Connect with us

ช่วงนี้ กสทช. จัดงานวันสื่อสารแห่งชาติหรือ NET 2015 ขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ระหว่างวันที่ 6-9 สิงหาคมนี้ครับ ซึ่งงานนี้กสทช. และบริษัทต่างๆ ที่เข้าร่วม ตั้งใจแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีการสื่อสาร จึงมีเทคโนโลยีล่าสุดของโลก และเทคโนโลยีใกล้ตัวหลายอย่างมาจัดแสดง ทีมงานแบไต๋จึงขอคัด 5 ไฮไลท์เด่นในงานนี้มาให้ชมกัน เผื่อว่าได้ไปเดินงานจะได้ไม่พลาดไปชมของจริงไงครับ

VoLTE และ VoWifi จาก dtac

 

This slideshow requires JavaScript.

ไฮไลท์แรกนี้อยู่บริการบูธ dtac ตรงกลางฮอลล์ครับ โดยโชว์เทคโนโลยีการสื่อสารที่กำลังจะเริ่มใช้เร็วๆ นี้อย่าง VoLTE และ VoWifi ให้ดูกัน แถมยังเปิดโอกาสให้ทดลองใช้กันจริงๆ ด้วย

จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือเป็นการใช้เครือข่าย LTE เพื่อสื่อสารด้วยเสียง แทนที่เวลาผู้ใช้จับคลื่น 4G LTE อยู่จะต้องกลับมาใช้คลื่น 3G เพื่อโทรออก ก็สามารถโทรบน 4G ได้เลย โดยคุณภาพเสียงที่ได้ก็จะคมชัดกว่าเดิม ใช้ระยะเวลาในการเริ่มต้นโทรน้อยลงไม่ถึง 1 วินาที (ใครที่กดโทรผิด คุณแทบไม่มีเวลาแก้ตัวเลยนะ 555) นอกจากนี้ยังสามารถใช้ Video Call ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ได้ด้วยคุณภาพสูงสุด 1080p อีกด้วย

ในส่วนของ VoWifi ก็คือนำเทคโนโลยีลักษณะเดียวกับ VoLTE มาวิ่งผ่าน Wifi นั้นเอง ก็จะได้คุณภาพเสียงที่ดีเหมือนกัน แต่การโทรผ่าน Wifi จะช่วยปิดจุดอ่อนในพื้นที่ที่สัญญาณโทรศัพท์เข้าถึงยาก เช่นบนคอนโดสูงๆ แถมการโทรผ่าน VoWifi ยังสามารถใช้โทรออก รับสายจากต่างประเทศได้ด้วย แค่เชื่อมต่อ Wifi เอาไว้ โดยน่าจะคิดค่าบริการอัตราเดียวกับการโทรเข้า-ออกปกติ (dtac จะประกาศราคาอีกครั้ง)

ปัจจุบัน dtac เริ่มทดลอง VoLTE กับพนักงานก่อน ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ทดลองใช้ต่อไป โดยตอนนี้สมาร์ทโฟนที่รองรับคือ Galaxy S6, S6 edge และ dtac eagle X ซึ่งอนาคต iPhone 6 ก็น่าจะรองรับด้วย ผ่านการอัปเดทซอฟต์แวร์

คุณประเทศ

คุณประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี dtac

คุณประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี dtac ขึ้นมาให้ข้อมูลว่า เทคโนโลยีมือถือส่วนใหญ่มีรากฐานมาจากเครือข่าย Voice ที่เคยใช้อยู่ก่อน ทำให้การส่งข้อมูลไม่เร็วมาก แต่พอเปลี่ยน Voice เป็น data แล้ว ก็ทำให้ทุกอย่างเร็วขึ้น และย้ายไปใช้บน Wifi ได้ด้วย ซึ่งเทคโนโลยีการแปลงเสียงเป็นข้อมูลแบบที่ใช้ใน VoLTE นี้ ทำให้ผู้ให้บริการไม่ต้องกั้นท่อสำหรับส่งข้อมูล และท่อสัญญาณสำหรับส่งเสียงโดยเฉพาะเหมือนแต่ก่อน ทำให้ใช้ท่อข้อมูล 4G เส้นเดียวกันร่วมกันไปเลยระหว่างการรับส่งข้อมูลกับการคุยด้วยเสียง จึงลดปัญหาความแออัดของข้อมูลลง

โดย dtac เป็นผู้ให้บริการรายแรกในไทย และรายที่ 16 ในโลกที่ให้บริการ VoLTE (น่าจะเริ่มให้บริการได้ในปีนี้) ส่วน VoWifi เป็นรายที่ 5 ของโลก (ทำให้หาเครื่องลูกข่ายที่ใช้ได้ยาก ใครอยากใช้ก็ต้องเช็ครุ่นนิดหนึ่ง)

นอกจากนี้ Dtac มีการส่งพนักงานเข้าไปสอนการใช้อินเทอร์เน็ตในชนบทด้วย มีตัวอย่างเช่นเกษตรกรปูม้า สามารถสร้างเพจขายปูม้าออนไลน์ได้

Ericsson กับนวัตกรรม Connected Paper

บูธของ Ericsson ในงาน NET 2015 ก็นำเทคโนโลยีที่น่าสนใจหลายอย่างมาโชว์ครับ เช่นลูกบาสที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ ทำให้เก็บข้อมูลสถิติต่างๆ ได้

This slideshow requires JavaScript.

