Connect with us

ช่วงนี้ กสทช. จัดงานวันสื่อสารแห่งชาติหรือ NET 2015 ขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ระหว่างวันที่ 6-9 สิงหาคมนี้ครับ ซึ่งงานนี้กสทช. และบริษัทต่างๆ ที่เข้าร่วม ตั้งใจแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีการสื่อสาร จึงมีเทคโนโลยีล่าสุดของโลก และเทคโนโลยีใกล้ตัวหลายอย่างมาจัดแสดง ทีมงานแบไต๋จึงขอคัด 5 ไฮไลท์เด่นในงานนี้มาให้ชมกัน เผื่อว่าได้ไปเดินงานจะได้ไม่พลาดไปชมของจริงไงครับ

VoLTE และ VoWifi จาก dtac

 

This slideshow requires JavaScript.

ไฮไลท์แรกนี้อยู่บริการบูธ dtac ตรงกลางฮอลล์ครับ โดยโชว์เทคโนโลยีการสื่อสารที่กำลังจะเริ่มใช้เร็วๆ นี้อย่าง VoLTE และ VoWifi ให้ดูกัน แถมยังเปิดโอกาสให้ทดลองใช้กันจริงๆ ด้วย

จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือเป็นการใช้เครือข่าย LTE เพื่อสื่อสารด้วยเสียง แทนที่เวลาผู้ใช้จับคลื่น 4G LTE อยู่จะต้องกลับมาใช้คลื่น 3G เพื่อโทรออก ก็สามารถโทรบน 4G ได้เลย โดยคุณภาพเสียงที่ได้ก็จะคมชัดกว่าเดิม ใช้ระยะเวลาในการเริ่มต้นโทรน้อยลงไม่ถึง 1 วินาที (ใครที่กดโทรผิด คุณแทบไม่มีเวลาแก้ตัวเลยนะ 555) นอกจากนี้ยังสามารถใช้ Video Call ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ได้ด้วยคุณภาพสูงสุด 1080p อีกด้วย

ในส่วนของ VoWifi ก็คือนำเทคโนโลยีลักษณะเดียวกับ VoLTE มาวิ่งผ่าน Wifi นั้นเอง ก็จะได้คุณภาพเสียงที่ดีเหมือนกัน แต่การโทรผ่าน Wifi จะช่วยปิดจุดอ่อนในพื้นที่ที่สัญญาณโทรศัพท์เข้าถึงยาก เช่นบนคอนโดสูงๆ แถมการโทรผ่าน VoWifi ยังสามารถใช้โทรออก รับสายจากต่างประเทศได้ด้วย แค่เชื่อมต่อ Wifi เอาไว้ โดยน่าจะคิดค่าบริการอัตราเดียวกับการโทรเข้า-ออกปกติ (dtac จะประกาศราคาอีกครั้ง)

ปัจจุบัน dtac เริ่มทดลอง VoLTE กับพนักงานก่อน ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ทดลองใช้ต่อไป โดยตอนนี้สมาร์ทโฟนที่รองรับคือ Galaxy S6, S6 edge และ dtac eagle X ซึ่งอนาคต iPhone 6 ก็น่าจะรองรับด้วย ผ่านการอัปเดทซอฟต์แวร์

คุณประเทศ

คุณประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี dtac

คุณประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี dtac ขึ้นมาให้ข้อมูลว่า เทคโนโลยีมือถือส่วนใหญ่มีรากฐานมาจากเครือข่าย Voice ที่เคยใช้อยู่ก่อน ทำให้การส่งข้อมูลไม่เร็วมาก แต่พอเปลี่ยน Voice เป็น data แล้ว ก็ทำให้ทุกอย่างเร็วขึ้น และย้ายไปใช้บน Wifi ได้ด้วย ซึ่งเทคโนโลยีการแปลงเสียงเป็นข้อมูลแบบที่ใช้ใน VoLTE นี้ ทำให้ผู้ให้บริการไม่ต้องกั้นท่อสำหรับส่งข้อมูล และท่อสัญญาณสำหรับส่งเสียงโดยเฉพาะเหมือนแต่ก่อน ทำให้ใช้ท่อข้อมูล 4G เส้นเดียวกันร่วมกันไปเลยระหว่างการรับส่งข้อมูลกับการคุยด้วยเสียง จึงลดปัญหาความแออัดของข้อมูลลง

