Tags
| Health
07/09/2023
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 861 days ago
[สัมภาษณ์] ‘ยิปซี คีรติ’ เคยร่างพังเพราะออกกำลังผิด! สู่เจ้าของแบรนด์ขนมคลีนเพื่อสุขภาพ
ยิปซี คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์ ดาราสาวฮอตที่ปัจจุบันหันมาเป็นยูทูบเบอร์ และเป็นเจ้าของแบรนด์ขนมคลีนสุดเฮลตี้อย่าง K. It’s klean ด้วยไลฟ์สไตล์การดูแลสุขภาพแบบสาวสมัยใหม่ ทำให้ยิปซีกลายเป็นไอดอลสายสุขภาพ หลายคนอยากมีสุขภาพและรูปร่างที่ดีเหมือนเธอ แต่ก่อนที่จะเป็นยิปซีไอดอลเรื่องการดูแลสุขภาพของใครหลาย ๆ คน เธอเองก็เคย ‘ผิดพลาด’ มาเหมือนกัน อยากให้คุณยิปซีเล่าจุดเริ่มต้นที่ทำให้หันมาสนใจเรื่องการดูแลสุขภาพ ยิปซี: ถ้าช่วงแรก ๆ เรามีวิถีการกินที่ Unhealthy มาก ๆ แล้วก็เป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องสารอาหาร หรือคุณประโยชน์อะไร เพราะว่าเป็นเด็กที่เกิดมาผอมแห้งแรงน้อยแล้วก็เป็นเด็กที่กินยังไงก็จะผอมมาก ๆ เพราะฉะนั้นเรื่องของหุ่นเราก็ไม่กังวล จนป่วยเข้าโรงพยาบาลแอดมิด ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง จากนิสัยการกินที่แย่ของตัวเอง และช่วงนั้นเป็นช่วงเริ่มเข้าวงการเป็นนักแสดงถ่ายละครใหม่ ๆ เราเลยรู้สึกว่าเราเป็นแบบนี้ต่อไปไม่โอเคแล้ว ทั้งสิ่งที่เราทำต่ออาชีพตัวเอง หรือสิ่งที่เราทำให้คนอื่นเดือดร้อน และครอบครัวที่ต้องมาคอยเฝ้า เรารู้สึกว่าเราต้องหยุด เลยเริ่มแพลนว่าจะเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตของเราไปเลยไม่ให้เป็นเหมือนเดิม เลยมารีเสิร์ชในกูเกิลว่าการกินให้เฮลตี้เป็นยังไง แต่ก่อนเราเป็นคนออกกำลังกายนะ แต่กินแย่ เมื่อก่อนที่ Unhealthy คือเราไม่กินน้ำเปล่าเลย ตลอดวันน่าจะแก้วเดียว ไม่ชอบอาหารที่เป็น Food คือเราใช้ชีวิตอยู่ด้วยขนมยี่ห้อต่าง ๆ มื้อหนึ่งประมาณ…11/08/2023
ใครเป็นบ้าง ? หยิบหนังสือมาอ่านทีไรง่วงนอนทุกที!
อยากอ่านหนังสือสักเล่มหนึ่ง แต่ทำไมพออ่านได้ไม่กี่หน้าก็เกิดอาการง่วงนอนแล้ว ทั้งที่หนังสือเล่มนั้นก็ดูน่าสนใจดี หรือเพราะว่าเราขี้เกียจกันนะ ? หากคุณมักมีอาการง่วงนอนเวลาที่อ่านหนังสือล่ะก็…บอกเลยว่าคุณไม่ได้เป็นคนเดียว เพราะหลายคนก็มีอาการเหล่านี้เช่นกัน! ทำไมการอ่านหนังสือทำให้คุณง่วง ? การพักผ่อนกับหนังสือดี ๆ สักเล่มเป็นงานอดิเรกยอดนิยม แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะรู้สึกเหนื่อย หรือง่วงนอนหลังจากอ่านหนังสือแม้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ในขณะที่การอ่านหนังสือนั้นไม่ได้ใช้พลังงานทางกายภาพมากนัก แต่จริง ๆ แล้วสมองของคุณกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลข้อมูลที่คุณรับเข้าไป การกระตุ้นทางจิตใจทั้งหมดนั้นอาจทำให้คุณเหนื่อยล้า และนี่เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้การอ่านหนังสือทำให้ง่วงนอน การอ่านหนังสือก่อนนอนจึงเป็นวิธีการรักษาอาการนอนไม่หลับที่ดีนั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีเหตผลอื่น ๆ ที่อาจบอกได้ว่าเพราะอะไรการอ่านหนังสือถึงทำให้คุณเกิดความเหนื่อยล้าและง่วงนอนได้ 1.เหนื่อยทางใจ เมื่อคุณอ่านหนังสือ สมองของคุณทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อถอดรหัสคำในหน้ากระดาษและสร้างภาพในใจของคุณ กระบวนการทางจิตเหล่านี้อาจทำให้เหนื่อยล้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณอ่านหนังสือเป็นเวลานานหรือเหนื่อยล้ามาทั้งวัน 2.การหลงทางในจินตนาการของคุณ การอ่านหนังสือนั้นเป็นแนวทางโดยทั่วไปในการฝันกลางวัน และการฝันกลางวันก็ไม่ได้ห่างไกลจากการนอนหลับ อันที่จริงแล้ว กิจกรรมทั้งสองมีลักษณะร่วมกันบางประการ เมื่อคุณฝันกลางวันหรือหลงทางในหนังสือ ร่างกายของคุณจะอยู่ในสภาวะที่ผ่อนคลายและจิตใจของคุณก็จะเป็นอิสระ นี่อาจเป็นประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจและผ่อนคลาย แต่ก็ไม่น่าแปลกใจที่จะทำให้คุณเหนื่อยเช่นกัน 3.การอ่านหนังสือในที่แสงน้อย สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดประการหนึ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกเหนื่อยล้าหลังจากอ่านหนังสือ เป็นเพราะพวกเขาอ่านหนังสือในที่แสงน้อย ไม่ใช่แค่การอ่านหนังสือเท่านั้นที่ทำให้เหนื่อย การนั่งนิ่ง ๆ ในห้องที่มีแสงสลัว ๆ อาจส่งสัญญาณไปที่สมองว่าถึงเวลานอนแล้ว และยังทำให้ปวดตามากขึ้น ซึ่งเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของความเหนื่อยล้านั่นเอง 4.การนั่งนิ่งๆ การนั่งนิ่ง ๆ เป็นเวลานาน…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 887 days ago
Read More11/08/2023
อยากลดน้ำหนัก กินผลไม้ทุกวันอ้วนไหม ?