ไฮไลท์สำคัญของบูธนี้คือ Connected paper ที่ถ้ามางานนี้อย่าลืมมาดูให้ได้นะครับ เจ๋งจริง ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะเปลี่ยนร่างกายมนุษย์เป็นสื่อกลางระหว่างสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต กับอุปกรณ์ สินค้า วิธีใช้ก็ง่ายๆ แค่จับอุปกรณ์ที่ติดตั้ง Connected Paper เจ้า Smart device ที่เราถืออยู่ก็จะบอกได้ทันทีว่าของชิ้นนั้นคืออะไร บอกข้อมูลรายละเอียดเช่นวันที่ผลิตได้ด้วย ซึ่งก็คล้ายๆ กับ RFID หรือ NFC แต่ใช้ร่างกายมนุษย์เป็นสื่อเลย

Connected Paper นั้นพัฒนาโดยคุณยอน เฮเดอร์เร็นและทีมงานของอิริคสัน โดยสร้างขึ้นจากรากฐานของ 3 เทคโนโลยีคือ

  1. เทคโนโลยี Printed Electronics ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการพิมพ์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์บนกระดาษ พลาสติก หรือวัสดุต่างๆ ที่สามารถพิมพ์ได้ในปัจจุบัน
  2. เทคโนโลยี Human Body Communication หรือ Capacitive Coupling ซึ่งจะช่วยส่งสัญญาณ Signals ความเร็วต่ำประมาณ 10 kbps จาก Printed Electronics เข้าสู่ร่างกายของคนเรา
  3. Application และ Network ผ่านสมาร์ทโฟน โดยเมื่อสัญญาณ Signals ถูกส่งจากร่างกายมายังอุปกรณ์ สมาร์ทโฟนก็จะทำการเชื่อมต่อไปยัง Apps หรือ ข้อมูลต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ผ่านเครือข่ายโมบายบรอดแบนด์

ตอนนี้ยังไม่มีกำหนดเวลาว่า Connected Paper จะเสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานเมื่อไหร่ แต่ถ้าสำเร็จ และอุปกรณ์ต่างๆ รองรับเทคโนโลยีนี้มากพอ ก็จะช่วยให้ผู้ใช้ตรวจเช็คข้อมูลของสรรพสิ่งรอบตัวได้ง่ายขึ้นครับ

แกนหลักในการนำเสนอของ Ericsson ภายในงาน NET 2015 คือเทคโนโลยีเครือข่าย (Ericsson เป็นผู้ผลิตและพัฒนาอุปกรณ์เครือข่าย เช่นอุปกรณ์ที่ติดตั้งในเสาส่งสัญญาณ) ในยุคต่อไปจะช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร เมืองในอนาคตที่ทุกอย่างเชื่อมต่อกันจะเป็นอย่างไร แล้วบ้านในอนาคต จะเทพยังไง ก็มาดูแนวคิดเหล่านี้ได้ในบูธครับ

เมื่อคนไทยร่วมกันใช้เทคโนโลยีเพื่อเสริมคุณภาพชีวิตผู้พิการ

This slideshow requires JavaScript.

หนึ่งในบริการที่น่าสนใจที่ กสทช. นำมาจัดแสดงให้ชมในงาน NET 2015 คือ TTRS หรือศูนย์บริการถ่ายทอดการสื่อสารแห่งประเทศไทยครับ ที่เป็นบริการช่วยเหลือคนพิการให้สามารถติดต่อกับคนอื่นๆ ได้ โดยให้บริการในหลายรูปแบบ ทั้งตู้คิออสที่ตั้งอยู่ตามโรงเรียนสำหรับคนพิการและสถานที่สาธารณะต่างๆ นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถเปิดเว็บหรือเปิดแอปเพื่อใช้บริการได้อีกด้วย

เมื่อผู้ใช้ติดต่อกับ TTRS กล้อง Webcam (หรือกล้องมือถือ) ก็จะถ่ายทอดภาพให้กับล่ามเพื่อแปลภาษามือของคนพิการ เป็นเสียงหรือข้อความสื่อสารกับคนอื่นๆ TTRS จึงเป็นตัวกลางเชื่อมต่อผู้พิการทางการได้ยิน กับโลกภายนอก