โดย dtac เป็นผู้ให้บริการรายแรกในไทย และรายที่ 16 ในโลกที่ให้บริการ VoLTE (น่าจะเริ่มให้บริการได้ในปีนี้) ส่วน VoWifi เป็นรายที่ 5 ของโลก (ทำให้หาเครื่องลูกข่ายที่ใช้ได้ยาก ใครอยากใช้ก็ต้องเช็ครุ่นนิดหนึ่ง)

นอกจากนี้ Dtac มีการส่งพนักงานเข้าไปสอนการใช้อินเทอร์เน็ตในชนบทด้วย มีตัวอย่างเช่นเกษตรกรปูม้า สามารถสร้างเพจขายปูม้าออนไลน์ได้

Ericsson กับนวัตกรรม Connected Paper

บูธของ Ericsson ในงาน NET 2015 ก็นำเทคโนโลยีที่น่าสนใจหลายอย่างมาโชว์ครับ เช่นลูกบาสที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ ทำให้เก็บข้อมูลสถิติต่างๆ ได้

This slideshow requires JavaScript.

ไฮไลท์สำคัญของบูธนี้คือ Connected paper ที่ถ้ามางานนี้อย่าลืมมาดูให้ได้นะครับ เจ๋งจริง ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะเปลี่ยนร่างกายมนุษย์เป็นสื่อกลางระหว่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต กับอุปกรณ์ สินค้า วิธีใช้ก็ง่ายๆ แค่จับอุปกรณ์ที่ติดตั้ง Connected Paper เจ้า Smart device ที่เราถืออยู่ก็จะบอกได้ทันทีว่าของชิ้นนั้นคืออะไร บอกข้อมูลรายละเอียดเช่นวันที่ผลิตได้ด้วย ซึ่งก็คล้ายๆ กับ RFID หรือ NFC แต่ใช้ร่างกายมนุษย์เป็นสื่อเลย

Connected Paper นั้นพัฒนาโดยคุณยอน เฮเดอร์เร็นและทีมงานของอิริคสัน โดยสร้างขึ้นจากรากฐานของ 3 เทคโนโลยีคือ

  1. เทคโนโลยี Printed Electronics ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการพิมพ์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์บนกระดาษ พลาสติก หรือวัสดุต่างๆ ที่สามารถพิมพ์ได้ในปัจจุบัน
  2. เทคโนโลยี Human Body Communication หรือ Capacitive Coupling ซึ่งจะช่วยส่งสัญญาณ Signals ความเร็วต่ำประมาณ 10 kbps จาก Printed Electronics เข้าสู่ร่างกายของคนเรา
  3. Application และ Network ผ่านสมาร์ทโฟน โดยเมื่อสัญญาณ Signals ถูกส่งจากร่างกายมายังอุปกรณ์ สมาร์ทโฟนก็จะทำการเชื่อมต่อไปยัง Apps หรือ ข้อมูลต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ผ่านเครือข่ายโมบายบรอดแบนด์

ตอนนี้ยังไม่มีกำหนดเวลาว่า Connected Paper จะเสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานเมื่อไหร่ แต่ถ้าสำเร็จ และอุปกรณ์ต่างๆ รองรับเทคโนโลยีนี้มากพอ ก็จะช่วยให้ผู้ใช้ตรวจเช็คข้อมูลของสรรพสิ่งรอบตัวได้ง่ายขึ้นครับ

แกนหลักในการนำเสนอของ Ericsson ภายในงาน NET 2015 คือเทคโนโลยีเครือข่าย (Ericsson เป็นผู้ผลิตและพัฒนาอุปกรณ์เครือข่าย เช่นอุปกรณ์ที่ติดตั้งในเสาส่งสัญญาณ) ในยุคต่อไปจะช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร เมืองในอนาคตที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกันจะเป็นอย่างไร แล้วบ้านในอนาคต จะเทพยังไง ก็มาดูแนวคิดเหล่านี้ได้ในบูธครับ

เมื่อคนไทยร่วมกันใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมคุณภาพชีวิตผู้พิการ

This slideshow requires JavaScript.

