Connect with us

ข่าวไอทีในประเทศ

สัมผัสแรก Honor 10 มือถือฝาหลังสวยพร้อมระบบ AI ถ่ายรูปจัดเต็ม

Published

on

Honor เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นออเนอร์ 10 (Honor 10) สุดยอดสมาร์ทโฟนระดับเรือธงประจำปี 2018 ครั้งแรก ที่กรุงเทพมหานครในวันนี้ (23 พฤษภาคม 2561) พร้อมนำเสนอนวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่จะเปิดประสบการณ์ผู้บริโภคให้ได้ใช้งานจริง ตามแนวคิด “Beauty in AI” นวัตกรรม AI 2.0 ที่ทำงานร่วมกับกล้องหลังเลนส์คู่ของ ออเนอร์ 10 สุดล้ำ มาพร้อมฝาหลังเคลือบผิวระดับนาโนผสานกระจกแบบ 3 มิติ ถึง 15 ชั้น ทำให้มีสีสันออกมาสวยงามมาก โดยเปิดให้จองแล้ววันพรุ่งนี้ที่งาน Thailand Mobile Expo 2018 ที่บูธ CSC และ TGFone ในราคา 13,990 บาท บอกเลยว่าในไทยมีจำนวนจำกัดนะครับ  โดยทุกคนที่สั่งจองสมาร์ทโฟนล่วงหน้าจะได้รับของขวัญพิเศษ นอกจากนี้ลูกค้าที่สั่งจอง 500 ท่านแรก จะได้รับลำโพงไร้สายอีกด้วย

สัมผัสแรก Honor 10

สีฝาหลัง

จากที่ได้ลองสัมผัส สีฝาหลังค่อนข้างสวยเมื่อเทียบกับมือถือค่ายอื่น ๆ (ความรู้สึกคล้าย Huawei P20 น่าจะมาจากเทคโนโลยีเดียวกัน) มี 4 สีคือ Phantom Blue, Phantom Green Midnight Black และ Phantom Gray

ระบบกล้อง

กล้องหลังคู่ 24 ล้านพิกเซล + 16 ล้านพิกเซล

กล้องหลังเลนส์คู่ความละเอียดสูง 24 ล้านพิกเซล และ 16 ล้านพิกเซล ผสานการทำงานกับชิปเซ็ต ปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะ (AI) และหน่วยประมวลผลพิเศษ Neural Processing Unit (NPU) แบบอิสระ สมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 สามารถตรวจจับสิ่งมีชีวิต สภาพแวดล้อม หรือวัตถุต่างๆ กว่า 500 แบบ 22 ประเภท อย่างรวดเร็ว อาทิ ท้องฟ้า ต้นไม้ คน หรือน้ำตก และยังสามารถระบุตำแหน่งของสิ่งต่างๆ ภายในเฟรมภาพได้ทันที

คุณสมบัติข้างต้นนี้ได้รับการสนับสนุนจากเทคโนโลยี Semantic Image Segmentation ที่ออเนอร์พัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งช่วยให้ออเนอร์ 10 สามารถตรวจจับวัตถุต่างๆ ภายในภาพเดียวกันได้อย่างแม่นยำ อันถือเป็นจุดเด่นที่สุดที่แตกต่างจาก แบรนด์อื่นๆ ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับคุณสมบัติอันล้ำหน้าของ AI ที่ช่วยปรับตั้งค่าต่างๆ ที่เหมาะสมสำหรับการถ่ายภาพแต่ละภาพได้แบบเรียลไทม์แล้ว ผู้ใช้ก็สามารถเก็บทุกความภาพความทรงจำได้ในระดับมืออาชีพเพียงกดครั้งเดียว

กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล

ไม่เพียงกล้องหลังอัจริยะเท่านั้น กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซลของออเนอร์ 10 ก็มีคุณสมบัติอัจฉริยะสำหรับการเซลฟี่ของทุกคน ด้วยฟีเจอร์ตรวจจับใบหน้าแบบ 3 มิติ การยกระดับองค์ประกอบ และตรวจจับจุดสำคัญต่างๆ บนใบหน้ากว่า 100 จุด เพื่อให้ได้ภาพถ่ายเซลฟี่ที่สวยงามทุกรายละเอียดในระดับพิกเซล

