Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

AIS ประกาศความสำเร็จ เริ่มเปิดให้บริการ IoT เชิงพาณิชย์ได้แล้วเป็นรายแรกของไทย

เอไอเอส โชว์ศักยภาพผู้นำนวัตกรรมของประเทศ นำ เทคโนโลยี IoT ให้บริการเชิงพาณิชย์ได้จริงทั่วประเทศ มีภาครัฐและเอกชนชั้นนำ มอบความไว้วางใจเลือกใช้บริการต่อเนื่อง อาทิ ปตท. , พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค , โครตรอนกรุ๊ป , มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ฯลฯ โดยมีการนำ IoT มาพัฒนาเป็นโซลูชั่นส์ต่างๆ อาทิ Smart City , Smart Environment , Smart Machine , Smart Manufacturing ฯลฯ สร้างประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในทุก ๆ ด้าน ทั้ง การใช้ชีวิตของคนในสังคม , ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเสริมขีดความสามารถให้กับภาคธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม

ตลอดจนการสร้างเครือข่ายพันธมิตร AIAP เพื่อรองรับการพัฒนา IoT ในประเทศ ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนใน IoT Ecosystem ทั้งจากภาครัฐ เอกชน ผู้ให้บริการโซลูชั่นส์ระดับโลก กลุ่มเมคเกอร์ และสตาร์ทอัพกว่า 400 ราย ยืนยันความมุ่งมั่น นำเครือข่ายและบริการดิจิทัล IoT มายกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยไปอีกขั้น รวมถึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการพัฒนาประเทศในยุค 4.0

นายเกรียงศักดิ์ วาณิชย์นที หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเทคโนโลยี เอไอเอส กล่าวว่า “ขณะนี้ทุกภาคส่วนในบ้านเรากำลังตื่นตัวกับการนำอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง หรือ IoT-Internet of Things เข้ามาประยุกต์ใช้ ทั้งในระดับผู้บริโภค อาทิ Smart Home, Smart Parking หรือในระดับองค์กรและการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ อาทิ Smart Logistics, Smart City, Smart Farming , Smart Environment ซึ่งเอไอเอสเองได้เตรียมความพร้อมเพื่อสนับสนุนทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การพัฒนาเครือข่ายจากเทคโนโลยีที่เหมาะสม อย่าง NB-IoT  ซึ่งขณะนี้ครอบคลุมแล้วทั่วไทย และ eMTC –  enhanced Machine-Type Communication  ที่สามารถใช้ควบคู่กับ NB-IoT  เพื่อนำคุณสมบัติมาเสริมซึ่งกันและกัน อาทิ eMTC เหมาะกับการใช้งาน IoT แบบเคลื่อนที่ เช่น Connected Car รวมถึงสามารถรับ/ส่ง ข้อความเสียงในอุปกรณ์ IoT ยุคใหม่ๆได้อีกด้วย ในขณะที่ NB-IoT จะเน้นเรื่องการประหยัดพลังงานของอุปกรณ์และสามารถสื่อสารได้ในระยะไกล โดยเครือข่าย eMTC จะเริ่มเปิดใช้งานตั้งแต่ไตรมาส 2 และคาดว่าจะครอบคลุมทั่วประเทศได้ในไตรมาส 3 ปีนี้”

นายเกรียงศักดิ์ วาณิชย์นที ผู้บริหาร AIS

“เมื่อโครงข่ายมีความพร้อม และเราได้มีการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์จากทุกภาคส่วนผ่าน AIAP- AIS IoT Alliance Program ที่เปิดตัวเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ทำให้เอไอเอสสามารถให้บริการ IoT เชิงพาณิชย์ได้เป็นรายแรก โดยสามารถตอบโจทย์การสร้างนวัตกรรมขององค์กรต่างๆ ยกระดับการใช้ชีวิต และ การบริหารจัดการในแต่ละอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