หนึ่งในบริการที่น่าสนใจที่ กสทช. นำมาจัดแสดงให้ชมในงาน NET 2015 คือ TTRS หรือศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทยครับ ที่เป็นบริการช่วยเหลือคนพิการให้สามารถติดต่อกับคนอื่นๆ ได้ โดยให้บริการในหลายรูปแบบ ทั้งตู้คิออสที่ตั้งอยู่ตามโรงเรียนสำหรับคนพิการและสถานที่สาธารณะต่างๆ นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถเปิดเว็บหรือเปิดแอปเพื่อใช้บริการได้อีกด้วย

เมื่อผู้ใช้ติดต่อกับ TTRS กล้อง Webcam (หรือกล้องมือถือ) ก็จะถ่ายทอดภาพให้กับล่ามเพื่อแปลภาษามือของคนพิการ เป็นเสียงหรือข้อความสื่อสารกับคนอื่นๆ TTRS จึงเป็นตัวกลางเชื่อมต่อผู้พิการทางการได้ยิน กับโลกภายนอก

TTRS ใช้บริการฟรี โดยได้รับการสนับสนุนจากกสทช. ซึ่งตอนนี้ให้บริการแล้ว มีผู้ใช้บริการมากมายในแต่ละวัน ใครสนใจอยากลองใช้ตู้นี้ ก็แวะเวียนไปได้ในบริเวณบูธใหญ่ของกสทช. ในงานครับ

สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ก็ส่งตู้เข้าชิง

R0066764

สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์หรือ #EGA ยังนำตู้ Smart Citizen Info มาจัดแสดงด้วย โดยตู้นี้จะอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้ตรวจสอบข้อมูลของตัวเอง เช่นข้อมูลทะเบียน หรือข้อมูลประกันสังคม แถมยังพิมพ์ข้อมูลออกมาได้อีกด้วย ซึ่งอาศัยแค่บัตรประชาชนใบเดียว ก็สามารถตรวจเช็คข้อมูลได้แล้ว โดยตู้นี้มีติดตั้งที่ Central world และจะทยอยติดตั้งตามห้างสรรพสินค้า หรือตึกสำนักงานต่างๆ ต่อไป

นอกจากนี้ EGA ยังนำแอป GAC (Government App Center) มาโชว์ด้วย โดยแอปนี้เป็นเหมือนศูนย์กลางให้ตามหาแอปของหน่วยงานราชการต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

ถ้าใครที่ติดตามข่าวเว็บแบไต๋มาตลอดน่าจะคุ้นชื่อสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์กันมาบ้างนะครับ เพราะเป็นหนึ่งในเจ้าภาพโครงการติดต่อราชการเลิกใช้สำเนาบัตรนั้นเอง

บริการ Digital Life จาก Thaicom

R0066744

บริษัท Thaicom ก็นำ Digital Life มาโชว์ เป็นบริการดูทีวีดาวเทียมพร้อมอินเทอร์เน็ต ชมรายการได้ 20 ช่อง พร้อมสามารถกรอย้อนหลังให้ชมได้ 2 ชั่วโมง และสามารถตั้งบันทึกไว้ในกล่องได้ 8 ช่อง 8 วันในกล่องของตัวเอง

โดยอินเทอร์เน็ตของ Thaicom นี้จะผ่านจานดาวเทียมมา แน่นอนว่ามัน download ได้อย่างเดียว แต่ Upload ผ่านจานไม่ได้ ต้องเชื่อมต่อ 3G ของ Ais เพื่ออัปข้อมูล ตอนนี้บริการ Digital Life ยังอยู่ในขั้นทดลองให้บริการ ให้ลูกค้าไทยคมเดิมได้ทดลองใช้ก่อน

นอกจากนี้ Thaicom ยังร่วมพัฒนาแอป Gossip girls thailand เพื่อเป็นแอปแบบ second screen ด้วย

งาน NET 2015 ยังจัดต่อเนื่องถึงวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคมนี้นะครับ ใครที่อยากชมงานโชว์เทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่เน้นขายของ ก็งานนี้แหละ เข้าชมฟรีด้วยนะ

ปล. สำหรับคนที่อยากซื้อของ ในงาน Huawei ก็นำ P8 Max มือถือจอยักษ์มาขายครั้งแรกในราคา 18,990 บาท ส่วน i-Mobile ก็นำมือถือ Android One มาด้วยเช่นกัน ก็ลองดูกันได้นะครับ

R0066761

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

เครื่องฟอกอากาศ LG PuriCare จาก LG ให้คุณสร้างอากาศบริสุทธิ์ภายในบ้าน ได้ทุกที่ ทุกเวลา