ออเนอร์ 10 ยังมีระบบแสงสตูดิโอด้วยสภาพแสงที่แตกต่างกันหลากหลายรูปแบบ ซึ่งที่ช่วยให้ทุกการถ่ายภาพมีความสมบูรณ์มากที่สุด นอกจากนี้ ยังยกระดับความสามารถด้วยระบบตรวจจับใบหน้าอัจฉริยะที่แม่นยำ ซึ่งการันตีว่าทุกภาพภาพในโหมด “หน้าชัดหลังละลาย (Bokeh)” จะสามารถเก็บรายละเอียดของใบหน้าทุกคนอย่างครบถ้วนและเหมาะสม แม้ถ่ายภาพหมู่ก็ตาม (Groupfie)

หน้าจอ

สมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ใช้เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบอัลตราโซนิก โดยฝังไว้ใต้ผิวกระจกด้านหน้าอีกทั้งยังใช้หน้าจอไร้ขอบขนาด 5.84 นิ้วแบบฟูลวิว ความละเอียดสูงระดับ FHD+ ในอัตราส่วนหน้าจอ 19:9 เต็มจอแบบสุด ๆ

CPU ที่ออกแบบใหม่ และระบบชาร์จสุดไว

Honor 10 มาพร้อมหน่วยประมวลผลพิเศษ NPU ที่ทำงานแบบอิสระติดตั้งภายในตัวเครื่อง พร้อมด้วยแรม (RAM) 4 GB และ ROM 128 GB นอกจากนี้ยังมีระบบ Honor Super Charge 5V/4.5A เทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่อย่างรวดเร็ว พร้อมด้วยกับแบตเตอรี่ความจุ 3,400 mAh ชาร์ตเร็ว 50% ภายในเวลา 25 นาที

คุณอาคิน ลี ประธานออเนอร์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้อธิบายว่าสมาร์ทโฟนที่วางจำหน่ายก่อนปี พ.ศ. 2559 (ค.ศ. 2016) มักจะมีสีให้เลือกแค่ 3 สี ได้แก่ สีดำ ขาว และทอง จนกระทั่งออเนอร์ได้นำเสนอสมาร์ทโฟนสีฟ้า แฟนท่อมบลูในปี พ.ศ. 2559 ตามด้วยสีเทาแฟนท่อมเกรย์ในปีต่อมา (พ.ศ. 2560) และในปีนี้ ออเนอร์ยังคงนำเสนอสมาร์ทโฟนที่มีดีไซน์น่าสนใจด้วยสีสันไล่เฉดสีและสะท้อนแสงคล้ายออโรร่า อันถือเป็นการปฏิวัติงานออกแบบสมาร์ทโฟนไปอีกขั้นหนึ่ง

“ออเนอร์เชื่อว่าหนทางที่จะนำแบรนด์ของเราไปสู่ความสำเร็จได้ดีที่สุด คือการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เยี่ยมยอดให้กับผู้บริโภค เพราะผู้บริโภคคือแรงบันดาลใจที่สำคัญที่สุดของออเนอร์ เราจึงใส่ใจในการรับฟังทุกเสียงของผู้บริโภค และพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยใช้ความต้องการของผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางในการสร้างสรรค์ ซึ่งช่วยให้พวกเขาสามารถทำสิ่งที่อยากทำได้อย่างใจ” คุณลี กล่าวเพิ่มเติม

