ฝ่ายขาย และการตลาด
085-848-2253[email protected]http://m.me/beartai
สมัครงาน/ฝึกงาน ติดต่อได้ที่
[email protected]
Read

พาชม TANK 300 ออฟโรดไฮบริดรุ่นเล็ก ดีไซน์หรูหราทันสมัย ใกล้เคียงรถยุโรป เปิด 1.649 ล้าน

Table of Content

รถยนต์แบรนด์ใหม่ของ GWM หลายคนอาจจะเห็นเรารีวิว TANK 500 เอสยูวีไฮบริดพรีเมียม กันไปแล้วซึ่งเป็นรถที่จะมาตีตลาด Fortuner สำหรับสายลุยที่ต้องการความพรีเมียมมากขึ้น แต่สำหรับใครที่คิดว่า TANK 500 คันใหญ่ไป ทาง GWM มีตัวเลือกในไซซ์ที่เล็กลงกับ TANK 300 ออฟโรดไฮบริด 5 ที่นั่ง ที่ดูจะทันสมัยกว่ารุ่นพี่เสียอีก

ความนิยมของ TANK 300 ขายดีระดับ 250,000 คันทั่วโลก ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของคนที่ชอบกิจกรรมลุย ๆ ต้องการรถที่มีสมรรถนะสูงขับขี่ลุยธรรมชาติ และยังได้ความหรูหราระดับใช้งานในเมือง ไปจนถึงขนาดรถที่ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปในรถคันเดียว

ดีไซน์ภายนอกของ TANK 300 ให้ความรู้สึกเป็นรถออฟโรดที่ดูทันสมัยมากกว่า TANK 500 เส้นสายยังคงบึกบึน ซุ้มล้อขนาดใหญ่ มีความเหลี่ยมคมสไตล์ G-Class แต่ไม่ต้องแปลกใจครับ เพราะทาง TANK เขาได้วิศวกรจากแบรนด์ 3 แฉกมาร่วมดีไซน์หลายๆ ส่วนจึงมีความคล้ายคลึงกัน มาพร้อมไฟหน้าไฟท้าย LED หลังคาซันรูฟไฟฟ้า

ภายในห้องโดยสารมีความทันสมัยขึ้นจากวัสดุสีเงินตัดสีดำ มาพร้อมหน้าจอขนาด 12.3 นิ้วเชื่อมต่อกัน 2 จอ รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมด้วยระบบปฏิบัติการณ์ใหม่เช่นเดียวกับใน TANK 500 ซึ่งเวลานี้มีใช้งานแค่รถ 2 รุ่นนี้เท่านั้นนะ รถรุ่นอื่นของ GWM ต้องรอลุ้นกันที

ตัวรถให้พวงมาลัยไฟฟ้าที่มีระบบปรับเกียร์ Paddle Shift ในตัว เส้นไฟตกแต่งห้องโดยสาร และขาดไม่ได้กับนาฬิกาที่ดูโมเดิร์นขึ้น เบาะที่นั่ง 2 แถว 5 ที่นั่ง ด้านหน้าเป็นเบาะไฟฟ้า ที่นั่งคนขับปรับได้ 8 ทิศทาง ที่นั่งแถวสองปรับพิงได้ 2 ระดับ และพับได้ 60/40 มีแผงควบคุมระบบแอร์ให้ที่นั่งแถวหลังด้วย พร้อมช่องเสียบชาร์จ USB-A จำนวน 2 ช่อง ด้านท้ายสัมภาระมีปลั๊ก 220V สำหรับจ่ายไฟให้อุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดอื่น ๆ เช่นเดียวกับ TANK 500

ตัวรถทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 2 ลิตรและมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงกว่า 350 แรงม้า และแรงบิดรวมกว่า 600 นิวตันเมตร มาพร้อมโหมดขับขี่ 7 รูปแบบ โดยเฉพาะโหมดออฟโรดอย่าง พื้นหิมะ, พื้นโคลน, พื้นทรายและ 4L ซึ่งปรับได้ที่ปุ่มไดอัลด้านซ้ายเลย ซึ่งจัดเต็มระบบขับขี่แบบออฟโรดเช่นเดียวกับรุ่นพี่ ไม่ว่าจะเป็นระบบ OCC ควบคุมความเร็วแบบออฟโรด หรือ Tank Turn ช่วยกลับรถในที่แคบ ระบบตรวจความลึกระดับน้ำ ไปจนถึงกล้องใต้ตัวรถ

หลังจากเราที่เราได้ลองจับลองนั่งดูแล้ว รู้สึกว่า TANK 300 จะมีความทันสมัยและลูกเล่นภายในห้องโดยสารมากกว่า ในขณะที่ TANK 500 แม้ภายนอกจะดูเรียบไปสักนิดแต่ภายในกลับให้ความรู้สึกพรีเมียมมากกว่า ซึ่งเราก็มีติดใจกับดีไซน์ที่จับของ TANK 300 ที่วางอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของตัวรถ แต่เขาบอกว่าอันนี้เป็นดีไซน์พิเศษที่คิดขึ้นมาเพื่อรถคันนี้โดยเฉพาะเลยนะ ไปลองสังเกตดูได้ รอบนี้เรายังไม่ได้ขับ ไว้มีโอกาสจะกลับมาเล่าถึงฟิลลิ่งการขับขี่ให้ฟังอีกที

TANK 300 มีรุ่นย่อย 2 รุ่นเหมือนกับ TANK 500 คือ Ultra และ Pro ต่างกันที่ออปชันตกแต่ง มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีส้ม สีดำ สีเทาและสีขาว

รุ่น Pro ราคา 1,649,000 บาท
รุ่น Ultra ราคา 1,799,000 บาท

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

Highlight

นักวิทย์ใช้ “แมลงวันหัวเขียว” เป็นสายลับ ! ติดตามโรคระบาดในสัตว์ป่า ไม่ง้อ AI 

19/06/2026
Read More

รู้จัก Dataism ทำไมมนุษย์เสพติดชุดข้อมูล จนสูญเสียเจตจำนงเสรี ? ส่องมุมมองของ บิลล์ เกตส์ ต่ออนาคตของ AI และ Dataism

19/06/2026
Read More

BDMS ทุ่ม 29,000 ล้าน สร้าง ‘WellEra’ Wellness Complex ใจกลางกรุง รับเมกะเทรนด์ Longevity

19/06/2026
Read More

วิกฤตการณ์ ‘RAMmageddon’ เมื่อชิปขาดแคลนหนักจนอาจแช่แข็งวงการไอที ?

19/06/2026
Read More

‘Ref Cam’ กล้องมุมมองผู้ตัดสิน เทคโนโลยีปราบดราม่า-เพิ่มมุมมองแฟนบอลในฟุตบอลโลก 2026

19/06/2026
Read More

ดีล 14 ข้อ สหรัฐฯ-อิหร่าน น้ำมันโลกร่วง ! แต่ไทยปรับลง !

19/06/2026
Read More

Related Content