“ขณะนี้เรากำลังทำงานร่วมกับภาครัฐ และ เอกชน รวมถึงสถาบันการศึกษาต่าง ๆ เพื่อทยอยนำ IoT เข้าไปเริ่มใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง โดยมีทีมงานคุณภาพของ เอไอเอส ที่สามารถผสมผสาน ออกแบบพัฒนารูปแบบบริการที่ตอบโจทย์ สร้างประโยชน์ให้แก่องค์กรได้อย่างแท้จริง ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของชาวเอไอเอส ที่สามารถร่วมผลักดันเทคโนโลยีนี้ให้เกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม จนได้รับการยอมรับจาก ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน องค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก ที่ประกาศให้เอไอเอส เป็น Thailand IoT Solutions Provider of the Year 2018 หรือ องค์กรที่มีความเป็นเลิศทางด้านบริการ IoT

ซึ่งวันนี้ เอไอเอสพร้อมแล้วที่จะให้บริการ IoT Platform เชิงพาณิชย์ อย่างเต็มรูปแบบและครบวงจร ตั้งแต่เครือข่าย, อุปกรณ์ และแพลตฟอร์ม ให้กับทุกภาคส่วน และพร้อมให้คำปรึกษากับทุกองค์กรที่สนใจนำ IoT ไปใช้ในการทำงาน สนใจติดต่อได้ที่ Corporate call center โทร. 1149 หรือเว็บไซต์ http://business.ais.co.th/iot

ตัวอย่าง พันธมิตรที่นำ IoT มาใช้ในการทำธุรกิจ

ภาคเอกชน

  • บริษัท ปตท. นำเทคโนโลยี IoT มาช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบระบบ Cathodic Protection เพื่อให้งานบำรุงรักษาท่อส่งก๊าซธรรมชาติเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด จากเซนเซอร์ที่สามารถตรวจสอบสภาพความสมบูรณ์ของท่อส่งก๊าซได้ตลอดเวลา และพร้อมส่งข้อมูลตรงจากท่อส่งก๊าซผ่านแอปพลิเคชั่นถึงมือวิศวกรที่ดูแลได้ทันที
  • บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค นำเครือข่าย NB-IoT จากเอไอเอส เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการสร้าง IoT Smart City ที่มีการใช้งานจริงแล้ว ในโครงการ “Perfect Smart City เมืองอัจฉริยะที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการ เช่น Mobike, Smart Lighting, Smart Tracking รวมถึงการนำ Smart Home และ Security Platform มาต่อยอดพัฒนา Home Application อีกด้วย โดยนำร่องให้บริการแล้วใน 15 โครงการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
  • โครตรอนกรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องชั่งน้ำหนักหยอดเหรียญ และเครื่องหยอดเหรียญประเภทต่างๆ พัฒนา โซลูชั่น Smart Coin Kiosk Machine เซ็นเซอร์วัดปริมาณเหรียญภายในเครื่อง ที่เชื่อมต่อเครือข่าย NB-IoT สามารถส่งข้อมูลจะแจ้งเตือนทันทีเมื่อเหรียญเต็มจากจุดต่างๆ ทั่วประเทศ แสดงผลผ่านแอปพลิเคชั่น เพื่อผู้ดูแลสามารถวางแผนการจัดเก็บเหรียญได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มโอกาสในการให้บริการและสร้างมูลค่าให้กับการลงทุน โดยมีการใช้งานจริงแล้วใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ

AIS ร่วมกับ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค สร้างโครงการ Perfect Smart City

ภาครัฐ และสถาบันการศึกษา

  • มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำโซลูชั่นส์ Smart Environment Monitoring and Water Management  สร้างระบบตรวจสภาพแวดล้อม และบริหารจัดการน้ำ โดยนำอุปกรณ์ NB-IoT Board และ NB IoT Sim ติดเข้ากับเซ็นเซอร์ตรวจวัดสภาพอากาศ เพื่อสามารถเรียกดูข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งปัจจุบันมีการติดตั้งกล่องดังกล่าวเพื่อใช้งานจริงแล้ว บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่ และ จ. ภูเก็ต โดยส่งข้อมูลไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย เพื่อคอยติดตามสภาพแวดล้อม และระดับน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อวางแผนป้องกันน้ำท่วมด้วย
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พัฒนาโซลูชั่นส์ การดูแลคุณภาพยาและเวชภัณฑ์ภายในคลังยา ด้วยเทคโนโลยี NB-IoT เพื่อสามารถตรวจสอบ และควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันมีการใช้งานจริงแล้วภายในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสุรนารี โดยมีการพัฒนาซอฟท์แวร์เพิ่มเติมให้สามารถส่งข้อมูลผ่านเซิร์ฟเวอร์ของโรงพยาบาล และเภสัชกรสามารถเรียกดูได้ผ่าน Chat Application ได้ตลอดเวลา

