Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

เบลคิน แนะนำอุปกรณ์เสริมสำหรับ iPhone X, 8 , 8 Plus และอุปกรณ์มาตรฐาน Qi

Published

on

เบลคิน ผู้นำทางด้านอุปกรณ์เสริมสำหรับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตและอุปกรณ์สำหรับการเชื่อมต่อต่าง ๆ ได้เปิดตัวแนะนำอุปเสริมสำหรับ iPhone X, iPhone 8 Plus, iPhone 8 และอุปกรณ์มาตรฐาน Qi ประกอบด้วย

1.BOOST↑UP Wireless Charging Pad for iPhone X, iPhone 8 Plus, iPhone 8

  • สำหรับ BOOST↑UP Wireless Charging Pad for : iPhone X, iPhone 8 Plus, iPhone 8 เป็น แท่นชาร์จไร้สาย ที่ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่ทางเบลคินภูมิใจนำเสนอ เนื่องจากได้มีการออกแบบมาสำหรับ iPhone X, iPhone 8 Plus, และ iPhone 8 โดยเฉพาะ สามารถชาร์จสมาร์ทโฟนได้โดยไม่ต้องถอดเคสออกโดยเคสนั้นจะต้องมีความหนาไม่เกิน 3 มม.
  • แท่นชาร์จรองรับ MFi ซึ่งเป็นมาตรฐานที่มีความน่าเชื่อถือ ปลอดภัย นั่นหมายความว่า BOOST↑UP Wireless Charging Pad for iPhone X, iPhone 8 Plus, iPhone 8 จะสามารถใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์ iPhone ในรุ่นปัจจุบันและรุ่นที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างแน่นอน
  • ด้วยกำลังไฟ 7.5 วัตต์ถือได้ว่าเป็นกำลังไฟที่เพียงพอสำหรับการชาร์จไอโฟนในขณะนี้ ซึ่งการปล่อยกำลังไฟนี้จะถูกควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ของทางไอโฟนเองและสมาร์ทชิพที่อยู่ในแท่นชาร์จ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยอย่างสูงสุดแก่อุปกรณ์ ซึ่งการใช้งานด้วยกำลังไฟเต็ม 7.5 วัตต์นั้นผู้ใช้งาน iOS จะต้องอัพเดตเป็นเวอร์ชัน 11.2 ขึ้นไป อีกทั้งแท่นชาร์จยังมีอะแดปเตอร์มาให้ในตัวสามารถเสียบกับเต้ารับทั่วไปได้
  • การออกแบบที่สวยงาม ลงตัวกับอุปกรณ์ จึงทำให้แท่นชาร์จนี้เหมาะสำหรับการใช้งานภายในบ้าน ในสำนักงาน โรงแรม หรือโต๊ะรับแขก ที่ต้องการแท่นวางสมาร์ทโฟนเพื่อชาร์จสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวกและใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับตกแต่งในคราเดียวกัน แท่นชาร์จของเบลคินยังมาพร้อมผิวสัมผัสที่เรียบแต่มียางที่อ่อนนุ่มช่วยในการยึดเกาะตัวเครื่องช่วยป้องกันการลื่นในขณะทำการชาร์จได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะเป็นการสร้างความปลอดภัยให้กับสมาร์ทโฟนได้อย่างดี
  • ป้องกันการชาร์จกับอุปกรณ์ที่ไม่ถูกต้อง ด้วยแท่นชาร์จ BOOST↑UP Wireless Charging Pad for iPhone X, iPhone 8 Plus, iPhone 8 มีระบบการตรวจสอบ ป้องกัน สิ่งแปลกปลอมที่เป็นโลหะที่จะนำไปวางบนแท่นชาร์จ ระบบจะตัดการทำงานของระบบจ่ายไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความร้อนหรือความเสียหายแก่ตัวอุปกรณ์
  • รับประกัน 2 ปี และขยายเพิ่ม 1 ปีหากมีการลงทะเบียน สำหรับแท่นชาร์จของทางเบลคินจะรับประกัน 2 ปี สามารถเคลมได้โดยใช้ใบเสร็จเป็นเอกสารประกอบการเคลม และขยายการรับประกันเพิ่มอีก 1 ปีรวมเป็น 3 ปีเพียงท่านลงทะเบียนที่หน้าเว็บ www.belkin.com/th/login
  • แท่นชาร์จไร้สายให้วงเงินรับประกันสูงสุด 80,000 บาท โดยในกรณีที่ใช้แท่นชาร์จนี้แล้วเกิดความเสียหายแก่สมาร์ทโฟนทางเบลคินจะชดเชยหรือทำการซ่อมอุปกรณ์ที่เสียหายในวงเงินคุ้มครองไม่เกิน 80,000 บาท