ภายในงานยังได้รับเกียรติจากนักแสดงและนายแบบชื่อดัง คุณบอย – ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ผู้ซึ่งเป็น “เพื่อนใหม่” ของออเนอร์ประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดตัว พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนเรื่องราวด้านการถ่ายภาพอีกด้วย โดยหลังจากเขาได้สัมผัสออเนอร์ 10 เป็นครั้งแรก บอยในฐานะนายแบบ และผู้มีประสบการณ์ด้านการถ่ายภาพแบบมืออาชีพ รู้สึกประทับใจกับคุณสมบัติต่างๆ และมีความยินดีที่ได้ใช้สมาร์ทโฟนเปี่ยมคุณสมบัติด้านการถ่ายภาพอันล้ำหน้านี้เพื่อบันทึกทุกเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ในชีวิตของเขา

ราคาและช่องทางการวางจำหน่าย

สมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 วางจำหน่ายผ่านทางช่องทางออนไลน์ที่ลาซาด้า (Lazada) ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายนนี้ ในราคา13,990 บาท อีกทั้งยังจัดจำหน่ายที่ร้านซีเอสซี ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี และร้านทีจีโฟน ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน เป็นต้นไป ผู้สนใจสามารถสั่งจองสมาร์ทโฟนออเนอร์ 10 ล่วงหน้า ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ลาซาด้าหรือที่ร้านซีเอสซี ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี และร้านทีจีโฟน ได้ตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคมนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

Belkin เผยเครื่องติดฟิล์มกระจกกันรอยพร้อมรับประกัน 2 ปีเต็มในราคาพิเศษถึง 31 กรกฎาคมนี้ !!

Published

on

Belkin ประกาศจับมือ TruemoveH นำเสนอเครื่องติดฟิล์มกระจกกันรอยป้องกันหน้าจอแบบใหม่ล่าสุด Belkin TrueClear Pro Advanced Screen Care ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้การติดกระจกกันรอยเป็นไปอย่างแม่นยำที่สุดสำหรับ iPhone โดยเฉพาะ ซึ่งจะมีบริการผ่านทาง TruemoveH รายเดียวในประเทศไทย โดยมีทั้งสิ้น 20 สาขา

ราคาแอบโหด แต่ประกัน 2 ปี ตกแตกเปลี่ยนได้ !!

โดยราคาของกระจกกันรอยจาก Belkin จะอยู่ที่ 1390 บาท เงื่อนไขการรับประกัน 2 ปีเต็ม ถ้าคุณทำตกแตก (แตกแค่นิดเดียวก็ได้) ทาง Belkin จะเปลี่ยนฟิล์มให้คุณทันที เพียงแค่คุณเก็บเอาใบเสร็จเอาไว้แล้วเอามาแจ้งเคลมได้ที่ศูนย์ True ที่ร่วมรายการได้ทุกสาขา

มร. แด วอน คิม กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชีย เบลคิน อินเตอร์เนชันแนล กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์เครื่องติดตั้งฟิล์มกระจกกันรอย Belkin TrueClear ® Pro Advanced Screen Care™ แสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณของเบลคินอย่างชัดเจน นั่นคือการนำเสนอบริการและผลิตภัณฑ์ชั้นเยี่ยมแก่ลูกค้าของเบลคินและทรูด้วยเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ที่โดดเด่นด้วยคุณภาพและความแม่นยำ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหนือชั้นแก่ผู้บริโภค ซึ่งเราได้นำเสนอมิติใหม่ของการปกป้องหน้าจอสมาร์ทโฟนที่ดีเยี่ยมอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเราเชื่อว่าเป็นระบบที่ดีที่สุดในตลาดปัจจุบัน”

กระจกกันรอยจาก Belkin ร่วมมือกับ Corning และ Asahi เพื่อสร้างกระจกกันรอยที่ดีที่สุดในตลาด โดยจะมี 3 รูปแบบหลัก ๆ คือ

