Tags
| Health
08/09/2023
ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1070 days ago
เอาดีเข้าตัว เอาชั่วเข้าคนอื่น! กลไกการป้องกันตนเอง (Defense Mechanisms)
อีกหนึ่งสัญชาตญาณของมนุษย์ที่น่ารู้ คุณเคยสังเกตไหม ทำไมบางคนเมื่อมีการทำความผิดอะไร ก็มักจะต่อต้านความผิดของตัวเอง และโทษคนอื่นเสมอ วันนี้เรามีคำตอบ กลไกนี้มีชื่อเรียกว่า “Defense Mechanisms” กลไกนี้เป็นการปกป้องตัวเองตามสัญญาณ ซึ่งเราจะมานำเสนอข้อมูลลักษณะของคนที่มีพฤติกรรมประเภทนี้กัน รวมทั้งการปรับทัศนคติให้กล้ายอมรับความผิดที่ตนเองทำ ไม่ว่าใคร ๆ ต่างก็เคยทำผิดแต่สิ่งสำคัญคือ การยืดอกยอมรับความผิดของตัวเอง แล้วแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น! ทำความรู้จักกับ กลไกการป้องกันตนเอง (Defense Mechanisms) กลไกการป้องกันตัวเอง (Defense Mechanisms) เป็นกลยุทธ์ทางจิตวิทยา ที่จิตใจใช้เพื่อป้องกันตัวเองจากความวิตกกังวล อารมณ์ที่ไม่สบายใจ หรือการถูกคุกคาม ซึ่งมักจะเป็นกลไกที่เกิดขึ้นมา โดยที่หลาย ๆ คนไม่รู้ตัว เป็นกลไกที่ใช้เพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ไม่พึงประสงค์ กลไกการป้องกันตัวเอง (Defense Mechanisms) จัดเป็นวิธีการป้องกันตนเองในรูปแบบหนึ่ง แต่ถ้ามีการปล่อยให้กลไกนี้ทำงานเรื่อย ๆ แบบไม่มีการควบคุม หรือไม่มีการเปลี่ยนทัศนคติใหม่ ก็อาจนำไปสู่สถานการณ์ที่แย่ลงกว่าเดิม กลไกการป้องกันตนเองประเภทต่าง ๆ และวิธีการแก้ไข ภาวะอารมณ์ ความคิด ที่เกิดขึ้นจากกลไกป้องกันตัวเอง ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องเดียวหรือสถานการณ์เดียวเท่านั้น แต่มีความคิดและอารมณ์ที่หลากหลายที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเราก็ได้นำคุณลักษณะของกลไกตนเองประเภทต่าง ๆ มาให้คุณได้ทำความรู้จักกัน…17/08/2023
ชอบดมเสื้อแฟนไม่ใช่โรคจิต! วิจัยเผย กลิ่นคนรักช่วยลดความเครียดได้
ผู้หญิงหลายคนเวลาที่ต้องห่างจากคนรัก เป็นเรื่องปกติที่ความคิดถึงเข้าครอบงำ ยิ่งถ้าปกติแล้วคุณใช้เวลาอยู่ด้วยกันแทบตลอดเวลายิ่งทำให้โหยหากันและกันมากขึ้น วิธีบรรเทาความคิดถึงเชื่อว่าหลายคนมักจะหยิบข้าวของของแฟนมากอด มาหอม มาดม…สิ่งเหล่านี้อาจทำให้คุณตั้งคำถามกับตัวเองว่า ‘โรคจิต’ หรือเปล่านะ ? ขอบอกเลยว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่พฤติกรรมที่แปลกอะไร ให้รู้ไว้เลยว่าการดมกลิ่นคนรักไม่ว่าจะจากเสื้อ หรือจากผ้าห่ม มีส่วนช่วยให้คุณคลายเครียดได้! การศึกษาจากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย ในประเทศแคนาดา ได้ออกมาพูดถึงประเด็นที่คนมักตั้งคำถามว่าเพราะอะไรผู้หญิงถึงชอบใส่ชุดของแฟนตัวเอง รวมถึงชอบดมกลิ่นที่ติดอยู่บนเสื้อตัวโปรดของแฟน เป็นเพราะกลิ่นคนรักมีความเกี่ยวข้องกับการบรรเทาความเครียดนั่นเอง โดยงานวิจัยนี้ได้ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Personality and Social Psychology นักวิจัยได้ทำงานร่วมกับคู่รักต่างเพศ 96 คู่ ฝ่ายผู้ชายต้องสวมเสื้อยืดที่สะอาดเป็นเวลา 1 วัน และห้ามใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายหรือเครื่องสำอางที่มีกลิ่นหอม ห้ามสูบบุหรี่ หรือรับประทานอาหารที่อาจส่งผลต่อกลิ่นกาย หลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง เสื้อยืดของผู้ชายเหล่านั้นจะถูกแช่แข็งเพื่อให้แน่ใจว่ากลิ่นของเสื้อผ้ายังคงอยู่ ในส่วนหนึ่งของการทดลอง ผู้หญิงจะถูกขอให้สุ่มดมกลิ่นทั้งเสื้อที่ไม่เคยใส่มาก่อน เสื้อที่คนรักเคยใส่ หรือเสื้อที่คนแปลกหน้าใส่ โดยไม่มีผู้หญิงคนไหนรู้ว่าพวกเธอจะได้ดมเสื้อของใคร นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มระดับความเครียดของผู้หญิง พวกเธอยังถูกจำลองสถานการณ์การสัมภาษณ์งาน และให้แก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เพื่อใช้ในการวัดระดับความเครียดที่แท้จริง พร้อมมีการวัดความเข้มข้นของคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาเมื่อเราเผชิญกับปัจจัยความเครียดต่าง ๆ ด้วย ผลการศึกษาทีมวิจัยพบว่าผู้หญิงที่ดมกลิ่นเสื้อยืดที่คนรักตัวเองตนสวมใส่มีระดับความเครียดที่ต่ำกว่าทั้งก่อนการทดสอบความเครียด (การคาดหวังความเครียด) และผลที่ตามมา…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1092 days ago
Read More15/08/2023
“โรคมโน” สร้างจินตนาการเพ้อฝันไปเอง เป็นโรคทางจิต ?