หลายคนที่ลดน้ำหนักพยายามที่จะลดการกินน้ำตาล และคาร์โบไฮเดรต ขณะเดียวกันก็มีการตั้งคำถามว่าแล้วน้ำตาลจากผลไม้ล่ะ จะทำให้เราอ้วนไหม ? แน่นอนว่าทุกวันนี้ต้องมีคนเชื่อว่าการกินผลไม้ช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ แล้วความจริงเป็นอย่างไร Hack for Health มีคำตอบมาให้ น้ำตาลจากผลไม้ ผลไม้ มีน้ำตาลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจะมาพร้อมกับใยอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ลดผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดและระดับอินซูลิน และลดนิสัยชอบสะสมพลังงานจากน้ำตาลในรูปของไขมัน ผลไม้มีน้ำตาลน้อยกว่าอาหารสำเร็จรูป เช่น โซดา ลูกอม และขนมขบเคี้ยวอย่างมาก เช่น แอปเปิ้ล 182 กรัม มีน้ำตาล 19 กรัม ในขณะที่ลูกอม 58 กรัม มีน้ำตาลถึง 35 กรัม ผลไม้ทำให้น้ำหนักขึ้นจริงหรือ ? ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การกินอาหารไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทไหนแต่หากกินในปริมาณมากเกินไปก็ทำให้น้ำหนักขึ้นเช่นกัน ในกรณีนี้ผลไม้ไม่ได้เป็นตัวการทำให้น้ำหนักขึ้น มีการศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าแม้แต่การเพิ่มผลไม้ในอาหารก็มีสัมพันธ์กับการลดน้ำหนัก อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาในคน 17 คน ที่กินผลไม้ 20 หน่วยบริโภคต่อวัน มีน้ำตาลประมาณ 200 กรัมต่อวัน หรือเท่ากับโซดา 8 กระป๋อง ยังไม่มีผลเสียต่อน้ำหนักตัว ความดันโลหิต…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 887 days ago
Read More11/08/2023
อยากได้ อยากมี เหมือนคนอื่น เพราะเสพโซเชียลมากไป!
พฤติกรรมเสพติดของผู้ใช้โซเชียลมีเดียอาจแตกต่างกันไป แต่อาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้มากที่สุด และมักจะทำให้ผู้ใช้งานสื่อโซเชียลมีเดียขาดความพอดีในการใช้ชีวิต คือ มีความรู้สึกเครียด หรือมีความวิตกกังวลเมื่อเห็นความสำเร็จ ทรัพย์สมบัติ หรือความสุขของผู้อื่น สิ่งนี้จะนำไปสู่การเปรียบเทียบตนเองกับผู้อื่น และมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเลียนแบบความสำเร็จ หรืออยากได้อย่างมีสิ่งของตามผู้อื่น และถ้าสิ่งของเหล่านั้นมีราคาสูงเกินกว่าที่จะซื้อไหว หรือคุณรู้สึกยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าผู้อื่น ก็จะนำไปสู่ความรู้สึกไม่คู่ควร มีความนับถือตนเองต่ำ และมีความยากลำบากในการยอมรับตนเอง ซึ่งสิ่งนี้สามารถสร้างผลกระทบทางจิตได้อย่างมาก ผลกระทบของการเสพติดโซเชียล ร้ายกว่าที่คิด ผลของการเสพติดโซเชียลมีเดีย และทำให้เกิดความรู้สึกอยากได้อยากมี มีความรู้สึกอิจฉาในความสำเร็จของผู้อื่น เป็นการจัดการอารมณ์และความรู้สึกที่ไม่มีประสิทธิภาพ แสดงให้เห็นถึงความไม่เคารพตนเอง และสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและความเป็นอยู่โดยรวมของคุณได้อย่างมาก โดยเฉพาะ สื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดความอิจฉา หรือทำให้เกิดความนับถือในตัวเองต่ำ ได้อย่างไร? จากข้อมูลของ Afridi พบว่า อินเทอร์เน็ต เทคโนโลยี โซเชียลมีเดีย ทำให้เราเชื่อมต่อกันได้มากขึ้น และรับรู้ถึงสิ่งที่คนอื่นกำลังทำได้แบบ Real Time และสิ่งนี้สามารถนำไปสู่พฤติกรรมเปรียบเทียบได้ อีกทั้งยังทำให้เกิดการฟูมฟักความอิจฉาได้อีกด้วย การวิจัยพบว่าในบางคน ความรู้สึกอิจฉา อยากได้อยากมี รู้สึกด้อยค่าในตัวเองเพิ่มขึ้นจากการใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งก่อนที่จะมีสื่อสังคมออนไลน์ มนุษย์เราก็มักจะเปรียบเทียบตัวเองกับวงสังคมใกล้เคียงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนบ้าน เพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือคนอื่น ๆ ที่เรารู้จัก…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 888 days ago
Read More17/01/2023
จัดตารางออกกำลังกายด้วยแอปฯ 30 Day fitness at Home