ผลิตภัณฑ์รุ่น ScreenForce® Tempered Glass Screen Protector ซึ่งเป็นกระจกคุณภาพสูงจาก Asahi โดยใช้นวัตกรรมจากประเทศญี่ปุ่น ถูกสร้างขึ้นบนแนวคิด “แข็งดังเหล็ก ใสดังแก้ว”  เพื่อมอบคุณสมบัติความแข็งแรงมากกว่าพลาสติกถึง 3 เท่าและมีความแข็งแกร่งกว่ากระจกทั่วไป และเนื่องจากใช้วัสดุกระจกจริงจึงมอบสัมผัสทัชสกรีนที่ลื่นไหล ผ่านการทดสอบเพื่อคงความใสและคมชัดในทุกรายละเอียดของหน้าจอ iPhone ได้อย่างดีเยี่ยม โดยผู้ใช้สามารถเลือกรับบริการโดยช่างผู้เชี่ยวชาญด้วยเครื่อง Belkin TrueClear® Pro Advanced Screen Care™ ได้ที่ทรูช็อปที่ร่วมรายการ หรือสามารถติดตั้งได้ด้วยตัวเองโดยใช้อุปกรณ์ถาด “Easy Align Tray” ที่มีมาให้ในกล่อง ซึ่งช่วยให้ติดตั้งได้อย่างง่ายดายและแม่นยำในขั้นตอนเดียวเพื่อได้รับการปกป้องหน้าจอสูงสุด

ผลิตภัณฑ์รุ่น ScreenForce® InvisiGlass™ Ultra Screen Protection นำเสนอมาตรฐานใหม่ของการปกป้องหน้าจอสมาร์ทโฟน ด้วยการนำความเชี่ยวชาญด้านกระจกของบริษัท Corning® Incorporated มาพัฒนาเป็นกระจกรุ่นใหม่ภายใต้ชื่อ  InvisiGlass Ultra ทำจากวัสดุกระจก Accessory Glass 2 by Corning ปกป้องการเกิดรอยบนหน้าจอสมาร์ทโฟนได้ดีกว่ากระจก Tempered Glass ทั่วไป 3-5 เท่า ให้ความบางเหมือนสัมผัสหน้าจอโดยตรง รองรับ Face ID มีความหนาเพียง 0.29 มม. จึงคงความไวต่อการทัชสกรีน นับเป็นการอัพเกรดความแข็งแรงทนทานให้แก่ iPhone ได้อย่างดีเยี่ยมโดยไม่เสียความคมชัดและสัมผัสที่ลื่นไหลของหน้าจอเลยแม้แต่น้อย

ผลิตภัณฑ์รุ่น ScreenForce® TemperedCurve Screen Protection เป็นกระจกคุณภาพสูงจาก Asahi โดยใช้นวัตกรรมจากประเทศญี่ปุ่น ถูกออกแบบใหม่ให้มีขอบโค้งมนตามด้านข้างของเครื่อง iPhone เพื่อให้การปกป้องหน้าจอที่ครอบคลุมมากกว่าและสมบูรณ์แบบโดยไม่รบกวนต่อการสัมผัสหน้าจอ สามารถใส่เคส Belkinและเคสมาตรฐานของ iPhone ได้ ด้วยคุณสมบัติใสดังแก้วคริสตัลและการออกแบบที่ล้ำสมัยทำให้ TemperedCurve มอบการปกป้องที่ดีเยี่ยมพร้อมมอบสัมผัสที่ลื่นและให้ความสว่างคมชัดของหน้าจอที่ดีเยี่ยม

มือถือรุ่นที่รองรับมีดังต่อนี้

  • iPhone X
  • iPhone 8
  • iPhone 8 Plus
  • iPhone 7
  • iPhone 7 Plus
  • iPhone 6s
  • iPhone 6

ส่วนสาวก Samsung จะมีรุ่น Samsung GalaxyS9 และ Samsung Galaxy S9+ ออกวางจำหน่ายเดือนกรกฎาคมนี้ครับ

พิเศษสำหรับลูกค้า Red และ Black Card

และบริการนี้จะมีโปรโมชั่นพิเศษคือ ลดสูงสุด 50% สำหรับลูกค้า Black Card หรือลูกค้าที่ซื้อเครื่องใหม่ และลด 30% สำหรับลูกค้า Red Card หรือลูกค้าทั่วไป โปรโมชันถึง 31 กรกฎาคมนี้เท่านั้นครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