“โรคมโน” ที่เราจะนำมาให้คุณผู้อ่านได้ทำความรู้จักกันนี้ มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษ คือ “Overactive Imagination” แน่นอนว่าหนึ่งในคุณสมบัติที่มนุษย์ทุกคนมีก็คือ การมีความหวัง การมีความฝัน การมีจินตนาการถึงภาพชีวิตที่สวยงาม หรือการมีชีวิตตามต้องการสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ แต่อย่าลืมว่าสิ่งใดที่มากจนเกินไป สิ่งนั้นสามารถย้อนกลับมาทำร้ายคุณได้เสมอ และโรคมโนอาจกลายเป็นเรื่องอันตรายได้ เมื่อสิ่งนี้เริ่มรบกวนชีวิตประจำวันและก่อให้เกิดความทุกข์อย่างแสนสาหัส ทำความรู้จักกับ บุคลิกภาพแบบ Fantasy prone personality FPP ถือเป็นลักษณะบุคลิกภาพที่ผิดปกติ ได้รับการระบุอย่างเป็นทางการครั้งแรกในช่วงต้นทศวรรษ 1980 จากการวิจัยของ Josephine Hilgard ซึ่งสังเกตจากผู้คนที่ได้รับการสะกดจิต นักวิจัยพบว่าผู้ที่ถูกสะกดจิตได้ง่ายมักจะเป็นผู้ที่มีจินตนาการที่กว้างไกล และคงอยู่กับภาพจินตนาการนั้นได้อย่างยาวนาน และงานวิจัยบางชิ้นชี้ว่าคนที่มีภาวะ Overactive Imagination ไม่สามารถแยกแยะจินตนาการและความทรงจำจริง ๆ ออกจากกันได้ นำภาพจินตนาการและภาพแห่งความเป็นจริง นำมาผสมรวมกัน และเชื่อว่าเป็นความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชีวิต อาการของโรคมโน ผู้ที่มีภาวะ Overactive Imagination หรือมีบุคลิกภาพแบบ Fantasy prone personality มักจะมีการแสดงอาการ ดังนี้ อาการเหล่านี้ทำให้เกิดภาวะสุขภาพจิตอื่น ๆ ตามมาได้ หรือมีภาวะทางด้านสุขภาพจิตอื่น ๆ อยู่แล้ว…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1094 days ago
Read More11/08/2023
อาการท้องผูก ปัญหากวนใจที่รักษาได้ด้วยตัวเอง
อาการท้องผูก คือ อาการที่ลำไส้ของคุณเคลื่อนไหวน้อยลงทำให้อุจจาระผ่านได้ยาก มักเกิดขึ้นบ่อยหากมีการเปลี่ยนแปลงอาหารหรือกิจวัตรประจำวัน รวมถึงเกิดจากการได้รับไฟเบอร์ไม่เพียงพอ ซึ่งไม่ควรปล่อยไว้หากคุณเริ่มมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง อุจจาระมีเลือดปน หรือมีอาการท้องผูกนานยาวนาน อาการท้องผูกคืออะไร ? การเคลื่อนไหวของลำไส้น้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ คือคำจำกัดความของอาการท้องผูกในทางเทคนิค แต่ความถี่ในการอุจจาระนั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางคนอุจจาระหลายครั้งต่อวัน ในขณะที่บางคนอุจจาระเพียง 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยอาการท้องผูกเกิดขึ้นเนื่องจากลำไส้ใหญ่ดูดซับน้ำจากอุจจาระของคุณมากเกินไป วิธีนี้จะทำให้อุจจาระของคุณแห้ง แข็ง และขับออกจากร่างกายได้ยาก เป็นหนึ่งในอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารที่พบบ่อยที่สุดในสหรัฐอเมริกา อย่างน้อย 2.5 ล้านคนที่ไปพบแพทย์ในแต่ละปีเนื่องจากอาการท้องผูก ปัจจัยที่ทำให้ท้องผูก ? สาเหตุของอาการท้องผูกมีมากมาย รวมถึงปัจจัยในการดำเนินชีวิต ยา และเงื่อนไขทางการแพทย์ โดยสาเหตุที่อาจทำให้เกิดอาการท้องผูก มีดังนี้ 1.ปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ สาเหตุการดำเนินชีวิตทั่วไปของอาการท้องผูก ได้แก่ : 2.ยา ยาที่อาจทำให้ท้องผูก ได้แก่ 3.เงื่อนไขทางการแพทย์ เงื่อนไขทางการแพทย์และสุขภาพที่อาจทำให้เกิดอาการท้องผูก ได้แก่ สังเกตอาการท้องผูก หากคุณไม่แน่ใจว่าตนเองกำลังเป็นโรคท้องผูกหรือไม่ ให้สังเกตอาการของตนเอง ดังนี้ รักษาอาการท้องผูก การรักษาอาการท้องผูกเรื้อรังมักเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนอาหารและการใช้ชีวิต หากการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นไม่ช่วยบรรเทาอาการ อาจแนะนำให้ใช้ยาหรือการผ่าตัด ป้องกันอาการท้องผูก หากคุณเป็นคนที่ท้องผูกบ่อย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1098 days ago
Read More18/01/2023
โยคะ vs พิลาทิส ต่างกันอย่างไร? และคุณควรเลือกเล่นอะไร?
หากพูดถึงการออกกำลังกายง่าย ๆ ได้ที่บ้านตนเอง นอกจากการคาดิโอด้วยการเต้นแอโรบิก หรือบริหารร่างกายด้วยท่าทางง่าย ๆ ตามคลิปวิดีโอที่มีสอนตามอินเทอร์เน็ตแล้ว การออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันนั่นก็คือ การเล่นโยคะ และการเล่นพิลาทิส ซึ่งการออกกำลังกายทั้ง 2 ประเภทนี้มีลักษณะที่คล้ายกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันอยู่ บางคนอาจจะยังสงสัยว่าโยคะกับพิลาทิสต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะมาไขข้อเท็จจริงความแตกต่างของการออกกำลังกายทั้ง 2 ชนิดนี้ เพื่อให้คุณได้เลือกแนวทางที่ใช่สำหรับตนเอง โยคะ (Yoga) การเล่นโยคะ มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินเดียเมื่อหลายพันปีมาแล้ว เป็นการออกกำลังกายที่เน้นการยืดหยุ่นและความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ โฟกัสที่ลมหายใจไปพร้อมกับการขยับร่างกาย ประโยชน์ของโยคะ คือช่วยเรื่องสุขภาพทำให้การไหลเวียนเลือดดี ช่วยคลายเครียด และช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี การเล่นโยคะ ได้รับความนิยมในกลุ่มของผู้หญิง เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ต้องใช้แรงมาก แถมไม่ต้องมีอุปกรณ์มากมายก็สามารถเล่นได้ที่บ้าน เพียงแค่คุณมีเสื่อโยคะผืนเดียวเท่านั้น แต่ทั้งนี้การฝึกโยคะก็มีหลายระดับ หากเป็นผู้เริ่มต้นต้องศึกษาท่าทางให้ดี หรืออาจจะต้องเล่นควบคู่ไปกับการมีผู้เชี่ยวชาญดูแล นอกจากนี้ การเล่นโยคะยังมีประโยชน์ต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ ที่แม้ว่าจะตั้งครรภ์อยู่ก็สามารถออกกำลังกายแบบเบา ๆ ได้ เพราะการเล่นโยคะเป็นการออกกำลังกายที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ นอกจากจะช่วยผ่อนคลายในระหว่างตั้งครรภ์แล้ว ยังสามารถช่วยเตรียมร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์ให้เตรียมพร้อมสำหรับการคลอด ที่สำคัญการหายใจช้า ๆ ระหว่างเล่นยังช่วยบรรเทาความเครียดได้อีกด้วย พิลาทิส (Pilates) การเล่นพิลาทิส ถูกคิดค้นในปี ค.ศ.1920 โดยโจเซฟ พิลาทิส (Joseph Pilates)…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1303 days ago
Read More18/01/2023
แค่กินก็กันแดดได้ ? ‘วิตามินกันแดด’ ได้ผลจริงหรือแค่กระแส
ประเทศไทยขึ้นชื่อเรื่องแดดและอากาศร้อน แม้ในความเป็นจริงแสงแดดจะมีข้อดี ทำให้ร่างกายได้รับวิตามินดี และทำให้ร่างกายรู้สึกกระปรี้กระเปร่า แต่ข้อเสียของแสงแดดก็มีอยู่มากเช่นกัน สาว ๆ หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่าในทุก ๆ วันไม่ว่ามีกิจกรรมมากน้อยแค่ไหน ครีมกันแดดถือเป็นสิ่งสำคัญเสมอ ไม่ใช่แค่ปกป้องผิวจากความหมองคล้ำ ผิวไหม้ เท่านั้น แต่การตากแดดเป็นเวลานานโดยเฉพาะช่วงเวลา 10.00 - 16.00 น. ซึ่งเป็นเวลาแดดจัด ยังทำให้ใบหน้าของคุณเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ร้ายแรงกว่านั้นอาจเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ ความสำคัญของครีมกันแดด ครีมกันแดด เป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนไม่ควรมองข้าม แม้จะไม่ได้ออกกิจกรรมกลางแจ้งก็ควรทาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันแสงที่มองไม่เห็น ขณะเดียวกันก็สามารถเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF15 ขึ้นไปจนถึง SPF50 เพื่อการปกป้องที่ได้ประสิทธิภาพตามกิจกรรมที่ตนเองต้องเผชิญ และควรทาซ้ำในทุก ๆ 2 ชั่วโมง แต่ขณะเดียวกัน ผู้หญิงหลายคนหรือบางคนอาจไม่ชอบความรู้สึกเหนียวเหนอะจากครีมกันแดด เพราะครีมกันแดดบางตัวที่ช่วยปกป้องสูงก็ต้องแลกมาด้วยความเหนียวข้นของครีม บางคนถึงกับไม่ยอมทาครีมกันแดดก็มี หรือบางคนไม่อยากทาซ้ำระหว่างวัน ซึ่งนวัตกรรมของครีมกันแดดในปัจจุบันก็ได้พัฒนาเพื่อให้ตอบโจทย์กับผู้ใช้งานมากขึ้น โดยเปลี่ยนสภาพสารกันแดดออกมาในรูปแบบอื่น ชนิดของผลิตภัณฑ์กันแดด ปัจจุบันกันแดดเนื้อครีมยังคงเป็นกันแดดที่ได้รับความนิยม เพราะใช้ง่ายให้ความรู้สึกเหมือนกำลังทาครีมบำรุงผิวอยู่ ที่สำคัญมีหลายแบรนด์ให้เลือกสรรตามแต่ละสภาพผิวของตนเอง แต่อย่างไรก็ตาม ครีมกันแดดเนื้อครีมก็อาจไม่เหมาะกับคนที่หน้ามันมาก ๆ หรือผิวที่มีแนวโน้มเกิดสิว กันแดดเนื้อเจลจะใช้ง่ายคล้ายกับกันแดดเนื้อครีม เหมาะกับผู้ที่มีผิวมันหรือผิวผสม เพราะเนื้อเจลจะซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย ไม่หนักหน้า…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1303 days ago
Read More
17/01/2023
‘กฎการนอน 90 นาที’ ตื่นมาไม่งัวเงียอีกต่อไป ทำได้จริงเหรอ?
เคยไหม? นอนหลายชั่วโมงแต่ทำไมตื่นมายังเพลียอยู่…ร่างกายรู้สึกไม่กระปรี้กระเปร่า อ่อนเพลีย และงัวเงียอยู่ตลอดเวลา อาการเหล่านี้มักส่งผลกระทบต่อการเรียนและการทำงาน เพราะสมองทำงานได้ไม่เต็มที่ เชื่อว่าทุกคนถูกสอนมาว่าเราควรนอนให้ครบ 8 ชั่วโมง ถึงจะตื่นมาสดใส ไม่อ่อนเพลีย แต่มีใครเคยได้ยินเรื่อง ‘กฎการนอน 90 นาที’ บ้าง? เราจะพาทุกคนมารู้จักวิธีการนอนอย่างมีประสิทธิภาพ ที่แม้คุณจะนอนไม่ครบ 8 ชั่วโมง แต่คุณจะไม่งัวเงียตอนตื่นอีกต่อไป ทำความรู้จัก ‘กฎการนอน 90 นาที’ สมองของคนเราทำงานอยู่ตลอดเวลาแม้ในยามที่เรานอนหลับก็ตาม และการทำงานของสมองในช่วงเวลานอนหลับจะถูกแบ่งเป็นรอบ โดย 1 รอบจะอยู่ที่ 90 นาที แบ่งเป็น 80 นาที ของการหลับลึก และ 10 นาที ของการหลับตื้น เราเรียกการนอนหลับแบบนี้ว่า ‘การหลับแบบวงจร’ (Cycle) หากตื่นในช่วงเวลาของการหลับลึกก็จะทำให้ง่วง เพลีย แต่กลับกันหากตื่นในช่วงเวลาของการหลับตื้นก็จะทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า และรู้สึกนอนเต็มอิ่ม การหลับแบบวงจรแบ่งเป็น 2 ช่วง 1. ช่วงเวลานอนที่ไม่มีการกลอกตาอย่างรวดเร็ว (Non Rapid Eye…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1304 days ago
Read More
17/01/2023
จัดตารางออกกำลังกายด้วยแอปฯ 30 Day fitness at Home