เริ่มต้นปีใหม่ หลายคนคงตั้งเป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จภายในปีนี้ และแน่นอนว่ายิ่งอายุมากขึ้นปัญหาสุขภาพก็เริ่มถามหา ส่วนใครที่ยังไม่เจอปัญหาสุขภาพก็อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจไป เพราะเทรนด์โลกยุคนี้ต่างให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ทั้งเรื่องการกิน การพักผ่อน และการออกกำลังกาย ดังนั้น เป้าหมายหลักในปีนี้ของใครหลาย ๆ คนจะต้องมีเรื่องลดน้ำหนัก หรือออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงอย่างแน่นอน แต่สำหรับใครที่เคยตั้งเป้าหมายเอาไว้หลายปีแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จเสียที และกำลังมองหาตัวช่วยในการออกกำลังกาย รวมถึงดูแลเรื่องอาหารการกินที่มีประโยชน์ แต่ไม่อยากเสียเงินจ้างเทรนเนอร์ หรือนักโภชนาการอาหาร เรามีแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณ โดยที่คุณไม่ต้องออกจากบ้านไปไหนก็สามารถสุขภาพดีได้ รู้จักแอปพลิเคชัน 30 Day Fitness at Home หากคุณเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายแล้วไม่รู้จะเริ่มอย่างไร แอปพลิเคชันนี้ถือว่าตอบโจทย์ โดยแอปฯ จะถามข้อมูลส่วนตัวของคุณ ตั้งแต่ เพศ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง รูปร่างปัจจุบัน และรูปร่างที่ต้องการ พร้อมทั้งถามถึงเป้าหมายในการออกกำลังกายของคุณ เช่น เพื่อลดน้ำหนัก หรือเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ จากนั้นแอปฯ จะจัดสรรคลิปและโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะกับคุณ เมื่อคุณใส่คำตอบเรียบร้อยแล้ว แอปพลิเคชันก็จะให้คุณออกแบบตารางออกกำลังกายของตนเองภายใน 30 วัน โดยคุณสามารถเลือกได้เลยว่าอยากออกกำลังกายสัปดาห์ละกี่วัน และวันละกี่นาที หรืออยากให้วันไหนเป็นวันพักผ่อนก็สามารถจัดแจงตารางได้เอง ซึ่งจำนวนวันออกกำลังกายที่เหมาะสมควรจะอยู่ที่ 3-5 วัน/สัปดาห์ นั่นเอง หลังจากนั้นโปรแกรมก็จะพาคุณเข้าสู่หมวดหมู่การออกกำลังกายมีทั้งแบบ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1094 days ago
Read More17/01/2023
ไม่อยากปวดหลังอย่ามองข้าม! เก้าอี้ทำงานสำคัญกว่าที่คิด
วัยทำงานคงคุ้นเคยกับอาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ และรู้กันดีว่าอาการเหล่านี้คืออาการของ โรคออฟฟิศซินโดรม หลายคนเลือกแก้ปัญหาที่ปลายเหตุโดยการไปพบหมอนวด หรือนักกายภาพบำบัด เพื่อบรรเทาอาการเป็นครั้งคราวไป ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ ก็มาจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และที่สำคัญเก้าอี้ที่ใช้นั่งทำงานเป็นประจำอาจไม่เหมาะกับสรีระของตนเอง ทำให้เกิดการเกร็งตามคอ บ่า ไหล่ จนเกิดเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมนั่นเอง เพราะฉะนั้นการเลือกเก้าอี้ทำงานจึงมีความสำคัญกว่าที่คิด เลือกเก้าอี้อย่างไรให้ห่างไกลออฟฟิศซินโดรม ปัจจุบันเก้าอี้สำนักงาน หรือเก้าอี้ทำงานมีให้เลือกสรรมากมาย แต่การตามหาเก้าอี้ที่จะพอดีกับสรีระของตนเองอาจเป็นเรื่องยาก ดังนั้น จึงควรเลือกเก้าอี้ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้ 1. มีพนักพิงศีรษะ อาการปวดคอ เกิดจากการนั่งเกร็งช่วงบริเวณลำคอและศีรษะเป็นเวลานาน ดังนั้น เมื่อต้องเลือกซื้อเก้าอี้ทำงานจะต้องเลือกเก้าอี้ที่มีที่พนักพิงศีรษะ ที่สำคัญต้องสามารถปรับขึ้น-ลง ให้เหมาะสมกับช่วงลำคอของคุณได้ 2. เลือกเก้าอี้ที่ปรับลดระดับได้ เก้าอี้แต่ละประเภทถูกสร้างมาโดยไม่ได้จำเพาะตัวบุคคล การเลือกซื้อเก้าอี้จึงจำเป็นต้องทดลองนั่งก่อนและให้เลือกเก้าอี้ที่สามารถปรับระดับขึ้น-ลง ตามความสูงของตัวคุณได้ วิธีสังเกตเบื้องต้น คือ ไม่เลือกซื้อเก้าอี้ที่มีความสูงใหญ่ หรือตัวเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับตัวคุณนั่นเอง เพราะหากนั่งเก้าอี้ที่สูงหรือต่ำเกินไปอาจทำให้นั่งไม่สะดวกสบาย และทำให้ปวดช่วงลำตัว หรือบริเวณช่วงเอวได้ 3. มีที่วางแขน อาการปวดบ่าหลัก ๆ มาจากการนั่งพิมพ์งานเป็นเวลานาน โดยที่แขนจะต้องยกอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดอาการเกร็ง ปวด…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1094 days ago
Read More16/01/2023
เถียงกันโลกแตก! มาสก์หน้าบำรุงผิวทุกคืนดีหรือไม่