TTRS ใช้บริการฟรี โดยได้รับการสนับสนุนจากกสทช. ซึ่งตอนนี้ให้บริการแล้ว มีผู้ใช้บริการมากมายในแต่ละวัน ใครสนใจอยากลองใช้ตู้นี้ ก็แวะเวียนไปได้ในบริเวณบูธใหญ่ของกสทช. ในงานครับ

สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ก็ส่งตู้เข้าชิง

R0066764

สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์หรือ #EGA ยังนำตู้ Smart Citizen Info มาจัดแสดงด้วย โดยตู้นี้จะอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้ตรวจสอบข้อมูลของตัวเอง เช่นข้อมูลทะเบียน หรือข้อมูลประกันสังคม แถมยังพิมพ์ข้อมูลออกมาได้อีกด้วย ซึ่งอาศัยแค่บัตรประชาชนใบเดียว ก็สามารถตรวจเช็คข้อมูลได้แล้ว โดยตู้นี้มีติดตั้งที่ Central world และจะทยอยติดตั้งตามห้างสรรพสินค้า หรือตึกสำนักงานต่างๆ ต่อไป

นอกจากนี้ EGA ยังนำแอป GAC (Government App Center) มาโชว์ด้วย โดยแอปนี้เป็นเหมือนศูนย์กลางให้ตามหาแอปของหน่วยงานราชการต่างๆ ได้ง่ายขึ้น

ถ้าใครที่ติดตามข่าวเว็บแบไต๋มาตลอดน่าจะคุ้นชื่อสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์กันมาบ้างนะครับ เพราะเป็นหนึ่งในเจ้าภาพโครงการติดต่อราชการเลิกใช้สำเนาบัตรนั้นเอง

บริการ Digital Life จาก Thaicom

R0066744

บริษัท Thaicom ก็นำ Digital Life มาโชว์ เป็นบริการดูทีวีดาวเทียมพร้อมอินเทอร์เน็ต ชมรายการได้ 20 ช่อง พร้อมสามารถกรอย้อนหลังให้ชมได้ 2 ชั่วโมง และสามารถตั้งบันทึกไว้ในกล่องได้ 8 ช่อง 8 วันในกล่องของตัวเอง

โดยอินเทอร์เน็ตของ Thaicom นี้จะผ่านจานดาวเทียมมา แน่นอนว่ามัน download ได้อย่างเดียว แต่ Upload ผ่านจานไม่ได้ ต้องเชื่อมต่อ 3G ของ Ais เพื่ออัปข้อมูล ตอนนี้บริการ Digital Life ยังอยู่ในขั้นทดลองให้บริการ ให้ลูกค้าไทยคมเดิมได้ทดลองใช้ก่อน

นอกจากนี้ Thaicom ยังร่วมพัฒนาแอป Gossip girls thailand เพื่อเป็นแอปแบบ second screen ด้วย

งาน NET 2015 ยังจัดต่อเนื่องถึงวันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคมนี้นะครับ ใครที่อยากชมงานโชว์เทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่เน้นขายของ ก็งานนี้แหละ เข้าชมฟรีด้วยนะ

ปล. สำหรับคนที่อยากซื้อของ ในงาน Huawei ก็นำ P8 Max มือถือจอยักษ์มาขายครั้งแรกในราคา 18,990 บาท ส่วน i-Mobile ก็นำมือถือ Android One มาด้วยเช่นกัน ก็ลองดูกันได้นะครับ

R0066761

แสดงความคิดเห็น

ข่าวไอทีในประเทศ

Element Case และ STM โชว์ประสิทธิภาพในการปกป้องเครื่องผ่าน Drop Test

Published

on

เอสทีเอ็ม กูดส์ ประเทศไทย (STM Goods Thailand) จัดกิจกรรม ดรอป เทสต์ ชาเลนจ์ (Drop Test Challenge) ทดสอบประสิทธิภาพการกันกระแทกของเคสไอโฟน แบรนด์ อีลีเมนท์ เคส (Element Case) จากสหรัฐอเมริกาที่เอสทีเอ็มเป็นผู้แทนจำหน่าย และเคสกันกระแทกสำหรับไอแพดแบรนด์ STM ของเอสทีเอ็มจากออสเตรเลีย

สำหรับเคสที่นำมาทดสอบการโยนตกกระทบพื้น ได้แก่ อีลีเมนท์ เคส รุ่น ฟอร์มูล่า สำหรับ ไอโฟน X (Element Case Formula for iPhone X) และ เอสทีเอ็ม ดักซ์ สำหรับ ไอแพด (STM Dux for iPad) ซึ่งผลิตจากวัสดุทนทานคุณภาพสูงเกรดกองทัพอากาศที่เได้รับการทดสอบในสหรัฐอเมริกามาแล้วว่าสามารถป้องกันความเสียหายของไอโฟนได้แม้จะตกลงจากรถยนต์ ที่กำลังวิ่งด้วยความเร็ว 65 ไมล์ต่อชั่วโมง และจากความสูง 10 ฟุต