เริ่มต้นปีใหม่ หลายคนคงตั้งเป้าหมายที่อยากทำให้สำเร็จภายในปีนี้ และแน่นอนว่ายิ่งอายุมากขึ้นปัญหาสุขภาพก็เริ่มถามหา ส่วนใครที่ยังไม่เจอปัญหาสุขภาพก็อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจไป เพราะเทรนด์โลกยุคนี้ต่างให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ ทั้งเรื่องการกิน การพักผ่อน และการออกกำลังกาย ดังนั้น เป้าหมายหลักในปีนี้ของใครหลาย ๆ คนจะต้องมีเรื่องลดน้ำหนัก หรือออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงอย่างแน่นอน แต่สำหรับใครที่เคยตั้งเป้าหมายเอาไว้หลายปีแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จเสียที และกำลังมองหาตัวช่วยในการออกกำลังกาย รวมถึงดูแลเรื่องอาหารการกินที่มีประโยชน์ แต่ไม่อยากเสียเงินจ้างเทรนเนอร์ หรือนักโภชนาการอาหาร เรามีแอปพลิเคชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณ โดยที่คุณไม่ต้องออกจากบ้านไปไหนก็สามารถสุขภาพดีได้ รู้จักแอปพลิเคชัน 30 Day Fitness at Home หากคุณเป็นมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มออกกำลังกายแล้วไม่รู้จะเริ่มอย่างไร แอปพลิเคชันนี้ถือว่าตอบโจทย์ โดยแอปฯ จะถามข้อมูลส่วนตัวของคุณ ตั้งแต่ เพศ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง รูปร่างปัจจุบัน และรูปร่างที่ต้องการ พร้อมทั้งถามถึงเป้าหมายในการออกกำลังกายของคุณ เช่น เพื่อลดน้ำหนัก หรือเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อ จากนั้นแอปฯ จะจัดสรรคลิปและโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะกับคุณ เมื่อคุณใส่คำตอบเรียบร้อยแล้ว แอปพลิเคชันก็จะให้คุณออกแบบตารางออกกำลังกายของตนเองภายใน 30 วัน โดยคุณสามารถเลือกได้เลยว่าอยากออกกำลังกายสัปดาห์ละกี่วัน และวันละกี่นาที หรืออยากให้วันไหนเป็นวันพักผ่อนก็สามารถจัดแจงตารางได้เอง ซึ่งจำนวนวันออกกำลังกายที่เหมาะสมควรจะอยู่ที่ 3-5 วัน/สัปดาห์ นั่นเอง หลังจากนั้นโปรแกรมก็จะพาคุณเข้าสู่หมวดหมู่การออกกำลังกายมีทั้งแบบ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1304 days ago
Read More17/01/2023
ไม่อยากปวดหลังอย่ามองข้าม! เก้าอี้ทำงานสำคัญกว่าที่คิด
วัยทำงานคงคุ้นเคยกับอาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ และรู้กันดีว่าอาการเหล่านี้คืออาการของ โรคออฟฟิศซินโดรม หลายคนเลือกแก้ปัญหาที่ปลายเหตุโดยการไปพบหมอนวด หรือนักกายภาพบำบัด เพื่อบรรเทาอาการเป็นครั้งคราวไป ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดคอ บ่า ไหล่ ก็มาจากการนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน และที่สำคัญเก้าอี้ที่ใช้นั่งทำงานเป็นประจำอาจไม่เหมาะกับสรีระของตนเอง ทำให้เกิดการเกร็งตามคอ บ่า ไหล่ จนเกิดเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมนั่นเอง เพราะฉะนั้นการเลือกเก้าอี้ทำงานจึงมีความสำคัญกว่าที่คิด เลือกเก้าอี้อย่างไรให้ห่างไกลออฟฟิศซินโดรม ปัจจุบันเก้าอี้สำนักงาน หรือเก้าอี้ทำงานมีให้เลือกสรรมากมาย แต่การตามหาเก้าอี้ที่จะพอดีกับสรีระของตนเองอาจเป็นเรื่องยาก ดังนั้น จึงควรเลือกเก้าอี้ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้ 1. มีพนักพิงศีรษะ อาการปวดคอ เกิดจากการนั่งเกร็งช่วงบริเวณลำคอและศีรษะเป็นเวลานาน ดังนั้น เมื่อต้องเลือกซื้อเก้าอี้ทำงานจะต้องเลือกเก้าอี้ที่มีที่พนักพิงศีรษะ ที่สำคัญต้องสามารถปรับขึ้น-ลง ให้เหมาะสมกับช่วงลำคอของคุณได้ 2. เลือกเก้าอี้ที่ปรับลดระดับได้ เก้าอี้แต่ละประเภทถูกสร้างมาโดยไม่ได้จำเพาะตัวบุคคล การเลือกซื้อเก้าอี้จึงจำเป็นต้องทดลองนั่งก่อนและให้เลือกเก้าอี้ที่สามารถปรับระดับขึ้น-ลง ตามความสูงของตัวคุณได้ วิธีสังเกตเบื้องต้น คือ ไม่เลือกซื้อเก้าอี้ที่มีความสูงใหญ่ หรือตัวเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับตัวคุณนั่นเอง เพราะหากนั่งเก้าอี้ที่สูงหรือต่ำเกินไปอาจทำให้นั่งไม่สะดวกสบาย และทำให้ปวดช่วงลำตัว หรือบริเวณช่วงเอวได้ 3. มีที่วางแขน อาการปวดบ่าหลัก ๆ มาจากการนั่งพิมพ์งานเป็นเวลานาน โดยที่แขนจะต้องยกอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดอาการเกร็ง ปวด…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1304 days ago
Read More16/01/2023
เถียงกันโลกแตก! มาสก์หน้าบำรุงผิวทุกคืนดีหรือไม่
สาว ๆ หนุ่ม ๆ หลายคนคงเคยได้ยินเทคนิค ‘มาสก์หน้าทุกคืน’ จะช่วยให้ผิวชุ่มชื้น กระจ่างใส เป็นการบำรุงอย่างล้ำลึก แต่พอลองหาข้อมูลดี ๆ กลายเป็นว่าเรื่องนี้ยังคงเป็นข้อถกเถียงกันอยู่ บ้างก็บอกว่า มาสก์หน้าทุกคืนทำให้ผิวอักเสบ ควรมาสก์แค่อาทิตย์ละ 1-3 ครั้งก็พอ หรือบ้างก็บอกว่ามาสก์ทุกคืนทำได้ แต่ต้องรู้จักมาสก์แต่ละประเภทก่อน วันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความเข้าใจให้รอบด้านเกี่ยวกับเรื่องการมาสก์หน้า และมาหาคำตอบกันว่าสรุปแล้วมาสก์หน้าทุกคืนมันดีจริงหรือ ? ทำความรู้จักมาสก์แต่ละประเภท 1. มาสก์โคลน เหมาะสำหรับคนที่หน้ามันเป็นสิวง่าย เพราะมาสก์โคลนจะช่วยดูดซับสารพิษออกจากใบหน้าทำให้หน้าสะอาดอย่างล้ำลึก เนื้อโคลนจะมีลักษณะเป็นครีม ควรมาสก์ทิ้งไว้เพียง 15-20 นาทีเท่านั้น