Published

on

จากมลภาวะอากาศในปัจจุบันทั้งนอกบ้านและในบ้านส่งผลต่อสุขภาวะของคนไทย ซึ่งมีแนวโน้มของการเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะภูมิแพ้ การสร้างอากาศบริสุทธิ์ภายในบ้านให้แก่สมาชิกทุกคนในครอบครัวจึงเป็นเรื่องสำคัญ และสามารถทำได้อย่างง่ายดายด้วยนวัตกรรมล่าสุดของ เครื่องฟอกอากาศ LG PuriCare (แอลจี เพียวริแคร์) ที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการมอบอากาศบริสุทธิ์ภายในบ้านหรืออาคาร สามารถขจัดสารมลพิษที่มองไม่เห็น จากระบบฟอกอากาศอย่างสมบูรณ์ถึง 6 ขั้นตอน นอกจากจะสามารถกรองอากาศภายในบ้านได้โดยรอบ 360 องศา และยังสามารถควบคุมการใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลาแม้จะอยู่นอกบ้านด้วยแอปพลิเคชัน Smart ThinQ™

เครื่องฟอกอากาศ LG PuriCare

  • โดดเด่นด้วยระบบการฟอกอากาศถึง 6 ขั้นตอน
  • พร้อมศักยภาพของสมาร์ท เซ็นเซอร์ จึงดูดและกรองฝุ่น รวมถึงสารปนเปื้อนในอากาศต่าง ๆ ที่มีโมเลกุลขนาดเล็กได้อย่างหมดจด
    • ไม่ว่าจะเป็นสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ หรือแม้กระทั่งแก๊สและสารที่มีกลิ่นและอาจเป็นอันตราย
  • พร้อมการกระจายลมในรัศมีได้มากถึง 7.5 เมตร
  • และตัวเครื่องทรงกลมที่มี Clean Booster จะทำการยกตัวขึ้นและหมุนเพื่อกระจายอากาศบริสุทธิ์สู่ทั่วทุกมุมห้อง

คุณนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นของแอลจีในการพัฒนานวัตกรรมสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้นอย่างแท้จริง ตามสโลแกน Life’s Good

เครื่องฟอกอากาศ LG PuriCare จึงมาพร้อม  Smart ThinQ™ แอปพลิเคชันเฉพาะจากแอลจีที่ช่วยให้การใช้งานสะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

  • การตรวจสอบคุณภาพอากาศภายในบ้าน
  • การสั่งงานเปิด-ปิด ในขณะเดินทางกลับบ้าน เพื่อให้มั่นใจว่าสมาชิกในครอบครัวจะได้รับอากาศบริสุทธิ์สะอาดทันทีที่ถึงบ้าน”
  • อีกคุณสมบัติอันโดดเด่นของแอลจี เพียวริแคร์ คือ ระบบกรองอากาศภายในตัวเครื่องที่ทำงานแยกกันอย่างอิสระ ตัวเครื่องส่วนล่างจึงมอบอากาศบริสุทธิ์ให้แก่ลูกน้อยวัยคลานได้อย่างทั่วถึง
  • เครื่องฟอกอากาศ แอลจี เพียวริแคร์ รุ่น AS95GDWV0 จำหน่ายในราคา 54,900 บาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลแอลจี 0-2878-5757 หรือสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.lg.com/th 

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

B&O เปิดตัวหูฟัง Earset และลำโพง Beoplay P6 มาพร้อมคอนเซ็ปท์ “Mysound – My Space”

Published

on

RTB Technology ผู้นำเทรนด์ฟังคุณภาพสูง ที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบเสียงเพลงที่มีรายละเอียดความคมชัดสูงพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นทันสมัย ด้วยการจับมือกับ สตูดิโอเซเว่น ภายใต้ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด(มหาชน) ผู้ประกอบการค้าปลีกสินค้าไอทีรายใหญ่ของไทย เปิดตัวสุดยอดนวัตกรรมหูฟังและลำโพงพร้อมกัน 2 รุ่นใหม่ “Earset” และ “Beoplay P6” ที่มาพร้อมกับคอนเซ็ปท์ My Sound – My Space เพื่อรุกสร้างปรากฎการณ์ใหม่ของการฟังเพลงไปอีกขั้น หลังประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากการเปิดตัว “B&O by Bang & Olufsen” เมื่อปีที่ผ่านมา และสร้างยอดขายเติบโตอย่างรวดเร็ว มั่นใจด้วยคุณภาพเสียงมาตรฐาน ผสมผสานกับการดีไซน์เรียบหรู ร่วมสมัยตามสไตล์เดนมาร์ก และช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง สินค้าใหม่ทั้งสองรุ่นสามารถเพิ่มยอดขายได้ไม่ต่ำกว่า 30% ในสิ้นปีนี้

