การ “สร้างการเติบโต” ปีนี้ SITE ไม่ได้เป็นเพียงเวทีจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่ทำหน้าที่เป็น
23/07/2026

รีแคปงาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026: ก้าวสำคัญของไทยสู่ศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียน

เมื่อโลกกำลังหมุนเข้าสู่ยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มตัว ประเทศไทยก็ไม่หยุดนิ่งที่จะคว้าโอกาสนี้ไว้ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ตอกย้ำความร่วมมือระดับประเทศ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อผลักดัน "ปัญญาประดิษฐ์ที่น่าเชื่อถือ" (Trustworthy AI) พร้อมตั้งเป้าหมายใหญ่ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม วิสัยทัศน์จากภาครัฐ: ขับเคลื่อนประเทศด้วย 3 เสาหลัก นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษผ่านวิดีโอ โดยระบุถึงยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนา AI ของประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่บน 3 เสาหลักที่สำคัญ ได้แก่: ท่านรัฐมนตรียังย้ำว่า อนาคตของ AI ไม่สามารถสร้างสำเร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืน "ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็น AI Governance Sandbox ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจ…
13/07/2026

มูลนิธิองค์กรทำดี จับมือ ทรู ลุยโครงการ “Smart Safety Youth Training” เสริมเกราะภัยไซเบอร์ สร้างพลเมืองดิจิทัลยุคใหม่

มูลนิธิองค์กรทำดี เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทยในยุคดิจิทัล เปิดตัว "โครงการ Smart Safety Youth Training" มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันและทักษะความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Safety) ให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต้นแบบทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด โดยได้รับความร่วมมือจาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในการสนับสนุนองค์ความรู้ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนรู้เท่าทันภัยออนไลน์ที่ซับซ้อนและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้น ครอบคลุมการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล การรับมือภัยจากสื่อสังคมออนไลน์ การสังเกตและหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพออนไลน์ รวมถึงการปลูกฝังพฤติกรรมการใช้งานดิจิทัลอย่างมีความรับผิดชอบ แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ สร้างเยาวชนไทยให้เข้มแข็ง คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เปิดเผยว่า "มูลนิธิองค์กรทำดีอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในทุกวิกฤต โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดกับเด็กและสตรี แต่ที่ผ่านมาหลายครั้งเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เราจึงตั้งใจสร้างความเข้มแข็งให้เยาวชนยุคปัจจุบันสามารถดูแลตนเองและช่วยเหลือคนรอบข้างได้อย่างทันท่วงที จึงเป็นที่มาของโครงการ Smart Safety Youth Training เพื่อให้ความรู้เยาวชนไทยทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบ ทั้งภัยไซเบอร์ ภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ ภัยจากการจมน้ำ การปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจกู้ชีพ (CPR) เบื้องต้น การดับเพลิง และภัยจากอาชญากรรม" ทรู ร่วมเสริมภูมิคุ้มกันทางดิจิทัลอย่างยั่งยืน คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ…
13/07/2026

ปิดฉากสัปดาห์สุดหิน ! “V4 แป้ง” สาดพลังในเพลง “ชาวนากับงูเห่า” ก่อนกอดคอเพื่อนอำลาเวที True AF 2026

ยิ่งสัปดาห์ลึก ความเข้มข้นยิ่งทวีคูณสำหรับรายการเรียลลิตี้อันดับหนึ่งของเมืองไทย True AF 2026 ที่ล่าสุดเดินทางมาถึงสัปดาห์ที่ 5 พร้อมกับโจทย์เพลงสุดท้าทายอย่าง Super Band Week งานนี้เหล่านักล่าฝันที่เหลืออยู่ทั้ง 9 คน ต้องขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ศักยภาพและทักษะการร้องสดร่วมกับวงดนตรีมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นบททดสอบสำคัญในการก้าวสู่การเป็นศิลปินแถวหน้า บรรยากาศการเปิดรายการเต็มไปด้วยความคึกคักด้วยสัญลักษณ์อันคุ้นเคยอย่าง เพลงธีมนักล่าฝัน โดยมีพิธีกรระดับตำนานประจำซีซัน พี่ดู๋ - สัญญา คุณากร มารับหน้าที่ดำเนินรายการ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับผู้ชมด้วยการเปิดตัว 2 Judge ปริศนาที่เหล่านักล่าฝันคุ้นเคย มอส -  ปฎิภาณ ปฐวีกานต์ และ เชาว์ – ชวรัตน์ หรรษคุณาฒัย มาร่วมให้คำแนะนำและคอมเมนต์อย่างตรงไปตรงมา เพิ่มความกดดันและความตื่นเต้นให้กับค่ำคืนนี้เป็นเท่าตัว สำหรับไฮไลต์บนเวทีในสัปดาห์นี้ นักล่าฝันทั้ง 9 คนได้ร่วมกันระเบิดพลังและโชว์ศักยภาพร่วมกับวงดนตรีสดได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการรวมตัวกันส่งพลังใจผ่านบทเพลงที่มีความหมายสุดลึกซึ้งอย่าง เรือเล็กควรออกจากฝั่ง สร้างความทรงจำอันงดงามและประทับใจให้กับแฟน ๆ เป็นอย่างมาก ก่อนนำเข้าโชว์เดี่ยวของแต่ละคนโดยเริ่มจาก V7 โฟกัส ที่มาพร้อมความสนุกในเพลง โกหก ตาม มาด้วย…