สาว ๆ หนุ่ม ๆ หลายคนคงเคยได้ยินเทคนิค ‘มาสก์หน้าทุกคืน’ จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส เป็นการบำรุงอย่างล้ำลึก แต่พอลองหาข้อมูลดี ๆ กลายเป็นว่าเรื่องนี้ยังคงเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ บ้างก็บอกว่า มาสก์หน้าทุกคืนทำให้ผิวอักเสบ ควรมาสก์แค่อาทิตย์ละ 1-3 ครั้งก็พอ หรือบ้างก็บอกว่ามาสก์ทุกคืนทำได้ แต่ต้องรู้จักมาสก์แต่ละประเภทก่อน วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจให้รอบด้านเกี่ยวกับเรื่องการมาสก์หน้า และมาหาคำตอบกันว่าสรุปแล้วมาสก์หน้าทุกคืนมันดีจริงหรือ ? ทำความรู้จักมาสก์แต่ละประเภท 1. มาสก์โคลน เหมาะสำหรับคนที่หน้ามันเป็นสิวง่าย เพราะมาสก์โคลนจะช่วยดูดซับสารพิษออกจากใบหน้าทำให้หน้าสะอาดอย่างล้ำลึก เนื้อโคลนจะมีลักษณะเป็นครีม ควรมาสก์ทิ้งไว้เพียง 15-20 นาทีเท่านั้น เพราะหากทิ้งไว้นานเกินอาจทำให้หน้าแห้งและเหี่ยวได้ ที่สำคัญมาสก์ชนิดนี้ควรทำแค่ 1-3 ครั้ง/สัปดาห์เท่านั้น 2. มาสก์ชนิดแผ่นลอกออก เชื่อว่ามาสก์ชนิดนี้เป็นมาสก์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดเพราะหาซื้อง่าย ที่สำคัญมีหลายสูตรให้เลือกใช้ตามสภาพผิวของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นสูตรลดความมัน ป้องกันสิว ผิวหน้ากระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย และกระชับใบหน้า ซึ่งมาสก์ชนิดนี้ควรมาสก์ทิ้งไว้ 15-20 นาทีเท่านั้น เพราะหากทิ้งไว้นานเกินหรือข้ามคืนจะทำให้แผ่นมาสก์ดูดความชุ่มชื้นของผิวหน้าออกไป สำหรับมาสก์ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นสามารถมาสก์ได้บ่อยตามต้องการ แต่หากเป็นมาสก์ที่ช่วยเรื่องสิวและผิวหน้ากระจ่างใส ควรมาสก์แค่เพียง 1-3 ครั้ง/สัปดาห์เท่านั้น เพื่อไม่ให้ผิวหน้าเกิดการอักเสบ 3.…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1095 days ago
Read More16/01/2023
ดูแลผิวอย่างไรเมื่อเข้าใกล้เลข 3 ? เทคนิคหน้าเด็ก ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัย
หนุ่ม ๆ สาว ๆ หลายคนเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยเลข 3 อาจจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงภายในของร่างกายตนเอง เช่น บางคนอาจรู้สึกเหนื่อยง่ายขึ้น ระบบเผาผลาญเริ่มทำงานไม่ดี และเริ่มรู้สึกร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนสมัยที่ยังเป็นเด็ก โดยอาการเหล่านี้เราสามารถดูแลได้ด้วยการใส่ใจกับเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย และการพักผ่อนให้เพียงพอ ที่สำคัญต้องตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ ในบทความนี้ เราไม่ได้จะพูดถึงการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายเมื่ออายุมากขึ้นเท่านั้น แต่เราจะพูดถึงริ้วรอย หรือสภาพผิว ที่แสดงออกให้เห็นชัดที่สุดว่า คุณเริ่มอายุมากขึ้นแล้ว! เพราะเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายก็จะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง ทำให้ผิวหน้าเหี่ยวย่น ไม่กระชับนั่นเอง ขณะเดียวกันบางคนอาจจะแย้งว่า แล้วทำไมบางคนที่อายุมากแล้วแต่กลับมีใบหน้าที่ดูเด็กกว่าวัยได้ ? ทำไมบางคนถึงหน้าเด็กกว่าวัย ? เหตุผลข้อแรกคงต้องยกให้เรื่องของพันธุกรรม เพราะเราทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าพันธุกรรมเป็นเรื่องที่ส่งต่อกันมาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ บางคนพื้นฐานมีผิวพรรณที่ดี ชุ่มชื้น อิ่มฟู ก็จะทำให้ใบหน้าดูสดใสราวกับยังอายุยี่สิบต้น ๆ แต่หากพันธุกรรมมาดีแต่ไม่ดูแลตนเองเพิ่มเติมก็สามารถมีผิวที่ดูแก่ก่อนวัยได้เช่นกัน หากลองสังเกตดี ๆ จะเห็นว่ากลุ่มคนที่มีรูปหน้าทรงกลม มักจะมีใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์มากกว่าคนที่มีหน้าทรงรูปไข่ เพราะคนรูปหน้าทรงกลมจะมี Baby Fat หรือ ไขมันบริเวณหน้าแก้มมากกว่ากลุ่มคนที่มีใบหน้ารูปไข่ ทำให้เมื่ออายุมากขึ้น Baby Fat เหล่านี้จะทำให้ดูผิวพรรณเต่งตึง ในขณะที่คนทรงหน้ารูปไข่เมื่อร่างกายผลิตคอลลาเจนน้อยลง ใบหน้าก็จะยิ่งดูเล็ก หน้าตอบขึ้น และทำให้ผิวเหี่ยวย่นได้มากกว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสวย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1095 days ago
Read More29/12/2022
บอกเทคนิค กิน ‘หมูกระทะ-ชาบู’ ยังไงให้สุขภาพดี!