B&O Earset

B&O Earset

สำหรับหูฟังรุ่น Earset เป็นหูฟังแบบไร้สายรุ่นที่มีความสวยงามคลาสสิคที่สุด เนื่องจากได้แรงบันดาลใจจากการออกแบบหูฟังบีแอนด์โอรุ่นแรกๆ ซึ่งคือ Bang & Olufsen A8 ตั้งแต่ปี 2543 และได้พัฒนาต่อเนื่องมาจนกระทั่งวันนี้ บีแอนด์โอ จึงนำดีไซน์หูฟังที่เป็นต้นแบบหูฟังแบบเกี่ยวหูที่เป็นอมตะ และร่วมสมัย มาใส่เทคโนโลยีไร้สายที่ทันสมัยที่สุด พร้อมด้วยวัสดุเกรดพรีเมียม เพื่อให้แฟนพันธุ์แท้ตัวจริงของบีแอนด์โอ ได้สัมผัสหูฟังดีไซน์คลาสสิคที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคดิจิตอลได้ นอกจากหูฟัง Earset จะมาพร้อม Digital Equalizers ผ่านทางแอปพลิเคชั่น Beoplay แล้ว ยังสามารถคุยโทรศัพท์และการควบคุมการเล่นเพลงได้อย่างง่ายดายตามต้องการ

This slideshow requires JavaScript.

ขณะที่ตัวหูฟังที่ทำจาก Anodized Aluminium เพิ่มความคลาสสิก และแข็งแกร่งได้อย่างลงตัว พร้อมกับยางชนิดอ่อนนุ่มอย่างดี เพื่อให้สวมใส่สบาย แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน 5 ชั่วโมง มีให้เลือก 2 สี คือ สี White และ Graphite Brown ในราคา 12,900 บาท

B&O Play 6

Beoplay P6

สำหรับ Beoplay P6 เป็นลำโพงบลูทูธไร้สายที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันสำหรับคอเพลงที่หลงใหลในดีไซน์และต้องการฟังเพลงในบ้านและยังสามารถพกพาไปนอกบ้านได้อย่างโดดเด่นทุกที่ทุกเวลา ด้วยสไตล์การออกแบบที่คลาสสิคแต่ยังคงความทันสมัยสวยงามเป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกับลำโพงใด ๆ ทั้งยังมาพร้อมกับ B&O Signature Sound ที่ให้รายละเอียดของเสียงทรงพลังสุดคมชัดด้วยกำลังขับ 215 วัตต์ และเบสที่นุ่มนวลชัดใส พร้อมการออกแบบตะแกรงเสียงให้สามารถขับเสียงออกได้ 360 องศา ทำให้ผู้ใช้สามารถได้ยินเสียงเต็มที่ไม่ว่าจะข้างหน้าหรือข้างหลัง ขณะที่ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุคุณภาพชั้นเยี่ยม โดยตัวลำโพงทำจากอะลูมีเนียม ให้ความสวยงามและแข็งแรงไปพร้อมกัน ส่วนสายหิ้วทำจากหนังแท้ให้ความเรียบหรู

This slideshow requires JavaScript.

นอกจากนี้ Beoplay P6 ยังมาพร้อมการออกแบบปุ่มกดที่ใช้เพียงสัมผัสเดียว แต่สามารถควบคุมลำโพงได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น เล่น-หยุด เพลง รับ-วางสายโทรศัพท์ แถมยังเรียกใช้ผู้ช่วยเสียง Voice Assistant หรือฟังก์ชั่นใหม่อย่าง ToneTouch ที่เป็นการกำหนด Equalizer Preset ล่วงหน้าในปุ่มเดียว ทำให้เรียกใช้งานได้ง่าย โดยมาพร้อมแบตเตอรี่สำหรับการใช้งานไร้สายได้ยาวนานถึง 16 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง มีให้เลือก 2 สี คือ Black และ Natural ในราคา 16,900 บาท