Smart Trash Bin แก้ปัญหาขยะล้น ภายในมหาวิทยาลัยขอนแก่น

  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น  นำโซลูชั่นส์ Smart Trash Bin มาแก้ไขปัญหาขยะล้นถังก่อนถึงรอบเวลาจัดเก็บ เนื่องจากจุดต่างๆ ของมหาวิทยาลัยจะมีปริมาณขยะที่แตกต่างกันตามสถานที่ และช่วงเวลา โซลูชั่นส์นี้สามารถทำให้ตรวจสอบปริมาณขยะแต่ละถัง และกลิ่นขยะภายในถังได้ตลอดเวลา ทำให้สามารถเจ้าหน้าที่เข้าไปจัดเก็บได้ทันทีก่อนที่ขยะเต็มถัง และสามารถใช้งานต่อเนื่องทันที ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการการจัดเก็บ รวมถึงเป็นการดูแลทัศนียภาพของมหาวิทยาลัยให้สะอาดสวยงามอีกด้วย
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำโซลูชั่น Smart City มาใช้บริเวณภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เช่น Smart Locker ล็อคเกอร์อัจฉริยะที่รวมเทคโนโลยี IoT ล่าสุดเข้าด้วยกันเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่อาคารหรือที่อยู่อาศัย , ระบบอ่านป้ายทะเบียน  เพื่อควบคุมบุคคลเข้าออกสถานที่ , Application พบหมอ และระบบควบคุมแสงสว่าง
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

FameLab Thailand 2019 ศึกการแข่งขันเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ในรูปแบบที่คนทั่วไปเข้าใจง่าย ปีที่ 4

Published

on

บริติช เคานซิล ร่วมกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กลุ่มทรู สวทช. สวทน. อพวช. เดอะ สแตนดาร์ด และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัว “FameLab Thailand 2019” การแข่งขันนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์บนเวทีระดับโลก ปีที่ ในประเทศไทย เพื่อร่วมค้นหาสุดยอดนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ตัวแทนประเทศไทยร่วมแข่งขัน ณ สหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 3-9 มิถุนายน 2562พร้อมเชิญ FameLab Ambassadors ตัวแทนนักวิทยาศาสตร์ เจนเนอเรชั่น นำโดย ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศ.นพ.วรศักดิ์  โชติเลอศักดิ์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ และผู้ได้รับทุน Newton Fund และ เฌอปราง อารีย์กุล นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาเคมี วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมแชร์มุมมองถึงความสำคัญของ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” เพื่อการพัฒนาสังคมและประเทศ

จากซ้าย: เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48), ศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, คุณแอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย, ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงาน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ศ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ทักษะ “การสื่อสารวิทยาศาสตร์” เป็นสิ่งสำคัญสำหรับบุคลากรที่อยู่ในแวดวงวิทยาศาสตร์ เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ ต้องมีความสามารถในการสื่อสารให้บุคคลทั่วไปเห็นถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์แต่ละสาขา และบทบาทที่ต่างกันในการขับเคลื่อนประเทศ นักสื่อสารวิทยาศาสตร์จะเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้บุคคลทั่วไปได้เข้าใจถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ในฐานะตัวแปรสำคัญ   ในการพัฒนาสังคม ชีวิตความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจประเทศ โดยโครงการ FameLab ทำหน้าที่สำคัญในการเชื่อมบุคลากรในแวดวงวิทยาศาสตร์ เข้ากับคนทั่วไปในสังคม ทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวและเข้าถึงง่าย ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในการสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศ และในเรื่องการผลักดันวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