ไหนใครสายหมูกระทะ-ชาบูบ้าง ? เชื่อว่าการกินบุฟเฟต์ปิ้ง ย่าง หมูกระทะ ชาบู กลายเป็นอาหารยอดนิยมสำหรับปาร์ตี้สังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน แต่สำหรับใครที่กำลังคุมน้ำหนักเห็นทีคงโอดครวญ เพราะการกินบุฟเฟต์แทบจะเป็น ‘สิ่งต้องห้าม’ สำหรับคนที่กำลังอยากลดน้ำหนักเลยก็ว่าได้ แต่หากคุณอยากกินนาน ๆ ครั้ง ยิ่งช่วงเทศกาลแบบนี้ขอสักหน่อยคงไม่เป็นไร เรามีเทคนิคการกินหมูกระทะ-ชาบู แบบไม่ต้องกลัวอ้วน และบอกเลยว่าเมนูนี้กินแล้วสุขภาพดีกว่าที่หลายคนคิด! 1. ไม่กินเนื้อสัตว์ติดมันและอาหารแปรรูป ทราบกันดีว่าเมนูที่ติดมันมักจะอร่อยเสมอ ทั้ง หมูสามชั้น ทั้งเบคอน ให้ห้ามคงยาก แต่ถ้าเป็นไปได้ให้ควบคุมปริมาณการกินน่าจะดีกว่าการหักดิบไม่กินเลย หรือลองเปลี่ยนมาสั่งเนื้อที่ไขมันน้อย เช่น เนื้อไก่ หรือเนื้อปลา ถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ส่วนพวกลูกชิ้นและไส้กรอกต่าง ๆ ที่เป็นอาหารแปรรูปเลี่ยงได้เลี่ยง เพราะมีทั้งแป้งและโซเดียมทำให้เกิดอาการตัวบวมน้ำได้ ที่สำคัญเนื้อไก่มีโปรตีนสูงเหมาะสำหรับคนที่อยากเพิ่มปริมาณกล้ามเนื้ออีกด้วย 2. สั่งซุปน้ำใส เดี๋ยวนี้เวลาไปกินชาบูแต่ละร้านก็มักจะมีน้ำซุปให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นซุปน้ำใส ซุปน้ำดำ หรือซุปต้มยำ ทางเลือกสำหรับสายสุขภาพก็คือ ควรเลือกซุปน้ำใส เพราะมักเป็นซุปที่มีการปรุงแต่งน้อยที่สุด ปริมาณโซเดียมไม่เยอะเท่าน้ำซุปชนิดอื่น แต่ถามว่าพอสั่งซุปน้ำใสแล้วเราจะมาสามารถซดน้ำได้อย่างสบายใจหรือไม่ บอกเลยว่าถึงอย่างไรในน้ำซุปใสก็มีโซเดียมอยู่ดี เพราะฉะนั้นควรเลี่ยงการซดน้ำเยอะ ๆ เพราะโซเดียมจะทำให้ตัวบวมได้ เกร็ดเล็ก ๆ วิธีแก้ตัวบวมจากโซเดียมง่าย ๆ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1113 days ago
Read More26/08/2022
กลับมาอีกแล้ว! ‘ไข้หวัดมะเขือเทศ’ กำลังระบาดในอินเดีย โดยเฉพาะในเด็ก
ประเทศอินเดียกำลังพบเจอกับไวรัสตัวใหม่ที่เรีกยว่า 'ไข้หวัดมะเขือเทศ' ซึ่งเริ่มระบาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่เด็กเล็ก จนทำให้กระทรวงสาธารณสุขอินเดียเร่งศึกษาเพื่อออกคำแนะนำด้านสุขภาพ หลังพบเคสติดเชื้อกว่า 100 รายในประเทศแล้วศิวกร ปล้องใหม | 1238 days ago
Read More09/02/2021
นักวิจัยไขปริศนา ‘อึทรงสี่เหลี่ยม’ ของวอมแบต ช่วยตรวจมะเร็งลำไส้ในมนุษย์
เชื่อว่าหลายคนที่เป็นเพื่อนรักสัตว์โลก มีไม่น้อยที่ตกหลุมความน่ารักของเจ้า ‘วอมแบต (Wombat)’ สัตว์รูปร่างท้วมกลมหน้าตาคล้ายโคอาล่า แถมยังมีพื้นเพถิ่นฐานแถบออสเตรเลียเหมือนกัน แต่นอกจากรูปร่างหน้าตาน่ารักแล้ว เจ้าวอมแบตยังเป็นเจ้าของ ‘อึ’ หรืออุจจาระรูปร่างประหลาดแต่ดูแล้วน่ารักอย่าง ‘อึทรงสี่เหลี่ยมลูกบากศ์ (Cube-shape poo)’ ด้วย การตามล่าหาคำตอบ ความแปลกของรูปทรงนี้ เป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักชีววิทยามานานแล้วว่ามันเป็นไปได้อย่างไร และในที่สุด การศึกษาร่วมระหว่างประเทศ ก็ไขปริศนานี้ได้เสียที คำตอบนี้อยู่ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Soft Matter เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา โดยเป็นการขยายผลจากการค้นพบเบื้องต้นที่นำเสนอครั้งแรกในการประชุม American Physical Society’s fluid dynamics division ในจอร์เจียเมื่อปี 2018 ดร. สก็อตต์ คาร์เวอร์ (Dr. Scott Carver) นักนิเวศวิทยาสัตว์ป่าจากมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย (University of Tasmania) หนึ่งในผู้เขียนงานวิจัยกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีสมมติฐานที่มีหลากหลายมากมาย แต่ไม่มีใครทดสอบได้ เดิมมีการคาดเดาว่า วอมแบตมีกล้ามเนื้อหูรูดของทวารหนักเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทำให้อุจจาระถูกบีบระหว่างการเคลื่อนที่ผ่านกระดูกเชิงกราน หรือที่จริงแล้ว ที่เป็นรูปทรงแบบนี้ เป็นเพราะวอมแบตอุจจาระออกมาแล้วค่อย…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 1801 days ago
Read More04/02/2021
การทดลองเผย! ประสบการณ์มากกว่า ไม่ได้หมายความว่าคุณจะถูกเสมอไป
ประสบการณ์เป็นครูที่ดีที่สุดคำกล่าวนี้ไม่เกินจริง โดยปกติแล้วผู้ที่มีอายุมักจะผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากกว่าเด็กอายุ 20-30 ปี โดยไม่ต้องคำนึงถึงวุฒิการศึกษา คนบางคนอยู่ภายใต้ความภูมิใจในประสบการณ์ชีวิตโดยไม่ได้ตระหนักถึงข้อเท็จจริงหลายอย่าง และการมีประสบการณ์ชีวิตมากกว่าไม่ได้หมายความว่าจะทำให้คนคนนั้นเป็นผู้ที่มี 'วิจารณญาณ' ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจในเรื่องของประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญกันก่อน ปัญหาหลักที่ทำให้เกิดความสับสนคือสองสิ่งนี้ แน่นอนว่าความเชี่ยวชาญต้องอาศัยการทำซ้ำ หรือประสบการณ์เป็นระยะเวลานาน แต่การที่คุณเชี่ยวชาญในเรื่อง ๆ หนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเก่งในทุกอย่าง ดังนั้นการมีประสบการณ์มากกว่า จึงไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถคิดวิเคราะห์ และตัดสินใจได้อย่างถูกต้องในทุกเรื่อง ทำให้หลายคนสับสนถึงความสามารถของตนเองจนทำให้เกิด Dunning-Kruger effect (ปรากฏการณ์ที่ประเมินความสามารถของตนเองสูงเกินไป) ดร.คริสโทเฟอร์ ดไวเยอร์ นักวิจัยจาก National University of Ireland ได้เขียนบทความ และตั้งข้อสงสัยในการตัดสินใจ และประสบการณ์ของมนุษย์ โดย ดร.คริสโทเฟอร์ ได้ทำการทดลองแบบสุ่มในการตอบคำถามเชิงวิเคราะห์ในกลุ่มผู้มีอายุเฉลี่ย 42 ปี ปรากฏว่าผู้ที่มีคะแนนสูงมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 18-22 ปี จึงสรุปได้ว่าประสบการณ์ไม่ได้ทำให้เราสามารถคิดอย่างมีวิจารณญาณได้มากกว่าคนอื่น อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของแต่ละคนคือ ประสบการณ์ ความเชื่อ และความคิดที่แตกต่างกันซึ่งการใช้ประสบการณ์ส่วนตัวในการตัดสินใจอาจทำให้เกิดอคติซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการคิดตามหลักเหตุและผล อย่างไรก็ตาม ผู้คนส่วนมากยังคงให้คุณค่ากับแนวคิดเรื่องประสบการณ์ แต่แท้จริงแล้วเราไม่สามารถใช้ประสบการณ์ส่วนตัวของเราตัดสินได้ทั้งหมด เพราะมันอาจไม่เพียงพอต่อการคิด วิเคราะห์ แม้ประสบการณ์จะมีประโยชน์มากมายเพียงใดก็ตาม อ้างอิง Psychology…Natnaree TK | 1805 days ago
