Connect with us

News

Apple ออก iOS 8.0.1 เพื่อแก้ไขบั๊ก แต่ดันมีบั๊กตัวใหม่แถมมาด้วยซะงั้น!

หลังจากที่ออก iOS 8 มาให้ชาว iPhone และ iPad อัพเดตเครื่องกันตั้งแต่พฤหัสบดีที่แล้ว มีปัญหาบั้กและความผิดพลาดในหลายๆ จุดที่ผู้ใช้พบเจอ วันนี้ (25 ก.ย.) Apple ได้ปล่อยอัพเดต iOS 8.0.1 เพื่อแก้ไขปัญหาหลายส่วน แต่ปรากฎว่ามีผู้ใช้หลายคนในต่างประเทศหลังจากที่อัพเดตแล้วเจอปัญหาใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก

ไฟล์อัพเดต iOS 8.0.1 มีการปรับปรุงและแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ดังนี้

  • แก้ไขข้อบกพร่องซึ่งทำให้แอป HealthKit มีให้ใช้งานใน App Store แล้วตอนนี้
  • จัดการปัญหาที่อาจเลิกเลือกแป้นพิมพ์จากบริษัทอื่น หากผู้ใช้ป้อนรหัสผ่านของตน
  • แก้ไขปัญหาที่ป้องกันไม่ให้แอปบางแอปเข้าถึงรูปภาพจากคลังรูปภาพ
  • ปรับปรุงความเสถียรของคุณสมบัติการช่วยเหลือในการเอื้อมใช้เมนูใน iPhone 6 และ 6 Plus
  • แก้ไขปัญหาที่อาจทำให้เกิดการใช้ข้อมูลเครือข่ายมือถือที่ไม่คาดคิด เมื่อได้รับข้อความ SMS/MMS
  • รองรับได้ดีกว่าสำหรับคุณสมบัติของการแชร์กันในครอบครัว สำหรับการซื้อภายในแอป
  • แก้ไขปัญหาของเสียงเรียกเข้าที่ไม่สามารถกู้คืนมาจากข้อมูลสำรองใน iCloud
  • แก้ไขข้อบกพร้องที่ป้องกันไม่ให้อัปโหลดรูปภาพและวิดีโอจาก Safari

ทว่ามีผู้ใช้หลายคนในต่างประเทศหลังจากที่ทำการอัพเดตเป็น iOS 8.0.1 แล้วพบว่าเกิดปัญหาทางด้านการใช้งานใหม่ที่ค่อนข้างร้ายแรงนั้นคือ เครื่องไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายมือถือได้ (ขึ้นเป็น No Service) ถึงแม้จะลองปิดเปิดเครื่องหรือ เข้า Airplane Mode แล้วเปลี่ยนกลับมาก็ยังใช้งานไม่ได้ รวมถึงไม่สามารถใช้งาน Touch ID ได้อีกด้วย

จากข่าวตอนนี้รายงานว่าเกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ใช้บางคนเท่านั้น ซึ่งทางที่ดีตอนนี้แนะนำให้ทุกคนรอก่อน อย่าพึ่งรีบอัพเดต iOS 8.0.1 เพื่อรอดูความชัดเจนและการแก้ไขจากทาง Apple อีกครั้งในเร็วๆ นี้

Update: ล่าสุด เวลาประมาณ 1.30 น. (เวลาประเทศไทย) ทาง Apple ได้เอาไฟล์อัพเดต iOS 8.0.1 ออกจากระบบไม่สามารถสั่งอัพเดตผ่าน OTA (Over the Air) ได้แล้ว และเครื่องที่ประสบปัญหาจะเป็น iPhone 6 และ 6 Plus ที่ใช้เครือข่าย AT&T, T-Mobile, Verizon และ Sprint สหรัฐอเมริกา และเครื่องในบางเครือข่ายในประเทศอังกฤษและเยอรมันนี โดยที่เมื่อเกิดปัญหาแล้วสามารถแก้ไขได้ด้วยการเอาเครื่องเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แล้วเข้า iTunes เพื่อทำการ Restore ค่าข้อมูลเครือข่ายได้

ที่มา : The Verge / Mac Rumors

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!