คุณแอนดรูว์ กลาส ผู้อำนวยการบริติช เคานซิล ประเทศไทย กล่าวว่า FameLab คือ เวทีการแข่งขันนำเสนอเรื่องราววิทยาศาสตร์ ให้สนุก และเข้าใจง่ายภายใน นาที ซึ่งในปีนี้ถือเป็นปีที่ ที่จัดขึ้นในประเทศไทย เพื่อค้นหาตัวแทนไปร่วมแข่งขันในงานเทศกาลวิทยาศาสตร์ระดับโลก (Cheltenham Science Festival) ณ ประเทศอังกฤษ ซึ่ง FameLab Thailand 2019 เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ บริติช เคานซิล ร่วมมือกับ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทรู คอร์ปอเรชั่น และหน่วยงานพันธมิตรอีกมากมาย ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้คนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ในฐานะหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมส่งวิดีโอบอกเล่าวิทยาศาสตร์ใน นาที ผ่านทางเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th/famelab ได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 มีนาคม 2562 และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพื่อหาผู้ชนะในประเทศไทย จะถูกจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดยตัวแทนของประเทศไทยจะได้เข้าร่วมแข่งขันบนเวทีระดับโลก  “Cheltenham Science Festival” ในวันที่ 3 – มิถุนายน 2562 ณ สหราชอาณาจักร

ดร.กันทิมา กุญชร ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงาน ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะองค์กรที่ดำเนินธุรกิจด้านสื่อสารโทรคมนาคม กลุ่มทรูเล็งเห็นความสำคัญของการสื่อสาร ที่จะสามารถสร้างคุณค่าและประโยชน์ต่อสังคม และเป็นเครื่องมือที่จะช่วยในการแบ่งปันองค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาประเทศ การสื่อสารวิทยาศาสตร์จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ได้เข้าใจถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบตัว เวที FameLab เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการนำเสนอ การสื่อสารวิทยาศาสตร์” ให้คนรับรู้ว่าวิทยาศาสตร์   ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยากเสมอไป ปีนี้เป็นปีที่ 4 ที่ทาง ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ร่วมสนับสนุนโครงการ FameLab ซึ่งถือเป็นโครงการที่สอดคล้องกับพันธกิจของกลุ่มทรู ที่มุ่งมั่นสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ผ่านทุกช่องทางการสื่อสาร โดยจะนำศักยภาพด้านการสื่อสารของกลุ่มทรู สนับสนุนการประชาสัมพันธ์โครงการให้ไปถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ ผ่านช่องรายการ ของทรูวิชั่นส์ / True4You / TNN 24 / True ปลูกปัญญา รวมถึง Social Media ของกลุ่มทรู นอกจากนี้ จะทำการถ่ายทอดสดการแข่งขัน FameLab รอบชิงชนะเลิศผ่านช่องทรูปลูกปัญญา ซึ่งเป็นช่องรายการยอดนิยมสำหรับเยาวชนและคนในวงการการศึกษาทั่วประเทศอีกด้วย