This slideshow requires JavaScript.

สรุปฟีเจอร์เด่น BOOST↑UP Wireless Charging Pad

  • รองรับการชาร์จสูงสุดที่ 7.5 วัตต์
  • สามารถชาร์จได้โดยไม่ต้องถอดเคส (หนาไม่เกิน 3 มม.)
  • พื้นผิวป้องกันการลื่นไหลเพิ่มความปลอดภัยสำหรับ iPhone X, iPhone 8 Plus, and iPhone 8
  • มาพร้อมอแดปเตอร์ AC ในตัว
  • รองรับมาตรฐาน Qi
  • รับประกัน 2 ปี ขยายเพิ่มอีก 1 ปีเมื่อลงทะเบียน
  • วงเงินรับประกันอุปกรณ์ต่อพ่วง 80,000 บาท
  • น้ำหนัก (แท่นชาร์จ) 110 กรัม

2.BOOST↑UP Qi Wireless Charging Pad (5W)

  • แท่นชาร์จไร้สาย ที่ให้ความง่ายและความสะดวกในการใช้งาน โดยสามารถชาร์จสมาร์ทโฟนที่รองรับมาตรฐาน Qi ได้ทั้งหมด มาพร้อมสาย USB ที่สามารถใช้งานรวมกับหัวชาร์จ 2 แอมป์ได้อย่างสะดวก ซึ่งหมายความว่าถ้าคุณมีหัวชาร์จ 2 แอมป์สามารถใช้งานร่วมกับแท่นชาร์จนี้ได้ทันที
  • เพิ่มทางเลือกและความสะดวกสำหรับการชาร์จสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสาย ซึ่งการชาร์จจะใช้พลังสนามแม่เหล็กในการเหนี่ยวนำให้เกิดพลังงาน สามารถใช้งานกับสมาร์ทโฟนที่รองรับมาตรฐาน Qi เพียงวางสมาร์ทโฟนลงบนแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนของคุณจะได้รับพลังงานอย่างเต็มที่ คุณสามารถจะทำกิจกรรมที่ชื่นชอบได้ขณะที่ทำการชาร์จ อีกทั้งยังสามารถชาร์จได้โดยไม่ต้องถอดเคสกับแท่นชาร์จ BOOST↑UP Qi Wireless Charging Pad (5W) ที่ให้ความสะดวกสบายและความง่ายอย่างแท้จริง
  • เรียบง่าย พกพาสะดวก ด้วยความที่แท่นชาร์จมาพร้อมสาย Micro USB ความยาว 1.8 เมตร สามารถใช้งานกับหัวชาร์จ USB 2 แอมป์ขึ้นไปได้ทุกประเภท จึงทำให้สามารถพกพาไปพร้อมกับหัวชาร์จที่คุณมีอยู่แล้วโดยที่ไม่ต้องจัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติม อีกทั้ง แท่นชาร์จมีน้ำหนักเบาสามารถจัดเก็บใส่กระเป๋าเดินทางได้โดยไม่รู้สึกว่าเป็นส่วนเกิน
  • ให้ความคุ้มครองอย่างเต็มที่ด้วยการรับประกันที่ยาวนานถึง 2 ปี ให้คุณสามารถใช้งานได้อย่างไร้ความกังวล สามารถใช้งานร่วมกับ Galaxy S8, Galaxy S8+, Galaxy Note8, iPhone 8, iPhone 8 Plus หรือ iPhone X ได้

This slideshow requires JavaScript.