เพราะหากทิ้งไว้นานเกินอาจทำให้หน้าแห้งและเหี่ยวได้ ที่สำคัญมาสก์ชนิดนี้ควรทำแค่ 1-3 ครั้ง/สัปดาห์เท่านั้น 2. มาสก์ชนิดแผ่นลอกออก เชื่อว่ามาสก์ชนิดนี้เป็นมาสก์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดเพราะหาซื้อง่าย ที่สำคัญมีหลายสูตรให้เลือกใช้ตามสภาพผิวของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นสูตรลดความมัน ป้องกันสิว ผิวหน้ากระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอย และกระชับใบหน้า ซึ่งมาสก์ชนิดนี้ควรมาสก์ทิ้งไว้ 15-20 นาทีเท่านั้น เพราะหากทิ้งไว้นานเกินหรือข้ามคืนจะทำให้แผ่นมาสก์ดูดความชุ่มชื้นของผิวหน้าออกไป สำหรับมาสก์ที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้นสามารถมาสก์ได้บ่อยตามต้องการ แต่หากเป็นมาสก์ที่ช่วยเรื่องสิวและผิวหน้ากระจ่างใส ควรมาสก์แค่เพียง 1-3 ครั้ง/สัปดาห์เท่านั้น เพื่อไม่ให้ผิวหน้าเกิดการอักเสบ 3.…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1305 days ago
Read More
16/01/2023
ดูแลผิวอย่างไรเมื่อเข้าใกล้เลข 3 ? เทคนิคหน้าเด็ก ผิวพรรณดูอ่อนกว่าวัย
หนุ่ม ๆ สาว ๆ หลายคนเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยเลข 3 อาจจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงภายในของร่างกายตนเอง เช่น บางคนอาจรู้สึกเหนื่อยง่ายขึ้น ระบบเผาผลาญเริ่มทำงานไม่ดี และเริ่มรู้สึกร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนสมัยที่ยังเป็นเด็ก โดยอาการเหล่านี้เราสามารถดูแลได้ด้วยการใส่ใจกับเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย และการพักผ่อนให้เพียงพอ ที่สำคัญต้องตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ ในบทความนี้ เราไม่ได้จะพูดถึงการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายเมื่ออายุมากขึ้นเท่านั้น แต่เราจะพูดถึงริ้วรอย หรือสภาพผิว ที่แสดงออกให้เห็นชัดที่สุดว่า คุณเริ่มอายุมากขึ้นแล้ว! เพราะเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายก็จะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง ทำให้ผิวหน้าเหี่ยวย่น ไม่กระชับนั่นเอง ขณะเดียวกันบางคนอาจจะแย้งว่า แล้วทำไมบางคนที่อายุมากแล้วแต่กลับมีใบหน้าที่ดูเด็กกว่าวัยได้ ? ทำไมบางคนถึงหน้าเด็กกว่าวัย ? เหตุผลข้อแรกคงต้องยกให้เรื่องของพันธุกรรม เพราะเราทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าพันธุกรรมเป็นเรื่องที่ส่งต่อกันมาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ บางคนพื้นฐานมีผิวพรรณที่ดี ชุ่มชื้น อิ่มฟู ก็จะทำให้ใบหน้าดูสดใสราวกับยังอายุยี่สิบต้น ๆ แต่หากพันธุกรรมมาดีแต่ไม่ดูแลตนเองเพิ่มเติมก็สามารถมีผิวที่ดูแก่ก่อนวัยได้เช่นกัน หากลองสังเกตดี ๆ จะเห็นว่ากลุ่มคนที่มีรูปหน้าทรงกลม มักจะมีใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์มากกว่าคนที่มีหน้าทรงรูปไข่ เพราะคนรูปหน้าทรงกลมจะมี Baby Fat หรือ ไขมันบริเวณหน้าแก้มมากกว่ากลุ่มคนที่มีใบหน้ารูปไข่ ทำให้เมื่ออายุมากขึ้น Baby Fat เหล่านี้จะทำให้ดูผิวพรรณเต่งตึง ในขณะที่คนทรงหน้ารูปไข่เมื่อร่างกายผลิตคอลลาเจนน้อยลง ใบหน้าก็จะยิ่งดูเล็ก หน้าตอบขึ้น และทำให้ผิวเหี่ยวย่นได้มากกว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสวย…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1305 days ago
Read More29/12/2022
บอกเทคนิค กิน ‘หมูกระทะ-ชาบู’ ยังไงให้สุขภาพดี!
ไหนใครสายหมูกระทะ-ชาบูบ้าง ? เชื่อว่าการกินบุฟเฟต์ปิ้ง ย่าง หมูกระทะ ชาบู กลายเป็นอาหารยอดนิยมสำหรับปาร์ตี้สังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน แต่สำหรับใครที่กำลังคุมน้ำหนักเห็นทีคงโอดครวญ เพราะการกินบุฟเฟต์แทบจะเป็น ‘สิ่งต้องห้าม’ สำหรับคนที่กำลังอยากลดน้ำหนักเลยก็ว่าได้ แต่หากคุณอยากกินนาน ๆ ครั้ง ยิ่งช่วงเทศกาลแบบนี้ขอสักหน่อยคงไม่เป็นไร เรามีเทคนิคการกินหมูกระทะ-ชาบู แบบไม่ต้องกลัวอ้วน และบอกเลยว่าเมนูนี้กินแล้วสุขภาพดีกว่าที่หลายคนคิด! 1. ไม่กินเนื้อสัตว์ติดมันและอาหารแปรรูป ทราบกันดีว่าเมนูที่ติดมันมักจะอร่อยเสมอ ทั้ง หมูสามชั้น ทั้งเบคอน ให้ห้ามคงยาก แต่ถ้าเป็นไปได้ให้ควบคุมปริมาณการกินน่าจะดีกว่าการหักดิบไม่กินเลย หรือลองเปลี่ยนมาสั่งเนื้อที่ไขมันน้อย เช่น เนื้อไก่ หรือเนื้อปลา ถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ส่วนพวกลูกชิ้นและไส้กรอกต่าง ๆ ที่เป็นอาหารแปรรูปเลี่ยงได้เลี่ยง เพราะมีทั้งแป้งและโซเดียมทำให้เกิดอาการตัวบวมน้ำได้ ที่สำคัญเนื้อไก่มีโปรตีนสูงเหมาะสำหรับคนที่อยากเพิ่มปริมาณกล้ามเนื้ออีกด้วย 2. สั่งซุปน้ำใส เดี๋ยวนี้เวลาไปกินชาบูแต่ละร้านก็มักจะมีน้ำซุปให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นซุปน้ำใส ซุปน้ำดำ หรือซุปต้มยำ ทางเลือกสำหรับสายสุขภาพก็คือ ควรเลือกซุปน้ำใส เพราะมักเป็นซุปที่มีการปรุงแต่งน้อยที่สุด ปริมาณโซเดียมไม่เยอะเท่าน้ำซุปชนิดอื่น แต่ถามว่าพอสั่งซุปน้ำใสแล้วเราจะมาสามารถซดน้ำได้อย่างสบายใจหรือไม่ บอกเลยว่าถึงอย่างไรในน้ำซุปใสก็มีโซเดียมอยู่ดี เพราะฉะนั้นควรเลี่ยงการซดน้ำเยอะ ๆ เพราะโซเดียมจะทำให้ตัวบวมได้ เกร็ดเล็ก ๆ วิธีแก้ตัวบวมจากโซเดียมง่าย ๆ…ทิพาธี อินทวงศ์พันธ์ | 1323 days ago