Globetech เผยเทคโนโลยีแห่งอนาคต Nostra, IoT และ Mobileye เพื่อคนไทยในยุค Thailand 4.0

Published

on

โกลบเทค เป็น 1 ในกลุ่มบริษัทเครือซีดีจี เผยภาพรวมอนาคตของบริษัทที่สร้างขึ้นเพื่อคนไทย ไม่ว่าจะเป็นแผนที่และระบบนำทางที่สมบูรณ์แบบที่สุดอย่าง NOSTRA และเริ่มจับมือกับบริษัทผู้สร้างอุปกรณ์ IoT และอุปกรณ์ด้าน ADAS เสริมศักยภาพของภาครัฐและเอกชน เผยแผนการตลาดในปัจจุบัน มุ่งเน้นด้าน IoT ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ตอบรับนโยบาย Thailand 4.0

คุณวิชัย แสงหิรัญวัฒนา ผู้จัดการทั่วไปบริษัทโกลบเทคจำกัด (สำนักงานใหญ่)

Nostra เป็น 1 ใน Software แผนที่ซึ่งเรียกได้ว่านำทางได้ดีที่สุดในปัจจุบัน โดยเน้นย้ำไปในด้านการใช้งานแผนที่นำทางให้กับรถยนต์ในประเทศไทยและ ASEAN ที่โหลดได้ฟรีทั้ง 3 ระบบปฎิบัติการดังนี้

ลูกค้ามากมายที่นำแผนที่ NOSTRA ไปใช้งานทั้งด้านระบบนำทางรถยนต์ หรือระบบนำทางการส่งพิซซ่าของ Pizza Company แม้แต่ระบบธนาคารที่ต้องใช้ระบบนำทาง เพื่อตรวจสอบความต้องการว่า จะต้องมีการตั้งตู้ ATM ในจุดไหนบ้าง หรือแม้แต่ระบบการขนส่งจากบริษัท E-Commerce ที่ต้องวางแผนการขนส่งให้มีประสิทธิภาพที่สุด

โดยมูลค่าการตลาดจะอยู่ที่การนำทาง Navigation เป็นมูลค่าสูงที่สุดกว่า 60% และคาดว่าในอนาคตตลาดอื่น ๆ จะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ยกเว้นตลาดการพิมพ์แผนที่ ที่น่าจะค่อย ๆ หายไปอย่างช้า ๆ

นอกจากนั้นทาง NOSTRA ยังมี Indoor Map เพื่อนำแผนที่ภายในอาคารต่าง ๆ ที่เป็นสาธารณะ ทำให้เราสามารถรู้เส้นทางการเดิน เช่นแผนที่ภายในห้างต่าง ๆ และภายในรถไฟฟ้าเป็นต้น ทำให้เราสะดวกในการค้นหาสถานที่ต่าง ๆ ภายในตึกก็ทำได้อย่างง่ายดาย

การมองภาพรวมเชิงเทคโนโลยีในอนาคตของโกลบเทค คือการมาของ IoT ที่จะใช้อุปกรณ์ตัวเล็ก ๆ ในการควบคุมดูแล Monitor สิ่งต่าง ๆ แทนคน เพราะมีความแม่นยำและสามารถดูแลได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมส่งสัญญาณเตือนและตำแหน่งได้ทันที ซึ่งภายในปี 2020 จะมีอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตรวมไปถึง IoT ที่เชื่อมต่อผ่านระบบอินเตอร์เน็ตนั้น จะมีมากกว่า 20.8 พันล้านชิ้น และมีมูลค่ากว่า 3 ล้าน ๆ ๆ เหรียญสหรัฐ (3 Trillion) เลยทีเดียว

ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้น เพราะยุคปัจจุบันเป็นยุคไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งมุ่งเป้าไปทางด้าน Technology ใหม่ ๆ นำ Innovation มาใช้งาน และคนไทยเป็นประเทศที่ใช้งานเทคโนโลยีสูงอยู่แล้วที่ 2.2 ชิ้นต่อ 1 คน และสูงที่สุดในฝั่งเอเชียคือประเทศเกาหลีใต้ที่ 8.2 ชิ้นต่อ 1 คน เพราะทางภาครัฐฯ ได้ให้การสนับสนุนทางด้านนี้อย่างเป็นทางการ

เผย IoT ที่ Globetech กำลังพัฒนาา

โดย Globetech ก็ได้จับมือกับทาง Thing+ ผู้สร้างระบบ IoT จากประเทศเกาหลีใต้ เพื่อมาสร้างอุปกรณ์ IoT ให้กับคนไทย โดยจะเน้นอุปกรณ์ที่ช่วยเหลือด้านต่าง ๆ 3 ส่วนด้วยกันคือ

  • Smart Home ระบบ IoT ที่สามารถตรวจสอบระบบน้ำรั่วได้ หรือเตือนสิ่งต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้เกิดความเสียหายภายในบ้าน
  • Smart Warehouse ระบบการตรวจสอบสินค้าภายในโกดัง และแจ้งเตือนการขนส่งที่กำลังเข้ามา ก็เป็นการต่อยอดจากการติดตามรถยนต์ขนส่งอีกต่อหนึ่ง
  • Smart Farm จะมีอุปกรณ์ที่ช่วยในการตรวจสอบทั้งด้านดิน น้ำ ความอุดมสมบูรณ์ เพื่อให้ชาวสวนสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที

ADAS ระบบอัจฉริยะบนรถยนต์

รวมไปถึงระบบ ADAS หรือ Advanced Driver-Assistance System รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งแน่นอนว่าการขับเคลื่อนอัตโนมัติจะต้องมาพร้อมกับความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นอันดับแรก ซึ่งทางโกลบเทคได้จับมือกับทาง Mobileye เป็นผู้นำทางด้าน ADAS โดยเฉพาะจากประเทศอิสราเอล ที่สร้างระบบการจับระยะรถคันหน้า แล้วทำการคำณวนว่า ความเร็วที่เราขับมีโอกาสชนรถคันหน้า แล้วจะทำการเตือนคุณให้ทันท่วงที หรือระบบการตรวจสอบคนข้ามถนน ตรวจจับป้ายสัญญาณจราจร และแม้แต่การตรวจจับเลนบนถนน เพื่อเตือนว่าเรากำลังขับออกนอกเลนไป ซึ่งสาเหตุเหล่านี้เกิดจากสมาธิในการขับรถที่น้อยลงในปัจจุบันจากสมาร์ทโฟน

ก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเหลือเราให้เกิดความปลอดภัยในการขับขี่ให้ปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งทางโกลบเทคได้พัฒนาการเชื่อมต่อของระบบ Mobileye ให้ส่งกลับมายัง Cloud Server เพื่อช่วยในการควบคุม ดูแลคนขับที่อยู่ในสังกัดของแต่ละบริษัทขับรถได้ทันที โดยที่ไม่ต้องรอให้คนภายนอกแจ้งเข้ามา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทาง GlobeTech ไม่ได้นำเข้ามาแล้วติดตั้งทันที แต่จะทำการปรับปรุงเพื่อให้เข้ากับประเทศไทยก่อนนำมาใช้งานเพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างถูกต้องและแม่นยำที่สุด

โดย Mobileye จะทำตลาดหลายกลุ่มด้วยกันคือ

  • กลุ่มรถทั่วไปที่ยังไม่เคยติดมาก่อน ก็สามารถซื้อ Mobileye มาติดได้
  • ตลาด fleet management หรือการขนส่งจะต้องการ GPS เพื่อติดตามรถยนต์ต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มพฤติกรรมการขับรถเพื่อใช้ในการทำรายงานของคนขับแต่ละคน และต้องการควบคุมความปลอดภัยของสินค้า ซึ่งปัจจุบันกรมการขนส่งทางบก ได้มีการบังคับใช้ GPS เพื่อติดตามพฤติกรรมการขับรถ โดยมี NOSTRA Logistic ที่เข้ามาช่วยในการจัดการตรงส่วนนี้
  • ตลาด OEM ก็จะนำเอาระบบ Mobileye มาติดรถได้ทันที