สรุปฟีเจอร์เด่น BOOST↑UP Qi Wireless Charging Pad (5W)

  • สามารถใช้ชาร์จอุปกรณ์มาตรฐาน Qi ได้
  • ให้เอาต์พุตสำหรับชาร์จ 5 วัตต์ /1 แอมป์
  • ออกแบบอย่างเรียบง่ายและพกพาได้สะดวก
  • รองรับมาตรฐาน Qi
  • มาพร้อมสาย Micro-USB to USB-A ความยาว 1.8 เมตร

3.3.5 mm Audio + Charge RockStar

  • ด้วย 3.5 mm Audio + Charge RockStar ที่ให้คุณสามารถใช้งาน หูฟังพร้อมกับชาร์จ iPhone ของคุณไปพร้อมกันได้ในครั้งเดียว ซึ่งคุณสามารถเชื่อมต่อกับหูฟังแบบ 3.5 มม., ลำโพง หรือ AUX เพื่อรับความบันเทิงจากการฟังเพลงหรือคุยสายได้ในขณะที่ชาร์จ และด้วย 3.5 mm Audio + Charge RockStar นี้คุณสามารถใช้งานได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ในบ้าน หรือขณะเดินทาง
  • สามารถทำงานร่วมกับ iPhone X, iPhone 8 Plus, iPhone 8, iPhone 7 Plus หรือ iPhone 7 พร้อมระบบปฏิบัติการ iOS9 ขึ้นไปได้ รองรับมาตรฐาน MFi ซึ่งหมายความว่าสามารถใช้งานกับ iPhone รุ่นปัจจุบันหรือในอนาคตได้ด้วย
  • 3.5 mm Audio + Charge RockStar รองรับการชาร์จที่ 12 วัตต์ สะดวก รวดเร็วและมีความปลอดภัย สามารถใช้งานพร้อมใส่เคสได้โดยไม่ต้องถอดออก รองรับระบบเสียงเอาต์พุตสูงถึง 48 kHz, 24 บิต
  • รองรับมาตรฐาน MFi ที่ให้ความมั่นใจไดว่าคุณจะสามารถใช้งานอุปกรณ์ชิ้นนี้รวมกับ iPhone ของคุณได้อย่างไม่มีปัญหา ไม่เพียงเท่านี้ 3.5 mm Audio + Charge RockStar ยังรองรับการซิงค์ข้อมูลด้วยให้คุณสามารถถ่ายภาพภาพที่คุณชื่นชอบลงสู่เครื่องโน้ตบุ๊กหรือคอมพิวเตอร์ได้อย่างสะดวกอีกด้วย
  • สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลงหรือเล่นเกมผ่านทางมือถือ 3.5 mm Audio + Charge RockStar สามารถตอบโจทย์ได้อย่างลงตัว เนื่องจากให้ประสิทธิภาพของเสียงที่ดีเหมือนต่อโดยกับ iPhone อีกทั้งยังสามารถใช้งานร่วมกับหูฟังแบบ 3.5  มม. ที่คุณมีอยู่แล้วได้อย่างลงตัวสุดๆ

This slideshow requires JavaScript.

สรุปฟีเจอร์เด่น 3.5 mm Audio + Charge RockStar

  • ฟังเพลง/รับสายด้วยหูฟังแบบ 3.5 มม. พร้อมกับชาร์จได้ในครั้งเดียว
  • รองรับการชาร์จ 12 วัตต์
  • รองรับการปรับระดับเสียงและไมค์โครโฟนสำหรับหูฟังที่รองรับมาตรฐาน MFi
  • รองรับการซิงค์ข้อมูล สามารถโอนถ่ายภาพสู่โน้ตบุ๊กหรือคอมพิวเตอร์ได้อย่างสะดวก
  • สามารถใช้งานร่วมกับเคสได้โดยไม่ต้องถอดเคสออก
  • รองรับมาตรฐาน MFi

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

Sony เปิดตัวจอ OLED ยักษ์ 77 นิ้ว พร้อมขายในราคาครึ่งล้าน!