Read More26/08/2022
กลับมาอีกแล้ว! ‘ไข้หวัดมะเขือเทศ’ กำลังระบาดในอินเดีย โดยเฉพาะในเด็ก
ประเทศอินเดียกำลังพบเจอกับไวรัสตัวใหม่ที่เรีกยว่า 'ไข้หวัดมะเขือเทศ' ซึ่งเริ่มระบาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่เด็กเล็ก จนทำให้กระทรวงสาธารณสุขอินเดียเร่งศึกษาเพื่อออกคำแนะนำด้านสุขภาพ หลังพบเคสติดเชื้อกว่า 100 รายในประเทศแล้วศิวกร ปล้องใหม | 1448 days ago
Read More09/02/2021
นักวิจัยไขปริศนา ‘อึทรงสี่เหลี่ยม’ ของวอมแบต ช่วยตรวจมะเร็งลำไส้ในมนุษย์
เชื่อว่าหลายคนที่เป็นเพื่อนรักสัตว์โลก มีไม่น้อยที่ตกหลุมความน่ารักของเจ้า ‘วอมแบต (Wombat)’ สัตว์รูปร่างท้วมกลมหน้าตาคล้ายโคอาล่า แถมยังมีพื้นเพถิ่นฐานแถบออสเตรเลียเหมือนกัน แต่นอกจากรูปร่างหน้าตาน่ารักแล้ว เจ้าวอมแบตยังเป็นเจ้าของ ‘อึ’ หรืออุจจาระรูปร่างประหลาดแต่ดูแล้วน่ารักอย่าง ‘อึทรงสี่เหลี่ยมลูกบากศ์ (Cube-shape poo)’ ด้วย การตามล่าหาคำตอบ ความแปลกของรูปทรงนี้ เป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักชีววิทยามานานแล้วว่ามันเป็นไปได้อย่างไร และในที่สุด การศึกษาร่วมระหว่างประเทศ ก็ไขปริศนานี้ได้เสียที คำตอบนี้อยู่ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Soft Matter เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา โดยเป็นการขยายผลจากการค้นพบเบื้องต้นที่นำเสนอครั้งแรกในการประชุม American Physical Society’s fluid dynamics division ในจอร์เจียเมื่อปี 2018 ดร. สก็อตต์ คาร์เวอร์ (Dr. Scott Carver) นักนิเวศวิทยาสัตว์ป่าจากมหาวิทยาลัยแทสเมเนีย (University of Tasmania) หนึ่งในผู้เขียนงานวิจัยกล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีสมมติฐานที่มีหลากหลายมากมาย แต่ไม่มีใครทดสอบได้ เดิมมีการคาดเดาว่า วอมแบตมีกล้ามเนื้อหูรูดของทวารหนักเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทำให้อุจจาระถูกบีบระหว่างการเคลื่อนที่ผ่านกระดูกเชิงกราน หรือที่จริงแล้ว ที่เป็นรูปทรงแบบนี้ เป็นเพราะวอมแบตอุจจาระออกมาแล้วค่อย…วัฒนา ขจัดสารพัดภัย | 2011 days ago
Read More04/02/2021
การทดลองเผย! ประสบการณ์มากกว่า ไม่ได้หมายความว่าคุณจะถูกเสมอไป
ประสบการณ์เป็นครูที่ดีที่สุดคำกล่าวนี้ไม่เกินจริง โดยปกติแล้วผู้ที่มีอายุมักจะผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากกว่าเด็กอายุ 20-30 ปี โดยไม่ต้องคำนึงถึงวุฒิการศึกษา คนบางคนอยู่ภายใต้ความภูมิใจในประสบการณ์ชีวิตโดยไม่ได้ตระหนักถึงข้อเท็จจริงหลายอย่าง และการมีประสบการณ์ชีวิตมากกว่าไม่ได้หมายความว่าจะทำให้คนคนนั้นเป็นผู้ที่มี 'วิจารณญาณ' ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจในเรื่องของประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญกันก่อน ปัญหาหลักที่ทำให้เกิดความสับสนคือสองสิ่งนี้ แน่นอนว่าความเชี่ยวชาญต้องอาศัยการทำซ้ำ หรือประสบการณ์เป็นระยะเวลานาน แต่การที่คุณเชี่ยวชาญในเรื่อง ๆ หนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเก่งในทุกอย่าง ดังนั้นการมีประสบการณ์มากกว่า จึงไม่ได้หมายความว่าคุณจะสามารถคิดวิเคราะห์ และตัดสินใจได้อย่างถูกต้องในทุกเรื่อง ทำให้หลายคนสับสนถึงความสามารถของตนเองจนทำให้เกิด Dunning-Kruger effect (ปรากฏการณ์ที่ประเมินความสามารถของตนเองสูงเกินไป) ดร.คริสโทเฟอร์ ดไวเยอร์ นักวิจัยจาก National University of Ireland ได้เขียนบทความ และตั้งข้อสงสัยในการตัดสินใจ และประสบการณ์ของมนุษย์ โดย ดร.คริสโทเฟอร์ ได้ทำการทดลองแบบสุ่มในการตอบคำถามเชิงวิเคราะห์ในกลุ่มผู้มีอายุเฉลี่ย 42 ปี ปรากฏว่าผู้ที่มีคะแนนสูงมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 18-22 ปี จึงสรุปได้ว่าประสบการณ์ไม่ได้ทำให้เราสามารถคิดอย่างมีวิจารณญาณได้มากกว่าคนอื่น อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญของแต่ละคนคือ ประสบการณ์ ความเชื่อ และความคิดที่แตกต่างกันซึ่งการใช้ประสบการณ์ส่วนตัวในการตัดสินใจอาจทำให้เกิดอคติซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการคิดตามหลักเหตุและผล อย่างไรก็ตาม ผู้คนส่วนมากยังคงให้คุณค่ากับแนวคิดเรื่องประสบการณ์ แต่แท้จริงแล้วเราไม่สามารถใช้ประสบการณ์ส่วนตัวของเราตัดสินได้ทั้งหมด เพราะมันอาจไม่เพียงพอต่อการคิด วิเคราะห์ แม้ประสบการณ์จะมีประโยชน์มากมายเพียงใดก็ตาม อ้างอิง Psychology…Natnaree TK | 2016 days ago
Read More23/02/2020
ผู้ป่วยเล่นไวโอลินระหว่าง “ผ่าตัดสมอง” เพื่อมั่นใจว่าตนจะไม่เสียความสามารถนี้ไป
