Connect with us

ข่าววงการถ่ายภาพ

GoPro เปิดตัว GoPro HERO7 พร้อมกัน 3 รุ่น! ตัวท็อปเน้นวิดีโอนิ่งขึ้น

Published

on

หนึ่งปีผ่านไปหลังจากเปิดตัว GoPro HERO6 ก็ได้เวลาของ HERO7 แล้ว โดยกลับมาคราวนี้ GoPro เปิดตัวพร้อมกันถึง 3 รุ่นคือ GoPro HERO7 Black ตัวท็อป, รุ่นกลาง GoPro HERO7 Silver และรุ่นเริ่มต้น GoPro HERO7 White

GoPro HERO7 Black ถ่ายวิดีโอนิ่งแบบ HyperSmooth

ไฮไลท์ของ GoPro HERO7 Black ตัวท็อปในปีนี้คือระบบป้องกันภาพสั่นไหวที่ชื่อว่า HyperSmooth ครับ ซึ่งทำให้วิดีโอที่ถ่ายออกมานิ่งขึ้นเหมือนใส่ Gimbal นอกจากนี้ยังรองรับการทำ Live Stream ออกจากตัวกล้องขึ้น Facebook, Twitch, YouTube, Vimeo ได้ทันที ซึ่งน่าจะเจ๋งมากสำหรับ Bloger

นอกจากนี้ยังมีรูปแบบวิดีโอใหม่เรียกว่า TimeWarp ที่เป็นการถ่าย Hyperlapse คือผู้ใช้สามารถถือ GoPro เดิน แล้วเอาไปเร่งความเร็วแบบ Timelapse ได้ โดยการเคลื่อนไหวจะนุ่มเหมือนนั่งพรมวิเศษไปเลย และการถ่ายภาพนิ่งก็มีโหมดใหม่เรียกว่า SuperPhoto ที่จะจัดการทำ HDR, Local Tone Mapping และ Multi-Frame Noise Reduction ให้อัตโนมัติ ทำให้ภาพขนาด 12 ล้านพิกเซลออกมาดีขึ้นด้วย

และยังมีการปรับปรุงเล็กๆ น้อยๆ เช่นเมนูแบบใหม่ ปรับปรุงการบันทึกเสียงให้ดีขึ้น ตรวจจับซีนหรือการยิ้มได้ ทำให้ตัดต่อในแอป Quik ได้ง่ายขึ้น

แต่ส่วนอื่นๆ ก็ยังเหมือน GoPro HERO6 ครับ คือใช้ชิปประมวลผล GP1 เหมือนกัน ถ่ายวิดีโอได้ 4K60p เหมือนกัน ทำ Ultra Slo-mo 8 เท่าที่ 1080p240 ได้เหมือนกัน กันน้ำ 10 เมตร รองรับการสั่งงานด้วยเสียง

โดย GoPro HERO7 Black ตั้งราคาไว้ 14,500 บาท โดยจะเริ่มขายปลายเดือนกันยายนนี้

รุ่นน้อง GoPro HERO7 Silver และ White

สำหรับรุ่นน้องที่เพิ่งกลับมาในปีนี้ก็มีสเปคที่ลดลั่นกันลงมาครับ

GoPro HERO7 Silver รุ่นกลาง ตั้งราคาไว้ 10,800 บาท

  • ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 4K30
  • ถ่ายภาพนิ่งได้สูงสุด 10 ล้านพิกเซลพร้อม HDR
  • แบตเตอรี่ในตัว ถอดไม่ได้
  • ระบบป้องกันการสั่นไหวแบบธรรมดา
  • มี GPS
  • ถ่าย Slo-mo ได้ 2 เท่า
  • กันน้ำลึก 10 เมตร
  • สั่งงานด้วยเสียงได้
  • ทำ Live Streaming ไม่ได้
  • ทำวิดีโอ TimeWarp ไม่ได้
  • ไม่ได้ใช้ชิป GP1

GoPro HERO7 White รุ่นเล็ก ตั้งราคาไว้ 7,200 บาท

  • ถ่ายวิดีโอได้สูงสุด 1080p60
  • ภาพนิ่ง 10 ล้านพิกเซลไม่มี HDR
  • ไม่มี GPS
  • ถ่าย Slo-mo ได้ 2 เท่า
  • กันน้ำลึก 10 เมตร
  • สั่งงานด้วยเสียงได้
  • ทำ Live Streaming ไม่ได้
  • ทำวิดีโอ TimeWarp ไม่ได้
  • ไม่ได้ใช้ชิป GP1