ในขณะที่ เอสทีเอ็ม ดักซ์ (STM Dux) ได้รับการออกแบบมาด้วยวัสดุที่ทนทานผ่านมาตรฐานการทดสอบทางทหารและแนวคิดการออกแบบยังเอื้อให้การใช้งานไอแพด มีประสิทธิภาพและคล่องตัวมากขึ้นโดยเคสรุ่นดังกล่าว มุ่งเน้นการใช้งานในกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่มีการสำรวจแล้วว่าเป็นกลุ่มที่ยังขาดความระมัดระวังในการใช้ไอแพดและมักทำหล่นจึงเกิดความเสียหายต่อตัวเครื่องบ่อยครั้ง

โดยภายในงานซึ่งจัดขึ้นที่ร้าน iBeat by UFicon สาขาเทอมินัล 21 เอสทีเอ็ม กูดส์ ประเทศไทย ได้ทดสอบความแข็งแกร่งของอีลีเม้นท์ เคส และ เอสทีเอ็ม ดักซ์ ด้วยการโยนตัวเครื่องที่ใส่เคสทั้งสองรุ่นลงตกกระทบพื้นซึ่งเป็นลักษณะที่มักจะเกิดขึ้นกับผู้ใช้งานไอโฟนและ ไอแพดที่ทำเครื่องหล่นพื้นซึ่งมีการสำรวจว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้ทำเครื่องหล่นเฉลี่ยอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งและทำหล่นสูงสุด 6 ครั้ง ต่อเดือน ในงาน ยังมีการท้าให้ผู้เข้าร่วมงานนำไอโฟน หรือ ไอแพด มาใส่เคสและทดสอบด้วยการโยนลงพื้นด้วยตัวเองอีกด้วยซึ่งได้รับความสนใจอย่างมาก

เอสทีเอ็ม ดักซ์ สำหรับ ไอแพด (STM Dux for iPad)

เอสทีเอ็ม ดักซ์ เป็นหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ เอสทีเอ็ม ออสเตรเลียซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าประเภทเคสสมาร์ทโฟนและแทบเลตค่ายแอปเปิ้ลรวมทั้งกระเป๋าและแบคแพคเพื่อคอมพิวเตอร์แลบทอป

คำว่า ดักซ์ (Dux) ในประเทศออสเตรเลีย แปลว่า นักเรียนดีเด่นในชั้นเรียน จึงเป็นที่มาของการนำชื่อนี้มาเป็นชื่อรุ่นของเคส ไอแพด ที่มีความแข็งแกร่ง ช่วยปกป้องไอแพด ที่เป็นอุปกรณ์สำคัญและถูกใช้งานอย่างหนักโดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่ไอแพด กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพกติดตัวตลอดเวลาและมีโอกาสสูงในการทำเครื่องตกหล่น

คุณสมบัติเด่น ของ เอสทีเอ็ม ดักซ์ (STM Dux) ได้แก่

  • ทนทานต่อแรงกระแทกโดยผ่านมาตรฐานการทดสอบความแข่งแกร่งระดับทหาร U.S. Mil-Std 810 G
  • ตัวเคสผลิตจากโพลีคาร์บอเนตที่มีความคงทนสูง ขอบเคสผลิตจาก TPU ที่แข็งแกร่ง
  • ดีไซน์ช่องเก็บปากกาป้องกันการทำปากกาสูญหาย
  • ฝาปิดกระชับกับตัวเครื่องด้วยแถบแม่เหล็กสิทธิบัตรเฉพาะของเอสทีเอ็ม
  • ฝาหลังที่ผลิตจากวัสดุที่ใสเพื่อการปรับเปลี่ยนการใช้งานตามความชอบหรือใส่แผ่นป้ายชื่อเพื่อการมองเห็นได้ง่ายดาย
  • ฝาเคสช่วยประหยัดพลังงานของตัวเครื่อง โดยเครื่องจะเปิดและปิดการทำงานเมื่อมีการเปิด-ปิด ฝาเคส

อีลีเมนท์ เคส รุ่น ฟอร์มูล่า สำหรับไอโฟน X (Element Case Formula for iPhone X)

 

คุณสมบัติเด่น ของ อีลีเมนท์ เคส รุ่น ฟอร์มูล่า สำหรับไอโฟน X ได้แก่

  • ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์เกรดกองทัพอากาศ CNC แมชชีน อลูมิเนียม และ TPU ที่ปกป้องความเสียหายจากการตกกระแทกได้ดีเยี่ยม ผสานดีไซน์เพื่อการปกป้องโดยเฉพาะ แข่งแกร่งแต่น้ำหนักเบา
  • ดีไซน์ที่ออกแบบมาให้รองรับการกระแทกหรือการตกกระทบที่มุมทั้ง 4 ของตัวเครื่องได้ดีเยี่ยม
  • ตัวฐานและกรอบผลิตจากคาร์บอน ไฟเบอร์ เกรดที่ใช้ในกิจการของกองทัพอากาศ
  • ขอบด้านข้างผลิตจากอลูมิเนียม CNC 6061-T6 น้ำหนักเบา แข่งแกร่ง