RTB เน้นรุกตลาด Mobile Lifestyle ต่อไป

ดร.บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวถึงทิศทางการทำตลาดอุปกรณ์เสริม หรือ โมบาย ไลฟ์สไตล์ (Mobile Lifestyle) ในไตรมาส 3 ว่า อาร์ทีบีฯ มีแผนต่อยอดขยายฐานคนรักเสียงเพลงให้ครอบคลุมทุกเซ็กเม้นต์ที่กำลังเติบโตและเติมเต็มความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมทุกระดับยิ่งขึ้น ด้วยการรุกต่อยอดความสำเร็จแบรนด์เครื่องเสียงระดับไฮเอนด์จากประเทศเดนมาร์ก “บี แอนด์ โอ” (B&O) หรือ Bang & Olufsen ที่อาร์ ที บีฯ เพิ่งเปิดเมื่อกลางปีที่ผ่านมา และได้กระแสการตอบรับที่ดีมากจากกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการฟังเพลงคุณภาพสูงและชื่นชอบในดีไซน์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ในปีนี้ อาร์ทีบีฯ จึงได้จับมือกับ สตูดิโอเซเว่น ภายใต้ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบการค้าปลีกสินค้าไอทีรายใหญ่ของไทยเปิดตัวนวัตกรรมหูฟังและลำโพง 2 รุ่นใหม่ล่าสุด Earset และ Beoplay P6 เข้ามาทำตลาดเพิ่มขึ้น

“สิ่งที่ยืนยันถึงความสำเร็จของแบรนด์บี แอนด์ โอ (B&O) สะท้อนได้จากยอดขายที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Beoplay E8 ส่งผลให้แบรนด์ บี แอนด์ โอ ในประเทศไทยเป็นที่รู้จักของคอเพลงและเติบโตอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เปิดตัวได้เพียง 1 ปีเท่านั้น โดยมียอดขายประมาณ 70 ล้านบาท ประกอบกับการที่อาร์ทีบีฯ มีความแข็งแกร่งของช่องทางการจำหน่ายที่ครอบคลุมและครบทุกพาร์ทเนอร์ โดยปัจจุบันมีจุดจำหน่าย 50 แห่ง และจะขยายเพิ่มเป็น 70 แห่งในสิ้นปีนี้ ตลอดจนแนวโน้มพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมหูฟังและลำโพงคุณภาพสูง ที่มาพร้อมการออกแบบดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์มากขึ้น เพราะสะท้อนเอกลักษณ์ของผู้ใช้งาน จึงเป็นปัจจัยให้ บี แอนด์ โอ(B&O) ได้รับการตอบรับที่ดีจากคอเพลงมาอย่างต่อเนื่อง”

ดร.บรรพต กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวทางการผลักดันแบรนด์บี แอนด์ โอ ในปีนี้ว่า อาร์ทีบีฯ จะเดินหน้าขยายการรับรู้ ด้วยการมุ่งสร้างให้ผู้บริโภคได้มีประสบการณ์กับสินค้าทั้งในแง่ของคุณภาพเสียง และวัสดุพรีเมียมที่ใช้มากขึ้น โดยการขยายพื้นที่กับพาร์ทเนอร์ ทำ shop in shop ของ บีแอนด์โอให้มากขึ้น เพื่อตอกย้ำจุดเด่นของแบรนด์และสินค้า และในปีนี้เราจะเพิ่มโปรดักส์ไลน์ใหม่ๆ ที่บีแอนด์โอมีอยู่ เพื่อตอบสนองเทรนด์ของสมาร์ทโฮมที่กำลังได้รับความนิยมในต่างประเทศเป็นอย่างมาก

คุณวิมลมาลย์ วัฒนสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัว Earset และ Beoplay P6 ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำการออกแบบที่เข้าถึงความต้องการของผู้บริโภค ของแบรนด์บี แอนด์ โอ (B&O) กับกลุ่มคนรักเสียงเพลงคุณภาพและหลงใหลในดีไซน์ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบของตัวสินค้า หรือการสื่อสารทางการตลาดต่าง ๆ ช่วยต่อยอดความน่าหลงใหลของแบรนด์ในกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้นอย่างแน่นอน

ด้านนางสาว ณัฐนันท์ กีรติกรยศนันท์ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด(มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า “COM7 เราคือ บริษัทที่ทำธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอที & Gadget ภายใต้ชื่อ brand Banana & Studio 7 ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ เราจะเห็นว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการพัฒนาเทคโนโลยีของสินค้าไอที และ Gadget อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับ lifestyle ยุค Digital โดยเฉพาะ Gadget ในหมวดของ Premium Music ที่ COM7 เล็งเห็นถึงการพัฒนาของเทคโนโลยี และรูปแบบของสินค้า และการเติบโตของยอดขายอย่างต่อเนื่อง และเพื่อจะรองรับการขาย บริษัทฯ ได้ทำการคัดสรรช่องทาง และปรับรูปแบบร้านค้าให้ดูทันสมัยและพรีเมี่ยมมากขึ้น ทั้งร้านค้าในกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัด หัวเมืองใหญ่ๆ โดยเฉพาะโลเคชั่นสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ อย่างเช่นที่ศูนย์การค้าเอ็มควอเทีย เป็นต้น

โดยครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ได้ร่วมมือกับบริษัทอาร์ ที บี ซึ่งเป็น Distributor ที่มีศักยภาพ ในการพัฒนาแบรนด์ต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย และยังเป็นคู่ค้าที่ดีต่อกันมาเกือบ 10 ปี ซึ่ง 1 ในแบรนด์ ที่เติบโตเร็วมาก ในระยะ 1 ปี ที่ผ่านมา ก็คือแบรนด์ B&O เพราะทั้งคุณภาพในด้านของเสียง และวัสดุ รวมถึงดีไซน์ที่เรียบง่าย โดดเด่นและร่วมสมัย และยังมีชื่อเสียงมายาวนานกว่า 50 ปี จึงทำให้ทาง Com7 กับบริษัท อาร์ทีบีฯ มีความยินดี ในการเปิดตัวสินค้าสองรุ่นใหม่นี้ เพื่อส่งเสริมและต่อยอดความสำเร็จของบริษัท ภายใต้ ร้าน Studio7 ในการขายสินค้าที่มีคุณภาพในระดับพรีเมียมให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

‘มิว สเปซ’ ได้รับสิทธิ์ในการใช้คลื่นความถี่ดาวเทียม ครอบคลุม 6 ประเทศในอาเซียน

Published

on

บริษัท มิว สเปซ แอนด์ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจการให้บริการดาวเทียมและกิจการอวกาศของไทย ประกาศการได้รับสิทธิ์ในการใช้คลื่นความถี่ดาวเทียมครอบคลุม 6 ประเทศในอาเซียน มีความพร้อมและจะเริ่มเสนอให้บริการสัญญาณผ่านดาวเทียมให้แก่ภาครัฐ ผู้ประกอบการโทรคมนาคม รวมถึงภาคธุรกิจต่างๆ ในพื้นที่ภูมิภาคอาเซียน และประเทศไทยเร็วๆ นี้

มิว สเปซ ได้รับสิทธิ์ในการใช้คลื่นความถี่ดาวเทียม ณ ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม 50.5 องศาตะวันออก ซึ่งเมื่อ มิว สเปซ ส่งดาวเทียมขึ้นไปในตำแหน่งดังกล่าว จะทำให้มีคลื่นความถี่ดาวเทียมที่สามารถให้บริการได้ครอบคลุมพื้นที่ประเทศกัมพูชา ลาว มาเลเซีย พม่า เวียดนาม รวมถึงประเทศไทยได้ โดยก่อนหน้านี้ คลื่นความถี่ที่ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม 50.5 องศาตะวันออกดังกล่าวนั้น มีการใช้งานโดยบริษัท New Skies Satellites หรือ NSS บริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท SES บริษัทยักษ์ใหญ่ชั้นนำระดับโลกทางด้านดาวเทียม โดยที่ มิว สเปซ วางแผนเช่าคลื่นความถี่ดาวเทียมที่วงตำแหน่งโคจรดังกล่าวเป็นระยะเวลา 15 ปี และจะต่อระยะเวลาการเช่าออกไปอีก 15 ปี

วรายุทธ เย็นบำรุง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท มิว สเปซ แอนด์ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด

นายวรายุทธ เย็นบำรุง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัท มิว สเปซ แอนด์ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันอัตราการการเติบโตของฐานผู้บริโภคในธุรกิจการให้บริการผ่านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและสัญญาณมือถือในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มสูงขึ้น โดย มิว สเปซ มีความพร้อมที่จะให้บริการเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว อีกทั้งเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ เช่น โปรแกรมดิจิตอลแอปพลิเคชั่น เทคโนโลยี 5G ไอโอที (IoT) รวมถึงดาวเทียม ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการส่งเสริมการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและสัญญาณมือถือ เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ได้ทั่วถึงมากยิ่งขึ้น”