Published

on

สมาชิกแบไต๋คงจำ Sony Bravia A1 ทีวี OLED รุ่นท็อปที่เราเคยรีวิวกันไปได้นะครับ ตอนนี้โซนี่เปิดตัว Bravia A1 ในขนาดใหม่ใหญ่ที่สุด 77 นิ้ว เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้ที่รักจอใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชม Home Theater

ที่ผ่านมาแนวโน้มตลาดในกลุ่มจอใหญ่นั้นเติบโตมากมาตลอด โดยเฉพาะกลุ่ม 55 นิ้วขึ้นไปนั้นเติบโตมาก ซึ่งสวนทางกับกลุ่มจอขนาด 44 นิ้วลงไปที่เติบโตลดลง นอกจากนี้ตลาดทีวี OLED แม้จะยังมีมูลค่าตลาดไม่สูงนัก แต่ก็เดิบโตมากขึ้นตลอด ตอนนี้มูลค่าตลาดอยู่ที่ 283 ล้านบาทแล้ว ในปี 2017 โตขึ้นกว่า 2016 ถึง 66% โซนี่จึงเปิดตัว Bravia 77A1 เพื่อตอบโจทย์ตลาดนี้

การเติบโตของตลาดทีวีจอใหญ่

Sony Bravia 77A1 นั้นนำเอาจุดเด่นของรุ่น A1 มาครบถ้วน ทั้งหน้าจอแบบ OLED ที่แต่ละพิกเซลแสดงสีสันได้อย่างอิสระ สามารถปิดพิกเซลเพื่อแสดงสีดำสนิทได้ พร้อมชิป Sony 4K HDR X1 Extream ช่วยประมวลผลภาพให้การไล่เฉดสีนุ่มนวล เคลื่อนไหวได้ไม่สะดุด พร้อมระบบเสียง Acoustic Surface ที่เปลี่ยนหน้าจอให้กลายเป็นลำโพงโดยไม่ต้องมีดอกลำโพงด้านหน้าทีวี เสียงที่ออกจาก Bravia A1 จึงเหมือนกับออกมาจากแหล่งกำเนิดเสียงในภาพโดยตรง

Sony Bravia A1 ขนาด 55, 77 และ 65 นิ้ว

Sony Bravia KD-77A1 เปิดจองล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ถึง 11 มีนาคมในราคา 499,990 บาท และวางขนาดจริงในช่วงเดือนมีนาคม 2561 โดยผู้สั่งจองล่วงหน้าสามารถเลือกรับของแถมได้ 1 ใน 4 ชุดนี้คือ

  1. หูฟังไร้สาย Hi-res Audio ตัดเสียงรบกวนรุ่น WH-1000XM2 และเครื่อง PlayStation 4 Pro รวมมูลค่า 32,870 บาท
  2. หูฟังไร้สาย Hi-res Audio ตัดเสียงรบกวนรุ่น WH-1000XM2 และกล้อง Sony a6000 รวมมูลค่า 40,980 บาท
  3. หูฟังไร้สาย Hi-res Audio ตัดเสียงรบกวนรุ่น WH-1000XM2 และสมาร์ทโฟน Sony Xperia XZ Premium รวมมูลค่า 38,980 บาท
  4. ทีวี Sony Bravia KD-55X8000E มูลค่า 34,990 บาท

ซ้ายภาพจาก Sony Bravia A1 ขนาด 75 นิ้ว ส่วนขวาเป็นภาพจาก Sony Projector 4K แน่นอนโปรเจกเตอร์ภาพสู้ทีวี OLED ไม่ได้ แต่เด่นที่สามารถขยายจอได้เป็น 100 นิ้ว

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

Hitachi Social Innovation Forum มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอลและ IoT