ราคาและการวางจำหน่าย

  • เอสทีเอ็ม ดักซ์ สำหรับไอแพด โปร 10.5 (STM Dux for iPad Pro 10.5) วางจำหน่ายในราคา 2,190 บาท
  • อีลีเมนท์ เคส รุ่น ฟอร์มูลา สำหรับ ไอโฟน X (Element Case for iPhone X) วางจำหน่ายในราคา 3,990 บาท

ผลิตภัณฑ์เคสกันกระแทกของ STM และ Element Case นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บริษัท วีแกดซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยมีวางจำหน่าย ณ ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย ได้แก่ iStudio, iBeat, Loft, BE Trend และ Jaymart

ติดตามข่าวสารผลิตภัณฑ์ได้ที่ เฟซบุค STM Goods Thailand อินสตาแกรม STMgoods_Thailand

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

JOOX มุ่งสู่ปีที่ 3 ในฐานะแพลตฟอร์มความบันเทิง ครองเบอร์หนึ่งตลาดเพลงสตรีมมิ่งไทย

Published

on

เผยยอดฟังเพลงสตรีมมิ่งปี 2560 สูงทะลุ 2 พันล้านครั้ง  แอปฯ ดาวน์โหลดโตขึ้น 2 เท่า จากปี 2559

สรุป 2 ปีของ JOOX กับคุณกฤตธี มโนลีหกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด

  • ในเดือนธันวาคม 2017 คนไทยใช้ Joox ถึง 59% เทียบกับ Spotify 11%
  • ผู้ใช้ในไทย 65% ฟังแบบสตรีมออนไลน์ ที่เหลือฟัง Joox แบบดาวน์โหลดไว้ในเครื่อง
  • Joox มี playlist มากกว่า 6 ล้านเพลย์ลิส และ 83% เป็นแบบ public
  • ผู้ใช้ Joox เป็นกลุ่มอายุ 34 ปีลงไป มีผู้ใช้ในกรุงเทพ 43%
  • Joox ช่วยโปรโมทเพลงกลุ่มใหม่ๆ อย่าง Hiphop ให้คนได้ยินมากขึ้นในไทย มีศิลปินหน้าใหม่ที่ติดหูมากมาย
  • ตอนนี้มีการตั้งโปรแกรม Spotlight เพื่อให้ทุนสนับสนุนการสร้างสรรค์เพลงของศิลปินอินดี้ และช่วยโปรโมทเพลงใน JOOX
  • JOOX Live ได้รับเสียงตอบรับที่ดี กิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือกลุ่มเกาหลี
  • Joox ทำ O2O (Online to Offline) จึงจัดอีเวนท์มากมายเช่น JOOX Thailand Music Award (ของปี 2018 กำลังจะจัดวันที่ 21 มีนาคมนี้) หรือ JOOX Thailand Top 100 ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดี มีคนรับชมเกือบ 200,000 วิว
  • ตอนนี้มี Active User 10 ล้านคน เติบโตขึ้น 3 เท่าจากปีที่แล้ว
  • มีผู้สมัครสมาชิกไม่ถึง 3% แต่รายได้จากสมาชิกแค่ 3% นี้คิดเป็น 50% ของรายได้ JOOX ปัจจุบัน (ที่เหลือเป็นรายได้จากโฆษณาอีก 50%)
  • คนฟังเพลงไทยถึง 80% ในแพลตฟอร์มเรา ที่เหลือ 20% เป็นเพลงสากล เพลงเกาหลี ฯลฯ

JOOX ในปี 2018

  • โฟกัสกับเรื่องที่เข้มแข็งต่อไป จะออกไปต่างจังหวัด ไปเจอผู้ใช้ทั่วประเทศ จัด Joox music award 2018
  • ปี 2018 JOOX จะทำ Fan space ให้แฟนคลับศิลปินสามารถพูดคุยกับศิลปินได้ ไลฟ์คุยกัน มีการให้ของขวัญกันได้ (เพื่อเอาไปแลกรายได้)
  • Karaoke จะโปรโมทมากขึ้น เช่น JOOX จะบอกว่าเพลงนี้เป็นเพลงฮิต คุณควรมาร้องกับเรา
  • นำเนื้อหาของ JOOX ไปสู่โลกออฟไลน์มากขึ้น เช่นใช้ในรายการทีวีต่างๆ และพัฒนาเนื้อหาใหม่ๆ เช่น ธรรมะ เรื่องผี ทำเป็นรายการวิทยุ
  • สิ่งสำคัญคือต้องขยายช่องทางในการเติม VIP ให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมามีปัญหาคนอยากเติม VIP แต่เติมไม่ได้เพราะไม่มีบัตรเครดิต จึงขยายไปทำบัตรเติมวัน และกำลังจะจับมือกับค่ายมือถือเพื่อหักเงินกันได้
  • JOOX มองว่ามีผู้แข่งขันมากขึ้น ก็ทำให้ตลาดเข้าใจเรื่อง music steaming มากขึ้น มองว่าตลาดนี้ยังเป็น blue ocean อยู่ Spotify ก็เข้ามาเถอะ ทำให้คนใช้กันเยอะๆ ให้ได้ก่อน
  • ส่วนแผนพัฒนาฟีเจอร์ เช่นระบบแนะนำเพลงตามความชอบของผู้ใช้ ตอนนี้ Joox บางประเทศมีระบบนี้แล้ว แต่ยังไม่มีในไทยเพราะแนวเพลงไทยนั้นไม่ได้ต่างกันมาก สมมุติเพลงสากลมีแนวเพลงตั้งแต่ A-Z แต่แนวเพลงไทยมีแค่ A-C เองมั้ง ส่วนใหญ่ก็ Pop-Rock จึงทำให้ระบบไม่สามารถแนะนำที่เจาะลงไปได้ แต่ก็อยู่ในระหว่างการพัฒนา