Read More23/02/2020
ผู้ป่วยเล่นไวโอลินระหว่าง “ผ่าตัดสมอง” เพื่อมั่นใจว่าตนจะไม่เสียความสามารถนี้ไป
Dagmar Turner นักไวโอลินวัย 53 ปีได้รับอนุญาตให้เล่นไวโอลินระหว่างการผ่าตัดสมองเพื่อให้คนไข้มั่นใจได้ว่าตัวเองจะไม่สูญเสียความสามารถในการสีไวโอลินไป โดย Dagmar Turner ถูกตรวจพบว่ามีเนื้องอกระดับสองในสมองตั้งแต่ปี 2013 จนมาถึงปี 2019 หมอที่ตรวจก็พบว่ามันมีขนาดใหญ่มากเกินไปจนจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด แต่ปัญหาคือก้อนเนื้อดังกล่าวอยู่บริเวณ Right Frontal Lobe หรือสมองส่วนหน้าข้างขวา โดยสมองส่วนนี้มีหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของมือซ้ายซึ่งสำคัญต่อการเล่นไวโอลินเป็นอย่างมาก Turner บอกว่า "ไวโอลินคือชีวิตของฉัน ฉันเล่นมันมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ หากฉันเล่นมันไม่ได้นับว่าเป็นการทำลายจิตใจของฉันไปเลย" Dr. Keyoumars Ashkan ศัลยแพทย์ระบบประสาทได้คิดค้นวิธีแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์นี้ขึ้นมา โดยก่อนเริ่มการผ่าตัด ทีมแพทย์ได้ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงเผื่อหาตำแหน่งการทำงานของสมองที่สัมพันธ์กับเวลาเธอสีไวโอลินที่ชัดเจนที่สุด และเพื่อความแม่นยำที่สุดคือให้เธอเล่นไวโอลินขณะผ่าตัดสมองไปด้วย เพื่อป้องกันการผ่าตัดผิดพลาด ผลที่ได้คือ เนื้องอกกว่า 90% ถูกนำออกไปจากสมองของเธอโดยสมองส่วนสำคัญสำหรับเล่นไวโอลินไม่ได้รับการกระทบกระเทือนใด ๆ ทั้งสิ้น หลังจากนั้นสามวันเธอก็สามารถกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้ตามปกติ อ้างอิง CNN พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสวัชรกุล พัฒนาประทีป | 2153 days ago
Read More02/02/2020
หมอไทยเจ๋ง! ใช้ยาสองชนิดรักษาผู้ป่วยไวรัสโคโรนาจนไม่พบเชื้อไวรัสภายใน 48 ชั่วโมง!
ข่าวดีเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาประจำวันนี้ โดยแพทย์โรงพยาบาลราชวิถีได้ใช้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่และยาต้านไวรัสเอดส์ รักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่อาการรุนแรงให้อาการดีขึ้นได้ภายใน 48 ชั่วโมง นพ.เกรียงศักดิ์ อติพรวณิช นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลราชวิถี และ รศ.นพ.สืบสาย คงแสงดาว นายแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลราชวิถีเผยความสำเร็จในการใช้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ และยาต้านไวรัสเอดส์ กับผู้ป่วยเพศหญิง ชาวจีนจาก อายุ 71 ปี จากเมืองอู่ฮั่น โดยในวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา ผู้ป่วยมีอาการที่รุนแรง แพทย์จึงตัดสินใจใช้ยา Oseltamivir ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสหวัดที่เคยใช้รักษาโรคเมอร์ส โดยใช้ร่วมกับยา Lopinavir และ Ritonavia ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสเอดส์ จนผู้ป่วยรายนี้อาการดีขึ้น ผลตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นลบหรือ Negative ภายใน 48 ชั่วโมง นับเป็นความสำเร็จที่สำคัญในการรับมือเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ https://www.facebook.com/fanmoph/videos/vb.127034180656279/3282694548413518/?type=2&theater อ้างอิง ไทยรัฐ, เดลินิวส์ พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสวัชรกุล พัฒนาประทีป | 2173 days ago
Read More01/02/2020
นี่คือผ้าพันแผลอัจฉริยะที่สามารถตรวจการติดเชื้อพร้อมจ่ายยาฆ่าเชื้อได้ในแผ่นเดียว
เมื่อวันพุธที่ผ่านมานักวิจัยจากเมืองจีนได้ตีพิมพ์เรื่องราวน่าสนใจนี้ผ่านวารสาร ACS Central Science โดยในงานวิจัยอธิบายไว้ว่า ผ้าพันแผลอัจฉริยะนี้จะเปลี่ยนสีเมื่อมันตรวจเจอการติดเชื้อแบคทีเรียบนบาดแผล และสามารถปล่อยยารักษาได้ด้วยตัวเองด้วย เมื่อนำผ้าพันแผลนี้ออกมาครั้งแรกมันจะมีสีเขียว แต่หากเจอการติดเชื้อมันจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองพร้อมกับปล่อยยาฆ่าเชื้อที่อยู่ในตัวใส่บาดแผล และหากผ้าพันแผลพบว่าเจ้าเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในแผลนั้นมีการดื้อยา ตัวผ้าจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ในกรณีนี้แพทย์สามารถส่องแสงบนผ้าพันแผลเพื่อกระตุ้นให้โมเลกุลพิเศษที่อยู่ในตัวผ้าถูกปล่อยออกมา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของยา หรืออย่างน้อยก็ทำให้แบคทีเรียอ่อนแอลงได้ ทีมวิจัยทำการทดสอบกับหนูพบว่าผ้าพันแผลอัจฉริยะนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาแผลที่ติดเชื้อแบคทีเรีย E. coli ที่ไวต่อยาหรือดื้อยาได้เป็นอย่างดี แต่เพราะตัวผ้าพันแผลนี้สามารถตรวจจับเชื้อและสามารถฆ่าเชื้อได้ด้วยตัวมันเองมันจึงสามารถย่นระยะเวลาระหว่างการติดเชื้อและการรักษาลงไปได้มากทีเดียวค่ะ ถือว่าเป็นการพัฒนาในวงการแพทย์ที่น่าสนใจมาก เพราะอย่างน้อยหากไม่มียารักษาบาดแผลก็สามารถใช้ผ้าพันแผลชิ้นนี้มาบรรเทาอาการก่อนถึงมือหมอได้ค่ะ อ้างอิง Futurism พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสNatnaree TK | 2175 days ago
Read More29/01/2020
EIU เผย! ไทยและมาเลเซียมีความพร้อมในการรับมือกับการระบาดของไวรัสโคโรนามากกว่าสิงคโปร์!