อ้างอิง : GoPro

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

ข่าววงการถ่ายภาพ

จบหลังกล้องที่แท้ทรู Zeiss ZX1 กล้อง Full-frame Compact พร้อม Lightroom ในตัว

Published

on

Zeiss ก้าวไปอีกขั้นด้วยกล้องใหม่ Zeiss ZX1 ที่ใช้เซนเซอร์ 37.4 ล้านพิกเซลแบบ Full-frame มาพร้อมเลนส์ Zeiss Distagon F2 35 mm แบบถอดเปลี่ยนไม่ได้ พร้อมจอยักษ์ขนาด 4.3 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล ซึ่งจอใหญ่ขนาดนี้ก็สามารถใช้ระบบปฏิบัติการ Android พร้อมมีแอป Adobe Photoshop Lightroom CC เพื่อให้ผู้ใช้สามารถแต่งภาพอย่างโปรได้ในกล้องเลย ขุ่นพระ จบหลังกล้องที่แท้ทรู

สเปคของ Zeiss ZX1 นั้นประหลาดมาก มันเหมือนส่วนผสมระหว่างกล้องถ่ายรูปกับสมาร์ทโฟน คือกล้องตัวนี้ไม่มีช่องใส่การ์ดเพิ่ม แต่มีหน่วยความจำในตัวมา 512 GB ซึ่ง Zeiss บอกว่าสามารถเก็บภาพ RAW ได้ 6,800 รูป ส่วน JPEG ได้มากกว่า 50,000 รูป และสามารถโอนรูปเข้าแฟลชไดร์ฟหรือหน่วยความจำภายนอกผ่าน USB-C ในตัวกล้องได้เลย (ก็เป็น Android นี่เนอะ) นอกจากนี้กล้องยังมาพร้อม Wi-Fi และ Bluetooth ในตัว

มาดูสเปคที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพกันบ้าง ตัวเลนส์ 35 mm f/2 นั้นสามารถถ่ายภาพได้ใกล้สุด 30 cm แต่กล้องไม่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวใดๆ ทั้งนั้น ทำให้การถ่ายวิดีโอ 4K 30 fps อาจจะต้องอาศัยอุปกรณ์ช่วยให้ภาพไม่สั่น และในส่วนของช่องมองภาพเป็นจอ OLED ให้ความละเอียด 1920 x 1080 pixel กำลังขยาย 0.74x แต่น่าเสียดายว่า Zeiss ZX1 นั้นไม่มีแฟลชในตัว ต้องต่อแฟลชนอกผ่าน Hot-shoe อย่างเดียว

ที่น่าสนใจคือด้านหลังกล้องแทบไม่มีปุ่มอะไรเลย ใช้การควบคุมผ่านจอสัมผัสเป็นหลัก ก็ต้องรอดูรีวิวกันต่อไปว่ามันจะถ่ายภาพได้ดีแค่ไหน บอกตรงๆ แอดก็ไม่ค่อยเชื่อใจ Android ว่ามันจะเหมาะสำหรับการใช้กับกล้องถ่ายรูป มันอาจจะทำให้แบตหมดเร็วมากก็ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นกล้องที่แปลก สามารถแต่งภาพอย่างโปรได้ในกล้องเลย ซึ่งคุณภาพภาพก็น่าจะหายห่วงเพราะ Zeiss ทำเอง

ส่วนราคายังไม่ประกาศครับ เราเดาว่าอยู่หลักแสนบาทแน่นอน ซึ่งจะวางขายช่วงต้นปีหน้าครับ

อ้างอิง: DPreview

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการถ่ายภาพ

ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย GoPro HERO6 อัปเดตล่าสุดให้กันสั่นแย่กว่าเฟิร์มแวร์เก่า แล้ว HERO7 ก็ปรับให้ดีขึ้น

Published

on

หลังจาก GoPro HERO7 Black เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยชูจุดเด่นว่าเป็นกล้อง GoPro ที่มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวยอดเยี่ยมที่สุด ให้ภาพนิ่งเหมือนกับนั่งอยู่บนพรมวิเศษ ทำให้เราย้อนคิดถึงเมื่่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตอนที่เฟิร์มแวร์ 2.01 ของ GoPro HERO6 ออกมา (ตอนนี้ก็ยังเป็นรุ่นใหม่ที่สุดอยู่) ซึ่งได้รับเสียงบ่นจากผู้ใช้ว่าทำให้ประสิทธิภาพของระบบกันสั่นลดลงเมื่อเทียบกับเฟิร์มแวร์ 1.60 เดิม