JOOX มิวสิคแอปพลิเคชั่น ฉลองครบรอบความสำเร็จ 2 ปี ในการเปิดให้บริการในประเทศไทย ตั้งเป้าเติบโตสู่ปีที่ 3 ด้วยการเป็น “แพลตฟอร์มความบันเทิง” สร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ “มากกว่าแค่การฟังเพลง” เน้นนำเสนอประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายมากขึ้น ร่วมกับเหล่าศิลปินชื่อดังทุกแนวเพลง จากทุกค่ายเพลง สร้างปรากฏการณ์ทางดนตรีที่ผสมผสานความบันเทิงออนไลน์และออฟไลน์ไว้ด้วยกัน สู่เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างมูลค่าอย่างต่อเนื่องให้แก่อุตสาหกรรมดนตรี และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การฟังเพลงยุคดิจิทัลของผู้ฟังไปด้วยกัน

ปัจจุบัน JOOX เปิดให้บริการการฟังเพลงครอบคลุมทั้งเพลงไทย สากล เกาหลี ฯลฯ เพื่อเดินหน้าตอกย้ำการฟังเพลงแบบถูกลิขสิทธิ์ได้ทุกที่ ทุกเวลา โดยในปี 2561 JOOX มีการเติบโตสูงที่สุดจากยอดดาวน์โหลดแอปฯ ที่สูงรวม 50 ล้านครั้งในปี 2560 มีสัดส่วนการใช้งานจาก iOS ที่ 19% และ Android ที่ 81%

ข้อมูลจากรายงานของเว็บไซต์ We Are Social ระบุว่า คนไทยใช้สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์หลักในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตถึง 70% และใช้เวลาบนอินเทอร์เน็ตผ่านสมาร์ทโฟนเฉลี่ย 4 ชั่วโมง 14 นาทีต่อวัน โดยสมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์ยอดนิยมสำหรับการฟังเพลงที่ 22% รองลงมาคือคอมพิวเตอร์ที่ 6% และแท็บเล็ต 3% สะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมของคนฟังเพลงในยุคนี้ได้เปลี่ยนสู่ยุคสตรีมมิ่งแบบเต็มตัว ประกอบกับเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียวันนี้กลายเป็นพื้นที่เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินและแฟนเพลงได้ง่ายขึ้น ทำให้ศิลปินมีโอกาสเผยแพร่ผลงานผ่านช่องทางสตรีมมิ่งไปสู่ผู้ฟังเพลงได้ตลอดเวลา อันนำไปสู่การจัดแสดงดนตรีที่ผสมผสานได้อย่างลงตัว

ยุคฟังเพลงสตรีมมิ่งเต็มตัว

กฤตธี มโนลีหกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด

นายกฤตธี มโนลีหกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด และผู้บริหาร JOOX ประเทศไทย กล่าวว่า “วันนี้คนหันมาฟังเพลงแบบสตรีมมิ่งมากขึ้นถึงเกือบ 100% แล้ว โดยเป็นการฟังเพลงผ่านสมาร์ทโฟนสูงถึง 71% ปีที่ผ่านมา JOOX มียอดดาวน์โหลดสูงถึง 50 ล้านครั้ง เราเติบโตขึ้น 2 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2559 จน JOOX ติดอันดับ Top 10 แอปพลิเคชั่นยอดนิยมในประเทศไทย เรามียอดสตรีมในปี 2560 สูงถึงกว่า 2,000 ล้านสตรีม