สัมภาษณ์ Brand Ambassador 3 คน 3 Generation

เฌอปราง อารีย์กุล (เฌอปราง BNK48) ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่สนใจและศึกษาวิทยาศาสตร์ กล่าวในฐานะ FameLab Ambassador ว่า การสื่อสารวิทยาศาสตร์ หรือ Science communicationเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ทำให้คนทั่วไปได้เปิดโลกทัศน์มากขึ้น ทำให้ได้เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว เพราะวิทยาศาสตร์ คือ ศาสตร์ที่อธิบายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งการสื่อสารวิทยาศาสตร์ เป็นทักษะสำคัญในการศึกษาวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาเคมีที่กำลังศึกษาอยู่ปัจจุบัน เพราะต้องเล่าเรื่องราวที่ได้ค้นคว้า นำมาเรียบเรียง ย่อยข้อมูล และนำเสนอข้อมูลให้ผู้อื่นเข้าใจ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีพื้นฐานวิทยาศาสตร์มาก่อน ซึ่งการสื่อสารวิทยาศาสตร์ ยังเป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้คนที่รู้สึกว่าวิทยาศาสตร์ไกลตัว กลับมาให้ความสนใจมากขึ้นด้วย โดยเวที FameLab ถือเป็นเวทีที่ท้าทายสำหรับผู้ที่มีความสนใจทางวิทยาศาสตร์ทุกคน ได้เข้ามาทดสอบความสามารถด้านการสื่อสาร และ FameLab ยังถือเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนที่มีความสนใจในวิทยาศาสตร์เหมือนกัน ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอีกด้วย
ด้าน ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ก็ได้กล่าวถึงกิจกรรม FameLab Thailand 2019 นี้ว่าเป็นกิจกรรมที่ดี เพราะเชื่อมั่นว่า วิทยาศาสตร์ไม่จำเป็นต้องจำกัดในเรื่องอายุ ใครที่ชอบในการเรียนรู้ ก็สามารถเข้าใจมันได้
ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชพันธุศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ก็ได้พูดถึงประสบการณ์ เคล็ดลับว่า ต้องเชื่อว่าการสื่อสารวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมนุษย์มีการพัฒนาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเราสามารถถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น ต่อยอดเจริญก้าวหน้าไปได้ ถ้าเราสามารถสื่อสารถ่ายทอดสิ่งสำคัญไปให้รุ่นถัดไปได้ รุ่นถัดไปก็จะสามารถต่อยอดได้อย่างรวดเร็วและพัฒนาโลกได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมส่งวิดีโอบอกเล่าวิทยาศาสตร์ใน นาที ผ่านทางเว็บไซต์ www.britishcouncil.or.th/famelab ได้ตั้งแต่วันนี้ – 22 มีนาคม 2562 โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศเพื่อหาผู้ชนะในประเทศไทย จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2562 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

เปิดตัวลำโพงรุ่นใหม่ “BeoSound EDGE” จาก BANG & OLUFSEN ชูดีไซน์สุดหรูพร้อมเทคโนโลยีเด่นจัดเต็ม!

Published

on

อาร์ทีบีฯ ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Gadget พร้อมรุกผนึกกำลังเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัท เอชดับบลิว เทรดดิ้ง จำกัด ผู้นำเข้าและดำเนินการร้าน Bang & Olufsen เปิดตัวนวัตกรรมลำโพงตั้งพื้น/แขวนผนังระดับพรีเมี่ยมรุ่นล่าสุด “BeoSound EDGE” โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ B&O ด้วยดีไซน์ใหม่ในรูปทรงเหรียญปอนด์ โดดเด่นอย่างมีสไตล์ ผสานเข้ากับเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำมากมายที่พัฒนาขึ้นสำหรับลำโพงโดยเฉพาะเป็นครั้งแรก ทั้ง Active Bass Port และระบบเสียงรอบทิศทาง ที่จะตอบสนองไลฟ์สไตล์คอเพลงยุคใหม่โดยเฉพาะ

BeoSound EDGE

BeoSound EDGE เป็นลำโพงไร้สายระดับพรีเมี่ยม ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ในการฟังเพลง มาพร้อมกับแนวคิดการดีไซน์จากนักออกแบบชื่อดัง MICHAEL ANASTASSIADES ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากเหรียญหนึ่งปอนด์ของประเทศอังกฤษ ผสานเข้ากับเทคโนโลยี IoT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฟังเพลงทั้งในเรื่องคุณภาพเสียง และการใช้งานที่ง่ายดายและสนุกสนานยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยี Active Bass Port ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Bang & Olufsen ที่เป็นระบบเพิ่ม – ลด เสียงเบสตามความดังของเพลง การทำงานคล้ายกับสปอยเลอร์ของรถสปอร์ต ที่เมื่อเสียงเพลงดังขึ้น และต้องการเบสมาก ก็จะเปิดตัวพอร์ทนี้เพื่อให้ความดังเบสออกมารองรับอย่างเหมาะสม ในขณะที่เมื่อเพลงเบาลง ก็จะสามารถปิดเพื่อไม่ให้เสียงเบสมีมากเกินจนกลบย่านกลางและสูง เหลือเพียงเสียงใส สะอาด ตามฉบับ B&O ได้เหมือนเดิม นอกจากนั้น BeoSound Edge ยังมาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทางแบบ 360 องศา มาพร้อมกับ Woofer 200 วัตต์สองตัว, Midrange 100 วัตต์สองตัว, และ Tweeter 100 อีกสองตัว ช่วยให้การขับเสียงเบสได้อย่างทรงพลังยิ่งขึ้น

โดยสามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่าน Bluetooth รวมไปถึงเชื่อมต่อผ่านแอปฯ BANG & Olufsen ทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือจะเชื่อมต่อแบบ Streaming AirPlay และ Chromecast ก็ทำได้อย่างสะดวกสบายเช่นกัน โดยวางจำหน่ายในราคา 139,000 บาท ซึ่งเป็นราคามาตราฐานที่เท่ากันทั่วโลก

นอกจากนี้ยังมี Gadget สุดล้ำต่าง ๆ มากมายที่แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ของ B&O ไม่ว่าจะเป็น Bang & Olufsen BeoVision Eclipse OLED TV ที่สามารถหมุนได้ 360 องศาก็ล้ำไม่แพ้กันเลยทีเดียว

ซึ่งการร่วมมือกันระหว่างสองบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน จะทำให้กลยุทธ์ในการขยายตลาดของแบรนด์ B&O ประสบความสำเร็จ และทั้งสองตั้งเป้าไว้ว่า จะเพิ่มยอดขายโดยรวมให้ได้ 200% ในปี 2020

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าวไอทีในประเทศ

กสทช. เปิดคืนใบอนุญาต “ดิจิทัลทีวี” อย่างเป็นทางการ – ประกาศแผนคลื่น 700 MHz

Published

on

By

ฐากร ตัณทสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. ได้กล่าวว่า กสทช. จะพิจารณาเรียกคืนคลื่นความถี่ 694-790 MHz ซึ่งตอนนี้ใช้โดยผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล มาจัดสรรใหม่เพื่อรองรับบริการ 5G และนำเงินที่ได้จากการประมูลชดเชยธุรกิจทีวีดิจิทัล

ซึ่ง ..นที ศุกลรัตน์ ได้ทำร่างหลักเกณฑ์ทั้งการเยียวยาและการประมูลคลื่น 700 MHz เสนอเข้าที่ประชุมบอร์ดกสทชในวันที่ 15 ที่ผ่านมา โดยต้องการ ชดเชยการเสียประโยชน์จากการใช้คลื่น 700 MHz ให้ผู้เกี่ยวข้องในด้านทีวีดิจิทัลดังนี้

  • ชดเชยทีวีดิจิทัลไม่ต้องจ่ายเงินค่างวดประมูล 2 งวดสุดท้ายที่เหลืออยู่
  • ชดเชยค่าเช่า MUX (เครื่องส่งและเสาส่งสัญญาณ) และค่าเช่าสัญญาณดาวเทียมที่ช่องทีวีดิจิทัลต้องแบกรับภาระ
  • ผู้ประกอบการ MUX ได้รับเงินชดเชยการย้ายคลื่น หรือถูกเรียกคืนคลื่นบางส่วน
  • เงินสนับสนุนด้านทำ TV Rating

ส่งผลให้ผู้ประกอบการช่องทีวีดิจิทัลไม่ต้องจ่าย 1.6 หมื่นล้านบาทจาก 2 งวดสุดท้ายของค่าประมูล และเปิดทางให้ คืนใบอนุญาต ได้

ทั้งนี้ยังไม่ลดตัวว่าจะมีการประมูลคลื่นความถี่ 700 MHz จำนวนกี่ใบ โดยจะต้องพิจารณาจาก ช่วงคือ ย่านรับ 703-738 MHz และ ย่านส่ง 758-793 MHz โดยมีจำนวนแบนด์วิดท์รวมทั้งสิ้น 2×35 MHz กำหนดระยะเวลาจ่ายเงิน 10 ปี 9 งวด

ส่วนระยะเวลาการขยายเครือข่าย และราคาเริ่มต้นประมูล ยังไม่มีข้อสรุป ต้องรอการทำงานของคณะทำงาน กสทช. ก่อน

อ้างอิง Positioningmag

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!