จากข้อมูลของธนาคารโลก (World Bank) ประชากรทั้งหมดในประเทศกัมพูชา ลาว มาเลเซีย พม่า เวียดนาม และไทย มีจำนวนทั้งสิ้น 269 ล้านคน โดยที่ 42% ของจำนวนประชากรดังกล่าว หรือประมาณ 113 ล้านคน เป็นผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต และมีการลงทะเบียนใช้งานโทรศัพท์มือถือถึง 359 ล้านเลขหมาย ซึ่งเมื่อพิจารณาตัวเลขจากรายงานดังกล่าว จะเห็นได้ว่าการใช้งานโทรศัพท์มือถือนั้นมีจำนวนมากกว่าจำนวนประชากรโดยรวมของทั้ง 6 ประเทศเสียอีก สำหรับในประเทศไทยมีผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือถึง 120 ล้านเลขหมาย ซึ่งเป็นจำนวนเกือบสองเท่าของจำนวนประชากร 69 ล้านคนในประเทศ ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีอัตราผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ในด้านส่วนแบ่งการตลาดของการใช้บริการอินเทอร์เน็ตไม่ได้ก้าวตามไปด้วย มีเพียงแค่ 48% ของประชากรไทย หรือเพียง 33 ล้านคนเท่านั้น ที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้

ดังนั้น เพื่อสนับสนุนความต้องการของตลาด บริษัทกำลังพัฒนานวัตกรรมการให้บริการทางด้านดาวเทียม และริเริ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านไอโอที (IoT) โดยคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้งานเป็นหลัก มิว สเปซ ไม่หยุดยั้งในการมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำของสังคม โดยในเดือนตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา มิว สเปซ ได้ลงนามร่วมกับบริษัท SES โดยมีเป้าหมายเพื่อให้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและสัญญาณมือถือผ่านดาวเทียมในพื้นที่ชนบทห่างไกลของประเทศไทย ทั้งนี้ ภายใต้สัญญาความร่วมมือดังกล่าว ทาง มิว สเปซ จะเป็นผู้ให้บริการสัญญาณผ่านทางดาวเทียม SES-8 ซึ่งเป็นดาวเทียมสัญชาติลักเซมเบิร์ก และดาวเทียม SES-12

“ในวันนี้ มิว สเปซ มีความพร้อมที่จะให้บริการสัญญาณดาวเทียมในประเทศไทยทันที เหลือเพียงแต่รอขั้นตอนการอนุมัติจากภาครัฐเท่านั้น และผมเชื่อว่า มิว สเปซ จะได้รับไฟเขียวในการให้บริการดาวเทียมจากทางภาครัฐในเร็ววันนี้ เช่นเดียวกับที่ มิว สเปซ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจอุตสาหกรรมทางด้านดาวเทียมและอวกาศของภูมิภาคอย่างเต็มตัวแล้ว และนอกจากนี้การได้มาซึ่งสิทธิในการใช้งานในตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม 50.5 องศาตะวันออกของเรานั้น ไมได้มีความสำคัญเพียงในแง่การให้บริการดาวเทียมของ มิว สเปซ เท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่อประเทศไทยในประเด็นเรื่องสิทธิในการใช้งานจากเอกสารข่ายงานดาวเทียมในตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมอีกด้วย โดยถือเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการบางอย่างเพื่อรักษาไว้ซึ่งสิทธิของประเทศไทยที่ตำแหน่งวงโคจรดังกล่าวที่จะหมดอายุลงในเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้” นายวรายุทธกล่าวเพิ่มเติม

กราฟิกจำลองตำแหน่งวงโคจรดาวเทียม 50.5 องศาตะวันออก ที่ทาง ‘มิว สเปซ’ ได้รับสิทธิ์ในการใช้คลื่นความถี่ดาวเทียม

มิว สเปซ เป็นสตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยีอวกาศและดาวเทียม ก่อตั้งเมื่อกลางปี 2560 โดยมีเป้าหมายต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ด้วยการนำดาวเทียมมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการสร้างระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมในพื้นที่ห่างไกล และการนำมาปรับใช้กับสื่อสารในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการรองรับ IoT และ Smart Cities ปัจจุบัน มิว สเปซ เป็นสตาร์ตอัพอวกาศแห่งแรกของไทยที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม (แบบมีโครงข่ายดาวเทียมเป็นของตนเอง) จากสำนักงานจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นระยะเวลา 15 ปี

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

เรื่องร้อนแรง!