ทั้งนี้ทาง GlobeTech จะเน้นการดำเนินการเฉพาะบน B2B เท่านั้น ไม่เน้นทางด้าน B2C โดยข้อแรกจะเป็นการหา Dealer เพื่อช่วยในการติดตั้งโดยเฉพาะไม่ได้ดำเนินการติดตั้งหรือจำหน่ายด้วยตัวเองแต่อย่างใด

นอกจากระบบนำทางแล้ว ยังมีระบบสื่อสารกับศูนย์ Call Center ผ่านระบบนี้ได้ทันที ซึ่งปัจจุบันมีทั้ง T-Connect และ iSmart ของ MG จะมาเชื่อมต่อเข้ากับ NOSTRA เพื่อความสะดวกในการติดต่อ

โดยในอนาคตจุดขายของแต่ละค่ายรถอาจจะเปลี่ยนไปนอกจากรูปลักษณ์และแรงม้า แต่จะถูกผันมาเป็น Insurance Telematics ที่มีการทำประกันพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ I มีการตรวจสอบวินัยการขับรถ เชื่อมกับบริษัทประกันเพื่อลดเบี้ยประกันให้หากคุณขับรถดี ก็ถือได้ว่าเป็นอีก 1 ทางเลือกสำหรับผู้ขับขี่ที่จะช่วยรักษาความปลอดภัยบนท้องถนนได้อีกทางหนึ่งครับ

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

สรุปงานใหญ่ “Techsauce Global Summit 2018” เสริมแกร่งธุรกิจไทยรับมือยุค Disruptive Technology

Published

on

“Techsauce” ผนึกพันธมิตรระดับโลกเปิดงาน Techsauce Global Summit 2018 งาน Tech Conference รวบรวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างยิ่งใหญ่ วิทยากร-นักลงทุน-สตาร์ทอัพ-เอสเอ็มอี-ผู้สนใจจากทั่วโลกนับ 10,000 ชีวิตตบเท้าร่วมงาน อัดแน่นเทรนด์เทคโนโลยีสุดฮอตผ่านสัมมนา 10 เวที อาทิ FoodTech-LivingTech-FinTech-Blockchain-AI ช่วยเสริมแกร่งธุรกิจไทยรับมือยุค Disruptive Technology คาดเกิดการจับคู่ธุรกิจกว่า 500 ดีล

น.ส.อรนุช เลิศสุวรรณกิจ (ซ้าย) นายอมฤต เจริญพันธ์ (ขวา)

น.ส.อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด ผู้จัดงาน Techsauce Global Summit งานสัมมนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า การจัดงาน Techsauce Global Summit 2018 ในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากทั้งพันธมิตรระดับโลก อาทิ Techstars ที่เป็นแอคเซอเลอเรเตอร์อันดับต้นๆ ของโลก และพันธมิตรผู้ประกอบการชั้นนำในหลายอุตสาหกรรมของไทย บริษัท สิริ เวนเจอร์ส จำกัด บริษัท ทรู ดิจิทัล พาร์ค จำกัด บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด dtac Accelerate บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด ในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) AddVentures โดยเอสซีจี สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (TCEB) มาร่วมสนับสนุนและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ที่กำลังมีอิทธิพลต่อโลกกับผู้เข้าร่วมงาน ทำให้การจัดงานในปีนี้ สามารถจัดได้อย่างยิ่งใหญ่ตามเป้าหมาย