ในบันทึกการเปลี่ยนแปลงของ Firmware 2.01 ของ GoPro HERO6 ระบุว่ามีการเปลี่ยนแปลงระบบป้องกันภาพสั่นไหวของวิดีโอใหม่ให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น และถ่ายวิดีโอกลางคืนดีขึ้น ซึ่งผลก็คือเวลาเดินถ่ายกลายเป็นมีการสั่นไหวแบบเห็นจังหวะเดิน ในขณะที่เฟิร์มแวร์ 1.60 จะให้ภาพที่นิ่งกว่าเหมือนใส่ Gimbal อยู่ ซึ่งลองดูจากวิดีโอข้างล่างนี้ได้เลย

และเมื่อ GoPro HERO7 ออกมาก็มีการปรับปรุงระบบป้องกันภาพสั่นไหวให้ได้ภาพนิ่งที่สุดอีกครั้ง (โดยที่ยังไม่แก้ปัญหากับ HERO6 เดิมเลย) ซึ่งถ้าเอา HERO6 ที่ใช้เฟิร์มแวร์ 2.01 ไปเทียบกับ HERO7 จะเห็นว่าระบบป้องกันภาพสั่นไหวนั้นแตกต่างกันมาก

แล้วถ้าเอา GoPro HERO6 ที่ใช้เฟิร์มแวร์ 1.60 ไปเทียบกับ GoPro HERO7 ล่ะ เราก็มีวิดีโอเปรียบเทียบจากช่อง TheEMPChannel (ช่องของคนไทยนี่แหละ) ก็จะเห็นว่าความสามารถในการป้องกันภาพสั่นไหวนั้นสู้กันได้เลย แม้จะไม่นิ่งเท่า HERO7 ตัวใหม่ แต่ก็ไม่ได้แตกต่างแบบเห็นได้ชัดเหมือนเหมือน HERO6 ที่ใช้เฟิร์มแวร์ 2.01

ก็ได้แต่คิดแล้วก็สงสัยต่อไป เอ๋ ทำไม GoPro ต้องดาวน์เกรดความสามารถในการป้องกันการสั่นไหวใน HERO6 นะ ส่วนใครที่มี HERO6 ที่ยังเป็นเฟิร์มแวร์เดิมอยู่ เราแนะนำว่าอย่าอัปเลยดีกว่าครับ

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ

ข่าววงการถ่ายภาพ

เผยโฉม Ricoh GR III เมื่อตำนานกล้องเล็กคุณภาพโคตรดีกลับมาแล้ว!

Published

on

รูปเดียวของ Ricoh GR III ที่เรามีตอนนี้

หลังจากปล่อยให้แฟนๆ ของ Ricoh GR รอกล้องรุ่นใหม่มานานกว่า 3 ปี ในที่สุดริโกก็เผยโฉม Ricoh GR III ที่กำลังพัฒนาอยู่ โดยพัฒนาไปจาก GR II ในหลายจุด โดยเฉพาะจุดที่แฟนๆ ต้องการมากที่สุดคือเปลี่ยนเซนเซอร์ใหม่ เพิ่มระบบป้องกันภาพสั่นไหว 3 แกนที่เซนเซอร์ลงไป ปรับปรุงเลนส์ใหม่ให้เหมาะกับเซนเซอร์ใหม่ มีระยะมาโครสั้นลงไปอีก ระบบโฟกัสแบบ Phase Detection ทำให้โฟกัสรวดเร็วขึ้น และหน้าจอสัมผัสด้วย

Ricoh GR 3 ก็ยังคงเป็นกล้อง Premium Compact เหมือนต้นตระกูลของมันครับ แต่กลับมาคราวนี้ตัวเล็กลงกว่าเดิม เหลือขนาดแค่ 109.4 × 61.9 × 33.2mm (GR II มีขนาด 117 x 63 x 35 mm) ซึ่งนึกภาพตามง่ายๆ ก็กล้องขนาดเท่าฝ่ามือ สามารถพกใส่กระเป๋ากางเกงได้ แต่มาพร้อมเซนเซอร์ขนาด APS-C ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล และเลนส์เทียบเท่า 28 mm f/2.8 ที่ซูมไม่ได้ เน้นเดินเข้าหาตัวแบบเพื่อถ่ายภาพตาม DNA กล้องสตรีทของมัน ซึ่งความเล็กและคุณภาพภาพนิ่งที่เกินตัวของมัน ทำให้ Ricoh GR มีแฟนๆ อยู่ทั่วโลกครับ เพราะมันแทบจะไม่มีคู่แข่งโดยตรงเลย ตระกูล Sony RX100 ก็เซนเซอร์เล็กกว่านี้เยอะ คุณภาพภาพสู้กันไม่ได้ หรือตระกูล Fuji X100 ก็ตัวใหญ่และหนักกว่านี้มาก ไม่สามารถพกติดกระเป๋าได้ทุกวันอย่าง GR ตอนนี้จะมีแค่ Fuji XF10 เท่านั้นที่เป็นคู่แข่งโดยตรง