เมื่อวันศุกร์ที่ 25 มกราคมที่ผ่านมาหน่วยข่าวกรองทางด้านเศรษฐศาสตร์หรือ EIU กล่าวถึง Global Health Security (GHS) ว่าสิงคโปร์มีการเตรียมพร้อมในการรับมือต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาน้อยกว่าประเทศไทย และ มาเลเซียเสียอีก จากงานวิจัย EIU รายงานว่า ในความเป็นจริงแล้วไม่มีประเทศใดที่พร้อมรับมือกับการระบาดของโรค และเชื้อไวรัสแบบ 100% แต่จากงานวิจัยมีเพียง 13 ประเทศ จาก 195 ประเทศเท่านั้น ที่มีการเตรียมพร้อมรับมือกับการระบาดของโรคที่อยู่ในเกณฑ์ดี (ไทยและเกาหลีใต้เป็นสองประเทศที่ได้คะแนนประเมินความพร้อมอยู่ในระดับสูงด้วย) จากงานวิจัยนี้สิงคโปร์ได้อันดับที่ 24 ด้วยคะแนน 58.7 (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) มาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 18 (62.2 คะแนน) ในขณะที่เกาหลีใต้ได้อันดับที่ 9 (70.2 คะแนน) และไทยอยู่ในอันดับที่ 6 (73.2 คะแนน) การจัดอันดับของ EIU กำหนดว่าประเทศที่มีคะแนน 67 คะแนนหรือมากกว่านั้นเท่านั้นถึงจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีการรับมือกับโรคระบาดในระดับสูง ซึ่งจากงานวิจัยคะแนน GHS ทั่วโลกเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 40.2 เท่านั้น…Natnaree TK | 2178 days ago
Read More28/01/2020
พบผู้ป่วยญี่ปุ่นติดเชื้อไวรัสโคโรนา แต่ไม่เคยไปจีน ยืนยันไวรัสติดจากคนสู่คนได้!
ที่ผ่านมายังไม่มีการยืนยันชัดเจนว่าไวรัสโคโรนา 2019 นั้นสามารถแพร่จากคนสู่คนได้ เนื่องจากยังไม่มีผู้ป่วยที่แน่ชัด ทราบเพียงแต่การแพร่ระบาดของไวรัสนั้นมาจากสัตว์สู่คนแน่นอน อย่างไรก็ตาม มีการค้นพบผู้ป่วยชาวเวียดนามที่ติดจากคนสู่คนได้ และล่าสุดคือเคสในประเทศญี่ปุ่นได้ออกมายืนยันแล้วว่าพบผู้ป่วยชาวญี่ปุ่นติดเชื้อไวรัสโคโรนาโดยที่ไม่เคยไปจีนมาก่อน ผู้ป่วยชาวญี่ปุ่นรายนี้อายุ 60 ปี ทำอาชีพขับรถทัวร์ ยืนยันว่าไม่เคยไปจีนมาก่อน แต่ขับรถทัวร์ชาวจีนที่มาจากอู่ฮั่นสองกรุ๊ปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยเริ่มมีไข้ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม ไปตรวจวันที่ 17 มกราคม ซึ่งไม่พบความผิดปกติใด ๆ แต่อาการยังไม่ดีขึ้น ผู้ป่วยจึงแอดมิทเข้าโรงพยาบาลวันที่ 25 มกราคม ซึ่งผลออกมาในวันนี้ 28 มกราคม 2020 ว่าผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ปัจจุบันพบผู้ป่วยในญี่ปุ่นที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาไวรัสถึง 6 รายแล้ว โดยผู้ป่วยอายุ 60 ปีที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนานั้นทำให้พอคาดการณ์ได้ว่าเชื้อดังกล่าวสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ด้วย อ้างอิง mainichi พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสวัชรกุล พัฒนาประทีป | 2178 days ago
Read More27/01/2020
จีนยืนยัน ตลาดสดอู๋ฮั่นคือต้นตอของไวรัสโคโรนา 2019
หลังจากมีการคาดการณ์มาสักระยะว่าไวรัสโคโรนา 2019 นั้นน่าจะเกิดมาจากการที่มนุษย์รับประทานสิ่งมีชีวิตในตลาดสดอู๋ฮั่น วันนี้ผู้เชี่ยวชาญประจำศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติจีนหรือ CDC ประสบความสำเร็จในการแยกเชื้อไวรัสโคโรนาจากตัวอย่างที่เก็บในตลาดสดอู๋ฮั่น ซึ่งการแยกเชื้อดังกล่าวสามารถบ่งชี้ได้ว่าไวรัสโคโรนามีต้นกำเนิดมาจากตลาดสดจริง ๆ ค่ะ คณะผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันควบคุมและป้องกันโรคจากเชื้อไวรัสแห่งชาติได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างตั้งแต่วันที่ 1-12 มกราคม กว่า 33 รายการจากทั้งหมด 585 รายการที่รวบรวมจากตลาดขายส่งอาหารทะเลหัวหนานในอู๋ฮั่นมีกรดนิวคลิอิกของไวรัสโคโรนาอยู่ จากการเก็บตัวอย่างทางตะวันตกของเมืองซึ่งเป็นบริเวณที่มีการขายสัตว์ป่าเป็นจำนวนมาก พบว่าตัวอย่าง 31 รายการจากทั้งหมด 33 รายการมีเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ นั่นหมายความว่าการแพร่ระบาดของเชื้อนั้นมีความเกี่ยวพันกับการค้าสัตว์ป่าเป็นอย่างมาก จากการค้นพบดังกล่าวจึงทำให้ยืนยันได้แล้วว่าตลาดสดในอู๋ฮั่นนั่นเป็นที่แพร่เชื้อไวรัสโคโรนาขนาดใหญ่เลยค่ะ อ้างอิง Xinhuathai พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสNatnaree TK | 2179 days ago