พฤติกรรมที่น่าสนใจอย่างหนึ่งของผู้ฟังเพลงทั่วโลกวันนี้คือ ผู้ใช้งานชอบที่จะสร้างเพลย์ลิสต์ของตัวเอง และแชร์ให้ผู้อื่นได้ร่วมฟังด้วย สำหรับ JOOX เรามีจำนวนเพลย์ลิสต์ที่สร้างขึ้นโดยผู้ใช้งานราว 6 ล้านเพลย์ลิสต์ ซึ่ง 83% ของเพลย์ลิสต์ดังกล่าวเปิดเป็น Public เพื่อให้ผู้ใช้งานท่านอื่นๆ ได้ร่วมฟังด้วย นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังแชร์เพลง เพลย์ลิสต์ และคอนเทนต์ต่างๆ บน JOOX สูงถึง 92 ล้านครั้ง ซึ่ง 13% ของการแชร์คือเพลย์ลิสต์ของตัวเอง

JOOX จะไม่ใช่แค่แอปสตรีมมิ่งเพลงอย่างเดียว

สำหรับแผนการให้บริการในปีนี้นอกจาก JOOX ต้องการเป็นพื้นที่สื่อกลางให้ศิลปิน และคนทำงานเพลงได้โปรโมทผลงาน พูดคุยกับแฟนๆ และสร้างการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมแล้ว เรายังมีการเพิ่มคอนเทนต์ฟังที่วาไรตี้มากขึ้น รวมไปถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่าง Karaoke ซึ่งตอบโจทย์พฤติกรรมคนไทยเป็นอย่างมาก หลังเปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 มีผู้ใช้งานร้อง Karaoke กับเราถึงเกือบ 20 ล้านครั้ง”

“ปี 2561 JOOX เราตั้งเป้าเป็น Entertainment Platform สำหรับทุกคน โดยเพิ่มมิติของคอนเทนต์ให้มากขึ้น JOOX จะกลายเป็นมากกว่ามิวสิคแอปพลิเคชั่นที่คุณใช้ฟังเพลงอย่างเดียว เรามีการโปรโมทศิลปินหน้าใหม่ผ่านแคมเปญ “Spotlight Artist” และเป็นช่องทางให้ศิลปินกับแฟนๆ ได้พูดคุยกันอย่างใกล้ชิดกับ “Fan Space” ด้วยการไลฟ์สตรีมมิ่งแบบส่วนตัวผ่าน JOOX Live ทั้งยังเพิ่มวาไรตี้คอนเทนต์ในรูปแบบออดิโอ้อย่างรายการ “หลอนศาสตร์ by The Shock” โดยดีเจป๋อง-กพล ทองพลับ และอื่นๆ อีกมากมาย”

“จะเห็นได้ว่าเรายังคงเดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมเพลงให้เติบโตมากยิ่งขึ้นในปีนี้ เพราะเป้าหมายสูงสุดของเราคือการทำให้อีโคซิสเต็มนี้เติบโตไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน ผลงานเพลง ค่ายเพลง หรือแม้แต่ผู้ฟัง ด้วยวิธีการผสมผสานช่องทางออนไลน์และออฟไลน์เข้าไว้ด้วยกัน และที่สำคัญคือเรายังคงให้ความสำคัญกับการผลักดันผลงานเพลงดีๆ จากศิลปินคุณภาพผ่านทาง Top Chart และรวมไปถึงงาน JOOX Thailand Music Awards ในปี 2018 นี้ที่เรากำลังจะจัดขึ้นเป็นครั้งที่สอง โดยเราอยากจะทำอะไรใหม่ๆ และพร้อมจะจับมือร่วมกับแบรนด์ต่างๆ มากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำให้ JOOX เป็นแพลตฟอร์มบันเทิงที่เกิดจากดนตรีเพื่อทุกคนอย่างแท้จริง” นายกฤตธี กล่าวเพิ่มเติม

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

ข่าวไอทีในประเทศ

Uber Eats ฉลองครบรอบ 1 ปี พร้อมมอบรางวัล People’s Choice สำหรับสุดยอดร้านอาหาร

Published

on

Uber Eats จัดงานฉลองครบรอบ 1 ปี เผยความสำเร็จของแอปพลิเคชันจัดส่งอาหารในประเทศไทย ที่ซึ่งเป็นประเทศศูนย์รวมของคนรักอาหาร โดยโชว์ศักยภาพความแข็งแกร่งของธุรกิจในปีที่ผ่านมา เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของแอปพลิเคชันจัดส่งอาหาร อีกทั้งรวบรวมร้านเด็ด ร้านดังในกรุงเทพฯ  พร้อมมอบรางวัล People’s Choice 2017 สำหรับสุดยอดร้านอาหารยอดนิยมจากผู้บริโภคผ่าน Uber Eats ในปีที่ผ่านมา