“ปีนี้มีผู้สนใจซื้อบัตรเข้าร่วมงานกว่า 10,000 ราย ทั้งผู้บริหาร ภาคธุรกิจ สตาร์ทอัพ ผู้สนใจในแวดวงเทคโนโลยี โดยมีทั้งกลุ่มที่ซื้อในลักษณะบุคคลทั่วไปและแบบผ่านการสนับสนุนขององค์กร สะท้อนว่าภาพรวมของทุกภาคส่วนกำลังตื่นตัวกับการอัพเดตเทรนด์ด้านเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโลกขณะนี้” น.ส.อรนุช กล่าว

น.ส.อรนุช กล่าวอีกว่า การจัดงานทั้ง 2 วัน ในวันที่ 22-23 มิ.ย. ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ประกอบด้วยไฮไลท์หลายส่วน ได้แก่ 1.การจัดสัมมนา (Conference) โดยแบ่งโซนสัมมนาออกเป็น 10 เวที คือ 1. เวที AgTech & FoodTech 2. เวที HealthTech 3. เวที LivingTech และ 4. เวที FinTech 5. เวที Startup 6. เวที Venture Capital (VC) 7. เวที Deep Tech Showcase & Head to the Future 8. เวที Blockchain & Cryptocurrency 9. เวที AR & VR และ 10. เวที Data Science & AI

“วิทยากรที่จะมาร่วมแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ ในเวทีต่างๆ ประกอบด้วยซีอีโอ นักลงทุน และวิทยากรด้านเทคโนโลยีจากทั่วโลกรวมกว่า 200 คน อาทิ David Brown ผู้ร่วมก่อตั้ง Techstars แอคเซอเลอเรเตอร์อันดับต้นๆ ของโลก Joseph Lubin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum แพลตฟอร์มบนระบบ Blockchain ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง Mike Peng กรรมการผู้จัดการ IDEO Tokyo วิทยากรที่ได้รับความนิยมสูงมากจากงานในปีที่ผ่านมา” น.ส.อรนุช กล่าว

กิจกรรมอื่นๆ ภายในงาน Techsauce Global Summit 2018

  1. การจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) แบ่งออกเป็น 3 ห้องต่อวัน รวมกว่า 20 คลาส จัดอบรมให้แก่ผู้ที่ซื้อบัตรแบบ Grand สำหรับเข้าร่วม Workshop แบบเอ็กคลูซีฟ
  2. การจัดแสดงผลงาน (Exhibition) ประกอบด้วยบูธของสตาร์ทอัพหลากหลายสายจากทั่วโลก บูธของนักลงทุนที่สนใจลงทุนในสตาร์ทอัพ
  3. การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เปิดพื้นที่ให้แก่สตาร์ทอัพ นักลงทุน และภาคเอกชนที่กำลังต้องการนวัตกรรมเข้ามาเปลี่ยนแปลงองค์กร มีโอกาสได้เจรจาธุรกิจกัน
  4. การแข่งขัน Startup Pitching รอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ เฟ้นหา “Champion of Champion” จาก 20 ประเทศทั่วเอเชีย-โอเชียเนีย

น.ส.อรนุช เลิศสุวรรณกิจ (ที่ 3 จากขวา) และนายอมฤต เจริญพันธ์ (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด พร้อมด้วยผู้ร่วมจัดงานและคณะกรรมการตัดสิน ร่วมแสดงความยินดีกับทีม SzeleSTIM จากประเทศออสเตรีย ผู้ได้รับรางวัล The Winner และ miro จากฮ่องกง ผู้คว้ารางวัล Special Grand Prize จากการแข่งขัน Startup Pitching รอบชิงชนะเลิศในงาน Techsauce Global Summit 2018 งานสัมมนานานาชาติด้านเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ มั่นใจว่าการจัดงานครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับระบบนิเวศด้านเทคโนโลยี (Tech Ecosystem) ของภูมิภาค พร้อมทั้งช่วยให้ภาคธุรกิจของไทยมีความรู้เพิ่มเติมพร้อมรับมือยุค Global Disruptive Technology และมีการจับคู่ธุรกิจเกิดขึ้นในงานไม่น้อยกว่า 500 ดีล

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading
Advertisement
Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!