Published

on

บริษัท ฮิตาชิ จำกัด และบริษัท ฮิตาชิ เอเชีย จำกัดจัดการประชุมและแสดงนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ  (Hitachi Social Innovation Forum) ประจำปี 2561 เป็นครั้งที่ 2 ในประเทศไทยโดยนำเสนอและจัดแสดงด้านธุรกิจ ที่แสดงให้เห็นความหลากหลายของโซลูชั่นส์ด้านนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิในตลาดโลก ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและโซลูชั่นส์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) รวมทั้ง IoT ซึ่งเป็นโซลูชั่นส์ของฮิตาชิในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดการและพัฒนาเมือง ผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มในด้านต่างๆ รวมทั้งบริการที่ช่วยตอบโจทย์ความท้าทายในยุคใหม่ ผ่านความร่วมมือกับองค์กรและหน่วยงานในประเทศไทย เพื่อที่จะก้าวเป็นสังคมแบบอัจฉริยะและยั่งยืน เพื่อคนไทยทุกคน

คุณยาสุโอะ มิซึทานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด

คุณยาสุโอะ มิซึทานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนื่องจากตลาดในอาเซียนยังมีการเติบโตต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับฮิตาชิ ซึ่งธุรกิจของเราได้ครอบคลุมภาคส่วนต่างๆ เช่น ระบบรถไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ธุรกิจสารสนเทศและโทรคมนาคมมาอย่างยาวนาน ด้วยปัจจัยส่งเสริมจากการพัฒนาโครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ฮิตาชิวางแผนที่จะเสริมสร้างการใช้เทคโนโลยี IoT เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยการนำเอา Lumada ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม IoT ของฮิตาชิ มาช่วยส่งเสริมการสร้างสรรค์โซลูชั่นส์ด้านดิจิตอลร่วมกันกับคู่ธุรกิจ เพื่อพัฒนาความสามารถในการดำเนินธุรกิจในหลายสาขา ฮิตาชิหวังว่าจะมีบทบาทในการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะและพอเพียงผ่านการใช้เครื่องมือทางดิจิตอล เพื่อขยายความสามารถในการผลิต คุณภาพและนวัตกรรมในสาขาที่แตกต่างกันไป”

สำหรับปีนี้ ฮิตาชิตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำทางนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ในส่วนของ IoT ตามที่ได้ร่างไว้ในแผนบริหารกลางปีประจำปี 2561 ความสำคัญของภารกิจนี้ ก็คือการพัฒนาและการขยายธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าใหม่ๆ จากการสร้างสรรค์ร่วมกันกับลูกค้า โดยผ่านเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการและสารสนเทศ  และด้วยความมุ่งมั่นกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของฮิตาชิ บริษัท ฮิตาชิ คอนซัลติ้ง ได้รับเลือกให้เป็นผู้ออกแบบ การบริการเมืองอัจฉริยะให้กับโครงการOne Bangkok ซึ่งเป็นเมืองแห่งความครบครันเพื่อการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกของประเทศไทย อีกทั้ง ฮิตาชิ และ ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) ยังได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับไปรษณีย์ไทยในการสนับสนุน บริการไปรษณีย์แบบดิจิทัล ซึ่งการพัฒนาโครงการเหล่านี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ฮิตาชิ ในการส่งเสริมเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างอัจฉริยะและยั่งยืน นอกจากการจัดแสดงเทคโนโลยีและศักยภาพด้านการพัฒนาล่าสุด การประชุมครั้งนี้จะเป็นเครื่องเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ของฮิตาชิในการมีบทบาทต่อการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 อีกด้วย

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

ฮิตาชิ จัดงาน Hitachi Social Innovation Forum ประจำปี 61 ครั้งที่ 2 ในไทย

Published

on

บริษัท ฮิตาชิ จำกัด (TSE: 6501, “Hitachi”) และ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย จำกัด จะจัด การประชุมและแสดงนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ  (Hitachi Social Innovation Forum) ประจำปี 2561 เป็นครั้งที่ 2 ในประเทศไทย ณ โรงแรมดิ แอทธินี กรุงเทพฯ วันที่ 23 กุมภาพันธ์