ซึ่งภายในหนึ่งปี Uber Eats เติบโตขึ้นอย่างมากในประเทศไทย จนสามารถขยายร้านอาหารจากเดิมที่มีอยู่กว่า 100 ร้าน ให้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 1,300 ร้านได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งมีการจัดส่งอาหารไปแล้วมากกว่า 1 ล้านจาน โดย Uber Eats มุ่งมั่นที่จะนำเสนออาหารในคอนเซ็ปที่ว่าให้ความอร่อยเป็นเรื่องง่าย ทุกเวลา สำหรับทุกคนโดยมีแพลนที่จะขยายการให้บริการไปทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งเทคโนโลยีของ Uber Eats จะช่วยสนองผู้บริโภค และช่วยสร้างประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็ช่วยขยายธุรกิจร้านอาหารด้วยข้อมูลเชิงลึก และการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้บริโภค

ศิริภา จึงสวัสดิ์ ผู้จัดการ Uber ประจำประเทศไทย กล่าวว่า เรามีความภูมิใจในคุณภาพของการบริการ และความรวดเร็วในการจัดส่งอาหารที่ใช้เวลาโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 30 นาที นับตั้งแต่รับออเดอร์อาหารไปจนถึงการส่งให้ถึงมือผู้บริโภค ซึ่งในปีนี้ จะมีการเน้นในเรื่องของเทคโนโลยีมากขึ้น โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันอย่างต่อเนื่อง ให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค พาร์ทเนอร์ร้านอาหาร และพาร์ทเนอร์ผู้จัดส่งอาหาร ที่เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

ภายในงานมีการจัดมอบรางวัล People’s Choice 2017 ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลสุดยอดร้านอาหารยอดนิยมจากผู้บริโภคผ่านแอปพลิเคชัน Uber Eats ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยขยายธุรกิจของหลายร้านอาหารในปีที่ผ่านมา โดยร้านอาหาร 5 แห่งที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ได้แก่ ร้านอีซี่ ริบส์ แอนด์ วิงส์ ร้านแซ่บสะเด็ด ร้านแดนเนียล ไทยเกอร์ ร้านปุ๊เย็นตาโฟ และร้านข้าวหมูแดงสีมรกต โดยแต่ละร้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ายอดขายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พริษชยาดา พิริยะเมทา จากร้านอีซี่ ริบส์ แอนด์ วิงส์ กล่าวว่าโดยประสบการณ์ 1 ปี ที่ผ่านมากับทาง Uber Eats ร้าน Easy Ribs & Wings มีผลตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี คิดเป็น 10% ของยอดขายรวม ซึ่งข้อมูลวิเคราะห์ที่ได้รับจากทาง Uber Eats มีประโยชน์มาก โดยเราจะทราบว่าข้อมูลกลุ่มลูกค้าของเราว่าเป็นใคร และเป็นข้อมูลเพื่อให้ทีมไปทำการบ้านต่ออีกด้วย

ภูดิส วงศ์ปัญญารัก จากร้านแซ่บสะเด็ด กล่าวว่าการร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ Uber Eats ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ทำให้ร้านแซ่บสะเด็ดเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก นอกจากจะได้ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น ลูกค้าหลายคนก็แวะเวียนมาเป็นลูกค้าประจำ ซึ่งผลลัพธ์ที่ชัดเจนคือยอดขายที่เพิ่มขึ้นซึ่งอยู่ประมาณขั้นต่ำ 20% ต่อเดือน

ฮันนี่ นวลอนงค์ ฟาโซอินี่ จากร้านแดนเนียล ไทยเกอร์ กล่าวว่าเนื่องด้วยช่วงเวลาที่มีจำกัดในการเปิด Food Truck การร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ Uber Eats ช่วยทำให้ลูกค้ารู้จักร้านมากขึ้น และเทคโนโลยีในการจัดส่งอาหารยังช่วยเพิ่มยอดขายในแต่ละสัปดาห์ โดยคิดเป็น 30-40% ของยอดขายที่เพิ่มมากขึ้น

ปริญญา วราภรณ์พิทักษ์ จากร้านปุ๊เย็นตาโฟ กล่าวว่าโดยปกติช่วงหน้าฝน จะส่งผลต่อยอดขาย แต่การเป็นพาร์ทเนอร์กับ Uber Eats ทำให้แก้ปัญหาในจุดนี้ไปโดยสิ้นเชิง ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเสาร์อาทิตย์​”

ยุทธดนัย แก้วสีมรกต จากร้านข้าวหมูแดงสีมรกต กล่าวว่ามีลูกค้ากลุ่มใหม่เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศที่อยู่ภายในละแวกร้าน หรือชาวต่างชาติที่สั่งอาหารผ่านแอปฯ Uber Eats ส่งผลให้ยอดขายต่อเดือนเพิ่มขึ้นโดยประมาณ 80,000-100,000 ต่อเดือนและทำให้มีลูกค้าประจำเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ซึ่งจากกระแสตอบรับจากร้านค้า ทำให้เห็นว่าเทคโนโลยีของ Uber Eats ช่วยให้ร้านอาหารสามารถเข้าถึงและเข้าใจผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น

แสดงความคิดเห็น

Continue Reading

เรื่องร้อนแรง!