Dagmar Turner นักไวโอลินวัย 53 ปีได้รับอนุญาตให้เล่นไวโอลินระหว่างการผ่าตัดสมองเพื่อให้คนไข้มั่นใจได้ว่าตัวเองจะไม่สูญเสียความสามารถในการสีไวโอลินไป โดย Dagmar Turner ถูกตรวจพบว่ามีเนื้องอกระดับสองในสมองตั้งแต่ปี 2013 จนมาถึงปี 2019 หมอที่ตรวจก็พบว่ามันมีขนาดใหญ่มากเกินไปจนจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัด แต่ปัญหาคือก้อนเนื้อดังกล่าวอยู่บริเวณ Right Frontal Lobe หรือสมองส่วนหน้าข้างขวา โดยสมองส่วนนี้มีหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของมือซ้ายซึ่งสำคัญต่อการเล่นไวโอลินเป็นอย่างมาก Turner บอกว่า "ไวโอลินคือชีวิตของฉัน ฉันเล่นมันมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ หากฉันเล่นมันไม่ได้นับว่าเป็นการทำลายจิตใจของฉันไปเลย" Dr. Keyoumars Ashkan ศัลยแพทย์ระบบประสาทได้คิดค้นวิธีแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์นี้ขึ้นมา โดยก่อนเริ่มการผ่าตัด ทีมแพทย์ได้ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงเผื่อหาตำแหน่งการทำงานของสมองที่สัมพันธ์กับเวลาเธอสีไวโอลินที่ชัดเจนที่สุด และเพื่อความแม่นยำที่สุดคือให้เธอเล่นไวโอลินขณะผ่าตัดสมองไปด้วย เพื่อป้องกันการผ่าตัดผิดพลาด ผลที่ได้คือ เนื้องอกกว่า 90% ถูกนำออกไปจากสมองของเธอโดยสมองส่วนสำคัญสำหรับเล่นไวโอลินไม่ได้รับการกระทบกระเทือนใด ๆ ทั้งสิ้น หลังจากนั้นสามวันเธอก็สามารถกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้ตามปกติ อ้างอิง CNN พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสวัชรกุล พัฒนาประทีป | 2363 days ago
Read More02/02/2020
หมอไทยเจ๋ง! ใช้ยาสองชนิดรักษาผู้ป่วยไวรัสโคโรนาจนไม่พบเชื้อไวรัสภายใน 48 ชั่วโมง!
ข่าวดีเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาประจำวันนี้ โดยแพทย์โรงพยาบาลราชวิถีได้ใช้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่และยาต้านไวรัสเอดส์ รักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่อาการรุนแรงให้อาการดีขึ้นได้ภายใน 48 ชั่วโมง นพ.เกรียงศักดิ์ อติพรวณิช นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลราชวิถี และ รศ.นพ.สืบสาย คงแสงดาว นายแพทย์เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลราชวิถีเผยความสำเร็จในการใช้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ และยาต้านไวรัสเอดส์ กับผู้ป่วยเพศหญิง ชาวจีนจาก อายุ 71 ปี จากเมืองอู่ฮั่น โดยในวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา ผู้ป่วยมีอาการที่รุนแรง แพทย์จึงตัดสินใจใช้ยา Oseltamivir ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสหวัดที่เคยใช้รักษาโรคเมอร์ส โดยใช้ร่วมกับยา Lopinavir และ Ritonavia ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสเอดส์ จนผู้ป่วยรายนี้อาการดีขึ้น ผลตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาเป็นลบหรือ Negative ภายใน 48 ชั่วโมง นับเป็นความสำเร็จที่สำคัญในการรับมือเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ https://www.facebook.com/fanmoph/videos/vb.127034180656279/3282694548413518/?type=2&theater อ้างอิง ไทยรัฐ, เดลินิวส์ พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสวัชรกุล พัฒนาประทีป | 2384 days ago
Read More01/02/2020
นี่คือผ้าพันแผลอัจฉริยะที่สามารถตรวจการติดเชื้อพร้อมจ่ายยาฆ่าเชื้อได้ในแผ่นเดียว
เมื่อวันพุธที่ผ่านมานักวิจัยจากเมืองจีนได้ตีพิมพ์เรื่องราวน่าสนใจนี้ผ่านวารสาร ACS Central Science โดยในงานวิจัยอธิบายไว้ว่า ผ้าพันแผลอัจฉริยะนี้จะเปลี่ยนสีเมื่อมันตรวจเจอการติดเชื้อแบคทีเรียบนบาดแผล และสามารถปล่อยยารักษาได้ด้วยตัวเองด้วย เมื่อนำผ้าพันแผลนี้ออกมาครั้งแรกมันจะมีสีเขียว แต่หากเจอการติดเชื้อมันจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองพร้อมกับปล่อยยาฆ่าเชื้อที่อยู่ในตัวใส่บาดแผล และหากผ้าพันแผลพบว่าเจ้าเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในแผลนั้นมีการดื้อยา ตัวผ้าจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ในกรณีนี้แพทย์สามารถส่องแสงบนผ้าพันแผลเพื่อกระตุ้นให้โมเลกุลพิเศษที่อยู่ในตัวผ้าถูกปล่อยออกมา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของยา หรืออย่างน้อยก็ทำให้แบคทีเรียอ่อนแอลงได้ ทีมวิจัยทำการทดสอบกับหนูพบว่าผ้าพันแผลอัจฉริยะนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาแผลที่ติดเชื้อแบคทีเรีย E. coli ที่ไวต่อยาหรือดื้อยาได้เป็นอย่างดี แต่เพราะตัวผ้าพันแผลนี้สามารถตรวจจับเชื้อและสามารถฆ่าเชื้อได้ด้วยตัวมันเองมันจึงสามารถย่นระยะเวลาระหว่างการติดเชื้อและการรักษาลงไปได้มากทีเดียวค่ะ ถือว่าเป็นการพัฒนาในวงการแพทย์ที่น่าสนใจมาก เพราะอย่างน้อยหากไม่มียารักษาบาดแผลก็สามารถใช้ผ้าพันแผลชิ้นนี้มาบรรเทาอาการก่อนถึงมือหมอได้ค่ะ อ้างอิง Futurism พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัสNatnaree TK | 2385 days ago
Read More
29/01/2020
EIU เผย! ไทยและมาเลเซียมีความพร้อมในการรับมือกับการระบาดของไวรัสโคโรนามากกว่าสิงคโปร์!