ในการประชุมนี้ จะมีการนำเสนอและการจัดแสดงด้านธุรกิจ ที่แสดงให้เห็นความหลากหลายของโซลูชั่นส์ด้านนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิในตลาดโลก การประชุมที่จะใช้ระยะเวลาหนึ่งวันนี้จะให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและโซลูชั่นส์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิตอล เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) รวมทั้ง IoT ซึ่งเป็นโซลูชั่นส์ของฮิตาชิในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการจัดการและพัฒนาเมือง ผลิตภัณฑ์และแพลตฟอร์มในด้านต่างๆ รวมทั้งบริการที่ช่วยตอบโจทย์ความท้าทายในยุคใหม่ ผ่านความร่วมมือกับองค์กรและหน่วยงานในประเทศไทย เพื่อที่จะก้าวเป็นสังคมแบบอัจฉริยะและยั่งยืน เพื่อคนไทยทุกคน

นายยาสุโอะ มิซึทานิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิตาชิ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนื่องจากตลาดในอาเซียนยังมีการเติบโตต่อเนื่อง ประเทศไทยจึงยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำหรับ ฮิตาชิ ซึ่งธุรกิจของเราได้ครอบคลุมภาคส่วนต่างๆ เช่น

  • ระบบรถไฟฟ้า
  • ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
  • ธุรกิจสารสนเทศและโทรคมนาคมมาอย่างยาวนาน

ด้วยปัจจัยส่งเสริมจากการพัฒนาโครงการ ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ฮิตาชิ วางแผนที่จะเสริมสร้างการใช้ เทคโนโลยี IoT เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยการนำเอา Lumada ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม IoT ของฮิตาชิ มาช่วยส่งเสริมการสร้างสรรค์โซลูชั่นส์ด้านดิจิตอลร่วมกันกับคู่ธุรกิจ เพื่อพัฒนาความสามารถในการดำเนินธุรกิจในหลายสาขา ฮิตาชิหวังว่าจะมีบทบาทในการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่เศรษฐกิจอัจฉริยะและพอเพียงผ่านการใช้เครื่องมือทางดิจิตอล เพื่อขยายความสามารถในการผลิต คุณภาพและนวัตกรรมในสาขาที่แตกต่างกันไป”

และ ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จะเป็นแขกกิตติมศักดิ์ของการประชุมครั้งนี้ บริษัท ฮิตาชิ จำกัด ได้มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคดิจิตอลของประเทศไทย ด้วยการทำข้อตกลงกับ สำนักงานเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.)  ในปี 2560 ในการนำเอาเทคโนโลยีทางด้านดิจิตอล รวมทั้งเทคโนโลยี IoT และความพร้อมในด้านการพัฒนาเชิงนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมการพัฒนา โครงการ EEC และประเทศไทย

สำหรับปีนี้ ฮิตาชิ ตั้งเป้าที่จะเป็นผู้นำทางนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ในส่วนของ IoT ตามที่ได้ร่างไว้ในแผนบริหารกลางปีประจำปี 2561 ความสำคัญของภารกิจนี้ ก็คือการพัฒนาและการขยายธุรกิจนวัตกรรมเพื่อสังคมของฮิตาชิ ซึ่งจะก่อให้เกิดมูลค่าใหม่ๆ จากการสร้างสรรค์ร่วมกันกับลูกค้า โดยผ่านเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติการและสารสนเทศ  และด้วยความมุ่งมั่นกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของฮิตาชิ บริษัท ฮิตาชิ คอนซัลติ้ง ได้รับเลือกให้เป็นผู้ออกแบบ การบริการเมืองอัจฉริยะให้กับ โครงการ One Bangkok ซึ่งเป็นเมืองแห่งความครบครันเพื่อการใช้ชีวิตที่สมบูรณ์แบบแห่งแรกของประเทศไทย อีกทั้ง ฮิตาชิ และ ฮิตาชิ เอเซีย (ประเทศไทย) ยังได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกับไปรษณีย์ไทยในการสนับสนุน บริการไปรษณีย์แบบดิจิทัล ซึ่งการพัฒนาโครงการเหล่านี้ เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ฮิตาชิ ในการส่งเสริมเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างอัจฉริยะและยั่งยืน

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!