Read More27/01/2020
ขอบคุณ AI ที่สามารถคาดการณ์การแพร่ระบาดของโคโรนาได้แม่นและเร็วยิ่งกว่า WHO และใคร ๆ ในโลกนี้
อย่างที่เราหลาย ๆ คนทราบกันว่าตอนนี้มีไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (2019-nCoV) ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ร้ายแรง ถึงแม้ว่ารัฐบาลจีนจะพยายามป้องกันอย่างเต็มที่แล้วแต่ก็ยังมีผู้ติดเชื้อที่ออกนอกประเทศ เดินทางไปถึงประเทศอื่น ๆ เป็นที่เรียบร้อย World Health Organization หรือองค์กรอนามัยโลกรวมถึงรัฐบาลและหน่วยงานอื่น ๆ รอบโลกต่างส่งคำเตือนถึงประชาชนเกี่ยวกับไวรัสดังกล่าว แต่จริง ๆ แล้วเบื้องหลังการทราบการแพร่กระจายของไวรัสนั้นต้องขอบคุณ AI ที่รู้เรื่องก่อนใครเลยครับ บริษัท BlueDot ได้ใช้ AI ที่เก็บข้อมูลจากหน่วยงานต่างประเทศ โรคในสัตว์และพืช รวมถึงประกาศอย่างเป็นทางการเพื่อนำมาวิเคราะห์ ซึ่งหลังได้ข้อมูลมา ทาง BlueDot ได้เริ่มแจ้งเตือนให้หลีกเลี่ยงตลาดสดเมืองอู่ฮั่นตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2019 ในขณะที่หน่วยงานอื่นอย่าง WHO หรือ CDC นั้นแจ้งช้ากว่าในวันที่ 9 และ 6 มกราคม 2020 ตามลำดับ Kamran Khan, CEO ของ BlueDot ระบุว่า บริษัทไม่ได้ใช้ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียใด ๆ เลยเพราะข้อมูลบนโซเชียลนั้นเลอะเทอะเกินไป…วัชรกุล พัฒนาประทีป | 2180 days ago
Read MorePR Partners
See All13/01/2026
วัทนวิภา ทานะวงศ์ | 1 days ago
ปักธง The Gateway to Isan บุกโคราช ปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit”
Techsauce ผู้นำการสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี ระดับแนวหน้าของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมกับพันธมิตรได้แก่ หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ประกาศเดินหน้าขยายอาณาจักรความรู้และเครือข่ายธุรกิจสู่ระดับภูมิภาค ประเดิมที่จังหวัดนครราชสีมากับงาน “Techsauce Next Entrepreneur’s Summit” ภายใต้คอนเซปต์ “The Gateway to Isan” มหกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่ออกแบบมาเพื่อปลุกพลังและเสริมอาวุธให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ก้าวสู่โลกธุรกิจยุคใหม่ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การบุกโคราชในครั้งนี้ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาไม่ได้เป็นเพียงประตูทางภูมิศาสตร์สู่ภาคอีสานเท่านั้น แต่ยังมีศักยภาพที่จะกลายเป็น ‘Silicon Valley แห่งใหม่’ และ ‘เมืองแห่ง AI’ ด้วยฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพลังสร้างสรรค์ วิสัยทัศน์26/12/2025
Huawei Cloud ครองตำแหน่งผู้นำจากรายงาน Omdia พร้อมขึ้นอันดับ 1 ด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม
กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2568 – Omdia ได้เผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด Omdia Universe: Global Cloud Service Provider, 2025 โดยจัดให้ หัวเว่ย คลาวด์ อยู่ในกลุ่ม ผู้นำ (Leader) ทั้งในด้านศักยภาพของโซลูชัน รวมถึงด้านกลยุทธ์และการดำเนินงาน พร้อมทั้งยกให้ หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้นำในกลุ่มผู้ให้บริการจากจีน และได้รับการจัดอันดับเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้านกลยุทธ์และนวัตกรรม ในรายงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ย คลาวด์ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่สามารถปรับขยายได้ (scalable) ปลอดภัย และขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยหัวเว่ย คลาวด์มีผลการประเมินโดดเด่นในสามหมวดหมู่ย่อย ได้แก่ ความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนด (security and compliance) , มาร์เก็ตเพลส (marketplace) และการสนับสนุนและการบริการลูกค้า (support and customer service) นอกจากนี้ แบบสำรวจลูกค้าแบบไม่เปิดเผยชื่อยังสะท้อนผลลัพธ์ที่โดดเด่น โดยหัวเว่ย คลาวด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจด้านการสนับสนุนและการบริการลูกค้าสูงถึง 99% และคะแนนความเต็มใจที่จะแนะนำ 96% ในด้าน…ภูษิต เรืองอุดมกิจ | 19 days ago
Read More



