สรุปสเปคของ Ricoh GR III

  • เซนเซอร์ขนาด APS-C ความละเอียด 24 ล้านพิกเซล พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหว 3 แกน ที่สามารถจำลองการทำงานของฟิลเตอร์ Anti aliasing ได้ และระบบป้องกันฝุ่นติดเซนเซอร์
  • ระบบโฟกัสแบบ Phase detection ทำให้โฟกัสได้รวดเร็วกว่ารุ่นเดิม
  • เลนส์ 18.3 mm (ความยาวโฟกัสเทียบเท่า 28 mm) f/2.8 โดยเป็นเลนส์ทางยาวโฟกัสเดี่ยว ซูมไม่ได้ ระยะมาโครที่ 6 ซม. ใกล้กว่าของเดิมที่ 10 ซม.
  • ถ่ายวิดีโอได้ 1080p 60 fps
  • หน้าจอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว
  • น้ำหนักรวมแบตเตอรี่ 257 กรัม
  • มี Hot-shoe ต่อแฟลชนอกได้ แต่ไม่มีแฟลชในตัวกล้องแล้ว (ก็แลกมาด้วยขนาดกล้องที่เล็กลงนะ)
  • หน่วยความจำภายใน 2 GB (เยอะมาก)
  • ใช้พอร์ต USB-C เชื่อมต่อ ชาร์จกล้อง และต่อภาพออกทีวี
  • รายละเอียดต่างๆ ยังออกมาไม่ครบ เพราะกล้องกำลังพัฒนาอยู่ ส่วนกำหนดวางขายอยู่ต้นปี 2019

Ricoh GR นั้นกำเนิดมาตั้งแต่ 1996 ในฐานะกล้องฟิล์มขนาดเล็กที่ใช้เลนส์คุณภาพสูงครับ ซึ่งก็สร้างชื่อมาตั้งแต่ยุคฟิล์มด้วยความคมของเลนส์ที่คมตั้งแต่กลางภาพยันขอบภาพ และการควบคุมที่เข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ได้รวดเร็ว (โดยเฉพาะใน GR ยุคดิจิตอลตัวหลังๆ) ทำให้ถูกใจช่างภาพสายสตรีทมาก เพราะสามารถกำหนดระยะโฟกัสรอไว้ก่อน แล้วเดินเข้าไปถ่ายภาพในระยะที่คาดว่าภาพจะชัดได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาหาโฟกัสอีก

ในฐานะที่แอดเป็นแฟน Ricoh GR มาขนาดนี้ เราต้องตามหา Ricoh GR 3 มารีวิวแน่นอน

อ้างอิง: Ricoh

แชร์โพสนี้

แสดงความคิดเห็น

อ่านต่อ
Advertisement
Xiaomi Black Shark 2
ข่าววงการมือถือ27 นาที ago

เผยภาพหลุดสมาร์ทโฟนเกมมิ่งตัวต่อไปอย่าง Xiaomi Black Shark 2 พร้อมโปสเตอร์ เปิดตัว 23 ตุลาคมนี้แน่นอน

ข่าววงการมือถือ3 ชั่วโมง ago

Google แก้เกม EU : เตรียมเรียกเก็บค่าใช้แอป Google สูงสุดถึง 40 เหรียญ ต่อสมาร์ทโฟนในยุโรป 1 เครื่อง

Razer Blade 15
ข่าววงการไอที4 ชั่วโมง ago

Razer เปิดตัวเกมมิ่งโน้ตบุ้ค Blade 15 มาพร้อมพัดลมที่ใหญ่กว่าเดิม และราคาที่ถูกลง สนนราคาเริ่มต้นที่ 52,000 บาท

Google Pixel 3 XL
ข่าววงการมือถือ5 ชั่วโมง ago

ชำแหละ Google Pixel 3 XL เผยให้เห็นหน้าจอที่ผลิตโดย Samsung พร้อมตัวเครื่องที่เชื่อมด้วยกาวอย่างแน่นหนา

ข่าววงการเกม6 ชั่วโมง ago

หลุด! Red Dead Redemption 2 เวอร์ชั่นพีซีอาจจะวางจำหน่ายในปี 2019

Advertisement

ติดตามข่าวสาร กดไลค์เพจแบไต๋!

เรื่องร้อนแรง!