เมื่อวันศุกร์ที่ 25 มกราคมที่ผ่านมาหน่วยข่าวกรองทางด้านเศรษฐศาสตร์หรือ EIU กล่าวถึง Global Health Security (GHS) ว่าสิงคโปร์มีการเตรียมพร้อมในการรับมือต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาน้อยกว่าประเทศไทย และ มาเลเซียเสียอีก จากงานวิจัย EIU รายงานว่า ในความเป็นจริงแล้วไม่มีประเทศใดที่พร้อมรับมือกับการระบาดของโรค และเชื้อไวรัสแบบ 100% แต่จากงานวิจัยมีเพียง 13 ประเทศ จาก 195 ประเทศเท่านั้น ที่มีการเตรียมพร้อมรับมือกับการระบาดของโรคที่อยู่ในเกณฑ์ดี (ไทยและเกาหลีใต้เป็นสองประเทศที่ได้คะแนนประเมินความพร้อมอยู่ในระดับสูงด้วย) จากงานวิจัยนี้สิงคโปร์ได้อันดับที่ 24 ด้วยคะแนน 58.7 (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) มาเลเซียอยู่ในอันดับที่ 18 (62.2 คะแนน) ในขณะที่เกาหลีใต้ได้อันดับที่ 9 (70.2 คะแนน) และไทยอยู่ในอันดับที่ 6 (73.2 คะแนน) การจัดอันดับของ EIU กำหนดว่าประเทศที่มีคะแนน 67 คะแนนหรือมากกว่านั้นเท่านั้นถึงจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีการรับมือกับโรคระบาดในระดับสูง ซึ่งจากงานวิจัยคะแนน GHS ทั่วโลกเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 40.2 เท่านั้น…Natnaree TK | 2388 days ago
Read MorePR Partners
See All10/08/2026
รัตนาภรณ์ ศรีนวลจันทร์ | 3 days ago
ทรู จับมือ มูลนิธิถันยรักษ์ฯ ชวน “โอปอล สุชาตา” ควงคุณแม่ส่งต่อแคมเปญ “เต้าต้องตรวจ” เติมเต็มความหมายวันแม่ปีนี้
ความรักและความห่วงใยที่มีต่อกันในครอบครัวไม่ได้หยุดอยู่เพียงคำบอกรัก แต่เริ่มต้นจากการลงมือดูแลสุขภาพของคนที่เรารักอย่างแท้จริง เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2569 มูลนิธิถันยรักษ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ ได้ร่วมมือกับ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยทรูปลูกปัญญา ร่วมกันจัดแคมเปญ “เต้า ต้อง ตรวจ” เพื่อชวนทุกครอบครัวเปลี่ยนความห่วงใยให้เป็นความใส่ใจในสุขภาพเต้านมของผู้หญิงไทยทุกคน ในแคมเปญนี้ ได้รับเกียรติจาก “โอปอล–สุชาตา ช่วงศรี” พร้อมด้วยคุณแม่สุพัตรา ช่วงศรี07/08/2026
อายิโนะโมะโต๊ะ เผยยุทธศาสตร์ Food Technology ชูเทคโนโลยี “AminoScience” เจาะอินไซต์ผู้บริโภคและ B2B
บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด จัดงาน The Heartbeat by “AminoScience” ร่วมเปิดเผยแนวคิดการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีทางอาหาร และข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค ท่ามกลางการเติบโตของตลาด Health & Wellness ในประเทศไทย ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 1.5 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีและองค์ความรู้หลักรูปแบบผลิตภัณฑ์ / โซลูชันกลุ่มเป้าหมายหลักNutrition & Well-beingAminoScience (การใช้ประโยชน์จากกรดอะมิโน)aminoVITAL, AminoNITE, Quick Meal, UMAIผู้รักสุขภาพ, ผู้มีปัญหาการนอน, ผู้มีเวลาจำกัดHousehold BusinessConsumer Moment Analysis (การวิเคราะห์ช่วงเวลาใช้ชีวิต)รสดีเมนู, รสดีซุปก้อน, Birdyผู้บริโภคทั่วไปที่ประกอบอาหารเองFood Vendor BusinessOperational Efficiency Solution (นวัตกรรมลดขั้นตอนปรุง)อายิโนะโมะโต๊ะ คู่ร้าน (ผงหมักย่าง, ผงพะโล้)ผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กและสตรีทฟู้ด การประยุกต์ใช้องค์ความรู้ AminoScience และ Consumer Insight ข้อมูลจาก…ทีมคอนเทนต์ BT | 6 days ago
Read More07/08/2026
หัวเว่ยเดินหน้าปฏิวัติวงการสาธารณสุขไทยด้วย AI เปิดตัว 4 นวัตกรรมเปลี่ยนเกมเร่งเครื่อง AI เพื่อการแพทย์ในประเทศไทย
กรุงเทพฯ, 7 สิงหาคม 2569 — หัวเว่ย จัดงาน “Huawei AI+ Healthcare Summit” ภายใต้งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2026 รวมผู้นำด้านนโยบายสาธารณสุข ผู้บริหารโรงพยาบาลชั้นนำ และพันธมิตรด้านเทคโนโลยีจากไทยและจีน ร่วมขับเคลื่อนอนาคตของระบบสาธารณสุขไทยด้วยนวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญเพื่อยกระดับ Healthcare Ecosystem ของประเทศอย่างเป็นทางการ นายปีเตอร์ จาง ประธานกลุ่มธุรกิจการศึกษาและสาธารณสุขต่างประเทศ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ จำกัด ได้กล่าวถึงความมุ่งมั่นของหัวเว่ยในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของระบบสาธารณสุขไทย และบทบาทของเทคโนโลยี AI ในการยกระดับคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น ภายใต้แนวคิด “AI for Health, Health for All” “วันนี้ปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมสาธารณสุขอย่างรวดเร็ว หัวเว่ยมีประสบการณ์ตรงจากการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลสุขภาพแบบครบวงจร ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวติงไปจนถึงโซลูชัน AI สำหรับผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และผู้บริหารโรงพยาบาล ซึ่งได้พิสูจน์ผลสำเร็จแล้วในโรงพยาบาลชั้นนำอย่างโรงพยาบาลหลายแห่งในจีน เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือระหว่างหัวเว่ยกับพันธมิตรไทยในวันนี้จะช่วยผลักดันวิสัยทัศน์…ทีมคอนเทนต์ BT | 6 days ago
Read More06/08/2026
SYNNEX โชว์กำไร Q2/69 โต 18% ลุย AI–Cloud–Green Energy สร้างฐาน Recurring Revenue เร่งเครื่อง New Growth Engine พร้อมจ่ายปันผล 0.10 บาท/หุ้น
บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNNEX โชว์ผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง กำไรสุทธิไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 เติบโต 17.8% และ 17.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าการเติบโตของรายได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.10 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 19 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 2 กันยายน 2569 นางสาวสุธิดา มงคลสุธี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทเดินหน้าขับเคลื่อน Business Transformation อย่างต่อเนื่อง ผ่านการยกระดับจากผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอที สู่การเป็น Digital Infrastructure Platform เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ AI โดยมุ่งเพิ่มสัดส่วนธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่ม ควบคู่กับการขยายเครือข่ายพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก…ทีมคอนเทนต์ BT | 7 days ago
Read More



























